Mag-log inนางทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนปราถนาโดยไม่สนใจชีวิตผู้คน ชั่วช้าเสียจนนรกยังเอือมระอา ซ้ำยังตายตกอย่างน่าเวทนา ในเมื่อสวรรค์มอบโอกาศให้นางอีกครา นางจะเปลี่ยนชะตาตนเองใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม! กวนเยวี่ยหลัน นางคือบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีร้ายกาจที่ทุกคนต่างเกลียดชัง ชาติก่อนนางตกตายอย่างอนาถอยู่ในวังหลวงเพราะความโง่เขลาและความหลงผิด แต่เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสฟื้นคืนชีพกลับมาร่างเดิมในวัยเยาว์ นางจึงสาบานว่าจะไม่มีวันเป็นหมากในเกมอำนาจของใครอีก! แต่ดูเหมือนสวรรค์ต้องการจะกลั่นแกล้ง เมื่อนางต้องมาพัวพันกับ เซียวอวี้ฉี ชินอ๋องผู้แสนเย็นชา ซึ่งในความฝันของเขา นางคือสตรีร้ายกาจที่เขาต้องดัดนิสัยให้สำเร็จก่อนที่นางจะก่อหายนะครั้งใหญ่หลวง ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการเป็นปรปักษ์จะกลับกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งได้อย่างไร? แล้วกวนเยวี่ยหลันจะเปลี่ยนชะตาของตนเองสำเร็จหรือไม่ หรือว่านางจะกลายเป็นนางร้ายที่ถูกผู้คนตราหน้าว่าเลวทรามอีกครั้งกันนะ!
view moreแคว้นต่ง จวนตระกูลกวน
“เยวี่ยหลัน ข้าไม่ได้รักเจ้า ข้ารักถิงถิงน้องสาวของเจ้า เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือ เจ้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทของข้าเลยแม้แต่น้อย นิสัยป่าเถื่อน เอาแต่ใจ และไม่เห็นหัวใครเช่นเจ้า ข้าคงไม่อาจร่วมเรียงเคียงหมอนกับเจ้าได้ เจ้าตัดใจเสียเถอะ โปรดถอยไปอย่าได้ขัดขวางงานแต่งงานของพวกเราสองคน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ความเป็นสหายในวัยเยาว์แต่เก่าก่อน!”
เซียวลู่เฟย องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต่งเอ่ยกับ กวนเยวี่ยหลันด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เพราะยามนี้นางกำลังขวางทางไม่ยอมให้เขาพากวนเสี่ยวถิง ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว อีกทั้งนางยังกรีดร้องด่าทอกวนเสี่ยวถิงโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองมาเลยแม้แต่น้อย
กวนเยวี่ยหลันกำมือแน่น แววตาคู่สวยจ้องมองน้องสาวที่สวมชุดแต่งงานอย่างหรูหราสมฐานะพระชายาด้วยความอาฆาตมาดร้าย นังสารเลวนี่มันมีดีอันใดกันจึงมัดใจเซียวลู่เฟยชายหนุ่มที่นางหลงรักมาตั้งแต่เด็กเอาไว้ได้ ทั้งที่นางและเซียวลู่เฟยรู้จักคุ้นเคยกันมานาน เขาเองก็รู้ว่านางคิดเช่นไรกับเขา แต่เขากลับไม่ไยดีนางซ้ำยังไปเลือกกวนเสี่ยวถิงน้องสาวต่างมารดาของนางมาแต่งงานเป็นพระชายาองค์ชายรัชทายาทอีกด้วย
