Masukเพล้ง !!! ภาพที่อลีนาออกมาเห็นเต็มสองตาทำสติของเธอแตกพล่านไปพร้อมกับแก้วน้ำในมือที่ร่วงหล่นกระแทกพื้น "แม่งเอ๊ย !" ทำเอาสองหนุ่มสาวที่กำลังนัวเนียกันบนโซฟากลางห้องถึงกับหันมามองเธอด้วยท่าทีหัวเสีย โดยเฉพาะภูภามว์... "ทำบ้าอะไรของเธอ ฮะ !" "คุณภามว์นั่นแหละ กำลังทำอะไร" "ฉันทำอะไร ?" "ก็ที่คุณเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้าน แล้วทำแบบเมื่อกี้นี้ไง" "แล้วทำไมฉันจะทำแบบนี้ไม่ได้" นัยน์ตาของเขาเยือกเย็นลงขณะสืบเท้าเข้ามาใกล้เธอ "ก็เพราะอุ้มยังอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ต่อหน้าคุณ" อลีนากำฝ่ามือเข้าหากันแน่น ยามพรั่งพรูความอัดอั้นออกจากอก "อุ้มเป็นเมียคุณนะ" ทำไมต้องเป็นที่นี่ ในบ้านหลังนี้ ต่อหน้าเธอ... "เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า" หลังสิ้นประโยคที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของ ริมฝีปากหยักก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันให้เห็น "ที่นี่เป็นบ้านของฉัน ฉันจะทำอะไรกับใครก็ได้ ส่วนเธอเป็นแค่ปลิงที่ขอมาอยู่อาศัย" "..." "แล้วที่สำคัญนะ... เธอไม่ใช่เมียของฉัน"
Lihat lebih banyakร้านคาราโอเกะเจ๊จุง
‘ภูภามว์’ ทวนชื่อบนป้ายร้านคาราโอเกะเจ้าประจำในใจ ที่ประดับประดาไปด้วยแสงสีไฟพราวระยับราวกับดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง ก่อนจะปรายตามองมาทางบรรดาลูกน้องที่แหกปากร้องเพลงด้วยสกิลหลบลิขสิทธิ์ขั้นเทพอย่างคนหมดคำจะพูด
“ยายแล่มอีตอนสาว... ส๊าว...”
“ผิวขาวตาคมสมใจ โว้วๆ”
“ฉันจะเล่ากล่าวตอนย้อนไป”
“อายุแกได้วัยปิ๊งพอดี ฮิ้วววว...”
สุดท้ายภูภามว์ก็ทนมองภาพบาดตาได้ไม่นาน ต้องยกแก้วเหล้าสีเข้มที่เจือผสมด้วยโซดาขึ้นมาดื่มย้อมใจ พร้อมผินหน้าหนีไปทางอื่นอย่างนึกละอายแทน
นี่พวกมันไม่นึกสงสารสาว ๆ หุ่นอวบอั๋น ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ ที่นั่งประกบอยู่ข้างกายบ้างหรือไง ถ้าเป็นเขาคงมอมเหล้าตัวเองแล้วแกล้งหลับหนีไปเฝ้าพระอินทร์นานแล้ว
มีลูกน้องแบบนี้ชวนปวดกระบาลได้ไม่เว้นแต่ละวัน พอเหล้าเข้าปากที เหมือนปล่อยผีห่าซาตานออกจากร่าง สารรูปอย่างนี้ อย่าเที่ยวไปอวดอ้างที่ไหนเชียว ว่าเป็นคนในปกครองของนายภูภามว์ เจ้าของ ‘ไร่ภูพลาธร’
รู้ถึงไหน ! อายถึงนั่น !
