Home / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2 / ตอนที่ 5 สีแดงที่กลับมา ( 5 กลับคืนใจ จบ )

Share

ตอนที่ 5 สีแดงที่กลับมา ( 5 กลับคืนใจ จบ )

Author: 22 A Venus
last update Last Updated: 2026-01-17 13:58:06

"ฉันได้ยินว่าแกจะผสมพันธุ์กับภรรยาฉันงั้นเหรอ" หันกลับมาพร้อมต่อว่าเลือดแท้จากตระกูลนีโอ คนมือเปล่าที่สเวนเกือบใช้กำลังสังหาร ลั่นไกลูกซองส่งกระสุนเม็ดใหญ่ปักเข้าช่วงราวนม

เนราผู้ยืนอยู่หลังร่างสูง เบิกตาขึ้นแม้ไม่เห็น แต่เธอรับรู้ได้ว่าเขาถูกยิง สเวนคุกเข่าลงกับพื้นโดยมือประคองแผลที่สร้างทั้งความจุกและเจ็บปวดไม่น้อย ฝ่ายผู้คล้ายได้เปรียบเร่งใช้ปากปืนจ่อหัวของเขาในระยะเผาขนพลางหยิบลูกปืนออกมาใส่เข้าไปใหม่ เนราใช้จังหวะนั้นเข้ามาจับปลายกระบอกปืนยื้อมาทางตนและใช้เข่าตีเข้าอย่างแรงยังท้องปืน ซึ่งเหตุการณ์ดูเหมือนทำให้กระบอกปืนร่วงลงไปได้ แต่ก็แลกกับการโดนหลังแหวนจนขมำไปกับพื้น ขณะด้านสเวนถูกคุมตัวด้วยปืนลูกซองโดยลูกน้องเหลือของอีกฝ่าย

"ผมคิดว่าจะอ่อนโยนกับเธอนะเนรา... สองขายาวก้าวไปดึงต้นแขนอีกฝ่ายผู้กระเด็นถากไปกับพื้นขึ้นมา... แต่เมื่อเธอไม่สงบเสงี่ยม ว่าที่สามีคนนี้เลยต้องลงโทษ"

"อย่าแตะ..." สเวนที่กำลังจะเอ่ยปรามถูกด้ามลูกซองตีเข้าบริเวณท้ายทอยโดยลูกน้องของอีกฝ่ายทันที หากว่าการกระทำนั้นยังไม่จบ เพราะเท้าของอีกคนได้พุ่งยันหลังเขาไว้จนหน้าฟุบลงกับพื้นพร้อมใช้ปืนจ่อหัวตามลงมา

"ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้" หญิงสาวคนเดียวในสถานการณ์ตอนนี้ รู้สึกวูบขึ้นในหัวกลัวว่าปืนจ่อในระยะพร้อมปลิดชีพจะพรากเขาไปจากเธอ เธอรู้สึกเกลียดชังภาพตรงหน้า เกลียดผู้หมายกระทำต่อสเวน เพราะเท่ากับว่ากำลังดูถูกเกียรติของเขา เหตุผลอะไรกันที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้นจนอยากเดินเข้าไปใช้ปืนลูกซองยิงร่างทั้ง 3 คนให้ร่วงลงไป

"จุ๊ๆ อย่าทำหน้าตาหน้ากลัวแบบนั้นสิที่รัก ผมยังไม่ฆ่ามันหรอก"

"แกคิดว่าลูกปืนนั่นจะถูกยิงออกมาจากกระบอกปืนได้เหรอ ในระยะที่ฉันรู้ตัวแบบนี้"

"แกหมายถึงอะไร" ผู้ถือปืนจ่อหัวสเวนถามขึ้นเพราะสงสัยในคำพูดท้าทาย ยังกับว่าเขาสามารถควบคุมกระสุนระยะไร้เส้นห่างนี้ได้

"ลองยิงสิ" รอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจยังคงเปื้อนเลือดบริเวณปาก ไม่ได้ทำให้เนราเชื่อใจในคำพูดเขาแม้แต่น้อยด้วยขาดความทรงจำเรื่องความสามารถของชายหนุ่มไปด้วย หรือต่อให้ไว้ใจ เธอเองไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะไม่พลาด

"ปล่อยเขา... เธอลั่นวาจาขึ้นในฐานะแวมไพร์เลือดแท้ อำนาจสูงกว่า ส่งผลได้ดีต่อผู้มีสถานะต่ำ แม้อยากขัดขืนแต่ยากจะต้านทานแววตาเลือดเย็นของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันอุณหภูมิรอบด้านเริ่มต่ำลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง ชายผู้จับต้นแขนหญิงสาวไว้รับรู้ถึงความเย็นจากตัวเธอ แต่ยังไม่วายปล่อยมือกลับดึงตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า ทว่านั่นอาจผิดคาดนักกับอารมณ์หญิงสาวในตอนนี้ เพราะวินาทีนั้นเนราใช้หลังมืออีกข้างปาดใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างสุดแรง... โง่เขลาสิ้นดี คุณคิดเหรอว่าท่านพี่จะปล่อยคุณไป การบุกเข้ามาถึงปลายคมเขี้ยวพวกเรามีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่" ด้านคนถูกลงทัณฑ์ชูฝ่ามือหวังเอาคืน

วินาทีเดียวกันนั้นกลับมีคมหินลอยเหนืออากาศพุ่งทะยานราวกับฝนเข็มหวังแทงทะลุร่างชายเลือดแท้จากตระกูลนีโอ ไหนเลยอีกฝ่ายใช่ว่าด้อยฝีมือและความเร็ว จึงถีบขาโดดถอยหลังออกไปพิจารณาทิศทางพลังก่อนหน้าจะปรากฏร่างหญิงสาวผมสีเงินยาวสยายซึ่งการปรากฏตัวของเธอทำให้น้ำแข็งที่เนราสร้างขึ้นละลายในทันที

"คาร์เดีย" เสียงเนรากล่าวนามขึ้นทันทีเมื่อหันไปมองร่างสูงบางยืนอยู่ด้านหลังตน หญิงสาวที่เธอคิดว่าอยากจะพบมาโดยตลอดหลังจากตื่นขึ้นอีกครั้งในฐานะสายเลือดแท้จริง

แววตาคู่สีดำสบกับแววตาสีน้ำตาลอ่อนซีด ผู้ได้รับเลือดและชีวิตเธอไปก่อนการกลับมาเกิดอีกครั้ง ขณะเดียวกันเพียงเสี้ยววินาทีนั้นอีเมอร์สันได้ปรากฏตัวขึ้น สาวเท้าเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยพลันร่างทั้งสามซึ่งถูกเนราสั่งให้ปล่อยจากตัวสเวนก่อนหน้า ได้กระจายเป็นละอองเลือดถูกอากาศกินไป

