مشاركة

พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา
พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา
مؤلف: มินซอลทัง

บทนำ

last update تاريخ النشر: 2025-03-02 13:23:47

ฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับมาอีกครั้ง ตามมาด้วยลมหนาวที่คืนสู่เมืองใหญ่ซึ่งเคลื่อนผ่านสนามหญ้าอันกว้างขวางของ เซนต์โยเซีย อะเคเดมี

ปราสาทสูงใหญ่ที่ถูกออกแบบมาในรูปแบบสถาปัตยกรรมกอทิค ตั้งสูงตระหง่านอยู่บนเนินเขา ตัวปราสาทล้อมรอบไปด้วยรั้วสูงเกือบเท่าตัว หอคอยหลายชั้นตั้งเรียงตัวต่อกันจนสูงชะลูด เป็นสถานที่ซึ่งปราศจากการมองเห็นจากคนนอกที่ไม่ได้ถูกต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความพิศวง นอกจากนี้เถาวัลย์ที่เลื้อยปกคลุมตัวอาคารนั้นยังเผยให้เห็นถึงความเก่าแก่ของโรงเรียนแห่งนี้อีกด้วย

ซึ่งหากมองจากภายนอกแล้ว ดูเหมือนจะเงียบร้างอย่างไรอย่างนั้น แต่มันก็เป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้นแหละ เพราะอันที่จริงแล้ว ภายใต้อาคารใหญ่ต่างมีผู้คนต่างพลุกพล่านไปทั่ว โดยเฉพาะในห้องโถงประชุม เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันมอบตัวเพื่อส่งนักเรียนเข้าศึกษา ณ อะคาเดมีแห่งนี้

มีทั้งลูกหลานตระกูลแวมไพร์ และด้วยความที่ที่อะคาเดมีแห่งนี้ถูกก่อตั้งมามากกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว จึงมีตระกูลมนุษย์ผู้ดีเก่าแก่ที่ได้อภิสิทธืในการส่งลูกหลานของตระกูลตัวเองเข้ามาเรียนในสถานที่แห่งนี้เช่นกัน

การมีโรงเรียนแห่งนี้กำเนิดขึ้นก็นับเป็นอุบัติการณ์ของโลกแวมไพร์ที่สามารถเรียนร่วมกับมนุษย์ได้โดยไม่ต้องปิดบังตัวตน

เนื่องจากตระกูลเก่าแก่พวกนี้ย่อมทราบถึงการมีอยู่ของพวกแวมไพร์มาตั้งแต่สมัยบรรพกาลแล้วล่ะ แต่หากนำไปเล่าให้โลกภายนอกที่สมัยนี้วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าแล้ว คงมีแต่จะโดนกล่าวหาว่าบ้าพอสมควรเลย

แต่ส่วนใหญ่แล้วลูกหลานตระกูลแวมไพร์จะได้เรียนในคลาสเดียวกันเสียมากกว่าได้ไปเรียนปะปนกับพวกเด็กมนุษย์อยู่แล้วล่ะ

เพราะบางจำพวกก็ไม่สามารถอยู่รวมกับมนุษย์ได้นานพอจะระงับความกระหาย นอกจากนี้พวกแวมไพร์ยังมีความสามารถในการใช้พลังพิเศษอย่างเช่นการร่ายเวทย์ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นการแยกคลาสให้เป็นกิจลักษณะก็นับว่าดีแล้วล่ะ

“ดีเหลือเกินที่พวกเจ้าจะได้เข้าเรียนร่วมกับพวกมนุษย์ สมัยพ่อไม่ได้มีโรงเรียนที่ยอมรับตัวตนของพวกเราได้อย่างเปิดเผยเช่นนี้” เจย์เดนยืนมองลูก ๆ ด้วยสายตาภาคภูมิ

