Home / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2 / ตอนที่ 10 ตระกูลคาร์เดียลี่สืบสายมาจากตระกูลควอตซ์

Share

ตอนที่ 10 ตระกูลคาร์เดียลี่สืบสายมาจากตระกูลควอตซ์

Author: 22 A Venus
last update Last Updated: 2026-01-17 14:02:25

หมู่บ้านหมาป่า รัฐซิลเวีย เขต 3 พื้นที่ใกล้อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

12.00 น.

สมาชิกภายในหมู่บ้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับสายเลือดแท้ไดร์วูลฟ์ที่เป็นนายเหนืออีกคนอย่างโครว์ พลางแปลกใจด้วยเจ้าตัวเข้ามาโดยไม่มีการนัดแนะหรือบอกกล่าวทั้งที่ปกติิจะมีการแจ้งล่วงหน้า

"นาย สวัสดีครับ จะมาไม่เห็นแจ้งก่อนพวกเราเลยไม่ได้เตรียม..."

"ฉันมาคนเดียว แค่มาคุยธุระกับท่านเนซา" เขาสวนขึ้นก่อนคนข้างหน้าจะพูดเรื่องการเตรียมตัวต้อนรับเขา ทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นพร้อมเดินผ่านกลุ่มคนทั้งสามออกอาการจะถามมากกว่านั้น

"ท่านสเวน เอ่อ..."

"สเวนติดงาน คงไม่ได้มาที่นี่อีกนาน พวกนายมีอะไรหรือเปล่า" คำถามของโครว์เปี่ยมไปด้วยแววตาหยั่งรู้ความคิดของคนด้านหลัง เรื่องที่ยังคงเป็นประเด็นตั้งแต่เนราตื่นขึ้นเป็นแวมไพร์ แม้ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้โดยกว้างขวางแต่ในหมู่บ้านกับกลายสิ่งนั่งซุบซิบความเป็นไปได้ของการเข้ามาอยู่ในฐานะนายหญิงเสียแล้ว

"เปล่าครับท่าน"

"ถ้าสงสัยเรื่องนายหญิงเนรา... เสียงเข้มพูดผ่านแผ่นหลังปนน้ำเสียงตำหนิตักเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งไม่สมควร ต่อการระแวงและคลางแคลงใจในฐานะที่เนราคือภรรยาสเวน เจ้าแห่งหมาป่า... ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อีกไม่นานตัวตนของเธอจะถูกเผยต่อสาธารณะอย่างถูกต้อง พร้อมกับฐานะภรรยาของสเวนอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่แค่เพียงงานแต่งที่จัดขึ้นในเผ่าพันธุ์ดังผ่านมา แต่จะถูกต้องตามหลักนิตินัยให้ทุกเผ่าพันธุ์ทั่วโลกทราบ... คนทั้งสามมองหน้ากัน เมื่อประโยคถูกเอ่ยออกมากำลังบอกว่าจะเกิดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการในไม่ช้า ซึ่งตามวันเวลาที่กำหนดครั้งหลังงานแต่งตามประเพณีหมู่บ้านมันหลังจากเนราเรียนจบ... พวกนายเตรียวตัวไว้แล้วกัน สเวนคงต้องขอแรงไปช่วยงาน" เขากระตุกยิ้มหลังพูดจบพลันดึงสีหน้ากลับมาเช่นเดิมเดินตรงไปยังบ้านพักของเนซา ผู้นำทางจิตวิญญาณคนสำคัญของหมู่บ้านก่อนหยุดเดินเมื่อมีชายหนุ่มสามคนเดินสวนออกมา แววตาคู่สีเทาควันบุหรี่มองสำรวจทั้งสามอันไม่คุ้นหน้าและกลิ่น... ไม่ใช่คนในหมู่บ้าน

"สวัสดีครับ ท่านโครว์" ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยทักทายหลังชะงักไปนิดเมื่อไม่คิดว่ารองหัวหน้าของเผ่าพันธุ์ซึ่งเป็นสายเลือดแท้อย่างไดร์วูลฟ์จะปรากฏตัว ในเมื่อผู้นัดพวกตนมาอีกครั้งน่าจะดูลาดเลากันทางดีแล้วว่าจะไร้ซึ่งการปรากฏตัวขึ้นของบุคคลรอบตัวหญิงสาวที่พวกเขาเผลอไปชิงตัวมา

"พวกนายมาจากไหน" โครว์ถามขึ้น ต่อให้เขาจะรักษาการณ์แทนสเวนเข้าประชุมเผ่าพันธุ์หมาป่าอยู่บ่อยครั้งก็ใช่ว่าจะสามารถฟันธงได้เลยว่าหมาป่าตนนี้มาจากแห่งใด เนื่องจากเผ่าพันธุ์พิเศษนี้กระจายอยู่ทั่วโลก

"มา..."

"มาไม่บอกแบบนี้ ก็ไม่ได้เตรียมอะไรต้อนรับน่ะสิ" เสียงหญิงชราพูดแทรกขึ้นกลางบทสนทนาด้วยรอยยิ้ม คนทั้งสามซึ่งโครว์ยังไม่ได้คำตอบมองตากันอย่างรู้หน้าที่ก่อนก้มหัวทำความเคารพผู้อาวุโสและรีบเดินออกมาตีเนียนว่าไม่ควรอยู่เกะกะทั้งคู่

"ไม่เป็นไรครับ ผมแค่จะมาคุยธุระ"

"แล้วนี่เคธี่กับสเวนไม่ได้มาด้วยเหรอ" น้ำเสียงอยากพบเจอภรรยาตนทำให้โครว์แปลกใจเนื่องจากประชุมครั้งก่อนมีเพียงเขาและสเวนถูกเชื้อเชิญ และตีความไปว่าเป็นเพราะเคธี่นั้นดูสนิทรักใครเนรามากจึงไม่ถูกเรียกมาประชุมในครั้งนั้น

"เคธติดธุระครับ ส่วนสเวนติดงาน" ชายหนุ่มตอบ้วยน้ำเสียงเรียบก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ห้องรับแขก

"แล้วหนูเนราล่ะ สบายดีใช่ไหม"

