เข้าสู่ระบบ" คนคนนี้ที่เราเจอเมื่อตอนนั้น... เนราเอ่ยขึ้นหลังจากพบชายแวมไพร์ ชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์อยู่คณะแพทย์ของมหาวิทยาลัย อีเมอร์สัน คาสเชล เขาช่วยเธอจากการจู่โจมขอองแวมไพร์ตนหนึ่งซ้ำยังขานเรียกชื่อเธอโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทว่า โครว์และเคธี่เตือนเอาไว้ห้ามใกล้... เดินผ่านไปเฉยๆ ก็ได้มั้ง " สองขารีบเดินตรงไปยังอาคารเคมีเพื่อไปพบเคธี่ อย่างไม่ใส่ใจนักทั้งที่ใจของเธอกลับอยากจะอยู่สนทนา
" เนรา " เสียงเข้มทุ้มดังเข้าไปถึงโสตประสาททั้งหมด ไม่รู้ว่าเพราะออร่าเขาหรือท่าทางที่ดูทรงอำนาจจนน่าขนลุก ทำให้เธอหยุดทันที
" คะ " เธอรีบตอบรับแวมไพร์ อันเป็นบุคคลตต้องห้ามทันที ทว่าการขยับตัวอย่างรวดเร็วมาเข้าใกล้ทำให้เธอเกือบจะทิ้งตัวหงายหลังลงไป
" บาดแผลดีขึ้นแล้วสินะ " หญิงสาวทำหน้าแปลกใจ เขารู้เรื่องที่เธอถูกยิงด้วย?
" ค่ะ หายเร็วจนหมอต้องบอกว่าเป็นเคสแรกเลย " เธอตอบกลับไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ถึงจะดูคุ้นเคยยามสบตาแต่ทว่ากลับทำให้เจ็บบริเวณหัวขึ้นมาแปลกๆ จึงเลี่ยงสายตาไปทางอื่น
" ระวังอย่าให้บาดเจ็บอีก " ดวงตาคู่คมคายสีดำหรี่มองหญิงสาวรุ่นน้องตรงหน้ายามดูท่าเธอจะกลัวเขาเอามา อีเมอร์สันตัดสินถอยหลังออกมา และเดินจากไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น แต่ด้วยรอยยิ้มนั่นทำให้เนรารู้สึกว่าเขาไม่ได้อันตราย มันชั่งเศร้าอยู่ลึกๆ ราวกับเขามีเรื่องมากมาย
" อีเมอร์สัน คาสเชล แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ว่ากันว่าอยู่ในตระกูลสูงศักดิ์ คฤหาสน์ว่ากันว่าแกะสลักด้วยหินอ่อนทั้งหลัง เขามาเป็นอาจารย์ที่นี่ เพราะว่าถูกไหว้วานมาชั่วคราว มีสาเหตุมาจากการกระจายตัวของกลุ่มแวมไพร์ป่าเถื่อน เห็นว่าพวกป่าเถื่อนหนีมากลบดานที่รัฐนี้ ทางสมาคม Hunter ได้ขอให้อีเมอร์สันมาคอยสังเกตการณ์ร่วมกับ Hunter อีกคนหนึ่งชื่อว่าอีธาน "
เนรานึกย้อนสิ่งที่โครว์เล่าให้ฟังถึงอาจารย์แวมไพร์ประจำยังคณะแพทย์ มักพบเจอกับโครว์และเคธี่ผู้เป็นอาจารย์สอนวิชาเคมีอยู่บ่อยๆ เนื่องจากประจำการห้องพักอาคารหลังเดียวกัน
โรงแรมหนึ่งภายในรัฐซิลเวีย รัฐห่างไกลจากเมืองหลวงของประเทศมากที่สุดและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความสวยงามของทรัพยากรทางธรรมชาติมากที่สุดเช่นกัน เพราะนอกจากตัวรัฐจะแยกเป็นเขต เป็นหมู่บ้านแตกแขนงออกไปมากแล้ว ยังมีพื้นที่ติดป่าไม้เป็นสำคัญ เนื่องจากขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐที่มีอุทยานรักษาพันธุ์สัตว์ใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกจากป่าไม้สูงชันไล่เลี่ยเป็นหุบและเนินเขาทึบหนาไกลสุดลูกหูลูกตา ยังมีชายหาดยาวสำคัญๆ ร่วมอีกด้วย มากไปกว่านั้นรัฐซิลเวียยังขึ้นชื่อเรื่องตำนานพื้นบ้าน เผ่าพันธุ์พื้นเมืองลึกลับเป็นร้อยเรื่องเล่าสู่กันฟังมาจนถึงลูกหลานปัจจุบัน
