พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา

พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา

last update최신 업데이트 : 2025-08-26
작가:  มินซอลทัง연재 중
언어: Thai
goodnovel18goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
67챕터
1.2K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

ซีรีย์ภาคต่อรุ่นลูก จากเรื่อง ท่านชายแวมไพร์ หากใครอยากติดตามสามารถไปย้อนอ่านได้นะคะ แต่!!! สำหรับใครที่อยากจะเริ่มอ่านภาคนี้เลยก็ได้นะคะ เนื้อหาไม่ได้เป็นเส้นเรื่องต่อกันค่ะ แต่ก็จะแอบมีพูดถึงรุ่นพ่อรุ่นแม่บ้าง😂 ขอต้อนรับเข้าสู่โรงเรียนเซนต์โยเซีย โรงเรียนสุดแฟนตาซีที่มีนักเรียนแวมไพร์และมนุษย์ปะปนอยู่ด้วยกันได้อย่างเปิดเผย พร้อมรักวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา [รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นหนุ่ฮ็อตแสนอันตราย แต่มนุษย์สาวธรรมดาอย่างเธอก็ยังไปหลงชอบเขาเข้าจนได้ แบบบนี้มันใช้ไม่ได้เลยนะอาเรีย...] . . . "ท่องเอาไว้ อย่าไปหลงกลมาดนิ่งสุขุมนุ่มลึกของเขาเชียว อันตรายต่อหัวใจอย่างยิ่งยวดเลย"👀 แต่รู้ว่าเสี่ยงก็ยิ่งอยากลองเล่นของสูงซะเหลือเกินเนี่ยสิ!

더 보기

1화

บทนำ

「誰を好いている?朕に申してみよ」

皇帝の声が、威厳と慈しみを込めて上方から穏やかに、そしてはっきりと響いてきた。

沈薬(シンヤク)は呆然とした。これは……時を遡ったのだろうか?

彼女はすぐに、自分が十七歳の頃に戻っていることに気がついた。

この日は宮中での身内の宴。皇帝は自分を招き、自ら結婚相手を指定しようとしていたのだ。

沈薬は口を開きかけたが、複雑な思いが込み上げ、目頭が熱くなった。

「緊張しなくてよい」

黙り込む彼女を見て、皇帝はさらに優しい声をかけた。「沈家は代々武将の家柄。そなたの父や兄、叔父たちも皆、我が盛朝(セイチョウ)のために戦死したのだ。

今や沈家に残されたのは、そなたという娘一人だけだ。そなたの婚姻は、朕が必ず責任を持って決めよう。誰に嫁ぎたいと望んでも、必ず叶えてやる」

二度目の人生であっても、沈家の邸宅である将軍府を思うと、沈薬は今でも胸が張り裂けそうだった。

建朝から百年に満たない盛朝は、国の基盤がまだ不安定であり、内憂外患を抱えていた。

昨年、北方の国境地帯である北境(ホッキョウ)に敵の騎兵が攻め入り、沈家は皇帝の命令を受けて北境へ出陣した。

出征の日、父や叔父、兄たちは意気揚々と沈薬に別れを告げた。口々に何かとやかましく世話を焼き、その時の沈薬はそれを鬱陶しくすら感じていた。

再会した時は、父や兄たちは亡骸となっていた。無惨な装束に包まれ、静かに棺の中に納まっていたのだ。

叔母や義姉たちは実家に帰るか再婚し、母は悲しみに暮れた末、今年の初めに病でこの世を去った。

広大な将軍府には、本当に自分一人しか残されていなかった。

皇帝がこの宴を開いたのは、名目上は身内の集まりだが、実のところは沈薬の結婚相手を決め、沈家の英霊たちを慰めるためであった。

右側に座る皇帝の娘がからかうように笑って言った。「父上、わざわざお聞きになるまでもありませんわ。沈家の娘が皇太子の兄上を好きだなんて、誰もが知っていること。それも、夢中になりすぎて抜け出せないほどにね!」