"เธอสบายดีครับ" แววตาสีเทาจับจ้องตอบไปยังดวงตาปรากฏรอยเหี่ยวย่นตามช่วงวัย ด้วยโทนเสียงนั้นแฝงความอยากรู้อยากเห็นบางอย่างในตัวหลานสะใภ้ที่ไม่ได้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาอีกแล้ว

"เห็นว่าทางนั้นเอาเธอไปอยู่ด้วยตั้งเกือบปี และตั้งแต่กลับมาสเวนไม่ได้พามาให้เจอเลย"

"เนยังต้องไปๆมากับทางครอบครัวเธอครับ เลยไม่มีเวลาว่าง" เขาหยิบยกเหตุผลด้านครอบครัวขึ้นมาอ้างด้วยแท้จริงแล้วหญิงสาวเองก็ดิ้นรนอยากจะมาหมู่บ้านหมาป่า แต่สเวนนั้นพยายามหว่านล้อมว่าช่วงนี้ยังไม่เหมาะเพราะเขางานยุ่ง เขากลัวว่าเนราจะมารับรู้เรื่องที่เธอกลายเป็นเชื้อสายแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์แล้วจะมีปัญหาความต่างของเผ่าพันธุ์เรื่องผู้สืบทอด ที่สำคัญคือการกุมอำนาจดังเคยที่ตระกูลควอตซ์มีมาตลอดอาจผกผัน

"นั่นสินะ ทางตระกูลคาสเชลคงรักและหวงแหนเด็กคนนั้นมาก เป็นถึงเลือดบริสุทธิ์ ยิ่งเป็นสตรีด้วยแล้วคงไม่อยากจะปล่อย เธอรู้ดีใช่ไหมสำหรับพวกเลือดแท้การมีผู้หญิงกำเนิดออกมานั้นนับเป็นเรื่องยาก"

"ครับ"

"แล้วสเวนเป็นยังไงบ้าง คงหาวิธีรับมือยุ่งยากเลยหรือเปล่า"

"ไม่ครับ ทางคาสเชลเป็นคนส่งเนรากลับคืนสเวนในฐานะที่ทั้งคู่เป็นสามีภรรยา ท่านอีริค บิดาของเนราเองยอมรับในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่่อาจฝืนชะตาได้"

"พวกเขาจะอดทนได้นานแค่ไหนกันเชียว ไหนจะพี่ชายของเนรา อย่าได้ลืมว่าการรักษาสายเลือดบริสุทธ์นั้นต่างเป็นความปรารถนาของทุกเผ่าพันธ์ุหากทางนั้นอยากได้ตัวเนราคืนขึ้นมา สเวนจะทำยังไง พวกเธอได้คิดกันบ้างหรือยัง"

"ผมคิดว่าทางนั้นมองเห็นความสุขของเนราเป็นอันดับแรก ส่วนสเวนผมไม่คิดว่าเขาจะปล่อยเธอไป ท่านทราบดีนี่ครับ อุบัติเหตุครั้งล่าสุดที่พรากความทรงจำและเกือบพรากชีวิตสเวนไปจากการตกเขานั่น ยืนยันได้ว่าสเวนจะไม่ทนอยู่หากชีวิตปราศจากเนรา"

"แล้วอนาคต เธอคิดว่าผู้สืบทอดการเป็นผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์ต่อไปจะเป็นใคร สายเลือดไดร์วูลฟ์ทั่วโลกมีไม่ถึง 10 คนที่ยังคงไม่แปดเปื้อนเลือดผสมจากพันธุ์อื่น และตระกูลซึ่งได้รับการยอมรับว่าแข็งแกร่งมากกว่าสายพันธุ์เดียวกันคือ ควอตซ์" โครว์เริ่มเข้าใจความหมายของการสนทนาทั้งก่อนหน้าหลายเดือนและวันนี้มากขึ้น ดูเหมือนว่าวัตถุประสงค์ของหญิงอาวุโสตรงหน้าจะกังวลเรื่องของอำนาจตระกูลควอตซ์อาจสิ้นสุดลง

"ท่านน่าจะทราบดีนะครับว่าสเวนไม่ได้อยากรับตำแหน่งนี้ หากคุณลุงยังอยู่ผมคิดว่าท่านจะยังรักษาการณ์ตำแหน่งเช่นเดิม"

"ถึงแบบนั้น สักวันวิกเตอร์ต้องมอบอำนาจให้สเวนอยู่ดี การพูดเช่นนี้หมายความว่าสเวนจะละทิ้งหน้าที่ดำรงเป็นผู้นำอย่างนั้นหรือไง "

"ผมยังไม่ได้กล่าวเช่นนั้น เพียงแต่ว่า สเวนจะดำรงหน้าที่ต่อไปโดยมีเนราเป็นภรรยาและนายหญิงของเผ่าพันธุ์หมาป่าทั้งหมด"

"เรื่องนั้นเป็นที่น่าลำบากใจ การให้หมาป่าตนอื่นเคารพภรรยาซึ่งเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ชั่งยากนัก ถึงระหว่างเผ่าพันธุ์จะไม่ได้บาดหมางกัน แต่ไม่เคยมีประวัติการครองคู่ต่างเผ่าพันธุ์ ในกรณีเนราเป็นคนธรรมดายังพอรับได้ แต่เป็นแวมไพร์หรือจะเป็นสายพันธุ์ใดนั้นเป็นเรื่องยาก"

"แล้วท่านยายคิดจะทำยังไงล่ะครับ ผมเองก็ไม่อยากให้เกิดปัญหากับสเวน" เขาพูดเปิดช่องทาง ทำทีว่าแม้จะสนใจความรู้สึกสเวนมากกว่าเรื่องของเนราแต่ปัญหาทางเผ่าพันธุ์นั้นก็สำคัญไม่แพ้กันและอาจต้องมาเป็นอันดับแรก ทั้งยังรู้ดีว่าการที่เนราเข้ามาเป็นนายหญิงซ้ำยังหอบสายเลือดบริสุทธิ์จากทางแวมไพร์ควบมาด้วยนั้น อาจเกิดคำถามเรื่องของการฝักใฝ่อำนาจทางการวางตำแหน่ง หากเนราเป็นแวมไพร์ทั่วไป กฎสถานะทางสังคม การเคารพย่อมอยู่ต่ำกว่าโดยปริยาย แต่ในกรณีเสมอกันเสมือนเป็น King และ Queen เช่นนี้ จะเป็นเช่นไร

