LOGINหลายเดือนต่อมาตอนนี้อายุครรภ์ของมะปรางก็เข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว น้ำหนักของเธอก็เพิ่มขึ้นมาหลายกิโล และเท้าของเธอก็ยังบวมอีกด้วย ดังนั้นคนเป็นสามีจึงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดพรึบเสียงของร่างสูงที่ถือกะละมังน้ำอุ่นมาทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นด้านหน้าโซฟาที่เมียตัวเล็กนั่งห้อยขาอยู่ ฝ่ามือใหญ่จับขาเรียวทั้งสองข้างมาแช่ในน้ำอุ่นเพื่อช่วยเรื่องที่เท้าของเธอบวม และเขาก็ทำให้เธอแบบนี้มาทุกวันตั้งแต่อายุครรภ์ของเธอเข้าสู่เดือนที่เจ็ดร่างสูงลุกขึ้นมานั่งข้างแม่ของลูกแล้วจับมือเรียวขึ้นมาจูบอย่างแผ่วเบา มืออีกข้างก็เลื่อนไปสัมผัสบนหน้าท้องกลมโตซึ่งทารกที่อยู่ในท้องกลมๆนั้นเป็นผู้หญิง"หลังคลอดลูกเธออยากจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง" เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถามยังภรรยาตัวเล็กอย่างเอาอกเอาใจ เพราะเขาอยากพาเธอไปเที่ยวในที่ต่างๆ เนื่องจากช่วงที่เธอท้องโตนี้เธอไม่ค่อยได้ออกไปไหน เพราะรู้สึกไม่สะดวกที่จะไปไหนมาไหนได้ตามที่ใจอยากจะไป "ให้คลอดก่อนแล้วค่อยคิดอีกทีค่ะ มะปรางว่าการที่จะไปเที่ยวแต่พาลูกไปด้วย เรารอให้ลูกโตสักหน่อยดีกว่านะคะแล้วค่อยไป""งั้นพี่แล้วแต่เธอนะ" ว่าแล้วชายหนุ่มก็ยกขาของเธอที่แช่อยู่ในน้ำอุ่นออกมาวางบน
วันต่อมา บ้านอังคณาวันนี้ไปร์ทมาหาอังคณาที่บ้านเพื่อจะคุยเรื่องสำคัญที่เมื่อหลายเดือนก่อนแม่ได้เคยให้คำมั่นว่าถ้าเขารับผิดชอบมะปรางแม่ก็จะย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน"แม่ครับ" ร่างสูงเดินเข้าบ้านมาแล้วเอ่ยเรียกคนเป็นแม่ที่นั่งฟังธรรมะในไอแพดอยู่"อ้าวลูก กินข้าวมาหรือยัง" อังคณาปิดหน้าจอไอแพดแล้วเอ่ยถามลูกชายที่เดินมา"กินแล้วครับ" ตอบพร้อมกับหย่อนกายนั่งลงข้างแม่แล้วเอ่ยออกไป"ตอนนั้นที่แม่บอกว่าถ้าผมไม่รับผิดชอบมะปราง แม่ก็จะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต ตอนนี้แม่ก็เห็นแล้วว่าผมกับมะปรางลงเอยกันด้วยดี แล้วทีนี้แม่จะย้ายกลับไปอยู่บ้านได้หรือยังครับ" ก่อนที่อังคณาจะเอ่ยขึ้น"แม่จะย้ายกลับไปอยู่บ้าน แต่แม่คิดดูแล้วว่าแม่จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม""อะไรเหรอครับที่แม่บอกว่าไม่เหมือนเดิม""ไม่เหมือนเดิมก็คือ แม่กับพ่อของลูกจะไม่กลับไปอยู่เป็นสามีภรรยากันเหมือนเดิม เพราะพ่อเคยนอกใจแม่มาครั้งนึงแล้ว ดังนั้นถ้าจะให้แม่กลับไปอยู่เป็นสามีภรรยากันเหมือนเดิม แม่ก็รู้สึกไม่สนิทใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะแม่ไม่ได้รู้สึกรักพ่อเหมือนเมื่อก่อนแล้ว""ผมแล้วแต่แม่ครับ""พ่อจะะป็นได้แค่พ่อของลูกเท่านั้นแหละ แต่จะไม่
