Home / โรแมนติก / พันธะรักแม่อุ้มบุญ / บทที่ 24 เพราะผิดหวัง

Share

บทที่ 24 เพราะผิดหวัง

last update publish date: 2026-10-19 23:25:16

“อย่าให้พูดเลยค่ะคุณภัทร...” คุณแม่บ้านทอดถอนใจ

“ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่คุณมนเก็บห่อผ้าออกไป คุณพีก็ล็อกตัวเองอยู่ในห้องทำงานชั้นล่างทั้งคืน ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลาเลยค่ะ ป้าเคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ พอเช้ามืดป้าแอบแง้มประตูเข้าไปดู... โอย... คุณภัทรเอ๋ย สภาพดูไม่ได้เลยค่ะ กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งห้อง ขวดยาเหล้าฝรั่งราคาแพงวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด แกดื่มจนเมาพับหลับคาที่เลยค่ะ พอตื่นมา ก็ยกแก้วดื่มต่ออีก เมาวนเวียนอยู่แบบนั้นเลยค่ะ”

ฟังถึงตรงนี้ หัวใจของภัทรวดีก็กระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงใยอันประหลาดแล่นปราดขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่

ภาพชายหนุ่มร่างสูงผู้เคยทระนง สุขุม และเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับต้องมาจมกองสุรา เพราะความจริงอันเจ็บปวด

เรื่องเขาเมานี่ ตบหน้าเธอให้รู้สึกวูบโหวงตามไปด้วย เพราะนั่นหมายถึง ชายหนุ่มรักมนสิชามาก สีหน้าของเธอละเหี่ยลงอย่างชัดเจน ใจเจ็บหนึบ เหมือนกับคนอกหักเพราะรักเขาข้างเดียว

‘เขาคงเจ็บปวดมากสินะ... ตลอดที่ผ่านมา เขาคิดมาตลอดว่า กำลังดูแลผู้หญิงที่รัก และใกล้จะตาย แต่สุดท้ายกลับเป็นเพียงเรื่องโกหกลวงโลก’

ภัทรวดีพยายามกดความรู้สึกสงสาร และสมเพชตัวเองด้วย นั้นลงไป ก่อนจะตัดสินใจถามคำถามสำคัญที่ค้างคาอยู่ในหัวใจมาตลอดทั้งคืน

“ป้าคะ... เรื่องที่คุณมนโกหก เรื่องโรคมะเร็ง... แล้วก็เรื่องที่เธอไม่ได้ป่วยจริง มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมคะ? แล้ว... คุณพีรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ?” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น จ้องมองคุณแม่บ้านอย่างค้นหา

คุณอำพรมองหน้าภัทรวดีด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าถอนหายใจอีกครั้ง

“เรื่องจริงสิคะคุณภัทร ป้าเองก็ยังตกใจจนแทบช็อกเลยค่ะ เมื่อวานทนายณัฐหอบแฟ้มเอกสารหลักฐานทุกอย่าง ทั้งเรื่องรักษา เรื่องทางการแพทย์ และเรื่องเงินอีกมากมาย มาเปิดกางต่อหน้าคุณพี ป้าแอบฟังอยู่ ได้ยินเต็มสองหู ทั้งหมอฝรั่ง ทั้งหมอไทยเซ็นชื่อยืนยันกันให้วุ่นว่า คุณมนไม่ได้เป็นมะเร็งบ้าบออะไรนั่นเลย แถมเรื่องมดลูก... เธอก็ถูกตัดออกไปตั้งหลายปีแล้ว เพราะเรื่องอื่น ไม่ใช่เพราะโรคร้ายอะไรนั่นสักนิด คุณพีถึงได้โกรธจนใจพังอย่างไรละคะ ถึงกับไม่ทนที่จะเห็นหน้าของคุณมนอีก คุณพีจึงได้ไล่เธอออกไปในทันทีค่ะ”

ภัทรวดีนิ่งฟัง คำยืนยันจากปากคุณแม่บ้าน ยิ่งตอกย้ำว่า สิ่งที่เธอแอบสืบรู้มาทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องคิดมากไปเอง

ภัทรวดีควักมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม เธอปลดล็อกรหัสผ่านสองชั้นอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้คุณอำพร แล้วยื่นหน้าจอให้ดู

“ถ้าอย่างนั้น... ป้าลองฟังนี่สิคะ”