"บุคคลซึ่งที่ต้องการตัวเนราคือนายเองสินะ ขยะอีกคน ผู้เหลือรอดจากตระกูลนีโอ" สองเท้าหยุดลงก่อนฉายแววตาสีแดงเข้มเป็นประกายแยกแผ่นปูน ผืนดินที่เขายืนอยู่เป็นทางร้าวและลอยตัวขึ้นหวังจบชีวิตอีกฝ่าย ทว่าคนไหวตัวทันกลับชิงหายไปก่อน จริงอยู่เขาเป็นเลือดแท้ แต่หากต้องมาประมือกับแวมไพร์เลือดแท้ทั้ง 3 คนคงไม่น่าจะรอด

"สเวน... เมื่อได้สติดึงตัวเองกลับมาพร้อมแววตาแสดงความเป็นห่วง เนราจึงรีบไปพยุงคนเจ็บอย่างสเวน ชายขึ้นชื่อว่าเป็นสามีนอนจมเลือดออกมาจากบาดแผลบริเวณหัวด้านหลัง... อดทนหน่อยนะคะ เนจะพาคุณไปรักษา"

"ลุกขึ้น... เสียงอีเมอร์สันกล่าวสั่งขึ้นหลังจากหันไปรักษาบาดแผลของซิลวี่เป็นที่เรียบร้อย ด้านเนราปรากฏใบหน้ามีบาดแผลฟกช้ำได้แต่ก้มหน้าทั้งยังคงคล้องแขนผูกติดตัวสเวนไว้ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปอย่างไร้เสียงตอบ เธออยากพยุงเขาด้วยสองแขนตนแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา ทั้งที่รู้ว่าตอนนี้อีเมอร์สัน คงไม่พอใจยามเห็นสภาพบาดแผลน้อยนิดบนตัวเธอนัก... เขาไม่ตายหรอก" พูดจบชายผู้พี่ดึงร่างสเวนขณะเนราประคองมาไว้กับตนก่อนอาสาพาเขากลับไปยังคฤหาสน์ด้านในแทน เนื่องจากห้องหนึ่งของบ้านมีห้องพยาบาลอุปกรณ์ครบมือพร้อมผ่าตัดเอากระสุนเม็ดใหญ่ออกให้ได้

ในคฤหาสน์ บ้านพักตากอากาศ ขณะจาเว็คและบลัดพร้อมกับคนของอีเมอร์สันยืนเฝ้าตรวจตรารอบบ้าน หลังจากสังหารแวมไพร์ป่าเถื่อนไปได้ทั้งหมด ส่วนแวมไพร์ระดับรองจากพวกเลือดบริสุทธิ์หนีไปได้ขณะที่บางตนได้รับบาดเจ็บหนัก เหล่าแม่บ้านพ่อบ้านรีบทำความสะอาดในจุดถูกคุกคาม โดยเฉพาะห้องพักของเนรา หญิงสาวจึงต้องมาล้างเนื้อล้างตัวภายในห้องของอีเมอร์สันซึ่งอยู่ตรงข้ามแทน

"มานั่งข้างพ่อสิ" คนเป็นพ่อใช้มือวางบนโซฟาพื้นที่ข้างตัวเมื่อเห็นลูกสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาอยู่ในสภาพปกติ โดยที่ก่อนหน้าเนื้อตัวมีลอยฟกช้ำตามแขน โดยเฉพาะใบหน้านั่นยิ่งทำให้เขาคับแค้นใจจนอยากจับพวกสภาอาวุโสไม่กลัวตายกล้าบุกมาชิงตัวลูกสาวถึงในบ้าน ทั้งที่ยังมีตนและอีเมอร์สันอยู่...

โครว์และเคธี่มองตามคนตัวเล็กในชุดเดรสแขนตุ๊กตาสีแดงปาดไหล่เล็กน้อยข้างตัวบอดี้การ์ดของเธอทุกฝีก้าวจนลงมานั่งยังโซฟาตามผู้เป็นพ่อเรียกขาน ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งสำหรับพวกเขาเนรายังมีส่วนเปลี่ยนไปพอควร เรียกได้ว่าเป็นอีกด้านอันแตกต่างจากเวลาอยู่กับพวกตนเมื่อไม่กี่วันก่อน

"ท่านพี่ยังผ่าตัดสเวนไม่เสร็จเหรอคะ"

"ไม่ต้องเป็นห่วง ลูกเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า"

"ได้เลือดท่านพี่แล้ว รอยช้ำมันก็หายไปหมด ว่าแต่ท่านพ่อ..." หญิงสาวเคลื่อนตาลงมองช่วงไหล่ของพ่อตนตอนถูกยิง แม้จะเห็นกับตาว่าพลังของผู้เป็นพ่อดันลูกกระสุนจนพ้นกระเด็นออกมาจากที่ฝังเนื้อแล้วก็ตาม

"พ่อไม่เป็นไร แผลแค่นี้" และตอนนี้มันไร้ร่องรอยราวกับว่าผิวหนังส่วนนั้นไม่เคยถูกระแคะระคาย

"พวกสภาชักกำเริบ อาจหาญนัก กล้าบุกมายังสถานที่ซึ่งท่านพ่อและท่านพี่อยู่" แววตามุ่งมั่นของเนรา แสดงถึงความไม่ยอมเล็กน้อยชั่งขัดกับบุคลิกก่อนหน้าจนทำให้โครว์และเคธี่หงุดหงิดพอสมควร จะว่าพวกเขาไม่ชอบไม่ผิดนัก แต่มันเป็นเนรา ออกมาจากตัวเนราอย่างถ่องแท้ จะให้ทำอะไรได้

"คงเห็นว่าพวกเราวางใจเลยใช้ช่องโหว่นี้จู่โจม"

"ขี้ขลาด" หญิงสาวกำมือแน่น หากมีร่างกายพร้อมรับการปลดปล่อยพลังที่เธอมีทั้งหมดได้ คงไม่เบามือไปแล้ว แต่นี่มีพลังอยู่ในมือ ทั้งที่สามารถลดอุณหภูมิรอบกายให้เข้าถึงจุดเยือกแข็งได้หลายเมตรพอๆกับพี่ชายยามสร้างความร้อนและเพลิงไฟได้แท้ๆ แต่ต้องคอยระวังร่างกายจะได้รับผลกระทบ

"ฉันขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมคะ... เมื่อเห็นเนราดูท่าจะไม่ยอม เธอจึงจำเป็นต้องพูดขึ้นเพราะกลัวว่าสาวรุ่นน้องอาจคิดทำอะไรซึ่งอาจเป็นอันตราย... พวกเราไม่อยากแหย่มือเข้าไปวุ่นวายแต่เพราะเป็นเรื่องของเนรา จึงอยากเสนอแนะบางอย่าง ฉันคิดว่าพวกท่านควรกลับไปอยู่โรงแรมตามเดิมอย่างน้อยสถานที่นั่นอยู่ในเมือง ใกล้สมาคม Hunter คนพวกนั้นจะเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่"

"เรื่องนั้นผมคิดไว้แล้ว ในเวลาแบบนี้คงมานั่งสงบสุขกับครอบครัวไม่ได้ จึงได้ฝากเนราไว้กับพวกคุณ ด็อกเตอร์... หากครั้งนี้ไม่มีธุระต้องพาตัวเนรามา พวกเราคงปล่อยเธอไว้กับพวกคุณ"

"ท่านพ่อ พูดเหมือนจะไปอีกแล้วเหรอคะ" รีบแทรกขึ้นด้วยความหวั่นใจ

"พ่อกับเมอร์สันยังต้องคอยสังเกตการณ์ในสภาอาวุโส หากอยู่ใกล้พวกนั้นการเคลื่อนไหวของมันจะดำเนินอย่างลำบากเพราะเรายังคงคานอำนาจพวกชนชั้นขุนนางอย่างชัดแจ้ง"

"งั้นให้เนไปด้วยสิคะ เนเป็นเลือดแท้เหมือน..."

