พลับพลึงเหมราช

พลับพลึงเหมราช

last updateLast Updated : 2026-04-12
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
66Chapters
39views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในสายตาของเขา เธอคงเป็นได้แค่เพียง เศษธุลีดินที่ไร้ค่า +++ “คุณเหม พอก่อนค่ะ พลับพลึงไม่ไหวแล้ว” เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขาว่าคุณ แทนคำว่า ‘พี่’ ในอดีต เพราะความห่างเหินเย็นชาที่เขามีให้เธอมันมากมายหลายร้อยเท่านัก หญิงสาวร้องบอกเสียงแหบพร่า ดันหน้าท้องแกร่งของเขาออกห่าง แต่เหมือนผลักหินผาหนักอึ้งที่ไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อย “คนอย่างเธอกล้าหืออือกับฉันเหรอ...” เขาก้มมองร่างน้อยที่ล้มซุนไปกับกองฟาง พลับพลึงร้องไห้สะอื้นยามเขาย่ำยี “กับฉันทำเป็นสะดีดสะดิ้งร้องไห้สะอึกสะอื้น เวลาอยู่กับผู้ชายคนอื่น เธอหัวร่อต่อกระซิก ระริกระรี้เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ” เขาไม่เคยสนใจน้ำตาของคนอย่างเธอ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดิน

View More

Chapter 1

1

“ช่วยซื้อหัวมันต้มหนูหน่อยนะคะ ช่วยซื้อหน่อยค่ะ” เสียงหวานใสเจือแววเศร้าสร้อยของเด็กหญิงพลับพลึงพาตะกร้าใบเก่าๆ พร้อมทั้งมันเทศต้มวิ่งขายไปตามงานในช่วงเทศกาลปีใหม่อยู่ในหมู่บ้านซึ่งจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เธอใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ และไม่มีแม้แต่รองเท้าที่จะสวมใส่ แต่เธอก็ยังขายมันต้มไม่ได้สักหัว เพราะผู้คนหันไปสนใจซื้อของกินแสนอร่อยอย่างอื่นแทน

เธอตื่นขึ้นมาต้มมันเทศที่ไปขุดมาจากในป่าแถวบ้านตั้งแต่ย่ำรุ่ง ก่อนจะเดินเท้าเปล่ามายังงาน เด็กน้อยมองความตื่นตาตื่นใจของงานซึ่งมีเครื่องเล่นหลายอย่าง ทั้งชิงช้า ม้าหมุนหรือกระเช้าลอยฟ้า แม้จะอยากเล่นแค่ไหนแต่เธอไม่มีเงินติดตัวสักบาทเดียว ได้แต่ยืนมองด้วยความอิจฉาเด็กคนอื่นๆ

ผู้คนในงานสวมใส่เสื้อผ้าสวยๆ ด้วยชุดใหม่ในเทศกาลปีใหม่ เธอก้มมองเสื้อผ้าขาดๆ มอซอของตัวเองแล้วหน้าเศร้า จำไม่ได้ว่าตัวเองได้รับเสื้อผ้าที่มีคนใจบุญบริจาคมาให้กี่ปีมาแล้ว เพราะเด็กน้อยสวมชุดเก่าๆ ซอมซ่อ จึงไม่มีใครอยากอุดหนุนมันเทศของเธอ รวมถึงสายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน

เด็กน้อยพลับพลึงเดินเท้ากลับบ้านด้วยความเศร้าใจระคนหวาดกลัว เธอกลัวบิดาจะทุบตีเอา ท่านเป็นคนติดเหล้า และชอบขู่ให้เธอไปทำงานหาเงินตั้งแต่เด็ก ท้องของเธอร้องไปตลอดทางที่เดินกลับบ้าน จำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้ไปยืนอยู่หน้าร้านขายลูกชิ้นปิ้งแต่ไม่มีเงินซื้อ จึงได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความหิว จนโดนพ่อค้าไล่ตะเพิดออกมา หาว่าเกะกะหน้าร้าน

เท้าเล็กๆ ที่ไร้รองเท้าติดกายเจ็บปวดไปหมดเพราะโดนหนามทิ่มตำขณะย่ำเดิน เด็กหญิงเดินมาถึงบ้านก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงบิดาตั้งวงกินเหล้ากับบรรดาเพื่อนๆ ของพวกท่านอยู่ด้านในของตัวบ้าน

