Masukอยู่ๆก็ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายของพ่อหม้ายลูกติดในยุค70 ไม่เพียงเท่านั้นเจ้าของร่างเดิมยังก่อเรื่องเอาไว้ไม่น้อย ทั้งผลาญเงินสามี ยั่วยวนคนในหมู่บ้านแล้วยังทุบตีลูกเลี้ยง ไม่เป็นที่รักของสามีไม่พอชาวบ้านยังมาชังน้ำหน้าอีก สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งกันยิ่งนัก แต่หลินชิงคนนี้จะไม่ยอมแพ้หรอก เธอจะต้องทำให้ทุกคนยอมรับในตัวเธอให้ได้ เธอจะใช้ระบบสุดเจ๋งนี้มาช่วยเปลี่ยนชะตาชีวิตของตนเองให้ดีกว่าเดิม
Lihat lebih banyakเมืองชิงหลงมณฑลทางตอนเหนือปี1974
"ฟื้นแล้ว! พ่อครับแม่ฟื้นแล้ว!"
เสียงแหลมเล็กของเด็กชายผู้หนึ่งที่เอ่ยตะโกนอยู่ข้างเตียงทำเอาหลินชิงรู้สึกแสบแก้วหูเป็นอย่างมาก เธอพยายามหยัดกายลุกขึ้นแล้วจึงหันมองไปโดยรอบด้วยความสับสนมึนงงก่อนจะต้องตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นความทรงจำบางอย่างก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกภาพที่ปรากฏขึ้นล้วนเป็นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทั้งสิ้น
เจ้าของร่างเดิมมีชื่อว่าหลินชิงเหมือนกับเธอ แต่กลับมีนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว!
หลินชิงคนเดิมคือหญิงสาวนิสัยเห็นแก่ตัวที่ยอมแต่งงานกับเฉินอี้ พ่อหม้ายลูกติดที่ขยันที่สุดในหมู่บ้าน เพียงเพราะเขาพอจะมีเงินเก็บและหน้าตาหล่อเหลาคมคายอยู่บ้าง เธอเป็นหญิงสาวต่างหมู่บ้านที่มาเที่ยวเล่นในหมู่บ้านของเฉินอี้และเขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง แต่ทว่าหลังจากแต่งงานกันแล้ว เธอกลับไม่ช่วยเขาทำการทำงาน วันๆเอาแต่แต่งตัวรักสวยรักงามไปยั่วยวนผู้ชายคนอื่น อีกทั้งยังผลาญเงินเก็บของเขาไปกับเครื่องสำอางและเสื้อผ้าราคาแพงหลายหยวนจนเงินก้อนสุดท้ายของเฉินอี้หมดลง เมื่อเงินของเขาหมดแล้วเธอก็แผลงฤทธิ์โวยวายจะหนีกลับบ้าน แต่ระหว่างทางกลับดวงซวยเดินไปลื่นตกน้ำจนตายอย่างอนาถจากนั้นหลินชิงหญิงสาวที่มาจากโลกอนาคตก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทนหลินชิงคนเก่า!
เธอมีชื่อว่าหลินชิงเป็นหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่กำลังเรียนอยู่คณะเกษตรของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้เธอกำลังรดน้ำผักอยู่ในบ้านแต่ต่อมากลับหน้ามืดหมดสติเมื่อได้สติกลับคืนก็พบว่าตนเองมาโผล่อยู่ที่นี่เสียแล้ว
"แม่หิวน้ำไหมครับ ผมจะรีบไปเอาน้ำมาให้เดี๋ยวนี้?"
