Share

10

last update publish date: 2026-04-12 21:15:56

ตื่นขึ้นมาเด็กน้อยก็นอนอยู่บนเตียงสีขาว มีบิดานั่งหน้าเครียดอยู่อีกด้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเอ่ยถามอะไรหลายอย่างเธอก็บอกไปตามจริง ปากคอยังสั่น หวาดกลัวอยู่ไม่หาย

“กูบอกแล้วเห็นไหม ที่แท้เงินทุนที่ไม่ให้กูใช้มันเอาไปใช้เอง มึงก็ไม่ต้องไปเรียนแล้วนางพลับพลึง ครูที่โรงเรียนตายห่ากันไปหมดแล้ว” นายพันโวยวายเสียงดัง ญาติๆ ของครูศรีสุภางค์ช่วยกันจัดงานศพท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ เหตุฆาตกรรมครั้งนี้คนเอาไปลือกันทั้งหมู่บ้านว่าครูขึ้นคานแบบครูศรีสุภางค์โดนครูชูชัยหลอกให้รักหลอกให้หลงและปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัว

พลับพลึงไม่ได้ไปเรียนหนังสืออีก เธอเที่ยวของานชาวบ้านทำเพื่อให้ได้เงินมาประทังชีวิต ดายหญ้าบ้าง รับจ้างบีบนวดบ้าง พอได้เงินมาบิดาก็เอาไปกินเหล้าจนหมด

เด็กน้อยกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวเมื่อเห็นข้าวมันไก่น่ากินอยู่ตรงนี้ วันนี้เธอต้องตื่นตั้งแต่ย่ำรุ่งมาขายใบตอง ได้เงินมาเล็กน้อยยังไม่พอซื้อข้าวสาร เดินไปอีกร้านก็เจอเข้ากับร้านขายลูกชิ้นปิ้ง เจ้าของร้านกำลังย่างลูกชิ้นปลาหอมกรุ่นอยู่ เด็กน้อยมองเงินยี่สิบบาทในมือแล้วกำเอาไว้แน่น ลูกชิ้นปลาไม้ละหนึ่งบาท ถ้าซื้อกินก็ไม่อิ่ม นี่ยังไม่พอซื้อข้าวสารกรอกหม้อเลย

“อยากกินเหรอ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าวัยสิบแปดปียืนยิ้มอยู่ตรงหน้า พลับพลึงหันไปมอง

“พี่เหม” พลับพลึงร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นพี่ชายใจดีที่เคยช่วยเหลือชีวิตของเธอเอาไว้

“ร้องไห้ทำไม”

“ดีใจที่ได้เจอพี่เหมอีกครั้งค่ะ”

“ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ” เหมราชเอ่ยถามเด็กน้อย ก่อนจะสั่งลูกชิ้นปลาสามสิบไม้พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

เด็กน้อยมองอย่างมีความสุขเมื่อเห็นพี่ชายใจดีตรงหน้า เธอเทิดทูน    เหมราชเหมือนพ่อพระเพราะเป็นหนี้บุญคุณของเขา หากชีวิตนี้เธอมอบให้เขาได้เธอจะทำมันในทันที

“เอาสิ” เขายื่นถุงลูกชิ้นปลาส่งให้เด็กน้อยวัยสิบเอ็ด

“เยอะจังเลยค่ะ” เด็กน้อยเอ่ยอย่างเกรงใจ

“กินสิ เดี๋ยวพี่ขอลองกินบ้าง อยู่เมืองหลวงไม่ได้กินหรอกนะของแบบนี้” เขาหยิบมากัดกินอย่างอร่อยอร่อย เธอเลยกินตามเขา

“อร่อยจังเลยค่ะ” นานๆ เธอจะได้กินของอร่อยเสียที

“เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เจอกันเสียนาน”

“นานมากเลยค่ะ” เป็นปีเห็นจะได้ เธอมองปฏิทินที่เขาแจกฟรีจากร้านและขีดนับทุกวันว่าไม่ได้เจอเหมราชนานแค่ไหนแล้ว

“มัวแต่ยุ่งเรื่องเรียน นี่ก็จะเดินทางอีกแล้ว”

“พี่เหมจะไปไหนเหรอคะ”

“ไปเรียนต่อเมืองนอก”

“เมืองนอกคือที่ไหนเหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ที่ที่ไกลมาก ต้องนั่งเครื่องบินไปน่ะ” เหมราชนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเด็กน้อย โยกศีรษะอีกฝ่ายไปมาเหมือนอย่างที่ชอบทำบ่อยๆ