คิดแล้วคนเป็นนายก็ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ ค่ำนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์อยากสังสรรค์สักเท่าไร แต่เพราะวันนี้เป็นวันเงินเดือนออก ภูภามว์จึงถูกลูกน้องรบเร้าให้มาเลี้ยงฉลองด้วยกัน จนกลายเป็นธรรมเนียมประจำทุก ๆ สิ้นเดือนไปแล้ว
“นายครับ พวกผมต่ออีกสองกลมได้ไหมครับ”
ภูภามว์ที่พาใจตัวเองลอยออกไปนอกร้านพลางคิดในใจว่า อีกสักพักคงต้องชิ่งหนี หันกลับมามองเจ้าของเสียงเรียกอย่าง ‘สันติ’ ผู้เป็นมือขวาที่ทำงานกับเขามานานหลายปีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“เออ ! จะแดกอะไรก็สั่งเอา แล้วถ้าพรุ่งนี้ใครมาทำงานไม่ไหว กูจะเล่นรายตัวเลย คอยดู”
คนเป็นเจ้านายกระแทกเสียงใส่ ยกมือขึ้นมาชี้หน้าขู่เรียงตัว ทว่าสุดท้ายภูภามว์ก็ยอมให้พวกมันอีกตามเคย สิ้นเดือนทั้งที แทนที่คนจ่ายเงินจะถูกปรนเปรอบ้าง กลับกลายเป็นว่า เขาถูกพวกมันลากออกมาให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าเสียนี่
เหอะ ! ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง จะหาเจ้านายแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ถ้าไม่ใช่ไอ้ภูภามว์คนนี้
“แหม... ทำงานด้วยกันมาตั้งนาน นายยังไม่รู้อีกเหรอครับ ว่าพวกผมแยกแยะได้ งานเป็นงาน ! เล่นเป็นเล่นครับ !”
สันติยืดอกอวยตัวเองด้วยท่าทีจริงจัง ซึ่งขัดกับแววตาและสีหน้าที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างสิ้นเชิง “เจ๊จุง ! เจ๊จุงหนาย... ขอเหล้าเพิ่มหน่อยคร้าบ...” ก่อนจะตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงยานคาง เรียกเจ้าของร้านมารับออร์เดอร์ท่ามกลางเสียงดนตรีหมอลำที่ดังอึกทึกไปทั่วร้าน
ทำเอาคนเป็นนายได้แต่ส่ายหัวอย่างอิดหนาระอาใจ ล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเตรียมเฉ่งบิลค่าเสียหาย แล้วกะจะชิ่งหนีกลับก่อน เพราะขืนอยู่ดึกกว่านี้ เสียงแหกปากร้องเพลงของพวกมันคงทำเขาฝันร้ายตลอดทั้งคืน
“ว่าไงจ๊ะ สุดหล่อของเจ๊ จะเอาอะไรเพิ่ม สั่งมาได้เลยจ้ะ เด็กเจ๊รอจดอยู่”
รอไม่ถึงหนึ่งนาที ‘เจ๊จุง’ เจ้าของร้านในวัยเหยียบเลขห้า แต่ยังคงความแซ่บไว้มากโข ก็ปรากฏตัวมาพร้อมกับเด็กในร้านที่เดินก้มหน้าตามหลังมาติด ๆ เหมือนทุกครั้ง
ทว่าวันนี้... ในสายตาของภูภามว์กลับเห็นต่างออกไป เขาไม่เคยเห็นหน้าเด็กคนนี้ในร้านมาก่อน
หรือจะเป็นเด็กใหม่เจ๊จุง ?
โคตรแจ่ม ! มุมริมฝีปากหยักมีรอยยิ้มมาดร้ายแต่งแต้มน้อย ๆ ตอนที่ภูภามว์ยอมรับกับตัวเองว่าสนใจเด็กใหม่คนนี้อย่างไม่คิดปิดบังความรู้สึก
จากที่เบื่อ ๆ มีเนื้อ นม ไข่ มาเสิร์ฟเป็นอาหารตาครบขนาดนี้ ค่อยเจริญหูเจริญตาขึ้นมาหน่อย
สงสัยคืนนี้จะไม่ได้กลับบ้านไวแล้วละมั้ง ไอ้ภูภามว์เอ๊ย...
“เอาเหมือนเดิมสามกลมเจ๊จุง แล้วก็น้ำแข็งสี่ถัง”
“อะ ลูกสาวจดตามที่พี่เขาบอกค่ะลูก” เจ้าของริมฝีปากสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดหันไปออกคำสั่งกับเด็กสาวคนใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในร้านได้แค่สามวัน “แค่นี้เหรอคะ สุดหล่อของเจ๊” ก่อนจะหันไปถามความต้องการเพิ่มเติมของลูกค้าอีกรอบ
“แล้วก็เอากับแกล้มแซ่บ ๆ มากระแทกปากอีกชุดด้วยครับ เจ๊จุงคนสวย”
“ได้จ้ะ พ่อสันติคนหล่อ” เจ๊จุงจีบปากจีบคอป้อนคำหวานให้ลูกค้ากลุ่มประจำได้ไหลลื่นอย่างไม่มีติดขัด “ชมเจ๊ขนาดนี้ เดี๋ยวคืนนี้เจ๊แถมน้ำแข็งให้หนึ่งถัง” จากนั้นถึงหันไปกระซิบบอกคนข้างหลังให้รีบเอาออร์เดอร์เข้าไปส่งในครัว ส่วนตัวเองก็ยืนอ้อล้อกับแขกต่ออีกพักใหญ่
ภูภามว์หาได้ใส่ใจกับสิ่งที่ลูกน้องสั่งเกินกว่าที่ตกลงกันไว้แต่แรก
ดวงตาลุ่มลึกเอาแต่จับจ้องเจ้าของร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวตัวสั้น ที่แหวกอกลึกเกือบถึงสะดือ เผยให้เห็นความอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล น่าฟัดน่ากอด ซึ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจรดปลายปากกาหยุกหยิกลงบนสมุดในมือ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคนสั่งด้วยซ้ำ กระทั่งเดินห่างจากโต๊ะไป
“คุณภามว์ล่ะคะ ไม่รับอะไรเพิ่มเหรอ คืนนี้คุณภามว์ดูไม่สนุกเลย หรือว่าเบื่อเด็กร้านเจ๊แล้ว”
เจ๊จุงผละออกจากวงสนทนาใหญ่ แล้วหันมาสนใจเจ้าของไร่ภูพลาธรบ้าง เมื่อสังเกตเห็นว่าค่ำคืนนี้ลูกค้ากระเป๋าหนักดูนั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไร ปกติคุณภูภามว์จะเรียกเด็กอย่างน้อยหนึ่งคนมานั่งประกบข้างคอยเอาอกเอาใจ เผลอ ๆ ลากกันไป ‘เอา’ อย่างอื่นนอกรอบก็มีหลายต่อหลายครั้ง
แต่คืนนี้ไม่ ! แถมเหล้าในแก้วก็ไม่ค่อยพร่อง ปล่อยทิ้งจนน้ำแข็งละลายเสียดายของ
ไม่รู้หรือไงว่าทำเจ๊จุงขาดรายได้ไปหลายร้อยบาทเลยเชียว !
“ผมจะไปเบื่อเด็กร้านเจ๊ได้ยังไงล่ะครับ” ...ก็ในเมื่อระแวกนี้ มีร้านเจ๊จุงแค่ร้านเดียวที่สร้างความจรรโลงใจให้เขาได้ยาม ‘เปล่าเปลี่ยว’ ภูภามว์รีบแย้งเจ๊จุงแล้วเก็บประโยคท้ายไว้ในใจ
“เมื่อกี้เจ๊เห็นสายตาคุณภามว์มองเด็กเจ๊นะคะ” แม้อายุจะใกล้เลขห้า แต่สายตาเจ๊จุงคนนี้มองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของจิตใจชายฉกรรจ์ทั้งหลายได้ไม่ยาก ไม่งั้นหล่อนคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ได้นานเกือบยี่สิบปี
“เจ๊จุงรู้ใจผมเสมอครับ” แววตาดำมืดทอประกายพึงพอใจ
ถึงอาหารร้านเจ๊จุงจะไม่ค่อยถูกปากเขา แต่เหล้ากับเจ๊จุงจริงใจกับเขาเสมอ
“เด็กใหม่เหรอครับ อายุถึงยี่สิบหรือยัง”
เพราะต่อให้สวยจนเขาหน้ามืดแค่ไหน หากอายุเด็กคนนั้นทำเขาเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ภูภามว์ก็ขอลา จากที่สำรวจด้วยเนื้อตาเปล่าคร่าว ๆ ถึงนมจะระดับมหา’ลัย แต่หน้าตาพริ้มเพราจิ้มลิ้มนั่น ถ้าบอกว่าเรียนอยู่มัธยมฯ เขาก็เชื่อ