" เมอร์สัน เนราเป็นยังไงบ้าง " เสียงชายอาวุโสเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ระหว่างมองกระจกเบื้องหน้าออกไป
" สบายดีครับท่านพ่อ ไม่มีเรื่องความเจ็บปวดทางร่างกายที่น่าเป็นห่วง "
" พ่อติดต่อด็อกเตอร์คาร์สันแล้ว เขาบอกว่าเป็นชะตาของเนรา เนื้อคู่เธอเป็นหมาป่าลึกลับโบราณที่ว่ากันว่าสาบสูญไปนานแล้ว สเวน ควอซ์ คือคนที่พาเนรามายังซิลเวีย "
" งั้นคงไม่น่าเป็นห่วง เพราะพวกนี้หากได้ผูกจิตกับเนื้อคู่แท้ ทั้งชีวิตและจิตวิญญาณก็ตกเป็นของภรรยา "
" พ่อไม่กังวลเรื่องความซื่อสัตย์ที่ชายผู้นั้นจะมอบให้เนรา แต่ศัตรูของสเวน คือกลุ่มอาเรย์ " คนฟังเบิกตาสีดำขึ้นเล็กน้อยก่อนจะดึงกลับมาเป็นดังเดิม
" ท่านพ่อทราบได้ยังไงครับ "
" พ่อให้คนสืบข้อมูลของพวกนั้นมา "
" อาเรย์หมาป่าเผ่าพันธุ์โบราณ ที่ทรงอำนาจในเรื่องธุรกิจเหมืองและจิวเวลรี่ แม้เราจะทราบว่าเขาเป็นกลุ่มหมาป่าที่เข้ามาทำงานภายในเมืองหลวงแบบเรา... เขาอธิบายอย่างรู้ดีในข้อมูลพื้นฐานทั่วไปสำหรับกลุ่มมนุษย์ที่ไม่ใช่ส่วนมากในสังคมทั่วไป และกลุ่มอาเรย์คือ พวกถูกโจษจันมากสุด ถึงความน่ากลัวในการควบคุมคนงาน... แต่ว่าการกระทำเยี่ยงสัตว์ป่าก็ไม่ได้หายไป ความโหดร้ายและทารุณคนงานของตนหากปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามเป้าทางเศรษฐกิจ ภายใต้หน้าฉากดูเป็นผู้อุปถัมภ์โบสถ์และสถานสงเคราะห์เด็กหรือผู้ไร้ญาติ หากสมุนที่เข้าโจมตีเนราวันนั้นเป็นอาเรย์จริงพวกเราต้องระวังกันเพิ่ม..."
" พ่อคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น กลุ่มครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์บางพวกที่นับถือสเวน เล่าให้ฟังว่าพ่อของสเวนจบชีวิตเพราะน้ำมือของอาเรย์เพื่อนสนิท เนื่องจากต้องการขึ้นเป็นใหญ่ของกลุ่มหมาป่าและต้องการเปลี่ยนกฏวงจรชีวิตบางส่วน..."
" งั้นเนราก็ติดร่างแหเหรอครับ " น้ำเสียงปนตกใจกับสิ่งไม่เคยเตรียมใจไว้ดังขึ้น จนผู้เป็นพ่อต้องหันมา เพราะลูกชายปกติไม่เคยแสดงอารมณ์หรือสีหน้าแปลกใจ ตื่นตระหนก ที่ผสมความกลัวลุ่มลึกไว้ภายใต้จิตใจแสนเย็นชา มันไม่ได้เกิดขึ้นมานาน
" เมอร์สันพ่ออนุญาตให้ลูกคุ้มครองเนราได้เท่าที่จำเป็นแต่อย่าให้เธอและคนรอบกายสงสัย เพื่อความปลอดภัยตลอดชีวิตของเนรา เด็กสาวผู้มีโลหิตแห่งพระเจ้าจะต้องไม่มีใครรู้ความลับของเลือดนั่น "
" พวกเราก็มีชีวิตอยู่มาเพื่อการนั้น ผมเข้าใจแล้วครับ แต่หากว่ามีใครได้ลิ้มลองเลือดเธอแล้ว ความลับนั่นต้อง..."