หลินชิงที่ได้ยินอย่างนั้นจึงค่อยๆหันหน้ามามองก่อนจะพบเข้ากับเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณห้าขวบที่ร่างกายผอมโซจนเห็นซี่โครงกำลังยืนอยู่ข้างเตียงของเธอด้วยท่าทางสั่นเทา แววตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบอกว่าเด็กคนนี้มีชื่อว่าเสี่ยวเป่า เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเฉินอี้สามีของเธอ หลินชิงคนเก่ามักจะเห็นเสี่ยวเป่าเป็นที่รองรับอารมณ์ อีกทั้งหล่อนยังดุด่าและทุบตีเขาอยู่เสมอ เสี่ยวเป่าจึงค่อนข้างหวาดกลัวหลินชิงเป็นอย่างมาก
หลินชิงมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่จุกในอก เธอเม้มริมฝีปากแน่นไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำความรู้จักกับเด็กชายอย่างไรดี หลินชิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพยายามตั้งสติ เอาเถอะ! ในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว คงจะทำสิ่งใดไม่ได้แล้วนอกจากยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงหันมามองเสี่ยวเป่าก่อนจะเอ่ย
"เสี่ยวเป่าไม่ต้องกลัว ฉันจะไม่ตีหนูอีกแล้ว"
เด็กน้อยเสี่ยวเป่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักกึกดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาถึงกับมองหลินชิงราวกับมองผี พลางครุ่นคิดในใจว่าแม่เลี้ยงของเขาเกิดตกน้ำจนสมองมีปัญหาหรือยังไงกัน อยู่ๆถึงมาพูดจาดีดีกับเขาแบบนี้
"แม่ครับ แม่เรียกใครว่าลูกนะครับ?"
เสี่ยวเป่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น อีกทั้งยังขยับถอยหลังหนีไปสองสามก้าว ราวกับกลัวว่าหากอยู่ใกล้หลินชิงมากกว่านี้จะถูกเธอทุบตีเข้าให้
ยังไม่ทันที่หลินชิงจะได้เอ่ยอธิบายสิ่งใดให้เด็กน้อยเสี่ยวเป่าได้ฟัง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆดังใกล้เข้ามา เมื่อหลินชิงหันไปมองก็พบเข้ากับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งทว่ากำยำคนหนึ่งที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในห้อง เขาคือเฉินอี้สามีของเธอนั่นเอง ชายหนุ่มมีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มสีผิวติดจะคล้ำไปสักหน่อยเพราะทำงานตรากตรำอยู่กลางไร่กลางนามาเป็นเวลานาน
เขามองภรรยาที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า จำได้ว่าหลังจากอดีตภรรยาตายจากไปเขาก็ไม่คิดแต่งงานใหม่อีก จนกระทั่งมาตกหลุมรักหลินชิงเข้า เขาคิดว่าเธอจะดีกับเขาและลูก แต่ใครจะรู้กันล่ะว่าหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นานเธอก็ทำตัวร้ายกาจกับเสี่ยวเป่าของเขาทุกวัน อีกทั้งยังใช้เงินมือเติบ พอเงินของเขาหมดเธอก็คิดจะทิ้งเขาไป แต่สุดท้ายบาปกรรมตามทันจึงเดินตกน้ำจนล้มป่วยหนัก ตอนที่มีชาวบ้านมาบอกว่าหลินชิงตกน้ำเขาไม่อยากจะไปดูดำดูดีเธอเลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวเพราะยังรักเธออยู่ จึงรีบไปพาเธอส่งโรงหมอและพากลับมารักษาตัวที่บ้านต่อ
หลินชิงที่เห็นว่าเฉินอี้มองมาที่ตนด้วยแววตาไม่ยินดียินร้ายก็อดรู้สึกประหม่าขึ้นมาไม่ได้ ทะลุมิติมาว่าหนักแล้ว ยังต้องมากลายเป็นผู้หญิงที่แต่งงานกับชายหนุ่มพ่อม่ายลูกติดอีก สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก
"ฟื้นแล้วก็ดี ถ้ายังไม่ตายก็ลุกขึ้นมาหุงข้าว เงินในไหใบสุดท้ายเธอเอาไปซื้อแป้งผัดหน้าหมดแล้ว ต่อจากนี้เราคงต้องกินรำข้าวเพื่อประทังชีวิตกันแล้วล่ะ"
หลินชิงที่ได้ยินเฉินอี้เอ่ยวาจาประชดประชันด้วยน้ำเสียงเย็นชาก็พลันนิ่งอึ้งไปในทันที เธอกวาดสายตามองไปรอบๆห้องก่อนจะต้องใจหายวาบ ภายในห้องไม่มีแม้แต่เก้าอี้ดีๆสักตัวมีเพียงตู้ไม้ที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่และเตียงนอนที่เก่ามากๆหลังหนึ่งเท่านั้น
นี่มันความจนระดับวิกฤตชัดๆ!
