Home / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2 / ตอนที่ 11 King และ Queen ของอีเมอร์สัน

Share

ตอนที่ 11 King และ Queen ของอีเมอร์สัน

Author: 22 A Venus
last update Last Updated: 2026-01-17 14:03:08

เนรา หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อสามีแสนหวงยิ่งกว่าสิ่งใดรีบดิ่งมาจากโรงแรมซึ่งเพิ่งสนทนากับสวอนน่าเสร็จแบบไม่สุด เพื่อกลับไปยังโรงแรมเครือของตระกูลที่อีเมอร์สันเป็นคนดูแล เนื่องจากกลัวว่าสเวนจะมาถึงก่อนด้วยตนไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก เพราะคำสั่งอีกฝ่ายห้ามปรามไว้ แต่โครว์ยังใจดีปล่อยตนมาซ้ำเคธี่ยังคอยตามดูแล ตนจะให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเสมือนพี่ชายพี่สาวแท้ๆมารับโทษผิดแทนไม่ได้

"ดีนะคะที่พวกเราไม่ได้ไปกันไกล 20 นาทีก็มาถึงแล้ว"

"นั่นสิ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นของไว้เผื่อสเวนกับโครว์กลับมาพร้อมกันจะได้ทานข้าว"

"ฝากด้วยนะคะ" คนถือของเต็มมือรีบเดินกลับหายเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เหลือบมองชั้นรองเท้าให้ดีว่ามีบางคนกลับมาแล้ว

ขณะเดียวกันโครว์ซึ่งเดินออกมาจากทางเข้าห้องนอนของตนและภรรยา เห็นเนราวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างเร็วยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยาอย่างรู้สึกสนุกเมื่อเห็นเนราซึ่งดูแก่นแก้วปากบอกไม่กลัวสเวนจะดุ แต่ดันรีบมายิ่งกว่าความเร็วของจรวด

"เนราเห็นสเวนในห้อง หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง"

"ทำไงได้ หมอนั่นขอมาแล้วจะทำเป็นลืมเรื่องปล่อยเนราออกไปเที่ยวน่ะสิ" คนตอบพูดติดขำในลำคออย่างนึกสภาพสาวรุ่นน้องได้ไม่ยากว่าตาโตๆนั่นจะเบิกด้วยความตกใจสุดขีดขนาดไหน

"งั้นสเวนรู้อยู่แล้ว"

"ใช่ มาถึงตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนแล้ว แต่เพราะอยากปล่อยให้เนได้ออกไปข้างนอกแถมยังมีเคธด้วยเลยไม่ค่อยห่วง แต่ว่านี่มันจะหกโมงเย็นแล้ว เลยต้องตามกลับ"

ด้านเนราปิดประตูห้องเสร็จวางของไว้ยังห้องนั่งเล่นภายในห้องนอนก่อนรีบเดินเข้าไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปอาบน้ำ แต่มันต้องผ่านจุดเตียงนอน ภาพที่ทำให้การก้าวขาสะดุดแทบหน้าทิ่มคือ ชายหนุ่มเจ้าของเตียงเดียวกับเธอนอนคว่ำท่อนบนเปลือยสวมเพียงกางเกงขายาวหันหน้าออกไปทางระเบียง เนราถึงกับยกมือขึ้นมากัดราวกับกลัวเสียงจะหลุดจากปาก แม้จะคิดถึงเขามากแค่ไหนแต่ตอนนี้การถูกดุมีมากจนกลืนความคิดถึงไปหมด

เนราโดดเข้าห้องแต่งตัวไปถอดชุดและอาบน้ำ ซึ่งนั่นทำให้เธอใช้เวลาเกือบชั่วโมง ถือว่าแช่ตัวเพลินเพราะต้องคิดคำแก้ตัวกับสามีผู้ยุ่งงานถึง 5 วัน แต่กลับมาภรรยาออกไปเที่ยว สำหรับเธอมันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก ถ้าเธอเป็นสเวนคงน้อยใจยามกลับมาเหนื่อยๆแต่ไร้คนเฝ้ารอ

"ถ้าเป็นปกติได้กลิ่นเราน่าจะตื่นแล้ว... คนเพิ่งอาบน้ำเสร็จเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางมองใบหน้าคนเปลี่ยนท่านอนหันมาตะแคงอีกข้างด้านตรงกลับเธอในตอนนี้ ใบหน้าสเวนดูเหนื่อยอ่อน เหมือนครุ่นคิดบางสิ่ง แถมยังดูซีดเซียว ถึงผิวปกติของชายหนุ่มจะขาวเหมือนไข่ปอกอยู่แล้วก็ตาม... คงเหนื่อยมาก เรานอนตรงโซฟาดีกว่าไหมนะจะได้ไม่กวน" คนอุบอิบเบาจนแทบไม่ได้ยินเดินหวีผมไปโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องนอน กะว่าจะนอนรอให้สเวนตื่นแล้วค่อยกินข้าวเย็นอาหารจานโปรดของชายหนุ่มซึ่งเธอเตรียมไว้ต้อนรับกลับบ้าน

ทว่าวินาทีไม่กี่อึดใจ ขณะเงยหน้ามองกระจกเธอต้องตกใจที่อยู่ๆร่างชายผู้นอนบนเตียงมายืนอยู่ข้างหลังตน จนรู้สึกได้ว่าหัวใจเธอถูกกระชากออกด้วยความสะดุ้ง

"จะนอนแยกกับผมเหรอ" คำพูดนั้นเร็วเกินพอๆกับการเคลื่อนย้ายอุ้มเธอที่เพิ่งอาบน้ำใหม่ลอยพร้อมตัวเขาไปบนเตียง

"คุณตื่นอยู่เหรอ" เธอถามชายผู้คร่อมตัวเธอด้านบน พลางเบือนหนีสายตายามเขามองสบลงมา... สเวนมักชอบแทะโลมแทะตัวแทะใจเธอผ่านสายตาจริงๆ

"ผมเป็นหมาป่านะเนรา การรับฟังดีกว่าคนทั่วไป แถมกลิ่นภรรยาตัวเองผมจะไม่รู้ได้ไงว่าเธอมาแล้ว"

"เอ่อ..."