เป็นเรื่องจริงที่ว่าสมัยก่อนไม่มีโรงเรียนรวมเช่นนี้ เจย์เดนจึงรู้สึกว่าสมัยลูกนั้นโชคดีนัก เพราะหากมองตามความเป็นจริงแล้ว มนุษย์คือประชากรส่วนใหญ่บนโลก หากลูกได้เรียนร่วมกับพวกเขาก็จะสามารถปรับตัวกับโลกภายนอกและอยู่ได้ง่ายขึ้นกว่าเขามากนัก

ระหว่างที่เจย์เดนกำลังยืนเล่าเรื่องสมัยก่อนที่ผ่านมาหลายร้อยปีแล้วให้ลูกชายฟังนั้น ลินินก็กำลังยืนกำชับอาจารย์ถึงเรื่องอาการแพ้แสงของลูกสาวเธอ

“เธออยู่กลางแดดได้ค่ะ แต่ระยะยเวลาค่อนข้างจำกัด อาการเริ่มแรกก็จะเหมือนเป็นลมแดด ยังไงฝากอาจารย์ช่วยดูแลด้วยนะคะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะท่านหญิงแบรดฟอร์ด” อาจารย์ใหญ่เซเวลออกปากรับคำต่อตระกูลผู้นำของเหล่าแวมไพร์ทั้งปวง ตอนแรกก็น่าฉงน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าที่มีฐานะเป็นแม่ รูปร่างหน้าตายังเหมือนสาวแรกแย้มวัยยี่สิบใกล้เคียงกับลูก ๆ ของเธออยู่เลย

แต่เมื่อนึกไปถึงว่าพวกเขาเป็นตระกูลแวมไพร์ เธอจึงคลายข้อสงสัยนั้นไปโดยปริยาย

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านแม่ หนูไม่ไปวิ่งเล่นกลางแดดหรอก” เรย์เน่เอ่ยเสริมเพื่อให้แม่ของเธอคลายความกังวล

 “แม่รู้ว่าลูกไม่ออกไปวิ่งกลางแดดหรอก แต่ก็ต้องกำชับอาจารย์เอาไว้เผื่อมีกิจกรรมอะไรในโรงเรียนที่ลูกต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ” ไม่รู้ว่าความจุกจิกแบบนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน อาจเป็นระหว่างทางที่เธอคอยฟูมฟักพวกเขาขึ้นมาอย่างทะนุถนอมก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างนั้นพวกลูก ๆ กลับไม่ได้รำคาญเธอเลยสักนิด ดีเสียอีกที่ท่านแม่เป็นห่วงพวกเขา แต่ก็พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ต้องทำให้ท่านห่วงมากเกินไป

เจย์เดนที่ยืนพูดคุยกับลูกชายได้ยินภรรยาร่ายยาวเช่นนั้นก็รีบเดินมารวบเอวเธอไว้ด้วยท่าทีหวงแหน

“ไม่เป็นไรหรอกลินิน เจ้าก็รู้ว่าที่นี่ให้ความสำคัญกับนักเรียนมากแค่ไหน”

“ฉันรู้ แต่ก็อดห่วงไม่ได้หนิ...”

“บางที พวกเราก็ต้องปล่อยให้พวกเขาได้เติบโตกันเองบ้างนะ” เจย์เดนว่าก่อนจะใช้มือหนาจับศีรษะของภรรยาแล้วเอนเอียงให้พักพิงลงบนแผงอกตัวเอง

โรงเรียนนี้จะแบ่งเป็นคลาสตามความสามารถของนักเรียนแต่ละคนได้ดังนี้

คลาส S สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่น ชนิดที่ว่าเป็นระดับหัวกะทิและได้รับอภิสิทธิ์มากกว่านักเรียนในคลาสอื่น จากสถิติแล้วในชั้นนี้ล้วนมีเชื้อสายของตระกูลแวมไพร์กันทั้งสิ้น ด้วยความสามารถที่เรียนรู้ได้อย่างเร็วกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่าตัว

