LOGINนอกจากผีที่ทำให้ใจสั่นก็พี่เจ้าของโฮมสเตย์นี้ละ >.< กวนประสาทเป็นที่ 1 ถ้าไม่ติดว่าหล่อ นี้เจ้าขาไม่ให้อภัยหรอกนะคะ
View More“สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เจ้าขาไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ นะคะ”
หญิงสาวตัวเล็กยกกล้องขึ้นถ่ายตัวเอง รอยยิ้มสดใสทำให้ลักยิ้มสองข้างบุ๋มลงไปอย่างเห็นได้ชัด ด้านหลังเป็นถนนเส้นเล็กที่ทอดผ่านแนวต้นไม้และภูเขาสูงซ้อนกันไกลสุดสายตา
“ตอนนี้เจ้าขาอยู่ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ แล้วทริปนี้พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะเจ้าขาจะอยู่ที่นี่…”
เธอยกนิ้วขึ้นมานับ ก่อนชูเต็มสองมือแบบเกินความจำเป็น
“หนึ่งเดือนเต็ม ๆ!”
เจ้าขาหมุนกล้องไปรอบตัวอย่างอารมณ์ดี หลังทำช่องท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปีสาม จากคลิปที่มีคนดูไม่ถึงร้อยคนจนตอนนี้มีผู้ติดตามมากกว่าห้าแสน การเดินทางคนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป แทนที่จะรีวิวโรงแรมสวย ๆ หรือเที่ยวสถานที่ยอดนิยมแล้วกลับภายในสามสี่วัน เจ้าขาตั้งใจใช้เวลาหนึ่งเดือนอยู่กับชาวบ้าน กินอาหารท้องถิ่น เข้าสวน เดินป่า และหาสถานที่เล็ก ๆ ที่คนไม่ค่อยรู้จักมาทำคอนเทนต์ ส่วนที่พัก… เธอเลือกโฮมสเตย์เล็ก ๆ ที่เห็นรูปเพียงไม่กี่รูปจากเพจท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง เจ้าของตอบข้อความสั้นมากถามอะไร ตอบแค่นั้น บางคำถามตอบเพียงคำว่า “ครับ” จนเจ้าขาเคยคิดว่าอีกฝ่ายไม่อยากได้ลูกค้าหรือเปล่า
“เดี๋ยววันนี้เราจะไปดูที่พักกันนะคะ เจ้าของบอกว่าจากจุดที่รถมาส่งเดินเข้าไปไม่ไกลค่ะ”
เจ้าขาพูดพร้อมลากกระเป๋าใบใหญ่ไปตามถนนสิบนาทีผ่านไป รอยยิ้มยังอยู่ ยี่สิบนาทีผ่านไป หน้าม้าเริ่มติดเหงื่อ สามสิบนาทีผ่านไป กล้องถูกยกขึ้นอีกครั้ง
“ทุกคนคะ…”
เจ้าขายิ้มแห้ง
“เจ้าขาคิดว่าเจ้าขาหลงค่ะ”
เธอหมุนกล้องให้เห็นทางแยกสองทางตรงหน้าปัญหาคือแผนที่ในโทรศัพท์ไม่โหลด เจ้าขายกโทรศัพท์ขึ้นเหนือหัว เดินซ้ายสองก้าว ขวาสองก้าว ก่อนยืดแขนจนสุด ไม่มีสัญญาณ
“หนึ่งขีดก็ยังดีนะคะ”
ไม่มี
“ครึ่งขีดก็ได้ค่ะ”
ยังไม่มี เธอถอนหายใจก่อนหันไปพูดกับกล้อง
“ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่าเริ่มคอนเทนต์ตั้งแต่วันแรกเลย คลิปนี้อาจชื่อว่า ‘หลงป่าเชียงดาวและไม่มีใครหาเจอ’”