“แหม... คุณภามว์ก็ ! พูดเหมือนไม่รู้จักเจ๊ไปได้” ก่อนจะรับผู้หญิงแต่ละคนเข้าทำงาน เจ๊จุงเช็กประวัติละเอียดยิบ เรื่องค้าประเวณี หรือทำผิดกฎหมายอะไรเทือกนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นที่ร้านคาราโอเกะเจ๊จุงแน่นอน
“แล้วคนนี้เจ๊จัดให้ผมได้ไหมครับ” ถ้าเจ๊จุงนอนยันว่าไม่มีปัญหา ภูภามว์ก็กล้าขออย่างตรงไปตรงมา
“คนนี้เจ๊เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ”
“...” ม่านตาที่เคยมีประกายวาววับหดรัดลงทันตาเห็น
“คุณภูภามว์ก็รู้ว่าเจ๊ไม่เคยบังคับเด็ก” ตอนเข้ามาทำงานวันแรก เด็กคนนั้นยืนยันว่าไม่รับ ‘งานอย่างว่า’ ซึ่งหล่อนก็พร้อมทำตามข้อตกลง แล้วอีกอย่างรูปลักษณ์ของเด็กคนนั้นก็สามารถดึงดูดแขกเข้าร้านได้ หล่อนสนใจเพียงเท่านี้
แต่ถึงกระนั้น... บนโลกใบนี้ก็ยังมีคำว่า ข้อยกเว้น “...เว้นเสียแต่ว่า คุณภูภามว์จะเข้าไปคุยกับเด็กเจ๊ด้วยตัวเอง น้องเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะคะ”
เพราะนอกจากคนตรงหน้าหล่อนจะเป็นถึงเจ้าของไร่ภูพลาธร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร ไหนจะฟาร์มโคนมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ติดอันดับท็อป3 ของเอเชียแล้ว คุณภูภามว์ทั้งยังหนุ่ม ยังแน่น และยังหล่อเหลาเอาการ หาตัวจับยาก
จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่โง่ปฏิเสธ !
“ถ้าเด็กเจ๊จะเล่นตัวขนาดนั้น ผมก็ไม่เอาด้วยหรอก ! เช็กบิลโต๊ะนี้ได้เลย ถ้าพวกมันจะสั่งต่อ เจ๊ลงบิลไอ้สันไว้ก็แล้วกัน ผมจะกลับแล้ว ง่วงนอน !”
ไม้เอกสูดลมหายใจเรียกความกล้าให้ตัวเองหนึ่งที ในมือกำช่อดอกบัวที่ตนพึ่งไปซื้อมาจากตลาดสดเมื่อตอนเช้ามืด พร้อมกับดอกไม้สำหรับใส่บาตรพระเหมือนเคยดวงตาคมเข้มเหลือบมองหญิงสาวซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่ในครัวก่อนหันมองคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “ไปสักทีไอ้เวร ตื่นเต้นเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้าไปได้ มึงจะรอให้ลูกโตจนเข้าโรงเรียนเลยไหม”จนคนรอหนุ่นหลังชักเริ่มรำคาญจึงช่วยเรียกสติไปหนึ่งที โดยการถีบส่งเพื่อนให้พ้นหัวกระไดบ้าน “มึงไม่ใช่กูนี่ คนเยอะแยะมึงเห็นไหม”ถึงไม้เอกจะอายุสามสิบกว่าก็ใช่ว่าจะเขินไม่เป็นนะ โดยเฉพาะต่อหน้าคนในบ้านแบบนี้“งั้นแล้วแต่มึง กูว่าบางทีขอไปน้องเขาอาจจะไม่ตกลงก็ได้” หมอหนุ่มเหลือบมองช่อดอกบัวในมือเพื่อนแล้วส่ายหัว ไอ้ไม้เอกมันคิดได้อย่างไรเอาดอกบัวมาขอผู้หญิงแต่งงาน ขอเสร็จตั้งใจจะยกขึ้นไปไว้บนหิ้งเลยมั้ง“คนใจแคบอย่างมึงจะไปรู้อะไร ความหมายมันลึกซึ้งนะเว้ย!” ความจริงคือไม่รู้จะหาดอกไม้ที่สวยและดีกว่านี้มาจากไหน ต่างจังหวัดในตลาดสดแบบนี้มีดอกไม้ให้ซื้อไปไหว้พระก็ถือว่าดีแล้ว ถ้าไม่เอาดอกบัวมาที่เหลือก็มีแต่ดอกดาวเรือง“เออ! ไอ้คนใจกว้าง ถ้างั้นก็ช่วยทำใจกล้าๆ ด้
