LOGINเพล้ง !!! ภาพที่อลีนาออกมาเห็นเต็มสองตาทำสติของเธอแตกพล่านไปพร้อมกับแก้วน้ำในมือที่ร่วงหล่นกระแทกพื้น "แม่งเอ๊ย !" ทำเอาสองหนุ่มสาวที่กำลังนัวเนียกันบนโซฟากลางห้องถึงกับหันมามองเธอด้วยท่าทีหัวเสีย โดยเฉพาะภูภามว์... "ทำบ้าอะไรของเธอ ฮะ !" "คุณภามว์นั่นแหละ กำลังทำอะไร" "ฉันทำอะไร ?" "ก็ที่คุณเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้าน แล้วทำแบบเมื่อกี้นี้ไง" "แล้วทำไมฉันจะทำแบบนี้ไม่ได้" นัยน์ตาของเขาเยือกเย็นลงขณะสืบเท้าเข้ามาใกล้เธอ "ก็เพราะอุ้มยังอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ต่อหน้าคุณ" อลีนากำฝ่ามือเข้าหากันแน่น ยามพรั่งพรูความอัดอั้นออกจากอก "อุ้มเป็นเมียคุณนะ" ทำไมต้องเป็นที่นี่ ในบ้านหลังนี้ ต่อหน้าเธอ... "เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า" หลังสิ้นประโยคที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของ ริมฝีปากหยักก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันให้เห็น "ที่นี่เป็นบ้านของฉัน ฉันจะทำอะไรกับใครก็ได้ ส่วนเธอเป็นแค่ปลิงที่ขอมาอยู่อาศัย" "..." "แล้วที่สำคัญนะ... เธอไม่ใช่เมียของฉัน"
View Moreร้านคาราโอเกะเจ๊จุง
‘ภูภามว์’ ทวนชื่อบนป้ายร้านคาราโอเกะเจ้าประจำในใจ ที่ประดับประดาไปด้วยแสงสีไฟพราวระยับราวกับดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง ก่อนจะปรายตามองมาทางบรรดาลูกน้องที่แหกปากร้องเพลงด้วยสกิลหลบลิขสิทธิ์ขั้นเทพอย่างคนหมดคำจะพูด
“ยายแล่มอีตอนสาว... ส๊าว...”
“ผิวขาวตาคมสมใจ โว้วๆ”
“ฉันจะเล่ากล่าวตอนย้อนไป”
“อายุแกได้วัยปิ๊งพอดี ฮิ้วววว...”
สุดท้ายภูภามว์ก็ทนมองภาพบาดตาได้ไม่นาน ต้องยกแก้วเหล้าสีเข้มที่เจือผสมด้วยโซดาขึ้นมาดื่มย้อมใจ พร้อมผินหน้าหนีไปทางอื่นอย่างนึกละอายแทน
นี่พวกมันไม่นึกสงสารสาว ๆ หุ่นอวบอั๋น ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ ที่นั่งประกบอยู่ข้างกายบ้างหรือไง ถ้าเป็นเขาคงมอมเหล้าตัวเองแล้วแกล้งหลับหนีไปเฝ้าพระอินทร์นานแล้ว
มีลูกน้องแบบนี้ชวนปวดกระบาลได้ไม่เว้นแต่ละวัน พอเหล้าเข้าปากที เหมือนปล่อยผีห่าซาตานออกจากร่าง สารรูปอย่างนี้ อย่าเที่ยวไปอวดอ้างที่ไหนเชียว ว่าเป็นคนในปกครองของนายภูภามว์ เจ้าของ ‘ไร่ภูพลาธร’
รู้ถึงไหน ! อายถึงนั่น !
คิดแล้วคนเป็นนายก็ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ ค่ำนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์อยากสังสรรค์สักเท่าไร แต่เพราะวันนี้เป็นวันเงินเดือนออก ภูภามว์จึงถูกลูกน้องรบเร้าให้มาเลี้ยงฉลองด้วยกัน จนกลายเป็นธรรมเนียมประจำทุก ๆ สิ้นเดือนไปแล้ว
“นายครับ พวกผมต่ออีกสองกลมได้ไหมครับ”
ภูภามว์ที่พาใจตัวเองลอยออกไปนอกร้านพลางคิดในใจว่า อีกสักพักคงต้องชิ่งหนี หันกลับมามองเจ้าของเสียงเรียกอย่าง ‘สันติ’ ผู้เป็นมือขวาที่ทำงานกับเขามานานหลายปีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“เออ ! จะแดกอะไรก็สั่งเอา แล้วถ้าพรุ่งนี้ใครมาทำงานไม่ไหว กูจะเล่นรายตัวเลย คอยดู”
คนเป็นเจ้านายกระแทกเสียงใส่ ยกมือขึ้นมาชี้หน้าขู่เรียงตัว ทว่าสุดท้ายภูภามว์ก็ยอมให้พวกมันอีกตามเคย สิ้นเดือนทั้งที แทนที่คนจ่ายเงินจะถูกปรนเปรอบ้าง กลับกลายเป็นว่า เขาถูกพวกมันลากออกมาให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าเสียนี่
เหอะ ! ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง จะหาเจ้านายแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ถ้าไม่ใช่ไอ้ภูภามว์คนนี้
“แหม... ทำงานด้วยกันมาตั้งนาน นายยังไม่รู้อีกเหรอครับ ว่าพวกผมแยกแยะได้ งานเป็นงาน ! เล่นเป็นเล่นครับ !”
สันติยืดอกอวยตัวเองด้วยท่าทีจริงจัง ซึ่งขัดกับแววตาและสีหน้าที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างสิ้นเชิง “เจ๊จุง ! เจ๊จุงหนาย... ขอเหล้าเพิ่มหน่อยคร้าบ...” ก่อนจะตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงยานคาง เรียกเจ้าของร้านมารับออร์เดอร์ท่ามกลางเสียงดนตรีหมอลำที่ดังอึกทึกไปทั่วร้าน
ทำเอาคนเป็นนายได้แต่ส่ายหัวอย่างอิดหนาระอาใจ ล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเตรียมเฉ่งบิลค่าเสียหาย แล้วกะจะชิ่งหนีกลับก่อน เพราะขืนอยู่ดึกกว่านี้ เสียงแหกปากร้องเพลงของพวกมันคงทำเขาฝันร้ายตลอดทั้งคืน
“ว่าไงจ๊ะ สุดหล่อของเจ๊ จะเอาอะไรเพิ่ม สั่งมาได้เลยจ้ะ เด็กเจ๊รอจดอยู่”
รอไม่ถึงหนึ่งนาที ‘เจ๊จุง’ เจ้าของร้านในวัยเหยียบเลขห้า แต่ยังคงความแซ่บไว้มากโข ก็ปรากฏตัวมาพร้อมกับเด็กในร้านที่เดินก้มหน้าตามหลังมาติด ๆ เหมือนทุกครั้ง
ทว่าวันนี้... ในสายตาของภูภามว์กลับเห็นต่างออกไป เขาไม่เคยเห็นหน้าเด็กคนนี้ในร้านมาก่อน
หรือจะเป็นเด็กใหม่เจ๊จุง ?
โคตรแจ่ม ! มุมริมฝีปากหยักมีรอยยิ้มมาดร้ายแต่งแต้มน้อย ๆ ตอนที่ภูภามว์ยอมรับกับตัวเองว่าสนใจเด็กใหม่คนนี้อย่างไม่คิดปิดบังความรู้สึก
จากที่เบื่อ ๆ มีเนื้อ นม ไข่ มาเสิร์ฟเป็นอาหารตาครบขนาดนี้ ค่อยเจริญหูเจริญตาขึ้นมาหน่อย
สงสัยคืนนี้จะไม่ได้กลับบ้านไวแล้วละมั้ง ไอ้ภูภามว์เอ๊ย...
