Beranda / โรแมนติก / พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก / บทที่ 14 เบียงก้าพร้อมใบหน้าถูกประดับประดาด้วยสีแดงระเรื่อ

Share

บทที่ 14 เบียงก้าพร้อมใบหน้าถูกประดับประดาด้วยสีแดงระเรื่อ

Penulis: พะเนินเทินทึก
“ฉันไม่รู้ว่าใครส่งมานะคะ” เบียงก้าตอบกลับไป

เบียงก้าไม่อยากเห็นแววตาอันแสนเจ็บปวดของฌอง เธอไม่ต้องการสร้างแผลในใจตัวเองเพิ่มอีก

“เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมันมาอย่างนั้นเหรอ? ล้อพี่เล่นรึไง? พี่ดูปัญญานิ่มขนาดนั้นเลยใช่ไหม? เบียงก้า เรย์น นี่เราเพิ่งกลับมายังไม่ทันไร เธอก็มีผู้ชายอีกคนเข้าหาแล้ว ถ้าไม่มีอะไรกันจริง ๆ ผู้ชายหน้าไหนจะยอมใช้เงินมากมายขนาดนี้เพื่อซื้อดอกไม้ให้เธอกัน?”

เบียงก้าแทบทนไม่ได้กับสายตาที่ฌองใช้มองเธอ

เธอรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด จิตสำนึกเธอยังทำงานได้ดี

เธอไม่รู้จริง ๆว่าใครเป็นคนส่งดอกไม้พวกนี้มา

“ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะ” ในที่สุด เบียงก้าก็เปิดปากพูด เพื่อให้ฌองได้สงบสติอารมณ์ เบียงก้าหันไปโยนช่อดอกไม้ในมือทิ้งลงถังขยะที่อยู่ไม่ห่างอย่างไม่ยี่หระ

ฌองมองแผ่นหลังของเบียงก้าที่เดินข้ามถนนจากไปอย่างช้า ๆ เขากำหมัดแน่น

เธอเดินไปทางสถานีรถไฟใต้ดินก่อนจะพ้นสายตาฌองไป

ฌองยังคงยืนอยู่ที่เดิม ความเดือดดาลของเขาไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย เขาหันหลังกลับมาอีกด้าน แล้วสาวหมัดเข้าไปที่เสาไฟตรงหน้า เขากัดฟันแน่น ความเจ็บปวดประเดประดังเข้ามาราวกับกระดูกแตกสลายจนแหลกละเอียด แต่ความเจ็บนี้ก็ไม่ได้ทำให้ฌองใจเย็นลงอยู่ดี

เห็นทีการแต่งงานคงเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขามั่นใจเรื่องเบียงก้า

ที่บริษัท

เบียงก้าไม่มีสมาธิจดจ่อกับอะไรสักอย่าง ตั้งแต่ระหว่างทางบนรถไฟฟ้า ในหัวเธอมีอะไรให้คิดมากเกินไป

เธอมีผู้ต้องสงสัยอยู่ในใจแล้วในตอนนี้

ถึงมันจะไร้สาระก็ตาม

ตอนอยู่ที่เมืองเอช ลุค ครอว์ฟอร์ดโทรหาเธอ นั่นก็หมายความว่าในฐานะเจ้านาย เขามีสิทธิ์ที่จะรู้เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของเธอ

มันคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับเจ้านายที่จะเข้าถึงรายละเอียดส่วนบุคคลของพนักงานในบริษัท

เบียงก้าหยุดคิดเมื่อเสียงของโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นแค่เสียงแจ้งเตือนของข้อความจากวีแชทเท่านั้น

“พี่ขอโทษที่วู่วามเกินไป”

“พี่กลัวว่าตัวเองจะเสียเธอไป”

“อย่าโกรธพี่เลยนะ ไว้เรามาคุยกันดี ๆ เถอะนะ”