"หนีไปเที่ยวมาเหรอ" เขาเปิดประโยคให้เมื่อจับพิรุธคนนอนแนบกับผ้าปูได้ว่ากำลังลำบากใจจะเอ่ยความผิดของตนออกมาทั้งที่เขาเองไม่ได้โกรธอะไร

"ก็ไม่ได้ออกไปไหนเลยนี่คะ วันนี้วันแรกตั้งแต่เกิดเรื่อง"

"ผมไม่ได้ว่าอะไร" เขาเอ่ยขึ้นปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นคนด้านล่างกำลังชิงงอนน้อยใจเขาไปเสียดื้อๆ

"คุณไม่โกรธเหรอ" ครั้งนี้เธอหันหน้ากลับมาสบตาสามีซึ่งไม่เคยละสายตาจากใบหน้าเธอสักวินาที

"ถ้ามันทำให้เนดูสดใส แล้วหน้ายิ้มแบบนี้ได้ผมโอเค"

"เนแค่อยากไปนั่งกินขนมหวานแล้วชมวิวเล่นๆ พี่เคธก็ไปด้วยนะ..." เนราดูมีความสุขพูดเจื้อยแจ้วอย่างอธิบาย พยายามถ่ายทอดความสนุกยามได้รับให้สเวนฟัง ราวกับลูกสาวต้องรายงานพ่อ ซึ่งเขาได้แต่ถามเพียงสั้นๆว่าไปไหนมาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทุกครั้งเมื่อเนราหยุด ให้เจ้าตัวซึ่งมีแววตาเป็นประกายยามเล่าถึงสถานที่ที่ไปผจญพูดไปเรื่อยๆ เขาชอบที่จะฟังเสียงเธอและเห็นรอยยิ้มเหมือนเด็กๆยามพยายามบอกในสิ่งที่ตนชอบ

"งั้นว่างๆเราไปขับเรือเล่นในทะเลสาปกัน แล้วไปเที่ยวดีไหม" คนเท้าหัวปล่อยร่างคนเล่าให้เป็นอิสระแนะนำตัวเลือกขึ้นมา พลางใช้มือปัดผมหน้าไปทัดหู ซึ่งยามเจ้าตัวได้ยินประโยคนั้นก็หันตะแคงมาหาเขา

"ขับเรือเหรอคะ" สำหรับเนราอาการตอนนี้ประมาณว่าว้าว มันชั่งดูตื่นเต้น

"ใช่ แต่ถ้าเนไม่ชอบธรรมชาติมากกว่าเมือง เราไปเที่ยวประเทศอื่น อืม... ใบหน้าคมคายขบคิดด้วยรอยยิ้ม ขณะยังคงสบดวงตาคู่โตสีดำขลับ นิ้วพลางเกลี่ยผิวแก้มคนข้างกายเบาๆราวกับกำลังขอให้เธอช่วยเขาคิด ช่วยพูดความต้องการถึงสถานที่ที่อยากจะไปมาที เพราะเขาเองไม่ถนัดนัก... หาสถานที่สวยๆ นั่งทานของอร่อยๆดีไหม"

"ไม่ค่ะ เนชอบ เนอยากลองขับเรือมานานแล้ว พาเนไปเที่ยวใกล้ๆก็ได้ เขตอุทยานคุณก็ดูแลอยู่ พาเนไปเที่ยวเล่นข้างในก็ได้นะ เห็นพี่โครว์บอกว่ามีสิงโต เสือ หมี ที่เนสามารถเล่นกับพวกเขาได้ พวกเขาเป็นมิตรกับพวกคุณ" เนราไม่เคยขออะไรซึ่งเป็นเรื่องไกลตัวเขาเลย ที่ที่สงบอยู่กับป่าพงไพรส่วนใหญ่ล้วนเป็นธรรมชาติ เธอไม่อยากให้เขาลำบากเพราะรู้นิสัยเขาดีว่าไม่ถูกกับความเป็นเมืองเสียเท่าไร หรือเพราะไม่อยากเอาแต่ใจตนเองกัน

นั่นยิ่งทำให้สเวนคิดหนักเพราะช่วงเวลายามเนราอยู่กับอีเมอร์สันเกือบปีที่ทรานซิลเวเนีย ชายหนุ่มผู้พี่เอาใจสาวเจ้าถูกไปหมด โดยเฉพาะรูปถ่ายอัลบั้มในโน๊ตบุ๊คที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะส่อง แต่ดันไปเห็นเข้าตอนเนราเปิดมันขึ้นมา ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในเมืองช่วงราตรี แสงสีเจิดจรัสสาดกระจ่างดูสวยงาม ดึงดูดให้เธออยากบินระเริงเล่นกับมันเสียเหลือเกิน

แม้สเวนไม่ใช่ประเภทชอบเข้าเมืองแต่เขารู้จักสถานที่ในต่างประเทศดี ไม่ว่าจะประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส หรืออเมริกา จุดสำคัญของประเทศนั้นๆ เขาจดจำรายชื่อเมืองท่องเที่ยวได้ละเอียดยิบ ถึงจะแบบนั้นแต่ไม่มีสักครั้งที่เขาไปเยือนแล้วจะมีความสุข

"อุทยาน เนจะไม่เบื่อแน่นะ ข้างในมีแต่ป่าและบางที่ชื้น ปกติผมพาเธอไปเดินเล่นไม่นานก็พากลับ ถ้าจะเที่ยวชมทั้งวันยังไม่หมดเลยนะ"

"นั่นมันป่าแถวบ้านสวนนี่คะ อุทยานนานๆคุณจะพาไปที เนเคยขอให้คุณพาไปด้วยเวลาคุณไปทำงานคุณปฏิเสธตลอดเลย"

"ไปครั้งสองครั้งนานๆทีเนจะได้ไม่เบื่อ"

"เนไม่เบื่อหรอก นะ ถ้าคุณมีงานที่อุทยานพาเนไปด้วยนะคะ" น้ำเสียงออดอ้อนชนประชิดใจแทรกซึมความรู้สึกอีกฝ่ายรวดเร็วจนเกินต้านทานได้เช่นทุกครั้ง สองแขนคล้องเอวเบียดตัวหน้าซุกให้ร่างแกร่งใจอ่อนยอมจำนน มันเป็นวิธีที่เธอทำบ่อยครั้งและได้ผลทุกครั้ง

"ช่วงผมฝึกงาน ผมจะไปที่นั่นบ่อยไว้จะพาเนไปด้วย" คนรับฟังคำยักหน้ายิ้มแป้นขอบคุณอย่พักหนึ่งก่อนจะใช้มือนุ่มเอื้อมไปปัดผมด้านซ้ายที่ลงมาปิดแผลเป็นที่มีความยาวมาถึงครึ่งเปลือกตา ลอยเล็บยาวที่เขารับไว้แทนเธอที่ไม่มีทีท่าจะจาง

"หน้าคุณซีดๆ งานหนักมากเหรอคะ" เขายิ้มรับใช้หน้าถูเข้าฝ่ามือที่ส่งความห่วงใยมาให้

"เวลาไม่มีเนอยู่ข้างๆ มันทำให้ผมหนาว... แขนแกร่งกระชับคนตัวเล็กเข้ามากอดแน่น ด้านเนราสัมผัสได้ถึงความเศร้าบางอย่างที่ชายหนุ่มมี และมันส่งความอึดอัดนั้นมาหาตนด้วย... หนาวราวกับว่ากระดูกกำลังถูกบด อากาศหายใจก็เหมือนไม่มี... จากจะถามสเวนเรื่องแวน พลันมลายหายไปสิ้นเชิงเนื่องจากไม่ใช่เวลาเหมาะนัก จึงได้แต่ใช้มือลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ... ผมคิดถึงเธอ" คนโหยหาไออุ่นเชยคางเนื้อนุ่มข้างกายขึ้นเพื่อลิ้มรสละมุนจากริมฝีปาก แม้จะเก้อเขินแต่ก็ยอมผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีแต่โดยดีอย่างไม่ปัดป้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของความรู้สึก

