Mag-log inรับปากคนเป็นพ่อว่าจะแต่งงาน เพราะชาตินี้ไม่คิดจะรักใครอีก โดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นคือความรักที่เจ็บปวดในอดีตของตัวเอง
view moreแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานสูงของห้องทำงาน บนชั้นบนสุดของสำนักงานใหญ่ การันต์กรุ๊ป บริษัทเจ้าของเครือโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ
ห้องทำงานกว้างขวาง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม ให้บรรยากาศสุขุมและทรงอำนาจไม่ต่างจากเจ้าของห้อง ชายวัยห้าสิบกว่าปี นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาคือการันต์ ผู้ก่อตั้งอาณาจักรธุรกิจโรงแรมแห่งนี้ สายตาคมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนเสียงเคาะประตูจะดังขึ้นพอดี ก๊อก! ก๊อก! “เข้ามา” ประตูถูกเปิดออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ทว่าแฝงความเย็นชาโดยธรรมชาติ คนนั้นคือคีริน เป็นประธานบริหารคนปัจจุบันของเครือการันต์กรุ๊ป “พ่อเรียกผมมา...มีอะไรเหรอครับ?” คีรินถามสั้น ๆ พลางนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของคนเป็นพ่อ การันต์พิจารณาลูกชายเงียบ ๆ ลูกชายคนเดียวของเขาเก่ง ฉลาด และบริหารธุรกิจได้เกินความคาดหมาย ถึงแม้จะเรียนจบวิศวะมาก็ตาม แต่ทว่ามีเรื่องหนึ่งที่ทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขาไม่สบายใจมาตลอด คือลูกชายคนนี้ไม่เคยมีผู้หญิง ไม่เคยควงใครให้เขาเห็น หรือแม้แต่สนใจพูดเรื่องความรักเหมือนชายหนุ่มวัยเดียวกัน มีเพียงงานเท่านั้น ที่เขาจะได้ยินคีรินพูดถึง การันต์วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ“พ่อมีเรื่องอยากคุยกับแก” คีรินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับสงสัย“เรื่องอะไรครับ” คนเป็นพ่อถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดออกมาตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม“พ่ออยากให้แกแต่งงาน” ทั้งห้องเงียบลงทันที แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้การันต์แปลกใจคือลูกชายของเขา ไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย คีรินทำเพียงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “กับใครครับ” คำถามนั้นเรียบเฉยราวกับกำลังถามเรื่องธุรกิจธรรมดา ทำเอาคนเป็นพ่อชะงักไปทันที “ลูกสาวของเพื่อนพ่อ” "....." “ครอบครัวเขามีปัญหาธุรกิจหนักมาก ต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศ แต่ลูกสาวเขายังอยู่ที่นี่คนเดียว และกำลังรับภาระหนี้สินจำนวนมาก” การันต์เว้นจังหวะการพูด พลางสังเกตุสีหน้าลูกชาย“พ่อเลยจะช่วยจัดการเรื่องหนี้ให้” คีรินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามออกมา“แล้วเกี่ยวอะไรกับผม” “พ่อเสนอให้เธอแต่งงานกับแก” ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง สายตาคมของคีรินนิ่งสนิท ราวกับกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง “พ่ออยากช่วยเพื่อน และก็อยากให้แกมีครอบครัวเสียที” "....." “วัน ๆ ทำแต่ทำงาน ไม่เห็นสนใจผู้หญิงที่ไหน” คำพูดนั้นทำให้แววตาของคีรินวูบไหวแวบหนึ่ง ทว่าเพียงเสี้ยววินาที ที่ภาพในอดีตแวบผ่านความทรงจำ หญิงสาวคนหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย ภาพรอยยิ้มของเธอ และความลับของความสัมพันธ์ที่ต้องหลบซ่อน รวมถึงวันที่เขาเพิ่งรู้ว่า…เธอรักผู้ชายอีกคน ความรู้สึกเจ็บปวดในวันนั้นยังคงฝังรากลึก คีรินกดมันลงอย่างรวดเร็ว ก่อนมองคนเป็นพ่อของตัวเองด้วยสายตาเรียบนิ่ง “ลูกสาวเพื่อนพ่อชื่ออะไรครับ ผมเคยเห็นหน้าหรือเปล่า” “น่าจะยังนะ เพราะพ่อเองก็เพิ่งได้กลับมาเจอกับเธอ เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ส่วนชื่ออะไรนั้น ก็ค่อยรู้ทีเดียววันเจอหน้ากันดีกว่า” คำตอบนั้นทำให้คีรินเลิกคิ้วขึ้น“ทำไมครับ” “ถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ เพราะถึงพ่อบอกแกไป แกก็คงไม่รู้จัก” คีรินเงียบไปครู่หนึ่ง ตามปกติแล้ว ผู้ชายอย่างเขาคงปฏิเสธทันที แต่ทว่าความจริงคือเขาไม่ได้สนใจเรื่องความรักอีกต่อไป หลังจากวันนั้น วันที่ผู้หญิงคนหนึ่งทำให้เขารู้ว่าความรักมันไร้ค่าแค่ไหน ดังนั้น…จะแต่งงานกับใครก็คงไม่ต่างกัน เพราะเขาไม่ได้คิดจะรักผู้หญิงคนไหนอยู่แล้ว ชายหนุ่มจึงตอบกลับอย่างเรียบง่าย “ก็ได้ครับ” คำตอบนั้นทำให้การันต์ชะงักไปทันที“แกตกลงง่ายขนาดนี้เลยเหรอ” คีรินยักไหล่เบา ๆ เขาทำราวกับว่ามันเป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจ “ก็แค่การแต่งงาน ถ้ามันทำให้พ่อสบายใจได้ ผมก็ไม่มีปัญหา” คนเป็นพ่อมองลูกชายอย่างพอใจ ลูกชายของเขาถึงจะไม่ได้ดื้อรั้นหรือเอาแต่ใจ แต่ปกติก็ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ แต่ทว่าเขาไม่รู้เลยว่า เหตุผลที่ลูกชายตอบตกลงง่ายดายแบบนี้… ไม่ใช่เพราะว่าง่ายต่อการโน้มน้าว แต่ทว่าเพราะหัวใจของคีริน ไม่เหลือที่ว่างให้ใครแล้วต่างหาก ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปทำงานต่อ” “เดี๋ยวก่อน” "....." “พรุ่งนี้พ่อจะให้ทนายเตรียมเอกสาร แล้วจะนัดผู้หญิงคนนั้นมา” “ครับ...เอาตามที่พ่อคิดเลยครับ” ร่างสูงของลูกชายเดินไปเปิดประตูออกจากห้องไป คนเป็นพ่อเอนหลังพิงเก้าอี้ ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยเรื่องแต่งงานของลูกชายก็เรียบร้อยไปครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือแค่ตกลงกับอีกฝ่าย ช่วงเย็น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมทอง แสงสุดท้ายของวันสะท้อนผ่านกระจกใสของร้านอาหารหรูริมถนนใหญ่ บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงดนตรีแจ๊สขับกล่อมเบา ๆ หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมกระจก เธอคือลลิล หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่ทว่าดวงตากลมโตกลับแฝงความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ชุดเดรสเรียบง่ายที่เธอสวมดูสุภาพแต่ไม่ได้หรูหราเหมือนแขกคนอื่นในร้าน มือบางกำลังบีบแก้วน้ำเบา ๆ อย่างเผลอตัว สายตาเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ความคิดในหัวกลับตีกันวุ่นวาย ตึก! ตึก! เสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามาหยุดตรงโต๊ะที่เธอนั่งอยู่ “ขอโทษที่ให้รอนะ...