Beranda / โรแมนติก / พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก / บทที่ 13 สายตาไร้อารมณ์ของฌอง

Share

บทที่ 13 สายตาไร้อารมณ์ของฌอง

Penulis: พะเนินเทินทึก
พวกเขาเดินทางกลับมาถึงเมืองเอในตอนเช้า

ทอมขับรถเบนลี่ย์ของบริษัทมาจอดอย่างเคย

ซูก้าวลงจากรถ

ในอีกด้าน ฌองยกสัมภาระของเบียงก้าลงจากกระโปรงหลังของรถพร้อมพูดกับเธอ “เดี๋ยวพี่จะส่งเธอกลับบ้านก่อน เธอจะได้พักบ้าง หลับให้สบายนะแล้วเดี๋ยวคืนนี้พี่จะไปหา”

เบียงก้าพยักหน้ารับ

พวกเขาเข็นสัมภาระจากไปขณะบอกลาซูและทอม พวกเขาเดินไปตามทางก่อนจะเรียกแท๊กซี่

ฌองคิดว่าพรุ่งนี้เขาจะต้องซื้อรถสักคัน

การไม่มีรถส่วนตัวใช้มันลำบากเกินไป

เบียงก้าทั้งเหนื่อยและง่วงงุน เมื่อคืนเธอได้นอนในรถไปแค่สองชั่วโมงเท่านั้นเอง แต่ถึงจะได้หลับบ้างแต่ก็ไม่ได้นอนอย่างสบายนัก

ก่อนที่พวกเขาจะได้แท๊กซี่ โทรศัพท์ของฌองก็ดังขึ้น

“พี่ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” ฌองมองไปที่โทรศัพท์แล้วส่งสัญญาณให้เบียงก้าก่อนจะกดรับสาย

เบียงก้ามองไปที่ฌองแล้วเห็นว่าหน้าเขาค่อย ๆ นิ่วลง “ได้ครับ” ฌองตอบกลับสายในโทรศัพท์ “ผมจะไปเดี๋ยวนี้” เขาเสริม

“มีอะไรรึเปล่าคะ?” เบียงก้าถามหลังจากที่เขาวางสายไป

“อืม หัวหน้าทีมบอกให้พี่ไปประชุมก่อนเที่ยงวันน่ะสิ เขาบอกว่าตอนนี้น้ำขึ้นมันต้องรีบตัก แล้วจะได้รีบหารือเรื่องขั้นตอนต่อ ๆไปด้วย” ฌองพูดอย่างหัวเสีย ตอนนั้นเองที่แท๊กซี่วิ่งมาถึงหัวมุม

เบียงก้าเหลือบไปเห็นแท๊กซี่จึงคว้าเอาสัมภาระของตัวเองมาจากเขา “พี่ไปเถอะค่ะ ฉันกลับเองได้”

ฌองรู้สึกผิดอยู่ในใจ ในฐานะคนรัก เขาน่าจะได้พาเธอกลับบ้านหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไปทำงาน แต่เห็นทีคงต้องเลื่อนเป็นคราวหน้าแทน

เบียงก้าขึ้นไปบนรถแท๊กซี่

รถเคลื่อนตัวออกไปจากช้า ๆ

เบียงก้าจิตใจล่องลอย ก่อนจะผล็อยหลับไป

ผ่านไปครู่หนึ่ง แท๊กซี่จอดนิ่งสนิท คนขับรถหันมาบอกกับเบียงก้า “ถึงแล้วครับ”

เบียงก้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอเห็นว่าตัวเองมาถึงระแวกที่พักแล้ว

เธอตั้งสติแล้วลงจากรถ

ความหนาวเย็นที่พัดเข้ามาทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

เป็นเวลากว่าห้าปีแล้วที่เธอไปจากเมืองเอ เธอได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็คุ้นชินกับการใช้ชีวิตเพียงลำพังไปเสียแล้ว ความหนาวเหน็บและการเจ็บป่วยไม่ได้มีผลอะไรกับเธออีกต่อไป