วันรุ่งขึ้น

เนราซึ่งกำลังนั่งรถมาถึงมหาวิทยาลัยดูหน้าตาเหมือนลุ้นอะไรสักอย่าง ซึ่งสิ่งนั้นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเพื่อนสนิทชายปากร้ายอย่างแวน บุคคลที่เธออุตส่าห์ทักข้อความหามีนาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อถามว่าวันนี้ทั้งคู่มามหาวิทยาลัยหรือไม่

มีนาเพิ่งตอบเธอกลับหลังจากห่างหายไปตั้งแต่เกิดเรื่องว่า วันนี้จะไปมหาวิทยาลัยทั้งตนและแวน สำหรับเนราซึ่งไม่ได้ถามคำถามกับสามีออกไปก็เป็นธรรมดา จะลุ้นความปลอดภัยโดยไม่มีรอยข่วนใดๆบนร่างกายเพื่อนชาย แม้ก่อนหน้าโครว์และเคธี่จะบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เถอะ

ไม่ทันไรรถส่วนตัวสเวนเลี้ยวเข้ามาจอดยังด้านหลังตึกคณะนิติศาสตร์ของผู้เป็นภรรยา และวินาทีที่สายตาคู่สีดำได้เหลือบไปเห็นแวน มีนา เพื่อนทั้งสองที่เพิ่งลงมาจากรถส่วนตัวเช่นกันจึงรีบปลดเข็มขัดนิรภัยวิ่งปรี่ลงจากรถด้วยความดีใจ

"แวน... เธอไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อนชายที่เป็นห่วงมาตลอดในระยะเวลาหลายวัน ทำเอานอนไม่หลับ... ไม่เป็นไรจริงๆด้วย ไม่เจ็บตรงไหนจริงๆใช่ไหม" คนถูกถามเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาเป็นห่วง และได้ยินเสียงคล้ายคนจะร้องไห้พร้อมสำนึกผิด เธอคงกลัวว่าจะทำร้ายเขาจริงๆถึงได้กลั้นพลังไว้ให้มันโจมตีตัวเธอเอง

"ไม่เป็นไรหรอก เนนั่นล่ะดีขึ้นแล้วใช่ไหม" มีนาเดินอ้อมรถจากฝั่งคนนั่งเข้ามาหาเพื่อนสาวเพราะรู้ว่าตอนนี้แวนคงไม่อยากพูดอะไรมาก และดูท่าเนราเองยังไม่ทราบเรื่อง

"เนโอเค" เธอตอบมีนาไปทั้งที่ตายังมองใบหน้าเพื่อนชาย ซึ่งตอนนี้ยังคงทำใบหน้ารำคาญตนเช่นเดิม

"ไป ขึ้นเรียนกันเถอะ" เจ้าหน้าที่ Hunter สาวอย่างมีนากอดคอคนตัวเล็กตรงหน้าก่อนพาเธอขึ้นอาคารเรียน เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศต้องการสนทนาจากสเวนกับชายหนุ่มแวน

"ยังทำตัวน่ารังเกียจเหมือนเดิม" เสียงเข้มพูดอย่างไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีเย็นชาต่อภรรยาเขา

"ฉันไม่ใช่นายที่ต้องใจดีกับเธอ" แวนเดินเลี่ยงหวังตามทั้งสองคนผู้ขึ้นไปก่อนล่วงหน้า เพราะไม่อยากสนทนากับเจ้าแห่งหมาป่าผู้กำลังแสดงสายตาหาเรื่อง

"อย่าได้ลืมหน้าที่... น้ำเสียงเฉกเช่นคำสั่งอ้างย้ำเตือนผ่านแผ่นหลังอีกฝ่าย ในฐานะผู้มอบชีวิตใหม่ให้... ที่ฉันยอมเสนอทางเลือกนี้ให้เพราะนายยังมีประโยชน์"

"ประโยชน์ต่อความสุขตัวเอง... แวนสวนกลับคนด้านหลังทันที พร้อมหันหน้ามากระตุกยิ้มก่อนเสียดแทงด้วยประโยคที่คนอย่างสเวนไม่คิดว่าแวนจะกล้าสวนมาทั้งๆที่รู้ว่าเขาสามารถบงการความคิดและการกระทำได้ทั้งหมด... นายมันแค่คนเห็นแก่ตัว หวังจะมีความสุขยามได้เห็นเนราร่าเริงและยิ้มได้ แล้วไง ตอนนี้ความสุขของเธอคือฉัน นายเองก็อย่าได้ลืม" คำพูดอีกฝ่ายนั้นเสมือนค้อนหนักหลายตันทุบลงมาจังๆ บริเวณหน้าอกเขา

"ฉันไม่ปฏิเสธว่าเนราเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต ไม่หนี ถ้าจะบอกว่าเห็นแก่ตัว" มือหนากำแน่นไม่รู้ว่าโกรธคนตรงหน้าที่พูดจาเหมือนว่าตัวเองสำคัญหรือเพราะเกลียดตัวเอง

ในมุมหนึ่งของห้องพักโรงแรมเครือคาสเชล เมืองหลวงเชคเวีย ชายทรงอำนาจแห่งสถานะราชาแวมไพร์นอนใช้แขนข้างหนึ่งหนุนหัว มืออีกข้างหมุนไพ่สีขาวที่สั่งทำขึ้นโดยเฉพาะ ด้านมุมเป็นอักษร k ตัวพิมพ์เล็กรูปตรงกลางเป็นอัศวินถือดาบโชกเลือด อีเมอร์สันมองไพ่นั้นอยู่นานด้วยรอยยิ้มอันไม่สามารถแปลความได้ ก่อนถอนหายใจกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานไปยังผู้ยืนหันหน้าเข้าหาประตูอยู่นานสองนาน

"โลแกน ถ้าผมไม่เป็นผู้เชิญเข้ามา นายจะยืนอยู่แบบนั้นจนผมสิ้นลมหรือไง" สิ้นคำพูดประตูตะบึงตะบันเปิดเอง

ด้านโลแกนเดินเข้ามาด้วยความรู้สึกผิดเมื่อทำให้นายขุ่นเคือง แต่ด้วยความเป็นห่วงยามไม่เห็นอีเมอร์สันออกมาจากห้องเป็นเวลาหลายวัน ซ้ำโทรศัพท์มือถือยังวางทิ้งไว้เฉยๆให้ดังจนแบตหมดชาจน์อีกครั้ง และยังมีสายเรียกเข้าจนแบตหมดวนซ้ำไปมา ซึ่งผู้ที่ทำให้เขาไม่รับสายคือเนรา เพราะหากยังปล่อยใจและความรู้สึกไปมากเขาอาจจะไม่สามารถปล่อยเธอไปได้ รวมถึงวันทราบข่าวว่าจากด็อกเตอร์คาร์สันติดต่อผ่านอีริคผู้เป็นบิดา ว่าเนราสร้างพลังอันเป็นผลกระทบตัวเองด้วยไม่อยากทำร้ายเพื่อนชาย คงจะด้วยเหตุนั้นร่วมกันทำให้อีเมอร์สันขังตัวเองในห้องเพราะกลัวว่าจะอดกลั้นไม่ไหวบุกไปฆ่าแวน ผู้มักทำให้คนสำคัญของเขาต้องเสียใจหลายต่อหลายครั้ง

