LOGINเธอ...เป็นเหมือนของหวานที่เขาไม่เคยอยากลิ้มลอง ‘ขนม’ นางแบบสาว ดันตกหลุมรักน้องชายเพื่อนสนิท ‘ไต้ฝุ่น’ หนุ่มเย็นชาที่ไม่แม้แต่จะเหลียวมองเธอ จุดเริ่มต้นจากเรือนกายแต่กลับพาหัวใจถลำลึกตามมาโดยไม่รู้ตัว
View Moreขาเรียวสวยที่กำลังพาดพิงไปกับพนักโซฟาใจกลางห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การถ่ายภาพ 'ขนม' วาดลวดลายการโพสต์ท่าตามแบบฉบับของนางแบบแนวเซ็กซี่ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีอาการเคอะเขินแต่อย่างใด ฝ่ามือเรียวสวยทั้งสองข้างกอบกุมหน้าอกกลมโตสองเต้าพลางใช้สายตาจิกไปที่เลนส์กล้อง ชั้นในตัวจิ๋วลายลูกไม้สีขาวสะอาดตาใช้ปิดบังเพียงส่วนสงวนไว้อย่างหมิ่นเหม่ยิ่งทำให้เธอยิ่งดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีก เสียงชัตเตอร์ดังระรัวต่อเนื่องในขณะที่หญิงสาวก็ปรับเปลี่ยนท่าไปเรื่อย
แชะ! แชะ! แชะ!
" สวยครับ " ตากล้องที่หันเลนส์จดจ้องไปยังตัวนางแบบเอ่ยชมอย่างพอใจกับความเป็นมืออาชีพของหญิงสาว ขนมโพสต์ท่าทางและใช้สายตาเก่งมาก ๆ จึงทำให้นิตยสารแนววาบหวิวเลือกเธอขึ้นปกอยู่บ่อยครั้ง
" โอเคครับ เรียบร้อย " ชายหนุ่มลดกล้องลงต่ำจากใบหน้าพลางส่งยิ้มให้นางแบบที่ยิ้มรับเขาก่อนจะมีผู้หญิงอีกคนวิ่งเอาผ้าเช็ดตัวมาพันรอบตัวร่างเล็กที่เพิ่งทำหน้าที่เสร็จหมาด ๆ
" ขอบคุณค่ะ " ขนมเอ่ยขอบคุณหญิงสาวที่อายุมากกว่าเธอไม่กี่ปี ก่อนจะเดินมาหาชายหนุ่มที่เลื่อนดูรูปภาพที่เพิ่งถ่ายเสร็จ
" เป็นไงบ้างคะ? "
" เก่งมากเลยครับน้องขนม ภาพออกมาสวยมาก ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เค้าพากันแย่งตัวเราไปขึ้นปก "
" แหม๋~ ชมกันเกินไปแล้ว พี่เตอร์ถ่ายสวยด้วยแหละ ไม่งั้นรูปหนมไม่ออกมาดีขนาดนี้หรอกค่ะ " เสียงหวานใสเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มบางให้ตากล้องคนสนิท ที่มีงานทีไรเป็นต้องเจอเค้าทุกที ให้พูดกันจริง ๆ แล้วเค้าก็ฮ็อตไม่แพ้เธอหรอก เตอร์ถือเป็นตากล้องอิสระอันดับต้น ๆ ที่ถูกเรียกตัวมาทำงานให้กับนิตยสารต่าง ๆ ด้วยฝีมือการถ่ายภาพที่เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์มานับสิบปี ทำให้ขนมและเตอร์เจอกันอยู่บ่อยครั้ง
" เราโพสต์ท่าเก่งแถมหุ่นดีขนาดนี้ ใครถ่ายให้ก็ออกมาสวยทั้งนั้นแหละ "