แต่ไม่ว่าเธอจะเข้มแข็งเพียงใด เธอก็ยังคงเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นเอง

เธอยังต้องการความความใจใส่และการทะนุถนอม

แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่าฌองจะดูไม่ออกเลยสักนิดว่าเธอไม่ค่อยสบาย และนั่นทำให้เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ราวกับเธอเพิ่งจากบ้านหลังนี้ไปเพียงไม่มีวันเท่านั้น และวันนี้เธอกกลับมาแล้ว กลับมาอย่างเหนื่อยเหลือทน

ศีรษะของเธอหนักอึ้ง เธอจึงนอนพักนิดหน่อย แต่เมื่อเธอตื่นขึ้น ลมหายใจของเธอก็ร้อนราวกับไฟ

เธอพาร่างของตนเองลุกขึ้น แล้วเดินไปหายาแก้ไข้ด้วยตัวเอง

เธอดื่มน้ำในมือไปได้ครึ่งแก้ว เสียงกริ่งที่หน้าประตูก็ดังขึ้น

เบียงก้าเดินไปกดที่อินเตอร์คอม จากนั้นเอ่ยถามผู้มาเยือน “ใครคะ?”

เรื่องที่เธอเช่าห้องนี้อยู่ นอกจากฌองกับนีน่า ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีกแล้ว

“สวัสดีค่ะ คุณเรย์น ฉันมาจากโรงพยาบาลระแวกนี้ค่ะ มีคนโทรมาจองบริการดูแลถึงบ้านกับทางเราน่ะค่ะ คุณจะรับยาสักหน่อยไหมคะ?” ผู้มาเยือนเป็นหญิงสาวในชุดกาวน์สีขาว ในมือของเธอมีกล่องปฐมพยาบาลมาด้วย

เบียงก้าคิดไม่ตก

ใครโทรเรียกพวกเขามา? หรือจะเป็นฌอง?

ฌองอาจจะรู้ว่าเธอไม่สบาย

อาจเพราะอาการป่วยคือความอ่อนแอของเธอ หัวใจของเบียงก้าถึงได้อ่อนไหวและไวต่อความรู้สึกเช่นนี้ ไม่ต้องถึงกับส่งพยาบาลมาดูแลหรอก แค่ยาแก้หวัดไม่กี่เม็ดก็เพียงพอจะทำให้เธอรู้หวั่นไหว และปลอบประโลมหัวใจเธอได้แล้ว

หลังจากที่เธอได้ทานยา ก็มีพนักงานมาส่งอาหารให้เธอด้วย

เบียงก้าพยุงร่างที่ปวดไปทั้งตัวไปเปิดประตู ก่อนที่จะตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่การส่งอาหารแบบธรรมดาทั่วไป นี่มันเป็นงานเลี้ยงในแบบที่จะพบเห็นได้ในละครน้ำเน่าอะไรแบบนั้น

“ช่วยเซ็นรับตรงนี้ด้วยครับ” พนักงานชายหญิงที่มาส่งอาหารมองที่เบียงก้าด้วยสายตาแปลกประหลาด

เบียงก้ารู้สึกอึดอัดไม่น้อย เธออาศัยอยู่ในระแวกที่ธรรมดามาก ๆ และไม่ว่าจะมองมุมไหน เธอก็ดูเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนธรรมดา ๆ เท่านั้น ไม่มีทางที่คนอย่างเธอจะมีปัญญาจ่ายค่าอาหารหรูหราแบบนี้ได้แน่

เธอเซ็นชื่อลงในใบเสร็จ แล้วเขาทั้งคู่ก็จากไป

เมื่ออยู่ต่อหน้าอาหารเลิศหรู เบียงก้าก็ถึงกับทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย

ฌองมาจากครอบครัวฐานะปานกลาง และเขาก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เธอเคยได้รับเพียงแค่การจ่ายค่าตั๋วภาพยนต์และค่าอาหารในร้านธรรมดา ๆ จากฌองเท่านั้น แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้นั้นเล่นเอาเธอปวดหัวเลยทีเดียว