บรื้น… เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าขาหันขวับ รถกระบะสีเข้มคันหนึ่งแล่นมาตามถนนดินก่อนชะลอแล้วจอดข้างเธอ กระจกฝั่งคนขับลดลง ชายหนุ่มคนหนึ่งมองออกมา สิ่งแรกที่เจ้าขาสังเกตคือเขาผมยาว ผมสีดำถูกรวบต่ำอย่างลวก ๆ ปอยผมบางส่วนตกลงข้างใบหน้า ผิวออกแทนเหมือนคนทำงานกลางแจ้งบ่อย ๆ เสื้อยืดสีดำด้านในทับด้วยเชิ้ตลายสก็อตเก่า ๆ หน้าตาดี… แต่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไร
“จะไปไหน”
น้ำเสียงทุ้มถามสั้น ๆ เจ้าขาลดกล้องลง
“เชียงดาวโฮมสเตย์ค่ะ พี่พอรู้จักไหมคะ”
เขามองทางที่เธอกำลังจะเดินต่อ ก่อนตอบ
“รู้”
“ไปทางนี้ใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่”
เจ้าขาชะงัก
“อ้าว…”
ชายหนุ่มพยักหน้าไปทางด้านหลัง “เลยทางเข้ามาแล้ว”
เจ้าขาหันกลับไปมองถนนที่ตัวเองเพิ่งลากกระเป๋าฝ่าฝุ่นมาเกือบครึ่งชั่วโมง
“แล้วถ้าเจ้าขาเดินทางนี้ต่อ จะไปถึงไหนคะ”
เขานิ่งคิดนิดหนึ่ง
“ลำห้วย”
“แล้วโฮมสเตย์ล่ะคะ”
“คนละทาง”
“…”
“ถ้าเดินต่อก็ไม่มีวันถึง”
เจ้าขาเม้มปาก เขากำลังกวนเธอใช่ไหม?
“ขึ้นรถ”
“คะ?”
“จะไปโฮมสเตย์ไม่ใช่เหรอ”
เจ้าขามองรถ มองชายแปลกหน้า แล้วกอดกล้องแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มเห็นท่าทางนั้นก็เลิกคิ้ว
“หรือจะเดินไปลำห้วยก่อนก็ได้”
“ไม่ไปค่ะ!”
เจ้าขารีบตอบ ก่อนถามอย่างระวัง
“แล้วพี่ไปทางนั้นพอดีเหรอคะ”
“อือ”
สุดท้ายเธอจึงยอมขึ้นรถ แต่ก่อนขึ้นก็แอบหันกล้องเข้าหาตัวเองแล้วกระซิบเบา ๆ
“ทุกคนเห็นหน้าพี่เขาแล้วนะคะ ถ้าเจ้าขาหายตัวไป…”
“ได้ยิน”
เสียงจากในรถดังสวนออกมา เจ้าขาหยุดพูดทันที
ชายหนุ่มมองผ่านกระจกมา “จะขึ้นไหม”
“ขึ้นค่ะ”
เธอพยายามยกกระเป๋าขึ้นท้ายรถ แต่ยกเท่าไรก็ไม่พ้นพื้น
“เดี๋ยวพี่ช่วย”
เขาเดินลงมา ก่อนคว้าหูกระเป๋าแล้วยกขึ้นท้ายรถอย่างง่ายดาย เจ้าขามองตาปริบ ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“เอาอะไรมาเยอะแยะ”
“เสื้อผ้าค่ะ”
“ทั้งบ้าน?”
เจ้าขาหันขวับ “ของจำเป็นทั้งนั้นนะคะ”
เขาพยักหน้าเหมือนเข้าใจ
“อือ ทั้งบ้าน”
“…”
เธอขึ้นรถแล้วคาดเข็มขัดเงียบ ๆ ไม่คุยด้วยแล้วรถแล่นมาไม่ถึงสิบนาทีก็เลี้ยวเข้าถนนเล็ก ๆ ก่อนบ้านไม้หลังหนึ่งจะปรากฏอยู่ท่ามกลางต้นไม้ เจ้าขาหันไปมองคนขับ
“ถึงแล้วเหรอคะ”
“อือ”
“พี่มาทำอะไรที่นี่คะ”
เขาดับเครื่องยนต์
“อยู่ที่นี้”
เจ้าขายังไม่เข้าใจ จนกระทั่งเขาลงไปยกกระเป๋าของเธอแล้วเดินตรงเข้าบ้านอย่างคุ้นเคย
“เดี๋ยวนะคะ”
เจ้าขารีบวิ่งตาม
“พี่ชื่ออะไรคะ”
“เหนือ”
สองเท้าของเธอหยุดกึก
“พี่เหนือ?”