そう言ったのは、宮中で甘やかされている五番目の姫安宜(アンギ)姫だった。

前世でも、彼女は全く同じことを言っていた。

あの時、沈薬は頬を赤らめてうつむいた。

それを見た皇帝は大らかに笑い、「ならば朕が決めよう。日柄の良い日を選び、景初と祝言をあげなさい!」と宣言したのだ。

沈薬は喜びに満ちて婚礼の準備をした。花嫁衣装も一針一針自分で縫い上げた。そうすれば、これからの夫婦生活がきっと円満にいくと聞いていたからだ。

しかし初夜の日、謝景初(シャケイショ)は沈薬と夫婦の営みを拒んだ。

彼女が寝台に上がることを許さず、冷たい床で、身を丸めて一晩を過ごさせたのだ。

夫婦としての実態がないため、当然沈薬が身籠ることはなく、皇帝と皇后も最初は同情していたが、最後には失望へと変わっていった。

東宮の宮仕えの者たちも形勢を見て取り、皇太子妃である彼女を軽んじるようになった。

沈薬は東宮で屈辱の限りを尽くされた。

ある日、彼女は偶然、謝景初が友人と話しているのを聞いてしまった。

話題は沈薬のことだった。彼女が東宮で受けていた嫌がらせや理不尽な扱いを、なんと謝景初は全て知っていたのだ。

彼はただ気に留めていなかっただけか、あるいは、そのすべてを彼自身が黙認していたのである。

沈薬は、謝景初が冷酷で嘲笑うような口調で放った言葉をはっきりと聞いた。「無理やり私に嫁いだのだから、自業自得だ」

友人は沈薬を同情するように尋ねた。「沈薬は美しく、あなたを慕っているのに、本当に少しの好意も持てないのか?」

謝景初は温かみの欠片もない声で答えた。「あいつは私に吐き気を催させるだけだ」

沈薬はまるで氷室に突き落とされたような気分になった。

無理やり嫁いだ……私がいつ無理強いをしたというの?

あれは皇帝である彼の父親の意志だった。嫌ならどうして皇帝にそうはっきり言わず、私を罰しようとするのか?

この馬鹿げた婚姻で、皇帝は武将の遺族を厚遇したという美名を得て、皇太子は父親の歓心を買った。ただ自分一人だけが、すべての犠牲者となったのだ。

私は一体何を間違えて、こんな結末を迎えたというの?

悲しさのあまり吐き気がしたが、何も吐き出せなかった。

目頭はひどく痛み、熱を持っていたが、涙は一滴も流れなかった。

彼女は無表情のまま謝景初の元へ行き、床に跪いて離縁を申し出た。

普段は氷のように冷酷な謝景初だが、なぜか突然激怒し、手元にあった茶器を猛然と投げつけてきた。

沈薬は避けもしなかった。額を打たれた傷からは、血が滴った。

謝景初は一瞬ハッとしたように、とっさに立ち上がって近づこうとしたが、結局は座ったまま、微かに歯ぎしりをして言った。「哀れなふりをする必要はない」

彼は離縁に同意せず、数日間は沈薬と一言も口を利かなかった。

その後、何があったのかは分からないが、謝景初は離縁を承諾した。

皇宮を去る前夜。沈薬は部屋を見渡し、この場所に何の未練も、持って行くべき物も何一つないことにふと気がついた。

鏡に映る姿に、彼女は愕然とした。十七歳で東宮に嫁いでわずか四年。彼女はすっかりやつれ果て、顔色は青白く、見る影もなくなっていた。

幸いなことに、もうすぐここを去れる……

沈薬は泥のように眠りにつき……そしてなぜか、十七歳のこの年に戻っていたのだ。

神様も自分を不憫に思ったのだろうか?