ฌองส่งข้อความมาไม่ขาดสาย

เบียงก้าไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแม้แต่ข้อความเดียว

ไม่มีใครอยากถูกจ้องจับผิดเรื่องนอกใจโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ

ช่วงเที่ยงวัน

นีน่ายกอาหารเที่ยงของเธอมารับประทานกับเบียงก้าที่โรงอาหาร “พี่ชายมาขอให้ฉันช่วยทำให้เธอหายโกรธเขา พี่ฌองบอกว่าเขาหึงและทำตัวโง่ ๆ ใส่เธอ”

เบียงก้าก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารต่อไปโดยไม่พูดอะไร

“เถอะน่า เบียงก้า เลิกทรมาณพี่ฉันได้แล้ว” นีน่าอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “เขาก็แค่หวงเธอมากไปหน่อย แต่ที่เขาหึงหวงนั่นก็แปลว่าเขารักเธอนั่นแหละนะ เธอไม่รู้หรอกว่าฌองรักเธอมากแค่ไหน จริง ๆ นะ ฉันค่อนข้างมั่นใจเลยว่าเธอสำคัญกับฌองมากกว่าฉันหรือพ่อกับแม่เสียอีก เธอเป็นแก้วตาดวงใจของเขา เป็นสมบัติแสนล้ำค่าของเขาเชียวแหละ”

เมื่อเบียงก้าได้ทบทวนความคิด ความโกรธของเธอก็ลดลงอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน

ในทางกลับกัน ถ้ามีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้แอบส่งของขวัญให้ฌองบ้าง เธอก็คงจะโกรธและโยนความผิดให้เขาโดยไร้เหตุผลเช่นกัน

บ่ายวันนั้นเอง

หัวหน้าฝ่ายออกแบบเปิดประตูของเขาทิ้งเอาไว้ตลอดเวลา

เบียงก้าต้องเดินผ่านค่อนข้างบ่อย เวลาที่เธอต้องการไปดื่มน้ำ

“มีใครจะไปทำธุระให้ผมได้บ้าง?” หัวหน้าฝ่ายเอ่ยถามขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

“ฉันเองค่ะ” เบียงก้าที่กำลังเดินผ่านไปอีกครั้งส่งเสียงตอบรับ แววตาของเธอเป็นประกาย

เพื่อนร่วมงานมองเธอด้วยสายตาสุดซึ้ง

ทุก ๆ คนกำลังยุ่งกับงานของตัวเอง ดังนั้นมันคงจะดีกว่าถ้าเบียงก้าจะช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเขาบ้าง

มีของบางสิ่งที่เธอจำเป็นจะต้องเอาไปส่งที่ห้องทำงานของท่านประธาน

นี่เป็นโอกาสที่เบียงก้ากำลังรอคอยอยู่

เธอขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของอาคาร

จากนั้นเธอก็ก้าวเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธาน

เมื่อถึงที่นั่น เบียงก้าวางพิมพ์เขียวในมือลง แต่เธอไม่ได้เดินจากไปในทันที

“มีอะไรอีก?” ลุคไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นมอง เบียงก้าจึงไม่ได้เห็นสีหน้าของเขา นิ้วเรียวยาวของเขาเคลื่อนผ่านพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่วางจนเต็มโต๊ะทำงาน

ตอนที่ลุคทำงานนั้นเขาดูเอาจริงเอาจังกับงานมาก

“ขอบคุณค่ะ คุณครอว์ฟอร์ด” เบียงก้าลองเสี่ยงพูดออกไป

การโยนหินถามทางของเธอส่งผลให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเท่าที่ควร

‘เธอมันซื่อบื้อจริง ๆ เลยเบียงก้า ถ้าเธอเดาผิดขึ้นมา จะแถไปเรื่องอื่นยังไงไหว’

คำพูดที่น่าประหลาดของเบียงก้าทำให้มือที่กำลังขยับอยู่บนพิมพ์เขียวนั้นหยุดชะงักไป เขาเงยหน้าขึ้นทั้งยังส่งสายตาเอาแต่ได้ไปให้เธอ “ไม่เลวนี่ อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้โง่อยากที่ผมคิด ยังดีที่รู้ว่าใครเป็นเจ้านายคอยให้ข้าวให้น้ำ”

“...” เบียงก้าพูดไม่ออก

เธอดูโง่รึไง?