“ตามมาง้อเมียหรอ สมน้ำหน้าไอ้ควาย”นั่นคือคำแรกที่ชายหนุ่มใช้เอ่ยทักทายเพื่อนทันทีที่เห็นมันลงจากรถ พาลให้คนที่พึ่งถูกเมียหอบลูกหนีหงุดหงิดไปกันใหญ่ ขับรถมาตั้งแต่เมื่อคืนกว่าจะถึงที่นี่ฟ้าก็เกือบสว่างยังต้องทนฟังไอ้คนที่ไม่อยากเจอขี้หน้าซ้ำเติมอีกคนถูกเมียทิ้งจึงทำได้แค่มองฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ทว่าในมือไอ้ไม้เอกดันถือถุงชุดดอกไม้ธูปเทียนหลายกำในนั้นกลับทำให้หมอทิมแปลกใจ“อย่าบอกนะว่ามึงจะลงทุนขอลาบวช เพราะง้อเมียไม่สำเร็จอะไอ้ไม้เอก”“บวชห่าอะไรละไอ้เพื่อนเวร หน้าที่กูต้องไปซื้อดอกไม้ให้เมียกับย่าใส่บาตรพระทุกเช้า คนบาปอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร”“ครับไอ้คนดี ง้อเมียมาเป็นปีแต่ทุกวันนี้ยังได้นอนแค่ข้างเตียง”บัดซบ! ไอ้ทิมแม่งรู้เรื่องน่าอายแบบนี้ได้ไงวะ อย่าบอกนะว่าแก้วเจ้าจอมเล่าให้ยายน้องสาวตัวแสบของเขาฟัง แล้วมะปรางก็เอาไปบอกต่อให้ไอ้ผัวเฮงซวยรู้อีกที สุดท้ายแล้วไม้เอกก็สบัดหน้าเดินนำขึ้นไปบนเรือน เพราะจนแต้มไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามันคืน ต้องยอมรับว่าตนเป็นพวกไม่เอาไหนจริงๆ คิดแล้วก็ท้อใจ แก้วเจ้าจอมตัวเล็กแค่นิดเดียว แต่ทำไมถึงใจแข็งเหลือเกิน… “สวั
“เจ้าจอม? นอนไม่หลับเหรอ” คนตัวโตซึ่งนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นข้างเตียง เอ่ยถามหญิงสาวด้วความเป็นห่วง เมื่อได้ยินเสียงพลิกไปพลิกมาหลายนาทีแล้ว“อื้อ ปวดหลัง”ยิ่งอายุครรภ์เพิ่มขึ้นแก้วเจ้าจอมยิ่งใช้ชีวิตลำบาก “งั้นอยู่นิ่งๆ นะ” พอรู้สาเหตุไม้เอกจึงรีบลุกขึ้นมาบนเตียงแล้วบอกให้หญิงสาวขยับตัวก่อนเขาจะขึ้นมานั่งซ้อนหลังเธอเอาไว้ แล้วจับร่างอุ้ยอ้ายของว่าที่คุณแม่เอนลงซบกับแผงอกกว้าง “แบบนี้ดีขึ้นไหม” แก้วเจ้าจอมพยักหน้าแทนคำตอบฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามหน้าท้องนูน พร้อมกับนวดเบาๆ ตามแขนและลาดไหล่เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แม่ของลูก“จอมนอนทับคุณแบบนี้ คุณจะไม่อึดอัดหรอ”เธอเผลอแทนตัวเองด้วยชื่อเหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อนโดยไม่รู้ตัว มีแต่คนฟังเท่านั้นที่ได้ยินและยังแอบยิ้มอย่างดีใจ“ไม่สักนิด ต่อให้มีแก้วเจ้าจอมอีกสิบคนพี่ก็รับไหว”“…” ไม่มีเสียงตอบรับจากแม่ของลูก พอความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่จึงได้ยินแต่เสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นโหมกระหน่ำเหมือนจะหลุดออกมาจากเบ้า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาพี่ขอโทษนะครับ พี่มันโง่เองทั้งๆ ที่รู้ว่ารักแต่ก็ยังใจร้าย”“ที่คุณบอกว่ารักนี่คือรักจอมจริงๆ หรือเป็นเพรา