ห้องนอน 20.45 น.ในขณะที่ร่างเล็กนอนอ่านหนังสือแม่และเด็กอยู่บนเตียง ร่างสูงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็เปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าหล่อที่เดินเข้ามาเธอจึงปิดหนังสือแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ฟังดูแล้วเรียบเฉยเหมือนก่อนหน้านี้"คุณเข้ามาทำไมเหรอ""ให้พี่นอนในนี้ด้วยนะ""ได้สิ" เธอก็ไม่ได้จะใจร้ายให้เขานอนข้างนอกหรอกเมื่อได้ยินอย่างนั้นดวงตาของเขาก็ฉายแววความสุขอย่างเห็นได้ชัด ก่อนเสียงของคนที่นอนอยู่บนเตียงจะเอ่ยออกมา"แต่มะปรางจะให้คุณนอนบนพื้น นอนได้หรือเปล่าล่ะ""ได้ๆ พี่นอนได้" เขาตอบรับด้วยความกระตือรือร้น พลางคิดในใจว่าถึงจะต้องนอนบนพื้นแต่เขาก็ยอมถ้าได้นอนใกล้กับเธอ"ผ้านวมกับหมอนอยู่ในตู้ แล้วก็ผ้าห่มด้วย ไปหยิบมาสิ" สิ้นเสียงหวานบอกร่างสูงก็เดินไปหยิบของที่เธอบอกที่อยู่ในตู้เขาจัดการปูผ้านวมข้างเตียงที่เธอนอน เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ขึ้นมานั่งบนเตียงข้างร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนอนกระโปรง ก่อนเรียวปากสวยจะเอ่ยถาม"ทำไมถึงไม่นอนล่ะ จะขึ้นมาบนเตียงทำไม""พี่ยังไม่ง่วงน่ะ ขอขึ้นมานั่งบนนี้ก่อนนะ ถ้าง่วงพี่ค่อยลงไปนอนข้างล่าง"ดวงตาสวยภายใต้แพขนตางอนกลิ้งกลอกไปมาด้วยความ
ห้องนอน ตอนเย็นในขณะที่มะปรางนอนหลับอยู่นั้น ร่างสูงก็เปิดประตูเข้ามาด้วยความเบามือเพราะกลัวว่าแม่ของลูกจะตื่น สองเท้าหนาค่อยๆก้าวเข้ามาแล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างเตียง นัยน์ตาคมจ้องมองไปยังหน้าท้องแบนราบของร่างบางที่หลับอยู่บนเตียง มือแกร่งเลื่อนไปสัมผัสบนหน้าท้องแบนราบด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะก้มลงไปจูบบนหน้าท้องของเธออย่างอ่อนโยนพร้อมกับพูดออกมา"พ่อรักลูกนะ แล้วก็รักแม่ของลูกด้วย" พูดจบ ใบหน้าหล่อก็ผละออกจากหน้าท้องของคนตัวเล็ก มะปรางที่รู้สึกเต็มตื่นแล้วลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องมองไปยังร่างสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ก่อนเสียงทุ้มน่าฟังจะเอ่ยออกมา"ตื่นแล้วเหรอ""..." ดวงตากลมสวยจ้องมองไปยังพ่อของลูกตาปริบๆ ก่อนเจ้าของใบหน้าหล่อจะเอ่ยถามออกไป"หิวหรือยัง""หิวแล้ว" เรียวปากจิ้มลิ้มขยับบอก"งั้นก็ออกไปกินข้าวเถอะ พี่เตรียมของกินใหม่ไว้ให้เธอแล้ว""คุณทำเองเหรอ""เปล่าหรอก เมื่อกี้พี่ไปบอกให้แม่บ้านที่บ้านแม่ทำให้น่ะ เพราะถ้าพี่ทำเองกลัวจะไม่อร่อย""งั้นมะปรางก็ไม่กิน" เธอแกล้งทำตัวให้เรื่องมาก เพราะเธออยากรู้ว่าเขาจะทำยังไง อยากรู้ว่าเขามีความพยายามมากแค่ไหน"เธออยากกินของที่พี่ทำเหรอ แต่มัน
