تسجيل الدخول" อืม โลกที่ไม่มีเนอยู่ผมไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ หมาป่าอย่างพวกเรานอกจากการดูแลกลุ่ม หน้าที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่านั้นคือครอบครัว ผมมีภรรยาคือเนเพียงคนเดียว ผมรักและซื่อสัตย์เพียงหญิงเดียวในชีวิต นั่นคือเหตุผลที่ผมยังหายใจ... ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดคำว่ารักออกมาจากปากง่ายๆ ทั้งที่บ่อยควรจะชินแต่ทุกครั้งที่เสียงอ่อนโยนนั่นเอ่ย กลับทำให้เธอใจเต้นอยู่ทุกครั้ง... ผมขอโทษเนรา... สองแขนโอบคนด้านหน้าเท่าที่จะทะนุถนอมไม่ให้เธอต้องระคายตัว... ผมเป็นสามีบกพร่องทั้งความคิดและการกระทำ บังอาจประชดเธอ ผมแค่กลัว กลัวว่าถ้าหากปล่อยเนกลับไปเนจะไม่กลับมาอีก... เขาย้อนถึงเหตุการณ์อันเป็นสาเหุตชนวนของความไม่เข้าใจ... เหมือนกับ..." เขาชะงักลงพร้อมคลายแขนออกจากหญิงสาวทันทีทว่าการเงียบลงไปของเขาทำให้เนราหันกลับมามอง แน่นอนว่าเธอกำลังตั้งใจฟังเขาพร่ำรำพันด้วย เพราะสเวนเป็นคนพูดน้อย ทุกครั้งที่เขาพูดเธอจึงอยากตั้งใจฟังให้มากที่สุด
" เหมือนกับอะไรคะ หรือว่าคุณมีคนรักที่เคย..."
" ไม่ใช่ เพราะรักใครไม่ได้นอกจากเธอเนรา ผมหมายถึงผู้หญิงที่ทิ้งผมกับพ่อไป..." คำตอบของสเวนบวกกับอาการที่ดูเศร้าลงไปถนัดทำให้เนราเข้าใจคำตอบได้โดยไม่ต้องอธิบายต่อ ในที่สุดก็ได้เข้าใจอาการต่อต้านของสเวน ในวันที่เธอได้รับจดหมายจากครอบครัว เธอยืนยันได้เลยหากรู้ความจริงาก่อนหน้าเธอจะพยายามตะล่อมทำความเข้าใจกับสเวนเอง จะไม่ประชดเขาคืน...
" เรื่องความตาย... เธอหันหน้าและตัวมาเผชิญกับเขา ด้านเขาเองก็เงยหน้าหน้าทันทีเมื่อหญิงสาวเปิดประเด็น... เนเตรียมใจไว้ตลอดตั้งแต่ถูกยิงครั้งแรก คิดว่ายังไงซะชีวิตคงไม่ได้อยู่แบบปกติแล้ว และคนที่ช่วยให้เนมีชีวิต คือคุณค่ะ สเวน... เนคิดว่าการที่เนยังมีชีวิตอยู่ คุณเป็นคนกำหนดฉะนั้นถ้าคุณจะฆ่าเน เนก็ไม่มีทางโกรธฉะนั้นอย่ากังวลไปเลย... "
" อย่าพูดแบบนั้น... ฝ่ามือใหญ่ยกทาบพวงแก้มพลางใช้นิ้วโป้งสัมผัสริมฝีปากเล็กๆ ของเธอ... ผมขอโทษ... เขาเอ่ยขอโทษเธอซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้ง... ที่พาเนมาเจอเรื่องร้ายๆ เพราะจิตวิญญาณผมพันธนาการเธอไว้ ผมดึงเธอเข้าสู่โลกแห่งความหวาดกลัว ต้องหวาดระแวงอยู่ตลอดไม่เช่นนั้นแล้วเธอคงได้ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ทั่วไป "
" สเวน คนที่พันธนาการคุณไว้ เสมือนบ่วงคล้องชีวิตคุณ เป็นจุดอ่อนของคุณคือเน เนต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ... แววตาสีนิลขลับเข้มจริงจังขึ้นมาถนัด มือบางสัมผัสฝ่ามือใหญ่ที่กุมพวงแก้มเธอไว้... เนอยากขอโทษมาตลอดในช่วงเวลาที่เราทะเลาะกันแต่... "