นางขมวดคิ้วสงสัย เอียงมองหน้าจอโทรศัพท์ของภัทรวดี บนหน้าปรากฏไฟล์ภาพถ่ายเอกสารทางการแพทย์ฉบับภาษาไทยและอังกฤษอย่างชัดเจน ทั้งผลการตรวจมดลูก ประวัติการรักษา

และรูปถ่ายขวดยาวิตามินธรรมดาที่ไร้ฉลาก ซึ่งภัทรวดีแอบถ่ายมาจากห้องนอนของมนสิชา ที่สำคัญที่สุดคือ... ไฟล์คลิปเสียงความยาวหลายนาที ภัทรวดีเอื้อมนิ้วไปกดเล่นไฟล์เสียงนั้นทันที

(“แกไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ได้เป็นมะเร็งอะไรทั้งนั้น หมอเขาก็รู้ แต่ฉันจ่ายเงินให้เขาเขียนผลตรวจปลอม พีเขาสงสารฉันจะตาย ฉันบอกว่าใกล้ตายแล้ว เขาก็เชื่อ ฮ่าๆ”) เสียงหัวเราะเย้ยหยันอันแหลมสูงของมนสิชาดังกระหึ่มออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ชัดเจนทุกถ้อยคำ จนไม่ต้องตีความใดๆ อีกต่อไป

คุณอำพรฟังแล้วถึงกับยกมือขึ้นทาบอก อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าถอดสีจนเป็นสีขาวซีด

“ตายแล้ว คุณพระคุณเจ้าช่วย” คุณแม่บ้านร้องออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ แม้จะมีมูลอยู่ แต่ก็ไม่เคยได้ยินอะไรจังๆ แบบนี้

“นี่มัน... นี่มันเสียงคุณมนจริงๆ ด้วยค่ะ คุณภัทร... คุณภัทรไปได้หลักฐานพวกนี้มาจากไหนคะเนี่ย”

“ภัทรบังเอิญผ่านไป ตอนที่เพื่อนคุณมนมาเยี่ยม แต่ไม่ได้ตั้งใจอัดเสียงนะคะ มันบังเอิญจริงๆ มือของภัทรไปโดน จากวันนั้น ก็เลยแอบเข้าไปเก็บหลักฐานพวกนี้ในห้องของคุณมน ในตอนที่เธอไม่อยู่ค่ะ”

ภัทรวดีเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

“แล้วทำไมไม่บอกแต่เนิ่นๆ ค่ะ”

“ภัทรไม่อยากใส่ร้ายใครนะคะ อีกอย่างเขาต้องไม่เชื่อภัทร”

“โธ่เอ๊ย!”

“คือภัทรรู้ความจริงมาสักพักแล้วค่ะป้า แต่ภัทรไม่กล้าบอกใคร เพราะภัทรกลัวว่า หาภัทรพูดออกไปแล้วจะไม่มีใครเชื่อคำพูดของภัทร อีกอย่างสถานะของภัทรก็แค่ผู้อาศัย เป็นเพียงแม่อุ้มบุญ ไม่ใช่ภรรยาตัวจริงของเขา ทั้งภัทรกลัวที่สุดค่ะ เหมือนที่บอก ว่าคุณพีอาจหาว่า ภัทรอิจฉาตาร้อน จนสร้างเรื่องทำร้ายภรรยาของเขาน่ะค่ะ”

คุณอำพรมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความเอ็นดูแปรเปลี่ยนเป็นความสงสารในชะตากรรม แรกๆ นางก็ร้ายกับภัทรวดีเหมือนกัน แต่พอนานๆ ไป ก็รู้ว่าเธอเป็นคนไม่มีพิษภัย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอย่างคุณมนสิชา

คุณแม่บ้านเอื้อมมืออันอบอุ่นไปกุมมือเรียวของภัทรวดีไว้แน่น

“โธ่... คุณภัทรขา ป้าเข้าใจแล้วค่ะ คุณภัทรต้องอดทนเหลือเกิน ต้องแบกรับหลายเรื่อง ฮึ! มากมายเหมือนกันนะคะ ต้องเก็บอะไรหลายอย่างขนาดนี้เอาไว้คนเดียวตั้งนาน มิน่าล่ะ ช่วงก่อนหน้านี้ป้าเห็นคุณภัทรดูเกร็งๆ และระวังตัวตลอดเวลา เอ่อ... คุณมนก็หาโอกาสร้ายใส่คุณเหมือนกันนะคะ”

“ป้าก็เห็นใช่ไหมคะ”