"มันอันตรายนะเนรา... เคธี่ขัดขึ้นอย่างอดกลั้นไม่ไหวต่อความหัวรั้นของอดีตลูกสาวจากภพก่อน... ถึงเธอจะเป็นกลุ่มชนชั้นสูงสุดแต่การใช้พลังของเธอมีข้อจำกัด เราให้พวกมันรู้เรื่องนี้ไม่ได้ ถึงวันนี้คนจากตระกูลนีโอที่เหลืออยู่จะพลาดรู้ความลับเลือดของเธอแล้ว แต่ยังไม่คิดว่ามันจะไปป่าวประกาศ ตัวตนเธอควรเป็นความลับให้มากที่สุด" คนฟังก้มหน้าลงทั้งรู้สึกผิดและเจ็บใจในข้อจำกัดตนเอง เพราะหากมีเธออีกคนซึ่งต่อกรกับกลุ่มต่อต้านคงดีไม่น้อยเลย คนพวกนั้นอาจจะลามือไม่ต้องการใช้ตัวเธอมาต่อรองกับตระกูลคาสเชลเพื่อเปลี่ยนกฎบางอย่าง

"ด็อกเตอร์เคธี่พูดถูกนะเนรา... เสียงคุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง และนั่นทำให้เนราลุกจากโซฟาไปหาเขาทันที... ปลอดภัยแล้วไม่ต้องห่วงเขาหรอก" ตอบอย่างรู้ใจคนทำถ้าจะส่งเสียงถาม

"เนไปดูเขาได้ไหมคะ" ใบหน้าเบิกบานถามขึ้นทันทีอย่างดีใจ ซึ่งอีเมอร์สันลอบหายใจเล็กน้อย เพียงกระสุนลูกซองจะเจ็บปวดอะไรนักหนา สเวนไม่รู้หรือว่าเขามองออก ว่าเจ้าตัวปลดล็อคพลังอีกส่วนออกมาแม้ไม่ทั้งหมด แต่พอใช้ดันลูกกระสุนออกได้พร้อมรักษาบาดแผลตัวเอง... ดูท่าคงอยากให้เนราฟื้นไวจึงทำตัวอ่อนแอเหมือนลูกสุนัข

"ได้สิ แต่พี่มีอะไรจะคุยด้วยหน่อย... คนอ่อนกว่าพยักหน้าขณะฝ่ามือใหญ่นั่นก็เคลื่อนมือจากลูบหัวเธอมาประคองเอวแทน... ขอตัวเนก่อนนะครับท่านพ่อ"

"ตามสบายเถอะ"

เคธี่มองตามการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ยามเดินประคองกันไป จนอดคิดไปวูบหนึ่ง ทั้งคู่ชั่งเหมาะสมกันเหลือเกิน ทั้งแววตายามสื่อสารขณะพูดของเนราหรือ ใบหน้าอ่อนโยนของอีเมอร์สันอันหาเห็นได้ยาก พวกเขาราวกับสิ่งผูกพันกันมาอย่างยาวนาน หรือมันเป็นเพราะสัมผัสจากฝาแฝดคู่พิเศษที่มีเพียงไม่กี่คู่ในโลกและอาจจะเป็นคู่เดียวด้วยซ้ำ... พวกเขาไม่ได้เกิดมามีชีวิตใครชีวิตมันหรือคนละวงกลมของเวลาชีวิต แต่มันทับซ้อนเกี่ยวโยงกันไว้ราวกับว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อเป็นเหตุผลมีชีวิตอยู่ของกันและกันยังไงยังงั้น เคธี่คิดเช่นนั้นก่อนถูกสามีนั่งข้างตนเองใช้มือแตะด้านหลังเบาๆเพื่อเรียกสติภรรยาซึ่งดูค้างไป

"ยังไงต้องขอบคุณพวกคุณที่เข้ามาช่วยเหลือพวกเราในวันนี้"

"ไม่เป็นไรครับ เนราเป็นครอบครัวพวกเราเหมือนกัน"

"ต้องฝากเธอไว้กับพวกคุณด้วย ผมและเมอร์สันคงไม่มีเวลาเดินทางมาพบเธอนัก ถึงเจ้าหญิงของพวกเราจะต่อต้านบ้างแต่เธอไม่ได้ปฏิเสธพวกคุณ คิดว่าหากได้ความทรงจำคืนมาคงกลับไปเป็นแบบเดิม... ทั้งสองนั่งฟังหันหน้ามองกันมื่อคนตรงหน้าพูดเหมือนรู้ความคิดบางอย่าง... ผมรู้ว่าพวกคุณรู้สึกขัดใจกับตัวตนของเนราไม่น้อย ถึงจะดูรุนแรงขึ้นบ้าง กลายเป็นคนไม่ยอมและพร้อมต่อสู้ แต่นั่นเป็นเพียงสัญชาตญาณหนึ่งที่ขาดหายไปในฐานะแวมไพร์ ทำให้เนราสามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้โดยไม่ต้องเก็บงำ จนบางทีอาจลืมความถูกผิดและกลับมาคิดทีหลัง"

"พวกเราไม่ได้กังวลเรื่องนั้นหรอกค่ะ จริงอยู่ที่รู้สึกขัดใจบ้างแต่เธอไม่ได้ทิ้งตัวตนที่เรารู้จักไปเลยแม้แต่นิด ความร่าเริง ความอ่อนโยนเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งยังไม่มีอะไรเปลี่ยน... เธอนึกย้อนภาพเนราลักษณะร่าเริง หัวเราะง่าย ชั่งพูดชั่งเจรจา แต่ในบางมุมมีท่าทางน่าเกรงขาม จนแทบไม่สามารถขัดสายตาตรึงพวกตนไว้ได้... เพียงแค่ฉันรู้สึกว่าเนราแข็งแกร่งขึ้นมากจนกลัวว่าเด็กคนนั้นจะทำในสิ่งที่เป็นอันตรายต่อตัวเอง"

"ผมคิดว่าเนราน่าจะรู้ขอบเขตตัวเองขึ้นพอสมควร ตอนนี้พวกคุณไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวจะให้พ่อบ้านนำไป รอให้สเวนหายจากอาการเจ็บแล้วค่อยกลับไปกันก็ได้"

"ครั้งนี้ท่านจะให้เราพาเนรากลับไปด้วยใช่ไหมคะ"

"ผมอาจจะไม่ได้อยู่ถึงพรุ่งนี้เช้า พอเนราหลับเราอาจไปกันทันที" พูดจบเขาลุกจากโซฟาโดยมีซิลวี่ตามประกบไป

"จะไม่อยู่ลา..."