“อือ”
“เจ้าของโฮมสเตย์?”
“อือ”
เจ้าขาอ้าปากค้าง “แล้วทำไมพี่ไม่บอกเจ้าขาตั้งแต่แรกคะ!”
เหนือหันมามอง
“ถามหรือยัง”
“…”
เถียงไม่ออกอีกแล้ว เหนือเดินต่อพร้อมกระเป๋าเธอ ทิ้งให้หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังด้วยสีหน้าหมั่นไส้ นี่เธอจองที่พักหนึ่งเดือนกับคนแบบนี้จริง ๆ เหรอ แต่พอเดินพ้นตัวบ้านออกไปยังระเบียงด้านหลังความหงุดหงิดทั้งหมดก็หายไปทันที ภูเขาสูงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หมอกสีขาวลอยแทรกระหว่างยอดเขา รอบบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ มีแปลงผักเล็ก ๆ โต๊ะไม้เก่าและเปลผูกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“สวยจัง…”
เจ้าขาพึมพำ ก่อนรีบเปิดกล้อง
“ทุกคนดูวิวค่ะ!”
เธอหมุนตัวถ่ายบรรยากาศ ก่อนเหนือจะเดินผ่านหลังกล้องพอดี
“พี่เหนือ ติดกล้องค่ะ”
“ลบด้วย”
“ทำไมคะ”
“ไม่ได้แต่งหน้า”
เจ้าขาลดกล้องทันที เธอมองใบหน้าคมที่มีหนวดบาง ๆ แล้วหลุดหัวเราะ
“พี่เหนือแต่งหน้าด้วยเหรอคะ”
“ไม่”
“แล้วจะให้ลบทำไมคะ”
เหนือมองเธอหน้านิ่ง
“PDPA”
เจ้าขาหุบยิ้มทันที
“พี่เหนือเป็นแบบนี้กับแขกทุกคนไหมคะ”
“ไม่”
“ดีจังค่ะ”
“บางคนพี่ไม่คุยด้วยเลย”
“…”
ก่อนเจ้าขาจะได้เถียง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังมาจากใต้ถุน
ตึก ตึก ตึก!
“โฮ่ง!”
“ว้าย!”
หมาโกลเด้นตัวใหญ่พุ่งออกมาหาเธอ เจ้าขาสะดุ้งจนเกือบทำกล้องหลุดมือ แต่พอเห็นหางฟู ๆ ที่สะบัดจนก้นโยกตามเธอก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
“โอ๊ย!”
หญิงสาวย่อตัวลง
“น่ารักจังเลย!”
เจ้าโกลเด้นเอาหัวมุดแขนทันที ลิ้นใหญ่เลียแก้มเธอจนเจ้าขาหัวเราะเสียงดัง
“พอแล้วค่ะ ๆ หน้าเจ้าขาเปียกหมดแล้ว”
“ไข่ตุ๋น”
เหนือเรียก เจ้าหมาหันไปมองแวบหนึ่งก่อนหันกลับมากอดแข้งเจ้าขาต่อ
“ชื่อไข่ตุ๋นเหรอคะ”
“อือ”
“ใครตั้งคะ”
“พี่”
เจ้าขาเงยหน้ามองเหนือ “ชื่อดูน่ารักกว่าคนตั้งเยอะเลยค่ะ”
เหนือเลิกคิ้ว
“เมื่อกี้ว่าอะไร”
“เจ้าขาบอกว่าไข่ตุ๋นน่ารักค่ะ”
“เหรอ”
“ค่ะ”
เจ้าขายิ้มหวานจนลักยิ้มบุ๋ม ก่อนหันหนีทันทีเหนือมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า หลังจากเก็บสัมภาระเข้าห้อง เจ้าขาก็เริ่มสำรวจสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตยูทูบเบอร์ อินเทอร์เน็ต ห้านาทีต่อมา…
“พี่เหนือคะ!”