" หูยย~ ชมเก่ง แต่ก็ขอบคุณค่ะ " เธอยิ้มหวานให้ชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนชุดที่ถูกเตรียมไว้สำหรับนางแบบ
ร่างเล็กเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมที่เธอใส่มาตั้งแรก ก่อนจะล้วงเอาสมาร์ตโฟนในกระเป๋าถือใบเล็กออกมา พลางหย่อนสะโพกลงที่เก้าอี้ภายในห้องและต่อสายหาใครบางคน
" ฮัลโหล~ ยัยฟ้าครึ้มอยู่ไหน " เสียงเล็กแหลมถามปลายสายทันทีเมื่ออีกคนกดรับสาย
' โอ้ยยย~ ฉันก็มาทำงานน่ะสิยะ แกรู้เวลาทำงานฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ ' ปลายสายแว้ดกลับทันทีตามประสาเพื่อนสาวที่พูดคุยเย้าแหย่กันจนคุ้นชิน
" เออ ก็รู้ แกล้งถามไปงั้นแหละ...ดีเลย ถ้าแกทำงานช่วยบอกน้องชายแกมารับฉันหน่อยสิ ดึกแล้วไม่อยากนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว "
' เหอะ~ มามุขนี้อีกละ ถามจริงเถอะไม่เบื่อบ้างเหรอไอ้มุกไม่ยอมขับรถไปทำงานแล้วอ้างว่าขี้เกียจขับเพื่อจะให้น้องชายฉันไปรับเนี่ย? แล้วอีกอย่างไอ้ฝุ่นมันเคยไปรับแกสักครั้งยังห้ะ!? ' ขนมกลอกตามองบนก่อนจะถอนหายใจใส่ปลายสายเสียงดังอย่างรำคาญ
" เออ ไม่เคยมารับแล้วยังไงอ่ะ แกช่วยเพื่อนหน่อยไม่ได้รึไง พูดโน้มน้าวเป็นไหมห้ะ! "
' อิคนพูดโน้มน้าวเป็นไม่โทรหามันเองล่ะ ฉันพูดจนไม่รู้จะพูดยังไงละ มันไม่ไปรับแกหรอก เลิกตื๊อมันได้ละอีคนตายด้านแบบนั้นอ่ะ '
" นี่! อย่ามาว่าฝุ่นของฉันนะ ตอนนี้ฝุ่นอาจจะยังไม่รู้ใจตัวเองว่าจริง ๆ แล้วชอบฉันอยู่แต่ต้องคีพลุคคูล ๆ ไว้เพื่อรักษาภาพลักษณ์อยู่ไง ฉันตามจีบอยู่ทุกวันแกคิดว่าน้องชายแกจะไม่รู้สึกอะไรกับคนสวย ๆ อย่างฉันจริง ๆ น่ะเหรอ? "
' มั่นไม่ไหว ก็เห็นตามมาเป็นปี ๆ ละ มันเคยสนใจแกไหมห้ะ? แกอาจจะตกผู้ชายได้เป็นร้อยแต่หนึ่งในร้อยนั้นไม่มีน้องชายฉันแน่นอน '
" ไม่จริง น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคนไม่เคยได้ยินเหรอ? ตามตื๊อทุกวันมันต้องได้สักวันแหละ" ขนมเถียงปลายสายอย่างมั่นอกมั่นใจพร้อมกับกอดอกเชิดหน้า
' น้ำหยดลงหินทุกวันหินรำคาญ แกก็ไม่เคยได้ยินใช่ม้ะ? นี่ยัยหนม ผู้ชายมีเป็นร้อยเป็นพันแกจะมาตามตื๊อไอ้ฝุ่นมันทำไมห้ะ ช่วงเวลาหนึ่งปีที่แกตามมันเนี่ยแกมีผัวเป็นร้อยคนแล้วมั้ง '
" ก็อยากได้น้องแกเป็นผัวอะทำไม แล้วฉันก็จะเอาให้ได้!! "
' โอ้ยย~ สาธุ ขอให้ได้เถอะ ถ้าแกได้น้องฉันเป็นผัวนะให้เลยแสนนึง '