สเวนผู้เป็นดังกษัตริย์นายเหนือแห่งหมาป่าทั้งปวงต้องไปเคารพนอบน้อมฝั่งแวมไพร์เพราะเพียงได้เนรามาเป็นภรรยาอย่างนั้นหรือ สืบเนื่องด้วยอุปนิสัยของหมาป่านั้นเทิดทูนภรรยายิ่งชีวิตอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องของการไม่สมควร แต่เป็นเรื่องของจิตใจอันไม่อาจยอมรับให้นายเหนือของพวกตนไปสยบยอมอำนาจหรือเป็นรองต่อผู้มีศักดิ์เทียมกัน รวมไปถึงกลุ่มคนจงรักภักดีต่อสเวน จากที่เผ่าพันธุ์มีสถานะเสมอภาค อาจถูกมองว่าด้อยกว่าในภายหลังหากแต่งพาเนราเข้ามา จนนำมาซึ่งการเสียสมดุลเรื่องภาพพจน์

"จะให้ลาจากกันไปสเวนคงไม่ยอม ยกเว้นแต่กรณีหาคู่ครองเป็นสายเลือดแท้จากตระกูลอื่นแต่งเข้ามา" โครว์สะดุ้งในทางเลือกนั้นทันที แต่ยังเก็บอาการนิ่งสนิทดังน้ำไม่มีคลื่นรบกวน เขาไม่คิดว่าผู้มีสายเลือดเผ่าพันธุ์หมาป่าและยังเป็นเลือดแท้ แถมยังเป็นสตรีจะคิดการเช่นนี้ได้ ด้วยสัตย์ซื่อมั่นคงยิ่งกว่าหินผาไม่อาจครอบครองคู่ชีวิตได้เป็นสองนั้น เป็นหนึ่งในเกียรติและศักดิ์ศรีควรพึงมี

"การมีภรรยาสองคนเหรอครับ"

"เนราไม่สามารถให้กำเนิดเลือดบริสุทธิ์ของไดร์วูลฟ์ได้แน่นอน หากเป็นคนธรรมดายังพอลุ้นบุตรคนต่อๆไปที่มีสิทธิ์จะเกิดเป็นได้ทั้งลูกครึ่งและเต็มตัวสมบูรณ์"

"สเวนจะคิดเช่นไร ท่านได้คาดการณ์ล่วงหน้าไว้ก่อนหรือเปล่าครับ พวกเรานั้นต่างรักและซื่อสัตย์ต่อภรรยาเพียงหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคู่ครองผูกจิตผูกชะตา หรือจะเกิดจากความถูกใจ"

"เรื่องนั้นเข้าใจดี แต่สเวนในฐานะทายาทตระกูลควอตซ์ต้องทำหน้าที่ เขาควรมีสายเลือดที่เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์เพื่อดำรงสายพันธุ์ บุรุษผู้จะเกิดขึ้นมาปกครองพื้นที่นี้ต่อไป"

"แล้วถ้าหากสเวนปฏิเสธ"

"คงต้องรอดูว่าเขาจะเลือกความรู้สึกส่วนตน หรือ เห็นแก่เผ่าพันธุ์ คนในหมู่บ้านนี้และพื้นที่ของบรรพบุรุษไม่เคยตกอยู่ในมือผู้ใด บางทีความรักความผูกพันมากมายของสเวน อาจเป็นเพราะช่วงวัยเติบใหญ่เป็นชายเต็มตัวโดยสมบูรณ์ เขาเพิ่งได้พบเนื้อคู่และรู้จักความรักแบบหนุ่มสาวเป็นครั้งแรก ไม่ได้เปิดใจกับสตรีอื่นใดเพราะความเชื่อภายในจิตใจว่าควรมีรักเดียว สเวนเป็นบุรุษ หากได้ใกล้ชิดหรือทำความรู้จักกับหญิงสาวซึ่งเป็นเชื้อสายเดียวกัน สิ่งที่เรียกว่าแรงดึงดูด หรือกลิ่นต้องตาต้องใจอาจจะทำให้เขาเปลี่ยนความคิดก็เป็นได้" คนฟังไม่ได้คิดว่าปัญหาเรื่องเนราจะใหญ่จนหาทางแก้ไม่ได้ ซึ่งเขากับสเวนได้พยายามวางแผนไว้หลายทาง แต่ดูท่าผู้อาวุโสตรงหน้าท่านนี้ ไม่ได้กังวลเรื่องอำนาจที่สเวนจะตกเป็นรองสักเท่าไรแต่คงเป็นการเสียสิทธิ์เรื่องดินแดน

15.30 น.

"ฮัดชิ่ว" คนรู้สึกคัดจมูกตั้งแต่ออกมาเดินนอกโรงแรมยามเที่ยง เริ่มรำคาญตัวเองจนต้องบิดจมูกจนแดง เคธี่เห็นแบบนั้นจีงรีบพามือบางซึ่งกำลังลงโทษปลายจมูกตัวเองออกมา

"เดี๋ยวได้ช้ำหมด จะไม่สบายหรือเปล่า" เธอถามขึ้นหลังจากเพิ่งพาคนข้างกายไปกินบุฟเฟ่ต์ไอศกรีมมา ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ทั้งของหวานของคาว ยังมีของเย็นมากมายไม่รู้ว่าเจ้าตัวเป็นมนุษย์น้ำแข็งหรืออย่างไรถึงได้กินน้ำแข็งเป็นว่าเล่น

"ค่ะ คงฝุ่นแถวนี้ พี่เคธเดี๋ยวก่อนกลับเราไปแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตหน่อยนะคะ เมื่อเช้าเนจำได้ว่าของขาดตู้เย็น"

"ได้สิ" สาวรุ่นพี่พูดพร้อมหยิบหมวกฮู้ดสีแดงของเนราคลุมหัวเจ้าตัวเนื่องจากหิมะเริ่มโปรยอีกครั้ง

"หนูเน" หญิงสาวแสนงดงามผู้ครอบครองดวงตาสีเดียวกับสามีตน สวอนน่า ทักขึ้น เธอมาพร้อมกับบอดี้การ์ดด้านหลังและ ลีน่า น้องสาวต่างพ่อของสเวน