เสียงเรียกดังจากในบ้าน
เหนือโผล่หน้าออกมาจากห้องครัว “อะไร”
“รหัสไวไฟอะไรคะ”
“ไม่มี”
เจ้าขานิ่ง
“ไม่มีรหัส?”
“ไม่มีไวไฟ”
“…”
หญิงสาวค่อย ๆ ยกโทรศัพท์ขึ้น “แล้วสัญญาณโทรศัพท์ล่ะคะ”
“หน้าบ้านบางทีก็มี”
เธอเดินออกไป ไม่มี
“พี่เหนือคะ”
“หืม”
“ไม่มีค่ะ”
“งั้นลองหลังบ้าน”
เจ้าขาเดินไปหลังบ้าน ไม่มีเหมือนเดิม
“พี่เหนือ!”
เหนือถอนหายใจแล้วเดินออกมา เขาชี้ไปยังเนินเล็ก ๆ ด้านหลัง
“ขึ้นไปบนนั้น”
“แล้วมีสัญญาณเหรอคะ”
“น่าจะมี”
“กี่ขีดคะ”
“สอง”
ดวงตาเจ้าขาเป็นประกาย
“จริงเหรอคะ!”
“วันไหนโชคดีก็ขึ้นสองขีด”
“…”
เหนือหันกลับเข้าบ้าน
เจ้าขารีบถาม “มีตรงไหนที่ดีกว่านั้นอีกไหมคะ”
เขาหยุดคิด
“มี”
“ตรงไหนคะ”
“หลังคา”
“พี่เหนือ!”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะเดินหนีไป เจ้าขายืนเท้าเอวมองตาม หนึ่งเดือน… ยังไม่ถึงหนึ่งวันเธอก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะทนเจ้าของที่พักคนนี้ครบหนึ่งเดือนได้หรือเปล่า ช่วงเย็นอากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว เจ้าขาถือกล้องเดินเก็บภาพรอบโฮมสเตย์ โดยมีไข่ตุ๋นเดินตามติดเหมือนบอดี้การ์ดส่วนตัว
“ตรงนี้คือบริเวณหลังที่พักนะคะ พรุ่งนี้เจ้าขาจะลองไปเดินในหมู่บ้าน แล้วก็ถามพี่เหนือไว้แล้วว่ามีที่ไหนที่คนไม่ค่อยรู้จักบ้าง…”
เธอหมุนกล้อง แล้วชะงัก ใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตรมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ เจ้าขานิ่งรอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดสีซีด ผมยาวสีดำตกลงมาปิดใบหน้า ร่างกายเปียกชื้นทั้งที่ฝนไม่ได้ตก และที่สำคัญ… เท้าของเธอไม่แตะพื้น เจ้าขารีบหันกล้องกลับมาหาตัวเอง
“เอ่อ…เดี๋ยวเราไปดูอีกฝั่งกันดีกว่าค่ะ”
น้ำเสียงยังสดใสเธอยิ้มให้กล้องเพื่อกลบความกลัวที่สุ่มขึ้นในใจ คืนแรกก็เอาเลยไหมละเจ้าขา จะอยู่ได้ถึงเดือนตามที่ตั้งใจไว้ไหมเนีี้ย ไหนจะคน ไหนจะผี
เสียงจากคลิปหยุดไปแล้ว แต่เจ้าขากับเหนือยังไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนดังอยู่รอบบ้านกับเสียงไข่ตุ๋นเคี้ยวขนมกรุบ ๆ อยู่ใต้โต๊ะราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมันเจ้าขากดเล่นอีกครั้ง“ฉัน…ไม่ได้ขับรถ…”เสียงแหบเบาดังลอดออกมาจากลำโพงโน้ตบุ๊กเหนือยืนกอดอกอยู่ด้านหลังเธอ สีหน้าไม่เหลือความกวนเหมือนปกติ ดวงตาจับอยู่บนหน้าจอนิ่ง ๆ“ได้ยินเหมือนกันใช่ไหมคะ”“อือ”“เจ้าขาไม่ได้หูฝาดนะคะ”“ถ้าฝาดก็ฝาดสองคน”“แล้วพี่คิดว่าเป็นเสียงใครคะ”เหนือไม่ได้ตอบทันที เขาเอื้อมมือมากดเล่นคลิปใหม่ ฟังซ้ำอีกครั้ง แล้วเลื่อนย้อนกลับไปก่อนหน้าเกือบนาที มีเพียงเสียงลม ไม่มีใครพูดอยู่ใกล้กล้อง“ตอนนั้นเราอยู่ตรงไหน”“ตามไข่ตุ๋นเข้าไปแล้วค่ะ”“ป้าคำ?”