" เนรา... ตัวผมก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าอยากให้ใครสักคนมาเข้าใจหรือสนใจ ความเหงา ความโดดเดี่ยว ความเศร้ามันเป็นความเคยชินเมื่อนานมาแล้วและไม่ได้คิดไว้ว่าการพบเนื้อคู่จะช่วยให้ผมได้มีอารมณ์ในแบบมนุษย์ทั่วไป ทุกข์ สุข เศร้า... ใบหน้าคมคายดูอ่อนลงพลันหรี่ตาคู่งามลงแทบปิดยามเอื้อนเอ่ยถึงความรู้สึกที่ซ่อนไว้ภายใน... จนกระทั่งได้พบกับเธอผมจึงรู้ว่าความรักมันมหัศจรรย์ ซับซ้อนยากเกินกว่าจะอธิบาย... ฉะนั้นได้โปรดอยู่เป็นโลกให้กับผม และอยู่เพื่อให้ผมได้รัก... " ประโยคสุดท้ายใบหน้างามทรงเสน่ห์สมบูรณ์ไปทุกส่วนยยื่นเข้ามาใกล้ ใบหน้าผู้เป็นดั่งดวงใจ เขายังคงกุมพวงแก้มไว้โดยมีมือของเธอกุมมือเขาไว้อีกชั้น ริมฝีปากโน้มลงประทับตรากลางหน้าผากเนราอย่างแผ่วเบา ไม่เนิ่นนานเขาถอนทันทีกลัวว่าเธอจะกลัว และเลื่อนใบหน้าลงมาเสมอกันจนรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน
ด้านเนราเริ่มรู้สึกร่างกายร้อนเป็นเท่าทวีทั้งที่อากาศรอบตัวหนาวจนแทบแข็ง มือบางหลุดจากการเกาะกุมมือของสเวนที่ยังคงกุมพวงแก้มนั้นไว้ไม่มีทีท่าจะถอนออก เธออ่อนแรงชั่วขณะยามถูกความรู้สึกของเขารุกเข้ามาในจิตใจ ในตอนนี้ดวงตาสีเขียวอมเทาพยายามบอกความต้องการลำดับถัด ไปใต้จมูกเล็กๆ ของเธอ ความอ่อนโยนของคนตรงหน้ากลับกลายเป็นแช่แข็งร่างเธอไปดื้อๆ จนต้องหลับเปลือกตาลงเมื่อริมฝีปากอิ่มของเขากำลังจะทาบทับเข้ามา
จี๊ด ซวบ งิ๊ดๆ เสียงจากทางด้านหนึ่งทำให้เนราหันไปมองพร้อมกับดึงฝ่ามือที่กุมแก้มเธอไว้ลง สัตว์ตัวน้อยสีขาวและสีน้ำตาลหูยาวขนฟูฟ่องดวงตาเรียวโตดูแวววาวกำลังหยอกล้อกันไปมา
" กระต่ายนี่... เธอถอนตัวจากท่อนแขนของเขาทันทีลุกไปอุ้มเจ้าตัวน้อยที่เรียกความสนใจ... สเวน ดูสิคะ ขนฟูนุ่มนิ่มจังเลย กระต่ายป่าใช่ไหมคะ " ใบหน้าสดใสเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่แสดงความพอใจราวกับลืมเหตุการณ์ช่วงดราม่าผสมความโรแมนติกเมื่อสักครู่ลงไปโดยปริยาย ด้านชายหนุ่มถอนหายใจแรง ดวงตาเรียวกลับมาคมเข้มดูน่าเกรงขามดังเดิม
" รู้แบบนี้น่าจะทำให้สูญพันธุ์ไปซะจริงๆ " เขาสบถพึมพำเบาๆ พร้อมใช้มือลูบผมที่ปกหน้าขึ้นไปอย่างหัวเสียกับเจ้าสัตว์ตัวจ้อยที่ดูเกรงกลัวเขายามมองจากที่ไกลๆ เพราะเขารู้หากเข้าไปเนราคงไม่ได้จับเจ้าตัวจิ๊ดริดเล่นแน่นอน พวกมันคงรีบวิ่งตาเหลือกตาลานเข้าป่าหาหลุมหลบภัยจากเขาผู้เป็นนักล่า
สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู
ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ
" มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด
ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ
เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ
ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน







