เข้าสู่ระบบลูกหว้า ถูกเพื่อนร่วมรุ่นมอมเหล้าจนเมาก่อนจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงกับผู้ชายคนหนึ่ง เธอร้องลั่นด้วยความตกใจจนคนทั้งบ้านเข้ามาดูและเห็นภาพทั้งหมด หลังจากนั้นทั้งสองก็ถูกจับแต่งงานกันแต่ เมืองน่าน ผู้เป็นเจ้าบ่าวกลับไม่เต็มใจและยังหาว่าเธอตั้งใจจะจับเขาเพราะหวังรวยทางลัด ชีวิตพลิกผันจากสาวแบงค์ฯ ธรรมดา ๆ ต้องกลายมาเป็นเจ้าสาวบ้านไร่ที่ไม่คุ้นเคย แถมยังต้องมาเลี้ยงลูกติดจากสามีอีก ถูกเขาใช้งานหนักแทบทุกวันและยังพูดจาใจร้ายใส่ตลอด แต่เธอก็ไปไหนไม่ได้เพราะพ่อกับแม่ก็เอาเงินเขามาเพื่อไปใช้หนี้ที่บ้านจริง ๆ ลูกหว้าจำใจอยู่ราวคนชดใช้หนี้สินสอดไปวัน ๆ จนกว่าเมืองน่านจะพอใจ มีเพียงแค่ลูกเลี้ยงเท่านั้นที่มาทำให้เธอยิ้มได้และมีเหตุผลจะอยู่ที่ไร่นี้ต่อ "รูปร่างบอบบางแบบนี้จะเอาไปทำอะไรได้ อุตส่าห์วางแผนจับฉันจนได้แต่งเข้ามาเป็นเจ้าสาวบ้านไร่แล้วคิดว่าจะอยู่แบบสบาย ๆ งั้นเหรอ อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะทนได้สักกี่น้ำ"
ดูเพิ่มเติมบทนำ
มีใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า "ปีกปลอม ๆ ไม่มีวันบินได้จริง" ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความจริงอย่างที่ว่า ในที่สุดก็ต้องยอมรับว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว ต่อให้พยายามมากแค่ไหนสุดท้ายก็สูญเปล่า...
.
.
"ขอบคุณนะคะที่เข้ามาช่วยฉันรับหน้าคนพวกนั้น" หญิงสาวหันหน้ามาพูดประโยคนี้กับผู้รับบทสารถีด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความดีใจปะปนกับรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าหวานอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ขึ้นมานั่งที่เบาะข้างของรถคันนี้
"ถ้าเธอรู้ว่าไปที่นั่นแล้วต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ ฉันถามจริง ๆ นะว่าเธอจะไปทำไม หาเรื่องใส่ตัวเองชัด ๆ เลย" ชายหนุ่มพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างมาก และนั่นทำให้หญิงสาวรู้ตัวว่ากำลังสร้างปัญหาให้อีกคน
"ฉัน...ขอโทษนะคะ" เธอว่าเช่นนั้นพร้อมหันไปมองถนนหนทางเบื้องหน้าที่ค่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ และไร้ซึ่งบ้านคนที่สองข้างทาง
"พูดแค่นี้ก็น้ำตาคลออีกแล้วนะ เธอไม่รู้ตัวบ้างเหรอว่าที่เธอเป็นแบบนี้มันน่ารำคาญมากแค่ไหนน่ะ" คนตัวสูงละสายตาจากถนนหันมามองหญิงสาวที่ด้านข้างเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าใบหน้าเธอกำลังมีน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตากลมโต มองเพียงแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้นก็รีบหันไปมองทางต่อเพราะว่ารู้สึกไม่ชอบน้ำตาของหญิงสาวที่อะไรนิดหน่อยก็ร้องไห้เช่นนี้