“ค่ะ แต่ป้าก็เป็นผู้น้อย ขอโทษนะคะ ในสิ่งที่ป้าแสดงออกกับคุณภัทรในเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ไม่ต้องระวังตัวแจแล้วค่ะ คุณมนก็ไปแล้ว เฮ้อ... แสดงได้เก่งจริงๆ ในคราบคนป่วย ทำไปได้ สงสารคุณพีแท้ๆ ไม่รู้ว่าคุณมน จิตใจทำด้วยอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้เลือดเย็นหลอกลวงคุณพี กับทุกคนได้ถึงขนาดนี้”

ภัทรวดีทำเพียงยิ้มชืดๆ เธอปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง แล้วซุกมันกลับเข้ากระเป๋าตามเดิม หัวใจของเธอบัดนี้ยุ่งเหยิงกับเรื่องของพีรวิชญ์ ช่างกวนใจเธอนัก ด้านหนึ่ง... ความเป็นห่วงพีรวิชญ์ ไม่อยากให้เขาต้องจมอยู่กับความเศร้าเสียใจ

ไม่รู้สภาพของชายหนุ่มจะเป็นอย่างไร เธอเข้าใจ เขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่งั้นจะทำแบบนี้กับเธอเหรอ ไปหาใครก็ได้เป็นแม่อุ้มบุญ แต่ที่เขาเลือกเธอ เพราะพ่อของภัทรวดีทำให้ครอบครัวของเขาพัง

เขาแพ้ใจกับคนที่ทรยศหักหลัง โดยเฉพาะคนที่เขาให้ใจ เวลาที่ทุ่มให้ กับการตามใจของพีรวิชญ์

นั่นยังไม่พอให้มนสิชาซื่อสัตย์ต่อความดีของเขา ตลอดที่อยู่กับเขาได้ไม่นาน ภัทรวดีเห็นมุมดีๆ ของผู้ชายคนนี้ พีรวิชญ์ไม่ได้น่ากลัว เขายังเคยแสดงมุมอบอุ่นให้เธอเห็น เวลาที่เขามาเล่นกับลูก และส่งมือลูบไล้ลงไปที่หน้าท้องของเธอ สายตาของชายหนุ่มอ่อนโยนที่สุด

มุมนี้แหละ ที่ก่อเกิดความผูกพันระหว่างเธอกับพีรวิชญ์อย่างช้าๆ และเป็นภัทรวดีเอง ที่ยอมเปิดประตูใจ แถมเธอยังเดินเข้าไปหาเขาอีก ไปหาพีรวิชญ์แบบยกใจให้ทั้งดวง

แต่สุดท้าย แม้ภัทรวดีจะอิจฉามนสิชาแค่ไหน ที่เขารักและตามใจมนสิชาขนาดนั้น สิ่งที่ทุ่มเทไป กลับได้มาซึ่งคำลวง นี่แหละที่ทำให้พีรวิชญ์ใช้เหล้าในการทรมานตัวเอง

ในจิตใจของหญิงสาวก็เจ็บปวดและทรมานเหมือนกัน กับความเป็นจริงที่กระแทกตบหน้าเธออย่างจังๆ ว่าตนเองเป็นคนมาทีหลัง ไม่ใช่หญิงที่พีรวิชญ์มอบหัวใจให้

ภัทรวดีก้มลงมองหน้าท้องที่นูนใหญ่ของตัวเอง มือเรียวสั่นสะท้านขณะลูบไล้เบาๆ ผ่านเนื้อผ้า

มนสิชา... ผู้หญิงที่จะมาเอาลูกของเธอไปเลี้ยงเป็นของตัวเอง ได้ถูกเฉดหัวออกไปจากชีวิตของพีรวิชญ์แล้ว

‘แล้วต่อไปล่ะ? สัญญาอุ้มบุญบ้าๆ นี่จะยังคงอยู่...ไหมหนอ’

‘และเมื่อวันคลอดมาถึง ใครจะเป็นคนเลี้ยงเด็กน้อยคนนี้?’

‘พีรวิชญ์จะริบลูกไปจากเธอเหมือนเดิมใช่ไหม? เขาจะเลี้ยงลูกคนเดียว หรือจะหาแม่ใหม่มาให้ลูก? แล้วตัวเธอ... ก็ต้องระเห็จออกจากบ้านหลังนี้ไป โดยที่ฉันจะไม่ได้อุ้มชูเลี้ยงดูลูกเลย จะไม่ได้เห็นเขาเติบโต’

‘โธ่เอ๊ย! ลูกแม่ แม่จะฉีกสัญญากับคุณพ่อของหนูได้หรือเปล่า?’