"ขออภัยครับ"

"มีเรื่องอะไร"

"เมื่อวันก่อนผู้อำนวยการสมาคม Hunter มาขอพบครับ แต่เพราะเห็นท่านพักผ่อนจึงฝากจดหมายไว้" อีเมอร์สันวางไพ่ในมือลงบนโต๊ะข้างโซฟาก่อนยื่นมือไปหยิบจดหมายซึ่งผู้เป็นเสมือนพ่ออีกคนของเขาได้มอบไว้ พลันเบิกตาขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มส่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมาเล็กน้อย

"ดูเหมือน King จะเป็นฝ่ายเลือกอัศวินให้ราชินีแล้ว คิดว่าจะจัดการเองแท้ๆนะ... เขาวางจดหมายลงบนโต๊ะก่อนเอื้อมมือไปหยิบไพ่ซึ่งเพิ่งวางทิ้งไปเพราะถึงเวลาที่มันควรมีจุดประทับ มือสวยผุดผ่องวางไพ่บนกระดานติดฝาผนังไว้ใต้ล่างไพ่ Q... ทั้งยังเป็นคนเดียวกับที่หมายตาอีกด้วย"

"งั้น King ที่ท่านวางไว้..."

"เตรียมตัวให้พร้อม... คนถูกถามไม่ตอบอันใดในเมื่อมือขวาของเขาเข้าใจดี ก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยนาม... ติดต่ออีธานเรื่องเจ้าหน้าที่ที่ทางสมาคมจะส่งมาคุ้มกันงาน ให้มาก่อนอย่างน้อยหนึ่งวัน งานเลี้ยงเปิดตัวเนราครั้งนี้เราจะได้ทราบกันว่าใครเป็นปฏิปักษ์และไมตรี ผู้ที่สยบยอมต่ออำนาจเลือดแท้เท่านั้นที่ผมจะยกเกียรติให้เป็นปราการป้องกัน ส่วนพวกที่เหลือคงเป็นแมลงพิษมีแต่ต้องกำจัดทิ้ง" โลแกนได้แต่มองด้านหลังจดหมาย แม้จะวางบนโต๊ะแต่ตนไม่มีสิทธิ์ไปหยิบมาอ่านหรือรับรู้หากอีเมอร์สันไม่ได้พูดเปรยหรือกล่าวตรงๆ

"ท่่านครับยังมีอีกเรื่อง... โลแกนทักร่างสูงที่กำลังเดินออกจากห้อง... ผู้ที่มีความสามารถทำนายดวงชะตา นักพยากรณ์ภายในหมู่บ้านหมาป่าใกล้กับอุทยานที่รัฐซิลเวีย คือ ท่านเนซาครับ" อีเมอร์สันเพียงหันหน้ากลับมาครึ่งหน้า เมื่อเรื่องที่เขาให้ไปตามสืบตั้งแต่อาทิตย์ก่อน ดูท่าจะได้คำตอบยืนยันตัวตนถึงบุคคลผู้เคยหมายล้วงอ่านชะตาคนสำคัญของเขา

ครั้งแรกเมื่อสองปีก่อนนั่นเป็นครั้งที่เนราบินลัดฟ้าตามเนื้อคู่ของตนมาซึ่งตนได้เตือนโดยแผงฤทธิ์อำนาจเข้าสู่ประสาทการรับรู้ทางจิตไปแล้วว่าไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาล่วงรู้ และครั้งที่สองเมื่ออาทิตย์ก่อน เนื่องจากจิตเนราผูกติดกับเขา ตัวเขานั้นจึงรับรู้ไปด้วยว่าผู้ใดย่ำกรายเข้ามาขวนขวายสิ่งที่พวกเขาเป็นหรือพลังที่มี จึงสร้างปรากฏการณ์เผากระดานกระดาษไปยังผู้กำลังนั่งสมาธิตรวจสอบ ก่อนส่งภาพเงาดำสูงใหญ่คดเคี้ยวให้สะพรึง ถ้าปล่อยให้ใช้ความสามารถในการทำนายดวงชะตาต่อไปคงได้ล่วงรู้ความลับของเนราที่ไม่ควรรู้อย่างเรื่องเลือดพิเศษอันเป็นดั่งไฟของเธอ

"ท่านผู้นั้นเป็นใคร" อีเมอร์สันยังคงพูดให้เกียรติเนื่องจากผู้สามารถใช้จิตแทรกแซงเข้ามาพยากรณ์หรือทำนายผ่านจิตโดยตรงของเป้าหมายได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาหรือสายเลือดพิเศษเผ่าพันธุ์อื่นทั่วไป

"เหมือนจะเป็นคนจากตระกูลควอตซ์ครับ ผู้นำรุ่นก่อน ก่อนที่ท่านวิกเตอร์และท่านสเวนจะขึ้นครองตำแหน่ง"

"ย่างั้นเหรอ... อีเมอร์สันว่าในใจ... แต่ถึงแบบนั้นใช่ว่าผมจะปล่อยไปหากว่าท่านเข้ามายุ่มย่ามในสถานที่ซึ่งไม่ควร" ร่างสูงสง่าเดินออกจากห้องโดยทิ้งความเงียบไว้กับมือขวา

ในที่สุดงานเลี้ยงเปิดตัวทายาทคนสำคัญของตระกูลคาสเชลได้มาถึง สถานที่จัดงานไม่พ้นพื้นที่โรงแรมของตระกูล ห้องโถงระดับสูงกว้างขวางปูพรมสีครีมสลับแดง ดูยังไงก็มองไม่ออกว่านี่คือสถานที่ภายในโรงแรมคิดว่าเป็นคฤหาสน์เสียอีก ด้วยถูกสร้างขึ้นเป็นสามชั้นในโซนเดียวล่างสุดคือห้องโถงสำหรับงานเลี้ยง ชั้นสองเป็นโต๊ะนั่งรับรองซ้ำยังเปิดวิวทิวทิศน์เป็นบานกระจกใสนิรภัยทั้งหมด ซ้ำยังเป็นจุดนั่งของชนชั้นสูงอย่างตระกูลคาสเชลด้วยโต๊ะชุดหมู่เบาะหนังปูด้วยขนนุ่มอย่างดีบริเวณตรงกลางยามขึ้นบันไดจากชั้นแรกเพื่อให้ทุกสายตาสามารถมองเห็น ส่วนชั้นสามเป็นห้องน้ำและห้องพักผ่อนชั่วคราว

รอบงานมี ดอกกุหลาบสีแดงคล้ายโลหิต บางกลีบเป็นสีเช่นเดียวกับพระอาทิตย์ย่ำเย็นประดับรอบงาน ไม่ว่าจะกลิ่น สี ลักษณะดอกเป็นพันธุ์ไม่เคยมีผู้ใดพบเจอ อีเมอร์สันสั่งให้คนสนิทไปตัดจากสวนข้างคฤหาสน์ที่ทรานซิลเวเนีย สวนไม้งามที่เขาตั้งใจปลูกมันแด่เนรา

ด้านคนสำคัญอย่างเนราในตอนนี้อยู่ในชุดราตรีเจ้าหญิงงดงามสีแดงแบบเดียวกับกุหลาบที่ตนชอบ มือบางจับขยับสายประดับดอกกุหลาบจากวัสดุนุ่มนิ่มมีเพียงข้างหนึ่งของเดรสเกาะอกขึ้นพาดไหล่ซ้าย โดยมีซิลวี่พี่เลี้ยงสนิทซึ่งมารับด้วยเครื่องบินส่วนตัวช่วยอีกมือ พลันรูดซิบชุดบริเวณด้านหลังให้เสร็จสรรพพร้อมจัดกระชับให้รัดกุมโดยเฉพาะกระโปรงบานยาวผสมความเป็นผ้าชีฟองไม่ให้สีแดงดูทึบมืดเกินไป

"ท่านเนรานี่ผ้าคลุมนะคะ เพราะชุดเว้าหลังมาถึงช่วงกลาง ไว้เผื่อว่าแอร์ข้างในจะเย็น"

"ขอบคุณค่ะพี่ซิลวี่ ท่านพี่นี่ออกแบบชุดถูกใจเนอีกแล้ว... คนพูดหมุนส่ายไปมาบริเวณกระจก แต่ยังรู้สึกขัดๆกับแผ่นหลังที่ต้องเปิดไปถึงช่วงกลาง ทั้งที่ข้างหน้าเป็นเกาะอกสายเดี่ยวช่อดอกไม้หนึ่งข้างทรงปกติ... ถึงช่วงหลังมันจะเว้าไปหน่อยก็เถอะ ยังดีนะที่มีผ้าคลุม"

"ยังไงเสียท่านปล่อยผมยาว... คนเตรียมทรงผมเป็นพนักงานจัดแต่ง รวบเส้นสียาวดำนุ่มสลวยเกือบสะโพกไปไว้ด้านหลัง ดัดลอนปลายให้พอมีคลื่นเป็นธรรมชาติ ก่อนแสกกลางด้านหน้าพร้อมจับช่อม้วนทัดข้างไปด้านหลังคล้ายมงกุฎ ตีช่อหลายช่อเป็นดอกไม้ด้วยเส้นผมไว้ครั้งหัว บรรจงติดกิ๊บเพชรซึ่งถูกทำขึ้นพิเศษรูปผีเสื้อสีขาวลงประดับ... อดทนหน่อยนะคะเหลือเพียงแต่งหน้าก็เสร็จแล้ว"

"เนไม่รีบค่ะ แล้วนี่ท่านพี่จะมารับที่ดาดฟ้าหรือเปล่า" เธอมองกระจกถามซิลวี่ผู้ยืนควบคุมเหล่าบรรดาช่างแต่งตัว เพราะสเวนแต่งออกมาจากโรงแรมเรียบร้อยก่อนขึ้นเครื่องแล้ว

"แน่นอนค่ะ ท่านจะมารับคุณด้วยตัวท่านเอง" คนฟังยิ้มมีความสุขยามจะได้เจอพี่ชายคนสำคัญ บุคคลซึ่งพยายามหนีห่างไม่รับสายไม่ติดต่อตั้งแต่เขาทิ้งเธอไว้กับสเวนในคืนที่ความทรงจำกลับมา

ไม่นานนักจากซิลเวียแล่นสู่เขตเมืองหลวงอย่างเชคเวียในประเทศเดียวกัน เครื่องบินส่วนตัวร่อนลงจอดยังชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหนึ่ง สเวนชายหนุ่มในชุดทักซิโด้สีกรมเข้มเดินลงตามหลังผู้คุ้มกันที่อีเมอร์สันส่งมา เขาลงมาก่อนเพื่อคอยประคองผู้ขึ้นชื่อว่าภรรยาให้เดินลงบันไดได้สะดวก ด้วยชุดยาวลากพื้นและรองเท้าส้นสูงเธอจึงค่อนข้างลำบากจากการย่างก้าว แม้เจ้าตัวจะไม่กลัวหน้าทิ่มแต่ก็เกือบพลาดตอนแต่งตัวเสร็จออกมาให้เขาได้ชื่นชมตอนอยู่บนเครื่อง

วินาทียามได้ลงมายังพื้นโดยมีมือสเวนรับมือเธอไว้ให้ทรงตัวได้ดี สายตาคู่กลมโตมองไปยังบุคคลผู้ยืนคอยตนอยู่ พลันรีบสาวเท้าด้วยใจคะนึง

"ท่านพี่... ปล่อยมือจากชายผู้เป็นสามีเข้าไปหาอีเมอร์สันราวกับถูกแรงดึงดูดเข้าหากันทันที คนตัวเล็กกว่าโอบกอดด้วยความคิดถึงจนอยากหลั่งน้ำตา ทว่าบริวารผู้เป็นแวมไพร์ของอีเมอร์สันรายรอบตัว จึงทำได้แต่ซุกหน้าเข้าแผงอกเขา ด้วยไม่อาจให้ผู้ที่มีสถานะทางเชื้อสายต่ำกว่าได้เห็น... ทำไมถึงใจร้ายนัก ท่านพี่ไม่ติดต่อมาเลย"

"งานทางนี้ยุ่งและงานต่างประเทศอีกพี่ไม่ค่อยได้อยู่กับที่นัก" มือสวยผิวเนียนละเอียดจับข้างแก้มเพื่อปลอบคนทำหน้าน้อยใจ ส่วนอีกข้างโอบไปด้านหลังอย่างที่เคยทำ

ขณะนั้นลมบนดาดฟ้าพอมีทำให้สเวนเพิ่งสังเกตเห็นว่าชุดภรรยาตนนั้นเว้าหลังมาถึงครึ่ง ซ้ำในตอนนี้ยังถูกมือผู้อื่นสัมผัสประคองอยู่ ถึงมันจะเป็นมือพี่ชายอย่างอีเมอร์สันก็ตาม

"มาแล้วเหรอเจ้าหญิงของพ่อ" เนราละจากพี่ชายไปสู่อ้อมอกของบิดาก่อนหอมแก้มทักทายด้วยความคิดถึงอย่างเคย คนเป็นพ่อลูบเส้นผมลูกสาวก่อนละมือไปประคองด้านหลังเฉกเช่นเดียวกับอีเมอร์สันเพิ่งกระทำไป และแน่นอนว่ามีคนไม่พอใจกำลังเดินเข้ามาเพื่อทักทายครอบครัวภรรยาตนเอง หลังจากได้รับประโยคจากซิลวี่พี่เลี้ยงเนราที่ไม่ค่อยชอบหน้าตนว่า