「ほう?景初を好いているのか?」皇帝は何かを考え込むように視線を向けた。

「ええ、沈家の娘は兄上が大好きです!」

安宜はからかうように笑った。「彼女、よく兄上にお菓子を贈っていましたよ。全部彼女の手作りで、一度なんてうっかり手を怪我したのに、『大丈夫、痛くない』って言い張って。まあ、そのお菓子はほとんど私が食べちゃいましたけど」

彼女は悪戯っぽく笑い、さらに続けた。「それから、この前兄上がお気に入りの香袋を無くして機嫌が悪かった時も、彼女わざわざ私に、兄上の好きな模様を聞きに来たんです。手作りの香袋を作ってあげたいって!」

その言葉を聞いて、謝景初は眉をひそめた。明らかに沈薬と関わることは、彼にとって単なる重荷でしかなかった。

宴にいた者たちの視線は次々と沈薬に注がれた。それは、好奇と嘲笑に満ちた目だ。

誰もが笑いものか、面白い話題を待っている。

衆人環視の中、本来なら沈薬はいたたまれず恥ずかしく思うはずだったが、前世の経験があるためか、すっかり慣れっこになっており、大したことではないと感じていた。

皇帝は笑って言った。「そうか、それほど景初を慕っておるか?そなたは幼い頃から謝景初と共に育ったのだ。きっと両思いに違いあるまい。それならば、朕が決めてやる……」

皇帝が今にも二人の婚約を言い渡そうとするのを見て、沈薬は深呼吸をし、その言葉を遮った。「陛下」

「なんだ?」皇帝は彼女を見た。

沈薬は少し赤くなった目を伏せ、心を静めた。今度は、上座に座る謝景初を二度と見ようとはしなかった。

代わりに深く身をかがめ、官員や皇族たちの目の前で、硬い床に額をこすりつけ、極めてきっぱりとした声で言った。「私が皇太子殿下と共に育ったのは事実です。しかし、私は皇太子殿下を尊敬しているだけで、決して身分不相応な恋心を抱いたことはございません」

その言葉が出た瞬間、重い沈黙が流れた。

彼女には見えなかったが、上座の謝景初の眉はさらに深く不機嫌に寄せられた。

皇帝は半信半疑の様子で尋ねた。「本気で申しておるのか?」

沈薬は分かっていた。今日、皇帝はどうしても自分を誰かに嫁がせるつもりだということを。

もしここで誰かの名前を出さなければ、皇帝は引き下がらないだろう。

だからこそ、沈薬は体を起こさず、床に頭を伏せたままこう言った。「私は長年、靖王(セイオウ)殿下をお慕いしております。もし靖王殿下の妻となることができるなら、他に望みなどございません」

