เข้าสู่ระบบ[ห้างสรรพสินค้า]
ช่วงบ่ายของวันอรุณรักถูกเรียกตัวมาช่วยถือของให้คุณหนูของบ้านอย่างแพรพรรณ "นี่ นังอ้ายเดินเร็วๆ ได้ไหม" หญิงสาวที่ทั้งตัวมีแต่ของแบรนด์เนมหันไปตะคอกใส่คนข้างหลังที่สวมเสื้อผ้าราคาถูกตามตลาดนัดทั่วไปซึ่งผิดกันอย่างสิ้นเชิง "ค่ะ คุณหนู" อรุณรักรีบกระชับมือถือถุงเสื้อผ้าที่แพรพรรณซื้อแล้วก้าวขาตามให้ทัน สายตาของคนอื่นที่มองมายังเธอไม่ต่างจากเห็นเธอเป็นตัวตลก สมัยเรียนประถมเธอก็ต้องคอยทำตามที่แพรพรรณสั่งแบบนี้แถมเพื่อนในห้องก็มักจะหัวเราะเยาะเธออยู่ตลอดเวลาจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเธอไปแล้ว "แกรอข้างนอกแล้วกัน เข้าไปก็เกะกะ" "ค่ะ" อรุณรักตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะหาที่นั่งแถวหน้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่คนอย่างเธอไม่มีวันได้ใส่ "ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะซื้อได้นะ" นั่งบ่นพึมพำอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า เธออยากลองใส่เสื้อผ้าสวยๆ แบบนั้นบ้างแต่ฐานะอย่างเธอแค่ตัวละร้อยกว่าบาทยังว่าแพงเลย "ทำไม อยากได้หรือไง?" "เปล่าค่ะคุณหนู อย่างอ้ายไม่มีปัญญาซื้อหรอกค่ะ" อรุณรักรีบปฏิเสธเมื่อถูกจับได้ "หึ! รู้ตัวก็ดีละนังเด็กบ้านนอก อย่าลืมกำพืดตัวเองล่ะว่ามาจากไหน" คำพูดแสนเจ็บปวดเข้าแทงลึกเข้ามาในใจของเธอเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ อรุณรักทำได้แค่ยิ้มบางๆ แทนคำตอบและนึกสมเพชตัวเอง "รีบตามมาสิฉันหิวข้าวแล้ว" "ค่ะ" อรุณรักยิ้มร่าเพราะคิดว่าจะได้ไปกินข้าวเสียทีหลังจากที่เดินมาหลายชั่วโมง "รอข้างนอก" เมื่อถึงร้านอาหารราคาแพงคำสั่งเด็ดขาดของแพรพรรณก็ถูกเอ่ยขึ้น "คะ?" "ฉันบอกให้แกรอข้างนอก ฉันจะไปกินข้าว" "แต่ว่า..อ้ายก็ยังไม่ได้กินข้าวนะคะ" "แล้วไง? ฉันจำเป็นต้องให้แกมานั่งร่วมโต๊ะกับฉันหรือไง ถ้าหิวก็ไปหากินที่อื่นสิ" ว่าจบก็เดินก้าวขาเข้าร้านอาหารไปโดยไม่สนใจคนที่กำลังยื่นทำหน้างงๆ อยู่หน้าร้านแม้แต่น้อย "ว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้ ดีนะมีแซนด์วิชอยู่ในกระเป๋า" คนตัวเล็กหยิบแซนด์วิชที่ถูกทับจนลีบแบนออกมาจากกระเป๋าผ้าสีขาวที่เริ่มกลายเป็นสีเหลืองตามกาลเวลาออกมาแกะกินอย่างไม่รู้สึกอาย [ประเทศจีน] บริษัท เฉิง คาร์ บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่มียอดขายอันดับหนึ่งติดต่อกันมานานหลายปี นับเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงและรายได้ต่อปีหลายพันล้านหยวน เฉิง คาร์ยังมีบริษัทย่อยในเครืออีกหลายประเทศด้วย "คุณเฉิงคะ บ่ายวันนี้มิสเตอร์สตีฟจะเข้ามาคุยเรื่องสัญญานะคะ" "อืม" คำตอบสั้นๆ จากผู้บริหารเป็นอันว่าเข้าใจในสิ่งที่เลขาบอก เขาคือเฉิงฟาหยางหรือฟาหยาง นันทกุลวิโรจน์ ลูกครึ่งไทยจีนอังกฤษ เขามีแม่เป็นคนไทยแท้และพ่อเป็นลูกครึ่งจีน-อังกฤษ เฉิงฟาหยางสามารถพูดได้มากกว่าห้าภาษา ทั้ง อังกฤษ ไทย จีน เยอรมันและญี่ปุ่น เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบห้า ปัจจุบันเจ้าตัวอายุใกล้เลขสามแล้ว "คุณเฉิงคะ เรื่องประชุมบริษัทสาขาที่ไทยคุณเฉิงจะไปเองหรือว่าจะส่งคนไปแทนคะ" เลขาวัยกลางคนถามผู้เป็นนายด้วยความอยากรู้ "มีประชุมวันไหนนะ?" "สัปดาห์หน้าค่ะ" ชายหนุ่มเหลือบตามองปฏิทินบนโต๊ะทำงานก่อนจะชั่งใจคิดสักครู่หนึ่ง "อืม...ผมไปเองดีกว่าอยากไปดูผู้บริหารที่นั่นด้วย" "ได้ค่ะ ดิฉันจะจัดการเรื่องตารางงานให้นะคะ" ผู้บริหารหนุ่มพยักหน้ารับรู้ก่อนจะนั่งทำงานต่อให้เสร็จ เขาเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหา อยากได้อะไรก็แค่เสนอราคาให้อีกฝ่ายพอใจจากนั้นก็เป็นอันจบ เฉิงฟาหยางคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งความสุขร่างหนาเปลือยเปล่านั่งลงที่ปลายเตียงโดยมีคนตัวเล็กกำลังยืนถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นอยู่ตรงหน้า หน้าอกกลมสวยได้รูปบวกกับผิวพรรณขาวละเอียดน่าสัมผัสทำให้คนตัวโตถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอ"เข้ามาใกล้ๆ ฉันสิ" อรุณรักที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเดินเข้าไปใกล้เขา ความสูงตอนที่เขานั่งแทบจะเท่ากับตอนที่เธอยืนเลย ตอนนี้หน้าอกของเธออยู่ในระดับพอดีกับปากของเขาและแน่นอนว่าเขาไม่รอช้าที่จะใช้ลิ้นเลียเนินฐานอกกลมเบาๆ ก่อนจะใช้ปากงับจุกเม็ดสวยของเธอ"อื้ม!" มือน้อยยกขึ้นจิกไหล่ของเขาเอาไว้เพื่อระบายความเสียวซ่าน"เป็นอะไรไปล่ะ" คนตัวโตแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอเป็นอะไร ร่างบางเขินหน้าแดงตอบไม่ถูกจึงได้ก้มหน้า"ฉันถามว่าเป็นอะไร ทำไมไม่ตอบ" คนตัวโตยังคงแกล้งถามซ้ำแต่ครั้งนี้เขาใช้นิ้วชี้ถูไถที่ปากทางเข้ารูเล็กเบาๆ ร่างบางก็ยิ่งเสียวจนยืนตัวเกร็งและจิกไหล่เขาแน่นกว่าเดิม"อ๊ะ..คุณเฉิง..อื้ม..อย่าใส่เข้าไปนะ..อ๊ะ" เสียงหวานเอ่ยไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็สอดเข้าไปในรูเล็กที่มีน้ำหวานไหลออกมาคอยต้อนรับ ก่อนจะเริ่มขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ เป็นจังหวะเนิบนาบ"ร้องเสี
มื้ออาหารช่วงเย็นผ่านพ้นไปอย่างน่าอึดอัด หญิงสาวเพื่อนสนิทของเขาพูดกระทบกระแทกเธอแทบจะทุกประโยคทำเอาอรุณรักอิ่มข้าวไปโดยปริยาย"ลิลลี่กลับก่อนนะคะหยาง" จางลี่อินกอดแขนผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อาสาเดินมาส่งถึงหน้าบ้าน โดยมีอรุณรักยืนมองอยู่ด้านหลัง"ครับ ขับรถดีๆ นะครับ""ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ ฟอด!" หญิงสาวเขย่งเท้าขึ้นมาหอมแก้มของเขาอีกครั้ง อรุณรักมองอย่างมึนงงเพื่อนสนิทที่ไหนเขาทำกันแบบนี้ แต่มันไม่ใช่ที่เธอจะต้องอยากรู้เรื่องของเขา"ไปก่อนนะคะคุณอ้าย""สวัสดีค่ะ" อรุณรักก้มหัวให้อีกคนอย่างอัตโนมัติเธอไม่กล้าแข็งข้อกับผู้หญิงตรงหน้า จางลี่อินยิ้มมุมปากให้เธอก่อนจะเดินออกจากบ้านไป"ไปอาบน้ำ เดี๋ยวฉันไปหา" เสียงทุ้มเอ่ยคำสั่งกับเธอพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้หนิงอันพาเธอขึ้นไปชั้นบน"ค่ะ" หนิงอันรับคำสั่งก่อนจะพาอรุณรักกลับห้อง"พี่หนิงไปพักเถอะค่ะ" อรุณรักหันไปบอกกับคนที่คอยดูแลเธอมาทั้งวัน"ค่ะ พรุ่งนี้อยากรับอะไรเป็นพิเศษในมื้อเช้าไหมคะ""ไม่ค่ะ อะไรก็ได้" หนิงอันก้มหัวให้เธอก่อนจะเดินกลับที่พักของตัวเ
เวลาดำเนินต่อไป อรุณรักยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่เพียงลำพังแม้จะมีบางครั้งที่หนิงอันมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ได้ไม่นานก็ต้องไปทำงานของตนเอง เธอต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้งส่วนเฉิงฟาหยาง เขาจะมาหาเธอแค่เวลาที่ต้องการ นอกจากเวลานั้นแล้วเธอแทบจะไม่เคยเจอหน้าเขาเลยถึงแม้จะได้ร่วมโต๊ะทานอาหารเช้าด้วยกันหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้ไปไหนกับเขาอีกเลย"หนึ่งเดือนแล้ว อีกห้าเดือนสู้ๆ นะอ้าย" คนตัวเล็กได้แต่นับเวลารอวันกลับบ้าน เธอตั้งหน้าตั้งตารอโทรศัพท์จากอรรถพลตลอดเวลา เผื่อเขาจะโทรมาหาบ้างเพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งยื่นคำขาดว่า ถ้าเธอขอร้องเฉิงฟาหยางไม่สำเร็จห้ามโทรไปหาเขาอีกเป็นอันขาด"ยาที่ทานใกล้หมดหรือยังคะ" หนิงอันถามด้วยความเป็นห่วง"ใกล้จะหมดแผงแล้วค่ะ" อรุณรักนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องกินยาคุมที่เขาย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามลืมและเธอก็ไม่ใช่คนขี้ลืม เธอเริ่มกินยาคุมตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ได้สามวันเขาให้หนิงอันนำมาให้เธอและจะต้องกินเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเวลากลับไทย"พรุ่งนี้ฉันจะเอาแผงใหม่มาให้นะคะ""ขอบคุณค่ะพี่หนิง" อรุณรักส่งยิ้มให้ก่อนที่อีกคนจะ
"ฉันจะมาตอนไหนก็เรื่องของฉัน" เสียงทุ้มตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง"ค่ะ" ร่างบางไม่ต่อล้อต่อเถียงทำได้แค่เตรียมใจเท่านั้น เขาสั่งอะไรเธอก็ต้องทำตาม"แล้วจะนั่งเฉยทำไมล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยถามทำเอาคนตัวเล็กเริ่มหวั่น"ตะ...นี่ยังไม่ถึงกลางคืนเลยนะคะ" อรุณรักพยายามส่งสายตาอ้อนวอนเขา"ไม่ถึงกลางคืนแล้วฉันจะนอนไม่ได้หรือไง""นอน?" คนตัวเล็กทำหน้าสงสัยทันที สิ่งที่เธอคิดกับเขาคิดมันคนละความหมายกันเลย"ก็ใช่น่ะสิฉันจะนอนหรือว่าเธออยากจะทำอย่างอื่น""มะ..ไม่ๆ ค่ะ" รีบปฏิเสธทันทีอย่างลนลาน"งั้นก็หลบไป""แล้วทำไมคุณไม่ไปนอนที่ห้องคุณคะ" คนตัวเล็กยังคงสงสัยอยู่ไม่หาย"รู้จักคำว่าประหยัดค่าไฟไหม ถ้าฉันนอนห้องฉันก็ต้องเปิดแอร์อีก มันเปลือง" คนตัวโตหาข้ออ้างที่น่าตลก จนใครได้ยินคงขำ คนอย่างเฉิงฟาหยางน่ะหรือที่จะรู้จักคำว่าประหยัดเขาใช้เงินแก้ปัญหาเก่งจะตายไป"งั้นเดี๋ยวฉันปิดแอร์ห้องฉันก็ได้ค่ะ คุณจะได้นอนที่ห้องของคุณ" คนตัวเล็กทำท่าลุกขึ้นจะปิดเครื่องปรับอากาศตามที่พูด"ไม่ต้อง มานอนเร็วๆ"
