Partager

บทที่ 6

last update Date de publication: 2024-11-07 13:07:27

“หมอที่นี่ใจดีไหมครับ”

“ใจดีครับ ใจดีมากๆ ด้วย”

“ผมจะหายใช่ไหม”

“หายครับแต่กวินท์ก็ต้องสู้ไปพร้อมกับคุณหมอแล้วก็แม่ด้วยนะลูก” ขวัญชีวาส่งพลังบวกให้ลูกชาย นั่นเพราะการผ่าตัดคือสิ่งที่ทั้งคู่รอคอยมาตลอด 

“ครับ”

“อีดนิดก็จะหายดีแล้ว แม่รักลูกนะกวินท์”

“ลูกก็รักแม่เกี๊ยว” เด็กชายส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่ ในขณะที่ขวัญชีวาก็ส่งยิ้มอบอุ่นกลับมาให้พร้อมดึงลูกชายเข้ามากอด แม้ลึกๆ จะหวั่นใจกับการผ่าตัดที่กำลังจะเกิดขึ้นทว่าเธอก็เลือกที่เชื่อหมอและเชื่อในปาฏิหาริย์ว่ามันต้องเกิดขึ้น

หลังจากส่งลูกเข้านอนเสร็จขวัญชีวาก็กลับออกไป เธอมุ่งหน้าตรงไปที่บ้านด้วยความรู้สึกประหม่าเนื่องจากคืนนี้เธอมีนัดสำคัญกับ…รอยส์  

 

 

ขวัญชีวายืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก เวลานี้เธอแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วก่อนจะหยิบลิปสติกสีโปรดขึ้นมาทาริมฝีปากอิ่ม ใบหน้าของเธอเรียบเฉยไร้รอยยิ้มในหัวใจตอนนี้มีแต่ความหนักอึ้ง แม้นี่จะเป็นการตัดสินใจของเธอเองแต่ก็ยอมรับว่าทำใจได้ยากจนน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง

เพื่อไม่ให้น้ำตามันไหลอาบแก้มขวัญชีวาจึงเงยหน้าขึ้นสูงแล้วสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ พอน้ำตามันแห้งเสียงแตรรถก็ดังขึ้นจากหน้าบ้านเป็นสัญญาณบอกว่าเวลานี้คนของรอยส์มาถึงแล้ว ขวัญชีวาสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะคว้ากระเป๋ามาถือไว้ สูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แล้วเดินออกจากห้องนอนลงไปหาคนของรอยส์ 

เธอไม่มีญาติหรือพี่น้องให้พึ่งพาแถมตอนนี้ยังเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งในสายตาลูก ฉะนั้นเธอต้องก้าวผ่านเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญไปให้ได้แต่ก็ไม่วายประหม่าจนมือเย็นเฉียบ ขวัญชีวาพยายามตั้งสติพร้อมปลอบตัวเองว่าไม่มีอะไรน่ากลัวรู้ตัวอีกทีรถก็เลี้ยวเข้าโรงแรม

“เชิญครับ”

“ค่ะ” ขวัญชีวาเอ่ยรับเมื่อคนขับรถของรอยส์เปิดประตูให้พร้อมกับเชื้อเชิญ หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ อีกครั้งราวกับต้องการรวบรวมความกล้าก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไปยังลิฟต์วีไอพี ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลงมันก็ทะยานขึ้นไปยังชั้นที่อยู่บนสุด 

ใช้เวลาแค่ไม่กี่อึดใจประตูลิฟต์ที่ปิดสนิทก็ค่อยๆ เปิดออกและคนที่มารอรับขวัญชีวาก็คือรอยส์ ชายหนุ่มอยู่ในลุคสมาร์ทแคชชวลด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเล็กน้อยตัดกับกางเกงสีกรม ผมยังคงเซ็ตไว้เป็นอย่างดียิ่งส่งให้เขาน่ามองแต่ในสถานการณ์ของขวัญชีวาเวลานี้ต่อให้รอยส์จะหล่อมากกว่านี้เธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา

เหตุผลที่เธอมาที่นี่มีเพียงแค่ข้อเดียวคือเพื่อต่อลมหายใจของลูกชายเท่านั้น

“คุณอยากดื่มไวน์สักแก้วไหม” เมื่อแขกคนสำคัญนั่งเรียบร้อยเสียงทุ้มก็เอ่ยถามขึ้น 

“ค่ะ” ขวัญชีวาเอ่ยรับ การได้ดื่มแอลกอฮอล์สักแก้วอาจทำให้อะไรที่ยากๆ สำหรับเธอง่ายขึ้นก็เป็นได้ ในขณะที่รอยส์นั้นเมื่อได้ยินว่าขวัญชีวาอยากดื่มอะไรชายหนุ่มก็จัดแจงทำให้อย่างไม่อิดออด ไม่นานเขาก็ยื่นแก้วที่มีไวน์มาให้เธอโดยในมือเขาก็มีแก้วไวน์อีกใบเช่นกัน 

“นี่ครับ”

“ขอบคุณค่ะ” 

เสียงชนแก้วดังแกร๊งทำลายความเงียบลงได้เล็กน้อย ขวัญชีวาดื่มไวน์ในแก้วจนเกือบหมดในขณะที่รอยส์ค่อยๆ จิบพร้อมกับมองหญิงสาวตรงไปด้วย วันนี้เธอสวยเป็นพิเศษเพื่อเขาเลยหรือเปล่า โดยเฉพาะริมฝีปากนั่นทำไมถึงได้น่าจูบขนาดนี้ 

จังหวะที่ขวัญชีวาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเธอก็ถูกรอยส์จู่โจม เพราะตกใจเธอจึงปัดป้องแต่แรงปัดป้องก็แทบไม่เป็นผลเพราะสุดท้ายแล้วรอยส์ก็สามารถปล้นจูบไปจากเธอไปสำเร็จ ท่าทางเก้ๆ กังๆ รวมไปถึงการจูบโต้ตอบอย่างไม่ประสาของเธอทำให้อีกฝ่ายสงสัย

แต่ก็เลือกที่จะเก็บความสงสัยเหล่านั้นไว้แล้วเลือกจูบเธออย่างดูดดื่ม รสจูบของรอสย์กำลังทำให้คนอ่อนประสบการณ์อย่างขวัญชีวาเมาทั้งๆ ที่พึ่งจะดื่มไวน์ไปไม่ถึงครึ่งแก้วด้วยซ้ำ เธอเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ริมฝีปากของเขาร้ายกาจกว่าที่เธอคิดรวมไปถึงปลายลิ้นร้อนชื้นนั่นก็ด้วย

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 27- จบ

    “อ้อค่ะ” ขวัญชีวาเอ่ยรับ นั่งรถมาได้ครู่ใหญ่รอยส์ก็เลี้ยวรถไปยังคอมมูนิตี้มอล์แห่งหนึ่ง หลังจอดรถเสร็จเขาก็พาเธอเดินตรงไปยังร้านแห่งหนึ่งที่ด้านหน้ามีชุดเจ้าสาวตั้งโชว์อยู่ นั่นทำให้ขวัญชีวาหยุดกึกทันที“ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีชุดเจ้าสาวที่คุณชอบบ้างไหม”“อะไรนะคะ”“ผมเป็นคนพูดไม่เก่ง ไม่รู้เซอร์ไพรส์แบบไหนหรือจะใช้คำไหนบอกก็เลยพาเกี๊ยวมาที่นี่แทน” ความซื่อในเรื่องพวกนี้ของรอยส์ทำให้ขวัญชีวายิ้มเขินออกมา“พูดคำง่ายๆ ว่าเราแต่งงานกันไหม แค่นี้ก็ได้ค่ะ”“เราแต่งงานกันไหมครับ” รอยส์พูดตามที่ขวัญชีวาแนะนำทันที เขาคิดเรื่องแต่งงานกับเธอมานานแล้วจึงไม่แปลกหากอยากแต่งงานทันที “ผมรักคุณ”“เกี๊ยวก็รักคุณ”“เราแต่งงานกันนะ”“นี่คุณยังไม่ล้มเลิกเรื่องขอฉันแต่งงานอีกเหรอ”“ยังครับ ถ้าวันนี้คุณไม่ตอบวันต่อๆ ไปผมก็จะพูดแบ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 26