ภายในบ้านกำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานในขณะที่เธอเต็มไปด้วยความเศร้า พลับพลึงสะดุดหกล้มระหว่างเดินเข้าไปใต้ถุนบ้าน เด็กน้อยไม่กล้าร้องเสียงดังกลัวบิดารู้ว่ากลับมาแล้ว เธอเข้าไปนั่งขดตัวอยู่ที่ซอกเล็กๆ ด้วยความหนาวเหน็บ เก็บมันเทศต้มขึ้นมาปัดเศษดินออกไปเบาๆ ก่อนจะนำมาปอกกินด้วยความหิวโหยแล้วเผลอหลับไป เด็กน้อยถูกกระชากแขนให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสาย เธอเห็นใบหน้าถมึงทึงของบิดาก็สะดุ้งสุดตัว

“ไหนเงินนางพลับพลึง”

“ไม่มีจ้ะพ่อ เมื่อคืนหนูขายมันเทศไม่ได้เลยจ้ะ”

“อะไรนะ นางลูกหน้าโง่ทำไมถึงขายไม่ได้ โกหกหรือเปล่า เอ็งอมเงินใช่ไหม”

“หนูเปล่านะจ๊ะ”

“หัดโกหกตั้งแต่เด็ก สันดานเหมือนแม่มึงไม่มีผิด โตขึ้นคงจะหนีตามผู้ชายไปเหมือนแม่มึง มานี่เลย วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออก” นายพันหยิบไม้เรียวมาถือเอาไว้ก่อนจะหวดไปที่สะโพกเล็กๆ ของบุตรสาวเต็มแรง

“โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! พ่อจ๋า หนูเจ็บ อย่าตีหนูเลย หนูขายมันเทศไม่ได้จริงๆ นะจ๊ะ หนูไม่ได้โกหก”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปมึงไม่ต้องไปโรงเรียนอีกต่อไปแล้ว เรียนไปก็เปลืองเงิน” คนพูดยังตีไม่หยุดมือ

“พ่อจ๋า อย่าตีหนูเลย หนูเจ็บ” เด็กน้อยยกมือไหว้ปลกๆ ร้องไห้น้ำตาเปรอะเปื้อน

“ต่อจากนี้ไปมึงต้องออกมาทำงานหาเงิน”

“หนูอยากเรียนต่อ พ่อให้หนูเรียนเถอะนะจ๊ะ” เด็กน้อยเอ่ยขอร้องเสียงสั่น ร้องไห้จนน้ำตาไหลพรากอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง ปวดแสบปวดร้อนไปหมดที่โดนไม้เรียวหวดลงมาบนสะโพกไม่ยั้งแรง

“กูไม่ให้มึงเรียนแล้ว หูแตกหรือไงวะ ไปทำงานไป” นายพันผลักร่างบุตรสาวจนหงายหลัง ไล่ให้ไปทำงาน ไล่ตีไม่ยั้งหากอีกฝ่ายดื้อ

พลับพลึงทำงานมือไม้สั่นเทา แอบคิดถึงมารดาจับใจ ตั้งแต่จำความได้เธอก็ไม่เคยเห็นหน้ามารดามาก่อน มีแต่ป้าลำไยเพื่อนของมารดาเล่าให้ฟังเท่านั้นว่ามารดาเป็นคนใจดี

“พ่อเอ็งนี่มันใจร้ายจริงๆ ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนมันรักเอ็งมากนะ” ลำไยพูดกับเด็กน้อยที่เอ็นดูเหมือนลูกหลานเพราะท่านไม่มีครอบครัวและเคยเป็นเพื่อนจินดามารดาของพลับพลึงมาก่อน

“พ่อเคยรักหนูด้วยเหรอจ๊ะ” พลับพลึงเอ่ยถามเสียงเศร้า พลับพลึงไม่เข้าใจว่าความรักจากบิดาเป็นเช่นไร เธอไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าความรักจากท่านเลย

“กินอะไรหรือยัง ป้าทำข้าวเหนียวหมูทอดเหลืออยู่อีกนิดมากินสิ” ลำไยเปลี่ยนเรื่อง นึกสงสารปนเวทนาเด็กน้อยจับใจ

“กินได้จริงๆ เหรอจ๊ะ” เด็กน้อยเอ่ยถามกลืนน้ำลายด้วยความหิว

“กินได้สิ เอ็งก็เหมือนลูกหลาน ไม่มีข้าวกินมากินบ้านป้าได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” ลำไยตักข้าวเหนียวหมูทอดให้เด็กน้อยหน้าตามอมแมม เสื้อผ้าก็เก่าๆ ขาดๆ ถ้าเธอพอช่วยอะไรได้ก็จะช่วยเพราะสงสาร พลับพลึงยกมือไหว้ป้าลำไยก่อนจะกินข้าวเหนียวหมูทอดด้วยความหิว ลำไยเห็นแล้วเศร้าใจในชะตาชีวิตของเด็กน้อย มือคล้ำๆ ลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ

“แล้วนี่เอ็งจะไปไหนล่ะ” ลำไยเอ่ยถาม มองเด็กน้อยที่กินด้วยความหิวอย่างเอ็นดู

“ไปดายหญ้าจ้ะ มีคนจ้างหนู” ประโยคของเด็กน้อยทำให้ลำไยของขึ้น นึกโกรธไปถึงบิดาของเด็กน้อย

“พ่อเอ็งไม่ทำงานรึไง เอาแต่ใช้เอ็ง แล้วนี่ไม่ไปโรงเรียนแล้วเหรอพลับพลึง”

“พ่อไม่ให้เรียนแล้วจ้ะ” เด็กน้อยหยุดกินเพราะเริ่มกลืนไม่ลง น้ำตาซึมด้วยความเศร้า อยากเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่บิดาไม่ให้เรียน

“ไอ้พันนี่มันยังไงกัน ลูกเต้าก็ไม่ให้เรียน บ้าบอคอแตกที่สุด” ลำไยด่ายาวเหยียดด้วยความโมโห

“หนูต้องไปทำงานแล้วนะจ๊ะป้า เดี๋ยวไปสายเขาจะจ้างคนอื่น”

“เอาขนมนี่ไปกินรองท้องนะ” ลำไยหยิบขนมกล้วยยัดใส่มือเด็กน้อย

“ขอบคุณป้ามากเลยนะจ๊ะ” พลับพลึงยกมือไหว้อย่างดีใจ ซาบซึ้งในบุญคุณของท่านเหลือล้น ลำไยมองตามร่างเล็กไปด้วยความเวทนา ท่านเองก็หาเช้ากินค่ำ ขายของได้บ้างไม่ได้บ้าง กำไรน้อยนิดอยากจะช่วยให้มากกว่านี้แต่ไม่มีปัญญาเลยช่วยเท่าที่ช่วยได้เท่านั้น

พลับพลึงคอยรับจ้างทำงานเท่าที่จะทำได้เพื่อหาเงินมาให้บิดา ผู้ใหญ่คนไหนใจดีก็จ้างเธอ แต่คนไหนเห็นว่าจะเอาเปรียบได้ก็เอาเปรียบ เด็กน้อยตัวเล็กๆ เที่ยวของานทำไปเรื่อยๆ มือน้อยๆ หยาบกร้านเพราะต้องทำงานทุกวัน แทบไม่ได้หยุดพักแม้แต่วันเดียว

เด็กน้อยแอบเดินลัดเลาะไปที่โรงเรียนด้วยเท้าเปล่าๆ มองเด็กคนอื่นๆ ที่กำลังเรียนหนังสือแล้วร้องไห้เบาๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงลานโล่ง เสียงสะอื้นนั้นทำให้ครูใหญ่ที่เดินสำรวจอยู่บริเวณโรงเรียนได้ยินเข้า

“อ้าว... พลับพลึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ทำไม” ครูใหญ่เอ่ยถามด้วยความสงสาร เด็กในโรงเรียนนั้นมีไม่กี่คน จึงทำให้ครูใหญ่จึงจำชื่อเด็กทุกคนได้

“คือหนู...” พลับพลึงเงยหน้าขึ้นมองครูใหญ่น้ำตานอง ก่อนจะสะอื้นฮักๆ

“เป็นอะไรบอกครูมาซิ แล้วทำไมไม่มาเรียนเหมือนคนอื่นเขา” ครูใหญ่เอ่ยถามพลางลูบศีรษะไปมา พลับพลึงยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก มืออุ่นๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความเมตตาปรานี

“เอาเช็ดน้ำตาซะ” ครูใหญ่สุภาพหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าส่งให้เด็กน้อย เธอรับไปซับน้ำตาที่ใบหน้าก่อนจะพูดเสียงสะอึกสะอื้น

“พ่อไม่ให้พลับพลึงเรียนหนังสืออีกแล้ว ฮึกๆ ฮือๆๆ” เด็กน้อยพูดไปร้องไห้ไป ครูใหญ่เห็นแล้วสะท้อนใจ

“เดี๋ยวครูจะไปคุยกับพ่อของเธอเอง” ครูใหญ่สุภาพมองเด็กน้อยด้วยแววตาสงสารจับใจ คิดว่าควรต้องไปคุยกันให้รู้เรื่อง

“พ่อจะตีหนูอีกไหมคะ” คนที่โดนพ่อตีบ่อยๆ เริ่มหวาดกลัว

“เดี๋ยวครูให้พูดเอง เชื่อครูสิ” ครูใหญ่ลูบศีรษะเด็กน้อยเพื่อปลอบประโลม

“จริงๆ เหรอคะ” พลับพลึงเอ่ยถาม สีหน้ามีความหวัง

“จริงสิ” น้ำเสียงปรานีเอื้อเอ็นดูของครูใหญ่ทำให้เด็กน้อยยิ้มออก

“เลิกเรียนแล้ว งั้นเดี๋ยวเราไปกันเลยนะ”