"คุณแม่" การทักทายเพียงครู่ทำให้เนราตามสวอนน่าซึ่งอยากสนทนาด้วยขึ้นมายังโรงแรม ส่วนเคธี่ที่ไม่ได้รังเกียจสวอนน่าหรือมีเรื่องขุ่นเคืองใจก็ให้โอกาสเนราทำตามความต้องการ เพราะหญิงสาวถือเป็นลูกสะใภ้และเมื่อเสร็จธุระตนจะมารับ

"สบายดีนะจ๊ะ" ผู้เป็นแม่สามีเอ่ยบทสนทนาขึ้นใหม่หลังจากพากันขึ้นมายังชั้นภัตตาคาร

"ค่ะ คุณแม่เองก็สบายดีนะคะ"

"จ่ะ จริงๆอยากเจอหนูตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ว่าเกิดเรื่องขึ้นมาก่อน เลยไม่ได้พบ... เนราทราบดีว่าคนตรงหน้าหมายถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงสายเลือดของตน... แม่อยากจะขอบคุณมาตลอดเพราะตั้งแต่เหตุการณ์คราวนั้นก็ทำให้สเวนไม่ค่อยแสดงท่าทีรังเกียจยามแม่ส่งอะไรไปให้เขาหรืออยากพบหน้าเขาบ้าง ก็ไม่ได้ถูกขับไล่"

"เนไม่คิดว่าสเวนจะเกลียดคุณแม่หรอกนะคะ เป็นเพียงความรู้สึกน้อยใจ" คนฟังยิ้มละมุนก่อนหันกลับมาเข้าเรื่องที่ตนเป็นห่วง

"แล้วนี่หนูกลับมาอยู่กับสเวนเลยหรือเปล่า" น้ำเสียงพร้อมสีหน้าดูเป็นกังวลใจของอีกฝ่ายทำให้เนราทราบทันที คงจะกลัวทางคาสเชลดึงตัวเธอกลับ แม้จะไม่เคยมีเหตุบาดหมางระหว่างเผ่าพันธุ์แต่ก็ไม่เคยมีปรากฏการครองคู่ข้ามเผ่าพันธุ์มาก่อน

"ค่ะ... หญิงสาวคราวลูกยิ้มก่อนถามกลับไป... คงจะเป็นกังวลเรื่องทางครอบครัวเนสินะคะ" ซึ่งอีกฝ่ายชะงักไปนิดโดยเฉพาะลีน่า เธอรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเนรามีบางอย่างเปลี่ยนไป แต่ในขณะเดียวกันยังคงความเป็นตัวเนรา ซึ่งเธอทราบดีว่ามันมาจากตัวตนที่ได้ตื่นขึ้นมา จึงเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดเนราถึงได้ดูน่าเอ็นดูต่อคนรอบข้างนักแม้แต่เธอซึ่งมีอายุห่างเพียงปีเดียว และในเวลานี้มันมีมากกว่าเดิมเสียอีก

"แม่ไม่อยากละลาบละล้วง แต่บรรดาเลือดแท้ของแต่ละเผ่าพันธุ์ ล้วนต้องการรักษาความบริสุทธิ์นั้นไว้ภายในเครือญาติ ไม่แต่งกับพี่น้อง ก็ลูกพี่ลูกน้องที่่ห่างกันไม่มากเกินหนึ่งช่วง"

"เรื่องนั้นเนไม่ปฏิเสธค่ะ แต่ว่าเนเป็นบุคคลที่ผูกชะตาไว้กับสเวน และมันก่อนจะทราบความจริงว่าตัวเองเป็นใคร ดังนั้นจึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง... เธอตอบด้วยน้ำเสียงยืนยันอย่างมั่นคงเพื่อลดภาระจิตใจกังวลของคนตรงหน้า เพราะดูท่ากลัวว่าตนคงต้องกลับไปแต่งงานกับคนในเครือญาติ และสายตรงคืออีเมอร์สันพี่ชายของเธอ ซึ่งเธอเองเคยคิดมาก่อนหน้า ช่วงใช้ชีวิตอยู่กับอีเมอร์สันที่ทรานซิลเวเนียเช่นกัน หากตนไม่พบกับสเวนก่อนหน้าอีเมอร์สันจะปลุกเธอตื่น และเธอไม่ได้ถูกผนึกความทรงจำ ใช้ชีวิตร่วมกับอีเมอร์สันมาตลอด เส้นทางชีวิตมันจะเปลี่ยนหรือไม่ ซึ่งไม่สามารถยืนยันความรู้สึกใดๆได้เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะจินตนาการออก หากไม่ได้เผชิญ และที่เธอสงสัยคือ สวอนน่ารู้เรื่องข้อจำกัดการแต่งงานอันถูกยกเว้นให้พี่น้องสามารถร่วมครองชีวิตคู่กันได้อย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้ผู้ทราบมีเพียงกลุ่มผู้มีความพิเศษเท่านั้น มนุษย์ธรรมดาไม่ได้ทราบกฎข้อนี้ร่วมด้วย... ทำไมคุณแม่ถึงทราบกฎยกเว้นนี้ได้ล่ะคะ"

"สเวนยังไม่เคยเล่าให้ฟังอีกตามเคยสินะ เรื่องของแม่ในทุกเรื่องสำหรับเขามันอาจเป็นสิ่งไม่ควรเล่า... ใบหน้าคนเล่าดูหม่นหมองไปนิดก่อนฮึดขึ้นอธิบาย... ตระกูลคาร์เดียลี่ เป็นตระกูลแตกออกมาจากตระกูลควอตซ์ หลังจากที่รุ่นหนึ่งให้กำเนิดลูกฝาแฝดสามคน ซึ่งมีความต่างกัน คริสโตเฟอร์ คริสติน่า คนแรกและคนที่สอง เป็นชายหญิงซึ่งยังคงครอบครองสายพันธุ์ไดร์วูลฟ์โดยสมบูรณ์ ส่วนอีกคนที่เหลือผู้ชาย คริสติน มีแค่พละกำลังไม่สามารถกลายร่างได้ ด้วยความไม่สมบูรณ์จึงมักถูกคนในตระกูลดูแคลน ไม่ได้รับการสนใจรวมถึงการถูกกีดกันไม่ให้รับรู้เรื่องราวของเผ่าพันธุ์ในทุกๆด้าน"

