Masuk&ldqu
“มาเถิด มาเป็นของข้าเถิดนะ”“ไม่... ไม่ได้นะเพคะ ไม่ได้”องค์ชายเฉินหยวนฟงจัดท่าทางให้เรียวขาขาวเนียนแยกออกกว้างขึ้น ก่อนจะขยับรกายเข้ามาชิดแนบ ขยับหัวบากบานจ่อจดตรงร่องเนื้อฉ่ำหวานที่ยังคงสั่นระริกมินตราที่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากห้ามปรามหรือตั้งตัว ก็ต้องตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อองค์ชายทรงสอดใส่เข้ามาเพียงแค่ส่วนหัวบากบานเท่านั้นสวบ..."อื้อออ...ส์! องค์ชาย...!"มินตราส่งเสียงครางพร่าหลุดออกมาทันที ความใหญ่โตแน่นกลมกลึงตรงปากทางสอดรับกับแรงบีบรัดแน่นหนา องค์ชายเฉินหยวนฟงเริ่มขยับสะโพกหมุนควงเบาๆ เป็นวงกลม นวดเน้นส่วนหัวบากบานกดเบียดไปกับผนังเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำอย่างละเมียดละไม“ซี้ดด... อา... โอวว...”รูรักตอดรัดส่วนหัวบากบานนั้นแน่นหนาและเป็นจังหวะ ราวกับจะดูดกลืนความอุ่นร้อนเข้าไป ส่งผลให้องค์ชายเฉินหยวนฟงถึงกับต้องสูดปากและส่งเสียงครางต่ำด้วยความเสียวซ่าน"อืมมม... โอวว... ห เจ้าตอดรัดแน่นเหลือเกิน... อ่าห์..."เสียงครางกระเส่าประสานกันดังแผ่วเบา สัมผัสควงเน้นแผ่วเบาต
องค์ชายเฉินหยวนฟงมองไล่ต่ำลงไปยังโหนกเนินสีหวานละมุนด้วยความอ่อนโยนและทะนุถนอม พระองค์โน้มกายลงประทับจุมพิตแผ่วเบาบนเนินเนื้ออวบอิ่มนั้นอย่างอ้อยอิ่ง ลิ้นอุ่นตวัดเลียละเมียดละไมตรงจุดไวสัมผัสเบาๆ ราวกับกำลังละเลียดชิมหยาดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ดอกงาม"อ๊ะ... อื้อส์! องค์ชาย..."มินตราสะท้านเฮือกไปทั้งสรรพางค์กาย ร่างน้อยเกร็งสะดุ้งเมื่อสัมผัสได้ถึงลิ้นอุ่นชื้นที่แตะแต้มลงบนจุดอ่อนไหว มือเล็กๆ สองข้างจิกเกร็งลงบนผืนผ้านุ่มข้างกาย ใบหน้าหวานแดงซ่านร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู เธอพยายามจะขยับตัวหนีด้วยความเขินอาย แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับเหือดหายไปจนหมดสิ้นจากรสจุมพิตและสัมผัสอันชำนาญขององค์ชาย"เงียบเสียคนดี... ให้เราได้ตอบแทนความกล้าหาญของเจ้าในวันนี้เถิด..."องค์ชายหยวนฟงตรัสกระซิบสุรเสียงทุ้มนุ่มพร่าชิดผิวเนื้อนุ่ม พระหัตถ์แกร่งประคองช้อนสะโพกผายขึ้นมาเล็กน้อยอย่างเบามือ ทรงใช้นิ้วหัวแม่มือแหวกกลีบเนื้อสีชมพูหวานที่ปิดสนิทออกช้าๆ เผยให้เห็นร่องเนื้อฉ่ำหวานชุ่มชื่นที่เริ่มมีหยาดน้ำหวานซึมซาบออกมาตามธรรมชาติ“อื้อส์...”แผล่บ... จุ๊บองค์ช
มือเล็กๆ ที่ยกขึ้นหมายจะดันแผงอกกว้างไว้ กลับทำได้เพียงแตะไว้หลวมๆ ร่างบางเกร็งตัวนิ่งด้วยความทำตัวไม่ถูก ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ยอมรับจุมพิตนั้นจ๊วบ... จุ๊บ...“อืม... อา...”องค์ชายเฉินหยวนฟงทรงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ประคองร่างอรชรเข้ามาชิดแนบพระวรกาย มอบความนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้ม‘ตายแน่ๆ... ทำไมองค์ชายถึงได้จูบเก่ง ลีลาแพรวพราวขนาดนี้เนี่ย!’มินตราร้องแย่แล้วอยู่ในใจ สัมผัสจากเรียวปากและลิ้นอุ่นๆ ขององค์ชายเฉินหยวนฟงนั้นนุ่มนวล แต่ละเมียดละไมละลายปราการในหัวใจได้อย่างร้ายกาจ พระองค์ทรงรู้วิธีดูดดึงและตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กๆ ของนางอย่างช่ำชอง จนเรียวลิ้นของมินตราถูกไล่ต้อนและดึงดูดให้ตอบรับอย่างงกๆ เงิ่นๆ ร่างอรชรระทวยไร้เรี่ยวแรง มือเล็กที่เคยพยายามต้านไว้หลวมๆ กลับสั่นสะท้านและเกาะเกี่ยวแผงอกกว้างไว้เพื่อยึดเหนี่ยวจุ๊บ... จ๊วบ...“อึ่กก... อา... อืมม...”องค์ชายเฉินหยวนฟงค่อยๆ ช้อนมือลงใต้ข้อพับขาและแผ่นหลังบาง อุ้มร่างเธอขึ้นมาจากพื้นอย่างง่ายดาย โดยที่เรียวปากยังคงประทับดูดดื่
บทที่ 58 องค์ชายเฉินหยวนฟง “หยวนฟง ...หยวนฟง ขวัญเอยขวัญมานะลูกแม่” พระนางเฉินและองค์ชายเฉินหยวนฟงเข้าสวมกอดและปลอบใจกันและกัน แล้วรับฟังเรื่องราวทุกอย่างจากองครักษ์ที่ถวายความช่วยเหลือพระองค์ในระหว่างที่มินตรากำลังลงทัณฑ์เจ้าคนสารเลวอยู่ ทั้งสองพระองค์มองเด็กสาวที่ก้าวเข้ามาถวายความเคารพด้วยความชื่นชมและขอบคุณเหลือล้นยิ่งแล้ว หากไม่ได้นางผู้นี้ อาณาจักรแคว้นเฉินก็คงถึงคราวพินาศย่อยยับเป็นแน่แท้ “ทรงปลอดภัยดีหรือไม่เพคะ? เอ่อ ต้องขออภัยที่หม่อมฉันมาล่าช้าไปจนทำให้ทั้งสองพระองค์ต้องตกใจ เอ่อ หม่อมฉัน...มินตรา เอ่อ... องค์หญิงแคว้นเซี่ยเพคะ หม่อมฉันได้รับแต่งตั้งจากเซี่ยอ๋อง และอิงฟ้า เอ้อ ชายาเหม่ยอิงมอบหมายให้มาช่วยเหลือคุ้มครองหลงเทียน เอ๊ย... เฉินอ๋อง พระนางเฉินและองค์ชายเฉินหยวนฟงเพคะ”มินตรานึกประหม่าจนหน้าแดง เหงื่อแตกพลั่ก แต่ทั้งสองมิได้ถือสากลับนึกเอ็นดูเสียมากกว่า“ขอบคุณองค์หญิง หากไม่ได้ท่านใน
