ログインเมื่อความซวยของฝาแฝด 'จ้าน' กับ 'จ๋าย' นักศึกษาปีสาม คณะวิศวะฯ ผลการเรียนตกฮวบ ได้เกรด D วิชาภาษาอังกฤษ จนแม่บังคับให้ไปติวกับ 'ณิชา' ยัยเจ๊ปากจัด พี่สาวข้างบ้านในวัยเด็กที่พวกเขาไม่ชอบขี้หน้า แต่ไม่คิดเลยว่าพอกลับมาเจอกันอีกที เธอเปลี่ยนไปมาก เธอไม่ใช่เด็กสาวตัวอ้วนฉุหุ่นกะละมังความจุร้อยลิตรอย่างเมื่อก่อนแล้ว แถมยังน่ารักจนสองหนุ่มหลงหัวปักหัวปำ แย่งกันจีบ หาวิธีเข้าหาด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา มาลุ้นกันค่ะว่า คุณติวเตอร์สาวจะรอดจากเงื้อมมือของสองหนุ่มฝาแฝดตัวแสบไปได้ไหม และเจ้าแฝดจะได้จัดเธออย่างที่วางแผนกันไว้หรือเปล่า คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาแบบ 3p (ชายสองหญิงหนึ่ง) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างสูง
もっと見る“ไม่เอาค่ะแม่ หนูไม่ได้เก่งขนาดที่จะไปสอนใครได้ แล้วหนูก็ไม่อยากยุ่งกับแฝดนรกสองคนนั่นด้วย”
[แต่แม่รับปากทางนั้นไปแล้วนะ จะมาบ่ายเบี่ยงเอาตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ คำไหนคำนั้น แม่ไม่อยากเสียคนตอนแก่]
บทสนทนาระหว่าง ณิชา หญิงสาววัยยี่สิบสามปี ที่กำลังเตรียมตัวจะอาบน้ำ มือข้างหนึ่งเปิดก๊อกน้ำอุ่นลงอ่าง มืออีกข้างวุ่นอยู่กับการหาผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ แต่ก็ยังไม่วายหนีบมือถือไว้กับไหล่เพื่อคุยกับ นิรมล ผู้เป็นมารดา
น้ำเสียงที่ลอดออกมาผสมทั้งความดื้อดึงและประชดประชันเต็มเปี่ยม ทำเอาบรรยากาศในห้องน้ำ ที่เต็มไปด้วยไอน้ำลอยคลุ้ง ยังไม่ร้อนแรงเท่ากับการโต้เถียง ที่ทำให้อุณหภูมิโดยรอบสูงขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า
เมื่อบทสนทนาพูดถึงแฝดนรกลูกชายป้า สุดา ความทรงจำเก่าๆ ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวทันที ภาพในอดีตตอนที่เธอยังอาศัยอยู่บ้านหลังเก่า ก่อนที่พ่อจะจากไปและแม่จะแต่งงานใหม่ยังคงชัดเจน
ฝาแฝดคู่นั้นทั้งแสบทั้งซ่า พวกเขาตั้งตัวเป็นหัวโจกประจำซอย คอยยกพวกไล่แกล้งเด็กที่อายุไล่เลี่ยกันอยู่เสมอ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยและท่าทางกร่างๆ ของพวกเขายังติดหูติดตา
คิดแล้วก็เบ้ปากมองบนด้วยความหมั่นไส้ทุกครั้งที่นึกถึง เธอยังจำได้ดีว่าเวลาพวกนั้นหัวเราะเสียงดังลั่นซอย มันชวนให้รู้สึกอยากเอาน้ำราดราดหัวให้หายกร่าง
ณิชาไม่ชอบฝาแฝดคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะในตอนเด็กๆ ที่เคยเห็นเหตุการณ์กับตาตัวเอง คู่แฝดจอมซ่ามักรุมแกล้งเด็กผู้ชายตัวเล็กชื่อธนู บ้านกลางซอย ทั้งล้อเลียน กลั่นแกล้ง พูดจาบูลลี่สารพัด แถมยังตั้งฉายาให้ด้วยว่า ‘ไอ้ธนูจู๋สั้น’ เธอเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ยิ่งทำให้ความรู้สึกเกลียดชังฝังแน่นในใจของณิชามาตลอด
กระทั่งเสียงของนิรมล ดึงสติของณิชาที่คิดย้อนไปถึงเรื่องราวในวัยเยาว์ให้กลับมาตั้งใจฟัง
[ตอนนี้ลูกก็ยังว่างๆ รอแค่เดินเรื่องไปเรียนต่อเมืองนอก จะปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ทำไมล่ะ ถือซะว่าทำบุญก็แล้วกันนะลูก การให้ความรู้มันก็คือการทำบุญอย่างหนึ่ง ไหนเคยบอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากลองเป็นครู]