ความสับสน ความกลัว และความที่อธิบายไม่ถูก พวยพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หยาดน้ำตาใสๆ เริ่มเอ่อล้นขอบตาของภัทรวดีโดยไม่รู้ตัว

สีหน้าตระหนก ซีดเซียว และดวงตาที่เอ่อล้นด้วยความเจ็บปวดของภัทรวดีไม่อาจเล็ดลอดสายตาของคุณแม่บ้านไปได้ นางมองอาการของหญิงสาวตรงหน้าออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

“คุณภัทรคะ...” คุณอำพรเอ่ยเสียงนุ่ม ลูบหลังมือของเธอ

“คุณภัทรอย่าเพิ่งคิดมากเรื่องอนาคตในตอนนี้เลยนะคะ ตอนนี้คุณภัทรกำลังตั้งครรภ์ ความเครียดจะส่งผลถึงเจ้าตัวเล็กในท้องนะคะ ดูสิคะ หน้าตาเศร้าและหม่นหมองแบบนี้ ไม่เอาค่ะ หมดสวยแล้วค่ะ”

ภัทรวดีรีบยกมือขึ้นปาดเช็ดคราบน้ำตา ฝืนพยักหน้ารับ

“ภัทร... ภัทรไม่ได้คิดอะไรมากค่ะป้า แค่... เป็นห่วงคุณพี”

นางถึงกับยิ้ม เพราะเห็นหัวใจของภัทรวดีที่มีต่อลูกของพ่อ

“อย่าคิดมากเลยค่ะ ตอนนี้หน้าที่ของคุณภัทร คือดูแลตัวเองกับลูกในท้องให้ดีที่สุด ไปกินอะไรเถอะค่ะ แล้วค่อยหาที่พักผ่อนนอนเอนหลัง จะไปพักผ่อนบนห้องนอนก็ได้นะคะ เปิดแอร์เย็นๆ หรือว่าจะไปนั่งเล่นในสวน เดี๋ยวป้าจะให้นางอ้อยไปดูแล อ๋อ... กองทัพเดินด้วยท้อง ประเดี๋ยวคุณหนูตัวน้อยของป้าจะประท้วงเอานะคะ ไปค่ะ ไป... ป้าจะให้เด็กยกต้มเลือดหมูร้อนๆ มาให้ พร้อมกับน้ำส้มคั้นสดๆ สักแก้ว เพิ่งไปตลาดมา ได้ส้มเขียวหวานสายน้ำผึ้งมา ลูกสวยๆ ค่ะ หวานอมเปรี้ยว อร่อยมากๆ ค่ะ” นางเอ่ยด้วยความปรารถนาดี

พิมธารา

"อ่านจบแล้ว แวะมาส่งสติกเกอร์หรือคอมเมนต์ทักทายกันได้น้า 1 หัวใจของทุกคนคือพลังใจสำคัญมาก ๆ ครับ 💖"

| Like
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 24 เพราะผิดหวัง

    “อย่าให้พูดเลยค่ะคุณภัทร...” คุณแม่บ้านทอดถอนใจ“ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่คุณมนเก็บห่อผ้าออกไป คุณพีก็ล็อกตัวเองอยู่ในห้องทำงานชั้นล่างทั้งคืน ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลาเลยค่ะ ป้าเคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ พอเช้ามืดป้าแอบแง้มประตูเข้าไปดู... โอย... คุณภัทรเอ๋ย สภาพดูไม่ได้เลยค่ะ กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งห้อง ขวดยาเหล้าฝรั่งราคาแพงวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด แกดื่มจนเมาพับหลับคาที่เลยค่ะ พอตื่นมา ก็ยกแก้วดื่มต่ออีก เมาวนเวียนอยู่แบบนั้นเลยค่ะ”ฟังถึงตรงนี้ หัวใจของภัทรวดีก็กระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงใยอันประหลาดแล่นปราดขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ภาพชายหนุ่มร่างสูงผู้เคยทระนง สุขุม และเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับต้องมาจมกองสุรา เพราะความจริงอันเจ็บปวดเรื่องเขาเมานี่ ตบหน้าเธอให้รู้สึกวูบโหวงตามไปด้วย เพราะนั่นหมายถึง ชายหนุ่มรักมนสิชามาก สีหน้าของเธอละเหี่ยลงอย่างชัดเจน ใจเจ็บหนึบ เหมือนกับคนอกหักเพราะรักเขาข้างเดียว‘เขาคงเจ็บปวดมากสินะ... ตลอดที่ผ่านมา เขาคิดมาตลอดว่า กำลังดูแลผู้หญิงที่รัก และใกล้จะตาย แต่สุดท้ายกลับเป็นเพียงเรื่องโกหกลวงโลก’ภัทรวดีพยายามกดความรู้สึกสงสาร และสมเพชตัวเองด้วย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 23 หมดใจกับคนทรยศ