ฉับพลันในชั่วขณะที่ทุกคนกำลังเผลอ ก็มีร่างหนึ่งพุ่งมาอย่างรวดเร็วจากทางเดินด้านหลัง เงามืดนั้นเตะรวบตัดขาเจ้าคนบังอาจจนล้มคว่ำก่อนที่มันจะฟาดฝ่ามือลงบนหน้าของพระนางได้สำเร็จมินตราตวัดสายตาคมกริบไปรอบ ๆ แล้วหยิบมีดพกเขวี้ยงใส่พวกลูกสมุนที่ยังตื่นตะลึงจนล้มเป็นใบไม้ร่วง บรรดาองครักษ์ของเธอก็รีบวิ่งกรูเข้ามาอารักขา ช่วยเหลือองค์ชายเฉินหยวนฟงและพระนางเฉินจนปลอดภัยเธอไม่ยอมละทิ้งโอกาส รีบจัดการรวบแขนของเกาซื่อที่พยายามยันตัวลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เธอบิดแขนใหญ่แล้วจับทุ่มข้ามไหล่จนมันลงไปนอนกินฝุ่นอีกรอบ พร้อมกับบิดข้อมือหนาไว้และขึ้นไปนั่งไขว่ห้างทับบนหลังเล่นอย่างสบายอารมณ์ เธอไม่สนใจเสียงโอดโอยของเจ้ายักษ์ปักหลั่นที่ร้องคร่ำครวญสลับคำรามขู่สักนิด‘ฮึฮึ ท่าล๊อกนี้ไม่มีทางดิ้นหลุดหรอก นอกจากจะหักแขนนะจ๊ะ’เกาซื่อพยายามดิ้นรนแต่ไม่สำเร็จ จึงร้องตวาดให้ลูกน้องเข้ามาช่วยฆ่าเธอโดยเร็ว แต่มันก็ต้องหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนถูกองค์ชายเฉินหยวนฟงและไล่เข่นฆ่าจนแทบไม่มีเหลือ บางส่วนก็ทิ้งศักดิ์ศรี หนีปะปนอลม่านไปกับคณะนางรำที่แตกกระเจิ
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม มินตราก็พร้อมเต็มที่ ร่างกายตื่นตัวทุกอณูพร้อมดำเนินการตามอุบายที่วางไว้ ร่างบางจะขยับตัวออกจากตรอกมืด ๆ ข้างกำแพงวัง สองมือจับเชือกที่เหวี่ยงขึ้นไปเกี่ยวกับกำแพงไว้เพื่อโหนตัวขึ้นไป แต่มือหนาก็ฉุดข้อมือเล็กไว้ก่อนแล้วรั้งตัวเธอมาจุมพิตอย่างดูดดื่ม บรรดาเหล่าลูกน้องหันหลังหลบกันแทบไม่ทัน“สัญญากับเราก่อนสิว่าเจ้าจะต้องปลอดภัยกลับมาหาเรา” รับสั่งถามอย่างเป็นกังวลหลังจาก ดวงเนตรเต็มไปด้วยความเป็นห่วงแทบคลุ้มคลั่ง มินตราก็เข้าใจพระองค์“เพคะ..มิ้นต์สัญญา”“ยอดรักของเราโปรดระวังตัวด้วย อย่าลืมว่าเจ้ามิใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว มีหัวใจของเราที่ฝากไว้อยู่ที่เจ้า มิ้นต์คือทั้งหมดของชีวิตเฉินหลงเทียน ...เรารักเจ้า” มือแกร่งดึงมือของเธอมาแนบไว้ที่อกข้างซ้ายเพื่อยืนยันรับสั่ง“บะ...บ้า มาบอกรักอะไรกันตรงนี้ คนอยู่เยอะแยะ ท่านก็เหมือนกันนะ ระวังตัวด้วย..มิ้นต์รักหลงเทียนนะ”พูดจบก็ยืดตัวเขย่งปลายเท้าขึ้นประทับจูบอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนตัวไปจับเชือกปีนไต่ขึ้นกำแพงอย่างทะมัดทแมงด้วยใบหน้าแดงก่ำ แล้วรีบทิ้งตัวลงไปท