คลาส A สำหรับนักเรียนผู้มีความสามารถ แต่ยังไม่ได้โดดเด่นพอที่จะเข้าคลาส S ส่วนใหญ่จะมีทั้งมนุษย์และแวมไพร์ปะปนกัน ซึ่งเป็นคลาสที่อาจารย์จะต้องคอยเฝ้าระวังเป็นพิเศษด้วย เนื่องจากเป็นคลาสเรียนรวม ความกระหายของนักเรียนแวมไพร์จึงอาจรุนแรงจนเผลอทำร้ายพวกนักเรียนมนุษย์ได้

ในส่วนคลาส B นั้น คือห้องรวมเด็กที่มีความสามารถปานกลาง ไม่ได้โดเด่นมาก แต่ก็ไม่ได้แย่ไปเสียทีเดียว ส่วนใหญ่จะมีเพียงลูกหลานมนุษย์เท่านั้น

และสุดท้าย คลาส C ถือเป็นกลุ่มนักเรียนที่ศักยภาพยังไม่ชัดเจนนัก นักเรียนจากคลาสนี้มีจำนวนค่อนข้างน้อย เพราะหากพบศักยภาพของตัวเองแล้วจะถูกจำแนกไปคลาสอื่นในทีหลังนั่นเอง

แต่จุดร่วมของทุกคลาสก็คือ ทุกคนล้วนเป็นลูกหลานจากตระกูลเก่าแก่ พูดง่าย ๆ ก็คือพวกบ้านรวยนั่นแหละ

และแต่ละคลาสจะสามารถจำแนกนักเรียนได้ตามเข็มกลัดที่โรงเรียนมอบหมายให้ในพิธีมอบตัวที่จัดขึ้นภายในวันนี้นั่นเอง

“เจย์เนสและเรย์เน่ แบรดฟอร์ด คลาส S ค่ะ”

“ดูแลตัวเองนะ แล้วก็อย่าลืมดูแลกันและกันด้วยล่ะ” ลินินยังคงมองด้วยสายตาเป็นห่วง ไม่ต่างจากเวลามนุษย์มาส่งลูกน้อยอนุบาลเข้าเรียนเลย

เพียงแต่ พวกเขาอายุเกือบยี่สิบแล้วนะ!!!

“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ หนูจะดูแลตัวเอง และหวังว่าพี่เจย์เนสจะไม่แกล้งหนู” ว่าจบก็หันไปย่นจมูกใส่เด็กชายที่ยืนสีหน้านิ่งเรียบอยู่ข้าง ๆ กัน

“จะพยายามแล้วกัน...” เขาตอบเสียงเอื่อยเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก แต่เมื่อเห็นสายตากังวลจากผู้เป็นแม่ฉายชัดขึ้น รวมถึงสายตาคาดคั้นจากผู้เป็นพ่อที่ต้องการจะให้เขาทำเพื่อความสบายใจของภรรยาตัวเอง สุดท้ายเจย์เนสจึงต้องพยักหน้าหงึก ๆ แล้วตอบรับในที่สุด “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลน้อง อย่างดีเลย”

อีกด้านหนึ่ง

"อาเรียน่า ฟลอเรนซ์ คลาส B ค่ะ" เสียงเอ่ยชื่อเรียกให้หญิงสาวก้าวไปข้างหน้าพร้อมรับเข็มกลัดประจำคลาสและชุดเครื่องแบบของโรงเรียนไปพลาง

"ไม่จำเป็นต้องส่งหนูมาเรียนที่นี่เลยนะ"

"เอาเถอะอาเรีย พ่อยังส่งลูกไหว" คำพูดนั้นดูเหมือนจะเป็นคุณพ่อที่แสนดียิ่งนัก ที่แม้ว่าตระกูลฟลอเรนซ์ซึ่งจวนจะล้มละลายแล้วก็ยังหอบหาเงินมาทุ่มให้ลูกได้เรียนในสถานที่ดี ๆ