"ไม่จำเป็น... ทว่าครั้งนี้คำพูดสวนมากลับเยือกเย็นผิดปกติราวกับผู้พูดกำลังกดทับความรู้สึกแท้จริงไว้ ซึ่งทั้งคู่น่าเก็บคำถามนั้นไว้ในใจ แต่ดันถามคนเป็นพ่อผู้ไม่แม้แต่จะอยากปล่อยมือลูกสาว... เนราไม่สามารถเลือกพวกเราและพวกคุณได้ ผมจึงต้องเลือกเส้นทางให้เด็กคนนั้นเอง" อีริคพูดจบก็ปรายตามองส่งหน้าที่ดูแลรับรองแขกให้บรรดาพ่อบ้าน

ทว่าซิลวี่ผู้กำลังจะเดินตามไปหยุดฝีเท้าปล่อยให้นายผู้ชายตนเดินไปก่อนส่วนตนหันกลับมาหาสองสามีภรรยาหมาป่าผู้ยืนส่งชายอาวุโสกว่าอย่างอีริคไปด้วยสายตารับรู้ความรู้สึกของคนเป็นพ่อ... พวกตนควรเงียบ

"พวกคุณคงทราบสิ่งที่ท่านอีริคและท่านเมอร์สันทำดี ทุกสิ่งเพื่อท่านเนรา โดยเฉพาะท่านเมอร์สันปรารถนาจะสร้างโลกที่ท่านเนราสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข ตลอดระยะเวลา 13 ปีก่อน ไม่มีใครรับรู้ความทรมานอันถูกเก็บไว้ภายใต้รัศมีความเงียบขรึม เพราะปรารถนาให้ท่านเนราใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ธรรมดา ฉันคิดว่าหากท่านไม่ผนึกจิตท่านเนราทั้งคู่คงไม่แยกจากกัน ท่านเนราคงไม่ลังเลใจ ระหว่างครอบครัวฝั่งพวกคุณและฝั่งสายเลือดแท้จริง โดยเฉพาะกับชายผู้นั้น... ถ้อยคำเน้นย้ำว่าชายผู้นั้น ทั้งคู่เข้าใจได้ทันทีว่าใคร บุคคลซึ่งชีวิตและจิตวิญญาณผูกติดกับเนรา ผู้ล่วงรู้ชะตาคู่แท้มีเพียงคนจากเผ่าพันธุ์หมาป่าเท่านั้น... ฉันไม่ทราบว่าท่านเมอร์สันคิดจะทำอะไร เพราะเพื่อความสุขของท่านเนราแล้วถึงตัวท่านต้องหายไป ท่านก็ไม่ลังเล" เธอพยักหัวลงทำความเคารพก่อนเดินออกไปจากห้องรับแขกทิ้งให้โครว์และเคธี่ยืนแปลความหมายของประโยคก่อนหน้า ด้วยอีกฝ่ายส่งทอดอารมณ์ได้ดีเหลือเกิน ทั้งชิงชังในตัวพวกเขาจากสายตายามมองมา ไหนจะแฝงความหดหู่ยามกล่าวถึงอีเมอร์สัน ราวกับว่ากลัวผู้เป็นนายจะหายไปอย่างไม่มีวันกลับมาในเร็วๆนี้

"ก็จริง หากเนื้อคู่ของสเวนไม่ใช่เนรา พวกเราคงไม่เป็นเหตุผลหนึ่งให้เด็กคนนั้นลังเล เรื่องทุกอย่างจะเปลี่ยนไปทั้งหมด ด็อกเตอร์เมอร์สันคงทำให้เนราตื่นขึ้นและพาเธอไปไว้ทรานซิลเวเนียใช้ชีวิตอยู่กับเขาตลอดไป"

"นายหมายถึงชีวิตคู่งั้นเหรอ"

"มันไม่ใช่เรื่องแปลก แม้แต่เผ่าพันธุ์พวกเราหากเป็นเลือดแท้มักจะแต่งงานกันในเครือญาติที่ไม่ห่างกัน หรือหากมีพี่น้องชายหญิงทั้งคู่จะถูกหมั้นหมายกันตั้งแต่ต้น"

"เรื่องนั้นฉันเข้าใจ แต่ถ้าเป็นเนราในตอนนี้ เธอใช้ชีวิตแบบมนุษย์ธรรมดามาก่อนฉันไม่คิดว่าเนราจะเข้าใจความสัมพันธ์แบบนั้นหรอก"

"สำหรับมนุษย์ธรรมดามันคงกลายเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ทั้งที่เผ่าพันธุ์ทุกชีวิต เริ่มจากสายเลือดเดียวกันก่อนข้ามสาย และจนมันเกิดผลกระทบจึงมีกฎตั้งขึ้นมาใหม่ แต่สำหรับเลือดแท้แล้วพวกเขาไม่มีความผิดปกติหรอก แม้แต่ปัจจุบันเผ่าพันธุ์พิเศษไม่น้อยที่ยังคงรักษาความบริสุทธิ์ของเลือดด้วยให้ให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาวเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ตนต่อไป"

" คาร์เดียน่ะเหรอคะ " เนราพูดขึ้นเมื่ออีเมอร์สันถามถึงร่างบาง ผู้ซึ่งเข้ามาช่วยพวกเธอไว้ก่อนหน้าตนไปถึง แต่พออีเมอร์สันจบเหตุการณ์ได้ทั้งหมดโดยปล่อยตัวบงการอย่างเลือดแท้จากตระกูลนีโอไป หญิงสาวผมสีเงินได้สาบสูญอย่างไร้ร่องรอย

"เธอคนนั้นน่าจะกลับมาอีกครั้ง ถึงจะไม่รู้เหตุผลว่าทำไมถึงปรากฏตัวแต่เนห้ามไว้ใจเด็ดขาด"

" ท่านพี่... เธอยกมือกุมแขนชายผู้กำลังมีอารมณ์ขุ่นเคือง หากเขาหาคาร์เดียพบคงไม่ปล่อยไว้เป็นแน่ แต่เนราไม่ต้องการให้อีเมอร์สันสังหารเพราะอีกฝ่ายไม่ได้คิดต่อกรใดๆ... อย่างที่เนบอกเธอผู้นั้นไม่ได้มีจิตปรารถนาเป็นศัตรูกับพวกเรา อย่าลืมสิคะเธอได้เลือดและชีวิตเนไป ฉะนั้นบางสิ่งของเนที่ไหลเวียนอยู่ในกายเธอคนนั้นจะทำให้เนรับรู้ตัวตนของเธอได้ ตระกูลนีโอเบาปัญญานัก คิดปลุกคืนชีพจิตซึ่งถูกจองจำเข้าสู่สภาวะเรียกว่าจำศีลนับหลายชั่วอายุของตระกูลเลือดบริสุทธิ์ เพราะสิ่งที่คนเหล่านั้นต้องการคือการถูกปลดปล่อยไม่ใช่แก้แค้น เมื่อได้หลงในป่ามืดลวงตาเป็นเวลานานจะทำให้พวกเขาลดทิฐิและต้องการปล่อยวาง"