"ปกติท่านเนราจะทักทายท่านเมอร์สันด้วยการหอมทุกครั้ง แต่ครั้งนี้แปลกมีเพียงท่านอีริคที่ท่านเนราทำเช่นนั้น" น้ำเสียงซิลวี่กำลังบ่งบอกว่าการที่เขามายืนตรงนี้ ทำให้เนราปฏิบัติตัวกับครอบครัวโดยเฉพาะอีเมอร์สันเปลี่ยนไป นั่นยิ่งจุดไฟในอกด้วยความหวงของเขามาโดยตลอด ซึ่งไม่สนว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นบิดาแท้ๆของเธอ

"สวัสดีครับท่าน" อีเมอร์สันดึงเนรามาไว้ข้างกายขณะสเวนเดินมาทักทายพ่อตน

"สวัสดี สบายดีนะสเวน" ชายอาวโสตบบ่าชายหนุ่มเสมือนลูกชายคนหนึ่ง

"ครับ ท่านเองก็สบายดีนะครับ"

"เรียกพ่อเถอะ เธอเป็นสามีเนราก็เหมือนลูกชายของฉันอีกคน" คนฟังอย่างเนรายิ้มไปด้วยเพราะยังไม่เคยเห็นสเวนใช้คำเรียกพ่อเธออย่างควรเสียที

"ขอบคุณที่เมตตาครับคุณพ่อ"

"อีก 15 นาทีงานจะเริ่ม เข้างานกันเถอะ" เสียงกังวานดังเพลงหวานของอีเมอร์สันพูดขึ้นพร้อมประคองเอวคนสำคัญซึ่งต้องควงเขาในวันนี้ไปยังลิฟต์ด้านใน

ด้านสเวนต้องร่วมบทสนทนาทั่วไปยามอีริคถามไถ่ ในฐานะลูกเขยเขาคงขัดหรือละเลยทำเฉยชาใส่ไมไ่ด้ โดยเฉพาะธุรกิจคาสิโนที่สเวนเปิดไว้ให้ลูกน้องเป็นคนดูแล แต่แล้วเมื่อลงมายังชั้นงาน สเวนซึ่งอดไม่ไหวกับมืออีเมอร์สันเอาแต่ประคองผิวเนื้อเนราไว้จนแทบอยากเดินเข้าไปหักกระดูกให้ลั่น

"ขอโทษนะครับ ที่นี่มีห้องแต่งตัวหรือเปล่า" สเวนถามพ่อภรรยาขึ้นเมื่อเดินใกล้ถึงห้องโถงใหญ่

"จะใช้เหรอ" อีริคถามขึ้นอย่างสงสัย สำหรับชายรูปงามเตรียมตัวมาพร้อมทุกองค์เครื่องจนสตรีต้องเหลียวตามองไม่ต่างกับลูกชายตนมีอะไรต้องแก้ไขอีก

"ครับ ขอรบกวนครู่เดียว"

"มีอะไรเหรอคะ" เนราซึ่งได้ยินเสียงขอของสเวนจากด้านหลังหันมามองด้วยความสงสัย

"ไปกับผมหน่อยนะ" น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับเว้าวอนให้คนตรงหน้าช่วยละมือจากพี่ชายฝาแฝด ยามหห็นสีหน้าสเวนดูกังวลแปลกจึงหันไปขออีเมอร์สันและผู้เป็นพ่อ ซึ่งระหว่างนั้นสเวนรับปากว่าจะพาเนรามาส่งให้ทันพิธีเปิด

"มีอะไรเหรอคะ ทำไมถึงขอห้องแต่งตัว... เนราจับแขนสามีพลางหมุนร่างสูงไปมาสำรวจ รวมไปถึงใบหน้าทรงผมไม่มีอะไรเสียทรงเสียความสมดุล... หรือว่าคุณอึดอัด" ชายหนุุ่มเปลี่ยนสีหน้าจากเมื่อครู่เข้าสู่สภาวะอารมณ์ปกติและถอนหายใจแรงออกมาก่อนตวัดสายตาไปล็อคห้องแต่งตัว

"ผมเพิ่งสังเกตว่าชุดเนมันเว้าหลังจนถึงครึ่ง"

"อ๋อ เนรู้ตอนใส่นี่ล่ะค่ะ แต่ว่ามีผ้าคลุมนะอยู่กับพี่ซิลวี่แถมผมเนยาวปกลงมาเกือบสะโพกแหนะ" เธอยังคงอธิบายถึงอุปกรณ์หรือสิ่งสามารถปกปิดมันได้ โดยไม่รับรู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังไม่พอใจยามเธอเต็มใจใส่มันออกไปทั้งแบบนั้น

"แล้วจะเปิดหลังทั้งแบบนั้นหรือไง"

"ก็บอกแล้วไงคะว่ามีผ้าคลุุมแล้วผมเนยาวพอจะปิด... ครั้งนี้เธอหันหลังจับช่วงผมให้เขาดูชัดๆเพื่อที่จะได้ไม่เป็นกังวล ขณะเดียวกันสเวนเดินก้มหน้าก้มตากำมือแน่นเข้ามา... นี่น่ะชุดท่านพี่ออกแบบเลยนะคะเนต้อง..." ไม่ทันได้ชื่นชมชุดที่ตนอยากใส่ต่อสเวนได้รวบผมเธอไปไว้ด้านหน้าก่อนล็อคเอวเธอเข้ามาพร้อมใช้ริมฝีปากจูบไปบริเวณหลัง

ด้านคนถูกกระทำรับรู้ถึงความอุ่นชื้นผ่านผิว แม้จะดิ้นใช้มือตีเขาออกก็แต่ถูกล็อคไว้ ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมองดูผลงานด้วยรอยยิ้มซึ่งนั่นทำให้เนราเบือนหน้าหนีไม่กล้าหันมามองด้วยความอาย เพราะเขาเปลี่ยนที่จะฝากฝังรอยจูบนั้นไว้อีก และเมื่อมันปรากฏสีเด่นพอเห็นได้ในระยะสายตาเขาจึงหยุดดึงตัวเนราหันหน้ามาชนเขา และหัันหลังเธอไปยังกระจกภายในห้อง

"จะดีเหรอถ้ามีคนเห็นรอยนี่... เนรามองไปยังกระจกด้วยความตกใจด้วยสีหนึ่งเด่นขึ้นมาสองจุดบริเวณกลางหลัง เขาไม่ได้จูบเธอเพียงอย่างเดียว... รีบจัดการก่อนผมจะหมดความอดทน"

"คุณเป็นคนทำ จะให้เนจัดการยังไง" เธอผละจากเขามายังด้านหนึ่่งของมุมโซฟา ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะฝากมันเพิ่มขึ้น

"ผมไม่ได้หมายถึงรอยจูบที่หลัง แต่หมายถึงจะทำยังไงให้ข้างหลังมันไม่โล่งขนาดนี้ หรือให้เท่ากับเกาะอกข้างหน้า"

"ถ้าคุณไม่ทำมันเป็นรอย..."