ช่วงสายของวันเสียงรถยนต์คนหรูที่แก้วเจ้าจอมคุ้นหูดีก็แล่นเข้ามาจอด ทว่าไม่อาจทำให้หญิงสาวเหลียวกลับไปมองได้เพราะยังเคืองเขาเรื่องเมื่อเช้าอยู่ เธอก็แค่อยากรู้ว่าไม้เอกไปทำอะไรที่พิษณุโลก คำถามนั้นมันตอบยากมากหรือไง “คุณไม้เอกกลับมาแล้วค่ะน้องจอม” เป็นพี่ใบพูลเสียอีกที่ดูตื่นเต้นนักหนากับการกับมาของเขา“ช่างเขาสิคะ”แก้วเจ้าจอมตอบราวกับไม่ใส่ใจทั้งที่หูผึ่งคอยฟังเสียงรถอยู่ตลอดเวลา ก็เมื่อคืนไม้เอกนอนน้อยอีกทั้งยังขับรถออกไปทำธุระไกลถึงพิษณุโลก เธอแค่เป็นห่วงในถานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น “ไม่คิดว่าลูกสาวฉันจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย”มือบางซึ่งกำลังพับกลีบดอกบัวเพื่อนำไปถวายพระพุทธรูปหยุดชะงักงัน แก้วเจ้าจอมรีบหันไปตามต้นเสียงเพื่อดูให้แน่ใจว่าเธอฟังไม่ผิดและใช่! เจ้าของเสียงนั้นเป็นแม่ของเธอจริงๆ แล้วยังมีพ่อยืนอยู่ข้างๆ ด้วย“พ่อ! แม่!” น้ำเสียงของแก้วเจ้าจอมสั้นเครือพอๆ กับหยดน้ำตาที่ไหลหล่นลงมาอย่างตื้นตันใจ ร่างอุ้ยอ้ายของหญิงสาวอายุครรภ์เกือบหกเดือนวิ่งเข้าหาบุพการีทั้งสองแล้วโอบกอดไว้ราวกับลืมว่าตนเองกำลังตั้งท้อง“เบาๆ สิแก้วเจ้าจอมแกท้องอยู่นะเดี๋ยวหลานฉันได้ออกมาวิ่งเล่นก่
“ดูๆ ไปกูก็ดูเหมือนชู้เหมือนกันนะ” แต่ไม่ใช่ไง… กูเป็นผัว! ไม้เอกอยากจะตะโกนให้คนทั้งโลกรับรู้ว่าไอ้คนเลวๆ คนนี้นี่แหละเป็นผัวของแม่ดอกแก้วเจ้าจอมซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ข้างหัวแตียงทำให้เขาเห็นทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน ไม้เอกหันไปสบตากับไอ้แมวอ้วนข้างกายหญิงสาวหนึ่งที
“พี่แคท… พี่ไม่เห็นด้วยเหมือนพ่อกับแม่เหรอ”แก้วเจ้าจอมตัดสินใจถามเสียงเบา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามของพี่สาวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงจนสวยสด เพื่อค้นหาอะไรบางอย่างแต่กลับไม่เจอ“หมายถึงอะไร? เรื่องหลานน่ะหรอ แกจะบ้าเหรอเจ้าจอมคิดอะไรแบบนั้น”“แล้วทำไมถึง…” กล้าทำแบบนั้นละ พี่สาวเธอฆ่
“ทำไมน้องเจ้าจอมถึงเลือกที่จะไม่บอก ว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง”ทอรุ้งวนกลับมาที่โรงพยาบาลอีกรอบเพื่อหวังคาดคันแก้วเจ้าจอมให้ยอมบอกความจริงกับทุกคนด้วยปากตัวเอง บอกตามตรงนะถ้าเฮียไม้เอกจะทำแบบนั้นจริงๆ เธอไม่เห็นด้วยสุดๆและเธอนี่แหละจะออกโรงกางปีกปกป้องเด็กสาวคนนี้เอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดคอนดูนะ แ
“เหมียวว…” เจ้าส้มฉุนคงสำรวจห้องใหม่จนพอใจแล้วถึงได้เดินกลับมาคลอเคลียเธอ“หิวอีกแล้วหรอ พึ่งกินไปเองนะ” ถึงปากจะบ่นแต่สุดท้ายแล้วแก้วเจ้าจอมก็เดินหยิบจานกับอาหารออกมาเทให้มันจนได้ ที่ผ่านมาเจ้าส้มฉุนถูกเขาคนนั้น… ขุนพุงอ้วนๆ ไปเยอะพอตัว ดูได้จากน้ำหนักตอนสะพายเป้แล้วพามันย้ายห้องมาที่นี่รอยยิ้มท