" งั้นก็อย่าปล่อยให้พวกมันหลุดไปได้... น้ำเสียงเยือกเย็นบอกผ่านสายตาอันเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มกลายเป็นแดง เพื่อย้ำในสิ่งที่ควรทำโดยไม่ต้องลังเล... เมอร์สันพ่อรู้ว่าลูกรักและห่วงยัยหนู แต่ความทรงจำของเธอจะไม่มีวันกลับคืน... แค่ตอนนี้... ฉะนั้นเราได้แต่คอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ "
" รับทราบครับท่านพ่อ "
4 กุมภาพันธ์
ในมหาวิทยาลัย FOREST วันที่สายฝนเริ่มกลายเป็นหิมะขาว เนราที่ไม่พบเจอกับเพื่อนข้างกายระหว่างเรียนอย่างมีนามาสองอาทิตย์ได้แต่เดินคิดไปมาตามทางเดินหลังจากไปยืมหนังสือ สาเหตุที่มีนาและแวนไม่มาเรียนเพราะว่าตัวเธอนั้นดันไปรู้ความลับว่าทั้งสองเป็น Hunter หรือ เพราะกำลังรู้สึกผิดคิดไปว่ากำลังหักหลังตัวเธออยู่ ใบหน้าไร้รอยยิ้มหยุดตรงระเบียงของอาคารชั้นเดียวซึ่งมีหอสมุดประจำวิชา มองไปยังเนินเขาเตี้ยเต็มไปด้วยซุ้มนั่งเป็นสิบยี่สิบ พลางคิดถึงช่วงเวลากลางวันและพักเบรคที่เธอและมีนามักไปนั่งเล่นกินข้าวอ่านหนังสือ
" ยัยสาวเอเชีย... เสียงหนึ่งเรียกขึ้นแน่นอนว่าเธอจำเจ้าของเสียงได้ดี พวกโรสรารี่... เพื่อนทิ้งไปเหรอหายไปไหนเสียหละยัยตัวแสบนั่น " ด้านเนราถอนหายใจเบาๆ ก่อนหมุนตัวกลับทำเป็นไม่สนใจ ทางที่ดีเธอควรหลีกเลี่ยงการสนทนากับหญิงสาวกลุ่มนี้มากกว่าจะตอบกลับ การหมุนตัวของเนราทำให้อีกฝ่ายดึงผมหางม้าของเธอทันที ทว่าเนรากลับหมุนตัวกลับมา มือซ้ายที่ว่างปัดข้อมืออีกฝ่ายอย่างแรง พร้อมแสดงสีหน้าไม่พอใจขู่กลับไปบ้าง
" อย่าคิดว่าใช้กำลังเป็นฝ่ายเดียว " น้ำเสียงเธอดูขึงขังมากกว่าปกติโดยไม่กลัวว่าสามสาวตรงหน้าร่างสูงกว่าจะรุม เธอมั่นใจว่าหากวัดกล้ามเนื้อเธอมีมากกว่าพวกผอมบางเป็นแน่ ด้านฝ่ายโดนปัดข้อมือถึงขั้นโกรธจัดจนกัดฟันกรอด
" อย่าคิดว่าเพื่อนในห้องเป็นมิตรแล้วจะรอด เธอนี่อ่อยไปทั่วเลยนะไหนจะรุ่นพี่ชมรมเทควันโดนั่นอีก แล้วยังจะระริกระรี้ยิ้มหน้าบานกับผู้ชายในห้อง..."