"ไม่ชอบเลย... น้ำเสียงขุ่นเคืองสั่นในลำคอเอ่ยขึ้นอย่างกัดฟันเพราะตัวเขาเองก็รู้สึกผิดยามเผลอล่วงเกินบุคคลซึ่งอยากถนอมน้ำใจไว้ยิ่งกว่าผู้ใด... ไม่อยากให้ใครสัมผัสทั้งนั้น ชุดราตรีนี้งดงามเหมาะสมกับเนมากก็จริง แต่จะให้ผมยืนทนดูมือใครต่อใครมาสัมผัสเนื้อตัวเธอผมทำไม่ได้"

"ใครจะมาทำแบบนั้นได้คะ"

"งานเลี้ยงมักพ่วงการเต้นรำเข้ามาด้วย ยังไงเนก็เลี่ยงไม่ได้" คำอธิบายจากร่างสูงตรงหน้าทำให้เธอเข้าใจในสิ่งที่เขาเพิ่งกระทำลงไปทันที แทนที่จะโมโหเมื่อสเวทำอะไรแปลกๆในโรงแรมพี่ชายเธอ กลายเป็นเห็นใจสามีตนเองเสียมากกว่า

พอได้ฉุกคิดเนราจึงนึกออกว่างานเลี้ยงแบบนี้ เป็นธรรมดาต้องมีการเต้นรำ และด้วยสถานะของเธอจะเบี่ยงทั้งหมดไปก็ไร้มารยาท ที่พ่อและพี่ชายเธอสัมผัสเมื่อครู่เธอไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ถ้ามีคนอื่นมาสัมผัสเข้าจริงๆ ตนไม่อยากให้ใครมาสัมผัสเช่นกัน 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 11 King และ Queen ของอีเมอร์สัน

    เนรา หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อสามีแสนหวงยิ่งกว่าสิ่งใดรีบดิ่งมาจากโรงแรมซึ่งเพิ่งสนทนากับสวอนน่าเสร็จแบบไม่สุด เพื่อกลับไปยังโรงแรมเครือของตระกูลที่อีเมอร์สันเป็นคนดูแล เนื่องจากกลัวว่าสเวนจะมาถึงก่อนด้วยตนไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก เพราะคำสั่งอีกฝ่ายห้ามปรามไว้ แต่โครว์ยังใจดีปล่อยตนมาซ้ำเคธี่ยังคอยตามดูแล ตนจะให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเสมือนพี่ชายพี่สาวแท้ๆมารับโทษผิดแทนไม่ได้"ดีนะคะที่พวกเราไม่ได้ไปกันไกล 20 นาทีก็มาถึงแล้ว""นั่นสิ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นของไว้เผื่อสเวนกับโครว์กลับมาพร้อมกันจะได้ทานข้าว""ฝากด้วยนะคะ" คนถือของเต็มมือรีบเดินกลับหายเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เหลือบมองชั้นรองเท้าให้ดีว่ามีบางคนกลับมาแล้วขณะเดียวกันโครว์ซึ่งเดินออกมาจากทางเข้าห้องนอนของตนและภรรยา เห็นเนราวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างเร็วยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยาอย่างรู้สึกสนุกเมื่อเห็นเนราซึ่งดูแก่นแก้วปากบอกไม่กลัวสเวนจะดุ แต่ดันรีบมายิ่งกว่าความเร็วของจรวด"เนราเห็นสเวนในห้อง หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง""ทำไงได้ หมอนั่นขอมาแล้วจะทำเป็นลืมเรื่องปล่อยเนราออกไปเที่ยวน่ะสิ" คนตอบพูดติดขำในลำคออย่างนึกสภาพสาวรุ่นน้องได

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 10 ตระกูลคาร์เดียลี่สืบสายมาจากตระกูลควอตซ์

    หมู่บ้านหมาป่า รัฐซิลเวีย เขต 3 พื้นที่ใกล้อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช12.00 น.สมาชิกภายในหมู่บ้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับสายเลือดแท้ไดร์วูลฟ์ที่เป็นนายเหนืออีกคนอย่างโครว์ พลางแปลกใจด้วยเจ้าตัวเข้ามาโดยไม่มีการนัดแนะหรือบอกกล่าวทั้งที่ปกติิจะมีการแจ้งล่วงหน้า"นาย สวัสดีครับ จะมาไม่เห็นแจ้งก่อนพวกเราเลยไม่ได้เตรียม...""ฉันมาคนเดียว แค่มาคุยธุระกับท่านเนซา" เขาสวนขึ้นก่อนคนข้างหน้าจะพูดเรื่องการเตรียมตัวต้อนรับเขา ทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นพร้อมเดินผ่านกลุ่มคนทั้งสามออกอาการจะถามมากกว่านั้น"ท่านสเวน เอ่อ...""สเวนติดงาน คงไม่ได้มาที่นี่อีกนาน พวกนายมีอะไรหรือเปล่า" คำถามของโครว์เปี่ยมไปด้วยแววตาหยั่งรู้ความคิดของคนด้านหลัง เรื่องที่ยังคงเป็นประเด็นตั้งแต่เนราตื่นขึ้นเป็นแวมไพร์ แม้ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้โดยกว้างขวางแต่ในหมู่บ้านกับกลายสิ่งนั่งซุบซิบความเป็นไปได้ของการเข้ามาอยู่ในฐานะนายหญิงเสียแล้ว"เปล่าครับท่าน""ถ้าสงสัยเรื่องนายหญิงเนรา... เสียงเข้มพูดผ่านแผ่นหลังปนน้ำเสียงตำหนิตักเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งไม่สมควร ต่อการระแวงและคลางแคลงใจในฐานะที่เนราคือภรรยาสเวน เจ้าแห่งหมาป่า... ไม่มีอะไรเปลี่

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 9 Hunter หนุ่มผู้ได้รับการเกิดใหม่

    25 ตุลาคม..."จะว่าไปวันเกิดสเวนผ่านมาตั้ง 5 วันแล้ว เป็นเพราะวันนั้นเกิดเรื่องแผนที่เตรียมไว้เลยเสียหมด... 8oบ่นพึมพำขณะกำลังตุ๋นเนื้อภายในห้องพักคอนโด นึกถึงวันที่ตนเกือบใช้พลังทำร้ายแวนอีกครั้ง แม้จะได้ยินว่าชายหนุ่มปลอดภัยแต่เธอยังไม่ได้เจอเขาพอๆกับยังไม่พบสเวนนอกจากเสียงปลายสายบอกว่าติดธุระ แถมเพื่อนสาวอย่างมีนาที่กลับมาลงตัวกันได้ไม่นานก็ไม่มาเรียนตั้งแต่หลังเกิดเรื่องระหว่างเธอกับแวน ประกอบกับไม่มีใครเล่าให้เธอฟังหลังจากสลบไป ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่... มันน่าสงสัยจริงๆ... มือบางกำลังหั่นเครื่องเคียงเพิ่มนั้นสับเสียเจ้ากระเทียมไม่เป็นชิ้นจนป่นอย่างหงุดหงิดในใจ... พี่โครว์กับพี่เคธก็ได้แต่บอกว่าสเวนจะกลับมาเล่าเองเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ก่อนทั้งสองจะไปถึง ใช่เหรอ... พลางคิดถึงชั่วขณะถามคำถาม เพราะโครว์และเคธี่ดูมีพิรุธซ้ำไม่ตอบในทันที ราวกับกำลังเลือกคำตอบในหัว... กลับมานะน่าดู""ว้าว หอมจัง... เคธี่เดินออกมาทั้งชุดนอนพลางมวยผมยาวๆขึ้น เข้ามากอดไหล่คนกำลังทำกับข้าว... เมนูวันนี้อะไรเหรอ กลิ่นมันหอมกว่าปกตินะ""มีเนื้อหมู แล้วก็เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงค่ะ เนใส่พวกสมุนไพรลงไปเคี่ยวกับน้ำด้