ยัยหลินชิงคนเก่าทำอะไรลงไปเนี่ย หล่อนผลาญเงินเขาไปมากขนาดไหนกัน!
ติ๊ด ตรวจพบโฮสต์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ระบบเพาะปลูกอัจฉริยะยุค 70 เริ่มต้นการติดตั้ง
อยู่ๆก็มีเสียงปริศนาดังขึ้นในหัวของหลินชิง พร้อมกับหน้าจอโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นตรงเบื้องหน้าของเธอ หลินชิงตกใจจนสะดุ้งแทบตกเตียง เสี่ยวเป่าที่เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาบิดาของตนด้วยความหวาดกลัว ส่วนเฉินอี้ก็มองหลินชิงด้วยแววตาที่สับสน
“เธอเป็นอะไรไป?”
เขาเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัย หลินชิงหันขวับมามองเฉินอี้ ก่อนจะเอ่ย
“นายเห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม?”
“เห็นอะไร?”
“ไม่เห็นเหรอ?”
หลินชิงเอ่ยถามเฉินอี้ด้วยความกระตือลือล้นแต่สามีของเธอกลับมองเธอเหมือนมองคนบ้า เสี่ยวเป่าเองก็หวาดกลัวจนร้องไห้ออกมาทันที เฉินอี้ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะเอ่ย
“เธอนอนพักเถอะ ฉันกับลูกไม่รบกวนแล้ว”
เอ่ยจบเฉินอี้ก็อุ้มเสี่ยวเป่าออกไปจากห้องนอนทันที ทิ้งให้หลินชิงนั่งอยู่บนเตียงเพียงลำพัง หญิงสาวยกมือขึ้นเกาศีรษะของตนป้อยๆ ก่อนจะคิดบางอย่างขึ้นมาได้
หรือว่าเจ้าระบบปริศนานี้จะมีแค่เธอที่สามารถมองเห็นเพียงคนเดียว
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลินชิงก็ร้องอ้อขึ้นมาเบาๆ เยี่ยมไปเลย แบบนี้ก็ไม่ทะลุมิติมาเสียเปล่าแล้วสินะ
หญิงสาวฉีกยิ้มเต็มใบหน้า ก่อนจะค่อยๆยื่นมือไปสัมผัสกับหน้าจอโปร่งแสงเบื้องหน้า ฉับพลันก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
ระบบลำดับที่หนึ่ง พื้นที่เพาะปลูก: 1 หมู่ เริ่มต้นด้วยที่ดินว่างเปล่า ภารกิจแรก: ทำอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกเลี้ยง 1 มื้อแล้วจะได้รางวัลเป็นข้าวสารขาว 5 กิโลกรัม และไข่ไก่สด 10 ฟอง
หลินชิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ร้องว้าวในใจด้วยความลิงโลด อย่างน้อยสวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอจนเกินไป โชคดีที่ยังส่งเจ้าระบบมิติพวกนี้มาช่วยให้เธอสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะตั้งใจศึกษาเจ้าระบบนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ จนเริ่มคุ้นชินกับมัน จากนั้นเธอก็นอนพักผ่อน เช้าวันต่อมาหลังจากที่สามีออกไปตัดฟืนแล้วเธอก็ลุกขึ้นจากเตียงมาเดินสำรวจรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ของสามีเธอเล็กมาก อีกทั้งรอบๆบ้านก็ยังเป็นทุ่งนาเสียส่วนใหญ่มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงอยู่เพียงไม่กี่หลัง หลินชิงกวาดตามองไปโดยรอบก่อนจะพบเข้ากับเสี่ยวเป่าที่กำลังยืนแอบอยู่หลังประตูด้วยความหวาดกลัว
“เสี่ยวเป่า หนูกลัวฉันเหรอ?”
หลินชิงเอ่ยถามออกไปตามตรง เสี่ยวเป่าไม่ตอบ เด็กน้อยเม้มริมฝีปากแน่น มือน้อยๆเกาะจับขอบประตูจนขึ้นสีซีดขาว หลินชิงที่เห็นอย่างนั้นก็อดเวทนาเด็กน้อยไม่ได้ ที่ผ่านมาเขาต้องถูกแม่เลี้ยงใจร้ายทารุณมามากแค่ไหนกันนะ
"นี่เธอจะทำอะไรเสี่ยวเป่า?"