ถึงกระนั้น เขาก็สั่งมาให้มาแล้ว

ถึงแม้ว่าอาการป่วยจะทำให้เธอไม่รู้สึกอยากอาหารเท่าไหร่นัก แต่เธอก็พยายามรับประทานให้มากเข้าไว้ รสชาติของอาหารนั้นเป็นรสอ่อน ๆ ทำให้รับประทานง่าย ราวกับว่าเป็นอาหารที่ทำขึ้นเพื่อคนป่วยโดยเฉพาะอย่างไรอย่างนั้น

หลังจากจบมื้อเที่ยง เบียงก้าทำความสะอาดที่พัก และส่งข้อความไปหาฌองผ่านทางวีแชท

เธอพิมไปเพียงสองคำสั้น ๆ “ขอบคุณ”

“เรื่องอะไร?”

ฌองตอบกลับมา

เบียงก้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะคิดต่อ บางทีเขาอาจจะคิดว่าคำขอบคุณอาจจะดูเป็นทางการเกินไปสำหรับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักกัน ดังนั้นเธอจึงตอบเขากลับไปทันที “ฉันคิดว่ายังไงฉันก็ควรขอบคุณ”

ฌองตอบกลับหลังจากที่ระยะเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง “ทำไมคุณดูสดใสร่าเริงชอบกล?”

เบียงก้ารู้ดีว่าเธอไม่ได้สดใสร่าเริงอะไรเลย เธอเพียงแค่แสดงออกมาเช่นนั้น เบียงก้าสูญเสียความรักของพ่อที่เคยมีไปให้ภรรยาและลูกคนใหม่ของเขา แถมเธอยังขาดการติดต่อกับลุงและป้ามานานมากแล้ว เธอแทบจะไม่ใช่คนในครอบครัวนั้นอีกต่อไปด้วยซ้ำ

ในทางกลับกัน เธออาจจะเป็นคนที่เหงาที่สุดหากเทียบกับพวกเขา

คนที่มอบความอบอุ่นให้เธอได้ในตอนนี้ คงมีเพียงแต่ฌองและนีน่า สองพี่น้องคู่นี้เท่านั้น

เมื่อเช้า ฌองบอกว่าจะมาเยี่ยมเธอในคืนนี้

แต่เขาโทรมาอีกครั้งในตอนบ่าย แล้วบอกว่ามีธุระด่วนที่ต้องจัดการ เขาน่าจะมาหาเธอไม่ได้แน่

เบียงก้ามองไปยังอาหารสามจานและซุปอีกถ้วยที่เธอทำไว้รอฌองอย่างหมดคำพูด

หลังจากนั้นจึงใช้แรปพลาสติกคุลมอาหารเหล่านั้นไว้แล้วนำไปเก็บในตู้เย็น

วันต่อมา

ฌองขับรถมารับเบียงก้าแต่เช้า

เบียงก้าขึ้นรถมา อาการหวัดทำให้เสียงของเธอใหญ่และอู้อี้น่าดู

ฌองมองมาที่เธอ “อ้าว ไม่สบายเหรอ?”

เบียงก้าที่กำลังจะคาดเข็มขัดนิรภัยชงักไป เธอหันไปมองฌองที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับ

“เป็นหวัดเหรอ?” ฌองยกมือขึ้นมาแตะที่หน้าผากของเบียงก้า หน้าผากของเธอร้อนผ่าว เขาจึงปลดเข็มขัดนิรภัยออกทันที “รอเดี๋ยวนะ ร้านขายยาอยู่ห่างออกไปแค่ห้าสิบเมตรเอง”

เบียงก้ามองดูฌองลงจากรถแล้วออกไปหาซื้อยา

ไม่ต้องสงสัยเลย คำพูดของเขามันชัดเจนมากว่าเขาไม่รู้ว่าเธอป่วยมาก่อนแล้ว

ถ้าอย่างนั้นทั้งเรื่องบริการดูแแลถึงบ้านและอาหารหรู ๆ ของคนป่วยเมื่อวานนี้...