"ต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอคะ " คนฟังรู้สึกสงสารขึ้นมาทันทีก่อนย้อนกลับมามองตนเอง เพราะตนนั้นไม่ใช่แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์โดยสมบูรณ์ หรือที่เพื่อนชายชอบว่าเธอนั้นบกพร่อง แม้เลือดและจิตจะยังคงปรากฏความเป็นเลือดแท้อย่างไม่มีข้อกังขา แต่ด้านสภาพร่างกายกลับใช้ไม่ได้ หญิงสาวคิดเช่นนั้นไม่ว่าสายตาหรือสัมผัสที่คนอื่นรับรู้ได้จะมองว่าอย่างไรก็ตาม

"มันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงและดูเป็นปกติสำหรับคนในตระกูลควอตซ์ที่ห่วงเรื่องศักดิ์ศรีและทะนงในอำนาจยิ่งกว่าสิ่งใด... น้ำเสียงของสวอนน่าทำให้เนราแปลกใจ เพราะมันไม่ได้ดูเศร้าแต่กลับแสดงถึงความเจ็บใจลึกๆ... ถึงจะมีส่วนหนึ่งบอกว่าพี่น้องไม่ลงรอย แต่มีอีกเสียงบอกว่าเพราะคนพี่อย่างคริสโตเฟอร์และคริสติน่าไม่ต้องการให้คริสตินเข้ามาพัวพันด้วยกลัวอันตรายด้วยไม่สามารถปกป้องตนเองได้ จึงปล่อยให้น้องชายออกไปใช้ชีวิตคนธรรมดาอย่างอิสระ และดูเหมือนว่าเขาก็พอใจด้วยนะ... คนเล่ามีสีหน้าเปลี่ยนฉายแววความยินดีบ่งบอกว่าตนเห็นด้วยกับความคิดเห็นแบบนั้น... จะว่าไปถ้าเป็นอย่างแวมไพร์เขาแยกแยะเลือดบริสุทธิ์กันยังไงเหรอจ๊ะ"

"คงไม่ต่างกันค่ะ หมาป่าทรงท่าจะเน้นไปยังสายพันธุ์โบราณแข็งแกร่งอย่างไดร์วูลฟ์และต้องกลายร่างได้สินะคะ ถ้าแวมไพร์ จะเป็นสัมผัสทางด้านจิตใจและกลิ่นค่ะ ความทรงอำนาจ รัศมี เสน่ห์ และความโดดเด่นในตัวตนของผู้ถือครองเลือดแท้จะทำปฏิกริยากับเลือดผสมหรือผู้ด้อยกว่าทันที ซึ่งเนว่าเป็นทุกเผ่าพันธุ์พิเศษนะ"

"ได้ยินมาว่าท่านแม่ของหนูเป็นคนธรรมดาใช่ไหมจ๊ะ" เนรานิ่งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องไม่ควรตอบ แต่มันทำให้เธอคิดถึงแม่ แม่ที่เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาผู้อ่อนโยน แต่เพราะเหตุผลการให้กำเนิดตัวตนของเธอ เด็กผู้เกิดมาพร้อมกับโลหิตอันสามารถสร้างปรากฏการณ์แผดเผาดั่งไฟนรก จึงทำให้พวกคลั่งความเชื่อสังหารแม่เธอด้วยไฟ

"ค่ะ... แววตาคู่ดำหลับลงพร้อมระบายลมหายใจเล็กน้อยก่อนที่ความร้อนในตัวจะระอุขึ้น เพราะเธอไม่สามารถอภัยให้คนเหล่านั้นได้จริงๆ... แต่ไม่ได้แปลว่าลูกที่เกิดมาจะเป็นลูกผสม บ้างว่าหากสายเลือดใดทรงพลังกว่าผู้ด้อยจะถูกกลืนกลาย อย่างเลือดแท้คงกลืนกินด้านมนุษย์ธรรมดาทำให้ไม่กลายเป็นลูกผสม ขณะเดียวกันก็สามารถให้กำเนิดเป็นลูกผสมได้ ไม่งั้นเผ่าพันธุ์เลือดแท้ที่กระจายไปจะค่อยๆกลายสภาพจนเหลือเพียงสายพันธุ์มนุษย์ธรรมดาเหรอคะ เนว่ามันเป็นกฎแห่งชะตา ไม่มีผู้ใดกะเกณฑ์ได้ ตามจริงท่านพ่อท่านแม่และท่านพี่หวังให้เนเกิดมาเป็นคนธรรมดาเพื่อไม่ต้องเข้ามาเผชิญปัญหาค่ะ... ประโยคสุดท้ายบางเบาพร้อมกับสีหน้าเศร้าจางๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมายิ้มเพื่อซักสิ่งคั่งค้างต่อ... แล้วยังไงต่อคะ คริสตินแฝดคนสาม ถูกกีดกัดก็ออกมาสร้างสกุลใหม่แบบนั้นหรือเปล่า"

"อย่างที่หนูคาดการณ์ คาร์เดียลี่เป็นตระกูลสร้างใหม่แยกออกจากควอตซ์ โดยคริสตินได้รับสมบัติส่วนหนึ่งจากควอตซ์มาพอสมควร ถ้าเทียบตอนนั้นคริสตินก็เป็นรุ่นทวดของแม่ ส่วนรุ่นถัดมาเป็นรุ่นคุณตาของสเวน เชส คาร์เดียลี่"

"งั้นท่านย่าเนซาก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณตาของสเวน พ่อของคุณแม่สินะคะ"

"จ่ะ"

"แล้วผู้หญิงที่เป็นรุ่นทวดอีกคนล่ะคะ คริสติน่า"

"คนนั้นแต่งออกไปกับไดร์วูลฟ์เลือดแท้จากตระกูลมาร์ตินหนะจ่ะ"

"มาร์ติน... เธอรู้สึกคุ้นนามสกุลจึงนึกขึ้นได้ว่าเป็นพี่ชายข้างตัวร่วมชายคา... พี่โครว์เหรอคะ"