" นี่ยัยฟ้าครึ้มอย่ามาท้าฉันนะ "
' ทำได้ป่ะล่ะ ' ปลายสายเอ่ยอย่างท้าทาย
" ได้! ต้องทำให้ได้คอยดู เตรียมตัวต้อนรับว่าที่น้องสะใภ้คนนี้ได้เลย!! " ขนมพูดกับอีกคนด้วยความมั่นใจถึงแม้ลึก ๆ แล้วจะแอบหวั่นกับคำท้าทายของเพื่อนสาว เพราะรู้ดีว่าน้องชายของเพื่อนนั้นเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ แค่คุยด้วยธรรมดาอีกฝ่ายยังไม่อยากจะคุยด้วยเลย นี่จะต้องจับมาทำผัวก็ใช่เรื่องง่ายที่ไหน แต่ก็รับปากเพื่อนไปแล้วอ่ะ ได้ทั้งน้องชายเค้าแถมได้เงินมาอีก ทั้งขึ้นทั้งร่องใครจะไม่เอาล่ะ
' เหอะ~ ก่อนจะทำให้มันมาเป็นผัวแกเนี่ย บอกมันให้ไปรับแกให้ได้ก่อนเถอะ '
" หน็อย~ยัยฟ้าครึ้ม ดูถูกฉันมากเกินไปละนะ "
' ขี้เกียจคุยกะแกละ เสียเวลาทำงานฉิบหาย แค่นี้นะ...อ่อ แล้วอีกอย่างถ้าคิดจะมาเป็นน้องสะใภ้ฉันละก็ เลิกเรียกฉันว่าฟ้าครึ้มได้ละ ไม่งั้นฉันจะไปเป่าหูไอ้ฝุ่นไม่ให้คุยกับแก '
" จ้าาาาา คุณฟ้าใส ลำพังทุกวันนี้ฝุ่นยังไม่อยากจะคุยกับฉันอยู่ละ ถ้าแกทำแบบนั้นฉันโกรธแกแน่ "
' งั้นก็เรียกดี ๆ แค่นี้แหละ! ' ฟ้าใสตัดสายทันทีหลังเอ่ยจบโดยที่ขนมยังไม่ได้ตอบกลับอะไร
" ฮึ่ยย ยัยเพื่อนบ้า เป็นเพื่อนประสาอะไรแทนที่จะช่วยเพื่อน " ขนมเอ่ยกับสมาร์ตโฟนที่ถืออยู่ในมือหลังจากที่ถูกอีกคนตัดสายไปเสมือนว่าสิ่งของในมือคือเพื่อนสนิท
หลังจากนั้นไม่นาน โทรศัพท์ในมือก็ถูกต่อสายหาบุคคลที่สามที่ถูกกล่าวถึงเมื่อสักครู่ และไม่นานนักปลายสายก็กดรับก่อนจะกรอกเสียงแข็งกลับมา
' ว่า? ' ขนมได้ยินน้ำเสียงเฉยชาที่ฟังจนชินแล้วก่อนจะตอบกลับอีกคนไป พร้อมกับทำใจดีสู้เสือปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้ดีขึ้น
" ฝุ่นนน อยู่ไหนอ่ะ ช่วยมารับพี่หน่อยได้ไหม พี่เพิ่งเลิกงานอ่ะ " ขนมทำเสียงออดอ้อนอย่างที่ชอบทำกับอีกคนแต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่ไต้ฝุ่นจะหลงคารมหรือเผลอไผลกับน้ำเสียงหวานเลี่ยนแบบนี้สักครั้ง
' ใช่เรื่อง? ' ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
" โถ่~ ฝุ่น นี่มันดึกมากเลยนะ จะปล่อยให้พี่กลับคนเดียวจริง ๆ เหรอ? " คนตัวเล็กแสร้งทำเสียงน่าสงสารหวังให้อีกคนใจอ่อนอย่างที่ชอบทำทุกๆครั้ง
' ไปเองได้ก็ต้องกลับเองได้สิ ทำไมผมต้องไปรับด้วย แค่นี้นะ '
ตู๊ด..