"ฉันไม่ได้ตั้งใจ อึก! ฉันขอโทษค่ะ" ความหวังในตอนแรกของหญิงสาวนั้นพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ทั้งที่เมื่อชั่วโมงก่อนเธอกำลังยกยิ้มมีความสุขที่เห็นว่าสามีปฏิบัติตัวดีกับเธอต่อหน้าผู้คนมากมาย หากแต่ตอนนี้มันกลับไม่ใช่เลย ดูเหมือนที่เขาทำทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่การแสดงตบตาของเมืองน่านก็เท่านั้น
"เลิกทำตัวน่าสงสารสักทีได้ไหม ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอเลยสักนิด เธอทำตัวเองทั้งนั้น" คนตัวสูงตวาดลั่นทำเอาหญิงสาวหายใจผิดจังหวะ "ถ้าเธอไม่ไปที่แบบนั้นมันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก เมื่อครั้งที่แล้วที่เธอไปก็ลากเอาฉันให้เขาไปเดือดร้อนกับเธอด้วย ที่ผ่านมามันไม่ได้สอนอะไรเธอเลยอย่างนั้นเหรอ"
"อึก! แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ หื้อออ" หญิงสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เพราะด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมีมากเกินกว่าที่เธอจะควบคุมสติและอารมณ์เอาไว้ได้ ความน้อยเนื้อต่ำใจที่ได้รับเมื่อช่วงที่ผ่านมาตีขึ้นมาจุอยู่ที่ขอบตาทั้งสองจนมันร้อนผ่าวก่อนจะกลั่นและระบายความผิดหวังออกมาในคราบของน้ำตาสีใส
เอี๊ยด!
ชายหนุ่มตีรถเข้าข้างทางเพราะว่าทนเสียงร้องไห้ของอีกคนไม่ไหว เขาไม่ชอบที่จะได้ยินอะไรแบบนี้จึงอยากที่จะคุยกับอีกคนให้รู้เรื่องเสียก่อน
"น่ารำคาญฉิบ ลงจากรถไปเลยไป! ถ้ายังไม่หุบปากก็เดินกลับไปก็แล้วกัน!" เสียงตะคอกดังลั่นห้องโดยสารรถยนต์ของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวผวาเพราะตกใจ
"ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณเดือดร้อนจริง ๆ นะคะ" ร่างเล็กบางหันมาหาคนด้านข้างด้วยความรู้สึกผิดอย่างที่สุด แต่เธอทำอะไรไม่ได้จริงๆ
"ก็เพราะว่าเธอเป็นแบบนี้ไงฉันถึงได้เกลียดเธอขนาดนี้ ทุกอย่างมันก็เป็นเพราะเธอคนเดียวเลย" ชายหนุ่มที่มีทั้งน้ำโหและอคติในเรื่องของวันวานพูดสิ่งที่คิดขึ้นมาอย่างหมดเปลือก
"อึก! หื้อออ ฉันขอโทษ" คนตัวเล็กไม่มีอะไรจะพูดนอกเสียจากประโยคขอโทษเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำเอาอีกคนหมดความอดทน
"เธอแม่ง! ฉันไม่น่าแต่งงานกับคนอย่างเธอเลยจริงๆ" ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นมือเรียวก็ยื่นมือไปจับที่ประตูรถก่อนเปิดมันออกและลงจากรถไปทันที