“ไกลจัง” พลับพลึงเงยขึ้นไปมองบนท้องฟ้ากว้าง

“ใช่ไกลมาก”

“นั่งเครื่องบินไปนานไหมคะ” เด็กน้อยนึกถึงเครื่องบินลำใหญ่ๆ แล้วตาโต

“นานครับ” เขาโยกศีรษะเล็กๆ ไปมาแล้วยิ้ม

“แล้วรองเท้าที่พี่ซื้อให้ไปไหนเสียแล้วล่ะ ทำไมถึงเดินเท้าเปล่า”

“โดนขโมยไปแล้วค่ะ” เด็กน้อยก้มหน้าตอบเสียงเศร้า เพราะรองเท้าที่เธอได้คืนมาจากปภาก็หายไปอีกครั้ง ครั้งนี้จับมือใครดมไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครขโมยไป เหมราชมองเท้าเล็กๆ ที่สกปรกเลอะเทอะอย่างสงสาร

“ตามมานี่สิ” เขาจูงมือน้อยให้เดินตาม พลับพลึงเดินตามเหมราชต้อยๆ

“วันนี้ซื้อของมาฝากด้วยนะ” เขาไปที่รถยนต์คันใหญ่ หยิบรองเท้าเสื้อผ้า ขนมและจักรยานออกมาวางตรงหน้าเด็กน้อย

“จักรยานเหรอคะ”

“ใช่... เอาไว้ปั่นมาขายของที่ตลาดนะ”

“ดีจัง” เด็กน้อยลูบจักรยานด้วยความดีใจ

“จะได้ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยไง” จักรยานคันเล็กๆ สีชมพูทำให้พลับพลึงน้ำตาซึม เธอลูบมันเหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาด ตื้นตันกับของขวัญชิ้นสำคัญที่เหมราชซื้อให้

“แต่พลับพลึงขี่ไม่เป็นค่ะพี่เหม” ลูบไปมาสักพักก็คิดได้ว่าขี่ไม่เป็น

“เดี๋ยวพี่สอนให้ แปบเดียวก็ขี่ได้เชื่อสิ” เขาบอกอย่างใจดี

พลับพลึงได้หัดขี่จักรยานจนเธอขี่ได้ในที่สุด แต่กว่าจะขี่ได้ก็หกล้มหัวเข่าเลือดซิบเจ็บแผลไปหลายวัน เหมราชทำแผลที่เข่าให้อย่างอ่อนโยน เด็กน้อยมองพี่ชายตรงหน้าอย่างเทิดทูนรักใคร่เพราะเขาใจดีและไม่เคยมีใครใจดีกับเธอแบบนี้มาก่อน

“ถ้าล้มจักรยานแบบนี้แล้ว เชื่อพี่สิว่าต่อไปต้องขี่เป็นแน่ๆ เพราะเมื่อก่อนพี่ก็เคยล้มจนมีรอยที่เข่าก่อนจะขี่เป็นเหมือนกัน” เขาบอกยิ้มๆ

“มายุ่งอะไรกับเด็กคนนี้นักหนาน่ะเหม กลับบ้านมาแทนที่จะอยู่กับพ่อแม่” เสียงของคุณนายจำปาไม่พอใจนัก

“สงสารพลับพลึงเขาครับ”

“วันนี้ที่บ้านมีงานเลี้ยง พ่อเราน่ะได้ตำแหน่งกำนันอีกแล้ว ไปแต่งเนื้อแต่งตัวช่วยแม่รับแขกดีกว่า” คุณนายจำปามาตามเหมราชด้วยตัวเอง เด็กน้อยหลบวูบเมื่อเห็นสายตาเขียวปั้ดของคุณนายที่ตวัดมามอง

หลังจากงานเลี้ยง เหมราชอยู่บ้านอีกไม่กี่วันก็ต้องกลับกรุงเทพฯ           เพื่อเดินทางไปเรียนต่อ บิดามารดาไปส่งถึงสนามบินด้วยตัวเอง วันนั้นพลับพลึงทำขนมโคไปฝากเขา เธอลงทุนลุกขึ้นมาทำตั้งแต่หัวรุ่ง

“พลับพลึงเอาขนมโคมาฝากพี่เหมค่ะ” เธอห่อด้วยใบตองที่ทำเป็นกระทงสวยงามยื่นให้เขาหน้าบ้าน