"ใช่ โครว์ก็มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องญาติห่างๆ ซึ่งมันไม่ได้ห่างกันมากเท่าไร" ใช่เรื่องนั้นเธอทราบดี แต่ไม่คิดว่าจะห่างกันเพียงเล็กน้อย เพราะโครว์นั้นบอกว่าเป็นญาติห่างไกล

"เอ... ใบหน้าขบคิดฉายขึ้นพลางตีเส้นเชื่อมโยงในหัวอย่างไวว่องไม่ติขัด... คุณวิกเตอร์พ่อสเวน ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อพี่โครว์ สเวนและพี่โครว์มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องเช่นกัน เท่ากับห่างกันเพียงสองช่วงสินะคะ"

"ใช่จ่ะ"

"อารมณ์คล้ายๆเรากับตระกูลนีโอเลย" เธอสบถเบาๆในใจก่อนดึงสีหน้ากลับมาเช่นเดิม

"เพราะแบบนี้ถึงได้ทราบกฎการแต่งงานเพื่อรักษาสายเลือด เนเป็นสะใภ้ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ต้องขอโทษที่เสียมารยาทซักนะคะ" หญิงสาวลุกขึ้นยืนก่อนก้มโค้งศีรษะลงมาเกือบถึงเอว

การกระทำเพียงชั่วขณะทำให้สวอนน่าแปลกใจไม่น้อย แม้เนราจะอายุอ่อนกว่าแต่สถานะทางสังคมไม่ใช่ผู้น้อย กฎระเบียบตระกูลน่าจะทราบดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้คิดจะพูดขัดใดๆ เมื่อมันเป็นตัวตนของเนรา ต่อให้เธอจะเปลี่ยนสถานะขึ้นบัญชีว่าเป็นแวมไพร์กับทางสมาคม Hunter แล้วก็ตาม แต่สำหรับสวอนน่า เนราเป็นเพียงเด็กผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่มีจิตใจดี อ่อนโยน น่าเอ็นดูไม่ต่างจากเดิม

"ไม่เป็นไรจ่ะ... สองมือดึงตัวลูกสะใภ้ลงมานั่งที่เก้าอี้เช่นเดิม... มันเป็นเรื่องที่หนูต้องรู้ไว้เหมือนกัน เนราแม่มีเรื่องอยากจะขอ"

"อะไรเหรอคะ" เนรากุมมืออีกฝ่ายพร้อมเปิดทางให้แม่สามีขอได้เต็มที่หากช่วยได้จะรีบทำให้

"ไม่ว่าอุปสรรคอะไรก็ตามจะเข้ามาขวางทางชีวิตคู่ของหนูกับสเวน อย่าปล่อยมือเขาจะได้ไหมจ๊ะ... คนฟังทำหน้าประหลาดใจ ด้วยสัมผัสอารมณ์อีกฝ่ายดูเคร่งเครียด เป็นกังวลราวกับมันจะเกิดเรื่อง... อยู่กับเขา เคียงข้าง และเป็นกำลังใจ ปัญหาจะหนักแค่ไหนขอเพียงคนที่เรารักอยู่ ก็จะทำให้ผ่านมันไปได้"

"ไม่ต้องห่วงนะคะ เนกลับมาครั้งนี้เพื่อปกป้องเขา ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรเนจะผ่านไปพร้อมกับเขาค่ะ"

"เรื่องที่ต้องระวัง..." สวอนน่าหยุดบทสนทนาเมื่อคนติดตามเดินเข้ามาแจ้งด้วยหน้าตาตื่นเล็กน้อย

"ขอโทษครับ มีคนมาขอพบคุณเนรา"

"ขออนุญาตนะคะ... หญิงสาวที่ทำให้เหล่าบอดี้การ์ดแตกตื่นคือเคธี่นี่เอง เนราคิดเช่นนั้น คงเพราะถูกกันห้ามเข้าจึงใช้วิธีที่ชอบใช้อย่างกำลังกับพวกหน้าห้องเป็นแน่... เนราอีก 1 ชั่วโมงสเวนจะมาถึงเรากลับกันได้แล้ว"

"ซวยแล้วยังต้องไปซื้อของเข้าห้องอีก" หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจเหมือนเป็นความผิดระดับสูงสุด

"พี่จัดการแล้ว เรากลับกันเถอะ"

"งั้นเนต้องขอตัวก่อนนะคะ สเวนไม่รู้ว่าเนออกมาข้างนอก ไว้มีโอกาสเรามานั่งสนทนากันอีกนะคะ" หญิงสาวพูดอย่างรวดเร็วก่อนหยิบโค้ทสีแดงมาสวมคลุมตัวพลางหยิบกระเป๋าสะพายข้างใบกระทัดรัดน่ารักสมตัวเธอมาสวม

"แม่มีความสุขที่ได้คุยกับหนู... สวอนน่าลุกขึ้นสวมกอดเนราเสมือนลูกสาวแท้ๆพลางลูบผมเส้นยาวเกือบสะโพกนุ่มมือดั่งเส้นไหมหายาก ไม่ว่าจะจากอำนาจรัศมีที่เกาะกุม หรือกลิ่นยามต้องสัมผัสจากตัวเนรา คนคราวแม่ไม่ได้คิดว่าตนต้องมนต์เสน่ห์ในอำนาจนั้น เนรายังไงก็คือเนรา... ไว้เจอกันนะจ๊ะ ถ้าพาสเวนมาทานข้าวด้วยกันได้ก็คงจะดี"

"ไว้เนจะพยายามลากเขามาให้ได้เลย" มือบางกำแน่นทำท่าสู้ก่อนอำลาทั้งสวอนน่าและลีน่าซึ่งเป็นผู้ฟังแสนดีนิ่งเงียบไม่พูดใดๆ

"ปกป้องงั้นเหรอ ถ้าตอนนั้นเราแข็งแกร่งได้เท่าเด็กคนนี้คงดี ...สวอนน่าเอ่ยในใจพร้อมกับมองแผ่นหลังเนราเดินจากไปโดยมีเคธี่เดินประคอง... ฉันไม่ได้ต่อสู้เพื่อความรักของเราเลย วิกเตอร์ แต่ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นกับสเวนและเนรา"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 11 King และ Queen ของอีเมอร์สัน

