登入การประชุมครั้งใหญ่แห่งปีของบริษัทในเครือเฉิง คาร์มีผู้บริหารจากหลายประเทศมาร่วมประชุมเพื่อเซ็นสัญญาในข้อตกลงฉบับใหม่ของบริษัท เฉิงฟาหยางเองก็มาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยถึงแม้ว่าเขาจะส่งตัวแทนมาก็ย่อมได้
"เอาอเมริกาโน่ครับ" เสียงทุ้มเอ่ยสั่งกาแฟเป็นภาษาไทยอย่างชำนาญ หลายคนในวงการธุรกิจเมืองไทยอาจจะไม่รู้จักเขาเพราะนานทีปีหนเขาถึงจะกลับมาประเทศไทยครั้งหนึ่ง "น้อง เอาลาเต้ให้พี่ก่อน" เสียงทุ้มของผู้ชายอีกคนเอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับแซงคิวคนที่กำลังยืนรอกาแฟด้านหน้าตัวเอง "คุณครับ กรุณาต่อคิวด้วยครับ" "โทษทีนะ พอดีรีบ" อรรถพลหันไปสบตาอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ วันนี้เขามีโอกาสได้เข้าร่วมการประชุมในฐานะของลูกชายผู้บริหารคนปัจจุบันเพื่อเรียนรู้งานก่อนได้จะได้ลงมือจริง "ถึงจะรีบแต่ก็ควรมีมารยาทหน่อยนะครับ" ฟาหยางเอ่ยขึ้นเป็นการตักเตือน "เป็นพนักงานใหม่หรือไงถึงไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร" อรรถพลเบ่งอำนาจเพราะคิดว่าพ่อของตัวเองมีอำนาจสามาถไล่ใครในบริษัทนี้ออกก็ได้ "คุณเป็นใครผมไม่สนหรอกนะ แต่คนอื่นเขามาก่อน" "แล้วไง? หึ! ตั้งใจทำงานแล้วกันนะเด็กใหม่" อรรถพลเดินถือแก้วกาแฟของตัวเองเข้ามาพร้อมกับเดินชนไหล่ของเฉิงฟาหยางออกไปอย่างท้าทาย "อย่าไปยุ่งกับลูกผู้บริหารเลยครับพี่ รายนั้นน่ะชอบเอาเปรียบคนอื่นอยู่เรื่อย" พนักงานร้านกาแฟเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีเพราะเห็นพฤติกรรมของอรรถพลมานาน "ลูกผู้บริหาร?" ชายหนุ่มทำหน้าไม่เชื่อ "ใช่ครับพี่ ได้ยินมาว่าอีกไม่นานก็จะได้นั่งเป็นผู้บริหารแทนพ่อตัวเองแล้วด้วยครับ" เมื่อได้ยินดังนั้นเฉิงฟาหยางยิ่งกลุ้มใจที่บริษัทสาขาของเขาที่นี่จะต้องมีผู้บริหารงี่เง่าแบบนี้ ผู้บริหารจากทุกประเทศในเครือของเฉิง คาร์เข้ามาพร้อมกันในที่ประชุมแห่งนี้โดยมีผู้บริหารใหญ่ของเครือข่ายสาขาประเทศไทยและลูกชายเข้ามาร่วมด้วย "วันนี้เราได้รับเกียรติจากคุณเฉิงฟาหยาง ประธานบริษัทเฉิง คาร์มาเข้าร่วมประชุมด้วย ขอเชิญคุณเฉิงฟาหยางครับ" พิธีกรเกริ่นนำการประชุมพร้อมกับเชิญประธานบริษัทให้เข้ามาด้านใน ร่างสูงกำยำเดินหลังตรงเข้ามาอย่างมาดมั่น เหล่าผู้บริหารรีบพากันลุกขึ้นยืนเพื่อต้อนรับการมาของเขา "นั่งลงเถอะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ดูจริงจัง "ซวยแล้วกู" อรรถพลเอ่ยขึ้นเมื่อได้เห็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทชัดๆ และเป็นคนเดียวกับที่เขาไปเบ่งอำนาจไว้ที่ร้านกาแฟเมื่อเช้านี้ "เริ่มประชุมเลยครับเวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง" เสียงเข้มที่เอ่ยขึ้นทำให้การประชุมเริ่มต้นทันที อรรถพลพยายามหลบหน้าอีกฝ่ายในใจได้แต่ภาวนาให้อีกคนจำตนไม่ได้ ไม่เช่นนั้นมีหวังความฝันที่จะได้ขึ้นเป็นผู้บริหารของเขาต้องล่มสลายแน่ๆ "ยอดขายของสาขาประเทศไทยปีนี้เพิ่มมากกว่าปีที่แล้วสิบสองเปอร์เซ็นครับ ส่วนกำไรก็เพิ่มขึ้นอีกห้าเปอร์เซ็นด้วยเช่นกันครับ" อรรถพลทำหน้าที่กล่าวสรุปยอดขายในส่วนของสาขาประเทศไทยให้ในที่ประชุมรับรู้ "ถือว่าปีนี้ของทุกประเทศรวมกันแล้วเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้วแปดสิบสองเปอร์เซ็น ส่วนกำไรมากขึ้นถึงห้าสิบหกเปอร์เซ็น" เฉิงฟาหยางเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำท่าคิดอะไรบางอย่าง "คุณอดิศร" "ครับคุณเฉิง?" ท่านอดิศรผู้เป็นพ่อของอรรถพลและเป็นผู้บริหารบริษัทสาขาประเทศไทยรีบขานรับคนอายุน้อยกว่าอย่างเคารพ "ได้ข่าวว่าลูกชายคุณจะขึ้นแทนตำแหน่งของคุณใช่หรือเปล่า" เขาเอ่ยขึ้นตามสิ่งที่รับรู้มา "ใช่ครับ" "จะดีกว่าไหม ถ้า...ลูกคุณไปบริหารสาขาที่อเมริกาแทนที่นี่" "ดีครับคุณเฉิง!" ท่านอดิศรตอบกลับทันควันเพราะการไปเป็นผู้บริหารสาขาที่อเมริกานั่นดีกว่าเป็นไหนๆ "แต่ว่า...ผมจะเป็นคนพิจารณาด้วยตัวเอง ถ้าผมไม่อนุมัติลูกชายคุณก็จะไม่ได้รับตำแหน่งทั้งสาขาที่ไทยหรือที่ไหนก็ตาม คุณตกลงไหม" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาอย่างผู้ชนะ คนอย่างเฉิงฟาหยางไม่เคยด้อยกว่าใคร เขาต้องเป็นที่หนึ่ง อรรถพลนั่งหน้าเครียดผิดกับผู้เป็นพ่อที่นั่งยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจเพราะคิดว่ายังไงเฉิงฟาหยางก็ต้องเซ็นอนุมัติให้ลูกชายของตนแน่นอน อรรถพลนั่งตัวลีบด้วยความเกรงกลัว การที่จะได้ขึ้นเป็นผู้บริหารแทนผู้เป็นพ่อว่ายากแล้วเพราะต้องผ่านการยอมรับจากผู้บริหารจากหลายๆ ประเทศ แต่การที่เขาจะไปเป็นผู้บริหารในสาขาต่างประเทศยิ่งเป็นอะไรที่ยากกว่ายิ่งต้องผ่านการอนุมัติจากเฉิงฟาหยางคนที่เขาเพิ่งไปเบ่งอำนาจใส่มาเมื่อเช้าแล้วยิ่งไม่มีหวังแม้แต่น้อยตกดึกสองร่างชายหญิงที่ทั้งตัวเปลือยเปล่าหลังจากผ่านศึกสวาทกันไปหมาดๆ นอนกอดกันกลมราวกับกลัวจะแยกจากกัน"เราจะกลับกันวันไหนคะ?" อรุณรักเอ่ยถามคนที่นอนกอดเธออยู่ไม่ห่างกาย"ทำไม อยากกลับแล้วเหรอ""คุณต้องทำงานนี่คะ ไม่ไปทำงานจะไม่เป็นไรเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงกลัวเพราะกลัวว่างานเขาจะไม่รับผลกระทบ"ฉันเป็นเจ้าของบริษัทนะใครกล้ามีปัญหากับฉันล่ะ หรือเธอมีปัญหากับฉัน?" เสียงทุ้มแกล้งเอ่ยถามก่อนจะก้มลงไปฟัดแก้มนุ่มๆ ของเธอแรงๆ"อ้ายจะไปมีปัญหากับคุณได้ยังไงคะ""ถ้ากล้ามีปัญหากับฉันเธอจะไม่ได้นอนแน่ๆ""คิดทะลึ่งอีกแล้วนะคะ" ร่างบางทำหน้ามุ่ยใส่เขาเมื่อเขาโยงเข้าเรื่องทะลึ่งอีกแล้ว"ฉันคิดกับเธอแค่คนเดียวนะ""ไม่พูดด้วยแล้วค่ะ" คนตัวเล็กหันหลังให้เขาก่อนจะแกล้งหลับตา"ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ ลืมตามาคุยกับฉันก่อนสิ""จะคุยอะไรอีกคะมันดึกแล้วค่ะ""เธอเข้าใจภาษาจีนด้วยเหรอ" เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อนึกถึงตอนที่เธอคุยกับหนูน้อยคนนั้น"อ้ายเข้าใจแค่นิดหน่อยค่ะ ได้ยินแม่บ
อีกด้านหนึ่งของประเทศจีน หญิงสาวตระกูลจางกำลังนั่งกำหมัดแน่นด้วยความแค้นหลังจากที่ได้รู้ข่าวจากเหล่าแม่บ้านของเฉิงฟาหยาง"คุณทำเกินไปแล้วนะคะหยาง" จางลี่อินเอ่ยขึ้นลอยๆ เธอเพิ่งรู้ว่าเขากับนางบำเรอคนโปรดของเขาไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานและไม่ได้บอกใครว่าไปที่ไหน เขาไม่เคยพานางบำเรอที่ซื้อด้วยเงินคนไหนไปเที่ยวค้างคืนแต่อรุณรักเขากลับทำตรงกันข้ามกับคนที่ผ่านมา"หนิงอัน!!!" เสียงหวานตะโกนเรียกแม่บ้านที่คอยดูแลอรุณรักเสียงดัง"คะ คุณลิลลี่?" หนิงอันรีบวิ่งพรวดพราดออกมาจากห้องครัวด้วยความตกใจ จางลี่อินไม่เคยเรียกหาเธอแม้แต่ครั้งเดียวเพราะเธอไม่ชอบประจบประแจงเหมือนคนอื่นๆ"รู้หรือเปล่าว่าหยางพานางบำเรอคนโปรดไปที่ไหน?!""ไม่ทราบค่ะ" หนิงอันตอบไปตามความจริงเพราะเธอไม่รู้จริงๆ"ไม่ได้เรื่อง! ถ้าฉันได้เป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้ฉันจะไล่แกออกคนแรก!!!" คุณหนูจากตระกูลสูงส่งเริ่มแสดงธาตุแท้ของตัวเองออกมา หนิงอันมองหญิงสาวที่เปลี่ยนเป็นคนละคนกับเวลาอยู่ต่อหน้าสื่อหรือคนเยอะๆ"มองอะไร!! อยากโดนตบหรือไง" หนิงอันรีบก้มหน้าหลบตาเธอไม่กล้าไปต
เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงคนตัวโตก็ยังไม่หยุดรังแกเธอเสียทีแม้ว่าทั้งคู่จะปลดปล่อยกันไปหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม"ไม่ไหวแล้ว..อ๊า""รอบสุดท้าย..ฟัค..อ๊า" อรุณรักนอนหอบเหนื่อยใต้ร่างของเขาอย่างหมดแรง เธอรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะที่หน้าท้องของตัวเองเพราะเขาพ่นน้ำรักของตัวเองบนหน้าท้องของเธอมาหลายรอบแล้ว"อ้าย..อ๊ะ..เหนื่อยแล้ว""ใกล้แล้ว..ซี้ด..ทนก่อน" เสียงทุ้มครางคำรามก่อนจะขยับเข้าออกถี่รัวเมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างใกล้จะหลับเต็มที"อู๊ย!..