"ถึงนั่นจะเป็นผลของการจองจำ แต่่อย่าได้ลืมว่าบรรพบุรุษอย่างคาร์เดียถูกพี่ชายทั้งสองของเธอจองจำเพราะอะไร"

"ทราบดีค่ะ แต่คาร์เดียมาช่วยเรานะคะท่านพี่... ครั้งนี้เธอดึงอีเมอร์สันลงมานั่งข้างตัวเอง หย่อนตัวลงเตียงเขาลงไปก่อน เพื่อจะทำให้พี่ชายได้ใจเย็นขึ้น... ไม่งั้นเนคงถูกชายผู้นั้นทำร้ายไปแล้ว... เหตุผลนั่นจริงอยู่แต่ไม่ได้ทำให้สายตาอีเมอร์สันยามมองตรงไปรู้สึกไว้วางใจขึ้นมา... แต่จะว่าไปเธอดูกลัวท่านพี่มากเลย ความรู้สึกนั้นเนรับรู้ได้เมื่อได้ท่านพี่ปรากฏตัว สังเกตไหมคะ"

"บรรพบุรุษ พวกเขามีพลังมหาศาลกว่าพวกเรานัก แม้แต่พี่เป็นเลือดแท้หากเทียบกับต้นตระกูลก็ใช่ว่าจะต่อกรได้ พี่ว่า... จะว่าไปมันก็จริง ชายหนุ่มนึกตามคำพูดของเนรา แววตาสั่นเครือปนตกใจของหญิงสาวผมสีเงินดูผิดแผกจากตอนใช้พลัง เพราะเมื่อหันมาเห็นตนกลับแสดงท่าทีหวาดกลัวก่อนรีบหนีหายด้วยความเร็วประหนึ่งผู้สะพรึง... อาจจะแค่ไม่ทันตั้งตัวห" คนน้องทำหน้างงงันกับประโยคกลับไปกลับมาของพี่ชาย

"แต่เนว่าพลังของท่านพี่พอๆกับต้นตระกูลเลย สามารถเผาป่าได้ทั้งป่าเลยนี่นา หรือจะแยกก้อนหินใหญ่ๆยังทำได้ แม้แต่จะเป่าร่างเนื้อให้หายไปภายในพริบตาด้วย ท่านพ่อเองก็บอกว่าท่านพี่น่ะแข็งแกร่งที่สุด... สองแขนเคลื่อนคล้องเอวพลางใช้หัวซุกเข้าไปยังอกกว้างของคนเพิ่งผ่าตัดให้สเวนเสร็จ ทั้งจากเพิ่งทำสงครามและเข้าห้องผ่าตัดเนื้อตัวของอีเมอร์สันไม่แม้แต่จะมีกลิ่นหรือคราบโลหิตติดตัว มีเพียงกลิ่นเฉพาะที่เนรารับรู้ทุกครั้งยามกอด กลิ่นเดียวกับเลือด เมื่อตนได้ดื่มมันเปรียบเสมือนน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ไร้ซึ่งปรากฏในโลก... ไม่ต้องกังวลนะคะคาร์เดียทำอะไรเนไม่ได้ ในฐานะผู้ให้ชีิวิตใหม่เนถือเป็นเจ้าชีวิตเธอ... ใบหน้าหวานพูดพลางแหงนมองคนดูท่าไม่เผยยิ้มทั้งยังดูเป็นกังวล เนราไม่สามารถเดาได้เลยว่าเขาคิดอะไร หรือจะทำอะไร แค่รู้ว่ามันมากมาย... อย่าทำหน้าน่ากลัวสิคะ... เมื่อได้ยินคำนั้นเขาจึงเปลี่ยนสีหน้า พลันรู้สึกผิดเมื่อทำให้เธอกลัว ซึ่งเขาตีความไปเอง โดยไม่รู้ว่าเนราพูดไปงั้นเพื่อเรียกตัวตนปกติยามเขาอยู่กับเธอกลับมา อีเมอร์สันหันกลับมามองคนกำลังเคลื่อนตัวขึ้นด้วยสายตาอ่อนโยนแบบเคย เธอคุกเข่ากับผ้าปูผืนนุ่มบนเตียงใช้มือโอบศีรษะเข้ามากอดไว้ชิดหัวตนในแบบที่พวกเขาชอบทำให้กันและกันเวลาอีกคนเศร้าหรือทุกข์ใจ... ไม่เป็นไร เนจะเข้มแข็งท่านพี่เองก็อย่ากังวลเลยนะคะ" อา... เขาจะรู้จักความอบอุ่นเมื่อรู้สึกเหน็บหนาว หรือ ความเย็นยามรู้สึกร้อนรุ่มได้เพราะเนราเพียงคนเดียว บุคคลเดียวผู้ทำให้เขาสามารถสัมผัสความรู้สึกเช่นนั้นได้นอกจากสิ่งที่เรียกว่า ความว่างเปล่า...

16.00 น.

เวลาเกือบเย็นรอตะวันตก เนรานั่งเฝ้ามองให้คนเจ็บตื่นตั้งแต่ขออีเมอร์สันเป็นคนเฝ้าไข้สเวนมาเกือบสองชั่วโมง จนวินาทีนี้ร่างในผ้าพันแผลช่วงใต้ราวนมค่อยๆขยับตัวก่อนสัมผัสบริเวณท้ายทอยหลังลุกขึ้นพ้นผ้าห่ม หญิงสาวผู้เฝ้ารอ ยิ้มรับการตื่นของเขาทันทีพร้อมกับวางถ้วยข้าวต้มที่ตนเพิ่งอุ่นเสร็จ สเวนลืมตากว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของสิ่งเดียวในชีวิตอันเป็นลมหายใจและเข้าสวมกอดร่างที่เดินเข้ามานั่งบนเตียงทันที

"ผมนึกว่าตื่นมาจะไม่ได้เห็นเธอแล้ว" ได้ยินเช่นนั้นเธอจึงตีความไปว่า สเวนคงคิดว่าพ่อและพี่ชายตนจะพาเธอไปจาก

"เป็นไงบ้างคะ คุณเจ็บมากไหม" มือบางค่อยๆผลักดันตัวเองออกมาถามด้วยความเบามือกลัวกระเทือนบาดแผลอีกฝ่าย ซึ่งด้วยสเวนนั้นรู้นิิสัยภรรยาตนดี ใบหน้าเพิ่งเบิกบานหลังจากได้รู้ว่าเนราเป็นห่วงจนนั่งเฝ้ารอเขาตื่นก็เปลี่ยนเป็นคิ้วขมวด ดูหมดแรง ตาปรือ ซ้ำยังทำร่างกายสั่นงกๆ

"ผมปวดหัว ปวดจะตายอยู่แล้ว" หน้ายับยู่หลับตากุมขมับพลันเอนทำท่าจะซบอีกฝ่ายอย่างขอความสงสาร วินาทีนี้มีหรือเขาจะไม่ใช้โอกาสเรียกคะแนน ทำให้ตัวเองเจ็บ อดทนโดยไม่ใช้พลังรักษา คงต้องใช้ให้คุ้มไปล่ะนะ

"เจ็บแผลเหรอคะ ไหนเนดูหน่อยนะ" เมื่อเห็นอาการเช่นนั้นเธอจึงเอี้ยวตัวผ่านหน้าเขาไปดูบาดแผลบริเวณหลังหัวกลัวว่าเลือดยังไม่หยุดไหล ด้านสเวนยังคงยิ้มเจ้าเล่ห์หอมปลายผมอีกฝ่ายขณะเจ้าตัวไม่ทันสังเกตระวังตัว ว่าตนตกกับดักแผนหมาป่าเจ้าเล่ห์เข้าไปเต็มๆแล้ว

"ตรงนี้ก็เจ็บ... เสียงอ้อยอิ่งพูดกระแอมไอคอกแคกคล้ายเสมหะกองเท้าขี้ช้าง พลางจับช่วงบริเวณแผลถูกยิง... เหมือนซี่โครงหักไปด้วยเลย"

"ฮะ ซี่โครงเหรอคะ"

"ใช่ ตรงนี้... เขาจับมือบางให้มาสัมผัสผ้าก๊อตใกล้กับหัวใจ... เหมือนมันหายไป" เพียงหวังว่าเนราจะรับรู้ถึงเจ้าดวงใจนั้นมีตัวเธออยู่

"ซี่โครงหายเหรอ... เธอถามขึ้นอย่างตกใจ แล้วอีเมอร์สันไปทำท่าไหนให้ซี่ดครงสเวนหายไปกันด้วยเจ้าตัวทำท่าเจ็บปวดทรมานเสียเหลือเกิน... เดี๋ยวเนไปตามท่านพี่มานะคะ จะได้ตรวจอาการคุณ" ขณะกำลังลุกไปสเวนได้ไอดังลั่นขึ้นมาจนคอแทบพัง มือข้างหนึ่งกุมท้องราวกับประคับประคองแรงสะเทือนยามมันส่งถึงบาดแผลอย่างกลั่นแกล้งตัวเอง อีกข้างจับกุมคอพร้อมพูดเสียงแหบๆว่า...

"คอแห้งจัง แห้งจนรู้สึกเหมือนขาดน้ำ รู้สึกเหมือนใครนำหนามมาถูคอ" เธอหยุดฝีเท้าลงโดยทิ้งเป้าหมายจากประตูห้อง เป็นเดินเข้าไปยังห้องข้างในด้านขวามือซึ่งเป็นห้องชงกาแฟเล็กๆ และรินน้ำใส่แก้วมาให้เขา ซึ่งขณะเนราเดินเข้าไป สเวนก็ถือโอกาสใช้พลังที่เขาสามารถสะเดาะกลอนประตูได้เป็นล็อคแทนเพื่อกันคนอื่นเข้ามาพร้อมใช้พลังปิดตายไปเสียเลยเพื่อไม่ให้เนราเผลอเปิดออกไป

"ดีขึ้นไหมคะ" คนถูกถามแกล้งสำลักเล็กน้อยก่อนพยักหน้าส่งสายตาหยาดเยิ้มยามกุมมือคนส่งแก้วน้ำเข้าปากเขา เนราเก้อเขินเล็กน้อยยามสัมผัสสายตาไล่ต้อน แต่เพราะเขาไม่สบายเธอจึงไม่ได้คิดอะไรมาก และไม่ได้นึกว่าชายหนุ่มแกล้ง

"หอมข้าวต้ม... เขาเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนโต๊ะ ซึ่งคาดว่าในชามคงเป็นอาหารซึ่งต้องทานก่อนจะต้องกินยาตามรูปแบบแผนผู้บาดเจ็บ อย่างน้อยมันใช้เป็นข้ออ้างได้ อันจะทำให้เนราไม่ต้องไปตามอีเมอร์สันมา... ของผมใช่ไหม "

"ค่ะ เนลงไปอุ่นให้ใหม่พอดีกับที่คุณตื่น จะทานเลยไหมคะ" เธอถามเขาก่อนเพราะเห็นทำท่าทางหิว

สเวนได้แต่พยักหน้าเขาไม่อยากพูดมากเพราะจะกลายเป็นว่าเขายังคงมีกำลังพูดพร่ำเพรื่อ การใช้วิธีแค่พยักหน้าด้วยตาปรือๆ หรือคิ้วขมวดเพราะเจ็บแผลบ้างเป็นกลวิธีของผู้บาดเจ็บที่เรียกความสงสารชนิดเยี่ยมยอดแล้ว

เนรายื่นถ้วยข้าวต้มพออุ่นตักเข้าปากได้ให้เขา เนื่องจากสเวนไม่ได้มีบาดแผลบริเวณแขนหรือมือ เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นแล้วสเวนจึงค่อยๆเอื้อมมือขึ้นจับช้อนด้วยอาการสั่นเหมือนยากเย็น สีหน้าพลางแสดงความเจ็บปวดไปด้วย... ไม่ป้อนเขางั้นเหรอ ที่รักคนนี้กำลังเจ็บปวดนะ แผนต่อไปคงต้องมาแล้ว

" มือมันชาๆผมรู้สึกยกแล้วมันเจ็บสะเทือนไปถึงแผล ไม่สิ ไปถึงปลายเท้า" โอ้ เธอไม่เข้าใจอาการหนักขนาดนั้นเลย ไหนอีเมอร์สันว่าสเวนปลอดภัยดีทุกอย่างแล้วเล่า

"งั้นเดี๋ยวเนป้อนนะ คุณอยู่เฉยๆดีกว่าแผลจะฉีกเอาได้"

"ต้องแบบนี้สิ " เขาหลุดปากพร้อมยิ้มออกมาอย่างมีชัยในแผนการที่วาง

"คะ?" เนราสวนขึ้นด้วยความตกใจเพราะฟังจากน้ำเสียงเมื่อครู่ดูคงที่และแข็งแรง

"ผมบอกว่าให้มันได้แบบนี้สิแขนบ้านี่ ทำให้เนต้องลำบาก" เสียงเข้มอ่อนลงทันใดพลางมือยกขึ้นมากุมคอลูบเบาๆเหมือนว่าคอแห้งอีกครั้ง เนรามีจุดอ่อนตรงความสามารถ ซึ่งมันคงใช้ได้ก่อนความทรงจำจะกลับคืนให้หญิงสาวได้คลางแคลงใจต่อความเจ้าเล่ห์

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณช่วยเนไว้นี่" เนราหันไปคนถ้วยข้าวต้มต่อพร้อมเป่าไปมาให้เย็นกว่าเดิมเพราะกลัวจะไปบาดลิ้นและคออีกฝ่าย เห็นว่านิดหน่อยสะเทือนไปปลายเท้า หากยังร้อนข้าวต้มนี้คงสะเทือนไปถึงลำไส้เป็นแน่ แต่หากนั่นมันทำให้เขารู้สึกว่าถูกละความสนใจไป เนราไม่ได้สนใจเขา กลับไปสนใจสิ่งในถ้วยนั่นแทน...

