登入เธอถูกส่งให้ไปเป็นชู้ระดับVVIP ให้กับเศรษฐีวัยดึก ของเล่นที่สามีส่งตรงให้กับนาย "สวัสดี เธอคือของขวัญของฉันคืนนี้ เธอชื่ออะไรคนสวย"เสียงของเขาทุ้ม พร่า มีเสน่ห์มาก คิราอรปรือตาขึ้นมองเขา ยิ้มอย่างเย้ายวนส่งให้กับเขา เธอกำลังเริ่มแสดงบทของตัวเอง "คิรา..ชื่อคิราค่ะ ท่าน" "คิรา..ชื่อน่ารักจัง แปลว่าอะไรครับ"เขาทรุดลงบนเตียง นั่งข้างเธอ เชยคางมนของเธอให้เงยขึ้นมาเพื่อเขาได้พินิจมันอย่างเต็มที่ เธอสวยเหลือเกิน ผิวเนื้อนุ่มละมุนไปหมด และหอม..กรุ่นกลิ่นสาวเข้าจมูก เธอมีกลิ่นที่เหมือนกับส้มผสมกับวานิลา หอมหวานน่ากินจริงๆ พรุ่งนี้เขาจะต้องให้ประพัทธ์เลื่อนนัดกับนายเชิดแล้ว "แปลว่าดวงอาทิตย์ค่ะ" ตอบเขาไปแบบนั้น ตาของเขาสวยเหลือเกิน สัมผัสของเขานุ่มนวลไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว เธอมองสบตาเขาราวกับต้องมนต์ เธอไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อน....นิ้วของเขาที่แตะต้องเธอ มันอ่อนเบา ราวถนอมและทำให้เธอวูบวาบไปหมด นั่นอาจจะเพราะเธอมึนๆ และบอกกล่อมตัวเองไว้ด้วยบทบาทของนางบำเรอ มันถึงทำให้คิราอรปล่อยกายและใจกับชายแปลกหน้า ยอมรับสัมผัสจากเขาโดยไม่มีอาการขยะแขยงหวาดกลัว ท
查看更多"คนนั้นใคร?"
เสียงทุ้มของสิชล เกริ่นถามเลขานุการข้างตัว ทางนั้นมองไปตามที่นายพยักเพยิดชี้เป้า ก็หรี่ตาคมลง แล้วกระซิบถาม
"ท่านชอบหรือครับ"
สิชลเพียงแค่ยิ้มนิดๆ แล้วยกแก้วบรั่นดีในมือขึ้นจิบ ตาคมกริบมองไปยังผู้หญิงที่สวมชุดสีเขียวมรกตแบบของมันเรียบแต่หรู มองดูรู้ว่ามาจากห้องเสื้อไหนของไทย
คนที่สวมเสื้อผ้าราคาหลักแสน ออกแบบเฉพาะได้ คงไม่ธรรมดานักหรอก
หล่อนเพิ่งมาปรากฏตัวในวงสังคมระดับเดียวกับเขาได้ไม่นานนัก เขาเห็นหล่อนมาแล้วสองงาน อาจจะเพราะสิชลไปใช้ชีวิตในต่างประเทศมาเกือบสองปีกระมัง เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่อาทิตย์ เขาเองอยู่ในวงสังคมนี้และได้ออกงานบ่อยๆ จึงไม่เคยได้พบหล่อนมาก่อน เลยค่อนข้างแน่ใจว่า หล่อนเพิ่งจะมาปรากฏกายต่อสังคมในระดับเดียวกับเขา ยิ่งงานประมูลของร้านเพชรคุณหญิงวราลักษณ์แล้วด้วย ยากนักที่เศรษฐีระดับธรรมดาจะเข้าถึง
หล่อนหันหน้ามา...วงหน้าเรียวรูปไข่ แต้มประดับด้วยนัยน์ตาโตสวยปนโศก จมูกโด่งปลายเชิดแบบหยดน้ำ และริมฝีปากจิ้มลิ้ม ดูสวยละมุนตาไปหมด ผมของหล่อนมัดขึ้นสูงเป็นหางม้า อวดเครื่องหน้าอย่างชัดเจน หล่อนถูกรายล้อมด้วยสาวๆ วัยใกล้เคียงกัน แม้จะสวมเพียงแค่สร้อยมุกเส้นหนึ่ง และต่างหูมุกเป็นเครื่องประดับ กับชุดสวยแต่เรียบหรู หล่อนก็กลับโดดเด่นเสียยิ่งกว่าใคร ทั้งที่สาวๆ เหล่านั้นโหมประโคมใส่เสื้อผ้า และเครื่องประดับด้วยราคาน่าจะแพงกว่าหล่อนหลายเท่าตัว
สวย...