หนูลลิล” ลลิลเงยหน้าขึ้นทันที ยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อม“สวัสดีค่ะ…คุณอา” ชายวัยห้าสิบกว่าปีนั่งลงตรงข้ามเธอ เขาคือการันต์ เพื่อนสนิทของพ่อเธอ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ…คนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอในวันที่ชีวิตกำลังจะหมดลมหายใจ “ไม่เป็นไรค่ะ หนูเพิ่งมาถึงเหมือนกัน” เธอยิ้มบาง ๆ แม้ในใจจะตึงเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พนักงานนำเมนูมาให้ ก่อนจะรับออเดอร์อย่างรวดเร็วแล้วเดินออกไป หลังจากนั้น ความเงียบก็เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง การันต์มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา เขาเห็นเธอมาตั้งแต่เด็ก ลูกสาวของเพื่อนรัก เด็กสาวร่าเริงที่เคยหัวเราะเสียงใส แต่ทว่าตอนนี้…เธอดูโตขึ้น และแบกรับอะไรบางอย่างไว้หนักหนา จนทำให้ความสดใสนั้นหายไป “ช่วงนี้เหนื่อยมากใช่ไหม” คำถามนั้นทำให้ลลิลยิ้มจาง ๆ“ก็…พอไหวค่ะ” คำตอบที่ดูเข้มแข็งเกินจริง การันต์รู้ดีว่าธุรกิจของพ่อเธอทิ้งหนี้ก้อนใหญ่ไว้แค่ไหน เจ้าหนี้หลายรายกำลังกดดันเธอทุกวัน หญิงสาวอายุเพียงยี่สิบสี่ต้องรับมือกับมันเพียงลำพัง เขาจึงรีบพูดเข้าประเด็นทันที “เรื่องหนี้ทั้งหมด…อาจะจัดการให้” มือของลลิลที่กำลังจับแก้วน้ำหยุดนิ่งชะงักทันที เธอไม่คิดว่าการที่เพื่อนพ่อคนนี้ติดต่อมาหาเธอ ในวันที่เธอกำลังหลังชนฝา จะหมายถึงเรื่องหนี้สินก้อนโตของครอบครัวเธอ “จริงเหรอคะ…” “อาจะจ่ายให้ทั้งหมด”พูดจบเขาก็ถูกฝ่ามือของเมียฟาดเข้าที่แผงอกของเขาทันที แต่ทว่าแทนที่จะรู้สึกเจ็บ เขากลับหัวเราะชอบใจ ในขณะที่เธอหน้าตาบูดบึ้งก่นด่าเขาออกมา "พี่มันคนหื่น พอให้เอาหน่อย ก็เอาไม่หยุด ราวกับคนเก็บกด" "หึ ก็เก็บกดจริง ๆ เพราะไม่ได้เอาเมียมาเกือบสองเดือน เลยอยากชดเชยเอาให้คุ้ม" "ถ้าพี่ทำอะไรลิลอีกนะ ลิลจะร้องให้คนในบ้านมาช่วย" คีรินหัวเราะออกมาเสียงดังทันที เขาชอบแกล้งเธอก็เพราะแบบนี้ หากวันไหนไม่ได้แกล้ง เขาจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป "พี่แค่พูดเล่นเอง...แต่ถ้าให้จริงก็เอา" ลลิลรีบหยัดตัวลุกขึ้น เธอเดินเข้าห้องน้ำและกดล็อคประตูกันคนหื่นตามเธอเข้ามา ถึงจะรู้ว่าเขาแค่แกล้ง แต่เธอก็ยังกลัวว่าตัวเองจะเผลอตามใจเขาเหมือนกัน หลังจากคารอสหลับสนิทในเปลห้องเลี้ยงเด็ก ทั้งสองคนก็มานั่งทานอาหารเช้ากับการันต์ที่โต๊ะอาหารเหมือนทุกวัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น ระหว่างที่กำลังทานเข้ากันอยู่นั้น การันต์ก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา “วันนี้พ่อจะช่วยเลี้ยงคารอสให้เองนะ แกกับหนูลิลออกไปเดินเล่น เปิดหูเปิดตาบ้างเถอะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน พ่อกลัวว่าจะเครียด” คีรินที่นั่งทานข้าวต้มอยู่ หันมามอ
