LOGINลูกหว้า ถูกเพื่อนร่วมรุ่นมอมเหล้าจนเมาก่อนจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงกับผู้ชายคนหนึ่ง เธอร้องลั่นด้วยความตกใจจนคนทั้งบ้านเข้ามาดูและเห็นภาพทั้งหมด หลังจากนั้นทั้งสองก็ถูกจับแต่งงานกันแต่ เมืองน่าน ผู้เป็นเจ้าบ่าวกลับไม่เต็มใจและยังหาว่าเธอตั้งใจจะจับเขาเพราะหวังรวยทางลัด ชีวิตพลิกผันจากสาวแบงค์ฯ ธรรมดา ๆ ต้องกลายมาเป็นเจ้าสาวบ้านไร่ที่ไม่คุ้นเคย แถมยังต้องมาเลี้ยงลูกติดจากสามีอีก ถูกเขาใช้งานหนักแทบทุกวันและยังพูดจาใจร้ายใส่ตลอด แต่เธอก็ไปไหนไม่ได้เพราะพ่อกับแม่ก็เอาเงินเขามาเพื่อไปใช้หนี้ที่บ้านจริง ๆ ลูกหว้าจำใจอยู่ราวคนชดใช้หนี้สินสอดไปวัน ๆ จนกว่าเมืองน่านจะพอใจ มีเพียงแค่ลูกเลี้ยงเท่านั้นที่มาทำให้เธอยิ้มได้และมีเหตุผลจะอยู่ที่ไร่นี้ต่อ "รูปร่างบอบบางแบบนี้จะเอาไปทำอะไรได้ อุตส่าห์วางแผนจับฉันจนได้แต่งเข้ามาเป็นเจ้าสาวบ้านไร่แล้วคิดว่าจะอยู่แบบสบาย ๆ งั้นเหรอ อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะทนได้สักกี่น้ำ"
View Moreบทนำ
มีใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า "ปีกปลอม ๆ ไม่มีวันบินได้จริง" ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความจริงอย่างที่ว่า ในที่สุดก็ต้องยอมรับว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว ต่อให้พยายามมากแค่ไหนสุดท้ายก็สูญเปล่า...
.
.
"ขอบคุณนะคะที่เข้ามาช่วยฉันรับหน้าคนพวกนั้น" หญิงสาวหันหน้ามาพูดประโยคนี้กับผู้รับบทสารถีด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความดีใจปะปนกับรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าหวานอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ขึ้นมานั่งที่เบาะข้างของรถคันนี้
"ถ้าเธอรู้ว่าไปที่นั่นแล้วต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ ฉันถามจริง ๆ นะว่าเธอจะไปทำไม หาเรื่องใส่ตัวเองชัด ๆ เลย" ชายหนุ่มพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างมาก และนั่นทำให้หญิงสาวรู้ตัวว่ากำลังสร้างปัญหาให้อีกคน
"ฉัน...ขอโทษนะคะ" เธอว่าเช่นนั้นพร้อมหันไปมองถนนหนทางเบื้องหน้าที่ค่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ และไร้ซึ่งบ้านคนที่สองข้างทาง
"พูดแค่นี้ก็น้ำตาคลออีกแล้วนะ เธอไม่รู้ตัวบ้างเหรอว่าที่เธอเป็นแบบนี้มันน่ารำคาญมากแค่ไหนน่ะ" คนตัวสูงละสายตาจากถนนหันมามองหญิงสาวที่ด้านข้างเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าใบหน้าเธอกำลังมีน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตากลมโต มองเพียงแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้นก็รีบหันไปมองทางต่อเพราะว่ารู้สึกไม่ชอบน้ำตาของหญิงสาวที่อะไรนิดหน่อยก็ร้องไห้เช่นนี้