“น่ากินจัง”

“พลับพลึงใส่ใบเตย ดอกอัญชัญแล้วก็ขมิ้นด้วยค่ะ”

“ขอบใจนะ พี่จะเอาไว้กินในรถ”

“พี่เหมจะไปนานไหมคะ”

“ก็นานนะ หลายปีเลย” พอได้ยินแบบนั้นเด็กน้อยก็คอตก

“เป็นอะไร”

“พลับพลึงคงไม่ได้เจอพี่เหมอีก” เด็กน้อยร้องไห้เบาๆ

“เจอสิ กลับมาจะมาหานะ พี่สัญญา” เขาบอกเด็กน้อยก่อนจะยิ้มให้อย่างเอ็นดู ยื่นนิ้วก้อยไปให้เกี่ยว

“สัญญานะคะ” เธอขอคำมั่นสัญญา

“สัญญาครับ” ทั้งสองเกี่ยวก้อยสัญญาต่อกัน

“เสร็จหรือยังเหม ไปยุ่งอะไรกับเด็กนั่น สกปรก”

“พลับพลึงเอาขนมโคมาให้ครับแม่”

“กินเข้าไปเดี๋ยวก็ท้องเสียหรอก”

“อร่อยจะตายไปครับ” เหมราชจิ้มกินด้วยไม้เล็กๆ ที่เด็กน้อยเสียบมาให้ ก่อนจะเอ่ยชม พลับพลึงยิ้มออกเมื่อเห็นเขายิ้มกว้างที่ได้ชิมขนมที่เธออุตส่าห์ลงมือทำด้วยตัวเอง

“ดีใจที่พี่เหมชอบนะคะ” เด็กน้อยยิ้มกว้าง

“ดูแลตัวเองด้วยนะ พี่ไปรอบนี้อาจจะไปนาน แต่สัญญาว่าจะกลับมาหา”

“พี่เหมอย่าลืมสัญญานะคะ” เด็กน้อยยื่นนิ้วก้อยให้เกี่ยว เขาเกี่ยวนิ้วก้อยเล็กๆ โยกไปมาเพื่อสัญญา

“พี่ต้องไปแล้วนะ” เหมราชบอกลาเด็กน้อย

พลับมองตามท้ายรถไปจนสุดตาโบกมือไปมาด้วยน้ำตานองหน้า ครั้งนี้เธอรู้สึกว่าเขาคงไปนานแสนนาน และไม่รู้ว่าวันไหนจะได้มีโอกาสเจอกันอีก

พลับพลึงออกหางานทำโดยการรับจ้างไปทั่ว เธอได้แต่แอบมองเด็กๆ ในหมู่บ้านพากันไปเรียนหนังสือ เลื่อนชั้นไปเรื่อยๆ อย่างอิจฉา ทุกครั้งที่ผ่านปีใหม่จะมีงานวันเด็ก เธอมักจะไปเข้าแถวรอรับไอศกรีมและของแจกจากผู้ใหญ่ใจดี เธอแทรกกายเข้าไปเพื่อให้กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งกับเด็กคนอื่นๆ ทำตัวมีสัมมาคารวะและอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอจึงมีคนเอ็นดู

เธอได้ข่าวว่าพวกของทิดและปภาเรียนจบก็ไปเรียนต่อในเมือง เธอเลยสบายหูและสบายใจไม่ต้องโดนพวกของทิดและปภาล้อเลียนหรือแกล้งอีก

หลายปีต่อมา...

“ซื้อผักไหมคะ ผักงามๆ ปลอดสารพิษจ้ะ” สาวน้อยพลับพลึงเจริญวัยเป็นสาวน้อยวัยสิบแปด เธอกำลังนั่งขายผักอยู่บนแคร่ไม้เก่าๆ ตรงตลาดสดที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลกัน แม้สาวน้อยจะทำงานหนักแต่เค้าความสวยและผิวพรรณที่ดีมาตั้งแต่กำเนิดทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าสาวบ้านป่าทั่วไป

“เหมาหมดนี่เท่าไหร่ครับ” เสียงทุ้มนุ่มหูทำให้พลับพลึงเงยหน้าขึ้นมองคนถาม ใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวจัด ริมฝีปากสีแดง หน้าเรียว คิ้วเข้ม ผมดหนาทำให้คนตรงหน้าดูโดดเด่นและหล่อเหลากว่าหนุ่มทั่วไปในหมู่บ้าน เธอกะพริบตาปริบๆ เหมือนไม่เชื่อสายตา นานหลายปีแล้วจริงๆ ที่เขาเงียบหายไปจากชีวิตของเธอ