“ค่ะ” มือแสนอบอุ่นของครูใหญ่จับมือเล็กๆ พาเดินไปยังบ้านของเด็กน้อยซึ่งอยู่ห่างออกไปจากโรงเรียนหลายกิโลเมตร

ครูใหญ่สุภาพจูงมือเด็กน้อยเดินมาตามทางทุรกันดารของหมู่บ้าน         พอมาถึงบ้านไม้หลังเก่าๆ โทรมๆ เขาก็เห็นว่าบิดาของเด็กน้อยกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะขาม

“นายพัน” ครูใหญ่เอ่ยเรียกเสียงหนัก พันวางจอกเหล้ามือสั่นก่อนจะยกมือขึ้นท่วมหัว เหลือบมองบุตรสาวที่ยืนหลบอยู่ทางด้านหลังของครูใหญ่ด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก คิดว่าบุตรสาวคงไปฟ้องอะไรครูใหญ่เป็นแน่ อีกฝ่ายเลยมาถึงบ้านเช่นนี้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
66 Chapters
1
“ช่วยซื้อหัวมันต้มหนูหน่อยนะคะ ช่วยซื้อหน่อยค่ะ” เสียงหวานใสเจือแววเศร้าสร้อยของเด็กหญิงพลับพลึงพาตะกร้าใบเก่าๆ พร้อมทั้งมันเทศต้มวิ่งขายไปตามงานในช่วงเทศกาลปีใหม่อยู่ในหมู่บ้านซึ่งจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เธอใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ และไม่มีแม้แต่รองเท้าที่จะสวมใส่ แต่เธอก็ยังขายมันต้มไม่ได้สักหัว เพราะผู้คนหันไปสนใจซื้อของกินแสนอร่อยอย่างอื่นแทนเธอตื่นขึ้นมาต้มมันเทศที่ไปขุดมาจากในป่าแถวบ้านตั้งแต่ย่ำรุ่ง ก่อนจะเดินเท้าเปล่ามายังงาน เด็กน้อยมองความตื่นตาตื่นใจของงานซึ่งมีเครื่องเล่นหลายอย่าง ทั้งชิงช้า ม้าหมุนหรือกระเช้าลอยฟ้า แม้จะอยากเล่นแค่ไหนแต่เธอไม่มีเงินติดตัวสักบาทเดียว ได้แต่ยืนมองด้วยความอิจฉาเด็กคนอื่นๆผู้คนในงานสวมใส่เสื้อผ้าสวยๆ ด้วยชุดใหม่ในเทศกาลปีใหม่ เธอก้มมองเสื้อผ้าขาดๆ มอซอของตัวเองแล้วหน้าเศร้า จำไม่ได้ว่าตัวเองได้รับเสื้อผ้าที่มีคนใจบุญบริจาคมาให้กี่ปีมาแล้ว เพราะเด็กน้อยสวมชุดเก่าๆ ซอมซ่อ จึงไม่มีใครอยากอุดหนุนมันเทศของเธอ รวมถึงสายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลนเด็กน้อยพลับพลึงเดินเท้ากลับบ้านด้วยความเศร้าใจระคนหวาดกลัว เธอกลัวบิดาจะทุบตีเอา ท
last updateLast Updated : 2025-12-14
Read more
2
“ครูใหญ่มาถึงบ้านผมมีอะไรครับ” พันถามครูใหญ่อย่างนอบน้อม“ครูจะมาคุยเรื่องพลับพลึงหน่อย”“นางพลับพลึงมันไปทำความเดือดร้อนอะไรให้ใครเหรอครับ นางลูกคนนี้มันต้องตีเสียให้เข็ด” นายพันทำท่าจะตรงเข้าไปทุบตีบุตรสาว แต่ครูใหญ่สุภาพรีบดึงมือเด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมไปซุกเอาไว้ทางด้านหลัง พลับพลึงกอดขาครูใหญ่แน่น หลบบิดาอย่างหวาดกลัว“ไม่ใช่หรอกนายพัน พลับพลึงไม่ได้ทำอะไรให้ใครเดือดร้อน” เสียงดุๆ ของครูใหญ่ทำให้นายพันหยุดกึก“แล้วครูใหญ่มาหาผมถึงบ้านมีอะไรเหรอครับ”“พลับพลึงควรได้เรียนหนังสือนะนายพัน ยังเด็กอยู่เลยจะให้ออกมาทำงานงกๆ ได้ยังไงกัน”“ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะครับ หัดให้มันทำมาหากินตั้งแต่ตอนนี้โตขึ้นจะได้เลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระคนอื่น” เหตุผลของนายพันทำให้ครูใหญ่ถอนใจแรงๆ“เป็นเด็กก็ควรเรียนหนังสือ จะทำงานก็ทำได้แต่นอกเหนือจากเวลาเรียน นายพันเป็นพ่อก็ควรส่งเสียเลี้ยงดูลูก มันเป็นหน้าที่ที่พ่อควรทำ ไม่ส่งลูกเข้าโรงเรียนรู้ไหมว่าผิดกฎหมายนะ” คำขู่ของครูใหญ่ทำให้พันชะงัก“ถ้ามันอยากเรียนก็ได้ครับ แต่มันก็ต้องทำงานด้วย บ้านผมยากจนออกอย่างนี้ ข้าวสารกรอกหม้อแทบไม่มี จะให้ส่งมันเรียนผมก็ไม่มีปัญ
last updateLast Updated : 2025-12-14
Read more
3
พลับพลึงจึงรีบปอกเหลือกมันสำปะหลัง ก่อนจะจัดการนำไปล้างแล้วก่อไฟ เธอใช้มือเล็กๆ ปาดเหงื่อจนใบหน้ามอมแมมไปหมด มองมันที่ถูกต้มอยู่ในหม้อเก่าๆ ก้นดำๆ ด้วยความหิวเด็กน้อยนั่งกินมันสำปะหลังต้มอย่างเดียวดาย มองบันไดบ้านก็ไม่เห็นบิดาแม้แต่เงา นั่งตบยุงเหงาๆ อยู่คนเดียว ไม่นานบิดาก็เดินเซๆ ขึ้นบ้านมาด้วยความเมา แต่เผลอสะดุดบันไดบ้านจนหน้าฟาดไปกับพื้นไม้“โอ๊ย!”“พ่อ”“ทำไมมึงไม่มาพยุงกู” คนเมาร้องเสียงหลงเลือดไหลกบปาก ด่าทอสาดเสียเทเสีย เด็กน้อยหน้าเสียรีบไปประคองร่างหนักๆ นั้นขึ้นบ้าน พาไปนอนที่กลางบ้านก่อนจะช่วยเช็ดเลือดให้คนเมาโวยวายก่อนจะหลับไปทั้งอย่างนั้นพลับพลึงวิ่งไปหาผ้ามาเช็ดหน้าและเนื้อตัวให้บิดา ก่อนจะรีบกางมุ้งให้เพราะกลัวยุงกัด พอจัดการกับบิดาเรียบร้อยแล้วจึงไปนั่งกลางบ้านเพื่อทำการบ้านที่คุณครูสั่ง ดินสอที่ใช้อยู่มันสั้นมาก พอเผลอกดเพราะต้องคัดลายมือส่งคุณครูมันเลยหัก“หักซะแล้ว” เธอมองอย่างเสียดายก่อนจะไปหามีดมาเหลา แต่พอเหลามันก็หักอีก“ไม่มีดินสอจะทำยังไงดี พรุ่งนี้ไปโรงเรียนต้องโดนครูตีแน่ๆ เลย” เด็กน้อยขบคิดให้วุ่น รีบไปหาถ่านดำๆ มาเหลาให้เป็นแท่งก่อนจะเริ่มคัด
last updateLast Updated : 2025-12-14
Read more
4
“มีชุดนักเรียนอยู่แค่ชุดเดียวเหรอถึงต้องรีบซัก” เหมราชเอ่ยถาม นึกสงสารมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินเด็กน้อยพูดเช่นนั้น“ค่ะ มีคนใจดีบริจาคให้หนูนานแล้ว” เด็กน้อยเอ่ยตอบ“อย่างนี้นี่เอง” เหมราชรับคำก่อนจะพยักหน้าให้นายสนขับรถไปยังบ้านของบิดามารดา พลับพลึงมองตามพี่ชายใจดีที่เดินลัดเลาะออกไปตามทางเล็กๆ เพื่อไปยังรถที่จอดอยู่ตรงถนน บ้านของเธอไม่มีทางออก เรียกว่าเป็นที่ดิน ตาบอด จึงต้องอาศัยเดินผ่านที่ดินของคนอื่น รถจึงเข้ามาไม่ถึง นอกจากพวกจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ เท่านั้นเมื่อพี่ชายใจดีกลับไปแล้ว พลับพลึงจึงรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอสวมเสื้อยืดตัวเก่าๆ ย้วยๆ กับกางเกงสีซีดผูกเอว จัดการซักชุดนักเรียนชุดเดียวที่มีอยู่แล้วทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ตามหน้าที่ของตัวเอง ร่างเล็กๆ เดินไปที่ชายป่าหลังบ้านก่อนจะลากไม้ฟื้นมาผ่าเพื่อทำเชื้อเพลิง ก่อนขนน้ำขึ้นมาใส่ตุ่มเอาไว้บนบ้านพลับพลึงเดินไปแกะถุงขนมใบโตที่เหมราชให้มาอย่างตื่นตาตื่นใจ ด้านในมีขนมปังห่อใหญ่ นมอีกหลายแพ็ก ขนมหลายอย่างที่ดูแปลกตาไม่เคยกินมาก่อน เธอกอดขนมอย่างมีความสุข อย่างน้อยก็ทำให้อิ่มท้องไปได้อีกหลายวัน“สวัสดีคร