"เอ่อ เน... และแล้วเขาพลันนึกคิดวิธีกระชับความใกล้มากกว่าเดิมได้... ช่วยพยุงผมชิดหัวเตียงได้ไหม นั่งงอไร้ที่พิงแล้วเหมือนแผลเย็บจะฉีกขาด" แต่ละคำของเขาชั่งรุนแรงและหน้ากลัวจนหวั่นใจตั้งแต่ซี่โครงหาย

เนรารีบวางถ้วยข้าวต้มบริเวณโต๊ะโคมไฟหัวเตียง ก่อนเลื่อนหมอนหนานุ่มตั้งขึ้น ค่อยๆประคองให้ตัวสเวนขยับไปพิง คนสบโอกาสก็ได้แต่สูดกลิ่นผมและกลิ่นหอมจางๆจากตัวผู้เป็นภรรยา โดยเฉพาะช่วงแก้มบริเวณในส่วนที่เขามักได้สัมผัสมันเสมอแต่ต้องอดใจไว้ เพราะหากจู่โจมเนราอาจกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้

"หอมจัง" คนถูกทักหันข้างกลับมาขณะมือโอบตัวเขาชิดหมอนพิง และนั่นมันทำให้เธออยู่ใยระยะประชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจอีกฝ่าย

"คุณหิวแล้วสินะ" เธอรีบเบี่ยงตัวออกมาหยิบชามข้าวต้มก่อนค่อยๆป้อนเข้าปากเขาทีละคำ ทว่าทุกคำที่ส่งออกไปสายตาสเวนไม่ได้วางเอาแต่จดจ้องใบหน้าเนรา แล

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 11 King และ Queen ของอีเมอร์สัน

    เนรา หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อสามีแสนหวงยิ่งกว่าสิ่งใดรีบดิ่งมาจากโรงแรมซึ่งเพิ่งสนทนากับสวอนน่าเสร็จแบบไม่สุด เพื่อกลับไปยังโรงแรมเครือของตระกูลที่อีเมอร์สันเป็นคนดูแล เนื่องจากกลัวว่าสเวนจะมาถึงก่อนด้วยตนไม่ได้บอกว่าจะออกมาข้างนอก เพราะคำสั่งอีกฝ่ายห้ามปรามไว้ แต่โครว์ยังใจดีปล่อยตนมาซ้ำเคธี่ยังคอยตามดูแล ตนจะให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเสมือนพี่ชายพี่สาวแท้ๆมารับโทษผิดแทนไม่ได้"ดีนะคะที่พวกเราไม่ได้ไปกันไกล 20 นาทีก็มาถึงแล้ว""นั่นสิ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นของไว้เผื่อสเวนกับโครว์กลับมาพร้อมกันจะได้ทานข้าว""ฝากด้วยนะคะ" คนถือของเต็มมือรีบเดินกลับหายเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เหลือบมองชั้นรองเท้าให้ดีว่ามีบางคนกลับมาแล้วขณะเดียวกันโครว์ซึ่งเดินออกมาจากทางเข้าห้องนอนของตนและภรรยา เห็นเนราวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างเร็วยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยาอย่างรู้สึกสนุกเมื่อเห็นเนราซึ่งดูแก่นแก้วปากบอกไม่กลัวสเวนจะดุ แต่ดันรีบมายิ่งกว่าความเร็วของจรวด"เนราเห็นสเวนในห้อง หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง""ทำไงได้ หมอนั่นขอมาแล้วจะทำเป็นลืมเรื่องปล่อยเนราออกไปเที่ยวน่ะสิ" คนตอบพูดติดขำในลำคออย่างนึกสภาพสาวรุ่นน้องได

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 10 ตระกูลคาร์เดียลี่สืบสายมาจากตระกูลควอตซ์

    หมู่บ้านหมาป่า รัฐซิลเวีย เขต 3 พื้นที่ใกล้อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช12.00 น.สมาชิกภายในหมู่บ้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับสายเลือดแท้ไดร์วูลฟ์ที่เป็นนายเหนืออีกคนอย่างโครว์ พลางแปลกใจด้วยเจ้าตัวเข้ามาโดยไม่มีการนัดแนะหรือบอกกล่าวทั้งที่ปกติิจะมีการแจ้งล่วงหน้า"นาย สวัสดีครับ จะมาไม่เห็นแจ้งก่อนพวกเราเลยไม่ได้เตรียม...""ฉันมาคนเดียว แค่มาคุยธุระกับท่านเนซา" เขาสวนขึ้นก่อนคนข้างหน้าจะพูดเรื่องการเตรียมตัวต้อนรับเขา ทั้งที่มันไม่ได้จำเป็นพร้อมเดินผ่านกลุ่มคนทั้งสามออกอาการจะถามมากกว่านั้น"ท่านสเวน เอ่อ...""สเวนติดงาน คงไม่ได้มาที่นี่อีกนาน พวกนายมีอะไรหรือเปล่า" คำถามของโครว์เปี่ยมไปด้วยแววตาหยั่งรู้ความคิดของคนด้านหลัง เรื่องที่ยังคงเป็นประเด็นตั้งแต่เนราตื่นขึ้นเป็นแวมไพร์ แม้ยังไม่เป็นสิ่งรับรู้โดยกว้างขวางแต่ในหมู่บ้านกับกลายสิ่งนั่งซุบซิบความเป็นไปได้ของการเข้ามาอยู่ในฐานะนายหญิงเสียแล้ว"เปล่าครับท่าน""ถ้าสงสัยเรื่องนายหญิงเนรา... เสียงเข้มพูดผ่านแผ่นหลังปนน้ำเสียงตำหนิตักเตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งไม่สมควร ต่อการระแวงและคลางแคลงใจในฐานะที่เนราคือภรรยาสเวน เจ้าแห่งหมาป่า... ไม่มีอะไรเปลี่

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 9 Hunter หนุ่มผู้ได้รับการเกิดใหม่

    25 ตุลาคม..."จะว่าไปวันเกิดสเวนผ่านมาตั้ง 5 วันแล้ว เป็นเพราะวันนั้นเกิดเรื่องแผนที่เตรียมไว้เลยเสียหมด... 8oบ่นพึมพำขณะกำลังตุ๋นเนื้อภายในห้องพักคอนโด นึกถึงวันที่ตนเกือบใช้พลังทำร้ายแวนอีกครั้ง แม้จะได้ยินว่าชายหนุ่มปลอดภัยแต่เธอยังไม่ได้เจอเขาพอๆกับยังไม่พบสเวนนอกจากเสียงปลายสายบอกว่าติดธุระ แถมเพื่อนสาวอย่างมีนาที่กลับมาลงตัวกันได้ไม่นานก็ไม่มาเรียนตั้งแต่หลังเกิดเรื่องระหว่างเธอกับแวน ประกอบกับไม่มีใครเล่าให้เธอฟังหลังจากสลบไป ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่... มันน่าสงสัยจริงๆ... มือบางกำลังหั่นเครื่องเคียงเพิ่มนั้นสับเสียเจ้ากระเทียมไม่เป็นชิ้นจนป่นอย่างหงุดหงิดในใจ... พี่โครว์กับพี่เคธก็ได้แต่บอกว่าสเวนจะกลับมาเล่าเองเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ก่อนทั้งสองจะไปถึง ใช่เหรอ... พลางคิดถึงชั่วขณะถามคำถาม เพราะโครว์และเคธี่ดูมีพิรุธซ้ำไม่ตอบในทันที ราวกับกำลังเลือกคำตอบในหัว... กลับมานะน่าดู""ว้าว หอมจัง... เคธี่เดินออกมาทั้งชุดนอนพลางมวยผมยาวๆขึ้น เข้ามากอดไหล่คนกำลังทำกับข้าว... เมนูวันนี้อะไรเหรอ กลิ่นมันหอมกว่าปกตินะ""มีเนื้อหมู แล้วก็เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงค่ะ เนใส่พวกสมุนไพรลงไปเคี่ยวกับน้ำด้