“พี่เหม...” ทำไมเธอจะจำเขาไม่ได้ พี่ชายที่แสนดีและน่ารักคนนั้น คนที่ช่วยเหลือชีวิตของเธอเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน

“ถ้าพี่เหมาหมดนี่เท่าไหร่ครับ” เด็กสาวน้ำตารินไหล จู่ๆ ก็รู้สึกดีใจจนพูดไม่ออกที่ได้เจอกันอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลับพลึงเหมราช   66

    แต่ไม่บังคับ ไม่ยัดเยียดอะไรให้เขา ปล่อยให้เขาได้มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง พลับพลึงอยากสอนให้ลูกรู้จักแบ่งปันตั้งแต่เด็กและไม่เลี้ยงลูกด้วยเงินแต่เลี้ยงด้วยความรักและหัดให้ลูกพึ่งพิงตัวเองได้ จะได้ไม่เป็นภาระใครวันเสาร์และวันอาทิตย์เหมราชจะพาเธอไปเรียนหนังสือ เขาช่วยทำรายงาน ช่วยหาข้อมูล แล้วก็ช่วยติวหนังสือให้เธอ เหมราชเป็นคนหัวดี เขาสอนหนังสือเธอเก่งกว่าครูที่สอนหนังสือเธอเสียอีก“ดึกแล้วนะ นอนได้แล้วครับ” เหมราชบอกภรรยาที่นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างขะมักเขม้น“อีกนิดนะคะ” เธอพูดก่อนจะหาว“หาวขนาดนี้ไม่ไหวแล้วนะครับ พี่ว่าถ้าไม่ไหวอย่าฝืนเลยถึงอ่านไปก็ไม่หัวแล้ว นอนพักผ่อนให้เพียงพอค่อยลุกมาอ่านตอนหัวรุ่งก็ได้ครับ”“ค่ะ” เธอรับคำ กราบหนังสือและปิดตำราเรียน เหมราชยิ้มอ่อนโยนกับกิริยาของเธอ พลับพลึงได้กลับมาเรียนใหม่อีกครั้ง เธอก็รักการเรียน ขอบคุณหนังสือที่ให้ความรู้เธอเสมอ แม้ได้เรียนจริงๆ แล้วกลับรู้สึกว่าห้องเรียนในโลกกว้างและการลงมือทำสำคัญกว่าการเรียนในห้องเรียน แต่เพราะความตั้งใจแต่เด็กที่อยากเรียนให้จบอยากถ่ายทอดความรู้ให้เด็กๆ อยากสอนหนังสือเธอเลยมีความสุขกับการเรียนเหมร

  • พลับพลึงเหมราช   65

    เราต้องแก้ไขให้ปัจจุบันดีขึ้น เชื่อแม่สิเหม มีลูกมีเต้าด้วยกันแล้วเราเอาความดีเข้าสู้ต้องชนะใจเขาแน่ๆ” คุณนายจำปาบีบไหล่ของลูกชายเอาไว้แน่น เมื่อก่อนนางไม่เคยเชื่อว่าความดีของใครจะมาชนะใจได้ แต่เมื่อเจอวิบากกรรมโดนทำร้ายปางตาย ความดีของพลับพลึงชนะใจนางมาแล้ว เหมราชก็ต้องเอาชนะใจพลับพลึงได้เช่นเดียวกัน“ภรรยาของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ” เขารีบถลาเข้าไปหาคุณหมออย่างมีความหวัง“ภรรยาของคุณปลอดภัยแล้วครับ” เหมราชแทบจะก้มลงกราบคุณหมอ“พลับพลึงปลอดภัยแล้วครับคุณแม่ ต่อจากนี้ไปผมจะไม่ยอมให้เกิดอันตรายกับเธออีก ชีวิตพลับพลึงน่าสงสารตั้งแต่เด็ก เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว ผมจะไม่มีวันทิ้งเธอหรือทำให้เธอเสียใจอีก” ประโยคซ้ำๆ ของเหมราชทำให้คุณนายจำปาตบไหล่ของลูกชายเบาๆ เขาเดินไปยังห้องพักฟื้นของเธอ ดึงมือน้อยมากุมเอาไว้แล้วแนบกับแก้ม ดวงตาแดงก่ำ“เหมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหมลูก”“ไม่ครับ พลับพลึงตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครอาจจะกลัว”“งั้นแม่จะให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้นะ”“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะขอคุณแม่”“ว่ามาเลยจ้ะ แม่ยินดีทำให้ทุกอย่าง”“ผมฝากลูกสองคนด้วยนะครับ”“ได้สิ แม่จะดูแลหลานแม่ทั้งสองคนให้ดีที