“อยู่ในบ้านค่ะ”เหนือกดหยุดคลิป “อาจเป็นเสียงอื่น”เจ้าขาหันขวับ “เสียงอื่นที่พูดว่าไม่ได้ขับรถเนี่ยนะคะ”“พี่บอกว่าอาจ”“พี่นี่ดื้อจริง ๆ เลยค่ะ”เหนือเหลือบมอง “ว่าใคร”“พี่ค่ะ”“กล้าขึ้นนะ”“ก็พี่ไม่ยอมเชื่อสักทีนี่คะ ทั้งเห็นเงาในกระจก ทั้งได้ยินเสียงแล้ว”“เห็นกับได้ยิน แต่ยังไม่ได้แปลว่าทุกอย่างที่เธอคิดถูก”เจ้าขาชะงักไปเล็
เช้าวันต่อมา เจ้าขาตื่นตั้งแต่หกโมงทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เกือบตีหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเปลี่ยนที่นอน แต่เพราะประโยคเดียววนอยู่ในหัวตลอดทั้งคืน ในรถไม่ได้มีพิมอยู่คนเดียว อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่เธอเข้าใจจากการส่ายหน้าของพิม แต่จะให้เชื่อคนตายทั้งหมดก็คงไม่ได้ ต่อให้เจ้าขามองเห็นวิญญาณมาตั้งแต่เด็ก เธอก็รู้ดีว่าบางตนจำเรื่องก่อนตายไม่ได้ บางตนพูดไม่ได้ บางตนสับสนจนแยกอดีตกับปัจจุบันไม่ออก สิ่งที่พิมกำลังพยายามบอกจึงยังเป็นเพียงเบาะแส ไม่ใช่ความจริง เจ้าขานอนมองเพดานอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกถึงน้ำหนักบางอย่างทับขา เมื่อเปิดผ้าห่มออกก็พบไข่ตุ๋นนอนขวางปลายเตียงอย่างสบายใจ“ไข่ตุ๋นคะ”หางสีทองกระดิกสองทีทั้งที่ยังหลับตา“นี่ห้องเจ้าขาหรือห้องไข่ตุ๋นกันแน่คะ”มันพลิกตัวหงายพุงเจ้าขาหลุดหัวเราะ “ไม่ต้องมาอ้อนเลยค่ะ เมื่อวานพอเห็นพิมก็ทิ้งเจ้าขาก่อนทุกที”ไข่ตุ๋นลืมตาขึ้น ก่อนเอาเท้าหน้ามาวางบนขาเธอ“วันนี้ต้องอยู่ข้างเจ้าขานะคะ เข้าใจไหม”“มันไม่เข้าใจหรอก”เสียงทุ้มดังมาจากหน้าประตูที่เปิดค้างไว้เจ้าขาสะดุ้ง รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงอก “พี่เหนือ!”ชายหนุ่มยืนพิงกรอบประตู ในมือมีแก้วกาแฟ สีหน้าย
“ช่วยฉันด้วย”แม้จะไม่มีเสียง แต่เจ้าขามั่นใจว่าตัวเองอ่านริมฝีปากของพิมไม่ผิด หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ข้างกรอบรูป ดวงตาที่เคยน่ากลัวกลับดูเศร้าลงอย่างประหลาด มือซีดขาวยังชี้ออกไปทางภูเขาไกล ๆ ราวกับต้องการบอกอะไรบางอย่าง“เจ้าขา”เสียงของเหนือทำให้เธอสะดุ้ง“คะ?”