last updateLast Updated : 2025-12-14
Read more
5
“นั่นพาใครมาด้วยล่ะลูก” คุณนายจำปาเอ่ยถามบุตรชายด้วยความสงสาร“เด็กแถวนี้ครับ”“สกปรกมอมแมม ไปรู้จักกันได้ยังไง ลูกเต้าเหล่าใครล่ะเรา” คุณนายจำปาขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่ชอบให้บุตรชายไปเล่นกับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า“ลูกพ่อพันค่ะ” พลับพลึงนั่งพับเพียบบนพื้นอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว หลังจากยกมือไหว้เจ้าของบ้านเรียบร้อยแล้ว“ตายแล้ว! พากลับไปส่งบ้านเลยตาเหม ลูกไอ้พันขี้เมา เข้ามาในบ้านของเราเดี๋ยวก็ขโมยข้าวของไปหรอก” เสียงดุๆ ของเจ้าของบ้านทำให้พลับพลึงสะดุ้งตัวสั่น“ไม่หรอกครับ” เหมราชเองก็หน้าเสียนึกเห็นใจเด็กน้อยที่โดนดุเช่นนี้“ถ้าของในบ้านหายจะว่ายังไง”“โอเคครับๆ” เหมราชไม่อยากทำให้มารดาหงุดหงิดใจเลยพาพลับพลึงกลับไปส่งบ้าน“นายสนมานี่สิ” คุณนายจำปาเรียกคนขับรถของบุตรชายเสียงเข้ม“ครับคุณนาย”“ไปรู้จักกันได้ยังไง ทำไมไม่ห้าม” นายสนรีบเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ทั้งหมด“ตามไปอย่าให้คลาดสายตา ถ้าเด็กนั่นออดอ้อนขอเงินหรือขออะไรให้รีบห้ามทันที พ่อมันขี้เมาไม่ทำงานทำการอะไร เอาแต่ขี้เกียจสันหลังยาว ลูกมันคงเป็นพวกขอทาน ลักเล็กขโมยน้อยอยากได้ของคนอื่น” คุณนายพูดเสียงไม่พอใจ นายสนรีบรับคำเพื่อตัดปัญ
last updateLast Updated : 2025-12-14
Read more
6
เด็กน้อยเฝ้ารอการมาของพี่ชายใจดีวันแล้ววันเล่า แต่ข่าวคราวของเขาก็หายเงียบไป เธอแอบไปด้อมๆ มองๆ ที่บ้านของเขาก็ไม่มีวี่แวว ไม่กล้าเอ่ยถามใครแต่ใจก็เฝ้ารอ คิดว่าสักวันต้องได้เจอกันอีกครั้งทุนการศึกษาที่ครูใหญ่สุภาพจัดหาให้นั้นบิดาของเธอไปรับด้วยตัวเอง ท่าทางดีใจของท่านทำให้เธอดีใจตามไปด้วย น้อยมากที่บิดาจะดีใจในตัวของเธอ“นายพันอย่าเอาเงินไปกินเหล้าเสียล่ะ เก็บเงินเอาไว้ให้ลูกเรียน ต่อไปพลับพลึงได้ทำงานดีๆ นายพันนั่นแหละจะสบาย” ครูใหญ่กำชับนายพัน อีกฝ่ายก็รีบรับปากอย่างมั่นเหมาะโดยทุนการศึกษานั้นจะโอนเข้าบัญชีของเด็กน้อยทุกเดือน เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียน เงินเดือนครูใหญ่ในชนบทแบบนี้น้อยนิด ครูสุภาพก็ช่วยเหลือเด็กๆ ไปตามสมควร เขาช่วยหมดคงเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีกำลังทรัพย์ มีเด็กหลายคนไม่มีชุดนักเรียน ไม่มีรองเท้า เสื้อผ้าอาหาร เขาก็พยายามเจียดเงินส่วนตัวช่วยจนบางเดือนแทบไม่มีเงินใช้จ่าย บางครั้งเลยต้องรอเงินทุนและปล่อยเด็กๆ ให้พึ่งพาตัวเองไปตามมีตามเกิดบ้างกลับบ้านเย็นนั้นพลับพลึงบอกบิดาถึงความฝันของตัวเอง เด็กน้อยคิดว่าได้ทุนเรียนหนังสือแบบนี้ต่อไปเธอจะดูแลบิดาไม่ให