    เนรา หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อสามีแสนหวงยิ่งกว่าสิ่งใดรีบดิ่งมาจากโรงแรมซึ่งเพิ่งสนทนากับสวอนน่าเสร็จแบบไม่สุด เพื่อกลับไปยังโรงแรมเครือของตระกูลที่อีเมอร์สันเป็นคนดูแล เนื่องจากกลัวว่าสเวนจะมาถึงก่อนด้วยตนไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก เพราะคำสั่งอีกฝ่ายห้ามปรามไว้ แต่โครว์ยังใจดีปล่อยตนมาซ้ำเคธี่ยังคอยตามดูแล ตนจะให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเสมือนพี่ชายพี่สาวแท้ๆมารับโทษผิดแทนไม่ได้"ดีนะคะที่พวกเราไม่ได้ไปกันไกล 20 นาทีก็มาถึงแล้ว""นั่นสิ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นของไว้เผื่อสเวนกับโครว์กลับมาพร้อมกันจะได้ทานข้าว""ฝากด้วยนะคะ" คนถือของเต็มมือรีบเดินกลับหายเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เหลือบมองชั้นรองเท้าให้ดีว่ามีบางคนกลับมาแล้วขณะเดียวกันโครว์ซึ่งเดินออกมาจากทางเข้าห้องนอนของตนและภรรยา เห็นเนราวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างเร็วยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยาอย่างรู้สึกสนุกเมื่อเห็นเนราซึ่งดูแก่นแก้วปากบอกไม่กลัวสเวนจะดุ แต่ดันรีบมายิ่งกว่าความเร็วของจรวด"เนราเห็นสเวนในห้อง หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง""ทำไงได้ หมอนั่นขอมาแล้วจะทำเป็นลืมเรื่องปล่อยเนราออกไปเที่ยวน่ะสิ" คนตอบพูดติดขำในลำคออย่างนึกสภาพสาวรุ่นน้องได

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 10 ตระกูลคาร์เดียลี่สืบสายมาจากตระกูลควอตซ์

    หมู่บ้านหมาป่า รัฐซิลเวีย เขต 3 พื้นที่ใกล้อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช12.00 น.สมาชิกภายในหมู่บ้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับสายเลือดแท้ไดร์วูลฟ์ที่เป็นนายเหนืออีกคนอย่างโครว์ พลางแปลกใจด้วยเจ้าตัวเข้ามาโดยไม่มีการนัดแนะหรือบอกกล่าวทั้งที่ปกติิจะมีการแจ้งล่วงหน้า"นาย สวัสดีครับ จะมาไม่เห็นแจ้งก่อนพวกเราเลยไม่ได้เตรียม...""ฉันมาคนเดียว แค่มาคุยธุระกับท่านเนซา" เขาสวนขึ้นก่อนคนข้างหน้าจะพูดเรื่องการเตรียมตัวต้อนรับเขา ทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นพร้อมเดินผ่านกลุ่มคนทั้งสามออกอาการจะถามมากกว่านั้น"ท่านสเวน เอ่อ...""สเวนติดงาน คงไม่ได้มาที่นี่อีกนาน พวกนายมีอะไรหรือเปล่า" คำถามของโครว์เปี่ยมไปด้วยแววตาหยั่งรู้ความคิดของคนด้านหลัง เรื่องที่ยังคงเป็นประเด็นตั้งแต่เนราตื่นขึ้นเป็นแวมไพร์ แม้ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้โดยกว้างขวางแต่ในหมู่บ้านกับกลายสิ่งนั่งซุบซิบความเป็นไปได้ของการเข้ามาอยู่ในฐานะนายหญิงเสียแล้ว"เปล่าครับท่าน""ถ้าสงสัยเรื่องนายหญิงเนรา... เสียงเข้มพูดผ่านแผ่นหลังปนน้ำเสียงตำหนิตักเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งไม่สมควร ต่อการระแวงและคลางแคลงใจในฐานะที่เนราคือภรรยาสเวน เจ้าแห่งหมาป่า... ไม่มีอะไรเปลี่

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 9 Hunter หนุ่มผู้ได้รับการเกิดใหม่

    25 ตุลาคม..."จะว่าไปวันเกิดสเวนผ่านมาตั้ง 5 วันแล้ว เป็นเพราะวันนั้นเกิดเรื่องแผนที่เตรียมไว้เลยเสียหมด... 8oบ่นพึมพำขณะกำลังตุ๋นเนื้อภายในห้องพักคอนโด นึกถึงวันที่ตนเกือบใช้พลังทำร้ายแวนอีกครั้ง แม้จะได้ยินว่าชายหนุ่มปลอดภัยแต่เธอยังไม่ได้เจอเขาพอๆกับยังไม่พบสเวนนอกจากเสียงปลายสายบอกว่าติดธุระ แถมเพื่อนสาวอย่างมีนาที่กลับมาลงตัวกันได้ไม่นานก็ไม่มาเรียนตั้งแต่หลังเกิดเรื่องระหว่างเธอกับแวน ประกอบกับไม่มีใครเล่าให้เธอฟังหลังจากสลบไป ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่... มันน่าสงสัยจริงๆ... มือบางกำลังหั่นเครื่องเคียงเพิ่มนั้นสับเสียเจ้ากระเทียมไม่เป็นชิ้นจนป่นอย่างหงุดหงิดในใจ... พี่โครว์กับพี่เคธก็ได้แต่บอกว่าสเวนจะกลับมาเล่าเองเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ก่อนทั้งสองจะไปถึง ใช่เหรอ... พลางคิดถึงชั่วขณะถามคำถาม เพราะโครว์และเคธี่ดูมีพิรุธซ้ำไม่ตอบในทันที ราวกับกำลังเลือกคำตอบในหัว... กลับมานะน่าดู""ว้าว หอมจัง... เคธี่เดินออกมาทั้งชุดนอนพลางมวยผมยาวๆขึ้น เข้ามากอดไหล่คนกำลังทำกับข้าว... เมนูวันนี้อะไรเหรอ กลิ่นมันหอมกว่าปกตินะ""มีเนื้อหมู แล้วก็เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงค่ะ เนใส่พวกสมุนไพรลงไปเคี่ยวกับน้ำด้