แล้วคำว่า “เจ้านาย” นั่นมันหมายความว่ายังไง?

เธอคือมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ แต่เขาพูดราวกับเธอเป็นสัตว์เลี้ยง...

บางทีการเลือกใช้คำของท่านประธานอาจจะไม่ได้สำคัญอะไรนัก

“ฉันไม่ยักรู้ว่าคุณเป็นทำทุกอย่างนั่นให้ฉันค่ะ คุณครอว์ฟอร์ด” เธอกล่าว

“คุณช่วยดูแลลานี่กับเรนนี่ นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆเลยนะ” ลุคตอบตามความจริง “และผมต้องขอโทษจริง ๆ ที่ผมเมาจนเผลอไปนอนบนเตียงของคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะผมคุณคงไม่ต้องมาป่วยแบบนี้”

เบียงก้าอึ้งไป

เธอเจอลุค ครอว์ฟอร์ดตอนอยู่ที่เมืองเอชได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ หลังจากที่เธอเริ่มรู้สึกไม่สบาย แล้วเขา...เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอล้มป่วย

“ขอบคุณค่ะ” เบียงก้ายังยืนอยู่ที่เดิมทั้งยังรู้สึกเขินอายเล็กน้อย และเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เธอจึงกล่าวเพิ่มเติม “ฉันได้รับ ‘ค่าตอบแทน’ ที่มากเกินพอแล้วค่ะ คุณครอว์ฟอร์ด ได้โปรดอย่าให้อะไรฉันอีกเลยนะคะ ในฐานะพนักงานของคุณ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับฉันที่จะต้องช่วยงานคุณอยู่แล้วค่ะ”

วิธีพูดของเธอได้สร้างระยะห่างระหว่างเขากับเธอราวกับว่าคนทั้งคู่เป็นคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง

ลุคหัวเราะ มันเป็นเพียงวูบเดียวเท่านั้น เบียงก้าอ่านสีหน้าของเขาไม่ออก เขาดูราวกับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ลุคเลิกคิ้วขึ้นและเอ่ยปาก “คุณมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ? ว่าผมจะให้อะไรคุณอีก”

เบียงก้าหน้าขึ้นสีทันที

เบียงก้าแค่กังวลว่าเจ้านายของเธอจะส่งอะไรต่อมิอะไรมาให้เธออีก เพราะถ้าเขาทำเช่นนั้น เธอก็ไม่รู้จะอธิบายกับฌองได้อย่างไร

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวลงไปข้างล่างก่อนนะคะ” เบียงก้าพยักหน้าอย่างสุภาพ แล้วหันหลังกลับไป

เธอรีบเดินปรี่ออกไป

“หยุดอยู่ตรงนั้นก่อน” ชายหนุ่มพูดขึ้นจากด้านหลังของเธอ

เบียงก้าหยุดลงเพราะความตกใจ

“คุณบอกว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพนักงานที่จะต้องช่วยงานผมอยู่แล้ว ใช่ไหม?” น้ำเสียงของลุคยังคงนุ่มลึกเช่นเคย เบียงก้าถึงได้อ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

เบียงก้าอาจจะตื่นตระหนกมากเกินไป

แต่เธอก็ยังพยักหน้ารับ

ลุคชี้นิ้วไปยังกองหนังสือที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกาแฟ ในกองพวกนั้น มีกระดาษลายการ์ตูนวางอยู่ด้วย เขาเอ่ยปากสั่ง “ห่อหนังสือพวกนี้ให้ลูกผมอยู่นี่แหละ”

“ห่อหนังสือพวกนี้เหรอคะ?”

“คุณทำงานไปเงียบ ๆ จะดีกว่านะ อย่าให้งานของคุณมารบกวนการทำงานของผม” พูดจบลุคก็กลับไปจดจ่อกับงานของเขาตามเดิม เขาขมวดมุ่นเพราะจริงจังกับงานในมือ

เบียงก้าไม่มีทางเลือก จึงได้แต่มุ่งหน้าไปที่โต๊ะกาแฟ

เวลาล่วงเลยมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่ที่เธอห่อหนังสือเล่มสุดท้าย...

ในนั้นมีหนังสือทั้งหมดสี่เล่ม สองในสี่เป็นหนังสือที่เรนนี่ขีดเขียนเอาไว้ และที่เหลืออีกสองเล่มเป็นของบลองช์ ครอว์ฟอร์ด...

เบียงก้าอาศัยความทรงจำในวัยประถมของตัวเอง เธอค่อย ๆ ตัดกระดาษรูปการ์ตูนมาห่อหนังสือจนรอบ เมื่อถึงขั้นตอนนี้เธอก็ตระหนักได้ว่าวันเวลาได้ผ่านมานานเพียงใดแล้วนับตั้งแต่วันที่เธอได้ห่อมัน ก่อนที่เธอจะเติบโตขึ้นมาอย่างเลวร้าย

เธอเผลอทำกระดาษขาดไปแผ่นหนึ่ง...

“ฉัน…”

เบียงก้ายังจำได้อย่างชัดแจ้งว่าเจ้านายของเธอไม่ชอบให้ถูกรบกวน แต่ครั้งนี้เธอจำเป็นต้องถามเขาจริง ๆ

ลุคเงยหน้าขึ้นมามองเบียงก้า

เบียงก้าเงยหน้าขึ้นมาสบประสานเข้ากับนัยน์ตาลุ่มลึกของลุค เธอจึงรีบก้มหน้าลงดังเดิมแล้วจึงเริ่มพูด “คือ...ฉันเผลอทำกระดาษขาดไปหนึ่งแผ่นน่ะค่ะ ก็เลยมีกระดาษไม่พอให้ห่อหนังสือที่เหลือ...”

ขณะที่พูดกับเขา เสียงของเธอนุ่มนวลแผ่วเบาและสุภาพ เธอไม่กล้าที่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ท่าทางที่ดูหวาดกลัวปนอายของเธอนั้นเอง ที่ทำให้ลุคสะท้านไปทั้งร่าง

เสียงของลุคทุ้มต่ำ “ไม่เป็นไรหรอก ยังมีนี่อีก”

ยังมีเหลืออีก!

เบียงก้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะลุกเดินไปหยิบมาเพิ่ม

เธอเห็นแผ่นกระดาษลายการ์ตูนที่เจสันเป็นคนจัดแจงซื้อมาให้ลานี่และเรนนี่ที่ใต้โต๊ะในทันทีโดยที่ลุคไม่ต้องบอก

เธอก้มลงไปเลือกกระดาษลายการ์ตูนที่มีอยู่หลายใบ กระทั่งสายตาของเธอเหลือบไปเห็นกระดาษห่อลายสปอนจ์บ๊อบเข้าพอดี
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 207 ครอบครัวทั้งสี่คนนอนอยู่ด้วยกัน

    เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เบียงก้าจึงเปิดประตูอย่างแผ่วเบา เด็ก ๆ ยังคงนอนในห้องเล็ก ๆ ขนาดสามร้อยตารางฟุตใต้แสงจันทร์ แต่ตอนนี้ผู้ใหญ่สองคนกลับกอดกันอยู่ตรงประตู เบียงก้าต้องการหันหลังกลับและมุ่งหน้าเข้าไปในห้อง แต่ชายหนุ่มก็กอดร่างอันบอบบางของเธอไว้แน่นอย่างร้ายกาจ “อย่าทำอย่างนี้สิคะ เด็ก ๆ จะเห็นเราถ้าพวกเขาตื่น…” เธอเหนื่อยหอบในอ้อมแขนของลุค ลุคเป็นสัตว์ร้ายอยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่ยังเขาไม่ดื่ม แต่ตอนนี้เขาดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้ว… เบียงก้าไม่อยากจะจินตนาการ เธอทำได้เพียงอธิษฐานว่าเขาจะไม่ดำดิ่งลงไป “ผมไม่บังคับคุณหรอกถ้าคุณไม่เต็มใจ คุณต้องบอกผมถ้าผมกำลังทำร้ายคุณอยู่ ต้องรีบบอกออกมาเลยนะ” ลุคเอาริมฝีปากบางและเย้ายวนของเขามาแนบใบหูของเธอ ก่อนจูบผิวที่ขาวเนียน เขาพยายามอย่างหนักที่จะระงับความอยากที่จะครอบงำเธอ เบียงก้าเงียบงันอยู่ในอ้อมแขนของเขา เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มสัญญากับเธอ เธอคิดว่ามันน่าขันที่ลุคมักจะเป็นสัตว์ร้าย แต่เขาก็ยังเห็นอกเห็นใจมากขึ้นทั้งที่อยู่ในสภาพเมาเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนในตอนที่พวกเขากอดกัน เรนนี่หลับใหลและพึมพำห

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 206 คุณเมารึเปล่า

    เบียงก้าส่ายหน้าอย่างงุ่มง่ามเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่เป็นไร เธอกังวลว่าใบหน้าที่บูดบึ้งของเขาอาจทำให้เด็กชายหวาดกลัว เธอจึงรีบขยับออกจากอ้อมแขนของเขาและพยักหน้าให้เขาเพื่อเป็นการขอบคุณ แขนของลุคว่างเปล่าในทันใด เขามองไปที่เบียงก้าซึ่งกำลังพาลูก ๆ ไปเล่นที่อื่นด้วยความห่วงใยและความไม่พอใจที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจของเขา เขาไม่พอใจที่เบียงก้าตอบโต้เขาอย่างเย็นชาก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะคิดว่าเธอทำเช่นนั้นก็เพราะกลัวคนอื่นจะเห็น ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะอ้างตัวเธอว่าเป็นของเขาเองนั้นก็ทำให้เขาไม่พอใจด้วย เขาอยากจะเดินไปกอดเธอในอ้อมแขนและประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเบียงก้า เรย์นเป็นผู้หญิงของลุค ครอว์ฟอร์ขนาดไหนใครจะรู้! ไม่เพียงเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นยังให้กำเนิดลูกของเขาด้วย! ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่ถึงสอง! เบียงก้าก้มศีรษะลงที่เท้าของผู้บริหารเมืองเป็นการทักทาย แล้วก้มหน้าก้มตาวิ่งหนีไปราวกับว่าเธอกำลังหลบหนี เธอกังวลว่าผู้บริหารเมืองจะเข้าใจผิด “ช่างอ่อนโยนและอบอุ่นเหลือเกินนะ ท่านประธานครอว์ฟอร์ด! เราก็ทานอาหารเย็นกันบ่อย ๆ ทำไมผมไม่เห็นด้านนั้นของคุณเลยล่ะ?” ผู้บริหารเมืองชายวัยกลางคนหัวเราะ

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 205 ลุคแสดงความรักต่อหน้าสาธารณชน