"ฉันไม่ได้ตั้งใจ อึก! ฉันขอโทษค่ะ" ความหวังในตอนแรกของหญิงสาวนั้นพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ทั้งที่เมื่อชั่วโมงก่อนเธอกำลังยกยิ้มมีความสุขที่เห็นว่าสามีปฏิบัติตัวดีกับเธอต่อหน้าผู้คนมากมาย หากแต่ตอนนี้มันกลับไม่ใช่เลย ดูเหมือนที่เขาทำทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่การแสดงตบตาของเมืองน่านก็เท่านั้น
"เลิกทำตัวน่าสงสารสักทีได้ไหม ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอเลยสักนิด เธอทำตัวเองทั้งนั้น" คนตัวสูงตวาดลั่นทำเอาหญิงสาวหายใจผิดจังหวะ "ถ้าเธอไม่ไปที่แบบนั้นมันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก เมื่อครั้งที่แล้วที่เธอไปก็ลากเอาฉันให้เขาไปเดือดร้อนกับเธอด้วย ที่ผ่านมามันไม่ได้สอนอะไรเธอเลยอย่างนั้นเหรอ"
"อึก! แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ หื้อออ" หญิงสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เพราะด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมีมากเกินกว่าที่เธอจะควบคุมสติและอารมณ์เอาไว้ได้ ความน้อยเนื้อต่ำใจที่ได้รับเมื่อช่วงที่ผ่านมาตีขึ้นมาจุอยู่ที่ขอบตาทั้งสองจนมันร้อนผ่าวก่อนจะกลั่นและระบายความผิดหวังออกมาในคราบของน้ำตาสีใส
เอี๊ยด!
ชายหนุ่มตีรถเข้าข้างทางเพราะว่าทนเสียงร้องไห้ของอีกคนไม่ไหว เขาไม่ชอบที่จะได้ยินอะไรแบบนี้จึงอยากที่จะคุยกับอีกคนให้รู้เรื่องเสียก่อน
"น่ารำคาญฉิบ ลงจากรถไปเลยไป! ถ้ายังไม่หุบปากก็เดินกลับไปก็แล้วกัน!" เสียงตะคอกดังลั่นห้องโดยสารรถยนต์ของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวผวาเพราะตกใจ
"ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณเดือดร้อนจริง ๆ นะคะ" ร่างเล็กบางหันมาหาคนด้านข้างด้วยความรู้สึกผิดอย่างที่สุด แต่เธอทำอะไรไม่ได้จริงๆ
"ก็เพราะว่าเธอเป็นแบบนี้ไงฉันถึงได้เกลียดเธอขนาดนี้ ทุกอย่างมันก็เป็นเพราะเธอคนเดียวเลย" ชายหนุ่มที่มีทั้งน้ำโหและอคติในเรื่องของวันวานพูดสิ่งที่คิดขึ้นมาอย่างหมดเปลือก
"อึก! หื้อออ ฉันขอโทษ" คนตัวเล็กไม่มีอะไรจะพูดนอกเสียจากประโยคขอโทษเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำเอาอีกคนหมดความอดทน
"เธอแม่ง! ฉันไม่น่าแต่งงานกับคนอย่างเธอเลยจริงๆ" ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นมือเรียวก็ยื่นมือไปจับที่ประตูรถก่อนเปิดมันออกและลงจากรถไปทันที
"นี่! ลูกหว้าเธอจะเดินไปไหน! อย่ามาทำตัวเอาแต่ใจนะ ถ้าเธอไม่กลับมาฉันจะไม่รอเธอแล้วจริง ๆ ด้วย" เสียงเข้มตะโกนเรียกคนที่ลงไปเดินอย่างหัวเสีย ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าลงไปเดินจริง ๆ
รถยนต์ยังเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้าช้า ๆ ก็เพราะว่าเขาเลือกที่จะขับตีขนาบไปกับหญิงสาวผู้เอาแต่ใจหวังให้อีกคนกลับขึ้นมาบนรถจะได้ตรงกลับบ้านกันเสียที ถ้าดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับเขา
"อึก! หื้อออ" เสียงร้องไห้ของเธอยังดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ก็เพราะว่าตรงนี้มันค่อนข้างเปลี่ยวและมืด ไม่มีแม้กระทั่งไฟข้างทางและบ้านคน
"ได้! ถ้าเธอขึ้นรถก็ตามใจ งั้นก็เดินกลับไปให้ถึงไร่ก็แล้วกัน" พูดจบขาแข็งแกร่งก็เหยียบคันเร่งรถยนต์คันหรูพุ่งทะยานไปด้านหน้าด้วยความเร็วเต็มสมรรถนะของเครื่องยนต์ โดยไม่สนใจเลยว่าหญิงสาวผู้ที่อยู่ด้านหลังนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป
"คุณเมืองน่าน! พี่น่านคะ!! หว้าขอโทษ กลับมาก่อนนะคะ อึก! หื้ออออ" เสียงหวานตะโกนร้องลั่นเมื่อเห็นว่าอีกคนขับรถหนีเธอออกไปแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นก็เพิ่งมานึกเสียใจในการกระทำที่ไร้สติของเธอ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ได้เป็นคนโปรดไม่ได้เป็นผู้ที่มีสิทธิ์จะเลือกทำอะไรได้ด้วยตัวเอง รู้ทั้งรู้แต่เธอกลับยังเอาแต่ใจกับคนคนนั้น เพียงหวังแค่จะมีสักเสี้ยวความคิดของสามีที่ไม่ได้รักจะเห็นเธอมีตัวตนบ้าง
"หื้ออออ" เสียงร้องร้องไห้ดังลั่นอีกครั้งและครั้งนี้มันหนักกว่าที่ผ่านมา ร่างเล็กบางนั่งลงที่ข้างทางกอดเข่าและร้องไห้อยู่เช่นนั้นเนิ่นนานพอสมควร กระทั่งความเสียใจละลอกนี้สงบลงจึงเริ่มมีสติ
สายตาบวมแดงเคลือบน้ำตามองไปรอบ ๆ กายมันช่างมืดมิดไร้แสงไฟ เธอกลับเห็นเพียงต้นไม้และดงหญ้าข้างทางยิ่งพาให้ใจวูบโหวง ตรงนี้ที่เธออยู่นั้นไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตสักนิด
จากที่ร้องไห้หนัก ๆ เมื่อครู่ก็เงียบลงถนัดตาเพราะว่าเริ่มหวาดกลัวในบรรยากาศตรงนี้ สองขาเรียวก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเพราะเธอไม่มีทางเลือกก็ต้องเดินกลับไปถึงบ้านให้เร็วที่สุด
หากแต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าเพราะยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกราวกับมีใครหรืออะไรบางอย่างตามมาข้างหลัง และแน่นอนว่าเธอไม่กล้าหันไปมองมันสักนิด
ตึก ตึก ตึก!