"นี่! ลูกหว้าเธอจะเดินไปไหน! อย่ามาทำตัวเอาแต่ใจนะ ถ้าเธอไม่กลับมาฉันจะไม่รอเธอแล้วจริง ๆ ด้วย" เสียงเข้มตะโกนเรียกคนที่ลงไปเดินอย่างหัวเสีย ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าลงไปเดินจริง ๆ
รถยนต์ยังเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้าช้า ๆ ก็เพราะว่าเขาเลือกที่จะขับตีขนาบไปกับหญิงสาวผู้เอาแต่ใจหวังให้อีกคนกลับขึ้นมาบนรถจะได้ตรงกลับบ้านกันเสียที ถ้าดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับเขา
"อึก! หื้อออ" เสียงร้องไห้ของเธอยังดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ก็เพราะว่าตรงนี้มันค่อนข้างเปลี่ยวและมืด ไม่มีแม้กระทั่งไฟข้างทางและบ้านคน
"ได้! ถ้าเธอขึ้นรถก็ตามใจ งั้นก็เดินกลับไปให้ถึงไร่ก็แล้วกัน" พูดจบขาแข็งแกร่งก็เหยียบคันเร่งรถยนต์คันหรูพุ่งทะยานไปด้านหน้าด้วยความเร็วเต็มสมรรถนะของเครื่องยนต์ โดยไม่สนใจเลยว่าหญิงสาวผู้ที่อยู่ด้านหลังนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป
"คุณเมืองน่าน! พี่น่านคะ!! หว้าขอโทษ กลับมาก่อนนะคะ อึก! หื้ออออ" เสียงหวานตะโกนร้องลั่นเมื่อเห็นว่าอีกคนขับรถหนีเธอออกไปแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นก็เพิ่งมานึกเสียใจในการกระทำที่ไร้สติของเธอ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ได้เป็นคนโปรดไม่ได้เป็นผู้ที่มีสิทธิ์จะเลือกทำอะไรได้ด้วยตัวเอง รู้ทั้งรู้แต่เธอกลับยังเอาแต่ใจกับคนคนนั้น เพียงหวังแค่จะมีสักเสี้ยวความคิดของสามีที่ไม่ได้รักจะเห็นเธอมีตัวตนบ้าง
"หื้ออออ" เสียงร้องร้องไห้ดังลั่นอีกครั้งและครั้งนี้มันหนักกว่าที่ผ่านมา ร่างเล็กบางนั่งลงที่ข้างทางกอดเข่าและร้องไห้อยู่เช่นนั้นเนิ่นนานพอสมควร กระทั่งความเสียใจละลอกนี้สงบลงจึงเริ่มมีสติ
สายตาบวมแดงเคลือบน้ำตามองไปรอบ ๆ กายมันช่างมืดมิดไร้แสงไฟ เธอกลับเห็นเพียงต้นไม้และดงหญ้าข้างทางยิ่งพาให้ใจวูบโหวง ตรงนี้ที่เธออยู่นั้นไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตสักนิด
จากที่ร้องไห้หนัก ๆ เมื่อครู่ก็เงียบลงถนัดตาเพราะว่าเริ่มหวาดกลัวในบรรยากาศตรงนี้ สองขาเรียวก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเพราะเธอไม่มีทางเลือกก็ต้องเดินกลับไปถึงบ้านให้เร็วที่สุด
หากแต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าเพราะยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกราวกับมีใครหรืออะไรบางอย่างตามมาข้างหลัง และแน่นอนว่าเธอไม่กล้าหันไปมองมันสักนิด
ตึก ตึก ตึก!