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 8 แวนผู้ได้รับการเปลี่ยน

    ห้องใต้ดินลับแห่งหนึ่ง"แววตาใช้ได้เลยนี่ คุณ Hunter ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปแล้ว... สเวนยืนพิงหลังติดกับกำแพงหินภายในห้องใต้ดินลับ แววตาคู่สีเย้ายวนทรงเสน่ห์หาได้ยากไม่ได้แสดงอารมณ์ใดจับจ้องไปยังร่างซึ่งตกอยู่ในอาการโวยวาย ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกตรึงด้วยโซ่เล็กหนักและหนา ทำให้อาการของร่างที่กำลังถูกพิษบางอย่างกัดกินดีดดิ้นอยู่บริเวณผนังหนึ่งเท่านั้น... การกลายสภาพระดับกึ่งตัวตนหมาป่าและร่างมนุษย์อันเกิดจากอาการผิดปกติของสภาวะทางอารมณ์ หากคนธรรมดาถูกคมเขี้ยวนั้นกัด พิษจากน้ำลายจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายทันที และเมื่อพิษนั่นหลอมรวมกับตัวตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า หรือผู้สามารถใช้พลังในด้านซึ่งไม่เคยมีมาก่อนได้ ความเร็ว สัมผัสเฉียบไว พละกำลัง...""สิ่งมีชีวิตแบบพวกนาย ฉันไม่ต้องการ" ร่างถูกพันธนาการช่วงข้อมือและข้อเท้าตวาดทั้งกัดฟันกรอดกลับมา ขณะเดียวกันร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ภายใน สะท้านราวกับมีลูกไฟวิ่งไปทีละสัดส่วน"เทียบไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นระดับล่าง ไม่ได้มีสายพันธุ์หมาป่าตั้งแต่เริ่ม สำคัญกว่านั้นยังเป็นได้แค่ทาส

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 7 ความไม่ลงรอย

    "อีกสองอาทิตย์จะมีงานเปิดตัวเธอ ในฐานะทายาทอีกคนของตระกูลคาสเชล เตรียมตัวให้เรียบร้อยพี่จะส่งซิลวี่ไปรับเธอมาที่เชคเวีย หวังว่าชุดที่ส่งไปจะชอบ พี่พยายามหาสีแดงแบบเดียวกับสีกุหลาบบ้านเราที่ทรานซิลเวเนียสีโปรดของเธอ คิดว่าเธอใส่แล้วคงจะงดงามมาก แล้วพบกัน..." เนรานั่งนึกถึงประโยคในกระดาษจดหมายแนบมากับกล่องพัสดุใบขนาดพอเหมาะจะใส่ชุดและรองเท้าพร้อมเครื่องประดับสำหรับงานเลี้ยงประชุมอันจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้"ให้พี่อีธานมาหาเรา แทนที่จะพูดเรื่องนี้กับเราหรือโทรหาก็ยังได้ ตารางการสอนดันยกให้อาจารย์คนอื่นปฏิบัติแทน ทำแบบนี้เท่ากับบอกว่าแม้แต่เสียงก็ไม่อยากได้ยินหรือหน้าคงไม่อยากเจอเรา" เธอบ่นพึมพำออกมาขณะกินข้าวกลางวัน เพราะตลอดคาบเรียนเช้ามานี้ เรื่องของพี่ชายเธอผู้ซึ่งไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็นหน้ากลายเป็นปัญหาลดทอนสติขณะนั่งเรียนไปแล้ว ด้านมีนา ซึ่งกลายมาเป็นบอดี้การ์ด มองเพื่อนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ได้กลับมาคุยกันแบบปกติถอนหายใจอยู่หลายครั้ง มือพลางเขี่ยอาหารในกล่องไปมาอย่างคิดหนัก"เป็นอะไรหรือเปล่า... มีนาตัดสินใจเรียกสติคนทำหน้าบูดบึ้ง... ก็อยากตั้งใจฟังที่พูดแต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง""เปล่า... ค

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 6 อย่างที่เคยเป็น

    ท่ามกลางหิมะในความมืดร่างหมาป่าขาวได้แต่วิ่งสับส่ายโก่งคอร้องหาคู่ตน เธอไปไหน เหตุใดเธอจึงพร้อมหนีเขาอยู่ร่ำไป... เนรา... เนรา... เขาพร่ำเรียกชื่อเธอเช่นนั้นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ได้เพียงเห็นเงาเคลื่อนไปมาทางนั้นที ซอกหลืบต้นไม้โน้นที แต่ไม่มีทางทีที่ใบหน้ายิ้มน้อยๆจะเมตตา"เนรา" เสียงลั่นไปทั่วห้องนอนยันชั้นล่างของบ้านหินกึ่งปูนกึ่งไม้ ร่างนอนเหยียดยาวโหยงตัวขึ้นบนเตียง มือกำผ้าห่มแน่นสองตารีบควานหาร่างที่เขานอนกกกอดทั้งคืน ไหนเลยบนเตียงนุ่มซึ่งยังคงมีกลิ่นเธอกลับว่างเปล่า ไม่กี่อึดใจเขาวิ่งออกจากห้องลงบันไดชั้นสองด้วยฝีเท้าหนัก อาการร้อนรนหัวหนักอึ้งพร้อมสภาพผมฟูยังคงไม่เรียงตัวดี ด้านเคธี่เดินถือกะทะกำลังจะตั้งเตา ส่วนโครว์ละจากหนังสือเมื่อสเวนลงมาจากชั้นบนอย่างรีบร้อน"นายเป็นอะไร""เนล่ะ " ขณะที่เคธี่กำลังเอ่ยปาก ทว่าโครว์ผู้กระตุกยิ้มนิดหนึ่งแทรกขึ้นทันที"เมอร์สันมารับไป" ได้ยินเพียงแค่ชื่อ ทำให้เขาติดความเร็วพาตัวเองวิ่งออกจากบ้านด้วยความโกรธ ด้านเคธี่ตีแขนสามีตนเองเล่นตลกไม่ดูว่าเนราเพิ่งกลับคืนสู่พวกเขา โดยเฉพาะสเวนชายผู้กลัวจะเสียเนราไปอีกไม่เท่าไรคนวิ่งผ่านประตูบ้านได้ยิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status