ไม่มีทางที่จะเป็นนีน่าเสียด้วย!

นีน่างานยุ่งเกินไป เธอไม่มีเวลาให้ตัวเองเสียด้วยซ้ำ เบียงก้าไม่กล้าแม้กระทั่งจะทักไปหานีน่าว่าเธอกลับมาถึงเมืองเอแล้วเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนเวลางานของเธอ

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าของเธอก็สั่นแจ้งเตือน

เบียงก้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างงง ๆ เมื่อพบว่าเป็นเบอร์โทรที่เธอไม่รู้จัก

“สวัสดีค่ะ นั่นใครพูดคะ?” เบียงก้ารู้สึกกังวลไม่น้อย

“มีของขวัญส่งถึงคุณครับคุณเรย์น แต่ผมกดกริ่งแล้วไม่มีคนเปิด ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ได้อยู่ที่บ้าน” เสียงของพนักงานส่งของดังออกมา

“ของขวัญเหรอคะ?” เบียงก้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถ “ฉันอยู่แถวระแวกนี้ล่ะค่ะ”

ตอนที่เธอรับโทรศัพท์ เธอปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูแล้วก้าวลงจากรถไป

สองนาทีต่อมา พนักงานส่งของซึ่งสวมเสื้อกั๊กสีเขียวส่งยิ้มมาให้เธอ เขายื่นช่อดอกไม้มาให้เธอ “ดอกไม้สำหรับคุณครับ คุณเรย์น ดอกไม้ช่อนี้เพิ่งบินมาถึงเมื่อเช้านี้เอง เซ็นรับตรงนี้ได้เลยครับ!”

“ใครเป็นคนสั่งดอกไม้พวกนี้มาคะ?” เบียงก้าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง นี่เป็นสิ่งเดียวที่เธอสน

ดอกไม้ช่อนี้บินมาถึงที่นี่!

ราคาจะแพงถึงขนาดไหนกัน?

พนักงานส่งของส่ายศีรษะพลางหัวเราะ “ขออภัยครับ ลูกค้าจ่ายเงินมา พวกเราก็มีหน้าที่นำมาส่งเท่านั้น”

ดอกไม้ช่อโตถูกยัดใส่มือเธอ

พนังงานส่งของขับรถจากไป

เบียงก้าไม่กระดุกระดิกตัวเลยแม้แต่นิดเดียว ดอกไม้สวยงามในมือเธอส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ น่าอภิรมย์ แต่เธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะดื่มด่ำกับมันแม้แต่น้อย

“เบียงก้า”

เสียงของฌองดังขึ้นด้านหลังของเธอ น้ำเสียงติดไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ

เบียงก้าหมุนตัวกลับมา ความสดใสงดงามของช่อดอกไม้นั้นต่างกับสีหน้าบูดบึ้งของฌองอย่างสิ้นเชิง

“ฉ… ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้ดอกไม้พวกนี้มานะคะ” เบียงกลัวเหลือเกินว่าฌองจะเข้าใจเธอผิด

“ไม่รู้เหรอ?” ฌองมองไปยังเบียงก้า นัยน์ตาเป็นกังวลค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นความกังขา เขาใช้น้ำเสียงเหน็บแนมเบียงก้า “ดอกไม้บินตรงมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ช่างโรแมนติดจริงนะ!”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 207 ครอบครัวทั้งสี่คนนอนอยู่ด้วยกัน

    เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เบียงก้าจึงเปิดประตูอย่างแผ่วเบา เด็ก ๆ ยังคงนอนในห้องเล็ก ๆ ขนาดสามร้อยตารางฟุตใต้แสงจันทร์ แต่ตอนนี้ผู้ใหญ่สองคนกลับกอดกันอยู่ตรงประตู เบียงก้าต้องการหันหลังกลับและมุ่งหน้าเข้าไปในห้อง แต่ชายหนุ่มก็กอดร่างอันบอบบางของเธอไว้แน่นอย่างร้ายกาจ “อย่าทำอย่างนี้สิคะ เด็ก ๆ จะเห็นเราถ้าพวกเขาตื่น…” เธอเหนื่อยหอบในอ้อมแขนของลุค ลุคเป็นสัตว์ร้ายอยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่ยังเขาไม่ดื่ม แต่ตอนนี้เขาดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้ว… เบียงก้าไม่อยากจะจินตนาการ เธอทำได้เพียงอธิษฐานว่าเขาจะไม่ดำดิ่งลงไป “ผมไม่บังคับคุณหรอกถ้าคุณไม่เต็มใจ คุณต้องบอกผมถ้าผมกำลังทำร้ายคุณอยู่ ต้องรีบบอกออกมาเลยนะ” ลุคเอาริมฝีปากบางและเย้ายวนของเขามาแนบใบหูของเธอ ก่อนจูบผิวที่ขาวเนียน เขาพยายามอย่างหนักที่จะระงับความอยากที่จะครอบงำเธอ เบียงก้าเงียบงันอยู่ในอ้อมแขนของเขา เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มสัญญากับเธอ เธอคิดว่ามันน่าขันที่ลุคมักจะเป็นสัตว์ร้าย แต่เขาก็ยังเห็นอกเห็นใจมากขึ้นทั้งที่อยู่ในสภาพเมาเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนในตอนที่พวกเขากอดกัน เรนนี่หลับใหลและพึมพำห

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 206 คุณเมารึเปล่า

    เบียงก้าส่ายหน้าอย่างงุ่มง่ามเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่เป็นไร เธอกังวลว่าใบหน้าที่บูดบึ้งของเขาอาจทำให้เด็กชายหวาดกลัว เธอจึงรีบขยับออกจากอ้อมแขนของเขาและพยักหน้าให้เขาเพื่อเป็นการขอบคุณ แขนของลุคว่างเปล่าในทันใด เขามองไปที่เบียงก้าซึ่งกำลังพาลูก ๆ ไปเล่นที่อื่นด้วยความห่วงใยและความไม่พอใจที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจของเขา เขาไม่พอใจที่เบียงก้าตอบโต้เขาอย่างเย็นชาก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะคิดว่าเธอทำเช่นนั้นก็เพราะกลัวคนอื่นจะเห็น ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะอ้างตัวเธอว่าเป็นของเขาเองนั้นก็ทำให้เขาไม่พอใจด้วย เขาอยากจะเดินไปกอดเธอในอ้อมแขนและประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเบียงก้า เรย์นเป็นผู้หญิงของลุค ครอว์ฟอร์ขนาดไหนใครจะรู้! ไม่เพียงเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นยังให้กำเนิดลูกของเขาด้วย! ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่ถึงสอง! เบียงก้าก้มศีรษะลงที่เท้าของผู้บริหารเมืองเป็นการทักทาย แล้วก้มหน้าก้มตาวิ่งหนีไปราวกับว่าเธอกำลังหลบหนี เธอกังวลว่าผู้บริหารเมืองจะเข้าใจผิด “ช่างอ่อนโยนและอบอุ่นเหลือเกินนะ ท่านประธานครอว์ฟอร์ด! เราก็ทานอาหารเย็นกันบ่อย ๆ ทำไมผมไม่เห็นด้านนั้นของคุณเลยล่ะ?” ผู้บริหารเมืองชายวัยกลางคนหัวเราะ

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 205 ลุคแสดงความรักต่อหน้าสาธารณชน