จะออก..อ๊ะ..อีกแล้ว""พร้อมกัน..ซี้ด" สองร่างช่วยกันขยับกระแทกกันไปอย่างเป็นทีม"อึก..ไม่ไหว..อ๊ะ""ขอแตกในนะ..ซี้ด""ไม่ได้ๆ ..อ๊าย” ร่างบางพยายามจะดีดตัวออกแต่กลับถูกเขาใช้มือรั้งเอวบางเอาไว้มั่นก่อนจะกดแก่นกายเข้ามาในจังหวะสุดท้าย หลังจากนั้นไม่นานเธอก็รู้สึกถึงความอุ่นวาบในช่องท้อง"โอ๊ว!" เสียงทุ้มครางลั่นเมื่อได้ปลดปล่อยอย่างเต็มที่ก่อนจะค่อยๆ ถอนแก่นกายออกมาช้า น้ำสีขาวขุ่นไหลตามออกมาเป็นสายจนเลอะเต็มหน้าขาของเธอ"ไหนบอกจะเอาออกไงคะ?" อรุณรักรีบลุกขึ้นม
"กำลังจะไปแล้วค่ะแต่ชุดมัน..." เธอคลี่ชุดแล้วหันมาให้เขาดู ชุดกระโปรงสายเดี่ยวสีดำแสนเซ็กซี่มันไม่เหมาะกับเธอเลยสักนิด"ก็สวยดีนี่" คนตัวโตเอ่ยออกไปตามความจริงก่อนจะจินตนาการตอนมันอยู่บนเรือนร่างของเธอแล้วเขาเป็นคนถอดมันออกด้วยมือของตัวเอง"แต่มันโป๊มากเลยนะคะ""ก็แค่ชุดนอนอย่าคิดมากสิ" คนหัวไวเริ่มเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมใส่ชุดนอนแสนเซ็กซี่ตัวนี้ เขาอยากจะขอบคุณป้าเป่ยจิงจริงๆ ที่หาชุดได้ถูกใจเขามาก"ก็ได้ค่ะ แล้วคุณไม่ไปอาบน้ำเหรอคะ""ฉันก็รอเธออยู่นี่ไง""รอฉัน?""น้ำอีกห้องมันไม่ไหลน่ะสิยังไม่มีคนมาซ่อม ฉันเลยต้องมาอาบห้องนี้" อุบายตื้นๆ เรื่องน้ำไม่ไหลถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง"งั้นคุณอาบก่อนก็ได้ค่ะ" อรุณรักหลีกทางให้เขาเข้าห้องน้ำ"ฉันว่านะทางที่ดีเราอาบพร้อมกันดีกว่า" พูดพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาหาเธอเรื่อยๆ"ไม่ดีค่ะ! ไปอาบน้ำก่อนนะคะ" ร่างบางรีบปฏิเสธก่อนจะคว้าชุดนอนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทันทีจนคนตัวโตยืนขำกับการกระทำแสนซื่อของเธอ ต่อให้หนียังไงคืนนี้เธอก็ไม่รอดหรอกอรุณรักเดินตัวลีบๆ ชิดกำแพ
รถคันหรูกำลังขับทะยานมุ่งหน้าไปที่ไหนไม่มีใครรู้นอกจากคนตัวโตที่กำลังขับรถ อรุณรักที่กำลังหลับสนิทอยู่รู้สึกหิวเพราะไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ช่วงเที่ยง ยังดีที่ช่วงเช้าหนิงอันทำแซนด์วิชใส่กล่องมาให้เธอกินระหว่างทาง"อื้อ! ยังไม่ถึงบ้านเหรอคะ" คนที่เพิ่งตื่นลืมตาอย่างงัวเงียขึ้นมามองรอบๆ และเริ่มแคลงใจ ถึงเธอจะไม่เคยออกไปไหนแต่ถนนหนทางรอบๆ ไม่ใช่ทางกลับบ้านแน่นอนเพราะมันเต็มไปด้วยป่า"ตื่นแล้วเหรอ?""นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ" เธอไม่ตอบคำถามเขาแต่รีบถามเขากลับอย่างกลัวๆ คำพูดของเขาที่ว่าจะส่งเธอไปให้คนอื่นแล่นเข้ามา เธอกลัวว่าจะถูกหลอกให้ตายใจแล้วเขาส่งเธอให้คนอื่นจริงๆ"ก็ไม่ใช่ทางกลับบ้านไง""คุณจะพาฉันไปไหนคะ?" อย่างน้อยให้เธอเตรียมใจหน่อยก็ยังดี ร่างบางลอบมองเขาด้วยใบหน้าซึมๆ พลางคิดในใจว่าเขากำลังหลอกเธอหรือเปล่า ที่เขาอ่อนโยนกับเธอวันนี้ทั้งวันทำให้เธอดีใจมากจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น"ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ" เสียงทุ้มตอบอย่างไม่คิดอะไรเพราะเขาตั้งใจจะเซอร์ไพรส์เธอ แต่อีกคนกลับหน้าซึมทำได้แค่ภาวนาในใจอย่าให้เป็นแบ
"งั้นก็แสดงว่าเธอยังไม่หายโกรธฉันน่ะสิ" คนตัวโตทำหน้าซึมๆ"ก็ได้ค่ะคุณหยาง พอใจหรือยังคะ" อรุณรักยิ้มหวานให้เขาและเรียกชื่อของเขาตามที่เขาต้องการ"พอใจแล้ว พอใจมาก" คนตัวโตโน้มใบหน้าไปใกล้เธอก่อนจะจรดริมฝีปากหนาทาบทับกับริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน"อื้มมมม พอก่อนค่ะ" ร่างบางผลักเขาบอกเบาๆ เมื่อลิ้นหนาของเขาเริ่มสอดเข้าปากเล็กของเธอ เธอกลัวว่ามันจะไม่จบแค่จูบน่ะสิ"ก็ได้ๆ เราไปเที่ยวกันเถอะนะ" ว่าจบคนตัวโตก็กลับมามีสีหน้าสดใส ก่อนจะเริ่มขับรถต่ออย่างอารมณ์ดี อรุณรักลอบมองเขาอย่างยิ้มๆ เธอไม่คิดว่าเธอจะได้เห็นเขาในมุมนี้และแน่นอนว่ามุมนี้ของเขาก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เห็นง่ายๆคนตัวโตไม่ได้พาเธอไปห้างสรรพสินค้าแต่เขากลับพาเธอไปยังที่ที่ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเฉิงฟาหยางจะมาที่แบบนี้"สวนสัตว์เหรอคะ?" อรุณรักตกใจจนอึ้งไปเมื่อเขาเลี้ยวรถเข้าสวนสัตว์ชื่อดังที่เธอเองก็หวังอยากจะมาดูหมีแพนด้าที่นี่ แต่ไม่คิดว่าเขาจะพาเธอมา คนอย่างเขาน่ะเหรอจะมีมุมน่ารักๆ แบบนี้ด้วย"ก็ใช่น่ะสิ""คุณอยากมาดูสัตว์เหรอคะ?" อรุณรักถามอย่างไม่แน่ใจ
ร่างบางนั่งพรวนดินจัดแต่งดอกเบญจมาศที่สวยสดก่อนหน้าให้สวยกว่าเดิมโดยมีหนิงอันคอยเป็นผู้ช่วยจำเป็นอยู่ใกล้ๆ เพราะคนอื่นๆ ไม่มีใครมาช่วยเธอเลยแม้แต่คนเดียว ถึงอรุณรักจะพยายามให้หนิงอันช่วยพูดให้แต่ทุกคนกลับเมินหนีกันหมดพร้อมกับบอกว่าไม่ใช่งานที่เธอต้องทำ"คุณเอาเรื่องวันนี้ไปบอกคุณเฉิงได้น
กางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี
อรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ"ไม่ต้องเรียกคุณหร
อรุณรักเดินตัวลีบๆ เข้ามาในห้องนอนของอรรถพลอย่างประหม่า เธอไม่เคยอยู่กับเขาสองต่อสองตอนกลางคืนเช่นนี้ เธอจะเข้ามาในห้องของเขาได้ตอนที่มาทำความสะอาดเท่านั้น "มานี่สิอ้ายยืนหลบมุมอยู่ทำไมล่ะ" อรรถพลกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้ามาหา ร่างบางค่อยๆ เดินเข้าไปหาเขาช้าๆ ด้วยความระแวดระวัง "นั่งรอตรงนี้ก่อน