" จำไม่ได้ว่าเคยทำแบบนั้นตอนไหนนะคะ กับพี่จอร์จเพราะฉันไปฝึกซ้อมทักษะการต่อสู้ที่เคยเรียนมาเพื่อไม่ให้ลืมวิชา ส่วนในคลาสเรียนเพราะพวกเขามาปรึกษาเรื่องรายงาน... "
" หึ เพราะเธอมันให้ท่าแจกยิ้มไปทั่วยังไงหละแม่คนโกหก ฉันรู้แล้วว่าเธอคบกับสเวนอยู่... เนราสะดุ้งนิดกับความลับที่เธอพยายามปิดไว้ ไม่ใช่เธอไม่อยากบอกหรือกังขาเรื่องการเป็นเจ้าสาวแม้แต่สถานะแฟนแต่เพื่อไม่ให้มีปัญหากับบรรดาแฟนคลับสเวน... โกหกว่่าเป็นน้องสาว เธอนี่มันปลิ้นปล้อนจริงๆ "
" ที่จะมาบอกมีแค่นี้ใช่ไหมคะ งั้นเนขอตัว..." เธอพยักหน้าให้กลุ่มโรสรารี่เชิงบอกลาตามมารยาท ทว่ากลับถูกดึงแขนกลับมาจนหนังสื่อเรียนสี่เล่มกระจายลงไปกับพื้น คนตัวเล็กกว่าก้มลงเก็บทีละเล่ม ครั้งนี้เธอไม่โต้ตอบเพราะกลัวว่าอาจจะบานปลาย แต่ดูท่าอีกฝั่งกลับหมั่นไส้จนผลักเธอที่ล้มเข่าก้มเก็บหนังสือเอนทิ้งตัวหงายลงไป
" น่ารำคาญ... โรสรีบดึงผมเนราขึ้นมาและจับร่างเธอกระแทกเข้ากับผนังทันทีโดยมีเพื่อนอีกสองคน ลิซ่า ซาร่าตามมากุมช่วงแขนทั้งสองข้างไว้ไม่ให้ได้ขัดขืนเนื่องจากเนราแรงเยอะพอสมควร... ทำไมสเวนถึงได้เลือกเด็กใหม่อย่างเธอ ทั้งที่ฉันมาก่อนและสนใจเขามากกว่าเธอที่ไม่ได้แสดงความรักกับเขา ทั้งที่ใบหน้านั้นไม่เคยยิ้มให้ใคร กลับยิ้มให้เธอ มือนั่นไม่เคยแม้แต่จะยื่นให้ผู้หญิงคนไหนในมหาวิทยาลัยนี้ แต่เธอกลับปฏิเสธไปง่ายๆ เวลาเขายื่นมือมารับ ชั่งเป็นคนที่หยิ่งผยองจริงๆ ... " ซาร่าปล่อยมือจากล็อคแขนเนรา เลี้ยวเข้าไปยังทางเดินที่มีห้องน้ำ...
" นั่นมันเป็นเรื่องของฉันกับเขา ไม่ได้เกี่ยวกับพวกคุณ " คนถูกกระทำที่ยังโดนมือยาวจิกผมไปด้านหลังพูดตอบกลับทันทีทว่าประโยคที่ว่าไม่เกี่ยวนั้นกลับทำให้อีกฝ่ายยิ่งโมโห
" เกี่ยวสิ ถ้าเธอไม่ได้รักเขาก็เลิกกับเขาไปสิทำไมถึงยังวนเวียนใกล้ตัวเขาอยู่... เธอก็ยังตอบตัวเองไม่ได้... เมื่อหลายวันก่อนฉันเห็นเธอยังไปอ่อยอาจารย์อีเมอร์สัน ดูสนิทสนม คิดจะเอาทั้งนักศึกษาทั้งอาจารย์เลยเหรอ... " ประโยคไม่เข้าหูยิ่งเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น ทำให้เท้าของเนรา กระทืบเข้าฝ่าเท้าของผู้จิกผมเธอทันที ก่อนจะหันกลับมาพลิกข้อมือลิซ่า หมุนแขนมาไว้ด้านหลังและผลักลิซ่าล้มลงไป...