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 8 แวนผู้ได้รับการเปลี่ยน

    ห้องใต้ดินลับแห่งหนึ่ง"แววตาใช้ได้เลยนี่ คุณ Hunter ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปแล้ว... สเวนยืนพิงหลังติดกับกำแพงหินภายในห้องใต้ดินลับ แววตาคู่สีเย้ายวนทรงเสน่ห์หาได้ยากไม่ได้แสดงอารมณ์ใดจับจ้องไปยังร่างซึ่งตกอยู่ในอาการโวยวาย ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกตรึงด้วยโซ่เล็กหนักและหนา ทำให้อาการของร่างที่กำลังถูกพิษบางอย่างกัดกินดีดดิ้นอยู่บริเวณผนังหนึ่งเท่านั้น... การกลายสภาพระดับกึ่งตัวตนหมาป่าและร่างมนุษย์อันเกิดจากอาการผิดปกติของสภาวะทางอารมณ์ หากคนธรรมดาถูกคมเขี้ยวนั้นกัด พิษจากน้ำลายจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายทันที และเมื่อพิษนั่นหลอมรวมกับตัวตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า หรือผู้สามารถใช้พลังในด้านซึ่งไม่เคยมีมาก่อนได้ ความเร็ว สัมผัสเฉียบไว พละกำลัง...""สิ่งมีชีวิตแบบพวกนาย ฉันไม่ต้องการ" ร่างถูกพันธนาการช่วงข้อมือและข้อเท้าตวาดทั้งกัดฟันกรอดกลับมา ขณะเดียวกันร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ภายใน สะท้านราวกับมีลูกไฟวิ่งไปทีละสัดส่วน"เทียบไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นระดับล่าง ไม่ได้มีสายพันธุ์หมาป่าตั้งแต่เริ่ม สำคัญกว่านั้นยังเป็นได้แค่ทาส

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 7 ความไม่ลงรอย

    "อีกสองอาทิตย์จะมีงานเปิดตัวเธอ ในฐานะทายาทอีกคนของตระกูลคาสเชล เตรียมตัวให้เรียบร้อยพี่จะส่งซิลวี่ไปรับเธอมาที่เชคเวีย หวังว่าชุดที่ส่งไปจะชอบ พี่พยายามหาสีแดงแบบเดียวกับสีกุหลาบบ้านเราที่ทรานซิลเวเนียสีโปรดของเธอ คิดว่าเธอใส่แล้วคงจะงดงามมาก แล้วพบกัน..." เนรานั่งนึกถึงประโยคในกระดาษจดหมายแนบมากับกล่องพัสดุใบขนาดพอเหมาะจะใส่ชุดและรองเท้าพร้อมเครื่องประดับสำหรับงานเลี้ยงประชุมอันจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้"ให้พี่อีธานมาหาเรา แทนที่จะพูดเรื่องนี้กับเราหรือโทรหาก็ยังได้ ตารางการสอนดันยกให้อาจารย์คนอื่นปฏิบัติแทน ทำแบบนี้เท่ากับบอกว่าแม้แต่เสียงก็ไม่อยากได้ยินหรือหน้าคงไม่อยากเจอเรา" เธอบ่นพึมพำออกมาขณะกินข้าวกลางวัน เพราะตลอดคาบเรียนเช้ามานี้ เรื่องของพี่ชายเธอผู้ซึ่งไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็นหน้ากลายเป็นปัญหาลดทอนสติขณะนั่งเรียนไปแล้ว ด้านมีนา ซึ่งกลายมาเป็นบอดี้การ์ด มองเพื่อนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ได้กลับมาคุยกันแบบปกติถอนหายใจอยู่หลายครั้ง มือพลางเขี่ยอาหารในกล่องไปมาอย่างคิดหนัก"เป็นอะไรหรือเปล่า... มีนาตัดสินใจเรียกสติคนทำหน้าบูดบึ้ง... ก็อยากตั้งใจฟังที่พูดแต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง""เปล่า... ค

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 6 อย่างที่เคยเป็น

    ท่ามกลางหิมะในความมืดร่างหมาป่าขาวได้แต่วิ่งสับส่ายโก่งคอร้องหาคู่ตน เธอไปไหน เหตุใดเธอจึงพร้อมหนีเขาอยู่ร่ำไป... เนรา... เนรา... เขาพร่ำเรียกชื่อเธอเช่นนั้นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ได้เพียงเห็นเงาเคลื่อนไปมาทางนั้นที ซอกหลืบต้นไม้โน้นที แต่ไม่มีทางทีที่ใบหน้ายิ้มน้อยๆจะเมตตา"เนรา" เสียงลั่นไปทั่วห้องนอนยันชั้นล่างของบ้านหินกึ่งปูนกึ่งไม้ ร่างนอนเหยียดยาวโหยงตัวขึ้นบนเตียง มือกำผ้าห่มแน่นสองตารีบควานหาร่างที่เขานอนกกกอดทั้งคืน ไหนเลยบนเตียงนุ่มซึ่งยังคงมีกลิ่นเธอกลับว่างเปล่า ไม่กี่อึดใจเขาวิ่งออกจากห้องลงบันไดชั้นสองด้วยฝีเท้าหนัก อาการร้อนรนหัวหนักอึ้งพร้อมสภาพผมฟูยังคงไม่เรียงตัวดี ด้านเคธี่เดินถือกะทะกำลังจะตั้งเตา ส่วนโครว์ละจากหนังสือเมื่อสเวนลงมาจากชั้นบนอย่างรีบร้อน"นายเป็นอะไร""เนล่ะ " ขณะที่เคธี่กำลังเอ่ยปาก ทว่าโครว์ผู้กระตุกยิ้มนิดหนึ่งแทรกขึ้นทันที"เมอร์สันมารับไป" ได้ยินเพียงแค่ชื่อ ทำให้เขาติดความเร็วพาตัวเองวิ่งออกจากบ้านด้วยความโกรธ ด้านเคธี่ตีแขนสามีตนเองเล่นตลกไม่ดูว่าเนราเพิ่งกลับคืนสู่พวกเขา โดยเฉพาะสเวนชายผู้กลัวจะเสียเนราไปอีกไม่เท่าไรคนวิ่งผ่านประตูบ้านได้ยิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status