“เอาเหมือนเดิมสามกลมเจ๊จุง แล้วก็น้ำแข็งสี่ถัง”
“อะ ลูกสาวจดตามที่พี่เขาบอกค่ะลูก” เจ้าของริมฝีปากสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดหันไปออกคำสั่งกับเด็กสาวคนใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในร้านได้แค่สามวัน “แค่นี้เหรอคะ สุดหล่อของเจ๊” ก่อนจะหันไปถามความต้องการเพิ่มเติมของลูกค้าอีกรอบ
“แล้วก็เอากับแกล้มแซ่บ ๆ มากระแทกปากอีกชุดด้วยครับ เจ๊จุงคนสวย”
“ได้จ้ะ พ่อสันติคนหล่อ” เจ๊จุงจีบปากจีบคอป้อนคำหวานให้ลูกค้ากลุ่มประจำได้ไหลลื่นอย่างไม่มีติดขัด “ชมเจ๊ขนาดนี้ เดี๋ยวคืนนี้เจ๊แถมน้ำแข็งให้หนึ่งถัง” จากนั้นถึงหันไปกระซิบบอกคนข้างหลังให้รีบเอาออร์เดอร์เข้าไปส่งในครัว ส่วนตัวเองก็ยืนอ้อล้อกับแขกต่ออีกพักใหญ่
ภูภามว์หาได้ใส่ใจกับสิ่งที่ลูกน้องสั่งเกินกว่าที่ตกลงกันไว้แต่แรก
ดวงตาลุ่มลึกเอาแต่จับจ้องเจ้าของร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวตัวสั้น ที่แหวกอกลึกเกือบถึงสะดือ เผยให้เห็นความอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล น่าฟัดน่ากอด ซึ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจรดปลายปากกาหยุกหยิกลงบนสมุดในมือ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคนสั่งด้วยซ้ำ กระทั่งเดินห่างจากโต๊ะไป
“คุณภามว์ล่ะคะ ไม่รับอะไรเพิ่มเหรอ คืนนี้คุณภามว์ดูไม่สนุกเลย หรือว่าเบื่อเด็กร้านเจ๊แล้ว”
เจ๊จุงผละออกจากวงสนทนาใหญ่ แล้วหันมาสนใจเจ้าของไร่ภูพลาธรบ้าง เมื่อสังเกตเห็นว่าค่ำคืนนี้ลูกค้ากระเป๋าหนักดูนั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไร ปกติคุณภูภามว์จะเรียกเด็กอย่างน้อยหนึ่งคนมานั่งประกบข้างคอยเอาอกเอาใจ เผลอ ๆ ลากกันไป ‘เอา’ อย่างอื่นนอกรอบก็มีหลายต่อหลายครั้ง
แต่คืนนี้ไม่ ! แถมเหล้าในแก้วก็ไม่ค่อยพร่อง ปล่อยทิ้งจนน้ำแข็งละลายเสียดายของ
ไม่รู้หรือไงว่าทำเจ๊จุงขาดรายได้ไปหลายร้อยบาทเลยเชียว !
“ผมจะไปเบื่อเด็กร้านเจ๊ได้ยังไงล่ะครับ” ...ก็ในเมื่อระแวกนี้ มีร้านเจ๊จุงแค่ร้านเดียวที่สร้างความจรรโลงใจให้เขาได้ยาม ‘เปล่าเปลี่ยว’ ภูภามว์รีบแย้งเจ๊จุงแล้วเก็บประโยคท้ายไว้ในใจ
“เมื่อกี้เจ๊เห็นสายตาคุณภามว์มองเด็กเจ๊นะคะ” แม้อายุจะใกล้เลขห้า แต่สายตาเจ๊จุงคนนี้มองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของจิตใจชายฉกรรจ์ทั้งหลายได้ไม่ยาก ไม่งั้นหล่อนคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ได้นานเกือบยี่สิบปี
“เจ๊จุงรู้ใจผมเสมอครับ” แววตาดำมืดทอประกายพึงพอใจ
ถึงอาหารร้านเจ๊จุงจะไม่ค่อยถูกปากเขา แต่เหล้ากับเจ๊จุงจริงใจกับเขาเสมอ
“เด็กใหม่เหรอครับ อายุถึงยี่สิบหรือยัง”
เพราะต่อให้สวยจนเขาหน้ามืดแค่ไหน หากอายุเด็กคนนั้นทำเขาเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ภูภามว์ก็ขอลา จากที่สำรวจด้วยเนื้อตาเปล่าคร่าว ๆ ถึงนมจะระดับมหา’ลัย แต่หน้าตาพริ้มเพราจิ้มลิ้มนั่น ถ้าบอกว่าเรียนอยู่มัธยมฯ เขาก็เชื่อ