ในขณะที่หลินชิงกำลังหาทางพยายามพูดคุยกับเสี่ยวเป่า เฉินอี้ก็กลับมาจากตัดฟืนพอดี ชายหนุ่มรีบวางฟืนลงข้างเตาไฟ ก่อนจะเดินเข้ามาหาเสี่ยวเป่าพร้อมกับมองหลินชิงด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีเท่าใดนัก หลินชิงถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก ให้ตายเถอะ การใช้ชีวิตครอบครัวทำไมมันถึงยากเย็นแบบนี้
หญิงสาวพยายามตั้งสติไตร่ตรองและหาวิธีเข้าหาสองพ่อลูกคู่นี้อย่างใจเย็น เธอเข้าใจดีว่าอย่างไรต้องพยายามอีกสักหน่อย เพราะหลินชิงคนเก่าก่อเรื่องเอาไว้ไม่น้อยเลย เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ฉันไม่ได้ตีเขาเลยนะ ไม่ได้ด่าเขาด้วย เพียงอยากคุยกับเขา ใช่ไหมจ๊ะเสี่ยวเป่า?”
เฉินอี้ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของหลินชิง เขาหันมามองหน้าลูกชายของตนพบเพียงว่าเด็กน้อยกำลังพยักหน้าอย่างหวาดกลัว
"ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันทำตัวไม่ดี แต่ต่อจากนี้ไปฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น และจะทำดีกับพวกนายสองพ่อลูกให้มากกว่านี้ เฉินอี้นายได้โปรดให้โอกาศฉันอีกสักครั้งเถอะนะ"
เฉินอี้ชะงักไปทันที เขามองเธออย่างไม่เชื่อสายตาที่ผ่านมาเขาหมดความคาดหวังในตัวของหลินชิงไปตั้งนานแล้ว
"เปลี่ยนเหรอ? แค่เธอไม่ทำให้พวกเราอดตายไปมากกว่านี้ก็พอแล้ว"
เขาเอ่ยตอบเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่หลินชิงกลับไม่ได้ถือสา เธอรู้ดีว่าความเชื่อใจอย่างไรก็ย่อมต้องใช้เวลาในการสร้างและเธอก็ไม่รีบร้อนแล้วยังไม่คิดที่จะกดดันพวกเขาอีกด้วย
รถบรรทุกสินค้าของโรงงานตระกูลเฉินเคลื่อนตัวอย่างมั่นคงไปตามถนนลาดยาง มุ่งหน้าสู่ใจตัวอำเภออย่างรวดเร็ว วันนี้หลินชิงสวมชุดกี่เพ้าประยุกต์สีเขียวซึ่งตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อดีที่ขับผิวพรรณอันผุดผ่องของเธอให้ดูสง่างามข้างกายของเธอคือเฉินอี้ในชุดสูทสากลสั่งตัดพิเศษที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างและแผ่นหลังให้ชวนมอง บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากชาวนาผู้เงียบขรึมกลายเป็นบชายหนุ่มผู้หล่อเหลาจนคนรอบข้างต้องเหลียวมอง เสี่ยวเป่าน้อยอยู่ในชุดเอี๊ยมดูน่ารักน่าเอ็นดูนั่กำลังงเบียดอยู่ตรงกลางพ่อและแม่ นัยน์ตาใสซื่อดุจะตื่นตาตื่นใจกับภาพเมืองใหญ่ที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก"เฉินอี้ นายดูประหม่านะ?"หลินชิงเอ่ยถามเสียงแผ่วพลางสังเกตอาการของสามีเธอเห็นว่าเขามีท่าทีไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักและจับมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน"ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่ไม่ชินกับที่คนพลุกพล่านน่ะ"หลินชิงเมื่อได้ยินก็เพียงยิ้มน้อยๆพร้อมเอ่ยปลอบใจเขา ไม่นานงานแสดงสินค้าเกษตรประจำอำเภอก็เริ่มต้นขึ้น หลินชิงนำทักษะการตลาดจากโลกอนาคตมาใช้อย่างเหนือชั้น เธอจัดการสาธิตการปรุงซุปตำรับพิเศษที่ใช้เกลือไอโอดีนจากไร่ของเธอให้