เสียงหัวใจเต้นแรงสลับกับเสียงฝีเท้าที่ไม่รู้ว่าเป็นของเธอหรือของใครดังเข้ามาในโซนประสาทของหญิงสาวผู้โชคร้าย เธอพยายามจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นหวังว่าจะเจอบ้านคนสักหลัง
คำอธิษฐานที่เป็นผลเมื่อเธอได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมาจากทางด้านหลังพร้อมกับแสงไฟที่สาดส่องมาที่เธอ
"คุณคะ คุณ!!" หญิงสาวกระโดดโลดเต้นพร้อมโบกไม้โบกมือแสดงถึงความดีใจที่ในที่สุดก็เจอกับผู้คนเสียทีเธอจะได้ขอความช่วยเหลือให้เขาไปส่งที่ไร่
"อ้าว! ว่าไงจ๊ะน้องสาว กลางค่ำกลางคืนแบบนี้ทำไมมาเดินอยู่คนเดียวล่ะจ๊ะ" แต่ใครจะคิดว่าความหวังเมื่อครู่กลายเป็นความสิ้นหวังในเวลาต่อมา
"มะ ไม่มีอะไรค่ะ สามีของฉันรออยู่ข้างหน้าฉันไม่รบกวนพวกคุณแล้วค่ะ" พูดจบหญิงสาวก็หันหลังให้กับผู้ที่อยู่บนรถมอเตอร์ไซต์คันนั้นพร้อมกับรีบเร่งฝีเท้าเพื่อหนีภัยที่กำลังจะจะมาถึง
เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะโชคร้ายถึงเพียงนี้ เพราะว่าคนที่เธอเจอนั้นดูแล้วไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด นอกจากจะไม่ได้รับความช่วยเหลือแล้วอาจจะเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นมาอีกด้วย
"เดี๋ยวซิจ๊ะน้องสาวจะรีบไปไหนล่ะ ให้พี่ไปส่งดีกว่าน่า" เจ้าของรถมอเตอร์ไซต์คันนั้นไม่ได้มากันเพียงแค่คนเดียว ชายฉกรรจ์สองคนที่อยู่ในอาการค่อนข้างมึนเมาก้าวลงมาจากมอเตอร์ไซค์พร้อมทั้งจับที่ข้อมือของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ
"ปล่อยฉันนะ อย่ามายุ่งกับฉัน ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะ!!" เสียงหวานตะโกนขึ้นไปทั่วแต่ก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับจากใครเลยสักนิด นอกเสียจากชายฉกรรจ์สองคนที่อยู่ตรงนี้
"ตะโกนเรียกไปก็ไม่มีใครมาช่วยได้หรอก ตรงนี้ไม่มีบ้านคนอีกเป็นกิโลเลยล่ะ"
"มามะ มาสนุกกันเถอะน้องสาว"
ชายร่างกำยำสองคนจอดรถมอเตอร์ไซต์ไว้ที่ข้างทางก่อนช่วยกันดึงรั้งร่างเล็กบางของหญิงสาวผู้โชคร้ายไปที่ป่าละเมาะด้านข้าง
"อึก! หื้อออ อย่าทำอะไรฉันเลยนะจ๊ะฉันขอร้อง อึก! ฉันขอร้อง" น้ำตาใสไหลอาบสองข้างแก้มอีกครั้งพร้อมด้วยมือเรียวพนมขึ้นพร้อมกับคำขอร้องที่ไม่อาจส่งไปถึงชายทั้งสอง
นอกจากที่คนพวกนั้นจะไม่สนใจคำขอร้องของเธอแล้วมือหยาบกร้านยังฉีกทึ้งเสื้อที่เธอใส่จนมันขาดเวิ่นแทบมองไม่ออกว่าเมื่อชั่วโมงก่อนมันเคยสวยเพียงไหนเมื่ออยู่บนร่างกายของเธอ
แรงของหญิงสาวไม่อาจขัดขืนหรือสู้ชายฉกรรจ์ถึงสองคนได้อยู่แล้วสุดท้ายคนตัวเล็กก็ทำได้เพียงแค่ร้องไห้ออกมาพร้อมภาวนาให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ไปได้ก็เท่านั้น
"ช่วยด้วย หื้ออ ใครก็ได้ช่วยฉันที"