เสียงหัวใจเต้นแรงสลับกับเสียงฝีเท้าที่ไม่รู้ว่าเป็นของเธอหรือของใครดังเข้ามาในโซนประสาทของหญิงสาวผู้โชคร้าย เธอพยายามจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นหวังว่าจะเจอบ้านคนสักหลัง
คำอธิษฐานที่เป็นผลเมื่อเธอได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมาจากทางด้านหลังพร้อมกับแสงไฟที่สาดส่องมาที่เธอ
"คุณคะ คุณ!!" หญิงสาวกระโดดโลดเต้นพร้อมโบกไม้โบกมือแสดงถึงความดีใจที่ในที่สุดก็เจอกับผู้คนเสียทีเธอจะได้ขอความช่วยเหลือให้เขาไปส่งที่ไร่
"อ้าว! ว่าไงจ๊ะน้องสาว กลางค่ำกลางคืนแบบนี้ทำไมมาเดินอยู่คนเดียวล่ะจ๊ะ" แต่ใครจะคิดว่าความหวังเมื่อครู่กลายเป็นความสิ้นหวังในเวลาต่อมา
"มะ ไม่มีอะไรค่ะ สามีของฉันรออยู่ข้างหน้าฉันไม่รบกวนพวกคุณแล้วค่ะ" พูดจบหญิงสาวก็หันหลังให้กับผู้ที่อยู่บนรถมอเตอร์ไซต์คันนั้นพร้อมกับรีบเร่งฝีเท้าเพื่อหนีภัยที่กำลังจะจะมาถึง
เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะโชคร้ายถึงเพียงนี้ เพราะว่าคนที่เธอเจอนั้นดูแล้วไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด นอกจากจะไม่ได้รับความช่วยเหลือแล้วอาจจะเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นมาอีกด้วย
"เดี๋ยวซิจ๊ะน้องสาวจะรีบไปไหนล่ะ ให้พี่ไปส่งดีกว่าน่า" เจ้าของรถมอเตอร์ไซต์คันนั้นไม่ได้มากันเพียงแค่คนเดียว ชายฉกรรจ์สองคนที่อยู่ในอาการค่อนข้างมึนเมาก้าวลงมาจากมอเตอร์ไซค์พร้อมทั้งจับที่ข้อมือของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ
"ปล่อยฉันนะ อย่ามายุ่งกับฉัน ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะ!!" เสียงหวานตะโกนขึ้นไปทั่วแต่ก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับจากใครเลยสักนิด นอกเสียจากชายฉกรรจ์สองคนที่อยู่ตรงนี้
"ตะโกนเรียกไปก็ไม่มีใครมาช่วยได้หรอก ตรงนี้ไม่มีบ้านคนอีกเป็นกิโลเลยล่ะ"
"มามะ มาสนุกกันเถอะน้องสาว"
ชายร่างกำยำสองคนจอดรถมอเตอร์ไซต์ไว้ที่ข้างทางก่อนช่วยกันดึงรั้งร่างเล็กบางของหญิงสาวผู้โชคร้ายไปที่ป่าละเมาะด้านข้าง
"อึก! หื้อออ อย่าทำอะไรฉันเลยนะจ๊ะฉันขอร้อง อึก! ฉันขอร้อง" น้ำตาใสไหลอาบสองข้างแก้มอีกครั้งพร้อมด้วยมือเรียวพนมขึ้นพร้อมกับคำขอร้องที่ไม่อาจส่งไปถึงชายทั้งสอง
นอกจากที่คนพวกนั้นจะไม่สนใจคำขอร้องของเธอแล้วมือหยาบกร้านยังฉีกทึ้งเสื้อที่เธอใส่จนมันขาดเวิ่นแทบมองไม่ออกว่าเมื่อชั่วโมงก่อนมันเคยสวยเพียงไหนเมื่ออยู่บนร่างกายของเธอ
แรงของหญิงสาวไม่อาจขัดขืนหรือสู้ชายฉกรรจ์ถึงสองคนได้อยู่แล้วสุดท้ายคนตัวเล็กก็ทำได้เพียงแค่ร้องไห้ออกมาพร้อมภาวนาให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ไปได้ก็เท่านั้น
