LOGINเพล้ง !!! ภาพที่อลีนาออกมาเห็นเต็มสองตาทำสติของเธอแตกพล่านไปพร้อมกับแก้วน้ำในมือที่ร่วงหล่นกระแทกพื้น "แม่งเอ๊ย !" ทำเอาสองหนุ่มสาวที่กำลังนัวเนียกันบนโซฟากลางห้องถึงกับหันมามองเธอด้วยท่าทีหัวเสีย โดยเฉพาะภูภามว์... "ทำบ้าอะไรของเธอ ฮะ !" "คุณภามว์นั่นแหละ กำลังทำอะไร" "ฉันทำอะไร ?" "ก็ที่คุณเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้าน แล้วทำแบบเมื่อกี้นี้ไง" "แล้วทำไมฉันจะทำแบบนี้ไม่ได้" นัยน์ตาของเขาเยือกเย็นลงขณะสืบเท้าเข้ามาใกล้เธอ "ก็เพราะอุ้มยังอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ต่อหน้าคุณ" อลีนากำฝ่ามือเข้าหากันแน่น ยามพรั่งพรูความอัดอั้นออกจากอก "อุ้มเป็นเมียคุณนะ" ทำไมต้องเป็นที่นี่ ในบ้านหลังนี้ ต่อหน้าเธอ... "เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า" หลังสิ้นประโยคที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของ ริมฝีปากหยักก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันให้เห็น "ที่นี่เป็นบ้านของฉัน ฉันจะทำอะไรกับใครก็ได้ ส่วนเธอเป็นแค่ปลิงที่ขอมาอยู่อาศัย" "..." "แล้วที่สำคัญนะ... เธอไม่ใช่เมียของฉัน"
View Moreร้านคาราโอเกะเจ๊จุง
‘ภูภามว์’ ทวนชื่อบนป้ายร้านคาราโอเกะเจ้าประจำในใจ ที่ประดับประดาไปด้วยแสงสีไฟพราวระยับราวกับดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง ก่อนจะปรายตามองมาทางบรรดาลูกน้องที่แหกปากร้องเพลงด้วยสกิลหลบลิขสิทธิ์ขั้นเทพอย่างคนหมดคำจะพูด
“ยายแล่มอีตอนสาว... ส๊าว...”
“ผิวขาวตาคมสมใจ โว้วๆ”
“ฉันจะเล่ากล่าวตอนย้อนไป”
“อายุแกได้วัยปิ๊งพอดี ฮิ้วววว...”
สุดท้ายภูภามว์ก็ทนมองภาพบาดตาได้ไม่นาน ต้องยกแก้วเหล้าสีเข้มที่เจือผสมด้วยโซดาขึ้นมาดื่มย้อมใจ พร้อมผินหน้าหนีไปทางอื่นอย่างนึกละอายแทน
นี่พวกมันไม่นึกสงสารสาว ๆ หุ่นอวบอั๋น ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ ที่นั่งประกบอยู่ข้างกายบ้างหรือไง ถ้าเป็นเขาคงมอมเหล้าตัวเองแล้วแกล้งหลับหนีไปเฝ้าพระอินทร์นานแล้ว
มีลูกน้องแบบนี้ชวนปวดกระบาลได้ไม่เว้นแต่ละวัน พอเหล้าเข้าปากที เหมือนปล่อยผีห่าซาตานออกจากร่าง สารรูปอย่างนี้ อย่าเที่ยวไปอวดอ้างที่ไหนเชียว ว่าเป็นคนในปกครองของนายภูภามว์ เจ้าของ ‘ไร่ภูพลาธร’
รู้ถึงไหน ! อายถึงนั่น !
คิดแล้วคนเป็นนายก็ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ ค่ำนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์อยากสังสรรค์สักเท่าไร แต่เพราะวันนี้เป็นวันเงินเดือนออก ภูภามว์จึงถูกลูกน้องรบเร้าให้มาเลี้ยงฉลองด้วยกัน จนกลายเป็นธรรมเนียมประจำทุก ๆ สิ้นเดือนไปแล้ว
“นายครับ พวกผมต่ออีกสองกลมได้ไหมครับ”
ภูภามว์ที่พาใจตัวเองลอยออกไปนอกร้านพลางคิดในใจว่า อีกสักพักคงต้องชิ่งหนี หันกลับมามองเจ้าของเสียงเรียกอย่าง ‘สันติ’ ผู้เป็นมือขวาที่ทำงานกับเขามานานหลายปีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“เออ ! จะแดกอะไรก็สั่งเอา แล้วถ้าพรุ่งนี้ใครมาทำงานไม่ไหว กูจะเล่นรายตัวเลย คอยดู”
คนเป็นเจ้านายกระแทกเสียงใส่ ยกมือขึ้นมาชี้หน้าขู่เรียงตัว ทว่าสุดท้ายภูภามว์ก็ยอมให้พวกมันอีกตามเคย สิ้นเดือนทั้งที แทนที่คนจ่ายเงินจะถูกปรนเปรอบ้าง กลับกลายเป็นว่า เขาถูกพวกมันลากออกมาให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าเสียนี่
เหอะ ! ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง จะหาเจ้านายแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ถ้าไม่ใช่ไอ้ภูภามว์คนนี้
“แหม... ทำงานด้วยกันมาตั้งนาน นายยังไม่รู้อีกเหรอครับ ว่าพวกผมแยกแยะได้ งานเป็นงาน ! เล่นเป็นเล่นครับ !”