“ถามแล้วก็เงียบ”“พี่เหนือถามอะไรนะคะ”“ถามว่าทำไมถึงสนใจพิม”เจ้าขาเหลือบมองวิญญาณสาวอีกครั้งแต่พิมยังจ้องเธอไม่วางตา ถ้าพูดความจริงออกไปตอนนี้ คนที่ประกาศชัดว่าไม่เชื่อเรื่องผีคงคิดว่าเธอเพี้ยนแน่ ๆ“ก็…เจ้าขาเห็นรูปแล้วรู้สึกคุ้น ๆ ค่ะ”“คุ้น?”“หน้าคล้ายคนที่เจ้าขาเคยเห็น”เหนือเลิกคิ้ว “ที่ไหน”เจ้าขาเม้มปาก เธอจะตอบว่าเมื่อคืนมานั่งปลายเตียงเช้านี้ก็มานั่งคอพี่อยู่คงไม่ได้“จำไม่ได้แล้วค่ะ”“ความจำสั้น?”“เจ้าขาอายุ 21 เองนะคะ”“ไม่ได้ถามอายุ”“พี่เหนือชอบกวนเจ้าขาจังเลยค่ะ”“เพิ่งรู้?”เหนือหยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่มต่อเหมือนเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว ส่วนเจ้าขากลับยังคาใจ เธอมองรูปของพิมอีกครั้ง ในภาพนั้นพิมดูมีความสุขมาก เธอยืนข้างเหนือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มมือหนึ่งเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนม ต่างจากวิญญาณที่ยืนอยู่ตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
เจ้าขาเดินกลับเข้าบ้านโดยไม่หันไปมองใต้ต้นไม้อีก แม้ในใจจะอยากรู้แทบตายว่าผู้หญิงคนนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมหรือเปล่า ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา เธอเรียนรู้มาแล้วว่าความอยากรู้อยากเห็นกับเรื่องแบบนี้ไม่เคยให้ผลดี ยิ่งมองยิ่งเห็น ยิ่งสนใจยิ่งตาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ไข่ตุ๋น กลับบ้านกันค่ะ”เงียบ เจ้าขาหยุดเดินก่อนหันกลับไปมองเจ้าหมาตัวโตที่เมื่อครู่ยังเดินตามเธอต้อย ๆ ไข่ตุ๋นยืนนิ่งอยู่กลางลาน หางฟูที่เคยแกว่งตลอดเวลาตกลงต่ำ ใบหูทั้งสองข้างลู่ไปด้านหลัง ดวงตาจ้องเขม็งไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ จุดเดียวกับที่ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่เจ้าขาใจหายวาบ“ไข่ตุ๋น…”มันส่งเสียงครางต่ำในลำคอ หญิงสาวเหลือบมองตามสายตาของมันอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ยังอยู่แต่คราวนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิม เธอขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมเกือบครึ่งทาง เจ้าขารีบหันกลับทันที“โอเคค่ะ ไม่ต้องดูแล้ว มาเร็ว”ไข่ตุ๋นยังไม่ขยับ“ไข่ตุ๋นคะ”โฮ่ง!มันเห่าใส่ความว่างเปล่าหนึ่งครั้ง ก่อนหมุนตัววิ่งพรวดมาหาเจ้าขาแล้วเอาตัวใหญ่ ๆ เบียดขาเธอจนเกือบเสียหลัก“โอ๊ย ๆ เจ้าขาจะล้มค่ะ”เธอย่อตัวลงลูบหัวมัน ก่อนกระซิบเบา ๆ“เ