    พีรวิชญ์ส่ายหน้า มองมนสิชาด้วยความสมเพช“ผมมอบโอกาส มอบเงินทอง ที่อยู่อาศัย และความเมตตาให้คุณมามากเกินพอแล้ว... มันน่าเสียใจ และผมบอกได้เลย ผมแค้นนะที่คุณตอบแทนผมด้วยการหลอกลวง และพยายามฆ่าลูกของผมให้ตาย อย่าทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนคุณมากไปกว่านี้เลย นี่ยังถือว่าผมปรานีคุณอยู่” เขาสะบัดขาออกจากการกุมรัดอย่างเด็ดขาด“ไปซะ” มนสิชากองลงกับพื้นพรม ร้องไห้สะอื้นจนแทบขาดใจ“พี... มนรักพีนานแล้วนะ... มนรักพี... หรือว่าเพราะอีนั่น คุณเปลี่ยนใจจากมนเพราะอี...”เพล้ง... เขาปัดแก้วลงจากโต๊ะ ก่อนที่มนสิชาจะพูดจบ เสียงแก้วแตกและกระจัดกระจายเป็นสัญญาณว่า เขาไม่ทนฟังคำแก้ตัวของมนสิชา พีรวิชญ์ไม่หันกลับไปมองอีก เขาก้าวตรงไปที่ประตู ผลักบานประตูเปิดออกกว้างแล้วหันกลับมาส่งสัญญาณสุดท้าย“ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง ไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ยามมาลากตัวคุณออกไป” พูดจบ เขาก็ก้าวออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้มนสิชาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับความจริงเพียงลำพังหนึ่งชั่วโมงต่อมา...หน้าบานประตูเหล็กดัดโค้งก็เปิดออก มนสิชายืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบ ใบหน้าที่เคยตกแต่งสวยงามบัดนี้ทรุดโทรม นัยน์ต

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 22 วันที่หน้ากากหลุด

    “พีขา... มีอะไรหรือเปล่าคะ เรียกมนมาหาเสียด่วนเชียว” เธอส่งเสียงออเซาะขณะก้าวตรงเข้ามาพีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาทำเพียงนิ่งเงียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อจับสังเกต มนสิชาเริ่มชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากเริ่มเจื่อนลง เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันอันเย็นยะเยือก เธอค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม“พี... ทำไมมองมนด้วยสายตาแบบนั้นละคะ?”ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงบนกองแฟ้มเอกสาร ก่อนจะใช้นิ้วดันมันข้ามโต๊ะไปหยุดลงตรงหน้าเธอ“เปิดอ่านดูสิ” มนสิชามองแฟ้มทั้งสามด้วยความงุนงง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเปิดข้างในเต็มไปด้วยใบรับรองแพทย์ รายงานผลเลือด ตารางการตรวจร่างกาย และผลสแกนสมองย้อนหลังนับสิบฉบับสายตาของเธอไล่อ่านทีละบรรทัด... และเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มสีสันสดใสก็เริ่มถอดสีทีละน้อย มือเรียวที่จับขอบกระดาษเริ่มสั่นสะท้านจนเอกสารไหว“พี... นี่มัน...”“เปิดแฟ้มสีดำ” เสียงของเขายังคงราบเรียบไร้จังหวะขึ้นลงมนสิชาวางเอกสารฉบับแรกลงด้วยมือที่สั่นๆ เธอเปิดแฟ้มสีดำออกดู... ข้างในบรรจุเส้นทางการโอนเงินข้ามบัญชี รายการสั่งซื้อทองคำแท่