สันติยืดอกอวยตัวเองด้วยท่าทีจริงจัง ซึ่งขัดกับแววตาและสีหน้าที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างสิ้นเชิง “เจ๊จุง ! เจ๊จุงหนาย... ขอเหล้าเพิ่มหน่อยคร้าบ...” ก่อนจะตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงยานคาง เรียกเจ้าของร้านมารับออร์เดอร์ท่ามกลางเสียงดนตรีหมอลำที่ดังอึกทึกไปทั่วร้าน
ทำเอาคนเป็นนายได้แต่ส่ายหัวอย่างอิดหนาระอาใจ ล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเตรียมเฉ่งบิลค่าเสียหาย แล้วกะจะชิ่งหนีกลับก่อน เพราะขืนอยู่ดึกกว่านี้ เสียงแหกปากร้องเพลงของพวกมันคงทำเขาฝันร้ายตลอดทั้งคืน
“ว่าไงจ๊ะ สุดหล่อของเจ๊ จะเอาอะไรเพิ่ม สั่งมาได้เลยจ้ะ เด็กเจ๊รอจดอยู่”
รอไม่ถึงหนึ่งนาที ‘เจ๊จุง’ เจ้าของร้านในวัยเหยียบเลขห้า แต่ยังคงความแซ่บไว้มากโข ก็ปรากฏตัวมาพร้อมกับเด็กในร้านที่เดินก้มหน้าตามหลังมาติด ๆ เหมือนทุกครั้ง
ทว่าวันนี้... ในสายตาของภูภามว์กลับเห็นต่างออกไป เขาไม่เคยเห็นหน้าเด็กคนนี้ในร้านมาก่อน
หรือจะเป็นเด็กใหม่เจ๊จุง ?
โคตรแจ่ม ! มุมริมฝีปากหยักมีรอยยิ้มมาดร้ายแต่งแต้มน้อย ๆ ตอนที่ภูภามว์ยอมรับกับตัวเองว่าสนใจเด็กใหม่คนนี้อย่างไม่คิดปิดบังความรู้สึก
จากที่เบื่อ ๆ มีเนื้อ นม ไข่ มาเสิร์ฟเป็นอาหารตาครบขนาดนี้ ค่อยเจริญหูเจริญตาขึ้นมาหน่อย
สงสัยคืนนี้จะไม่ได้กลับบ้านไวแล้วละมั้ง ไอ้ภูภามว์เอ๊ย...