ข่าวลือที่ว่าหลี่อินเมียเก่าของเฉินอี้ที่ใครๆต่างคิดว่าตกตายกลายเป็นธุลีไปแล้วนั้นยังมีชีวิตอยู่แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เหล่าชาวบ้านต่างพากันซุบซิบและจับตามองมาที่บ้านตระกูลเฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย บางคนถึงกับแอบแสยะยิ้มสมน้ำหน้าหลินชิงอยู่ในใจว่า ความรุ่งโรจน์ที่เธอสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงกำลังจะพังทลายลงเพราะการทวงคืนขเมียหลวงตัวจริงที่กลับมาในขณะที่หลินชิงกำลังวุ่นอยู่กับการตรวจเช็กสต็อกเกลือในโรงงาน หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าตัดเย็บประณีตก็เดินเข้ามาในเขตโรงงาน เธออุ้มตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ที่มอมแมมเอาไว้ในอ้อมกอดพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนอยู่หน้าประตูบ้านราวกับคนหัวใจสลาย"เสี่ยวเป่าลูกแม่ เฉินอี้ฉันกลับมาหาพี่แล้ว ฉันกลับมาหาทุกคนแล้ว"เฉินอี้เดินออกมาจากโรงงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ทันทีที่สายตาคมกริบประทะกับใบหน้าของหญิงคนนั้น ร่างกำยำของเขาก็ชะงักงันไปชั่วขณะ เสี่ยวเป่าที่กำลังเล่นอยู่ไม่ไกลรีบวิ่งมาเกาะขาหลินชิงที่เดินตามออกมาติดๆ เด็กน้อยรีบหลบอยู่ด้านหลังของแม่เลี้ยงด้วยความหวาดกลัว"แม่ครับ คนนั้นเป็นใคร? ทำไมเขาเรียกชื่อผม?"เสียงของเสี่ยวเ
หลังจากที่ระบบปลดล็อกแผนที่เหมืองเกลือใต้ดินเรียบร้อยแล้ว หลินชิงก็ประจักษ์แจ้งถึงสาเหตุที่ดินท้ายหมู่บ้านแห่งนี้แห้งแล้งและเค็มจัดจนปลูกพืชไม่ได้ผล นั่นเป็นเพราะว่ามันคือแหล่งเกลือสินเธาว์คุณภาพสูงที่นอนสงบนิ่งมานานนับพันปี ในยุค 70 เกลือไม่ได้เป็นเพียงเครื่องปรุงรส แต่เป็นสินค้าควบคุมที่มีค่าดั่งทองคำขาว มีความสำคัญยิ่งยวดต่อการถนอมอาหารและความมั่นคงทางเสบียงของรัฐ"เฉินอี้ ฉันอยากให้นายช่วยขุดหลุมตรงนี้ลึกๆ หน่อย" หลินชิงชี้ไปยังจุดที่ห่างจากแปลงผักออกไปทางโขดหินใหญ่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ระบบระบุว่าเป็นหัวเจาะที่ใกล้ชั้นเกลือที่สุด เฉินอี้ขมวดคิ้วด้วยความฉงน แต่เขาก็ยอมลงมือทำตามคำขอของภรรยาโดยไม่ปริปากถาม เพียงแค่ขุดลึกลงไปไม่กี่เมตร น้ำข้นคลักที่มีกลิ่นอายของไอเกลือก็เอ่อล้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาลองตักน้ำนั้นมาตากแดดทิ้งไว้บนแผ่นหินเพียงครู่เดียวเกล็ดผลึกสีขาวละเอียดวาววับดุจเพชรพลอยก็ปรากฏแก่สายตา"นี่มัน เกลือขาว แถมยังบริสุทธิ์และขาวนวลกว่าเกลือที่ขายในสหกรณ์เสียอีก"เฉินอี้อุทานออกมาด้วยความตกใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสในตัวภรรยาที่ดูเหมือนจะหยั่งรู้ฟ้าดินไปเสียทุ
