LOGINแป๊ะ ๆ
เสียปรบมือปริศนาดังมาจากด้านหลังอวี้เซียง เสียงก้าวเท้าหนักแน่นของใคร
จวนขององค์รัชทายาทคึกคักเป็นพิเศษ งานพิธีสมรสของบ่าวสาวถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศที่คุ้นเคยทำให้หรงฟู่ฮ่านหวนนึกถึงวันแต่งงานของนางและสามี เดิมทีไม่คิดว่าจะทะลุมิติมาแล้วได้สามีด้วยวิธีนี้เลย บรรยากาศงานในวันนี้ก็เหมือนกับวันนั้นไม่ต่างกันเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงจวนขององค์รัชทายาท องค์ชายหยวนซีสวมชุดสีแดงสดประทับตรามังกร ท่าทางองอาจผิดกับครั้งล่าสุดที่เห็นในงานวันเกิดหรงฟู่ฮ่านสลับไปมองเซี่ยชิวที่แต่งกายด้วยชุดแต่งงานเจ้าสาวตามธรรมเนียม นางปกปิดใบหน้าตนเองด้วยพัด มีเสี้ยงหนึ่งที่หรงฟู่ฮ่านเห็นว่าอีกฝ่ายดูไม่มีความสุขเท่าไหร่นักในใจของนางก็ไม่มีความสุข ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมเนียมทั้งประเพณีกราบไหว้ของบ่าวสาว การดื่มชาของบ่าวสาว หรงฟู่ฮ่านรับรู้ได้ว่าเซี่ยชิวแค่ทำทุกอย่างให้มันจบ ๆ ไป อีกอย่างหนึ่งที่นางสังเกตได้ว่าองค์ชายแปดจวิ้นเหยาไม่ได้เข้าร่วมงานแต่งงานครั้งนี้แน่นอนล่ะ จะมีใครทนดูหญิงที่ตนเองรักแต่งงานกับชายอื่น“ท่านมองหาใครอยู่นั้นหรือ?” เสียงทุ้มของสตรีผู้หนึ่งเอ่ย
“เป็นไปได้อย่างไร?” หรงฟู่ฮ่านสบถออกมาพลางเอามือถู ๆ ที่กระดาษหวังจะเจอตัวอักษรสักตัวบ้างแต่ไม่เป็นผลนางทำเช่นนั้นซ้ำ ๆ จนเริ่มถอดใจกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนี้ทั้ง ๆ ที่ในกระดาษของเซี่ยชิวเกริ่นมาราวกับว่าข้างในเป็นสารลับดั่งในบทนิยาย แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของนางเป็นเพียงความว่างเปล่าหรงฟู่ฮ่านแทบจะล้มทั้งยืน นางพยายามทรงตัวตนเองให้มั่นแต่ไม่แคล่วต้องทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ไม้ตนเอง มองดูกระดาษในมือตนเองที่ตอนนี้เป็นเพียงกระดาษแผ่นบาง ๆ ที่ไร้ความหมาย นางเค้นเสียงหัวเราะออกตามไรฟัน หัวเราะอย่างจนปัญญา อยากจะเผากระดาษแผ่นนี้ให้จบ ๆ ไปเสียแต่ทันใดนั้นเองหรงฟู่ฮ่านนึกถึงครั้นที่พบหน้าจางซูเมิ่งได้ นึกฉงนใจว่าเพราะอะไรพระชายาแปดถึงได้รู้เนื้อหาในสารลับอันนี้ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เป็นเพียงกระดาษที่ว่างเปล่า หรงฟู่ฮ่านวางกระดาษอย่างเบา ๆ นึกคิดไปต่าง ๆ นานาแต่เพียงผู้เดียว“จางซูเมิ่งรู้เรื่องทุกอย่าง…เพราะอะไร?” หรงฟู่ฮ่านถามตัวเองแอ๊ด
ผ่านไปหนึ่งเดือน ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีอีกครา ผลัดใบจากสีเขียวชะอุ่มเป็นสีแดงและส้มร่วงหล่นตามท้องถนนและผืนหญ้า เงาสะท้อนจากทะเลสาบ ใบไม้สีส้มตัดกับท้งฟ้าสีคราม เป็นภาพที่ชวนมอง ลมหนาวมาเยือน ผู้คนเริ่มสวมเสื้อผ้าหนาเพื่อป้องกันอากาศหนาวเย็นขบวนเจ้าสาวเคลื่อนตัวออกจากจวนอ๋องสามไปยังจวนขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าเฉียง เสียงกลองและปี่บรรเลงต้อนรับความสิริมงคลในวันนี้ มีเพียงใบหน้าของเจ้าสาวที่ไร้ความยินดีมีแต่ความว่างเปล่า บัดนี้นางไม่ใช่บ่าวในจวนอ๋องสามแล้ว นางคือพระชายารองเซี่ยขององค์รัชทายาทแคว้นต้าเฉียงอาการป่วยร่อแร่ที่ดูจะไร้ทางรักษาขององค์รัชทยาทบัดนี้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ใบหน้าซูบผอมเพราะพิษร้ายของโรคจางหายเป็นเปล่งปลั่งอย่างน่าเหลือเชื่อ ยิ่งกว่านั้นกระแสการเมืองที่ดูไม่นิ่งเริ่มสงบลง ชนเผ่าซงเจียที่ไม่ต่างกับเบื่อไม่เมาของแคว้นต้าเฉียงเมื่อมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับต้าเฉียงโดยมีองค์หญิงหรูชิงเป็นเจ้าสาว สถานการณ์ชายแดนสงบนิ่ง ไร้การต่อสู้ ทั้งภายในและภายนอกของต้าเฉียงล้วนไร้ซึ่งพิษภัยทุกอย่างเป็นไปตามที่พระชา