“เอาเหมือนเดิมสามกลมเจ๊จุง แล้วก็น้ำแข็งสี่ถัง”
“อะ ลูกสาวจดตามที่พี่เขาบอกค่ะลูก” เจ้าของริมฝีปากสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดหันไปออกคำสั่งกับเด็กสาวคนใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในร้านได้แค่สามวัน “แค่นี้เหรอคะ สุดหล่อของเจ๊” ก่อนจะหันไปถามความต้องการเพิ่มเติมของลูกค้าอีกรอบ
“แล้วก็เอากับแกล้มแซ่บ ๆ มากระแทกปากอีกชุดด้วยครับ เจ๊จุงคนสวย”
“ได้จ้ะ พ่อสันติคนหล่อ” เจ๊จุงจีบปากจีบคอป้อนคำหวานให้ลูกค้ากลุ่มประจำได้ไหลลื่นอย่างไม่มีติดขัด “ชมเจ๊ขนาดนี้ เดี๋ยวคืนนี้เจ๊แถมน้ำแข็งให้หนึ่งถัง” จากนั้นถึงหันไปกระซิบบอกคนข้างหลังให้รีบเอาออร์เดอร์เข้าไปส่งในครัว ส่วนตัวเองก็ยืนอ้อล้อกับแขกต่ออีกพักใหญ่
ภูภามว์หาได้ใส่ใจกับสิ่งที่ลูกน้องสั่งเกินกว่าที่ตกลงกันไว้แต่แรก
ดวงตาลุ่มลึกเอาแต่จับจ้องเจ้าของร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวตัวสั้น ที่แหวกอกลึกเกือบถึงสะดือ เผยให้เห็นความอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล น่าฟัดน่ากอด ซึ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจรดปลายปากกาหยุกหยิกลงบนสมุดในมือ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคนสั่งด้วยซ้ำ กระทั่งเดินห่างจากโต๊ะไป
“คุณภามว์ล่ะคะ ไม่รับอะไรเพิ่มเหรอ คืนนี้คุณภามว์ดูไม่สนุกเลย หรือว่าเบื่อเด็กร้านเจ๊แล้ว”
เจ๊จุงผละออกจากวงสนทนาใหญ่ แล้วหันมาสนใจเจ้าของไร่ภูพลาธรบ้าง เมื่อสังเกตเห็นว่าค่ำคืนนี้ลูกค้ากระเป๋าหนักดูนั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไร ปกติคุณภูภามว์จะเรียกเด็กอย่างน้อยหนึ่งคนมานั่งประกบข้างคอยเอาอกเอาใจ เผลอ ๆ ลากกันไป ‘เอา’ อย่างอื่นนอกรอบก็มีหลายต่อหลายครั้ง
แต่คืนนี้ไม่ ! แถมเหล้าในแก้วก็ไม่ค่อยพร่อง ปล่อยทิ้งจนน้ำแข็งละลายเสียดายของ
ไม่รู้หรือไงว่าทำเจ๊จุงขาดรายได้ไปหลายร้อยบาทเลยเชียว !
“ผมจะไปเบื่อเด็กร้านเจ๊ได้ยังไงล่ะครับ” ...ก็ในเมื่อระแวกนี้ มีร้านเจ๊จุงแค่ร้านเดียวที่สร้างความจรรโลงใจให้เขาได้ยาม ‘เปล่าเปลี่ยว’ ภูภามว์รีบแย้งเจ๊จุงแล้วเก็บประโยคท้ายไว้ในใจ
“เมื่อกี้เจ๊เห็นสายตาคุณภามว์มองเด็กเจ๊นะคะ” แม้อายุจะใกล้เลขห้า แต่สายตาเจ๊จุงคนนี้มองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของจิตใจชายฉกรรจ์ทั้งหลายได้ไม่ยาก ไม่งั้นหล่อนคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ได้นานเกือบยี่สิบปี
“เจ๊จุงรู้ใจผมเสมอครับ” แววตาดำมืดทอประกายพึงพอใจ
ถึงอาหารร้านเจ๊จุงจะไม่ค่อยถูกปากเขา แต่เหล้ากับเจ๊จุงจริงใจกับเขาเสมอ
“เด็กใหม่เหรอครับ อายุถึงยี่สิบหรือยัง”
เพราะต่อให้สวยจนเขาหน้ามืดแค่ไหน หากอายุเด็กคนนั้นทำเขาเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ภูภามว์ก็ขอลา จากที่สำรวจด้วยเนื้อตาเปล่าคร่าว ๆ ถึงนมจะระดับมหา’ลัย แต่หน้าตาพริ้มเพราจิ้มลิ้มนั่น ถ้าบอกว่าเรียนอยู่มัธยมฯ เขาก็เชื่อ
“แหม... คุณภามว์ก็ ! พูดเหมือนไม่รู้จักเจ๊ไปได้” ก่อนจะรับผู้หญิงแต่ละคนเข้าทำงาน เจ๊จุงเช็กประวัติละเอียดยิบ เรื่องค้าประเวณี หรือทำผิดกฎหมายอะไรเทือกนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นที่ร้านคาราโอเกะเจ๊จุงแน่นอน
“แล้วคนนี้เจ๊จัดให้ผมได้ไหมครับ” ถ้าเจ๊จุงนอนยันว่าไม่มีปัญหา ภูภามว์ก็กล้าขออย่างตรงไปตรงมา
“คนนี้เจ๊เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ”
“...” ม่านตาที่เคยมีประกายวาววับหดรัดลงทันตาเห็น
“คุณภูภามว์ก็รู้ว่าเจ๊ไม่เคยบังคับเด็ก” ตอนเข้ามาทำงานวันแรก เด็กคนนั้นยืนยันว่าไม่รับ ‘งานอย่างว่า’ ซึ่งหล่อนก็พร้อมทำตามข้อตกลง แล้วอีกอย่างรูปลักษณ์ของเด็กคนนั้นก็สามารถดึงดูดแขกเข้าร้านได้ หล่อนสนใจเพียงเท่านี้
แต่ถึงกระนั้น... บนโลกใบนี้ก็ยังมีคำว่า ข้อยกเว้น “...เว้นเสียแต่ว่า คุณภูภามว์จะเข้าไปคุยกับเด็กเจ๊ด้วยตัวเอง น้องเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะคะ”
เพราะนอกจากคนตรงหน้าหล่อนจะเป็นถึงเจ้าของไร่ภูพลาธร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร ไหนจะฟาร์มโคนมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ติดอันดับท็อป3 ของเอเชียแล้ว คุณภูภามว์ทั้งยังหนุ่ม ยังแน่น และยังหล่อเหลาเอาการ หาตัวจับยาก
จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่โง่ปฏิเสธ !