ร่างบางเดินเข้าบ้านมาอย่างเพลียๆ เพราะวันนี้เดินจนขาไม่ได้หยุดพัก เมื่อเข้ามาในบ้านก็เห็นว่าของที่เธอเพิ่งไปซื้อมาถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบแล้ว"ขอบคุณนะคะ คุณเฉิง""ขอบคุณเรื่องอะไร?""ก็สำหรับวันนี้ไงคะ คุณดีกับฉันมากๆ เลยค่ะทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับคุณเลย" ร่างบางก้มหัวเป็นการขอบคุณเขา"ใครบอกว่าเธอไม่มีประโยชน์""ฉันมีประโยชน์สำหรับคุณเหรอคะ""มีสิ ไว้คืนนี้เธอก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์แทนการขอบคุณแล้วกัน" อรุณรักได้แต่ยืนนิ่ง ที่แท้เธอก็มีประโยชน์กับเขา แต่เป็นประโยชน์ทางกามทำไมเธอถึงลืมคิดไปนะ"ค่ะ" ตอบรับเพียงสั้นๆ ก่อนจะแสร้งยิ้มส่งให้เขา เธอมาที่นี่ก็เพื่อผลประโยชน์ของอรรถพล ส่วนเขาก็ได้ตัวเธอเวลาต้องการ เรียกได้ว่าเธอทำประโยชน์ให้ทุกคนยกเว้นตัวเธอเอง"ยกของไปเก็บที่ห้องของเธอ" เสียงทุ้มเอ่ยสั่งแม่บ้านที่อยู่แถวนั้นให้ยกถุงเสื้อผ้าไปไว้ในห้องของอรุณรัก"ค่ะ คุณเฉิง" แม่บ้านตอบรับทั้งๆ ที่ในใจไม่อยากทำ ไม่มีใครอยากรับใช้หญิงบำเรอของผู้เป็นนาย"ช่วยบอกทีค่ะว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันยกข
อรุณรักนั่งนิ่งๆ ไม่ถาม ไม่เอ่ยอะไรสักคำเพราะเธอกำลังจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ด้านนอก ผู้คนมากมายเดินไปมาอย่างเบียดเสียด ส่วนถนนฝั่งตรงข้ามก็มีผู้หญิงผู้ชายแต่งตัวสวยๆ เหมือนหลุดมาจากการ์ตูนหรืออาจจะเป็นไอดอลเดินกันเต็มทางเดิน"สนใจอะไรนัก?""เปล่าค่ะ แค่มองคนที่เขาใส่ชุดสวยๆ" คนตัวเล็กตอบอย่างไม่ได้คิดอะไร ก่อนเสตาจะมองคนด้านนอกผ่านกระจกรถแล้วก้มลงมองชุดตัวเองอย่างอัตโนมัติ ถ้าเธอมีชุดสวยๆ แบบนั้นใส่บ้างก็คงดี"ไม่เคยเห็นหรือไงจ้องอยู่ได้" คนตัวโตเริ่มหัวเสีย ตั้งแต่นั่งรถมาเธอไม่ได้สนใจเขาเลยมัวแต่มองสิ่งอื่นที่อยู่นอกรถอยู่ได้"ก็ต้องไม่เคยสิคะ ฉันไม่เคยมาที่นี่สักหน่อย" อรุณรักตอบไปตามความจริง"ทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุงไปได้" คำพูดที่ไม่ได้คิดอะไรของเขาทำเอาเธอถึงกับสะอึก ก่อนจะเลิกสนใจสิ่งอื่นแล้วกลับมานั่งนิ่งๆ เธออาจจะแค่ตื่นเต้นไปหน่อยที่ได้มาเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น เขาไม่เห็นต้องว่าเธอแบบนี้เลย แต่เธอก็ทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุงจริงๆ นั่นแหละ"เป็นอะไรอีกล่ะ?""เปล่าค่ะ ว่าแต่เมื่อไหร่จะถึงคะ" ร่างบางส่งยิ้มให้เขาบางๆ เพื่