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 21 ข้อเท็จจริง

    พีรวิชญ์เดินตรงไปยังหน้าต่างกระจกบานโต มองออกไปสู่สวนกว้างด้านนอกคฤหาสน์ สายตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาต ภาพความหลังเมื่อหลายปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวฉากแล้วฉากเล่า...วันที่มนสิชากลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนาน เธอปรากฏตัวด้วยสภาพซีดเซียว น้ำตานองหน้า ถือใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ฉบับนั้นมาสะอื้นไห้ต่อหน้าเขาเธอบอกว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอบอกว่ามะเร็งร้ายกำลังจะคร่าชีวิตเธอไป และความปรารถนาสุดท้าย ก่อนจากโลกคือการได้ใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะภรรยาของเขา ด้วยความที่พีรวิชญ์เป็นคนยึดมั่นในสัจจะและบุญคุณครอบครัวของมนสิชาเคยยื่นมือเข้าช่วยพ่อของเขาในยามวิกฤติตอนเริ่มตั้งบริษัท เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีหนี้ชีวิตที่ต้องตอบแทนประกอบกับความสงสารจับใจที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะตาย... เขาจึงยอมละทิ้งหัวใจตัวเอง ยอมเซ็นใบสมรส ยอมยกตำแหน่งยกเกียรติยศทุกอย่างให้เธอครอบครองแท้จริงแล้ว... เธอไม่ได้ป่วย มนสิชาแค่ใช้ความสงสาร และคุณธรรมของเขาเป็นเกราะป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ใช้เขาเป็นบ่อเงินบ่อทองเพื่อพยุงฐานะที่กำลังล้มละลายของครอบครัวตัวเองที่เลวร้ายที่สุด... คือกา

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 20 ความจริงที่ซ่อนอยู่

    แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟสำริดตั้งโต๊ะ สาดกระทบกองเอกสารธุรกิจที่วางตั้งสูงเกือบครึ่งเมตรบนโต๊ะทำงานไม้สักทองสายตาของพีรวิชญ์ กลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเลขผลกำไร หรือกราฟหุ้นเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขานั่งนิ่ง มือหนึ่งหมุนปากกาสเตนเลสไปมาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ หากแต่ดวงตาคู่ลึกกลับทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมายความคิดในหัวมวนซ่านคล้ายพายุหมุนที่เริ่มตั้งเค้า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ มีบางสิ่งบางอย่างผิดกลิ่นเกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ มันเป็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยกวนใจเขาอยู่ตลอดเวลา มันเป็นรอยร้าวลึก ที่เขาพยายามมองข้าม เพราะความเชื่อใจ แต่ยิ่งมองข้าม ก็ยิ่งสะกิดใจให้ระแวงทุกอย่างเริ่มต้นราวสองสัปดาห์ก่อน ในวันที่เขากลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ พีรวิชญ์ตั้งใจเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อเยี่ยมดูอาการของมนสิชา ภรรยาตามกฎหมายที่แต่งงานกันมานานหลังจากที่คุณแม่บ้านรายงานด้วยสีหน้าวิตกกังวลว่า อาการป่วยของเธอกำเริบหนักจนนอนซมทั้งวันเขาก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและความห่วงใยเต็มเปี่ยม แต่แล้ววินาทีที่มือหนาผลักบานประตูไม้แกะสลักห้องนอนของเธอเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับตบหน้าเขาเข้าอย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 19 เรื่องลับ

    ภัทรวดีนั่งอยู่ตรงระเบียงห้องนอน มองแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านซุ้มไม้เลื้อยลงมากระทบพื้นหินอ่อนเป็นลายตารางหญิงสาวลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างเพลินมือ ลูกน้อยในครรภ์ดิ้นเบาๆ ราวกับรับรู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ช่วงนี้ภัทรวดีรู้สึกแปลกๆ กับบางอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้ มันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ วันที่เธอเดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง เพื่อไปห้องครัว เพราะอยากกินของเปรี้ยวๆ แบบที่คนท้องชอบระหว่างทางเธอเห็นประตูห้องนอนของมนสิชาเปิดแง้มไว้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบมอง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างบางในชุดนอนผ้าไหม กำลังยืนอยู่หน้ากระจก มนสิชากำลังยืดตัวขึ้นสุดแขนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้มลงแตะปลายเท้าติดพื้นได้สบายๆภัทรวดีชะงัก ‘คนที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จะก้มแตะปลายเท้าได้ขนาดนั้นเชียวหรือ’ เธอเคยเห็นแม่ของตัวเองนอนป่วยอยู่บนเตียงมาสองปีเต็มแม้แต่จะลุกขึ้นนั่งยังต้องใช้เวลาเป็นนาที กว่าจะหายใจครบถ้วน แต่ผู้หญิงคนนี้กลับยืนตัวตรง กระดูกสันหลังโค้งงอได้อย่างคนสุขภาพดีภัทรวดีสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป เธอบอกตัวเองว่า อาจจะคิดมากไปเอง ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีช่วงที่ดีขึ้นบ้างก็ได้ แต่แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status