last updateLast Updated : 2026-04-12
Read more
7
“แกเคยมียางลบสวยๆ เหรอนางพลับพลึง ใช้น้ำลายลบเอาก็แล้วกัน ขนาดกล่องดินสอสวยๆ ยังไม่เคยมีเลย จริงไหมพวกเรา” ทิดหาพวก หลายคนเข้าข้าง หลายคนไม่กล้าเข้าไปยุ่งเพราะทิดเป็นขาใหญ่ ชอบแกล้งคนอื่น พลับพลึงร้องไห้สะอึกสะอื้น เปิดเทอมทุกครั้งเธอจะเห็นเพื่อนๆ มีดินสอสวยๆ สมุดสวยๆ ยางลบสวยๆ กล่องดินสอดีๆ ในขณะที่เธอไม่มีอะไรเลย ใช้ดินสอทู่ๆ กับมีดเหลาดินสอหรือไม่ก็กบเหลาดินสอถูกๆ ในขณะที่คนอื่นมีกล่องดินสอที่สามารถเหลาดินสอกับกล่องก็ได้ บางคนมีเป็นแบบลายการ์ตูน มีสองชั้นเปิดออกแล้วเป็นกระจกส่องหน้าก็มี เธอได้แต่นั่งมองตาละห้อยเพราะอยากมีกับเขาบ้างแต่ไม่มีปัญญาซื้อ“ทำอะไรกัน” ครูศรีสุภางค์เดินเข้ามาในห้อง ทุกคนรีบวิ่งไปนั่งที่ของตัวเอง รีบคัดลายมือต่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“อ้าว... พลับพลึงทำไมลงไปนั่งตรงนั้นล่ะ ร้องไห้ทำไม ใครแกล้งหรือเปล่า”“เปล่าค่ะครู ไม่มีใครแกล้ง พลับพลึงแค่ตกเก้าอี้” พลับพลึงไม่กล้าฟ้องครูเพราะกลัวโดนพวกของทิดรุมแกล้งเอาอีกในตอนเย็น“ถ้าใครแกล้งให้บอกครูนะ” ครูศรีสุภางค์รีบบอกเด็กน้อยเพราะรู้ว่าโดนแกล้งบ่อยๆ“ค่ะ” พลับพลึงรับคำเสียงเบา รีบปาดน้ำตาทิ้ง“เร่งมือเข้า อย่ามั
last updateLast Updated : 2026-04-12
Read more
8
พอเธอทำเสร็จจึงเดินออกมาข้างนอกก็เห็นว่าเพื่อนๆ กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานก่อนกลับบ้าน หลายคนกำลังซื้อขนมมานั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อย พลับพลึงกลืนน้ำลายด้วยความหิว เธอไม่กล้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ต้องเก็บเงินเอาไว้เผื่อมีเหตุจำเป็นเลยคิดว่าจะไปนั่งทำการบ้านที่ ม้านั่งใกล้สระเลี้ยงปลา“ยายพลับพลึงมีพ่อขี้เมา กระจอกแบบนี้ยังจะมาเรียนอีก อยากกินขนมก็ไม่มีเงินซื้อ คลานมากราบฉันสิจะให้กิน” ปภาพูดขึ้นอย่างเหยียดๆ พลับพลึงเดินหนีไม่อยากมีเรื่องด้วย“นางพลับพลึง ฉันพูดกับแกอยู่นะ” ปภาปาขนมใส่หัวของพลับพลึงเพื่อหาเรื่องอีกฝ่ายเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่กล้าตอบโต้“ทำอะไรน่ะปภา ปาขนมใส่หัวเพื่อนทำไม” ครูใหญ่ถามเสียงดุ“หนูเปล่านะคะ”“ยังจะมาโกหกอีก ครูเห็นว่าเธอปาขนมใส่หัวพลับพลึง แถมยังล้อเลียนเพื่อนอีก” ปภาหน้าจ๋อยในทันที“เห็นทีครูต้องทำโทษเธอแล้วล่ะปภา แกล้งเพื่อนแบบนี้มันไม่ดีรู้ไหม ให้คิดถึงใจเขาใจเราสิ ถ้าเราโดนแกล้งแบบนี้บ้างจะรู้สึกยังไง ขอโทษพลับพลึงเดี๋ยวนี้”“ขอโทษค่ะ” ปภากล่าวขอโทษ ก่อนกัดปากเบาๆ“ปภากับทุกคนตรงนี้ที่ล้อพลับพลึงไปช่วยครูศรีสุภางค์ทำความสะอาดห้องสมุดและจัดหนังสือให้เส
last updateLast Updated : 2026-04-12
