Masukเขาเป็นรองสารวัตสืบสวนเป็นหัวหน้าทีมภาคปฏิบัติ อยู่มาจนอายุ35 แล้วยัไม่ต้องตาต้องใจหญิงใดที่ลงตัวเลย กระทั่งมาเจอนักออกแบบสาว เขาบอกตัวเองว่าคนนี้ล่ะใช่เลย จากนั้นเขาก็พยายามที่จะพบเธอและลงทุนซื้อบ้านเพื่อให้เธอได้ไปตกแต่งให้ แต่หญิงที่เขาหมายปองก็เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มผู้ม่กอิทธิพลมืดเช่นกัน งานนี้จึงต้องคอยระแวดระวังมากขึ้น ที่สุดคนที่เขาห่วงและรักก็ได้เข้ามาพัวพันกับคดีฆาตกรรมจนได้ ท่านรองหนุ่มจึงต้องทุ่มสุดตัวเพื่อสืบเรื่องนี้และปกป้องหญิงสาวที่เขารักอย่างสุดกำลัง ติดตามความสนุกภายในเรื่องนี้คุณจะได้เห็นว่าคนเรานี้ช มีทั้งรัก โลภ โกรธ หลง ต่างฝ่ายต่างแข่งขันแย่งชิงเงินตราและอำนาจมาเป็นของตน หลงไหลใรรสกามารมณ์เพื่อให้ได้มาของคำว่าผ่อนผลาย บริบทเหล่านี้เราเทียบได้ในยุคปัจจุน แล้วเราจะหลีกลี้หนีสังคมเหล่านี้ได้หรือไม่ ลองติดตามอ่านความวุ่น ๆ ของ พืศวาสฆาตกรรม กันนะคะ
Lihat lebih banyak"เป็นยังไงบ้าง..."
"แย่ครับ สารวัตร... มันปิดปากเงียบสนิท ใจแข็งชะมัด ต้องยอมรับเลย"
พนักงานสอบสวนรายงานด้วยสีหน้าหนักใจ"งั้นเหรอ... ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง"
"ครับสารวัตร"
เมื่อลูกน้องผละออกไป สารวัตรหนุ่มใหญ่ยังคงนั่งเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เพียงครู่เดียวเขาก็ลุกพรวด คว้าเสื้อนอกมาสวมแล้วก้าวยาวๆ ออกจากห้องทำงาน ตรงดิ่งไปยังลานจอดรถ ก่อนจะทะยานรถคู่ใจออกไปด้วยความเร็ว
"โอ้โห... มาอย่างกับพายุเลยนะสารวัตรรูปหล่อ" เจ้าของบ้านทักขึ้นเมื่อเห็นผู้มาเยือน"หิวน้ำว่ะ... ขอน้ำเย็นๆ สักแก้วสิ"
"รับ 'น้ำมีสี' หน่อยไหมล่ะ?"
อีกฝ่ายหยั่งเชิงพลางยิ้มกริ่ม"วันนี้ขอผ่านก่อน ต้องกลับเข้าโรงพักอีก""งานด่วนขนาดนั้นเลย?"คนถามเดินกลับมาเอนหลังนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้หวาย สายตามองเพื่อนสนิทสมัยเรียนที่เป็นถึงนายตำรวจตระกูลดังด้วยรอยยิ้มกว้าง ขณะที่ฝ่ายมาถึงรีบคว้าน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
"ไปทำอะไรมาวะ ถึงได้ดูร้อนรุ่มกระหายน้ำขนาดนี้"
"สอบปากคำจนคอแห้งน่ะสิ... นี่ก็เพิ่งปลีกตัวออกมา""คดีด่วนเรื่องอะไรล่ะ?"
"เรื่องเจ้าพ่อผับ"
"ทำไม... มันมีอะไรคืบหน้าเหรอ?"
"มันเลี้ยงพวกมือปืนเอาไว้เยอะพอสมควร... พอเกิดเรื่องทีไรก็ทำเอาปวดหัวทุกที"
เรืองรบพ่นลมหายใจทิ้งพลางเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิด
"ไอ้พวกนี้มันใช้อำนาจเงินปิดปากคน ฟาดหัวไปทีเดียวพยานก็เงียบกริบ ผมอยากให้มันซัดทอดไปถึงตัวลูกพี่มันใจจะขาด... แต่มันไม่ได้ดั่งใจเลยจริง ๆ"
ศรัทธาขยับตัวนั่งเอกเขนก สายตาหรี่มองเพื่อนสนิทอย่างพินิจ
"นายก็รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่เต็มอกนี่หว่า ทำไมต้องรอให้ไอ้พวกกระจอกนั่นซัดทอดด้วยล่ะ"
"พูดน่ะมันง่าย..."