    เพราะคิดถึงและโหยหาส่งผลให้สัมผัสของรอยส์นั้นเต็มไปด้วยความร้อนแรง ชายหนุ่มอุ้มขวัญชีวาจนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นแล้วก้าวยาวๆ ไปยังห้องพักผ่อนที่อยู่ทางปีกซ้ายของตัวบ้าน ทันทีที่มาถึงเขาก็วางเธอลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่อยู่ริมหน้าต่างแล้วโน้มตัวลงไปเล้าโลมอย่างคิดถึงพร้อมกระซิบถาม“คิดถึงผมหรือเปล่า”“คิดถึงค่ะ คิดถึงมากจนฝันถึงทุกคืน” คำตอบจากขวัญชีวาทำให้ซีอีโอหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนจะมอบจูบให้เธอ นั่นทำให้คนในอ้อมกอดครางกระเส่าออกมาอย่างต่อเนื่อง ความเสียวซ่านวาบหวามที่แสนคิดถึงทำให้เธอร้อนรุ่มไปทั้งตัวเพราะคิดถึงจังหวะรักของทั้งคู่จึงร้อนแรงและโหยหา เวลานี้ต่างช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าให้หลุดพ้นไปจากร่างกายโดยเฉพาะส่วนสำคัญที่ต้องไร้การขวางกั้น การเล้าโลมเกิดขึ้นเพียงครู่เดียวทั้งสองก็อดใจไม่ไหวนั่นทำให้การสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในขณะที่สะโพกสอบของรอยส์กำลังเคลื่อนไหวในจังหวะเข้าและออกหนักๆ เม็ดยอดสีชมพูบนหน้าอกอวบที่เวลานี้เปลือยเปล่าของขวัญชีวาช่างท้าทายสายตาเขาเ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 25

    แม้จะมั่นใจว่ารอยส์นั้นรักขวัญชีวาถึงขั้นวางแผนจะแต่งงานใช้ชีวิตที่เหลือด้วยกัน แต่ภูริชก็ไม่วายบอกข่าวผิดๆ แก่รอยส์ นั่นทำเอาซีอีโอหนุ่มถึงกับหัวร้อนแล้วรีบบึ่งรถไปหาขวัญชีวาที่บ้านทันที“คุณจะทิ้งผมจริงๆ เหรอ”“ทิ้งคุณ!” สีหน้าและแววตาของขวัญชีวางุนงงอย่างเห็นได้ชัด นั่นเพราะเธอไม่เคยคิดจะทิ้งรอยส์เลยแม้แต่ครั้งเดียวแล้วเขาโวยวายเรื่องนั้นขึ้นมาทำไม“ใช่ คุณหนึ่งบอกว่าคุณจะไปอยู่ที่ฟินแลนด์ด้วย แล้วผมละครับ คุณจะเอาผมไปวางไว้ตรงไหน” นอกจากโวยวายแล้วรอยส์ยังร้อนใจจนเก็บอาการไม่อยู่“วางไว้ที่เดิมค่ะ”“คุณเกี๊ยว”“ดื่มน้ำดับอารมณ์ร้อนก่อนดีไหมคะ” ขวัญชีวายังคงแสดงท่าทางสบายๆ ไม่ได้ร้อนรนอะไร“ไม่ครับ” น้ำเสียงห้วนๆ ของรอยส์เอ่ยรับขึ้น“ถ้างั้นก็ตั้งใจฟังให้ดีๆ ฉันจะตามน้องกวินท์ไปที่ฟินแลนด์จริงๆ แต่แค่ไปส่งแล้วกลับค่ะไม่ได้ไปอยู่ถาวร”