และตัวอาเรียเองก็ปักใจเชื่อในความหวังดีของผู้เป็นพ่อโดยไร้ข้อกังขา โดยหารู้ไม่ว่าทุกอย่างนั้น เป็นการวางแผนที่จะให้ลูกสาวได้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพวกนายน้อยชนชั้นราชนิกูลอย่างไรล่ะ

อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากทำเช่นนี้หรอก แต่ตระกูลกำลังมีปัญหาอย่างหนักหน่วง และหากชื่อเสียงของตระกูลต้องสูญสิ้นไปในยุคสมัยที่เขาเป็นผู้นำตระกูล เขาคงไม่มีหน้าไปสู้บรรพบุรุษแน่

“ดูแลตัวเองด้วยนะอาเรีย” ว่าจบก็สวมกอดลูกสาวอันเป็นสมบัติล้ำค่าของตนไว้อย่างหวงแหน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   ตอนพิเศษ 2

    ชีวิตหลังแต่งงานของเจย์เนสเริ่มเต็มไปด้วยความบันเทิง แต่เหนือสิ่งอื่นใด สองแฝดดูจะเป็นเรื่องที่รับมือได้ยากที่สุด(รองจากแม่ของพวกเขา)กลางดึก สองหนุ่มน้อย เรเวียน ไวน์อัส ก็แอบย่องออกจากห้องนอนลงมา ก่อนจะเริ่มหากิจกรรมเล่นกัน นับว่าดีมากที่พวกเขาได้นอนอแยกห้องกับท่านพ่อท่านแม่ จึงสะดวกแก่การย่องออกมาที่สุดอันที่จริงของพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกตินี่นา พวกเขาเป็นแวมไพร์ก็ต้องใช้ชีวิตตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวันสิถึงจะถูก!“ดูนี่สิไวน์อัส!” เรเวียนพุ่งขึ้นไปอยู่บนตู้เก็บหนังสือในห้องสมุด ก่อนจะกระโดดข้ามชั้นไปมาอย่างช่ำชอง“รอฉันด้วยสิ!” ไวน์อัสเห็นแฝดตัวเองทำแบบนั้นได้ก็ไม่อยากน้อยหน้า รีบกระโดดตามข้นไปก่อนจะวิ่งโลดโผนกันอยู่บนนั้นเสียงตึงตังข้างล่างทำเอาแวมไพร์หนุ่มอย่างเจย์เนสที่กำลังนอนอยู่ข้างอาเรียเริ่มขมวดคิ้ว ‘โจรขึ้นบ้านหรือไงนะ’นั่นเป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าที่นี่เป็นบ้านแวมไพร์นะ จะมีโจรหน้าไหนกล้าบุกเข้ามากัน!แต่ด้วยความสงสัย เจย์เนสจึงยอมลุกออกจากเตียงแล้วลงไปสังเกตการณ์ดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า และเมื่อไปถึงข้างล่างปึง! ปัง! ตึง! ตัง!เสียงปึงปังเหมือนม

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   ตอนพิเศษ 1

    อาเรียเริ่มปรับตัวกับร่างกายใหม่ในฐานะแวมไพร์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่เธอยังต้องเรียนรู้ไม่แพ้กันนั่นก็คือ “การเป็นแม่” ของลูกชายฝาแฝดที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน แเต่อย่างที่บอกว่าลูกแวมไพร์โตเร็วมาก นอกจากนี้ยังแข็งแรงเกินกว่าที่ทุกคนคาดเอาไว้ด้วยแม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนด แต่พละกำลังของพวกเขากลับไม่ต่างจากเด็กแวมไพร์ทั่วไปเลย บอกตามตรงว่าตอนแรกเธอเป็นกังวลมาก ว่าการเลี้ยงลูกแวมไพร์จะเหมือนกับการเลี้ยงเด็กทั่วไปหรือเปล่าแต่โชคยังดีที่ ลินิน แม่สามีของเธอคอยช่วยให้คำปรึกษาอยู่ตลอด“เลี้ยงลูกแวมไพร์ก็เหมือนเลี้ยงลูกมนุษย์นั่นแหละอาเรีย แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วย” ลินินเอ่ยพลางอุ้มหลานชายคนหนึ่งไว้ในอ้อมแขน“ค่ะแม่...” อาเรียพยักหน้า ขณะที่มองดูลูกอีกคนนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน“เด็กแวมไพร์จะมีสัญชาตญาณนักล่าตั้งแต่ยังเล็ก เพราะฉะนั้นต้องคอยควบคุมพวกเขาให้ดี ไม่อย่างนั้นบ้านจะเละเอาได้”ระหว่างที่กำลังให้คำปรึกษา ลินินก็เล่าถึงลูกแวมไพร์ทั้งสี่ของเธอให้ฟัง“เจ้าสี่คนนี้เนี่ยนะ ตอนนั้นทำคฤหาสน์แทบจะถล่ม” ซึ่งสี่คนที่ลินินกำลังพูดถึง ก็รวมพ่อของทั้งสองแฝดนี้ด้วยนั่น