เรืองรบแค่นยิ้มมุมปาก "เพราะนายไม่ได้มาอยู่ในจุดเดียวกับฉันไง จะได้งัดข้อกับพวกมันลูกเดียวได้ ระบบมันซับซ้อนกว่านั้น"ศรัทธาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น
"ท่าทางวันนี้นายมาแปลกนะรบ... คงไม่ได้แค่ตั้งใจมาเยี่ยมพ่อ หรือมาหาน้องสาวกับน้องเขยตามปกติแน่ ๆ... ใช่ไหม?"
เรืองรบนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ
"เออ... ฉันอยากจะมาขอความช่วยเหลือหน่อย"
"คนอย่างนายเนี่ยนะ! จะมาขอความช่วยเหลือจากฉัน?"
ศรัทธาอุทานลั่นบ้าน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจจนเกือบจะเป็นการล้อเลียนจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็วิ่งตึกตักเข้ามา ร่างกลมป้อมของเด็กหญิงตัวน้อยโผเข้าสู่อ้อมกอดของเรืองรบอย่างคุ้นเคยทันที
"สวัสดีค่ะ คุณลุงรบ!"
"โอ้โห... หวัดดีจ้ะสาวน้อย"
เรืองรบเปลี่ยนโหมดทันควัน เขาอุ้มร่างอ้วนป้อมนั้นขึ้นสูง ยิ้มกว้างอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงฝังจมูกลงบนแก้วนุ่มแดงเรื่อของหลานสาวด้วยความรักใคร่
"ชื่นใจจังเลย"
"หนูรู้แล้วว่าต้องเป็นรถคุณลุงแน่ ๆ แต่คุณแม่บอกว่าไม่ใช่ค่ะ"
เด็กหญิงเจื้อยแจ้วพร้อมรอยยิ้ม"แล้วคุณแม่หายไปไหนเสียล่ะครับ?"
เรืองรบถามพลางลูบหัวหลานสาวเบาๆ
"คุณแม่แวะเข้าครัวเตรียมของว่างให้คุณลุงอยู่ค่ะ"
ท่าทีแง่งอนนั้นชัดเจนจนศรัทธาอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงแซวบุตรสาวด้วยความหมั่นไส้
"แหม... วันนี้หนูแก้วไม่สนใจคุณพ่อเลยนะครับ ลืมกันไปเลยหรือเปล่าเนี่ย"
"ก็คุณพ่อ แก้วเห็นหน้าจนเบื่อแล้วนี่คะ"
เจ้าตัวเล็กตอบพลางทำปากยื่นโชว์ความแสบสัน เธอวาดวงแขนเล็ก ๆ โอบรอบคอผู้เป็นลุงแน่นขึ้น ก่อนจะก้มลงฝังจมูกเล็กลงบนแก้มสากของชายหนุ่มจนเต็มรักเรืองรบหัวเราะร่วนเสียงดังลั่นบ้าน เมื่อเห็นสีหน้าปั้นยากของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งน้องเขยที่โดนลูกสาวตัวเอง 'เท' เข้าให้แบบเต็ม ๆ
"ลูกแก้ว... คุณลุงกำลังคุยธุระกับคุณพ่ออยู่หรือเปล่าคะ หนูรบกวนเวลาผู้ใหญ่หรือเปล่าเอ่ย"
เสียงหวานใสที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าของบ้านสาว รดา เดินนวยนาดเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่วงท่ากิริยาที่ดูเรียบร้อยและอ่อนหวานอย่างเป็นธรรมชาติ เธอเป็นหญิงสาวที่สะดุดตาด้วยใบหน้าอิ่มเอิบรับกับรูปหน้าดูหมดจด ผิวพรรณของเธอขาวเนียนละเอียดและมีสีระเรื่อชมพูดูสุขภาพดี โดยเฉพาะริมฝีปากอิ่มสวยที่เป็นสีชมพูระเรื่อธรรมชาติ แม้ใบหน้าหวานนั้นจะปราศจากการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางใด ๆ แต่กลับดูผ่องใสชวนมองผมสีดำขลับที่ยาวตรงสลวยถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงมาถึงกลางหลัง ยิ่งส่งให้เธอดูเป็นคนเรียบร้อยและน่ารักจับใจ รดายกมือไหว้ทำความเคารพพี่ชายด้วยรอยยิ้มละมุน ก่อนจะเดินไปนั่งเคียงข้างสามีทางด้าน ศรัทธา ผู้เป็นสามี เขานั่งอยู่ในท่าทางสบาย ๆ เผยให้เห็นรูปร่างที่ดูโปร่งและสูงเพรียว ผิวของเขาขาวจัดดูสะอาดสะอ้าน บุคลิกโดยรวมดูสะโอดสะองและภูมิฐานแบบคนเจ้าสำอางแต่ยังคงความคล่องแคล่ว เขาขยับแขนขึ้นโอบพนักพิงหลังภรรยาอย่างรักใคร่