" ดะ...เดี๋ยว ฝุ่น! ฝุ่น! ไต้ฝุ่น ฮึ่ย!! ไอ้เด็กบ้า!! " ขนมสบถเสียงดังกับสมาร์ตโฟนของตน พร้อมกับฟึดฟัดใช้มือทุบกระเป๋าถือที่วางอยู่ข้าง ๆ ตัวอย่างอารมณ์เสีย
" สักวันเถอะ พี่จะทำให้นายกลับมาง้อให้ได้ ไอ้เด็กนิสัยไม่ดี " ขนมยกแขนขึ้นกอดอกอย่างงอน ๆ ทั้ง ๆ ที่งอนไปอีกฝ่ายก็ไม่ง้ออยู่ดี
หลังออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน น้ำหนึ่งก็ทำหน้าที่โทรรายงานคนที่ไหว้วานเธอทันที ปลายสายถูกรับแทบจะในวินาทีแรก ' พี่หนึ่ง ฝุ่นเป็นยังไงบ้าง เขาโอเคไหม? ' เสียงของขนมรีบร้อนจนแทบหายใจไม่ทัน น้ำหนึ่งถอนหายใจ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ " อาการไม่ได้แย่ลง พักฟื้นอีกสักพักก็กลับบ้านได้ แต่รอยช้ำยังเยอะอยู่...มีแค่มือนั่นแหละที่น่าจะต้องเข้าเฝือกเป็นเดือน " ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ รู้สึกผิดกับอาการสาหัสเพิ่มของเขาที่เธอเป็นคนทำก่อนหน้า ' หนมทำฝุ่นเองแหละ ' เธอเอ่ยเสียงอ่อน ' แล้วใครทำร้ายล่ะคะ รู้หรือยัง? ' " ...คุณธาวิน " น้ำหนึ่งตอบสั้น ๆ ' ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ' เธอพึมพำแผ่วเบา นึกโกรธอยู่ลึก ๆ แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด " แต่แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เรื่องคดียัยฟ้าจัดการแล้ว มีคนเห็นเหตุการณ์เค้าเลยถ่ายหลักฐานไว้ชัดเลย " น้ำหนึ่งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ " ส่วนเรื่องอาการเด็กนั่น ยิ่งไม่ต้องห่วง เอลินดูแลไม่ห่าง...ป้อนข้าวป้อนน้ำถึงขอบเตียงเลยล่ะ " คำบอกเล่าที่หวังให้ขนมหมดห่วงบวกกับตัดใจ ทำเอาปลายสายเงียบสนิท ไม่มีคำถามต่อ มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังผ่านสายโทรศัพท์ ' ...
ขนมร้อนรนกับเรื่องราวที่เพื่อนสาวบอกให้รู้ เธอจ้องมองข้อความและรูปภาพที่ฟ้าใสส่งเข้ามาในแชตส่วนตัว ภาพของไต้ฝุ่นที่หน้าบวมช้ำ นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนป่วย มือที่เคยบาดเจ็บก่อนหน้ายังถูกพันผ้าไว้เหมือนเดิม แต่สภาพกลับดูหนักกว่าเดิมมาก ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขยายภาพซ้ำไปมา ราวกับหวังว่ามันจะไม่จริง ดวงตาเอ่อคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ความเป็นห่วงตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งกังวล แต่กลับทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายเธอตัดสินใจกดโทรหาน้ำหนึ่ง ก่อนเล่าเรื่องทั้งหมดเท่าที่รู้ให้อีกคนฟัง เสียงของขนมสั่นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยขอร้องให้ผู้จัดการสาวให้ช่วยเข้าไปเยี่ยมเขาแทนในวันพรุ่งนี้ ถึงน้ำหนึ่งจะไม่ค่อยชอบเด็กหนุ่มเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงกังวลของขนม เธอก็ยอมรับปาก แม้ในใจจะยังรู้สึกขัดอยู่เล็กน้อย หลังวางสาย ห้องทั้งห้องก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองกับความกังวลที่เอ่อล้นจนน้ำตาคลอเบ้า วันต่อมา ไต้ฝุ่นนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แดดตอนสาย ๆ ส่องลอดผ้าม่านบางเข้ามาแตะใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ มือข้างหนึ่งยังพันผ้าแน่น ขณะที่อีกข้างกำสมาร์ตโฟนไว้ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวความหวั
ทันทีที่ประตูปิดลง แม่ของไต้ฝุ่นก็รีบเดินเข้ามาใกล้เตียง สีหน้าที่เก็บความกังวลมาทั้งวันเริ่มคลายลง " ขวัญเอ๊ยขวัญมา...แม่เป็นห่วงแทบแย่ " เธอยกมือขึ้นลูบไหล่ลูกชายเบา ๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าแรงเพียงนิดเดียวจะทำให้เขาเจ็บซ้ำ แววตาเต็มไปด้วยความโล่งอกปนสะเทือนใจ เมื่อเห็นลูกชายลืมตามองตอบได้อีกครั้ง ไต้ฝุ่นฝืนยิ้มจาง แม้ทั้งตัวจะยังหนักอึ้ง แต่ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่รายล้อมอยู่รอบตัว ...ยกเว้นเพียงคำถามหนึ่ง ที่ยังค้างอยู่ในใจเขา ก่อนเอ่ยเรียกพี่สาวอีกครั้งหวังจะได้คำตอบที่ถามไปก่อนหน้า " พี่ฟ้า แล้ว... " " พ่อว่าพักให้หายก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันนะ " ชายสูงอายุที่สุดในห้องเอ่ยเสียงนุ่ม พลางวางมือลงบนขาของลูกชายเบา ๆ ก่อนหันไปบอกทุกคนในห้อง " ไหน ๆ ไต้ฝุ่นก็ฟื้นแล้ว ให้เขาได้พักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวมีอะไรพ่อจะให้ฟ้าใสอัปเดตให้อีกที " จอห์นกับพีชพยักหน้ารับเข้าใจ แล้วเดินเข้ามาขนาบข้างเตียง สีหน้าทั้งคู่ยังเต็มไปด้วยความเป็นห่วง " หายไว ๆ นะมึง มีอะไรโทรหาพวกกูได้ตลอดเลย " พีชพูดทิ้งท้าย ไต้ฝุ่นพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวลาคนอื่น ๆ ในห้องแล้วก้าวเท้าเดินออกไปพ
เวลาผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงเย็น ไต้ฝุ่นยังคงนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียง ขณะที่คนในห้องยังไม่มีใครยอมกลับไปไหน ต่างนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง จอห์นกับพีชนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ชิดผนังห้องข้างกันกับอลิซ ฟ้าใสคอยลุก ๆ นั่ง ๆ อย่างเป็นกังวล ส่วนพ่อกับแม่ของเขานั่งเงียบอยู่ที่โซฟาเป็นระยะ เอลินยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง มือวางอยู่ใกล้ ๆ แขนของไต้ฝุ่น เธอมองเขาแทบตลอดเวลาเหมือนกลัวว่าจะพลาดอะไรไป จนกระทั่ง... เปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ ขยับ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ไต้ฝุ่นเริ่มรู้สึกตัว " ฝุ่น? " เอลินเรียกเสียงแผ่ว ก่อนจะรีบลุกขึ้นโน้มตัวเข้าไปใกล้ " พี่ฟ้า! ฝุ่นลืมตาแล้วค่ะ! " ทุกคนในห้องหันมามองพร้อมกัน ก่อนจะรีบกรูเข้ามาล้อมเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจ " ฝุ่น ได้ยินพี่ไหม? " ฟ้าใสถาม น้ำเสียงทั้งลุ้นทั้งโล่งใจ " ลูก...เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? " แม่ของเขาเอ่ยตามมาติด ๆ ไต้ฝุ่นกะพริบตาช้า ๆ ภาพตรงหน้าพร่ามัว เขาพยายามปรับโฟกัส ไล่มองใบหน้าทีละคนอย่างมึนงง คนแรกที่เห็นชัดคือเอลิน ที่ยืนอยู่ข้างเตียงเขาไม่ห่าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง จากนั้นภาพของคนอื่น ๆ ก็เริ่มชัดขึ้น จอห์น พีช ฟ้
reviewsMore