    “น้าบี… จริงเหรอคะ?” เรนนี่มองไปที่เบียงก้าด้วยแววตาลูกสุนัขที่มีน้ำตาเอ่อคลอ เบียงก้าก้มศีรษะลงจูบที่หน้าผากของเรนนี่ และขยี้ผมของเธอ “ไม่เลย น้าไม่เคยคิดว่าหนูน่ารำคาญเลยนะ” น้ำเสียงของเบียงก้าอาจจริงจังเกินไป ไม่เพียงแต่จะโน้มน้าวใจเด็กน้อยอย่างเต็มที่ แต่คำพูดของเธอยังทำให้เจสันซึ่งกำลังขับรถอยู่ตกใจไปด้วย เจสันถือว่าตัวเองเป็นคนที่ผ่านอะไรมามาก เขาเคยเห็นคนทุกประเภทตั้งแต่ผู้สูงศักดิ์และยิ่งใหญ่ไปจนถึงคนอนาถาและน่ารังเกียจ ในช่วงหลายปีที่ทำงานกับเจ้านายมา เขาคิดว่าเขาเชี่ยวชาญในการอ่านนิสัยของคนอื่นและสามารถบอกความจริงจากการโกหกได้อย่างง่ายดาย ในขณะนั้น เจสันไม่รู้สึกถึงคำโกหกใด ๆ จากปากของเบียงก้าเลย เขาอดไม่ได้ที่จะแอบมองเบียงก้าผ่านกระจกมองหลัง ครู่หนึ่ง เขาคิดว่าตัวเองกำลังเห็นแม่ผู้ให้กำเนิดเด็กทั้งสองคน... โรงพยาบาลในเมืองเอ เมื่อผู้อาวุโสครอว์ฟอร์ดตื่นขึ้น เขาไม่เห็นแม้แต่หลานชายหรือเหลนทั้งสองคนของตัวเอง เขาเริ่มกังวลทันที อลิสันเข้ามาในนาทีนั้นและพยายามปลูกฝังความคิดในหัวของชายชรา “พ่อจะโทรไปถามลุคไหม?” “ฉันควรถามอะไรล่ะ?” ผู้อาวุโสครอว์ฟอร์ดตอบกลับระหว่

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 204 เขาอยากครอบครองเธอใจจะขาด

    เบียงก้ากับแวนด้าขึ้นไปชั้นบนเพื่อคุยกันเป็นการส่วนตัว ลุคกำลังอยู่ในสายของการประชุมธุรกิจระหว่างประเทศ ขณะกำลังคุยโทรศัพท์ เขาสามารถเห็นได้จากท่าทางของคนทั้งสองว่าการสนทนาระหว่างเบียงก้าและแวนด้านั้นไม่ปกติ แต่เขาไม่ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนกำลังพูดกันเท่าไหร่นัก เมื่อเขาวางสาย ลุคเห็นจากหางตาว่าเบียงก้าและแวนด้าหายตัวแถวหัวมุม “เธอบอกว่าเธอเป็นน้าของเบียงก้า” เจสันเข้ามารายงานสถานการณ์ตามความจริง ลุคหันไปสั่งเจสันว่า "ไปสืบประวัติของน้าคนนั้น" เจสันโค้งคำนับ ลุคมองเข้าไปทางหน้าต่างชั้นสองที่เปิดทิ้งไว้ เขายังคงนิ่งเฉยไม่แสดงออก แม้ว่าความต้องการของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในห้องบนชั้นสอง เบียงก้ารู้สึกเขินอาย ไม่เพียงเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับน้าที่เธอเคยได้ยินผ่านเรื่องเล่า แต่ยังเป็นเพราะเธอกลัวว่าน้าจะรับรู้ถึงฮอร์โมนเพศชายที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองทำอะไรผิด แวนด้าเหลือบมองไปรอบ ๆ ห้องและถามด้วยความสงสัย “ผู้ชายที่ลงมาข้างล่างกับเธอ…” “เขาเป็นเจ้านายของฉัน” เบียงก้าตอบก่อนที่น้าของเธอจะถามคำถามเสร็จ เบียงก้ายังเด็กและไม่ค่อยรู้จักวิธี

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 203 ทำไมคุณถึงขี้อายนักเล่า ผมก็เห็นทุกอย่างไปหมดแล้วนิ