"วันนี้พี่รบมาถึงนี่ได้ เข้าไปพบคุณพ่อหรือยังคะ"
รดาเอ่ยถามพลางเอียงใบหน้ามองพี่ชาย
"ยังเลยรดา... เดี๋ยวพี่ค่อยไปหา วันนี้ตั้งใจมาธุระกับสามีเราหน่อย"รดาเอียงคอมองสามีที่นั่งข้างๆ ด้วยความสงสัย "เรื่องอะไรหรือคะ?"
"ไม่ด่วนมากหรอก เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน... แต่ตอนนี้เอาเรื่องนี้ก่อน"
เรืองรบว่าพลางกระชับอ้อมกอดรวบร่างอ้วนป้อมของหลานสาวเอาไว้แนบอกอย่างแสนรักและทะนุถนอมแม้จะดูเคร่งขรึมในแบบนายตำรวจ แต่ เรืองรบ ก็มีเค้าโครงหน้าและผิวพรรณที่ถอดแบบมาจากรดาผู้เป็นน้องสาวไม่มีผิดเพี้ยน หากแต่ผิวของเขากลับเข้มขึ้นกว่าหลายเฉดจากการตรากตรำโดนลมโดนแดดในสนามทำงาน ใบหน้าของเขาดูคมคายและดุดันกว่าศรัทธาอย่างเห็นได้ชัด
เครื่องหน้าทุกส่วนรับกับเส้นผมหยักศกสีเข้มที่ตัดแต่งเป็นระเบียบเขามีรูปร่างสูงสง่าและมีช่วงไหล่ที่กว้างกำยำกว่าน้องเขยที่ดูสะโอดสะอง เมื่อยืนเทียบกันแล้ว เรืองรบจึงดูเป็นนายตำรวจที่รูปหล่อเฟี้ยวและดูเปี่ยมไปด้วยอำนาจในทีเรืองรบว่าพลางกระชับอ้อมกอดรวบร่างอ้วนป้อมของหลานสาวเอาไว้แนบอกอย่างแสนรัก กิริยาอ่อนโยนนั้นช่างขัดกับภาพลักษณ์นายตำรวจสายแข็งกร้าวที่เพิ่งละทิ้งมาเมื่อครู่
สายลมโชยเอื่อยพัดพาเอากลิ่นอายความสดชื่นของร่มไม้ใบหนาเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย ฟ้ารุ่ง ยืนอยู่กลางห้องพลางกางแบบพิมพ์เขียวในมือออกตรวจดูความเรียบร้อยรอบ ๆ เธอดึงดันที่จะเดินทางมาดูงานที่บ้านสวนของ เรืองรบ ในวันนี้เพียงลำพังเพื่อเก็บรายละเอียดหน้างานส่วนสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์"ทำไมมาดูงานถึงไม่ยอมบอกผมล่ะ?"เรืองรบเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความตัดพ้อบางเบาฟ้ารุ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นตรวจเช็กหน้าต่างกระจกบานโตเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น "ฟ้าเห็นว่าเป็นแค่การเก็บงานส่วนสุดท้ายสั้น ๆ ค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณ”“รบกวนอะไรกัน..”ชายหนุ่มขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเธอ"ชอบสไตล์การแต่งห้องแบบไหน?”เขาทอดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนกว้างขวางที่ขยายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้องนี้ผมปล่อยอิสระให้ฟ้าดีไซน์ได้เต็มที่เลยนะ รวมถึงวัสดุและเครื่องเรือนทุกชิ้นในห้องนี้ ผมอยากให้ฟ้าเป็นคนเลือกเองทั้งหมด... ทุกอย่างเลย"คำพูดที่ให้เกียรติและแฝงความนัยลึกซึ้งทำเอาฟ้ารุ่งหน้าร้อนวูบ“คุณเป็นเจ้าของควรจะเป็นคุณค่ะ”หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้“เอา