“แต่…” ณิชาพยายามจะแทรก แต่ก็โดนเสียงมารดากลบทันที
[เอาน่าลูก เดี๋ยวแม่จะขอค่าติวจากป้าสุดาให้ด้วย ถือว่าเป็นรายได้เสริม ไม่ได้เสียเวลาเปล่าหรอก]
น้ำเสียงหนักแน่นตอกย้ำความตั้งใจเหมือนปิดประตูทุกทางหนี
แม้จะรู้สึกขัดใจจนแทบจะกรี๊ดออกไปดังๆ แต่เธอก็สู้แรงรบเร้าและเหตุผลกึ่งบังคับกึ่งหว่านล้อมของแม่ไม่ได้อยู่ดี ก่อนจะกดวางสายแล้วถอนหายใจยาว เหมือนจะระบายความอัดอั้นที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ยิ่งหลังจากที่ผ่านศึกหนักติวเข้มนานหลายเดือน เพื่อชิงทุนไปเรียนต่อเมืองนอก ณิชาจินตนาการถึงการได้พักผ่อนชิลๆ ยาวๆ เช่นการไปทะเลกับกลุ่มเพื่อนสนิท นอนเล่นริมหาด อ่านนิยายโง่ๆ ฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง แล้วก็กลับมานอนดูหนังที่เธออุตส่าห์กดเลือกเก็บเข้าคลังไว้รอดูในวันว่าง
แต่สุดท้ายภาพฝันทั้งหมดก็ต้องพังลง เมื่อเธอแทบไม่มีข้ออ้างใดมาหักล้างคำพูดของแม่ได้เลย ชุดบิกินี่ที่เธอเพิ่งกดสั่งออนไลน์ยังวางกองอยู่บนเก้าอี้ กระเป๋าชายหาดใบโตที่เพิ่งมาส่งยังไม่ได้แกะออกจากกล่องเลยด้วยซ้ำ
เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากไม่ใช่เพราะผลการเรียนของแฝดนรกคู่นั้นถูกประกาศผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าเมื่อเห็นเกรดเฉลี่ยรวม และเกรดรายวิชาแล้ว สีหน้าของ จ้าน กับ จ๋าย ถึงกับเสียศูนย์ทันที
พวกเขาเป็นฝาแฝดที่เรียนอยู่ปีสาม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ปกติเรียนวิชาอื่นได้เกรดสวยแทบทุกตัว แต่กลับมาตกม้าตายตรงวิชาภาษาอังกฤษ ที่เทอมนี้ดันได้เกรด D เหมือนกันทั้งคู่ ทำเอาเกรดเฉลี่ยที่พอจะดูดีหล่นฮวบลงอย่างน่าใจหาย
ทั้งสองนั่งกุมขมับอยู่ในห้องรับแขก กังวลว่าหากพ่อกับแม่ที่คาดหวังกับการเรียนของพวกเขารู้เรื่องเข้า มันต้องทำให้พวกเขาทั้งสองหูชา เผลอๆ อาจจะโดนตัดค่าขนมรายเดือนไปด้วยก็เป็นได้ แน่นอนว่าความกังวลไหลบ่าเข้ามาจนทั้งสองเริ่มนั่งตูดไม่ติดเก้าอี้
“ชอบไหมครับ เจ้” จ้านถามเสียงแหบพร่าท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่ของทั้งสามณิชาหลับตาแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับทั้งที่ยังหอบหายใจไม่ทัน ดวงหน้าแดงก่ำเพราะความเสียวที่ยังไม่จางหาย“อื้อ...ชอบมาก…มากจนแทบไม่ไหวแล้ว” เธอกระซิบตอบเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเขาทั้งสองอย่างแผ่วเบา ก่อนถามกลับเสียงอ่อนระโหย “แล้ว...พวกนายล่ะ พอใจกับของขวัญวันเกิดไหมที่ฉันให้ไหม”“พอใจสิครับเจ้…มันดีที่สุดในโลกเลย” จ๋ายตอบเสียงสั่นเครือ“ไม่มีอะไรดีไปกว่าเจเจ้ของพวกเราอีกแล้ว” จ้านเสริมก่อนจะประกบปากจูบเธออย่างดูดดื่มเมื่อความเสียวซ่านทะยานสูง พวกเขาเร่งจังหวะการกระแทกอย่างพร้อมเพรียง แรงกระแทกที่ถาโถมใส่จากทั้งสองทางทำให้ณิชาสมองขาวโพลน ร่างเกร็งกระตุก น้ำหูน้ำตาไหลพราก หูอื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงใดอีก“อื้อออ...ฉันจะ...จะเสร็จแล้ว...เอาแรงกว่านี้อีกได้ไหม...ฉันชอบแบบนี้จัง”“ได้เลยครับ เมียคนสวยของจ๋าย” แฝดคนน้องกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู ก่อนจะเร่งจังหวะเอวไม่ยั้ง จังหวะกระแทกถี่ยิบจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสลับกับเสียงครางของเธอที่ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ“จัดให้ครับ เมียที่รักของจ้าน” แฝดคนพี่เองก็กระซิบเสียงพร่
และเมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากเธอ สองหนุ่มก็แทบจะรอไม่ไหว จ๋ายเป็นคนเอ่ยขออย่างอ้อนวอนว่าเขาขอเป็นคนเปิดซิงด้านหลังของเธอก่อน เพราะเขาเป็นคนเสนอความคิดนี้ขึ้นมาเป็นคนแรก จ้านไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแต่พยักหน้ายิ้มให้น้องชายและพี่สาวสุดที่รัก ก่อนจะขยับตัวนอนราบกับพื้นโดยไม่ต้องมีใครบอก“คร่อมบนตัวไอ้จ้านเลยนะเจ้ จะได้ประคองกันได้ง่ายๆ” จ๋ายพูดเสียงทุ้มพร่า ขณะที่สองมือประคองสะโพกของเธอให้ขยับมาทาบลงบนร่างของผู้เป็นพี่ชายณิชาในตอนนี้ใบหน้าแดงซ่าน ดวงตาพร่าเลือนด้วยแรงอารมณ์ที่ทะยานสูง เธอทำตามอย่างว่าง่าย นั่งคร่อมบนร่างของจ้านช้าๆ จนรู้สึกถึงความแข็งขืนที่ถูไถไปตามหลืบร่องช่องทางด้านหน้า ก่อนจะค่อยๆ สอดใส่เข้าไปทีละนิดส่วนจ๋ายค่อยๆ บีบเจลหล่อลื่นสีม่วงใสลงบนร่องจีบด้านหลังของเธอ ปลายนิ้ววนเบาๆ เพื่อให้เนื้อเยื่ออ่อนนุ่มคุ้นชินกับสัมผัสแปลกใหม่ ก่อนจะบีบเจลลงบนเอ็นอวบของตัวเองด้วยความตื่นเต้นเมื่อชโลมจนทั่ว เขาจับมันเข้าประชิดตรงกับรูจีบสีหวานที่กำลังเต้นตุบขมิบเข้าออกด้วยความตื่นเต้น แล้วค่อยๆ ดันมันเข้าไปอย่างช้าๆ ทีละนิด จนกลีบเนื้อด้านหลังเริ่มยอมเปิดรับความแข็งขืนของเขาทีละเซนติเม
ทั้งสองไม่ปล่อยให้เวลาไหลเรื่อยผ่านไป ต่างคนต่างพุ่งเข้าหาเธอราวกับนักล่าที่พบเหยื่อในฤดูผสมพันธุ์ แขนแกร่งโอบกระชับร่างเล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะช่วยกันดึงกิโมโนที่ปิดบังผิวเนื้อขาวละมุนออกด้วยท่าทีรีบร้อน เสียงผ้าดังขลุกขลักขณะมันไหลลื่นลงมากองที่ปลายเท้า เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าที่กำลังสะท้านไหวจ้านโน้มตัวเข้าหาเธออย่างหิวกระหาย ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้หน้าอกอิ่มกลมกลึง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นเลียดูดหัวนมสีอ่อนด้วยท่าทางตะกละตะกลาม ในขณะที่จ๋ายทรุดตัวลงเบื้องล่าง ลิ้นอุ่นแตะต้องเม็ดเสียวของเธอ ตวัดไล้โลมเลียแหย่เย้า พร้อมกับปลายนิ้วที่แทรกเข้าหาด้วยจังหวะที่คุ้นเคย“อื้อ...พวก...พวกนาย...ชอบเซอร์ไพรส์นี้ไหม” เธอถามพลางหอบหายใจด้วยความเสียวซ่าน“ชอบสิครับ... ชอบจนอยากจะกินเจ้เข้าไปทั้งตัวเลย” จ้านผงกหัวขึ้นจากหน้าอก ยิ้มพราวตอบเสียงพร่า“นี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเราเลยนะเจ้ ขอบคุณนะครับ” จ๋ายเองก็เงยหน้าขึ้นตอบจากหว่างขาเธอเช่นกันเธอหัวเราะเสียงกระเส่าเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของที่ซ่อนไว้ใต้หมอน แล้วชูขึ้นให้ทั้งคู่ดู“เซอร์ไพรส์ไม่ได้มีแค่นี้นะ” เธอว่าพลางยื่นขวดเจลหล่อลื่นสีม่วงใส