“ถ้าเด็กเจ๊จะเล่นตัวขนาดนั้น ผมก็ไม่เอาด้วยหรอก ! เช็กบิลโต๊ะนี้ได้เลย ถ้าพวกมันจะสั่งต่อ เจ๊ลงบิลไอ้สันไว้ก็แล้วกัน ผมจะกลับแล้ว ง่วงนอน !”
หลังจากนั้น 2 ปี อลีนาก็คว้าใบปริญญามาครอบครองได้สำเร็จ แม้เกรดเฉลี่ยจะไม่ได้สูงส่งจนถึงขั้นได้เกียรตินิยม แต่เท่านี้เธอก็ภูมิใจ“เหนื่อยไหมคนเก่ง”ทันทีที่เห็นคนชุดครุยที่เพิ่งวิ่งออกมาจากในหอประชุมพร้อมใบปริญญา ภูภามว์ก็ตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดเธอด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ...ภูมิใจมากกว่าอลีนาส่ายหัวแล้วยิ้มกว้างให้คนเป็นสามีที่อุตส่าห์ทิ้งการทิ้งงานมาดูแลเธออย่างใกล้ชิดตลอดทุกวันตั้งแต่วันซ้อม“มาเปลี่ยนรองเท้าก่อนดีกว่า ยืนบนส้นสูงนานๆ มันไม่ดี”ภูภามว์คุกเข่าลงบนพื้น จากนั้นหยิบรองเท้าแตะที่เตรียมมาด้วยออกจากถุงแล้วสวมให้เมียสาวท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่มองมาทว่าชายหนุ่มหาได้ใส่ใจคนเหล่านั้น สิ่งเดียวที่ยึดความสนใจของเขาอยู่คือคนเป็นภรรยาและลูกในท้องใช่! อลีนากำลังตั้งท้อง เธอเพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนเข้ารับปริญญา ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นความลับขั้นสุดยอด ทุกคนในครอบครัวยังไม่มีใครรู้ยกเว้นเธอกับเขา“ขอบคุณนะคะคุณสามี”อลีนาตอบแทนความรักที่เขามีให้โดยการกระโดดหอมแกมไปฟอดใหญ่อย่างลืมตัว ผลสุดท้ายก็ถูกดุเข้าจนได้“อุ้ม! เฮียบอกกี่ทีแล้ว ว่าอย่ากระโดด”เมียเด็กของเขาเป็
“ตื่นเต้นจังเลยแม่...”อลีนาที่อยู่ในชุดไทยประยุกต์สีขาวมุกหันมาบอกมารดาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวบ้าน“เออ... รู้แล้ว! ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนกัน”ทว่าคนเป็นแม่กลับมือไม้ยังสั่นระริกยิ่งกว่าคนเป็นเจ้าสาวเสียอีก“แล้วแม่จะตื่นเต้นทำไม คนแต่งคือหนูนะ ไม่ใช่แม่สักหน่อย”“แล้วตื่นเต้นไม่ได้หรือไง คนมันไม่เคยนี่หว่า”ลูกสาวคนเดียวของอีอิงอรที่เป็นแค่คนงานในไร่ธรรม ๆ กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายที่มีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐี แถมงานแต่งยังถูกจัดอย่างใหญ่โต ผู้คนเขาเลื่องลือกันไปทั้งจังหวัด แล้วแบบนี้จะไม่ให้หล่อนตื่นเต้นได้อย่างไร“น้องอุ้มคะ ขบวนขันหมากมาถึงแล้วค่ะ”สองแม่ลูกยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ ดาหลาที่คอยดูต้นทางก็โผล่หน้าเข้ามาในห้องแล้วบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“หนูสวยหรือยังแม่” ว่าที่เจ้าสาวได้ยินแบบนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปทางคนเป็นแม่แล้วถามหาความมั่นใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าวันนี้ตนเองเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานก็จะไม่ให้สวยได้อย่างไง ในเมื่อแม่ของว่าที่สามี จ้างทั้งช่างหน้าและช่างผม ระดับตัวท็อปของประเทศม