..หลังจากได้รับคำอนุญาตจากพ่อเลี้ยงเมืองน่านแล้วลูกหว้าก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขับรถยนต์ของตัวเองกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ทันที ต้องยอมรับว่าเธอคิดถึงพวกท่านมากถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างกันไม่ไกลขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้เจอกันเลยนับตั้งแต่วันแต่งงานรถยนต์ที่เมืองน่านให้ยืมมาขับแล่นเข้ามาในรั้วบ้านที่สุดแสนคิดถึงก่อนจอดที่หน้าบ้านซึ่งไร้วี่แววของคนด้านใน"พ่อคะ แม่คะ อยู่บ้านกันไหมคะเนี่ย" เสียงหวานตะโกนลั่นเมื่อลงจากรถแล้วเดินเข้ามาด้านใน ประตูไม่ได้ทำการล็อกหากแต่ตัวคนไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้วเธอเดินเข้าไปตามห้องต่าง ๆ ที่คิดว่าพ่อกับแม่จะอยู่กระทั่งขึ้นมาจนถึงห้องนอนชั้นบนสุด"นอนกลางวันกันเหรอ" แต่นี่ยังไม่ทันเที่ยงเลยด้วยซ้ำพ่อกับแม่เธอไม่น่านอนกลางวันเร็วขนาดนี้ อีกอย่างไม่น่าจนจะนอนพร้อมกันทั้งคู่ด้วย ตอนนี้หญิงสาวเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นทุกทีมือเรียวปิดประตูห้องเข้าไปก่อนจะเห็นว่าพ่อกับแม่ของเธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงโดยมีอุปกรณ์ทำแผลอยู่เต็มไปหมด"หว้า มาทำไมไม่โทรบอกแม่ก่อน" บัวทักทายลูกสาวทั้งที่มือยังปิดขวดเบตาดีนไม่ทันเสร็จ"นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะพ่อแม่" ใบหน้าและตามร่างกายที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออ
บทที่ 5 เงินสินสอดที่หมดไปเสียงสะอื้นของหญิงสาวยามที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวไม่ได้ดังไม่ได้เบามาก แต่มันก็ทำให้คนมาใหม่ได้ยินเต็มสองหู"แม่เลี้ยงคะ เป็นอะไรเหรอ" ลำดวนเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ตกใจจนสะดุ้งตัวโยนหลังจากได้ยินเสียงของเธอ"เปล่า ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ" ลูกหว้ารีบบอกปัดพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบสองข้างแก้มไปอย่างลวก ๆ"มีอะไรก็คุยกับลำดวนได้นะคะ ถ้าลำดวนช่วยได้ลำดวนจะช่วยแน่นอนค่ะ" ว่าพร้อมถกแขนเสื้อแล้วช่วยอีกคนเอาจานที่ล้างแล้วไปครอบก่อนที่สายตาจะสังเกตเห็นคราบของกับข้าวบางส่วนที่ยังไม่ได้ล้าง"อื้อ ขอบใจนะ""เอ๊ะ! นี่แม่เลี้ยงทำต้มยำกุ้งน้ำข้นเหรอคะ" แค่เพียงเห็นจานที่ยังล้างไม่เสร็จคิดไม่ถึงว่าลำดวนจะรู้ว่าอาหารมื้อนี้เธอเป็นคนทำ"รู้ได้ยังไงเหรอ" ถามพร้อมหันหน้าไปมองคนด้านข้างอย่างรอคำตอบ"ก็เพราะว่าที่บ้านหลังนี้ไม่มีใครทำต้มยำกุ้งให้พ่อเลี้ยงกินหรอกค่ะ" ลำดวนตอบด้วยใบหน้าแสนซื่อก่อนจะคลายข้อสงสัยให้กับลูกหว้า "เพราะว่าเมื่อก่อนนายหญิงคนก่อน...เอ่อ แม่แท้ ๆ ของน้องเพิร์ธชอบทำเมนูนี้ให้กับพ่อเลี้ยงกินค่ะ นับตั้งแต่ที่เธอออกจากที่นี่ไปพ่อเลี้ยงก็ไม่ชอบกินเมนูนี้อีกเลย"ลูกหว้าไ