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 24

    อาการป่วยของกวินท์ดีวันดีคืน หมอจึงอนุญาตให้เด็กชายกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้แต่ข่าวดีนี้ก็ถูกกลบด้วยบรรยากาศที่อึมครึมเมื่อพลอยใสเดินทางมาถึงเมืองไทยเพื่อคุยเรื่องหย่ากับภูริชเธอยังคงยืนกรานที่จะไม่หย่าในขณะที่ภูริชก็ยืนกรานที่จะหย่าเช่นกัน สุดท้ายภูริชก็ฟ้องหย่าและเพราะไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่โตจนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ทางครอบบครัวของพลอยใสจึงกดดันให้ลูกสาวคนโตยอมเซ็นใบหย่าเงียบๆต่อให้พลอยใสอยากเอาชนะภูริชมากขนาดไหนสุดท้ายก็ทนแรงกดดันจากคนในครอบครัวที่ไม่มีใครเข้าข้างเธอเลยสักคนไม่ได้ เมื่อหย่าเสร็จเธอก็บินกลับไปใช้ชีวิตที่บอสตันส่วนภูริชก็มีคำสั่งจากบริษัทให้ย้ายไปทำงานที่ฟินแลนด์เช่นกัน เพราะแบบนั้นเขาจึงอยากพากวินท์ไปด้วยทันทีที่ได้รู้ขวัญชีวาก็ถึงกับซึมนั่นเพราะไม่คิดว่าเธอจะต้องอยู่ห่างกับกวินท์ไกลถึงขนาดนั้น แต่ก็ยอมรับว่าที่นั่นดีต่อการดำเนินชีวิตของกวินท์ อีกอย่างเธอเป็นแค่ป้าคงไม่มีสิทธิ์เท่าพ่อแท้ๆ“ทำไมพี่หนึ่งใจร้ายกับแกแบบนั้น” ปิยะดาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจที่จู่ๆ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 23

    “ขอบคุณมากนะครับที่คอยช่วยเหลือลูกชายผมกับเกี๊ยว” เมื่อมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ภูริชก็เอ่ยกับรอยส์ขึ้น“ผมยินดีและเต็มใจที่ได้ช่วยครับ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร”“เกี๊ยวบอกว่าคุณเป็นเจ้านายเธอที่บริษัท”“ใช่ครับ เราทำงานด้วยกันมาหลายปีแล้ว แต่จู่ๆ คุณเกี๊ยวก็ขอลาออกผมเลยรู้ว่าเธอกำลังมีปัญหา” หากไม่มีใบลาออกใบนั้นรอยส์ก็คงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ขวัญชีวาบ้าง“ผมเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ” ยิ่งคิดภูริชก็ยิ่งรู้สึกผิด ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ถูกลูกชายเกลียดเอา“อย่าโทษตัวเองเลยครับเพราะอย่างน้อยตอนนี้คุณก็รู้ทุกอย่างแล้ว รู้ก่อนที่มันจะสายไป”“ผมเคยทำผิดแล้วครั้งหนึ่งที่เลิกรากับกุ้งโดยไม่รู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องมารู้อีกทีคือวันที่ผมบินกลับร่วมงานศพของเธอ แต่แล้วก็ยังปล่อยปะละเลยชีวิตของกวินท์กับเกี๊ยวจนทำให้ทั้งคู่ลำบาก” ยิ่งคิดภูริชก็ยิ่งรู้สึกผิดหลังจากนี้เ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 22