    “น้าบี… จริงเหรอคะ?” เรนนี่มองไปที่เบียงก้าด้วยแววตาลูกสุนัขที่มีน้ำตาเอ่อคลอ เบียงก้าก้มศีรษะลงจูบที่หน้าผากของเรนนี่ และขยี้ผมของเธอ “ไม่เลย น้าไม่เคยคิดว่าหนูน่ารำคาญเลยนะ” น้ำเสียงของเบียงก้าอาจจริงจังเกินไป ไม่เพียงแต่จะโน้มน้าวใจเด็กน้อยอย่างเต็มที่ แต่คำพูดของเธอยังทำให้เจสันซึ่งกำลังขับรถอยู่ตกใจไปด้วย เจสันถือว่าตัวเองเป็นคนที่ผ่านอะไรมามาก เขาเคยเห็นคนทุกประเภทตั้งแต่ผู้สูงศักดิ์และยิ่งใหญ่ไปจนถึงคนอนาถาและน่ารังเกียจ ในช่วงหลายปีที่ทำงานกับเจ้านายมา เขาคิดว่าเขาเชี่ยวชาญในการอ่านนิสัยของคนอื่นและสามารถบอกความจริงจากการโกหกได้อย่างง่ายดาย ในขณะนั้น เจสันไม่รู้สึกถึงคำโกหกใด ๆ จากปากของเบียงก้าเลย เขาอดไม่ได้ที่จะแอบมองเบียงก้าผ่านกระจกมองหลัง ครู่หนึ่ง เขาคิดว่าตัวเองกำลังเห็นแม่ผู้ให้กำเนิดเด็กทั้งสองคน... โรงพยาบาลในเมืองเอ เมื่อผู้อาวุโสครอว์ฟอร์ดตื่นขึ้น เขาไม่เห็นแม้แต่หลานชายหรือเหลนทั้งสองคนของตัวเอง เขาเริ่มกังวลทันที อลิสันเข้ามาในนาทีนั้นและพยายามปลูกฝังความคิดในหัวของชายชรา “พ่อจะโทรไปถามลุคไหม?” “ฉันควรถามอะไรล่ะ?” ผู้อาวุโสครอว์ฟอร์ดตอบกลับระหว่

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 204 เขาอยากครอบครองเธอใจจะขาด

    เบียงก้ากับแวนด้าขึ้นไปชั้นบนเพื่อคุยกันเป็นการส่วนตัว ลุคกำลังอยู่ในสายของการประชุมธุรกิจระหว่างประเทศ ขณะกำลังคุยโทรศัพท์ เขาสามารถเห็นได้จากท่าทางของคนทั้งสองว่าการสนทนาระหว่างเบียงก้าและแวนด้านั้นไม่ปกติ แต่เขาไม่ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนกำลังพูดกันเท่าไหร่นัก เมื่อเขาวางสาย ลุคเห็นจากหางตาว่าเบียงก้าและแวนด้าหายตัวแถวหัวมุม “เธอบอกว่าเธอเป็นน้าของเบียงก้า” เจสันเข้ามารายงานสถานการณ์ตามความจริง ลุคหันไปสั่งเจสันว่า "ไปสืบประวัติของน้าคนนั้น" เจสันโค้งคำนับ ลุคมองเข้าไปทางหน้าต่างชั้นสองที่เปิดทิ้งไว้ เขายังคงนิ่งเฉยไม่แสดงออก แม้ว่าความต้องการของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในห้องบนชั้นสอง เบียงก้ารู้สึกเขินอาย ไม่เพียงเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับน้าที่เธอเคยได้ยินผ่านเรื่องเล่า แต่ยังเป็นเพราะเธอกลัวว่าน้าจะรับรู้ถึงฮอร์โมนเพศชายที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองทำอะไรผิด แวนด้าเหลือบมองไปรอบ ๆ ห้องและถามด้วยความสงสัย “ผู้ชายที่ลงมาข้างล่างกับเธอ…” “เขาเป็นเจ้านายของฉัน” เบียงก้าตอบก่อนที่น้าของเธอจะถามคำถามเสร็จ เบียงก้ายังเด็กและไม่ค่อยรู้จักวิธี

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 203 ทำไมคุณถึงขี้อายนักเล่า ผมก็เห็นทุกอย่างไปหมดแล้วนิ