“พระชายา เซี่ยชิวต้องการขอพบเจ้าค่ะ” จิงลั่วกล่าวผ่านไปสามวันหลังการเผชิญหน้ากับหยางหลิงหลัน หรงฟู่ฮ่านไม่กล้าสู้หน้าเซี่ยชิวจึงให้นางไปทำงานที่อื่นแทน ดูเหมือนว่าทางพระชายาองค์รัชทายาทจะทำตามสัญญา ได้ส่งคนมาสู่ขอเซี่ยชิวที่จวนท่านอ๋องแล้วหรงฟู่ฮ่านพ่นลมหายใจออกมาเสียงดัง รวบรวมสติก่อนจะเจอหน้ากับบ่าวรับใช้ตนเอง“ให้นางเข้ามา”ก่อนหน้านี้ไม่นานนักนางได้ให้จิงลั่วไปบอกกับเซี่ยชิวว่าพระชายาขององค์รัชทายาทถูกใจนางจึงมาสู่ขอนางไปเป็นพระชายารองร่างอรชรของเซี่ยชิวก้าวขาเข้ามาหมายจะพูดคุยกับนายตนเองให้รู้แล้วรู้รอด ดวงตาบวมแดงของนางดูแล้วเหมือนเพิ่งจะร้องให้มาไม่นาน สีหน้าของนางพยายามนิ่งสงบให้ได้มากที่สุดแต่สังเกตดูดี ๆ จะเห็นว่าร่างของนางสั่นเทาไม่น้อย“เซี่ยชิวคารวะพระชายาสาม” เซี่ยชิวคุกเข่าลงคำนับนายตนเอง นางเงยหน้าขึ้นมามองหรงฟู่ฮ่านช้า ๆ ดวงตาอ้อนวอนของเซี่ยชิวทำให้พระชายารู้สึกผิดมากกว่าเดิม“
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากจวนของใต้เท้าหรง จิงลั่วมองหน้าอมทุกข์ของนายหญิงตนเองขณะนั่งข้างในรถม้า เรื่องที่นายหญิงตนเองบอกกับใต้เท้าหรง นางล้วนได้ยินหมด“ที่พระชายาตั้งครรภ์เป็นเรื่องจริงหรือเจ้าคะ?” จิงลั่วถามหรงฟู่ฮ่านถอนใจออกมา “ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่บอกกับท่านพ่อไปเช่นนั้นก่อน”“ถ้าใต้เท้าหรงทราบว่าพระชายาไม่ตั้งครรภ์จะเป็นการทำร้ายจิตใจของนายท่านนะเจ้าคะ”“เรื่องนั้นข้ารู้ดี แต่หากข้าไม่ทำเช่นนี้ เกรงว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย”จิงลั่วนิ่งเงียบ ไม่กล้ากล่าวอะไรกับนายหญิงตนเอง หากฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องการตั้งครรภ์ของพระชายา ถ้านางไม่ได้ตั้งครรภ์จริงจะถือเป็นการหลอกลวงเบื้องสูง ชีวิตของหรงฟู่ฮ่านคงจบไม่สวยอย่างแน่นอนจนเมื่อรถม้ามาจอดเทียบหน้าจวนอ๋องอวี้เหิง หรงฟู่ฮ่านสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยราวกับกำลังทำใจเข้าถ้ำเสือ นางเดินลงจากรถม้าโดยมีจิงลั่วพยุงไม่ห่างสายตาเหลือบไปม
“ลูกทราบเจ้าค่ะ แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจิตใจของสามีของลูก ท่านพ่อจะไม่สนใจเลยหรือเจ้าคะ?”“ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินพระทัยของฮ่องเต้ ไม่ใช่การตัดสินใจของขุนนางแก่ ๆ เช่นข้า”“ท่านเป็นขุนนางที่ฮ่องเต้ไว้เนื้อเชื่อใจ หากท่านออกหน้าทูลกับฮ่องเต้เรื่องนี้จะถือว่าท่านพ่อช่วยเหลือลูกไว้”ใต้เท้าหรงนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรเมื่อหรงฟู่ฮ่านเห็นท่าทีไม่ยอมของใต้เท้าหรงซึ่งเป็นไปตามคาด เขาไม่ต้องการใช้อำนาจตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรอก หรงฟู่ฮ่านจึ่งเอ่ยเสริม “อีกทั้งยังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับองค์รัชทายาท”คำพูดนั้นทำให้ใต้เท้าหรงหันมามองบุตรีเชิงตำหนิ“เรื่องนี้ยิ่งพูดจาเหลวไหลไม่ได้”“ลูกไม่ได้พูดจาเหลวไหลแต่ขอให้ท่านพ่อคำนึงถึงผลประโยชน์บ้านเมือง ลูกได้สัญญากับคนผู้หนึ่งเอาไว้ว่าหากสามารถทำให้องค์หญิงอวี้เซียงไม่ต้องแต่งงานไปที่ต่างแดนย่อมเป็นผลดีของอาการป่วยขององค์รัชทายาทเจ้า