ณ ผับอาเธอร์ ความโกลาหลใต้แสงไฟกระพริบ"ตำรวจ! ทุกคนหยุดอยู่กับที่! เปิดไฟสปอตไลท์! ปิดเครื่องเสียงเดี๋ยวนี้!"เสียงประกาศเฉียบขาดผ่านลำโพงขยายเสียงของนายตำรวจผู้ควบคุมทีม ทำเอาเสียงเพลงที่กำลังดังกระหึ่มดับวูบลงทันตา แสงไฟหลากสีถูกแปรเปลี่ยนเป็นไฟแสงขาวสว่างโล่บาดตา นักเที่ยวหลายร้อยชีวิตตื่นตระหนกพากันกรีดร้องและวิ่งพล่านหาทางหนี แต่ทุกประตูถูกเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังไว้หมดแล้ว"เฮ้ย! พวกแกทำอะไรวะ รู้ไหมว่าที่นี่ผับของใคร?!"ชาติ ผู้จัดการผับคนสนิทของพชร วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องทำงาน ท่าทางกร่างใส่นายตำรวจ "มีหมายค้นหรือเปล่า จู่ ๆ จะมาบุกรุกแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!""นี่หมายค้นและหมายจับ!"นายตำรวจระดับสารวัตรยื่นเอกสารฉบับใหญ่กระแทกเข้าที่หน้าอกของชาติทันที แววตากร้าว"เราได้รับสายรายงานและมีหลักฐานชัดเจนว่า ผับอาเธอร์มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่และเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด คุมตัวผู้จัดการและพนักงานทุกคนไว้! ใครขัดขืนจับให้หมด!""เหวอ! เดี๋ยวซิผู้กอง... เคลียร์กันก่อนได้ไหม"ชาติหน้าถอดสี ท่าทางอวดดีมลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นของกลางเป็นซองยาเสพติดชนิดต่าง ๆ ที่สายสืบตำรวจต
เสียงโต้เถียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องโถงใหญ่ ทำเอา ลอย ที่แอบซุ่มอยู่หลังม่านใกล้ทางเดินต้องคอยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งเวลาผ่านไป น้ำเสียงของทั้งคู่ก็ยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆภายในห้อง เสี่ยตือ กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดจ้องมองกล่องของขวัญขนาดใหญ่หลายต่อหลายกล่องที่วางกองสลับซับซ้อนอยู่กลางบ้าน ก่อนจะตวัดสายตาไม่พอใจไปทาง เจี๊ยบ ที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว"อีหนูเจี๊ยบ! นี่มันอะไรกันวะ!”เสี่ยตือหงุดหงิดมาก เพราะนับตั้งแต่ดูหลักฐานจากเล็กเขาจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม เขาเคยพลาดแล้วเขาจะต้องไม่พลาดอีกเด้ดขาดแต่ทบทวนมาตลอดว่าจะทำกับเรื่องราวยุ่งเหยิงนี้ให้จบลงอย่างไรที่มันจะไม่พินาศยับเยิน“ทำไมคะเสี่ย ก็แค่งานของเจี๊ยบค่ะ น่าจะดีใจนะคะที่เจี๊ยบมาการมีงานทำ” เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง ขนาดขนไอ้กล่องพวกนี้เข้ามาเต็มบ้านโดยไม่เห็นหัวกันเลยเหรอฮะ!"เสี่ยตือตวาดลั่น"มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไหมล่ะเสี่ย!"เจี๊ยบตอกกลับทันควัน น้ำเสียงสะบัดสะบิ้ง "นี่มันคืองานใหม่ที่เจี๊ยบได้เงินดีมาก ๆเชียวล่ะ”“มันงานอะไรกันแน่ ต้นปี กลางปี ตลอดปี ก็มีกล่องของขวัญไม่ต้องรอปีใ