“แหม... คุณภามว์ก็ ! พูดเหมือนไม่รู้จักเจ๊ไปได้” ก่อนจะรับผู้หญิงแต่ละคนเข้าทำงาน เจ๊จุงเช็กประวัติละเอียดยิบ เรื่องค้าประเวณี หรือทำผิดกฎหมายอะไรเทือกนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นที่ร้านคาราโอเกะเจ๊จุงแน่นอน
“แล้วคนนี้เจ๊จัดให้ผมได้ไหมครับ” ถ้าเจ๊จุงนอนยันว่าไม่มีปัญหา ภูภามว์ก็กล้าขออย่างตรงไปตรงมา
“คนนี้เจ๊เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ”
“...” ม่านตาที่เคยมีประกายวาววับหดรัดลงทันตาเห็น
“คุณภูภามว์ก็รู้ว่าเจ๊ไม่เคยบังคับเด็ก” ตอนเข้ามาทำงานวันแรก เด็กคนนั้นยืนยันว่าไม่รับ ‘งานอย่างว่า’ ซึ่งหล่อนก็พร้อมทำตามข้อตกลง แล้วอีกอย่างรูปลักษณ์ของเด็กคนนั้นก็สามารถดึงดูดแขกเข้าร้านได้ หล่อนสนใจเพียงเท่านี้
แต่ถึงกระนั้น... บนโลกใบนี้ก็ยังมีคำว่า ข้อยกเว้น “...เว้นเสียแต่ว่า คุณภูภามว์จะเข้าไปคุยกับเด็กเจ๊ด้วยตัวเอง น้องเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะคะ”
เพราะนอกจากคนตรงหน้าหล่อนจะเป็นถึงเจ้าของไร่ภูพลาธร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร ไหนจะฟาร์มโคนมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ติดอันดับท็อป3 ของเอเชียแล้ว คุณภูภามว์ทั้งยังหนุ่ม ยังแน่น และยังหล่อเหลาเอาการ หาตัวจับยาก
จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่โง่ปฏิเสธ !
“ถ้าเด็กเจ๊จะเล่นตัวขนาดนั้น ผมก็ไม่เอาด้วยหรอก ! เช็กบิลโต๊ะนี้ได้เลย ถ้าพวกมันจะสั่งต่อ เจ๊ลงบิลไอ้สันไว้ก็แล้วกัน ผมจะกลับแล้ว ง่วงนอน !”
8ของสายฟ้าแต่งงานกันมาเกือบหกปี จนกระทั่งตอนนี้ตั้งท้องลูกคนที่สองเข้าไปแล้ว ชีวิตของพริมโรสไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่ก็ไม่ได้ลำบากหรือหนักใจถึงขั้นเรียกว่าขวากหนาม อารมณ์ส่วนมากของเธอหมดไปกับการโมโหแล้วก็หงุดหงิดสองพ่อลูกคู่ซี้เสียมากกว่ายิ่งโดยเฉพาะขณะนี้...ว่าที่คุณแม่ลูกสองสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วกดอารมณ์ขุ่นมัวที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายในอกให้เบาบางลง ยามจับจ้องสายตาไปยัง เด็กชาย ‘สายฟ้า’ อายุห้าขวบ และเด็กชายอัสนีอายุสามสิบหกขวบ ที่พากันออกไปแตะฟุตบอลเล่นท่ามกลางสายฝนจนเนื้อตัวเปียกมะล่อกมะแล่ก“เท่าที่จำได้ พริมมีลูกชายแค่คนเดียวนะคะคุณอัส”ถ้าจะให้พริมโรสคิดบัญชีใครเป็นคนแรก ก็คงต้องเป็นคนตัวโตกว่านี่แหละถูกต้องแล้ว เพราะแทนที่เขาจะห้าม กลับวิ่งนำลูกออกไปเล่นตากฝนเสียอย่างนั้น“แต่นี่มันวันสงกรานต์นะครับแม่ ยังไงก็ต้องเปียกอยู่ดี”เด็กชายที่ไม่เข้าใจว่าเปียกน้ำฝนกับเปียกน้ำประปามันต่างกันอย่างไรรีบออกปากเถียงแทนคนเป็นพ่อที่เอาแต่ก้มหน้างุดนาน ๆ ทีจะได้มาเที่ยวบ้านยายทวดที่จังหวัดนคสวรรค์ มีอะไรหลายอย่างที่สายฟ้าอยากทำอย่างเช่นเล่นสงการณ์หน้าบ้าน เตรียมถั
“ดูคุณจะสนิทกับพี่เมฆอะไรนั่นมากเลยนะครับ”อัสนีเอ่ยถามหญิงสาวทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกมาจากบ้านหลังนั้น และเขาก็จงใจเน้นเสียงย้ำตรงคำว่า ‘พี่เมฆ’ จนคนฟังรับรู้ได้“คงงั้นมั้งคะ เพราะเมื่อสมัยเรียนเราเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน แล้วยายก็เคยทำงานที่บ้านเสี่ยกรรชัย ก็เลยเป็นพี่น้องที่สนิทกันค่ะ”“แต่ผมว่าพี่เมฆของคุณไม่ได้คิดกับคุณแค่พี่น้องนะ”“เขาจะคิดยังไงก็ช่างเขาสิคะ” พริมโรสยักไหล่ราวกับไม่รู้สึกอินังขังขอบใด ๆ กับสิ่งที่อัสพูด เพราะเธอดูออกมาตั้งนานแล้วว่าเมฆารู้สึกอย่างไรกับเธอ รู้ก่อนที่เธอจะรู้จักกับอัสนีด้วยซ้ำ “แล้วอีกอย่างพี่เมฆก็ไม่ใช่ของพริมด้วย คุณต่างหากที่เป็นของพริม”“ช่างพูดช่างจานะ”อัสนีค่อนข้างพอใจในคำตอบ ความจริงเขาไม่ได้คิดจะถือสาหาความอะไรตั้งแต่หญิงสาวแนะนำว่าเขาเป็นสามีแล้ว ที่แสดงออกไปแบบนั้นก็เพื่อจะสื่อให้แม่ของลูกรู้ ว่าเขาหึงและหวงมากแค่ไหนตอนที่เห็นผู้ชายคนอื่นมายุ่มย่ามกับเธอ“หึงมากเลยเหรอคะ”ไม่ใช่แค่ถาม แต่พริมโรสยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจของเธอและเขาแทบจะรดรินกัน“ถ้าไม่กลัวว่าคุณจะคิดมากแล้วก็เกรงใจผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงนั้น ผมคงประกาศให้พี่เมฆของคุ
7ตกลงปลงใจ“แต่งงานกับผมนะ”“...” พอสิ้นคำนั้นพริมโรสถึงกับยืนนิ่งงันไปหลายวินาที เธอไม่ได้คาดหวังให้อัสนีมารับผิดชอบโดยการแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสอะไรเทือกนั้น แค่เขาไม่ปัดความรับผิดชอบเรื่องลูกเท่านี้เธอก็พอใจแล้วที่สำคัญเธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ยังไม่มีโอกาสได้ศึกษานิสัยใจคอกันเลยด้วยซ้ำ“คุณแน่ใจเหรอคะคุณอัสนี”“ยิ่งกว่าแน่อีกทูนหัว ไม่มีอะไรจริงกว่าคุณกำลังท้องลูกของผมอีกแล้ว”ว่าจบอัสนีก็ประทับริมฝีปากลงบนกระหม่อมบางแผ่วเบา ก่อนเขาจะคลอเคลียต่ำลงมาที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม ซึ่งเขาจดจำรสชาติและความรู้สึกยามสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับเธอได้ดี ว่ามันช่างหวานล้ำแค่ไหน“แล้ว...” แต่ก่อนที่อัสนีจะล่วงเกินเธอไปมากกว่านั้น หญิงสาวกลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอผละออกห่างจากร่างสูงแล้วจ้องมองเขาด้วยแววตาที่แฝงเร้นไปความเจ็บปวด “แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ คนที่คุณควงออกงานบ่อย ๆ”ท่าทีของของเธอทำเอาอัสนีจุกในอก“ผมขอโทษพริม ขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ”ก่อนเขาจะอธิบายให้เธอฟังอย่างละเอียด ว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงที่เป็นข่าวกับเขาและควงออกงานด้วยช่วงนี้เป็นใครมาจากไหน ซึ่งหล่อนเป็นเพียงลูกพี