ดูเศร้าอย่างน่าแปลก...
แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์เหลือเกิน
เห็นนายมองเจ้าหล่อนด้วยสายตาเป็นประกาย สีหน้าของสิชลราวกับตกหลุมรักเข้าอย่างจัง มันก็ทำให้ประพัทธ์นั้นมองผู้หญิงคนเดียวกับนายด้วยสายตาหมายมาด
อะไรที่นายชอบ
แน่นอนว่าเขาพร้อมที่จะหามาให้
ประพัทธ์หรี่ตาลงเล็กน้อยมองจ้องหล่อนด้วยสายตาหมายมาด เขารู้จักหล่อนดี และรู้ว่าอาจจะเจรจามาให้นายได้ไม่ยากนัก
"ถ้าชอบ ผมจัดการให้ไหมครับ"
ประพัทธ์กระซิบ สิชลหัวเราะจนเห็นริ้วรอยของวัยที่หางตา เขาอายุ 50 ปีแล้วปีนี้ ใช้ชีวิตมามาก โลดโผนมาเยอะ จนถึงตอนนี้
เขาก็อยากจะเพลาๆ บ้างกับความเป็นเสือของตนเอง
"อื้ม ปล่อยเค้าไว้แบบนั้นดีแล้ว บางทีดอกไม้สวยๆ ฉันก็ชอบแค่มองชื่นชม ไม่ได้อยากได้"
ยิ่งนายพูดแบบนี้
เขาก็ยิ่งตีความว่านั่นแหละ คือความอยากได้...อย่างมาก
และแน่นอนว่า เขาจะพาหล่อนมาให้ท่านได้แน่นอน...
“ท่านจะพาคิราไปอยู่เมืองนอกหรือคะ”คิราที่นำน้ำผักผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟให้กับท่านด้วยตนเองถาม พอเธอรู้ว่าท่านจะมาหาก็ตระเตรียมทำไว้ให้ สิชลทำหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำแก้วที่เธอถือเดินมายื่นส่งให้ พร้อมกับรับไปแล้วพินิจมองมัน ก่อนจะดมกลิ่น...กลิ่นคุ้นมาก “น้ำอะไร?”“น้ำผักผลไม้ปั่นค่ะ คุณมลสอนคิรามา บอกว่ามันมีประโยชน์ ท่านไม่ค่อยชอบกินผัก เอ่อ...คุณมลบอกให้คิราทำให้ท่านรับประทานเป็นประจำค่ะ”“อื้อหือ”สิชลเลิกคิ้ว เขามองหน้าคิราอร ดูว่าเธอจะลุ้นว่าเขาจะยอมรับประทานไหม สิชลจำต้องกล้ำกลืนกินมันเข้าไป จนหมดแก้วแล้วทำหน้าเหยเก พร้อมกับส่งแก้วคืนให้กับคิราอร ที่มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ“อร่อยไหมคะ”“ให้ตอบตรงๆ ก็รสชาติ...ฉันไม่ชอบเลย”“แต่ท่านต้องดื่มนะคะ มันดีต่อสุขภาพ แล้วคุณมลก็สั่งหนูมาด้วย”“ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่” เขามองหน้าหวานๆ ของคิราอร หญิงสาวมีเพียงแค่ความยิ้มแย้มแจ่มใสส่งให้กับเขา และทรุดลงนั่งข้างเขาเธอเอียงหน้าลงซบกับบ่าของเขาอย่างอ้อนๆ คิราอรตั้งแต่เปิดใจยอมรับว่ารักสิชล เธอก็กลายเป็นเหมือนสาวน้อยขี้อ้อน...มันทำให้เขายิ่งรักและหลงเธอ ส่วนความอบอุ่นที่คิราไม่เคยได้รับจ
ข่าวร้ายถูกส่งมาถึงเธอหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน เมื่อมีคนเข้าไปพบศพของทั้งคู่ นอนตายเคียงกันในโรงแรมที่ต่างประเทศ สื่อตีข่าวกันคึกโครมเป็นอย่างมาก เพราะลดาพรเป็นดาราวัยรุ่นกำลังมีชื่อเสียง ส่วนมธุเองก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เขามีชื่อเสียงในวงสังคม และข้อสำคัญคือเขาแต่งงานแล้ว นั่นแหละทำให้ข่าวนี้ยิ่งดังมากขึ้นอีกคนพุ่งความเห็นใจมาที่คิราอร ที่กลายเป็นแม่หม้ายหุ้มเพชรทันที เพราะได้สินสมรสจากมธุ เขาไม่มีลูก...นั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างกลายเป็นของคิราอรแม่ของเธอยิ้มหน้าบานมาก ที่เธอได้ทุกอย่างแบบนี้ ท่านมาประกบเธอตลอดเวลา และนึกสงสัยว่าชายสูงวัยหน้าตาหล่อเหลาและภูมิฐานดูดีที่คอยตามดูแลช่วยเหลือคิราอรตลอดงานพิธีของมธุจนถึงเรื่องคดีต่างๆ ให้คนของเขา ให้ทนายมาช่วยดูแล ช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆ คือใครกัน?เธอโดนโกงเรื่องที่ไปลงทุนจนหมดตัว แถมติดหนี้สินอีกหลายล้าน โดนลูกทีมขู่จะตามล่าตามฆ่า สิ่งที่ลูกสาวเตือนไว้คือเรื่องจริง เพราะเธอไปลงทุนกับแชร์ลูกโซ่และตอนนี้ทางนั้นก็หนีไปต่างประเทศแล้ว เหลือแต่เธอที่ต้องรับภาระรับใช้หนี้สินนี่แหละ แล้วมธุก็มาตายทิ้งมรดกไว้ให้กับคิราอรมหา
“อะไรนะคะ คุณจะให้หนู จะให้หนูฆ่าลูกของเราเหรอ” เสียงของลดาพรโวยวายดังลั่น เมื่อรู้ว่ามธุจะให้เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำอะไร “ก็...”มธุถอนใจ เขาเลือกที่จะใช้ไม้นวมก่อน เขาดึงเธอมากอด แต่ทว่าลดาพรพยายามผลักไส ปฏิกิริยาของหล่อนรุนแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก“ใจเย็นสิ บาร์บี้ฟังก่อนได้ไหม”“ไม่ หนูไม่ฟัง คุณมันคนใจร้าย คุณจะฆ่าลูก คุณทำได้ยังไง”“มันยังไม่เป็นตัวด้วยซ้ำไปไหมล่ะ แล้วทำไมฉันจะให้เธอจัดการมันไม่ได้ ในเมื่อเธอปล่อยให้มีมันขึ้นมาเองนะบาร์บี้”“...” ลดาพรน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอช็อคไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้ เธอมีลูกเพราะหวังจะให้เขาหันมาหาเธอนั่นก็คือใช่ เธอนั้นรักเขามากถึงได้ลงทุนทำสิ่งนี้ลงไป นอกจากเงินทองของเขาแล้ว ตัวของเขาก็ทำให้เธอรักมากความรักคืออารมณ์ที่ไม่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด แต่ลงได้รักไปแล้วจะได้รับความรู้สึกแบบใดตอบแทน หรือจัดการกับความรักของตนเองแบบไหน แล้วแต่ว่ารักแบบไหน รักเพื่อหวังอะไร สำหรับตอนนี้ลดาพรใจสลายที่เขาบอกให้เธอจัดการเอาเด็กออกซะเธอโถมตัวเข้าหาเขาด้วยความลืมตัว และตบหน้าเขา...มธุคำรามเมื่อถูกเด็กเลี้ยงของตัวเองตบหน้าจนหน้าหัน ไม่ม
รถตู้คันหรูถูกส่งมารับคิราอรที่ห้างสรรพสินค้าตามเวลาที่นัดหมาย และพาเธอออกนอกเมือง คิราอรตื่นเต้นมาก มันเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าทำอะไรแบบนี้เหมือนกับว่าเธอเป็นนกที่ถูกขังกรงมาตลอดและเป็นหนแรกที่เธอแหกกรงออกมาโบยบินหาอิสระ โบยบินหาคนที่เธอรักมันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งเปี่ยมสุขและขมขื่น ปนไปด้วยความหวาดกลัวกลัวในบาปที่เธอกำลังทำ...สุขที่ได้ไปเจอลมหายใจของเธอขมขื่น...กับความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้เธอยิ้ม...ทว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา คิราอรปาดน้ำตานั้นเสีย แล้วหยิบเอากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาตรวจดูว่าน้ำตาเมื่อครู่ทำความเสียหายกับเมคอัพของเธอบ้างไหม เธอไม่ควรเศร้า และควรสวยสดใสเมื่อเจอท่านเธอแต่งเติมลิปสติกและทาแป้งกลบรอยน้ำตา ก่อนจะยิ้มให้กับตนเองที่เห็นสะท้อนในกระจก เพียงแค่คิดว่าจะเจอท่าน นัยน์ตาสวยโศกของเธอมีประกายแห่งความสุขขึ้นมาทันที รถแล่นพาเธอไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นทาสีขาวทั้งหลัง คนขับเปิดประตูให้เธอ คิราอรลงมาจากรถตู้ ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่รอเธออยู่แล้วเดินก้าวอย่างรวดเร็วตรงมาหาเธอในทันที“สะ อุ๊ย ท่าน” อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเธอได้ร