อนาวินที่จัดการเรื่องในครัวเสร็จแล้วก็เดินออกมา เมื่อไม่เห็นหญิงสาวอยู่ในบ้านจึงเดินออกไปดูหน้าบ้านจึงเห็นว่าเธอนั่งอยู่บนม้าหินอ่อนที่อยู่ใต้ต้นไม้ เมื่อเห็นดังนั้นเรียวขายาวก็ก้าวไปทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอ ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะหันมองไปยังหน้าท้องแบนราบพร้อมกับพูดออกไป"หลายเดือนที่ผ่านมานี้เธอ..." เขารู้สึกเหมือนมีอะไรมาติดอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออกเมื่อจะถามเกี่ยวกับลูกน้อยที่อยู่ในท้องของเธอ เพราะเขายังรู้สึกผิดที่เคยปากพล่อยกับเธอ ก่อนที่เขาจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากบำลากแล้วเอ่ยออกไปอีกครั้ง"เธอมีอาการแพ้บ้างหรือเปล่า""คุณหมายถึงอะไร" ใบหน้าเรียวเล็กหันถามด้วยสีหน้างุนงง"เธอแพ้ท้องหรือเปล่า""..." เธอถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเขาถามไปถึงเรื่องที่เธอกำลังปิดบังเขาอยู่ พลางคิดในใจว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธอท้อง ตอนที่ป้าอังคณาโทรหาตอนอยู่พังงาเธอก็ไม่ได้บอกนี่ว่าเธอท้อง"เธอคิดจะปิดพี่เรื่องท้องเหรอ" เขาถามพร้อมระบายยิ้มอ่อน"ใช่ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่ามะปรางท้อง" ว่าจบอนาวินก็หยิบแท่งตรวจครรภ์ที่เขายังเก็บไว้และเอาไว้ติดตัวเขาเสมอเวลาไปไหนมาไหน เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะเอาไว้ดูต่างหน้าเธอ นอกจาก
สองเดือนต่อมาจังหวัดพังงา"ตอนนี้เขาคงได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักแล้วสินะ" มะปรางที่นั่งอยู่หน้าบ้านของยายพึมพำไปถึงใครอีกคนที่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาสี่เดือน ซึ่งเขาคนนั้นก็คือพ่อของลูกที่อยู่ในท้องของเธอ ซึ่งตอนนี้อายุครรภ์ของเธอก็ครบสามเดือนแล้วหลังจากที่เธอออกมาจากคอนโดของเขาเธอก็บล็อกทุกช่องทางการติดต่อของเขา เพราะเธอคิดว่าเธอกับเขาไม่มีอะไรที่จะต้องข้องเกี่ยวกันอีกแล้วจารีย์เดินมาหย่อนสะโพกนั่งลงข้างร่างบอบบางของลูกสาวแล้วพูดออกไป"แม่ว่าลูกควรกลับไปอยู่บ้านดีกว่านะ ส่วนแม่จะอยู่กับยายที่นี่เอง แต่แม่ก็ยังจะไปๆมาๆระหว่างบ้านกับบ้านยายนะ"เมื่อสองเดือนก่อนตอนที่มะปรางกลับมาจากกรุงเทพวันแรก พี่สาวของจารีย์ที่อยู่จังหวัดพังงาซึ่งอยู่บ้านหลังเดียวกับแม่ของจารีย์หรือยายของมะปรางนั่นเองได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ดังนั้นจารีย์กับมะปรางจึงไปพังงาในวันนั้นเลยตั้งแต่เสร็จงานศพพี่สาวของจารีย์ จารีย์กับลูกสาวก็ยังไม่ได้กลับไปที่บ้านเลย เพราะต้องอยู่เป็นเพื่อนแม่ซึ่งตอนนี้อายุก็เจ็ดสิบปีแล้ว ที่ผ่านมาพี่สาวกับแม่อยู่กันสองคน พอพี่สาวเสียชีวิต ดังนั้นการดูแลแม่จึงต้องเป็นหน้าที่ของจา