    “เรากลับมาคุยกันก่อนนะคะคุณหนึ่ง” แม้จะไม่พอใจที่สามีบินกลับเมืองไทยโดยไม่บอกเธอ แต่สถานการณ์ในตอนนี้พลอยใสก็ต้องหว่านล้อมสามีให้กลับมาหาเธอให้ได้เสียก่อน “ต่อจากนี้เราคงไม่ต้องคุยอะไรกันอีก”“ไม่นะคะไม่ ถ้าคุณไม่สะดวกบินมาฉันจะบินไปหาคุณเพื่ออธิบายทุกอย่างเอง นะคะ”“อย่าเสียเวลาเลย”“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงหรือคุณจะหย่ากับฉันอย่างนั้นเหรอ”“ใช่”“คุณหนึ่ง!”“ผมคงใช้ชีวิตกับคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เราหย่ากันน่าจะดีที่สุด” เรื่องหย่าอยู่ในหัวของภูริชมานานแล้ว น่าจะตั้งแต่แต่งงานกับพลอยใสด้วยซ้ำ เพียงแค่ที่ผ่านมาเขาพยายามไม่คิดถึงเรื่องหย่าและคิดว่าทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นเพราะหลังจากเลิกรากับปานชีวาน้องสาวของ ขวัญชีวาไม่นานเขาก็แต่งงานสายฟ้าแลบกับเธอ ที่ตัดสินใจแต่งงานทันทีเพราะผู้ใหญ่บีบบังคับบวกกับเขาต้องการใครสักคนเพื่อให้ลืมปานชีวา จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่บอสตันโดยเขาไปทำงานในขณะที่พลอยใสก็ตามไปดูแลแต่ไ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 21

    สำหรับขวัญชีวาแล้ว แม้ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างรอยส์และเธอจะซับซ้อนแต่ก็มั่นใจว่าจะจัดการทุกอย่างเพื่อไม่ให้กระทบกับงานได้ เธอจะอดทนจนกว่าเขาจะเซ็นใบลาออกให้แต่เมื่อไหร่เส้นความอดทนของเธอมันขาดก็อีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่อยู่ในหัวของขวัญชีวามีเรื่องลูกและเรื่องงานเป็นหลัก ส่วนเรื่องของรอยส์ก็มีบ้างที

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 20

    หลังการผ่าตัด อาการของกวินท์ก็หายวันหายคืนอาจเพราะใจสู้และได้กำลังใจดีจากแม่คนเก่งอย่างขวัญชีวารวมไปถึงลุงอย่างรอยส์ที่รายหลังนั้นหมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมเสมอๆ การปรากฎตัวที่โรงพยาบาลของรอยส์บ่อยๆ ทำให้พี่ชายอย่างเรย์สนใจ ชายหนุ่มคอยสังเกตุอยู่ห่างๆ กระทั่งรู้ว่าคนไข้ที่เวลานี้ยังพักฟื้นอยู่ในห้

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 19

    และก่อนที่ขวัญชีวาจะคิดไปไกลรอยส์ก็ทำให้เธอรุ่มร้อนอีกครั้ง นั่นเพราะตอนนี้เขาต้องไล่ตามเธอให้ทันก่อนจะถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความครึ่งๆ กลางๆ จึงกระแทกกระทั้นสะโพกเข้าหาอย่างถี่กระชั้นจนร่างกึ่งเปลือยของขวัญชีวาไหวโยกตามแรงส่ง หน้าอกคู่สวยกระเพื่อมขึ้นลงยั่วสายตาอีกฝ่าย รอยส์อดใจไม่ไหวจึงยกมือข้างหนึ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 18

    “น้องกวินท์อยู่คนเดียวได้ แต่ถ้าคุณกับผมยังปล่อยให้อารมณ์ค้างคาเราจะอยู่กันไม่ได้ที่รัก” เสียงทุ้มที่ยังคงแหบพร่ากระซิบบอกก่อนจะอ้าปากร้อนๆ งับติ่งหูของขวัญชีวาเบาๆ แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดหยอกเล้าสลับเลียไปมา นั่นทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัวเพราะต้องการเธอเหลือเกิน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status