  • พลับพลึงเหมราช   64

    แต่วันนี้ยังไม่ได้ปั๊มนมเลย ถ้าหิวก็จับเต้าให้ดูดด้วยความเคยชินอาจเพราะทำงานอยู่บ้าน เธอเลยสะดวกเวลาจะให้นมลูก“ครับ” เขาตอบหน้าเป็นไม่ยอมไปไหน พลับพลึงค้อนให้หนึ่งที ก่อนจะหันหลังให้เขาแล้วจัดการจับลูกน้อยมานอนดูดเต้า แฝดน้องนั้นกำลังเล่นสนุกท่าทางจะไม่หิวเหมือนคนโตเหมราชรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกไม่น้อย เขาแอบชะโงกหน้าไปดูเห็นปากเล็กๆ สีแดงกำลังดูดจุกนมอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเจ้าแฝดคนเล็กก็เดินเตาะแตะมาหา นั่นทำให้พลับพลึงหันมามอง เธอหน้าแดงมองค้อนเขา“พี่ซื้อเสื้อผ้ามาฝากลูกด้วยนะ”“จริงๆ คุณเหมไม่เห็นต้องลำบากเลยนะคะ ลูกมีเสื้อผ้าเยอะแล้ว” น้ำเสียงของเธอสะบัดนิดๆ เขาเลยยิ้ม“ไม่ลำบากเลย พี่อยากซื้อให้ลูก อยากดูแล อยากเห็นหน้าทั้งแม่ทั้งลูกทุกวัน” เธอเงยหน้ามองเขา พอสบประสานสายตาเข้าหากัน เธอก็หลบวูบ รู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอก“อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ”“ต่อจากนี้ไปพี่จะทำทุกอย่างให้เราได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา พี่จะไม่ยอมแพ้ ไม่ปล่อยให้พลับพลึงต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่พี่อยากทำให้พลับพลึงคือทำให้พลับพลึงกับลูกมีความสุขมากที่สุด ขอให้พี่ได้ทำแบบนั้น

  • พลับพลึงเหมราช   63

    “ความฝันเล็กๆ ของหนูคือมีกิจการเล็กๆ ของตัวเอง มีเงินเอาไว้ให้ลูกเรียนหรือทำตามความฝัน ป้าเชื่อไหมคะ พอหนูไปเรียนหนังสือจริงๆ กลับค้นพบว่าสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในชีวิตไม่ใช่การเรียน แต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างไรให้เราพึ่งพาตัวเองได้ไม่เป็นภาระของใคร”“ป้าแค่เป็นห่วง เพราะป้าแก่แล้วไม่รู้จะอยู่ได้นานสักแค่ไหน”“ป้าอย่าพูดแบบนี้สิจ๊ะ หนูรู้สึกใจคอไม่ดีเลย เพิ่งรู้ข่าวเรื่องแม่ที่จากโลกนี้ไปแล้ว ป้าก็จะมาจากหนูไปอีกคนเหรอคะ หนูคิดว่าถึงเราไม่มีผู้ชายคอยเลี้ยงดู เราก็ยืนได้ด้วยลำแข้งนะจ๊ะป้า ถ้าพี่เหมเขาเวทนาหนูเพราะยากจนและรู้สึกผิดเลยอยากรับผิดชอบหนูก็ไม่ต้องการหรอกจ้ะ”“แล้วเอ็งต้องการอะไร”“ต้องการความรักและความจริงใจจากเขาค่ะป้า เพราะถ้าเราอยู่ด้วยความรัก เราก็จะไม่อยากทำให้อีกฝ่ายต้องเสียใจ ต้องอึดอัดใจ แต่เราจะพยายามถนอมน้ำใจกันและกัน ทำให้คนที่เรารักมีความสุข และให้อิสระกับคนที่เรารัก หนูเลยไม่เรียกร้องให้เขาต้องมารับผิดชอบหรือรู้สึกผิดจนต้องมาทนอยู่ด้วยกันค่ะ” คำตอบของพลับพลึงทำให้ลำไยยิ้มกว้าง พลับพลึงในอดีตกับในวันนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะพลับพลึงในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ท