"ช่วยด้วย หื้ออ ใครก็ได้ช่วยฉันที"
บทส่งท้ายเวลาลาวอาทิตย์กว่ากว่าที่พ่อเลี้ยงเมืองน่านไม่ได้กลับไปนอนที่ไร่ของตัวเอง มีเพียงแค่กลับไปเอาเสื้อผ้าของเจ้าเด็กน้อยลูกชายสุดที่รักของเขามาก็เท่านั้น ทำเอาคนงานต่างพูดไปกันว่าเจ้านายของพวกเขาสิ้นลายแล้วจริงๆ"กลับมาแล้วครับบบ" เสียงคนพ่อพูดขึ้นนำมาก่อน"น้องเพิร์ธก็กลับมาแล้วครับบบบ" ตามมาด้วยเสียงคนลูกเจื้อยแจ้วตามหลัง"กลับมาแล้วพี่น่านก็มาช่วยว่าขอดเกล็ดปลาหน่อยค่ะ" ไม่ทันให้ชายหนุ่มได้นั่งพักแม้เสี้ยววินาที ภรรยาคนเก่งคนดีของเขาก็เริ่มใช้งานแบบดุดันไม่เกรงใจใครเสียแล้ว"ครับ ๆ แม่เลี้ยงลูกหว้า" แต่ดูเหมือนเมืองน่านจะชินกับมันเสียแล้วคนตัวสูงทำงานตามภรรยาสั่งเขาแทบจะทุกอย่างก่อนจะนั่งกินข้าวและเตรียมตัวเข้านอนเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เพียงแต่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้นอนกับลูกชายแล้วเพราะมีคนแย่งตัวไปนอนกอดแทบทุกคืน"ทำอะไรอยู่เหรอคะ" ร่างเล็กบางเดินเข้ามาในห้องนอนก่อนจะเห็นว่าคนเป็นสามีนั้นกำลังนั่งขีด ๆ เขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดอยู่"ตรวจบัญชีเงินเดือนคนงานอยู่น่ะ" คนฟังก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถึงแม้อีกคนจะมาอยู่ที่บ้านหลังนี้กับเธอแต่เขาก็ยังมีงานในไร่ต้องทำอยู่"พี่น่านไม่กลับไร่
"แล้วทำไมแล้วทำไมพี่ไม่บอกหว้าล่ะ อีกอย่างมือถือพี่ก็ปิดเครื่องด้วยหว้าติดต่อพี่ไปเป็นชั่วโมงชั่วโมง" "พี่รีบไปหน่อยก็เลยทำพี่รีบไปหน่อยก็เลยทำมือถือตกอยู่ที่บ้านน่ะ แบตหมดไปตอนไหนก็ไม่รู้เพิ่งจะมาชาร์จเมื่อเช้านี้เอง" ชายหนุ่มอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับเธอได้ฟัง หวังเพียงแค่ลูกว่าเข้าใจก็เท่านั้น"แล้วตอนนี้... คุณขวัญตาเป็นยังไงบ้างเหรอคะ" หญิงสาวถามถึงผู้หญิงคนนั้นด้วยความอยากรู้ วันนี้ก็นับเป็นวันที่เจ็ดแล้วอีกคนจะอยู่หรือจะไปแม้ว่าเธอจะเก็บของย้ายออกจากไร่เจ้าเมืองมาแล้วแต่เธอก็ยังอยากรู้ข่าวคราวอยู่ดี"ที่จริงเธอแกล้งน่ะ" หญิงสาวหันมามองหน้าชายหนุ่มที่พูดคำนี้ออกมายังไม่เข้าใจ"หมายความว่ายังไงเหรอคะ""ความจริงแล้วเธอไม่ได้ตกบันไดจริง ๆ หรอกเธอแค่อยากให้พี่ไปไม่ทันแล้วทำให้เราทะเลาะกันน่ะ" ก็ไม่ใช่ว่าเขาใส่ร้ายอีกคนแต่อย่างใดเพียงแค่พูดความจริงเท่านั้นเอง"พี่รู้ได้ยังไงคะไปปรักปรำคุณขวัญตาเธอหรือเปล่า" ลูกหว้าเอ่ยถามก็เรียกการถอนหายใจแรง ๆ จากคนข้าง ๆ มาครั้งหนึ่ง"ขวัญตาทำกับเราขนาดนี้แล้วนะลูกหว้า เธอยังจะแก้ตัวแทนเขาอีกเหรอ" หญิงสาวเงียบไม่พูดอะไรเพราะเธอก็คิดแบบนั้นอย