“ยายจ๋า~ พริมกลับมาแล้วจ้า”เสียงตะโกนเรียกหายายดังสนั่นมาแต่ไกล ก่อนที่เจ้าตัวจะหอบเอาข้าวของพะรุงพะรุงที่ขนซื้อมาจากตลาดตอนเช้ามืดเดินเข้ามาในใต้ถุนบ้านทว่าทันทีที่มาถึงดวงกลมโตก็เป็นอันต้องเบิกกว้าง เมื่อบนแคร่นั่งใต้ถุนบ้านไม่ได้มีเพียงยายของเธอนั่งอยู่คนเดียว แต่กลับมีใครบางคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเจอเขาที่นี่นั่งร่วมอยู่ด้วย“คุณอัสนี...”“พริม!” สิ้นคำนั้นร่างสูงก็ถลาเข้ามาสวมกอดเธอเต็มแรง จากที่ตกใจอยู่แล้วพริมโรสก็ยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่กับการกระทำบุ่มบ่ามของเขานานทีเดียวที่หญิงสาวยืนนิ่งให้อัสนีกอด แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาตกตะลึงของคนเป็นยายเท่านั้นแหละ สติสตังค์ที่กระเจิดกระเจิงถึงได้คืนกลับมา ก่อนเธอจะรีบผละห่างออกจากเขาแล้วส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้ยายด้วยความขวยเขิน“พ่อหนุ่มคนนี้บอกกับยายว่าเขาเป็นคนรักของแก จริงหรือเปล่า?”ความจริงภาพที่นางเห็นเมื่อครู่ก็บ่งบอกสถานะของทั้งคู่ชัดเจนแล้ว แต่ถึงกระนั้น ‘ดาวเรือง’ ก็ยังอยากได้ยินจากปากของหลานสาวมากกว่า“...” จบคำนั้นพริมโรสก็หันมาสบสายตากับเจ้าของร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดสูทตั้งแต่เมื่อวาน เธอชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะตอบคำถามยายว่าอย่าง
“พี่แคท… พี่ไม่เห็นด้วยเหมือนพ่อกับแม่เหรอ”แก้วเจ้าจอมตัดสินใจถามเสียงเบา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามของพี่สาวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงจนสวยสด เพื่อค้นหาอะไรบางอย่างแต่กลับไม่เจอ“หมายถึงอะไร? เรื่องหลานน่ะหรอ แกจะบ้าเหรอเจ้าจอมคิดอะไรแบบนั้น”“แล้วทำไมถึง…” กล้าทำแบบนั้นละ พี่สาวเธอฆ่
“ทำไมน้องเจ้าจอมถึงเลือกที่จะไม่บอก ว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง”ทอรุ้งวนกลับมาที่โรงพยาบาลอีกรอบเพื่อหวังคาดคันแก้วเจ้าจอมให้ยอมบอกความจริงกับทุกคนด้วยปากตัวเอง บอกตามตรงนะถ้าเฮียไม้เอกจะทำแบบนั้นจริงๆ เธอไม่เห็นด้วยสุดๆและเธอนี่แหละจะออกโรงกางปีกปกป้องเด็กสาวคนนี้เอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดคอนดูนะ แ
“คุณทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไรอีก” แก้วเจ้าจอมคิดว่าที่เขาหายไปเพราะไม่ต้องการอะไรจากเธอแล้วเสียอีก แต่เปล่าเลยที่ผ่านมาไม้เอกคอยตามเธอทุกฝีก้าว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีทางตามมาซื้อห้องต่อจากเจ้าของเดิมถูก จริงไหม? “ฉันบอกความต้องการเธอไปแล้ว ต้องให้ย้ำไหม?”ไวกว่าความคิดร่างสูงสาวเท้าเข้ามาประชิดร่าง
ไม่รู้ต้องว่าต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน ไม่รู้แม้กระทั่งว่าไม้เอกคิดจะทำอะไรต่อ แก้วเจ้าจอมไม่สามารถเดาใจเขาได้จริงๆ บอกตามตรงว่าเธอหวาดกลัวสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจับใจ “คนใจร้าย จอมเกลียดพี่ไม้เอกที่สุดเลย” หญิงสาวตัดพ้อทั้งน้ำตาเมื่อหวนถึงภาพและเสียงจากคลิปน่ารังเกียจนั่น มันยังคงฉายชัดอยู่ในหัว