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 64 ปาฏิหาริย์

    สามวันผ่านไป ร่างบางของอาเรียยังนอนแน่นิ่งอยู่ในโรงแก้วเย็นที่ช่วยรักษาสภาพร่างกายของเธอเอาไว้ เจย์เนสคอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง แต่ในใจก็เริ่มหวั่น ด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะยังพอมีหวังกับปาฏิหาริย์ได้อยู่หรือเปล่า“เจ้าต้องพักผ่อนบ้าง” เจย์เดนเดินเข้ามาบอกลูกชาย“อาเรียไม่ฟื้น ผมเสียเธอไปตลอดกาลแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงเว้าวอน เหมือนอยากจะยอมแพ้แต่ก็ยังไม่อยากปล่อยวาง ถ้าหากว่าเขายอมแพ้ตอนนี้อาเรียรู้เข้าคงเสียใจแน่“ข้าตอบเจ้าไม่ได้หรอก แต่เจ้าต้องพักบ้าง ถ้าอาเรียตื่นขึ้นมาเห็นสภาพเจ้าตอนนี้ นางคงปวดใจหนักแน่”เจย์เนสหันมองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่กลางห้อง ก็จริงอย่างที่ท่านพ่อว่า เขาควรจะไปแต่งตัวหล่อ ๆ รอต้อนรับเธอกลับมาสิร่างสูงพยักหน้า ก่อนจะยอมเดินออกจากห้องโถงที่ตั้งวางโลงแก้วเย็นอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่เพียงลับตาจากห้องโถง ร่างบางในโลงแก้วก้เริ่มมีปฏิกิริยา ร่างกายเริ่มฟูฟ่อง บาดแผลฉกรรจ์ที่ได้รับตอนผ่าคลอดเริ่มสมาน เชิงกรานที่เคยแตกหักเชิ่มต่อกันอีกครั้ง เส้นผมที่เคยแห้งกร้านจากการที่เลือดไม่ไปหล่อเลี้ยงเริ่มกลับมาเงาสลวยอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น ผิวพรรณยังเริ่มเปล่งประ