..หลังจากขับรถวนหาที่จอดหน้าตลาดอยู่พักหนึ่งสุดท้ายแล้วเมืองน่านก็ได้ที่พร้อมเดินลงมาตามหาผู้เป็นภรรยาที่หนีออกจากบ้านไปของตัวเอง"พ่อน่านครับ แม่ว่าอยู่ที่ไหนเหรอน้องเพิร์ธเริ่มจะคิดถึงแม่ว่าแล้ว" สายตาของหนึ่งชายหนึ่งเด็กสอดส่องไปตามทางเดินที่คิดว่าลูกหว้าจะอยู่แถวนั้น แต่ก็ยังคงไร้วี่แวว"เดี๋ยวเราลองเดินหาดูก่อนนะครับ" เมืองน่านเพิ่งจะรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นคนที่ใจแข็งพอสมควร ยามที่โกรธกันมือถือก็ปิดเครื่องหนีได้ผู้คนในตลาดวันนี้ไม่ได้มีมากมายอะไรนักในที่สุดเมืองน่านก็เห็นแผ่นหลังของคนที่เขากำลังตามหาอยู่"จริงเหรอ ฮ่า ๆ ๆ""มันไม่ได้เลยนะแบบนั้นน่ะ"แต่ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นนั้นมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากเหลือเกิน ก็เพราะว่าหญิงสาวผู้เป็นที่รักของเขายามที่อยู่อยู่กับผู้อื่นกลับหัวเราะดูท่าจะมีความสุขมากกว่าตอนอยู่กับเขาเสียอีกไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงเขาทำให้มีวูบหนึ่งที่รู้สึกว่าลูกหว้ากับแบงก์ชายคนนั้นดูเหมาะสมกันอย่างที่เพื่อนร่วมรุ่นของเธอบอกจริงๆรอยยิ้มที่เขารักษาเอาไว้ไม่ได้บางทีอาจต้องให้คนอื่นเป็นคนรักษาให้ เช่นนั้นแล้วเมืองน่านก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีหน้าจะไปหาลูกหว้
ตอนที่ 13 น้องเพิร์ธพาพ่อน่านมาง้อ ๆ แม่หว้าครับรถยนต์คันหรูแล่นด้วยความเร็วระดับหนึ่งเพื่อหวังจะกลับไปที่บ้านของตัวเองให้ไวที่สุด กระทั่งมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านพักคนงานก็รีบวิ่งลงมาทั้งอย่างนั้นก่อนจะเปิดประตูเพื่อหาหญิงสาวที่เขาพูดจาไม่ดีใส่เมื่อคืน"ทำไม..." จากตอนแรกที่มาด้วยรอยยิ้มมันกลับหายไปเมื่อพบกับความว่างเปล่าของบ้านพักหลังนี้"พ่อเลี้ยงมาหาใครเหรอครับ" คนงานคนหนึ่งเดินมาถามผู้เป็นเจ้านายที่ดูท่ารีบร้อนไปไหนก็ไม่รู้"แม่เลี้ยงล่ะ แม่เลี้ยงไปไหน" หันมาหาคนงานพร้อมถามด้วยความร้อนหล่นอย่างที่สุด ตอนนี้เขามีความคิดบางอย่างเล่นเข้ามาในหัวเพียงแต่กลัวเหลือเกินว่ามันจะเป็นความจริง"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเหมือนกันครับ เห็นเก็บข้าวเก็บของแล้วก็มีคนมารับออกไปตั้งแต่เช้าแล้วครับ" คนฟังแทบใจสลายลูกหว้าคงโกรธเขามากแน่ ๆ ถึงได้เก็บข้าวของแล้วออกไปจากที่นี่แบบนี้ไม่รอช้าคนตัวสูงรีบวิ่งเข้าไปหาลูกชายตัวเองที่น่าจะอยู่กับแม่นมเวียนและพาอีกคนขึ้นรถมาอย่างงง ๆ"เพราะถ้าพาน้องเพิร์ธไปไหนเหรอครับ พาน้องเพิร์ธไปเที่ยวเหรอ" เด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเอ่ยถามขึ้นขณะที่มองไปยังทางเบื้องหน้าด้วยความเ