.."เดินให้มันเร็ว ๆ หน่อยไม่ได้หรือยังไง วันนี้ได้ทำงานที่รีสอร์ตมันสบายเกินไปหรือยังไง" เสียงทุ้มไม่พอใจที่หญิงสาวเดินกลับบ้านไปพลางชมนกชมไม้ไปพลาง ดูแล้วมันก็ออกจะขัดหูขัดตาเขาไม่ใช่น้อย"ถ้าคุณรีบคุณเดินไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวฉันกับน้องเพิร์ธกลับกันเอง" คนตัวเล็กว่าเช่นนั้นเด็กน้อยก็หันมาส่งยิ้มให้คนทั้งสองที่เดินตามเขาอยู่ด้านหลัง"ใช่ครับ พ่อน่านกลับไปก่อนเลยเดี๋ยวน้องเพิร์ธเดินเล่นกับแม่หว้าก่อนเองครับ" คนตัวสูงมองสองแม่ลูกไม่แท้อย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไง ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าเขารีบร้อนอะไรนักหนาหรอก เพียงแต่ไอท่าทางมีความสุขของลูกหว้านั้นมันทำให้เขาไม่พอใจทั้ง ๆ ที่เขาวางแผนมากมายเพื่อต้องการสั่งสอนให้เธอรู้ว่าตำแหน่งแม่เลี้ยงของไร่เจ้าเมืองนี้ไม่ใช่ว่าจะเข้ามาอยู่ได้สบาย ๆ แต่ใครจะคิดว่านอกจากเขาจะทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ยังไม่เข้าข้างเขาเลยสักครั้ง เป็นแบบนี้ต่อไปเกรงจะอกแตกตายเข้าสักวัน "เดิน ๆ ไปเถอะ" ว่าเช่นนั้นก็ยอมเดินตามสองแม่ลูกไม่แท้ต่อไปเงียบ ๆ"แม่หว้าครับ วันนี้แม่หว้าทำกับข้าวให้น้องเพิร์ธกินได้ไหมครับ" มือเล็กสอดเข้าไปในมือขาวของลูกหว้าพร้อมทั้งเงย
.."นมเวียนครับ แม่หว้าของน้องเพิร์ธล่ะครับ" เด็กน้อยทำการบ้านเสร็จก็เดินลงมาตามหาคนเป็นแม่เลี้ยงให้ทั่ว ซึ่งหากเป็นวันปกติแล้วเด็กน้อยจะต้องเอาตัวเองไปอยู่หน้าทีวีก่อนคิดออกไปเล่นกับเด็ก ๆ ในไร่เสมอ แต่วันนี้ต่างกันออกไป"แม่เลี้ยงทำงานอยู่ครับน้องเพิร์ธ ไปดูการ์ตูนไหมคะ เดี๋ยวนมเปิดให้" หากแต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเด็กตัวน้อยต้องการเลยสักนิด"น้องเพิร์ธอยากไปหาแม่หว้าครับ นมเวียนพาน้องเพิร์ธไปในไร่ได้หรือเปล่า" คนอายุมากคิดอยู่ครู่หนึ่งนี่คงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับไร่นี้ เธอเองก็ไม่เคยเห็นเด็กน้อยดูกระตือรือร้นจะทำเรื่องต่าง ๆ เช่นนี้มาก่อนเลย คิดดูแล้วมีแนวโน้มเป็นไปตามที่คุณนายดุจมณีพูดไม่มีผิดเพี้ยน"ได้ค่ะ เดี๋ยวนมเอาหมวกกับเสื้อคลุมให้นะคะ" ไม่นานนักหนึ่งคนแก่กับหนึ่งคนเด็กพากันเดินจูงมือไปทางไร่ส้มที่อยู่ห่างจากที่นี่พอสมควรก่อนเจอเข้ากับคนงานสักคนจึงได้นั่งรถเข้าไปยังหน้าไร่ส้ม"แม่หว้าของน้องเพิร์ธอยู่ที่ไหนเหรอครับ" เจ้าก้อนกลมลงรถปุ๊บก็เอ่ยถามคนงานที่อยู่แถวนั้นปั๊บ จากสรรพนามที่เจ้านายน้อยของพวกเขาใช้เรียกแม่เลี้ยงคนใหม่แล้วก็คงมีความสัมพันธ์ที่ดีใช้ได้เลย"อยู่ทางนั้