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 63 เรื่องไม่คาดฝัน

    หลังจากนั้น เจย์เนสก็แทบไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว เขาคอยดูแลเธอทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องอาหาร การพักผ่อน แม้กระทั่งการเดินเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องคอยประคอง ทำอย่างกับว่าอาเรียเหมือนแก้วที่เปราะบางมากแต่ถึงอย่างนั้น ความกังวลก็ยังไม่ลดลง เมื่อเห็นว่าภรรยายังซูบผอมอยู่ตลอดทั้งที่ทานเยอะกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว“ลองให้นางดื่มเลือดดูดีไหม” เจย์เดนเสนอความเห็น เมื่อเห็นว่าอาเรียทานไปเยอะเท่าไหร่ก็ยังไม่มีน้ำมีนวลขึ้นมาเลย แถบยังซุบจนเกือบจะเหลือแต่กระดูกแล้ว“ลองดูก็ไม่เสียหายครับ” เจย์เนสสั่งให้คนไปเตรียมเลือดมนุษย์มา ก่อนจะบรรจุลงในแก้วน้ำเพื่อให้เธอลองดื่มตอนแรกทุกคนต่างกังวลว่าเธอจะสะอืดสะเอียนแล้วดื่มไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าดื่มเก่งกว่าแวมไพร์เสียอีก โดยเฉพาะช่วงที่กระหาย บอกตามตรงว่าบางครั้งอาเรียก็นึกกลัวตัวเองเหมือนกันแล้วมันก็ได้ผล หลังจากที่เธอดื่มเลือดมนุษย์ควบคู่กับการทานเนื้อเสต็กติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หน้าตาก็เริ่มสดใสขึ้น เจย์เนสเห็นแบบนั้นก็แทบจะรีบไปสรรหาเลือดจากทุกแหล่งมาถวายให้เธอเลยทีเดียวไม่เพียงเท่านั้น ทุกสิ่งอย่างที่อาเรียร้องบอกว่าอยากทาน ไ

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 62 อาการป่วย

    ไม่นานหมอประจำตระกูลก็ถูกเรียกตัวมา หลังจากตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือทันสมัยแล้ว เขาก็บอกเล่าอาการของท่านหญิงคนใหม่แห่งตระกูลแบรดฟอร์ดด้วยน้ำเสียงหนักใจ“ท่านหญิงตั้งครรภ์ขอรับ”อาเรียเบิกตากว้างก่อนจะรีบหันไปมองเจย์เนส ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพราะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่เป็นเพราะ…ลูก เธอกำลังจะมีลูก...มือเรียวลูบไล้หน้าท้องตัวเอง ใจหนึ่งก็ตกใจจนแทบคลั่ง แต่ลึก ๆ ก็รู้สึกมีความสุขจนเหลือล้นแต่ฝ่ายที่นิ่งเงียบไปราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างก็คือสามีของเธอ ดวงตาสีแดงเข้มของเขาสั่นไหว ก่อนจะหันรีบถามหมอทันที“แต่เธอเป็นมนุษย์ แล้วแบบนี้เด็กก็เป็น…” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง รู้ดีว่าไม่ต้องพูดให้จบประโยค ทุกคนในห้องก็เข้าใจดีว่าทารกในครรภ์ของอาเรียเป็นอะไรท่านหมอพยักหน้ายืนยันคำตอบ “ใช่ขอรับ เป็นลูกครึ่งแวมไพร์”“มันเกิดขึ้นได้เหรอครับ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นแวมไพร์ด้วยกันเหรอ” น้ำเสียงของเจย์เนสดูร้อนรนมาก แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยได้ยินเรื่องที่มนุษย์ตั้งท้องกับแวมไพร์เลย เพราะส่วนใหญ่แล้วไข่ที่ปฏิสนธินั้นไม่ได้แข็งแรงพอจะหล่อเลี้ยงลูกแวมไพร์ได้“จริง ๆ แล้วมันเกิดขึ้นได้ แต่ปกติแล้วโอกาสน้อยมาก ท่

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 61 ไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ

    แดดยามเช้าส่องผ่านม่านสีขาวพร้อมเสียงคลื่นที่ กระทบฝั่งเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอสัมผัสเย็นไล้ผ่านแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงทุ้มของเจย์เนสที่ทำให้อาเรียลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย“เธอเจ็บหรือเปล่า”ได้ยินคำถามนั้นหัวใจของอาเรียก็เต้นวูบ ทำไมอยู่ดี ๆ เจย์เนสถึงถามแบบนั้นล่ะ หรือว่า...เขาเปลี่ยนเธอแล้วอย่างนั้นเหรอแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้สำรวจตัวเอง มือหนาของเขาก็ยื่นออกมาสัมผัสผิวบริเวณต้นแขน ข้อมือ และต้นขาบางส่วนของเธอ นั่นทำให้อาเรียเห็นรอยจ้ำสีจางที่ประปรายอยู่บนนั้นดวงตาคู่สวยปรายมองเจย์เนสที่กำลังใช้นิ้วเกลี่ยรอยเหล่านั้นบนผิวของเธออย่างแผ่วเบา ดวงตาสีแดงเข้มของเขาฉายแววเจือความกังวล"เมื่อคืนฉันเผลอแรงไปหรือเปล่า"แบบี้นี่เอง เขาไม่ได้เปลี่ยนเธอเป็นแวมไพร์แต่อย่างใด แต่กำลังหมายถึงร่องรอยที่เขาเผลอทำเอาไว้เมื่อคืนบนตัวเธอต่างหากอาเรียแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ รุ้สึกผิดหวังยังไงก็ไม่รู้ ถึงแม้ว่าเขาจะบอกแล้วว่ามันจะทำให้เธอทรมานมากหากไม่ใช้พิษที่สกัดบริสุทธิ์ แต่เธอก็ยังอยากเปลี่ยนเลยอยู่ดี เพราะอย่างน้อยก็จะได้ก้าวเข้าสู่โลกของเขา...เธอพร้อมแล้ว เตรียมใจมาตลอด

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 60 NC 18+

    “ยังเปลี่ยนตอนนี้ไม่ได้หรอก” เสียงเข้มของเจย์เนสเรียกให้อาเรียลืมตาขึ้นด้วยความฉงน นี่เธออุตส่าห์ลุ้นตั้งนาน ทำไมเขาถึงบอกว่าตอนนี้ยังไม่ได้ล่ะ เหมือนจะเห็นความสับสนในดวงตาของอาเรีย เจย์เนสจึงให้คำตอบทันที ด้วยเพราะไม่อยากให้เธอคิดมาก “ต้องใช้พิษที่สกัดบริสุทธิ์ เธอจะได้ไม่เ

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 58 สมควรได้ทั้งหมด

    ท้องฟ้ายามเย็นทอแสงสีทองลอดผ่านแนวต้นไม้สูงรอบลานกว้างกลางป่าใกล้ตัวคฤหาสน์แบรดฟอร์ด สายลมอ่อนพัดเอากลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดให้ลอยฟุ้งไปทั่ว ชวนให้บรรยากาศต้องมนตร์เสน่ห์ที่ไม่อาจลืมเลือนของคู่บ่าวสาวอาเรียก้าวไปตามทางเดินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีขาวโดยมีพ่อของเธอคอยจับมือประคองไปตลอดทาง ชุดเจ้าสาวเ

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 55 แวมไพร์ป่วย

    เป็นปกติอย่างเช่นทุกวันที่อาเรียจะมารอเขาอยู่ตรงหน้าห้องโถงรวมเพื่อเข้าไปนั่งทานมื้อเช้าด้วยกัน แต่วันนี้ รอจนห้านาทีที่จะต้องเข้าห้องเรียนแล้วก็ยังไร้วี่แววของเจ้าแวมไพร์หนุ่ม เธอจึงอดสงสัยเสียไม่ได้ ส่งข้อความไปถามไถ่แล้วก็ยังไม่มีการตอบกลับเลยขณะที่กำลังคิดว่าควรจะเลิกรอแล้วรีบเดินไปที่ห้องเรีย

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 54 มีเจ้าของแล้ว

    ภาคการศึกษาปีสุดท้ายเริ่มต้นขึ้นหลังจากปิดเทอมช่วงฤดูร้อนไปนาน บรรยากาศภายในโรงเรียนไม่ได้ต่างจากเดิมสักเท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก้คงจะเป็นแหวนหมั้นที่ปรากฎอยู่บนนิ้วของหนุ่มฮ็อตอย่างเจย์เนส แบรดฟอร์ด เนี่ยแหละ ที่ทำเอาเพื่อน ๆ ต่างโห่ร้องด้วยความยินดีกันถ้วนหน้าแล้วขณะที่เจย์เนสกำลังนั่งคุย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status