  • พลับพลึงเหมราช   62

    “หนูออกไปซื้อของก่อนนะจ๊ะป้า”“จ้ะ ไปเถอะ” ลำไยขานรับ มีความสุขกับการเลี้ยงหลาน ทุกครั้งที่พลับพลึงออกไปข้างนอก เหมราชจะมาหาลูกโดยความช่วยเหลือท่าน“ป้าครับ เรื่องที่ป้าขอร้อง ผมทำให้แล้วนะครับ” เหมราชคุ้นเคยกับเด็กๆ ทั้งสองดี เพราะเขามาหาแทบจะทุกวันที่มีโอกาส เขากอดหอมเล่นกับลูกยกร่างน้อยมานั่งบนตักไม่ยอมห่าง สิ่งที่ลำไยเคยขอเอาไว้คือให้ช่วยสืบเรื่องของจินดา มารดาของพลับพลึงให้หน่อย“เป็นยังไงบ้างคะ” คนถามหัวใจลุ้นระทึก อยากจะรู้ข่าวคราวของจินดาเต็มที ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว เหมราชร่ำรวยและมีเงินท่านจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงสามารถสืบหาจินดาได้อย่างแน่นอน เธอนั้นเป็นแค่หญิงชราแก่ๆ ที่ไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมายจึงไม่มีความสามารถจะทำแบบนั้นได้“ผมต้องเสียใจด้วยนะครับ” จินดาถูกรถชนตายเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนจึงกลายเป็นศพไร้ญาติ“โธ่...” ลำไยยกมือขึ้นทาบอก ค่อยๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนแล้วร้องไห้สงสารเพื่อนเหมราชกลับไปไม่นานพลับพลึงก็ขับรถกลับมาถึงบ้าน รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นป้าลำไยนั่งร้องไห้“ป้าเป็นอะไรจ๊ะ” เสียงของพลับพลึงทำให้ลำไยรีบเช็ดน้ำตา“มาหาป้ามาพลับพลึง” ลำไยดึงร

  • พลับพลึงเหมราช   61

    เธอหยุดกิจการไปเป็นเดือนก็คิดว่าจะกลับมาค้าขายอีกครั้ง แม้ป้าลำไยจะแก่แล้วแต่ท่านก็ถือว่าเป็นคนสูงอายุที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน เรื่องดูแลลูกๆ ท่านเลยช่วยแบ่งเบาไปได้มาก เรื่องเรียนพลับพลึงก็ไม่ทิ้ง เธอตั้งใจเรียนและสอบเทียบไปเรื่อยๆ คาดหวังว่าไม่นานจะจบการศึกษา พอได้วุฒิมัธยมศึกษาปีที่หกแล้ว เธอจะเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่จะเรียนมหาวิทยาลัยเปิดที่สามารถเรียนทางไกลได้ อ่านหนังสืออยู่บ้านได้และค่อยไปสอบเอา หากมีอบรมหรือสัมมนาอะไรก็ค่อยไปเพราะเธอทำงานอิสระเป็นของตัวเองไม่ต้องลางานก็ไปได้สะดวก“ป้าจ๊ะ หนูจะออกไปซื้อของข้างนอกนะจ๊ะ ฝากป้าดูแลสองแฝดด้วยนะจ๊ะ” เธอตั้งชื่อลูกง่ายๆ ว่าหนึ่งกับสองคนพี่เป็นแฝดชายชื่อหนึ่ง คนน้องเป็นแฝดหญิงชื่อสอง“ได้ๆ ไปเถอะ ขับรถดีๆ ไม่ต้องรีบ”“ป้าอยากได้อะไรไหมจ๊ะ”“ไม่แล้วล่ะ”“เดี๋ยวมื้อกลางวันหนูจะทำแกงเลียงให้กินนะจ๊ะ”“อะไรก็ได้ ป้าไม่เรื่องมากหรอก ไปเถอะ เดินทางปลอดภัย ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง” ป้าลำไยยิ้มให้เด็กสาว อีกฝ่ายก็สวมใส่หมวกกันน็อก สตาร์ตรถ มอเตอร์ไซค์ขับออกไปจากบ้าน หลังจากจดรายการซื้อของเรียบร้อยแล้วพลับพลึงเก็บเงินได้ก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status