แล้วค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้น นั่งคร่อมท่อนลำของเขา มือเล็กจับแท่งเนื้อที่ร้อนผ่าว วางจ่อที่ร่องรักที่ชุ่มฉ่ำของตัวเอง ก่อนทรุดตัวลง ให้ร่องแคบกลืนกินท่อนลำของเขาจนลึกสุดโคน สวบ! “อ๊าสสส จุก” ลลิลครางแผ่ว นั่งนิ่งสักพักเพื่อให้ร่องรักของเธอปรับตัว จากนั้นเธอจึงเริ่มขย่มสะโพกขึ้นลงช้า ๆ ในจังหวะสม่ำเสมอ “อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ๊าสสส”เสียงหวานร้องครวญคราง ขณะที่สะโพกยังคงขยับไม่หยุด คีรินที่เห็นแบบนั้น ก็กลัวเธอจะเหนื่อยเกินไป เขาจึงจับสะโพกเธอไว้แน่น ช่วยยกและกดลงตามจังหวะ เพื่อเร่งให้เธอขย่มเร็วขึ้นเล็กน้อย หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงตอกอัด ไหล่บางสั่นไหวระริกด้วยความเสียวซ่าน ก่อนเธอจะก้มลงจูบเขาเป็นระยะ ขณะที่ร่องรักตอดรัดท่อนลำของเขาอย่างแนบแน่น “อื้อ~ ลิลจะเสร็จแล้ว อร้ายยย” ทั้งสองคนถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ร่างเล็กเกร็งกระตุกสุดแรง ร้องครางเสียงสั่น ร่องรักของเธอตอดรัดเขาแน่น น้ำสีใสไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่ม ด้านคีรินก็กดสะโพกเธอลง ปลดปล่อยน้ำรักขาวขุ่นพุ่งทะลักเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มของเธอ “อึก อ๊าสสส” หลังจากที่ปลดปล่อยรอบแรกออกมา คีรินก็กดจูบไปตามกรอบหน้าที่ชื้นเหงื่อของลลิลด้วยควา
ลลิลถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดคลอดด้วยความตื่นเต้นและความกังวลปนกัน เธอกำลังจะได้เห็นหน้าลูกชายคนแรก มีคีรินที่คอยยืนให้กำลังใจเธออยู่ข้างเตียงไม่ห่าง ส่วนการันต์นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความตื่นเต้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความกังวลตลอดเวลา จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องแรกของทารกดังขึ้นในห้องผ่าตัด คีรินก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว อุแว้! อุแว้! “ลูกชายพ่อมาแล้ว” เขาพูดพลางกดจูบลงบนหน้าผากของลลิล ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ"ลิลเก่งมากเลยนะครับ" หลังจากนั้นลลิลก็ถูกส่งตัวไปนอนพักฟื้นอยู่ในห้องพิเศษระดับวีไอพี ที่คนเป็นปู่เป็นคนกำชับว่าต้องเป็นห้องนี้เท่านั้น เพราะอยากให้ลูกสะใภ้ได้นอนสบาย ข้างเตียงพักฟื้นตอนนี้ คีรินกำลังอุ้มลูกชายตัวเล็กที่พยาบาลเพิ่งเอาเข้ามาให้ในอ้อมแขนแกร่ง เด็กน้อยมีใบหน้าที่เหมือนเขามากจนน่าตกใจ และหากมองดูดี ๆ ก็คล้ายกับคนเป็นปู่ด้วยเหมือนกัน “ลูกเราหน้าตาเหมือนคุณพ่อเลยค่ะ” "ต้องเหมือนปู่อยู่แล้ว"การันต์ยืดอกพูดอย่างภูมิใจ ในขณะที่ลูกชายเอ่ยค้านทันที "เหมือนพี่ต่างหาก เหมือนพ่อแค่จมูกเท่านั้นแหละ" ลลิลส่ายหน้าและหลุดขำ กับความไม่
หลังจากที่คีรินเริ่มมีอาการแพ้ท้องแทนเมียอย่างหนัก เขาก็แทบไม่ได้ลุกจากเตียงเลย ร่างกายของเขาซีดเซียว รู้สึกเวียนหัว อยากจะอาเจียนตลอดเวลา จนแทบไม่มีแรงลุกขึ้น อาหารที่เคยชอบกลับทำให้เขาอาเจียนเกือบทุกมื้อ และลลิลกลายเป็นคนดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เธอนั่งอยู่ข้างเตียง ลูบศรีษะเขาเบา ๆ อย่างอ่อนโยน ระหว่างนั้นแชทกลุ่มเพื่อนสนิทก็ระเบิดเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาไม่หยุด สกาย: 55555 ไอ้คีริน มึงแพ้ท้องแทนเมียจริงเหรอวะ คาเตอร์: กูหัวเราะจนน้ำตาไหลแล้วว่ะ ผัวแพ้ท้องแทนเมีย นี่มันหลงระดับไหนว่ะ ยีนส์: ไหนถ่ายหน้ามาให้กูดูสิ ว่าซีดขนาดไหน ตะวัน: 55555 กูส่งรูปมึงนอนฟุบกับหมอนไปให้เมียกูดูแล้ว เมียกูหัวเราะจนท้องแข็ง โซล: คงไม่ต้องถึงขั้นไปนอนโรงพยาบาลแบบกูนะ คีรินที่นอนฟุบอยู่บนเตียง อ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความโมโห มือกำโทรศัพท์แน่น แล้วหันไปฟ้องลลิลที่นั่งลูบหัวเขาอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบเด็กน้อย “เมียจ๋า ดูสิ เพื่อนพี่แกล้งพี่อีกแล้ว ลิลช่วยบอกพวกมันหน่อยสิ ว่าพี่ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” ลลิลหลุดขำออกมากับท่าทางนั้น“โธ่ เพื่อนพี่ก็แค่พูดแซวเองค่ะ แต่พี่ก็แพ้ท้องแทนลิลจริงนะคะ แล้ว
สองวันต่อมา คีรินไม่ได้ไปทำงานที่บริษัทเลยหลังเกิดเรื่องนั้น เขาขังตัวเองอยู่ในห้องสวีทที่โรงแรม เมาจนฟุบหลับอยู่บนพื้นห้องแทบทุกวัน สภาพร่างกายของเขาผอมโซลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าซีดเซียว ตาแดงก่ำ มีรอยคล้ำใต้ตาจนเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวัน เพราะนอกจากเหล้า ร่างกายเขาก็แทบไม่มีอะไรตกถึงท้อง ถึงจะ
ลลิลนอนร้องไห้อยู่กับพื้นห้องนานจนน้ำตาแห้งเหือด เธอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียและความเจ็บปวดที่ท่วมท้น จนกระทั่งแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้อง จังหวะตื่นขึ้นมา ร่างกายของเธอประท้วงออกมาอย่างรุนแรง ปวดหัวตุบ ๆ รู้สึกพะอืดพะอมจนอยากอาเจียน เธอพยายามลุกขึ้นจากพื้น แต่หัวหมุนจนแทบล้ม ต้องใช้มือยันพื้น
ลลิลเดินออกจากคาเฟ่ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอรีบขึ้นรถ ขับกลับคอนโดทันทีโดยไม่แวะที่ไหน มือเล็กทั้งสองข้างกำพวงมาลัยแน่น ในหัวเต็มไปด้วยความกังวลและความกลัว การที่เขาบอกน๊อตเรื่องแต่งงาน เป็นไปได้หรือเปล่าว่าน๊อตเป็นคนบอกว่าเจอเธอที่ร้านเหล้าคืนนั้น ร่างเล็กอยากจะเอามือทุบหัวตัวเอง เธอไปเ
ลลิลขับรถมาถึงคาเฟ่ xxx ในเวลา 13:55 น. เธอเดินเข้าไปในร้านด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา สายตากวาดมองทุกโต๊ะอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งพบร่างสูงของน๊อตนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมด้านใน ห่างออกไปพอสมควร ใบหน้าของน๊อตดูเคร่งขรึมผิดปกติ ไม่มีรอยยิ้มเหมือนที่เจอกันเมื่อคืนก่อน ลลิลสูดหายใจลึก แล้วรีบเดินตรง
Rebyu