เมื่อทุกอย่างเป็นอันตกลงกันเรียบร้อย ถัดมาอีกไม่กี่วัน ณิชาก็พาสองแฝดออกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว มุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยมีจุดหมายปลายทางคือชายฝั่งเงียบสงบของสัตหีบ เส้นทางที่ทอดยาวผ่านวิวสองข้างทางอันเขียวชอุ่มและกลิ่นทะเลจางๆ ที่เริ่มลอยมาตามสายลมเงินค่าติวที่แม่ของเธอเคยโอนให้ ถูกเปลี่ยนเป็นการจองพูลวิลล่าสไตล์ญี่ปุ่น ภายในเน้นโทนไม้และแสงธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่เต็มด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายญี่ปุ่นโบราณบริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยกอไผ่เขียวชอุ่มที่ไหวเอนตามแรงลมเย็น เสียงคลื่นเบาๆ ซัดกระทบชายฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ช่วยขับกล่อมให้บรรยากาศสงบและผ่อนคลายราวอยู่ในรีสอร์ตลับริมทะเลหลังจากเช็กอินเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ออกไปเดินเล่นริมชายหาด ทอดสายตาไปไกลสุดขอบฟ้า ก่อนจะพากันลงเล่นน้ำทะเลหน้าที่พัก เสียงหัวเราะและหยอกล้อกันท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายสะท้อนเงาบนผืนน้ำ กลายเป็นภาพความทรงจำอีกหนึ่งช่วงเวลาที่แสนพิเศษและเมื่อถึงช่วงค่ำ ณิชาจัดการสั่งอาหารญี่ปุ่นนานาชนิดมาเต็มโต๊ะไม้เตี้ยกลางห้องพักที่ตกแต่งในสไตล์เรียวกัง ทั้งซูชิเรียงราย ซาชิมิสดใหม่วางคู่กับวาซาบิหอมฉุย เทมปุระ
“ไม่เอาเด็ดขาด ถ้าพวกนายยังอยากมาติวที่ห้องฉัน ก็เลิกคิดเรื่องนี้ไปได้เลย” เธอตัดบทอย่างเด็ดขาด น้ำเสียงของเธอที่แข็งกร้าวขึ้นทันที ทำเอาสองหนุ่มถึงกับชะงัก สีหน้าเจื่อนลงราวกับเด็กถูกผู้ปกครองดุ จ๋ายเบะปากอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปกระซิบกับฝาแฝดพี่ของตนเบาๆ“เห็นไหมล่ะ กูว่าแล้วว่าเจ้ไม่มีทางยอมแน่ๆ”
แต่ในจังหวะที่เขาเริ่มใกล้ถึงขีดสุด รู้ตัวว่าหากขยับต่ออีกเพียงไม่กี่ที เขาคงได้ปล่อยน้ำรักเข้าไปในตัวเธอแน่ จ๋ายจึงกัดฟันแน่น ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนแรงลง ดึงลำเอ็นที่เปียกชุ่มออกจากโพรงนุ่มช้าๆ ปล่อยให้ความเสียวชะลอตัวลง แล้วสลับให้จ้านเข้ามารับช่วงต่อแทนทว่าครั้งนี้ณิชาเป็นฝ่ายควบคุม เธอกดร่างของจ้านใ
แม้ลมจากเครื่องปรับอากาศจะเย็นเฉียบจนขนลุก แต่กลับไม่อาจกลบเกลื่อนไฟราคะที่โหมกระพือในอกของทั้งสามได้แม้แต่น้อย สัมผัสที่แนบสนิท ความใกล้ชิดที่เร่งเร้า และเสียงหอบหายใจสลับกับเสียงครางที่ดังคลอ ราวกับประกาศชัดว่า ความร้อนรุ่มในการของพวกเขากำลังลุกโชน จนไม่อาจดับได้ด้วยไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศเพียง
ทว่าเธอกลับประเมินสถานการณ์ผิด เพราะทันทีที่เธอทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ความสั่นสะเทือนจากสิ่งเล็กจิ๋วที่ซุกซ่อนอยู่ในกายพลันแผ่กระจายออกมาทันทีจนเธอสั่นสะท้าน ทั้งๆ ที่รีโมตควบคุมยังอยู่ในถุงกระดาษ“อ๊ะ...อ๊า...” ณิชาเปล่งเสียงสะดุ้งเฮือก ร่างกายโค้งงอเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ ขณะที่ปลายเท้าจิกเก