การได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปจากระบบเปรียบเสมือนการปลดล็อกพันธนาการครั้งยิ่งใหญ่ หลินชิงไม่รอช้าที่จะเปลี่ยนโรงนาเก่าหลังบ้านที่เคยทรุดโทรมให้กลายเป็นโรงงานแปรรูปขนาดย่อมที่สะอาดสะอ้าน อีกทั้งยังซ่อมแซมบ้านหลังเดิมให้ดูดีขึ้นอีกด้วย เธอเริ่มจ้างงานชาวบ้านที่เคยลำบาก ขาดแคลนรายได้ให้มาช่วยกันทำผักกาดดองสูตรพิเศษ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่แรงงานเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ผักกาดดองของหลินชิงรสชาติกรอบ เค็มนำหวานเล็กน้อยอย่างลงตัว และที่สำคัญคือน้ำดองที่ผสมน้ำพุทิพย์ทำให้มันกลายเป็นอาหารชูกำลังที่เก็บไว้ได้นานเป็นปี ความใจกว้างและการให้ค่าแรงที่เป็นธรรมทำให้ชาวบ้านรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ทุกคนพร้อมจะกลายเป็นโล่กำบังเพื่อปกป้องโรงงานแห่งนี้อย่างสุดกำลังทว่าความรุ่งโรจน์มักมาพร้อมกับอุปสรรคเสมอเช้าวันหนึ่งที่อากาศสดใส มีรถเก๋งสีดำเงาวับคันหนึ่งขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านตระกูลเฉิน ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนสวมสูทสากลสีเข้มท่าทางดูภูมิฐานก้าวลงมาจากรถพร้อมกับผู้ติดตามร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำอีกสองคน เขาแนะนำว่าตนเองคือนายหู เป็นตัวแทนจากกลุ่มนายทุนผู้ทรงอิทธิพลในเมืองหลวงที่ได้รั
บ้านหลังน้อยที่เคยสงบร่มรื่นบัดนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา นางซ่งผู้เป็นป้าสะใภ้จอมงกของหลินชิงเมื่อเห็นว่าหลานสาวกลับมาแล้วก็ลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวจ้องมองหลานสาวอย่างเอาเรื่อง โดยมีเพื่อนบ้านคอยยืนดูอยู่ห่างๆ พลางกระซิบกระซาบถึงความไร้ยางอายของคนตระกูลหลินบ้านเดิม"นังหลินชิง! แกกลับมาได้เ
หลังจากได้รับบ่อน้ำพุทิพย์ขนาดเล็กมาไว้ในครอบครอง หลินชิงก็ไม่รอช้าที่จะสำรวจสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ทันที เธอพบว่าน้ำในบ่อนั้นใสกระจ่างราวกับคริสตัลที่ต้องแสงตะวันจนเกิดประกายสีรุ้งอ่อนๆดูแล้วช่างงดงามเป็นอย่างมาก เมื่อเธอลองชิมน้ำในบ่อนั้นดูก็พบว่ารสชาติของมันหวานละมุนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเธอนำมาใช้ทำอา
ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามราตรีที่มืดมิด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ขับขานอยู่ตามกอหญ้าและดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า ตอนนี้หลินชิงกำลังนั่งอยู่บนเตียงไม้เก่าๆภายในห้อง ดวงตาของเธอจดจ้องมองไปที่ระบบมิติโปร่งแสงที่กำลังส่องสว่างแจ้งเตือนสถานะความปลอดภัยอยู่เป็นระยะ เฉินอี้และเสี่ยวเป่านั้นนอ
ไม่กี่วันต่อมาข่าวลือเรื่องที่ดินต้องคำสาปของบ้านตระกูลเฉินก็แพร่กระจายไปทั่วราวกับไฟลามทุ่งจนผู้คนพากันเล่าลือไปต่างๆนาๆ จ้าวฮุ่ยภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านผู้มีหัวใจคับแคบกำลังป่าวประกาศให้ผู้คนในหมู่บ้านได้ทราบว่า หลินชิงกำลังใช้มนต์ดำและคุณไสย เปลี่ยนดินเค็มให้กลายเป็นดินดี เพื่อหวังจะหลอกขายพืชผลที่เ











![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)