    เบียงก้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการข่มใจที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของชายผู้นั้น แม้ว่าเธอจะได้รับการเตือนว่าชายผู้นี้มีความรู้สึกตรงกันข้ามก็ตาม เขาน่ะหรือจะห้ามใจ มีแต่จะทำตามใจตัวเองมากกว่า หัวใจของเธอเต้นแรง และปากเริ่มมีน้ำลายสอ เมื่อนึกถึงสัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงของชายหนุ่ม “คุณ… ออกไปรอข้างนอก… ฉันอาบน้ำเองได้ค่ะ” หลังจากระเริงไปหลายครั้งเมื่อคืน เบียงก้าอายเกินกว่าจะเงยหน้ามองเขา บ้านหลังเก่าที่รกร้างและมืดมิดนั้นทั้งอบอุ่นและร้อนแรงเพราะมีเขาอยู่ กลิ่นของความสกปรกและความชื้นส่งกลิ่นแรงอยู่ตรงหน้าบ้าน แม้ว่าชายผู้นั้นจะจุมพิตและหายใจแรง แต่เธอก็ได้ให้ทุกสิ่งแก่เขาไป ราวกับว่าเธอได้หลอมรวมตัวเองเข้ากับร่างกายที่เร่าร้อนของเขาไป จากนั้น ก็ร่วมรักกันในรถอีกรอบ เบียงก้าคิดว่าลุคเป็นปีศาจที่หิวกระหายเนื้อมนุษย์ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนเขามักจะหิวโหยร่างกายของเธอเสมอ แต่ถึงกระนั้น เธอก็พลีกายให้เขาไปหลายครั้ง! โชคดีที่ความมืดมิดในยามค่ำคืนได้บดบังใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ เพื่อที่เธอจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดใจนักเมื่ออยู่กับเขาตามลำพัง แต่เธอไม่อาจหลบซ่อนมันจากการร่วมรักที

  • พราวกลิ่นบุปผาตัณหารัก   บทที่ 202 ตัณหาอันแรงกล้าในยามเช้าของลุค

    ชั้นล่างบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน เพื่อนร่วมงานบางคนซื้อซาลาเปาสำหรับการทำงานกะเช้า ในขณะที่เพื่อนร่วมงานหญิงกำลังเตรียมข้าวโอ๊ตอยู่ในครัว ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าข้าวโอ๊ตที่ซื้อจากร้านมีเนื้อหยาบเกินไป เป็นครั้งแรกที่ลูก ๆ ของเจ้านายลิ้มลองซาลาเปาแป้งทำมือจากเมืองเล็ก ๆ พวกเขารับประทานคนละสองชิ้น แต่เหมือนจะยังไม่พอ เรนนี่ยัดขนมปังเต็มปากแล้วกะพริบตาอย่างไร้เดียงสาใส่คุณลุงดอยล์ของเธอ ก่อนขอเพิ่มทั้งที่ยังเคี้ยวอยู่เต็มปาก “ทานช้า ๆ ก็ได้ครับ เดี๋ยวลุงจะไปซื้อมาเพิ่ม” เจสันขยี้ผมของเรนนี่ เมื่อเขาลุกขึ้น เขาหันไปหาเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ แล้วพูดว่า "ผมจะซื้อมาฝากทุกคนเหมือนกัน" ขนมปังไม่เพียงพอสำหรับทุกคน การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเจ้านาย ผู้ช่วย และลูกสองคนของเขาทำให้เพื่อนร่วมงานต้องแบ่งอาหารให้ ในเมืองกำลังพลุกพล่าน เจสันยืนอยู่หน้ารถขายอาหารและซื้อซาลาเปาใส่ไส้ไก่มากว่าสิบห้าชิ้น เมื่อเขาหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาและกำลังจะจ่าย เขาสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดทำงานแสนเรียบร้อยเดินเข้าไปในสนามหญ้าหน้าบ้าน เธอดูเหมือนจะอยู่ในวัยสามสิบ "ชิ้นละ 1.80 เหรียญ ซื้อ 15 ชิ้นก็เป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status