“ขอบคุณอะไร มันเป็นหน้าที่ของสามีที่ดีอยู่แล้ว” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันมาขยิบตาส่งให้หญิงสาวหนึ่งที ก่อนจะหันกลับไปสนใจการจราจรบนท้องถนนต่อ“เมื่อกี้เรียกหว่านเสน่ห์หรือเปล่าคะ”“แล้วได้ผลไหมครับ”“ไม่ค่ะ !” เป็นการตัดรอนที่รวดเร็วปาดสายฟ้าจนคนฟังใจเจ็บ ภูภามว์เกือบจะเรียกรถกู้ชีพอยู่แล้วเชียว ยังดีที่ประโยคถัดมาของเธอเหมือนเป็นการต่อลมหายใจ “เพราะถ้าจะจีบอุ้ม ต้องจีบด้วยเงิน อุ้มเป็นคนเห็นแก่เงินคุณภามว์จีบไหวไหมคะ”“เริ่มด้วยการเหมาเค้กให้เธอทั้งร้านดีไหม”“ดีค่ะ”จากนั้นรถยนต์คันหรูก็มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปากช่อง เป้าหมายของภูภามว์คืออวดรวยให้ผู้หญิงดู เผื่อว่าเธอจะยอมใจอ่อนแล้วตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กับเขาในเร็ววันหลังจากหลุดปากบอกภูภามว์ไปว่าจีบได้ เขาก็ขยันหยอด ขยันจีบ ขยันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้ไม่ว่างเว้นแต่ละวัน ไม่รู้เขาไปสรรหามุขจีบเสี่ยว ๆ พวกนี้มาจากไหนนักหนา แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่ามันทำให้เธอหวั่นไหวได้จริง ๆ เช้านี้อลีนาเลยชิ่งตื่นนอนเช้าก่อน ตั้งใจว่าจะออกมารดน้ำดอกไม้แล้วเรียกสติไปพลาง ๆ เผื่อว่าช่วงเวลาแห่งความสดชื่นจะช่วยให้จิตใจของเธอสงบมากขึ้น จะได้ไม่หวั่นไหวไปก
ไม่รู้เป็นแผนของนายแม่สุวนี หรือว่าอลีนาเบื่อที่จะเย็นชาใส่เขา เพราะหลังงานบุญวันนั้น เธอเปลี่ยนไปราวกับคนละคน หญิงสาวตอบสนองภูภามว์มากขึ้น และไม่ได้มีท่าทีมึนตึงจนเขาใจเจ็บเหมือนอย่างที่ผ่านมา นี่ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีหรือเปล่า“อุ้ม วันนี้ไปทำบุญกับเฮียนะ”อลีนาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนแล้วมองคนตัวสูงอย่างไม่ค่อยเชื่อหู เมื่ออยู่ ๆ เธอก็ถูกชวนไปทำบุญ ทั้ง ๆ ที่ไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะผ่านงานทำบุญใหญ่ภายในไร่มา“เนื่องในโอกาสอะไรคะ วันนี้ไม่ใช่วันพระสักหน่อย”“ไปเป็นเพื่อนเฮียหน่อยนะ เสร็จแล้ว เดี๋ยวเฮียพาไปเลี้ยงเค้กในตัวเมือง”เขาตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งยังหยิบยกเอาของกินมาหลอกล่อเธอเพื่อเบี่ยงประเด็น ซึ่งก็ได้ผลตามคาด เมื่อดวงตากลมโตที่แฝงเร้นไปด้วยความซุกซนลุกวาวราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่อลีนาเกลียดนักเชียว พวกศัตรูที่รู้จุดอ่อนเนี่ย !“คุณรู้ได้ยังไงว่าอุ้มอยากกินเค้ก”เธอจำได้ว่า เธอเพิ่งคุยกับพี่ดาหลาไปเร็ว ๆ นี้นี่เอง ว่าอยากกินเค้กร้านดังที่มาเปิดสาขาใหม่ในตัวเมืองปากช่อง เขาคงไม่ได้เลี้ยงพรายกระซิบไว้ตามสอดส่องพฤติกรรมของเธออยู่ใช่ไหม ?“เฮียได้ยินพวกเธอคุยกัน”