ประตูห้องพักในอพาร์ตเมนต์หรูของเรืองรบปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติที่ดัง ‘คลิก’ บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของฟ้ารุ่ง หญิงสาวก้าวขาเข้ามาด้านในอย่างจำนน“เข้ามาเหอะน่ายืนตรงหน้าประตูยิ่งเป็นเป้าสายตาคนพักที่นี่...”เรืองรบบอกขณะที่ สายตาฟ้ารุ่งกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องพักที่เธอเพิ่งเคยมาเยือนเป็นครั้งแรก มันกว้างขวาง ทันสมัย และอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบขรึม “ไม่ต้องกลัวผมปล้ำหรอก...”เสียงของเขายังคงจริงจังไม่เหลือร่องรอยการพูดล้อเล่นอีกเลย“ถ้าจะปล้ำ ผมไม่ต้องพามาที่นี่ เพราะที่นี่คนรู้จักผมทั้งนั้น”ฟ้ารุ่งเงียบและมองการตกแต่งห้องชุดนี้ด้วยโทนสีเทาดำและเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพงสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี“นั่งที่โต๊ะนี้ก่อน..ผมจะจัดการเอง คุณนั่งรอเฉย ๆ”ฟ้ารุ่งพยายามระงับอาการสั่นพร่าในอก เธอกำมือแน่นพลางบอกตัวเองในใจ... อย่าปล่อยให้เผลอไผลเหมือนที่ผ่านมาอีกเด็ดขาด ครั้งนี้เธอต้องเข้มแข็งและมีสติ“เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าคุณกลัวผม”เรืองรบหันมามองเธอ แววตาดุดันและท่าทีเฉียบขาดที่เขาใช้ระงับการประท้วงของเธอบนรถค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย แต่ยังคงแฝงไปด้วยความทรงอำนาจ“คนที่คุณควรกลัวตอน
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสะท้อนเงาวับบนตัวถังรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของออฟฟิศรุ่งรัตนา ฟ้ารุ่งที่กำลังลดมือลงล้วงหากุญแจรถในกระเป๋าสะพาย ถึงกับชะงักเธอจำรถคันนั้นได้ทันที หัวใจเธอกระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างกระตุ้นให้เธอย่ำเท้าเร็วขึ้น หญิงสาวรีบเร่งฝีเท้าตรงดิ่งไปยังรถของตัวเองด้วยหวังว่าจ
ฟ้ารุ่งรีบเก็บม้วนแบบแปลนและอุปกรณ์ลงกระเป๋าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ทว่าในใจกลับเต้นรัวอย่างคุมไม่อยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมองเธอไม่วางตาจากทางด้านหลัง"วันนี้รายละเอียดครบถ้วนแล้วค่ะคุณพชร เดี๋ยวฟ้าจะกลับไปแก้แบบห้องโถงตามที่คุณต้องการ แล้วจะส่งไฟล์ให้ตรวจอีกทีนะคะ" เธอกล่าวพลางขยับถอ
"ก๊อก... ก๊อก...""เชิญค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก"รุ่งรัตนาเอ่ยอนุญาตน้ำเสียงกังวานใส ทันทีที่บานประตูถูกผลักเข้ามา สมฤทัย ประชาสัมพันธ์สาวสวยของบริษัทก็โผล่หน้าส่งยิ้มกว้างนำเข้ามาก่อน ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายทว่ากลับดูภูมิฐานอย่างน่าประหลาดรุ่งรัตนาวางมือจากงานแล้วลุกขึ้
"พร้อมจะให้ผมถอยรถออกหรือยังครับ?"น้ำเสียงนั้นนิ่งสนิททว่าทรงอำนาจดุจคำสั่งที่ประกาศก้องกลางครัน ส่งผลให้ประโยคถัดไปที่ฟ้ารุ่งกำลังจะพ่นออกมาด้วยความเดือดดาลถูกกลืนหายไปในลำคอทันที หญิงสาวเหยียดริมฝีปากมองอีกฝ่ายด้วยสายตาชิงชังอย่างปิดไม่มิด หล่อนรู้สึกอึดอัดจนอกแทบระเบิดที่ทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได












Ulasan-ulasanLebih banyak