    เบียงก้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการข่มใจที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของชายผู้นั้น แม้ว่าเธอจะได้รับการเตือนว่าชายผู้นี้มีความรู้สึกตรงกันข้ามก็ตาม เขาน่ะหรือจะห้ามใจ มีแต่จะทำตามใจตัวเองมากกว่า หัวใจของเธอเต้นแรง และปากเริ่มมีน้ำลายสอ เมื่อนึกถึงสัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงของชายหนุ่ม “คุณ… ออกไปรอข้างนอก… ฉันอาบน้ำเองได้ค่ะ” หลังจากระเริงไปหลายครั้งเมื่อคืน เบียงก้าอายเกินกว่าจะเงยหน้ามองเขา บ้านหลังเก่าที่รกร้างและมืดมิดนั้นทั้งอบอุ่นและร้อนแรงเพราะมีเขาอยู่ กลิ่นของความสกปรกและความชื้นส่งกลิ่นแรงอยู่ตรงหน้าบ้าน แม้ว่าชายผู้นั้นจะจุมพิตและหายใจแรง แต่เธอก็ได้ให้ทุกสิ่งแก่เขาไป ราวกับว่าเธอได้หลอมรวมตัวเองเข้ากับร่างกายที่เร่าร้อนของเขาไป จากนั้น ก็ร่วมรักกันในรถอีกรอบ เบียงก้าคิดว่าลุคเป็นปีศาจที่หิวกระหายเนื้อมนุษย์ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนเขามักจะหิวโหยร่างกายของเธอเสมอ แต่ถึงกระนั้น เธอก็พลีกายให้เขาไปหลายครั้ง! โชคดีที่ความมืดมิดในยามค่ำคืนได้บดบังใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ เพื่อที่เธอจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดใจนักเมื่ออยู่กับเขาตามลำพัง แต่เธอไม่อาจหลบซ่อนมันจากการร่วมรักที

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 202 ตัณหาอันแรงกล้าในยามเช้าของลุค

    ชั้นล่างบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน เพื่อนร่วมงานบางคนซื้อซาลาเปาสำหรับการทำงานกะเช้า ในขณะที่เพื่อนร่วมงานหญิงกำลังเตรียมข้าวโอ๊ตอยู่ในครัว ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าข้าวโอ๊ตที่ซื้อจากร้านมีเนื้อหยาบเกินไป เป็นครั้งแรกที่ลูก ๆ ของเจ้านายลิ้มลองซาลาเปาแป้งทำมือจากเมืองเล็ก ๆ พวกเขารับประทานคนละสองชิ้น แต่เหมือนจะยังไม่พอ เรนนี่ยัดขนมปังเต็มปากแล้วกะพริบตาอย่างไร้เดียงสาใส่คุณลุงดอยล์ของเธอ ก่อนขอเพิ่มทั้งที่ยังเคี้ยวอยู่เต็มปาก “ทานช้า ๆ ก็ได้ครับ เดี๋ยวลุงจะไปซื้อมาเพิ่ม” เจสันขยี้ผมของเรนนี่ เมื่อเขาลุกขึ้น เขาหันไปหาเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ แล้วพูดว่า "ผมจะซื้อมาฝากทุกคนเหมือนกัน" ขนมปังไม่เพียงพอสำหรับทุกคน การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเจ้านาย ผู้ช่วย และลูกสองคนของเขาทำให้เพื่อนร่วมงานต้องแบ่งอาหารให้ ในเมืองกำลังพลุกพล่าน เจสันยืนอยู่หน้ารถขายอาหารและซื้อซาลาเปาใส่ไส้ไก่มากว่าสิบห้าชิ้น เมื่อเขาหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาและกำลังจะจ่าย เขาสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดทำงานแสนเรียบร้อยเดินเข้าไปในสนามหญ้าหน้าบ้าน เธอดูเหมือนจะอยู่ในวัยสามสิบ "ชิ้นละ 1.80 เหรียญ ซื้อ 15 ชิ้นก็เป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status