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 8 แวนผู้ได้รับการเปลี่ยน

    ห้องใต้ดินลับแห่งหนึ่ง"แววตาใช้ได้เลยนี่ คุณ Hunter ไม่สิ ตอนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปแล้ว... สเวนยืนพิงหลังติดกับกำแพงหินภายในห้องใต้ดินลับ แววตาคู่สีเย้ายวนทรงเสน่ห์หาได้ยากไม่ได้แสดงอารมณ์ใดจับจ้องไปยังร่างซึ่งตกอยู่ในอาการโวยวาย ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ทว่าถูกตรึงด้วยโซ่เล็กหนักและหนา ทำให้อาการของร่างที่กำลังถูกพิษบางอย่างกัดกินดีดดิ้นอยู่บริเวณผนังหนึ่งเท่านั้น... การกลายสภาพระดับกึ่งตัวตนหมาป่าและร่างมนุษย์อันเกิดจากอาการผิดปกติของสภาวะทางอารมณ์ หากคนธรรมดาถูกคมเขี้ยวนั้นกัด พิษจากน้ำลายจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายทันที และเมื่อพิษนั่นหลอมรวมกับตัวตนอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่า หรือผู้สามารถใช้พลังในด้านซึ่งไม่เคยมีมาก่อนได้ ความเร็ว สัมผัสเฉียบไว พละกำลัง...""สิ่งมีชีวิตแบบพวกนาย ฉันไม่ต้องการ" ร่างถูกพันธนาการช่วงข้อมือและข้อเท้าตวาดทั้งกัดฟันกรอดกลับมา ขณะเดียวกันร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ภายใน สะท้านราวกับมีลูกไฟวิ่งไปทีละสัดส่วน"เทียบไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นระดับล่าง ไม่ได้มีสายพันธุ์หมาป่าตั้งแต่เริ่ม สำคัญกว่านั้นยังเป็นได้แค่ทาส

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 7 ความไม่ลงรอย

    "อีกสองอาทิตย์จะมีงานเปิดตัวเธอ ในฐานะทายาทอีกคนของตระกูลคาสเชล เตรียมตัวให้เรียบร้อยพี่จะส่งซิลวี่ไปรับเธอมาที่เชคเวีย หวังว่าชุดที่ส่งไปจะชอบ พี่พยายามหาสีแดงแบบเดียวกับสีกุหลาบบ้านเราที่ทรานซิลเวเนียสีโปรดของเธอ คิดว่าเธอใส่แล้วคงจะงดงามมาก แล้วพบกัน..." เนรานั่งนึกถึงประโยคในกระดาษจดหมายแนบมากับกล่องพัสดุใบขนาดพอเหมาะจะใส่ชุดและรองเท้าพร้อมเครื่องประดับสำหรับงานเลี้ยงประชุมอันจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้"ให้พี่อีธานมาหาเรา แทนที่จะพูดเรื่องนี้กับเราหรือโทรหาก็ยังได้ ตารางการสอนดันยกให้อาจารย์คนอื่นปฏิบัติแทน ทำแบบนี้เท่ากับบอกว่าแม้แต่เสียงก็ไม่อยากได้ยินหรือหน้าคงไม่อยากเจอเรา" เธอบ่นพึมพำออกมาขณะกินข้าวกลางวัน เพราะตลอดคาบเรียนเช้ามานี้ เรื่องของพี่ชายเธอผู้ซึ่งไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็นหน้ากลายเป็นปัญหาลดทอนสติขณะนั่งเรียนไปแล้ว ด้านมีนา ซึ่งกลายมาเป็นบอดี้การ์ด มองเพื่อนสาวคนสนิทที่ตอนนี้ได้กลับมาคุยกันแบบปกติถอนหายใจอยู่หลายครั้ง มือพลางเขี่ยอาหารในกล่องไปมาอย่างคิดหนัก"เป็นอะไรหรือเปล่า... มีนาตัดสินใจเรียกสติคนทำหน้าบูดบึ้ง... ก็อยากตั้งใจฟังที่พูดแต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง""เปล่า... ค

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณภาค 2   ตอนที่ 6 อย่างที่เคยเป็น

    ท่ามกลางหิมะในความมืดร่างหมาป่าขาวได้แต่วิ่งสับส่ายโก่งคอร้องหาคู่ตน เธอไปไหน เหตุใดเธอจึงพร้อมหนีเขาอยู่ร่ำไป... เนรา... เนรา... เขาพร่ำเรียกชื่อเธอเช่นนั้นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ได้เพียงเห็นเงาเคลื่อนไปมาทางนั้นที ซอกหลืบต้นไม้โน้นที แต่ไม่มีทางทีที่ใบหน้ายิ้มน้อยๆจะเมตตา"เนรา" เสียงลั่นไปทั่วห้องนอนยันชั้นล่างของบ้านหินกึ่งปูนกึ่งไม้ ร่างนอนเหยียดยาวโหยงตัวขึ้นบนเตียง มือกำผ้าห่มแน่นสองตารีบควานหาร่างที่เขานอนกกกอดทั้งคืน ไหนเลยบนเตียงนุ่มซึ่งยังคงมีกลิ่นเธอกลับว่างเปล่า ไม่กี่อึดใจเขาวิ่งออกจากห้องลงบันไดชั้นสองด้วยฝีเท้าหนัก อาการร้อนรนหัวหนักอึ้งพร้อมสภาพผมฟูยังคงไม่เรียงตัวดี ด้านเคธี่เดินถือกะทะกำลังจะตั้งเตา ส่วนโครว์ละจากหนังสือเมื่อสเวนลงมาจากชั้นบนอย่างรีบร้อน"นายเป็นอะไร""เนล่ะ " ขณะที่เคธี่กำลังเอ่ยปาก ทว่าโครว์ผู้กระตุกยิ้มนิดหนึ่งแทรกขึ้นทันที"เมอร์สันมารับไป" ได้ยินเพียงแค่ชื่อ ทำให้เขาติดความเร็วพาตัวเองวิ่งออกจากบ้านด้วยความโกรธ ด้านเคธี่ตีแขนสามีตนเองเล่นตลกไม่ดูว่าเนราเพิ่งกลับคืนสู่พวกเขา โดยเฉพาะสเวนชายผู้กลัวจะเสียเนราไปอีกไม่เท่าไรคนวิ่งผ่านประตูบ้านได้ยิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status