โรสรารี่เพิ่งตั้งหลักได้ หันกลับมากระชากหัวเนราอีกครั้งพร้อมกางมือจะตบ ด้านเนรารับข้อมือทันทีก่อนจะบีบอย่างแรงกระชากเข้าหาตัวเหวี่ยงไปชนกับลิซ่าที่กำลังจะลุกขึ้น เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันกลับมาเพื่อเก็บหนังสือแต่ปรากฏว่ามีน้ำลูกใหญ่ซัดเข้ามายังตัวเต็มๆ จากกลิ่นคงไม่ใช่น้ำที่ดีนัก ซ้ำยังมีเศษผงติดตามเสื้อโค้ท เนราที่กำลังเปียกปอนและสั่งน้ำออกจากจมูกเนื่องจากถูกซัดเข้าไปเต็มๆ โดยไม่ได้ตั้งตัวถูกดึงขาจนหงายหลังลื่นลงไปบริเวณน้ำเจิ่งนอง โรสรารี่ขึ้นค่อม ไม่รอช้า เปรี๊ย! ฉาดหนึ่งลงไปยังพวงแก้มขวาของเธอ ตามมาด้วยหลังมือแต่เปลี่ยนข้างเป็นทางด้านซ้าย ลิซา ซาร่าล็อคแขนและขาไว้เพื่อเตรียมการทำบางอย่าง กลับมายังโรสรารี่ที่ยังคงค่อมตัวเนราไว้หยิบโทรศัพท์ขึ้นพร้อมกับปลดกระดุม ไม่สิเธอฉีกเสื้อเชิ๊ตในเสื้อโค้ทของคนใต้ร่างออก เนรารีบตะโกนจะร้องให้คนช่วยทันทีเมื่อรู้สึกถึงสถานการณ์คับขันแต่ถูกลิซ่าผู้กุมแขนเธอไว้อุดปาก แม้จะอยากใช้จิตเรียกสเวนไปตรงๆ ก่อนที่เขาจะรู้เอง แต่โทษทัณฑ์ที่สเวนจะประทานให้แก่สามสาวนี่คงไม่ใช่เล็กน้อย
" นี่หยุดนะ! ...เสียงตะโกนหนึ่งดังเข้ามาพร้อมฝีเท้า น้ำเสียงนั้นเนราคุ้นเคย คือ เพื่อนเธอที่หายไปเกือบสองอาทิตย์... ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้... มีนาวิ่งสาวเท้าเข้ามาหวังจัดการผู้หญิงคนค่อมร่างเพื่อนตนไว้ ทว่าซาร่าที่กุมข้อเท้าเนราลุกขึ้นจะขัดขวาง แต่ถูกมีนาเหวี่ยงล้มไปอีกทางจนแผ่นหลังกระแทกฝาผนัง ฝ่ามือค่อนข้างหนาไม่เหมือนมือผู้หญิงเนื่องจากใช้ฝึกอาวุธดึงกระชากผมโรสรารี่ขึ้นมาทันทีก่อนจะดันร่างสูงเพรียวบางเข้าชิดเสาต้นหนึ่ง... ถ้ายังยุ่งกับเนราฉันได้ก้อนผมฟูๆ ของเธอส่งร้านตัดเย็บเสื้อผ้าขนสัตว์แน่ " ด้านลิซ่าห่วงเพื่อนมากกว่าจึงปล่อยแขนเนราทันทีทว่าถูกชายร่างสูงคนหนึ่งมายืนขัดไว้ สายตาคมเข้มของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนราวกับปีศาจทำให้เธอนิ่งอยู่กับที่ มีนารีบเข้าประคองเนราที่หายใจหอบแถมเนื้อตัวเปียกมีกลิ่นไม่ค่อยดี พลางเห็นโทรศัพท์มือถือตกอยู่ข้างตัว มีรูปถ่ายไม่สมควร
" เล่นแรงกันขนาดนี้เลยเหรอ " มีนาพูดขึ้นด้วยอารมณ์ร้อนรนเมื่อรู้แผนการน่ารังเกียจของสามสาว เธอกำโทรศัทพ์แน่นก่อนจะทำท่าปาออกไป ด้านเนราจับแขนเพื่อนที่ห่างหายไปไว้ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือให้ลบภาพไปก็พอ แต่นั่นไม่ใช่คำขอที่มีนาจะให้ได้ โทรศัพท์ถูกแกะออกมาและถอดซิมการ์ดออกก่อนจะหักมันลงทันทีเพื่อเตือนหญิงสาวทั้งสามตรงหน้าอย่างไม่ปรานี
" อยากน่วมหรือไงยัยโง่... แวนผู้เดินมาพร้อมกับมีนาตวาดขึ้น... ทำไมไม่ร้องให้คนช่วย "
" ถะ ถูกปิดปาก " คนยังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์ สะดุ้งน้ำเสียงของชายหนุ่มจนพูดติดขัด
" ฮะ! ฟันมีไว้ทำไมกัดนิ้วมันสิ " แวนอธิบายวิธีง่ายๆ ให้เนราได้คิดแต่มันไม่ได้ง่ายจนจะมีโอกาสกัดได้
" ทำไมต้องตะคอกด้วย " เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก
" ก็เธอมันโง่ไง หรือชอบเจ็บตัว " ทั้งคู่ยังคงมองตากันไม่วางราวกับวันนี้จะต่อปากต่อคำกันอีกนานไม่มีกำหนดเวลาเลิก
" นายเลิกดุเนราได้แล้ว... มีนาตะคอกใส่เพื่อนชายร่วมงานกลับทันทีพร้อมกับพยุงเนราให้ลุกขึ้น... ไปจัดการกับเสื้อเปียกๆ นี่ก่อนเถอะ "
มีนาพาเนรามายังห้องน้ำในส่วนของอาคารสระว่ายน้ำ มีทั้งห้องน้ำ เครื่องซักผ้า เครื่องอบแห้งเสร็จสรรพ ก่อนจะส่งคนเปียกเข้าไปในห้องน้ำ
" นี่นายเอาเสื้อผ้าเนราไปปั่นซัก อบแห้งมาด้วยหละ "
" หา! "
" แค่เดรสเชิ๊ตกับโค้ท ชุดชั้นในไม่ได้เลอะนายไม่ต้องเอาไป... มีนาตอบอย่างรู้ในอาการตกใจของชายตรงหน้า มันก็น่าแปลกอยู่จะให้เอาชุดผู้หญิงไปซักเพราะเขาเป็นผู้ชาย ซ้ำยังไม่ใช่คนสนิท แต่ไม่มีสองชิ้นนั้นที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างเขินอาย มันคงไม่เท่าไรนัก... เป็นการชดเชยที่นายยิงเธอ " แวนกระชากของจากมือมีนาทันทีเมื่อได้ยินประโยคท้ายสุดยกขึ้นขู่ แม้เขาจะแสดงท่าทีไม่รู้สึกผิด แต่ในฐานะ Hunter มันทำให้เขาเสียขวัญไม่น้อยกับการพลาดยิงมนุษย์ธรรมดา
20 นาที ผ่านไป...
" เสร็จแล้วหรอ " เสียงคนรอถามเพื่อนซักขึ้น
" ขอบคุณนะมีน "
" ขอโทษนะ ถ้าฉันอยู่กับเนหละ คงไม่โดนรังแกแบบนี้ "
" ไม่ใช่ความผิดของมีนหรอก... แล้วนี่หายไปไหนมาเหรอตั้งสองอาทิตย์ "
" ฉันมีเรื่องต้องคอยตรวจสอบพื้นที่ แล้วก็... คนถูกถามนิ่งลงเบือนสายตาไปทางอื่นเนื่องจากไม่กล้าสบตาและเอาหลังชนกับล็อคเกอร์ไว้... ไม่กล้ามา เจอ หน้าเธอ... พูดช้าๆ อย่างติดขัด...คงโกรธฉันมากสินะ ที่ตีสนิทเพื่อจะได้ใช้เธอเป็นสะพานเชื่อมไปยังข้อมูลของกลุ่มสเวน "
" ไม่หรอกก็มีนเป็น Hunter นี่นา จะให้เผยความลับมันก็ทำไม่ได้ใช่ไหมหละ " คำตอบกลับมาของเนราเต็มไปด้วยรอยยิ้มและแววตาแสดงความจริงใจ ไม่ได้โกหกเพื่อให้สบายใจ ทำให้มีนาเงยหน้ามองด้วยความตกใจนิดหนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดความในใจอันอัดอั้นมาตลอดสองอาทิตย์ไปทีเดียว
" เนราถึงฉันจะปิดบังเรื่องสถานะตัวเอง และทำเป็นไม่รู้เรื่องราวแต่ว่าความรู้สึกที่อยากเป็นเพื่อนกับเธอฉันไม่ได้โกหกแม้แต่นิด..." เนรามองอาการร้อนรนรีบพูดก่อนจะกุมมือไว้ที่ปากหลุดหัวเราะออกมาและวิ่งเข้าไปเขย่งขากอดคออีกฝ่ายทันที
" เราเป็นเพื่อนกันนี่นา หน้าที่ก็ส่วนหน้าที่ แค่เวลามีนอยู่กับเนแล้วเป็นแบบปกติก็พอ "
" เน... มีนกอดตอบเนราทันทีเมื่อได้รับมิตรภาพและการอภัยแม้เนราจะไม่ได้คิดโกรธเคืองตัวเธอเองก็ตาม... งั้นวันนี้ไปหาร้านขนมอร่อยๆ กินกันนะฉันเลี้ยงเอง "
" อื้ม ตกลง "
สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู
ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ
" มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด
ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ
เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ
ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน