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
67 챕터
บทนำ
ฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับมาอีกครั้ง ตามมาด้วยลมหนาวที่คืนสู่เมืองใหญ่ซึ่งเคลื่อนผ่านสนามหญ้าอันกว้างขวางของ เซนต์โยเซีย อะเคเดมีปราสาทสูงใหญ่ที่ถูกออกแบบมาในรูปแบบสถาปัตยกรรมกอทิค ตั้งสูงตระหง่านอยู่บนเนินเขา ตัวปราสาทล้อมรอบไปด้วยรั้วสูงเกือบเท่าตัว หอคอยหลายชั้นตั้งเรียงตัวต่อกันจนสูงชะลูด เป็นสถานที่ซึ่งปราศจากการมองเห็นจากคนนอกที่ไม่ได้ถูกต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความพิศวง นอกจากนี้เถาวัลย์ที่เลื้อยปกคลุมตัวอาคารนั้นยังเผยให้เห็นถึงความเก่าแก่ของโรงเรียนแห่งนี้อีกด้วยซึ่งหากมองจากภายนอกแล้ว ดูเหมือนจะเงียบร้างอย่างไรอย่างนั้น แต่มันก็เป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้นแหละ เพราะอันที่จริงแล้ว ภายใต้อาคารใหญ่ต่างมีผู้คนต่างพลุกพล่านไปทั่ว โดยเฉพาะในห้องโถงประชุม เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันมอบตัวเพื่อส่งนักเรียนเข้าศึกษา ณ อะคาเดมีแห่งนี้มีทั้งลูกหลานตระกูลแวมไพร์ และด้วยความที่ที่อะคาเดมีแห่งนี้ถูกก่อตั้งมามากกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว จึงมีตระกูลมนุษย์ผู้ดีเก่าแก่ที่ได้อภิสิทธืในการส่งลูกหลานของตระกูลตัวเองเข้ามาเรียนในสถานที่แห่งนี้เช่นกันการมีโรงเรียนแห่งนี้กำเนิดขึ้นก็นับเป็นอุบัติการณ์ของโลกแวมไพร์ที่สาม
더 보기
บทที่ 1 อาเรียน่า ฟลอเรนซ์
ชีวิตในโรงเรียนสำหรับพวกนักเรียนแวมไพร์เป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากลำบากนัก แต่กลับเป็นที่น่ากดดันสำหรับพวกนักเรียนมนุษย์ ด้วยความที่โรงเรียนนี้เต็มไปด้วยเหล่าลูกหลานชนชั้นสูงของตระกูลแวมไพร์จากทั่วทุกมุมโลก มันจึงเกิดเป็นชนชั้นทางสังคมภายในโรงเรียนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดสำหรับเจย์เนสกับเรย์เน่แล้วเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเลยสักนิด พวกเขาเป็นถึงลูกหลานของเชื้อพระวงศ์จากตระกูลแวมไพร์ที่เรียกได้ว่าเก่าแก่ที่สุด แล้วมีหรือที่นักเรียนคนอื่นจะกล้าล้ำเส้นมาจัดชนชั้นให้กับพวกเขาเรียกได้ว่าอยู่เหนือห่วงโซ่ของพวกหัวสูงอย่างสบาย ๆ เลยล่ะ“นั่นเจย์เนสใช่ไหม”“ใช่ หล่อมากเลยเนอะ”“หล่อที่สุดเท่าที่เคยเจอพวกผู้ชายมาเลยล่ะ”“เคยเห็นพ่อเขาหรือยัง เหมือนกันอย่างกับฝาแฝดแหนะ”“แสดงว่าเบ้าหน้าดีทั้งบ้านเลยสิ”“เรียนดี กีฬาเด่น หน้าหล่อ ตรงสเป็คสุด ๆ เลย”“เสียดาย อันตรายเกินไปหน่อย”เสียงเจื้อยแจ้วของพวกนักเรียนหญิงดังขึ้นตลอดทางที่เจย์เนสเดินผ่าน ยอมรับว่าสมัยที่เพิ่งเข้ามาเรียนใหม่ ๆ แล้วเจอเหตุการณ์เช่นนี้เขามักจะทำตัวไม่ถูก แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปก็ปรับตัวได้อย่างน่าเหลือเชื่อ กลายเป็นไม่ยี่หระต่อสิ่งรอบข้า
더 보기
บทที่ 2 เกมท้าทายความกล้าหาญ
หลังจากวันหยุดสุดสัปดาห์ผ่านไป เจย์เนสและเรย์เน่ก็กลับเข้ารั้วโรงเรียนอีกครั้ง สองพี่น้องใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสงบสุข แต่ทว่าความสงบสุขนี้ดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อมสำหรับหญิงสาวอย่าง อาเรียน่า ฟลอเรนซ์เพราะหลังจากเหตุการณ์ในห้องสมุด โซเฟียก็เพ่งเล้งเธออยู่แทบตลอดเวลา และเจ้าหล่อนก็ดูเหมือนจะไม่ปล่อยให้อาเรียได้อยู่อย่างสงบสุขอีกเลยวันนี้ก็เช่นกัน..."เธอคิดว่าตัวเองพิเศษมากนักเหรอ?" โซเฟียเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แค่เจย์เนสเสียสละยอมให้หนังสือไป อย่าได้คิดสำคัญตัวเองเชียว" ไม่ว่าเปล่ายังจับจ้องไปยังปกหนังสือที่อยู่ในมือเรียวของอาเรียอีกต่างหากแต่หญิงสาวไร้ซึ่งการตอบโต้แต่อย่างใด เพียงแค่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในมือและพยายามไม่สนใจต่อสิ่งเร้าที่เข้ามารบกวนก็แค่พวกแมลงหวี่แมลงวันเท่านั้นล่ะ...“ฉันพูดกับเธออยู่นะ แม่สาวฟลอเรนซ์” ไม่ว่าเปล่ายังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ และความใกล้นั้นก็ทำเอาคนที่ตั้งใจเมินถึงกับหลุดสมธิเลยทีเดียวสายตาของอาเรียละออกจากหนังสือก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะตอบกลับในทันควัน“ฉันไม่เคยสำคัญตัวเองหรอกนะ เธอเข้าใจผิดแล้วล่ะ” ถึงแม้จะเป็นประโยคที่ดู
더 보기
บทที่ 3 ยัยแมวขโมย
“นะ...นายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่” สองนิ้วเรียวพันวนกันไปมาแสดงความประหม่าอย่างชัดเจน“นี่ห้องฉัน...” เขากดเสียงต่ำพลางเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ “แล้วอีกอย่าง ฉันอยู่ในนี้มาตลอด”ว่าจบก็มาหยุดยืนประชันหน้ากับเธอเข้าพอดี เขาจ้องมองหญิงสาวที่กำลังกก้มหน้างุดมองปลายเท้าอยู่เพียงครู่หนึ่ง“บางที นายควรจะเปิดไฟสักหน่อย...”ได้ยินแบบนั้น แวมไพร์หนุ่มก็แสยะยิ้มขึ้นมุมปาก ก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ราวกับอยากจะพินิจแววตาของเธอให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอาเรียที่เห็นว่ามันใกล้เกินไปก็ค่อย ๆ เบี่ยงตัวหลบไปด้านหลังจนเกือบหงายลงไปทั้งร่าง แต่ทันทีที่เธอเกือบจะล้มลงไปนั้น มือหนาของเขาประคองร่างเอาไว้ได้ทันเสียก่อน“เธอผิดประเด็นไปหรือเปล่า เห็นได้ชัดว่าเธอมาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่เอง ทำไมถึงได้มาตั้งคำถามใส่ฉัน”ไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น หลังจากประคองร่างเธอให้ทรงตัวได้แล้ว เขาก็ยังยังคว้าจับข้อมือข้างหนึ่งของเธอ ซึ่งดูหมือนกำลังแอบซ่อนสิ่งของบางอย่างเอาไว้ในกำปั้นเล็กนั่น"ขโมยของเหรอ" น้ำเสียงนิ่งสงบแต่เฉียบขาด “เข็มกลัดนี่ขายไม่ได้ราคาหรอกคุณฟลอเรนซ์” ไม่ว่าเปล่ายังส่งสายตาเย็นชาใส่อย่างต่อเนื่อง“ฉ
더 보기
บทที่ 4 ความช่วยเหลือ
“เป็นอะไรไปน่ะแบรดฟอร์ด ทำไมนอนคุดคู้แบบนั้น”เมื่อได้ยินเสียงอาจารย์ใกล้มาก แขนเรียวเล็กก็คว้ากอดร่างของคนตัวสูงเข้าเต็มปังเหมือนคอยลุ้นตามว่าจะโดนจับได้หรือเปล่า ทำเอาเจย์เนสชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังพยายามดึงน้ำเสียงให้มั่นคงแล้วตอบกลับอาจารย์ไป“ปวดท้องครับ แต่...เดี๋ยวก็หายแล้ว”“งั้นเหรอ อืม ดูแลตัวเองแล้วกันนะ” ที่พูดเช่นนั้นเป็นเพราะอาจารย์ก็ไม่นึกฝันว่าแวมไพร์จะป่วยได้ เขาจึงไม่มีชุดความรู้ทางด้านนี้มาให้คำแนะนำว่าจะต้องทำเช่นไร จึงเลี่ยงหลบออกไปเสียดีกว่าเสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่หวนคืนสู่ห้อง แต่ทั้งคู่ก็ยังนอนนิ่งต่อไปอีกสักพักเพื่อให้แน่ใจว่าอาจารย์จะไม่ย้อนกลับมาเปิดประตูห้องอีกอาเรียนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่ม ความเงียบนั้นทำให้เสียงหัวใจของเธอที่เต้นโครมครามเด่นชัดขึ้นอย่างน่าอาย“ปลอดภัยแล้ว” เขาพูดพลางมองไปที่ประตู แล้วหลังจากนั้นอาเรียก็รีบผุดใบหน้าแดงก่ำออกมาจากผ้าห่มเหมือนแอบสังเกตการณ์ก่อนจะตัดสินใจว่าจะลุกหรือไม่ลุกดี “ปล่อยได้แล้วมั้ง”เจย์เนสนอนนิ่งเมื่อยังมีแขนเรียวของอาเรียพาดกอดตัวเองอยู่ หญิงสาวที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำเรื่อถือวิสาสะก็รีบปล่อยกอดพร้อมลุกพรวดอ
더 보기
บทที่ 5 ด้วยความตั้งใจ
เช้าวันต่อมาแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างตรงโซนตู้ล็อคเกอร์เข้ามาบ่งบอกว่าอีกไม่นานก็ใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นอาเรียก็ยังยืนอยู่ตรงหน้าล็อคเกอร์ของใครบางคนอยู่ไม่ห่างใช่แล้ว...เธอตั้งใจจะนำเข็มกลัดที่ใช้การไปเรียบร้อยแล้วมาส่งคืนให้เจ้าของหญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้าล็อคเกอร์พลางมือก็กอบกุมกล่องใส่เข็มกลัดเอาไว้แน่น ระหว่างที่เขายังไม่โผล่มาก็ดูเหมือนจะซื้อเวลาให้เธอได้รวบรวมความกล้าที่จะไปสู้หน้าเขาต่ออีกสักเล็กน้อยล่ะ ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องมาคืนด้วยตัวเอง ทั้งที่ขอร้องให้คนอื่นมาส่งคืนแทนให้ก็ได้ แต่รู้ตัวอีกทีเธอก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตู้ล็อคเกอร์ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนี่ยสิแต่ก็เอาเถอะ การมาส่งคืนตัวเองก็นับว่าเป็นมารยาทรูปแบบหนึ่งที่พึงกระทำ อย่างน้อยเขาจะได้ไม่เสียน้ำใจที่หวังดีช่วยเธออย่างไรล่ะอาเรียคิดให้เหตุผลกับตัวเองทั้งที่ในใจตอนนี้ยังสั่นไหวอยู่ตลอดเวลาเวลาผ่านไปหลายสิบนาที แต่ล็อคเกอร์ตรงหน้าก็ยังไร้วี่แววเจ้าของ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังรอคอยอย่างอดทน เป็นเวลาเดียวกับจำนวนคนเริ่มบางตาลง‘เขาคงไม่มาแล้วล่ะ…’ เธอคิดในใจก่อนจะถอนหายด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างช่ว
더 보기
บทที่ 6 แทบทุกที่เป็นเรื่องเธอ
ระหว่างทาง ร่างสูงก็ได้ยินนักเรียนยืนพูดคุยกันอยู่ไม่ไกลจากนอกอาคารด้วยความบังเอิญ แต่แล้วเนื้อความในนั้นกลับทำให้เขาหูผึ่งเสียอย่างช่วยไม่ได้“นี่ ได้ยินข่าวลือเรื่องที่ตระกูลฟลอเรนซ์ใกล้จะล้มละลายหรือเปล่า”“ได้ยินมาบ้างเหมือนกัน ข่าวลือดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก”ระหว่างที่เงี่ยหูฟังไปด้วย ช่วงก้าวของขาก็สั้นลงจนเรียกว่าแทบจะหยุดนิ่ง และเมื่อรู้ตัวก็ต้องรีบส่ายศีรษะขึ้นอย่างทันควันมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาสักหน่อย เหตุใดต้องสนใจ!แต่ในขณะที่กำลังเดินผ่านโซนตู้ล็อคเกอร์ อยู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังมุ่งตรงเข้ามาหาเขาจากทางด้านหลังด้วยสัญชาตญาณ ใบหน้าหล่อจึงรีบหันกลับไปมองด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะพบกับหญิงสาวที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอทำราวกับว่าหากช้าไปกว่านี้อีกเพียงนิดเดียว เขาจะหายไปตลอดกาลอย่างนั้นแหละ“เจย์เนส!” เธอหยุดยืนหอบอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนวิ่งมาไกลพอสมควรเชียวล่ะ มิหนำซ้ำ ดวงตากลมโตของเธอยังฉายแววหลากหลายอารมณ์อีกต่างหากทั้งดูกังวลใจ รู้สึกผิดจนอยากจะเอ่ยปากขอโทษ หรือแม้แต่ความประหม่าขณะเดียวกันนั้นมือเรียวก็หยิบกล่องเข็มกลัดออกมาถือไว้ในมืออย่างระมัด
더 보기
บทที่ 7 จับจ้อง หูผึ่ง
บรรยากาศบริเวณเขตสังสรรค์ในยามเย็นเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง มีทั้งนักเรียนและผู้คนจากในเมืองใกล้เคียงเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยของกินและของใช้มากมายทุกคนต่างเร่งรีบเพื่อให้ทันเวลากลับเข้าไปในหอพัก ต่างจากพวกเขาซึ่งเป็นนักเรียนคลาสเอส สิ่งหนึ่งที่ได้รับการอภิสิทธิ์เหนือนักเรียจากคลาสอื่นก็คือ พวกเขาสามารถกลับเข้าหอพักในยามวิกาลแค่ไหนก็ย่อมได้ ต่างจากนักเรียนคนอื่นที่เมื่อนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มก็ต้องรีบกลับเข้าหอพักแล้วระหว่างที่กลุ่มของเจย์เนสกำลังเดินผ่านร้านอาหารและร้านขนมมากมาย เสียงหัวเราะและบทสนทนาของกลุ่มเพื่อนก็ดังไปตลอดทาง มิหนำซ้ำยังมีสายตาจากบรรดาสาว ๆ คอยจับจ้องมาตลอดทางอีกต่างหาก‘อึดอัดดีแท้...’ เจย์เนสคิดในใจขณะเดินไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของตัวเองแต่ทันใดนั้น สองขายาวก็ต้องหยุดชะงักราวกับเสียอาการไปชั่วครู่เมื่อพบเจอร่างบางที่ดูคุ้นตา กำลังยืนหันหลังมองป้ายประกาศอะไรบางอย่างอยู่ตรงหน้าร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งดวงตาคมจับจ้องเธอเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเบือนหน้ากลับไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้พวกเพื่อน ๆ ทันสังเกตเห็นและเกิดเป็นประเด็นสนทนาได้แล
더 보기
บทที่ 8 ออดอ้อนเพื่อผลประโยชน์
อาเรียที่เดินผ่านร้านอาหารร้านหนึ่งเข้า ดวงตาคู่สวยก็กวาดไปเจอประกาศรับสมัครพนักงานเข้าพอดี เธอจึงไม่รอช้า รีบเดินตรงเข้ามาในร้านเพื่อสอบถามเกี่ยวกับงานที่ว่าตอนแรกเธอคิดจะทำงานในห้องสมุดโรงเรียนนั่นแหละ แต่ก็กลัวว่ารายได้จะน้อยเกินไป นอกจากนี้ยังไม่มั่นใจด้วยว่าจะต้องแย่งชิงกับคนอื่นหรือเปล่า จึงอยากหางานสำรองเอาไว้ด้วย“ขอโทษนะคะ” เธอเอ่ยกับพนักงานอย่างสุภาพ ถึงแม้จะเป็นลูกคุณหนูแต่ก็ใช่ว่าเธอจะวางตัวสูงส่งใส่คนอื่นเขาไปทั่ว“ค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ”“คือ...ไม่ทราบว่ายังรับสมัครนักร้องอยู่ไหมคะ” เธอว่าพลางชี้ไปยังป้ายประกาศที่แปะอยู่ตรงหน้าร้านได้ยินแบบนั้นพนักงานก็ยิ้มรับ“ยังรับอยู่ค่ะ” ว่าจบเธอก็เดินไปหาผู้จัดการร้านเขาเป็นชายหนุ่มวัยกลางคน ซึ่งพอมองสำรวจรูปร่างหน้าตาของอาเรียแล้วก็มีความสนอกสนใจเธออยู่ไม่น้อย หากได้เธอมาเป็นนักร้องประจำร้าน คนจะต้องหลั่งไหลเข้ามาเพราะสเน่ห์ของเธอแน่ ๆ“สนใจเริ่มงานเลยไหมล่ะสาวน้อย” เขาถามาอาเรียเรียกได้ว่าแทบจะทันที“ค่ะ”“อ๋อ แต่ว่า บางครั้งถ้าหากลูกค้าเต็มร้าน อาจจะต้องมาช่วยเสริ์ฟด้วยนะเธอสะดวกหรือเปล่า”อาเรียได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าโดยไม่เกี่ย
더 보기
บทที่ 9 ยุ่งเรื่องของเธอ
วันรุ่งขึ้นช่วงหลังเลิกเรียน อาเรียก็รีบไปยื่นใบสมัครขอทำงานที่ห้องสมุดโรงเรียนงานส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นการจัดเรียงหนังสือที่นักเรียนคนอื่น ๆ นำมาคืนใส่เข้าชั้นให้เรียบร้อย หรือในบางครั้งก็อาจต้องช่วยอาจารย์บรรณารักษ์ในการอำนวยความสะดวกการหยิบยืมหนังสือเล่มต่าง ๆ และงานทั้งหมดนี้ จะได้ทำเพียงช่วงพักกลางวันและช่วงบ่ายหลังเลิกเรียนไม่เกินหกโมงเย็นเท่านั้นแหละก็ถือว่าเป็นงานที่สบายใช้ได้เลยทีเดียว นอกจากนี้เธอยังชอบใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหนังสือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่อย่างไรวันนี้เธอก็ยังต้องไปร้องเพลงที่ร้านอาหารตามที่รับปากกับผู้จัดการร้านอยู่ดี อย่างน้อยก็จะได้เก็บเงินบางส่วน และหากชวดงานนี้ก็จะไม่เสียโอกาสไปโดยสูญเปล่าด้วยเพียงแต่...‘เชื่อฉัน งานห้องสมุดดีกว่าเยอะ’ อยู่ ๆ เธอก็หวนนึกถึงคำพูดของเขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วก็ลำบากเธอมานั่งชั่งใจอีก...แต่ตอนนี้ที่บ้านเธอก็ยังไม่ถือว่าไม่ได้มีปัญหาขนาดที่จะต้องไปลำบากทำงานขนาดนั้นหรอก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อยากจะทำอะไรที่พอจะช่วยเหลือได้บ้างระหว่างที่กำลังนั่งคิดอย่างถี่ถ้วนเวลาก็ค่อย ๆ ผ่านไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่ได้ไปร้องเพลงที่ร้า
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status