Read more
9
“เงินทุนตรงนั้นเอาไว้ให้พลับพลึงเรียนหนังสือไม่ใช่เอาไปสำมะเลเทเมา ฉันไม่น่าไว้ใจนายพันเลยจริงๆ” ครูใหญ่รู้สึกผิดหวังไม่น้อย แม้ใครๆ จะเตือนแล้วแต่เขาคิดว่านายพันน่าจะรักลูกและมีความเป็นพ่ออยู่บ้าง“เงินของมันก็เหมือนเงินของผม” คนขี้เมาเถียงข้างๆ คูๆ“จากนี้ไปฉันจะฝากเงินเอาไว้ที่ครูศรีสุภางค์ ให้พลับพลึงได้ใช้ในการเรียน” ครูใหญ่สุภาพพูดคำขาด นายพันถึงกับโวยวายลั่น“พวกครูจะงุบงิบเงินไปใช้เองน่ะสิ”“อย่าพูดแบบนั้นนะนายพัน ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น” ครูใหญ่เริ่มเสียงเข้ม นายพันถึงจะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้ากับครูใหญ่เพราะเกรงใจอีกฝ่ายอยู่มาก“ผมให้มันเรียนก็ได้ อะไรกันนักกันหนา ผมไม่เรียนหนังสือยังอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ต่อไปมันเรียนจบ ได้ดิบได้ดีมีผัวก็ทิ้งพ่อมันเชื่อสิ” คนพูดด่ากราดออกไปเหมือนคนบ้า ก่อนจะเดินออกจากโรงเรียนเล็กๆ มุ่งหน้าไปหาเหล้ากิน“อย่าคิดมากเลยนะ” ครูใหญสุภาพลูบศีรษะเด็กน้อยเบาๆ อย่างเอ็นดู เด็กน้อยพยักหน้า เธอไม่เคยถือโทษโกรธบิดาอยู่แล้ว“อีกไม่กี่วันจะเป็นวันแม่แล้วนะ ทางโรงเรียนจะจัดกิจกรรม หนูอย่าลืมชวนพ่อมานะ”“ค่ะครูใหญ่” เด็กน้อยยกมือไหว้ก่อนจะวิ่งไปทำเวรทำความสะอาดในห
last updateLast Updated : 2026-04-12
Read more
10
ตื่นขึ้นมาเด็กน้อยก็นอนอยู่บนเตียงสีขาว มีบิดานั่งหน้าเครียดอยู่อีกด้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเอ่ยถามอะไรหลายอย่างเธอก็บอกไปตามจริง ปากคอยังสั่น หวาดกลัวอยู่ไม่หาย“กูบอกแล้วเห็นไหม ที่แท้เงินทุนที่ไม่ให้กูใช้มันเอาไปใช้เอง มึงก็ไม่ต้องไปเรียนแล้วนางพลับพลึง ครูที่โรงเรียนตายห่ากันไปหมดแล้ว” นายพันโวยวายเสียงดัง ญาติๆ ของครูศรีสุภางค์ช่วยกันจัดงานศพท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ เหตุฆาตกรรมครั้งนี้คนเอาไปลือกันทั้งหมู่บ้านว่าครูขึ้นคานแบบครูศรีสุภางค์โดนครูชูชัยหลอกให้รักหลอกให้หลงและปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัวพลับพลึงไม่ได้ไปเรียนหนังสืออีก เธอเที่ยวของานชาวบ้านทำเพื่อให้ได้เงินมาประทังชีวิต ดายหญ้าบ้าง รับจ้างบีบนวดบ้าง พอได้เงินมาบิดาก็เอาไปกินเหล้าจนหมดเด็กน้อยกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวเมื่อเห็นข้าวมันไก่น่ากินอยู่ตรงนี้ วันนี้เธอต้องตื่นตั้งแต่ย่ำรุ่งมาขายใบตอง ได้เงินมาเล็กน้อยยังไม่พอซื้อข้าวสาร เดินไปอีกร้านก็เจอเข้ากับร้านขายลูกชิ้นปิ้ง เจ้าของร้านกำลังย่างลูกชิ้นปลาหอมกรุ่นอยู่ เด็กน้อยมองเงินยี่สิบบาทในมือแล้วกำเอาไว้แน่น ลูกชิ้นปลาไม้ละหนึ่งบาท ถ้าซื้อกินก็ไม่อิ่ม นี่ยังไม่พอ
last updateLast Updated : 2026-04-12
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status