นางคือกวนเยวี่ยหลัน อายุสิบหกปี เป็นบุตรสาวคนโตของแม่ทัพใหญ่กวนเผิง ท่านพ่อของนางมีท่านแม่เป็นภรรยาเอกที่แต่งเข้ามาก่อน ทว่าสามเดือนต่อมาก็แต่งอนุซูและอนุภรรยาคนอื่นๆเข้าจวนมาอีกสามคน ในบรรดาเหล่าอนุทั้งหมด อนุซูได้รับความโปรดปราณจากท่านพ่อมากที่สุด นางแต่งเข้ามาเพียงไม่กี่เดือนก็ตั้งครรภ์เสียแล้ว
มารดาของนางสุขภาพไม่ใคร่จะสู้ดีเท่าใดนักหลังจากให้กำเนิดนาง ท่านพ่อพยายามตามหาท่านหมอฝีมือดีมารักษาท่านแม่อยู่หลายปี ท่านแม่ก็ใจสู้ยิ่งนักพยายามฝืนทนเพื่อที่จะได้อยู่เลี้ยงดูบุตรสาวนานๆ แต่สุดท้ายกลับไม่อาจยื้อชีวิตของท่านแม่เอาไว้ได้ ท่านแม่ฝืนทนประคองอาการอยู่นานหลายปีจนไม่อาจทนไหว และได้ตายจากไปตอนนางอายุได้เพียงสิบปีเท่านั้น นับแต่นั้นท่านพ่อก็เลี้ยงดูนางมาอย่างตามใจ นางอยากได้สิ่งใดล้วนได้ทั้งหมด
ต่อมาไม่นานท่านพ่อก็ยก ซูจื่อรั่ว อนุคนโปรดให้เป็นฮูหยินใหญ่คนใหม่แทนมารดาของนาง ซูจื่อรั่วคือท่านน้าของนางซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของท่านแม่ เป็นบุตรที่เกิดจากอนุ แต่งงานเข้ามาได้เพียงหนึ่งปีก็ให้กำเนิดบุตรสาวนามว่ากวนเสี่ยวถิงออกมา
ปีนี้กวนเสี่ยวถิงมีอายุสิบห้าปีเต็มแล้วอายุน้อยกว่ากวนเยวี่ยหลันหนึ่งปี
กวนเยวี่ยหลันเดิมทีไม่ชอบหน้าสองแม่ลูกอยู่แล้ว เพราะซูจื่อรั่วมักจะแสร้งทำท่าทีอ่อนหวานเอาอกเอาใจท่านพ่อของนาง กวนเสี่ยวถิงก็ช่างออเซาะบิดา ทำให้ท่านพ่อมักจะแวะเวียนไปหาพวกนางสองแม่ลูกอยู่เสมอ โดยไม่สนใจท่านแม่ของนางที่กำลังล้มป่วยนอนอยู่บนเตียง
กวนเยวี่ยหลันที่เอาแต่ใจและไม่เห็นหัวใครทั้งสิ้น จึงพาลเอาโทสะไปลงกับสองแม่ลูก แม้มารดาจะตายจากไป แต่ซูจื่อรั่วกลับไม่อาจกดข่มนางได้ เด็กสาวรังแกและตบตีมารดาเลี้ยงต่อหน้าต่อตาผู้เป็นบิดา แม้แต่น้องสาวก็พลอยโดนรังแกไปด้วย ท่านพ่อของนางก็จนปัญญาจะสั่งสอน เพราะตนเองก็ถูกนางด่าทออย่างไม่ไว้หน้าเช่นเดียวกัน
นางคิดว่าสองแม่ลูกคู่นี้คือคนที่มาแย่งความรักของนางไป ซูจื่อรั่วแย่งท่านพ่อของนางไปแล้ว กวนเสี่ยวถิงยังมาแย่งเซียวลู่เฟยไปจากนางอีก นางจึงผูกใจเจ็บแค้นสองแม่ลูกคู่นี้อย่างลึกซึ้ง เมื่อรู้ว่าเซียวลู่เฟยจะแต่งงานกับกวนเสี่ยวถิงและน้องสาวสารเลวก็กำลังจะได้เป็นพระชายาองค์รัชทายาท วันหน้านางจะได้เป็นถึงเฟิ่งโฮ่ว มารดาของแผ่นดิน กวนเยวี่ยหลันก็ยิ่งยอมไม่ได้ นางจึงมาขัดขวางพวกเขาสองคนเช่นนี้
แต่เซียวลู่เฟยกลับไม่ไว้หน้านางเลยสักนิด!
หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลอดวงตาแดงก่ำ พลางกล่าวกับเขาอย่างตัดพ้อ
“ลู่เฟย ท่านก็รู้ว่าข้าหลงรักท่านมาตั้งนาน แต่ท่านกลับทำกับข้าเช่นนี้หรือ!”
“ข้าทำอะไรเจ้า ข้าไม่เคยชอบเจ้าเลยเจ้าเองก็รู้ดี เยวี่ยหลันหลบไป! ก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่หลบเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าแล้งน้ำใจ ทหาร ลากตัวนางออกไปเสีย!”
สิ้นคำของเซียวลู่เฟยเหล่าทหารก็กรูกันเข้ามาลากตัวของกวนเยวี่ยหลันออกไป ไม่ให้นางมาขัดขวางพิธีพาตัวเจ้าสาวออกจากจวนได้อีก แม่ทัพใหญ่กวนเผิงถึงกับหลับตาลงช้าๆพร้อมกับส่ายหน้าไปมา ยามนี้เขาไม่อาจห้ามปรามอะไรได้ เพราะเรื่องนี้กวนเยวี่ยหลันทำผิดจริงๆ อีกทั้งงานแต่งครั้งนี้ยังเป็นสมรสพระราชทานจากหลงตี้อย่างไรย่อมไม่อาจยกเลิกได้ตามใจชอบ
“ไม่นะ ปล่อยข้า ท่านจะแต่งกับนางไม่ได้ ท่านต้องแต่งกับข้าคนเดียวเท่านั้น ลู่เฟยท่านกลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจ ชื่อเสียงของกวนเยวี่ยหลันนั้นเลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองหลวงทว่าไม่ใช่ในด้านดี นางทำเรื่องร้ายกาจสารพัด ทำให้ผู้คนที่เห็นสภาพน่าสมเพชของนางในเวลานี้ นึกสมน้ำหน้านางอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันครั้ง
กวนเยวี่ยหลันเมื่อได้เห็นว่าตนกลายเป็นตัวตลกในสายตาของผู้คน นางก็กรีดร้องออกมาทันที
“มองหน้าข้าหาบิดาเจ้าหรือ งานเลี้ยงเลิกแล้วก็ไสหัวไปสิ จะมาอยู่รอขอส่วนบุญรึยังไง ไอ้พวกเฮงซวย!”
แม่ทัพใหญ่กวนเผิงถึงกับหมดคำจะกล่าว เขารีบออกหน้าเอ่ยวาจาขอโทษขอโพยคนที่มาร่วมงานเลี้ยงแทนบุตรสาวของตน เมื่อขบวนรับตัวเจ้าสาวจากไปแล้ว ทหารที่จับกุมตัวกวนเยวี่ยหลันอยู่ก็ปล่อยนางให้เป็นอิสระในทันที กวนเยวี่ยหลันหายใจเหนื่อยหอบจนอกกระเพื่อม รู้สึกโมโหจนเกินจะทานทน
“เยวี่ยเอ๋อร์ เจ้าหยุดเถอะ ยอมรับความจริงเสียที พ่อขอร้องล่ะ!”
แม่ทัพใหญ่กวนเผิงบอกกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่ลำบากใจ กวนเยวี่ยหลันเมื่อได้ฟังที่บิดากล่าววาจาสั่งสอนก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า นางหันมาจ้องบิดาเขม็ง ก่อนจะเอ่ย
“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องมาสั่งสอนข้า ท่านมีสิ่งใดดีบ้างเล่า ยามท่านแม่นอนล้มป่วยอยู่บนเตียง ท่านก็เอาใจนางแพศยาซูอยู่ตลอดและยังละเลยท่านแม่ของข้า ไม่เพียงเท่านั้นยังหลงมันหัวปักหัวปำอีกด้วย แล้วยังสนับสนุนให้บุตรสาวของมันมาแย่งลู่เฟยไปจากข้าอีก ท่านเป็นบิดาประสาอะไรกัน เหตุใดจึงไม่รักใคร่บุตรสาวของตน ข้าเป็นบุตรสาวสายตรงที่เกิดจากภรรยาเอก มิใช่บุตรที่เกิดจากอนุต่ำต้อยหน้าด้านบางคน ที่เชิดหน้าขึ้นมาได้เพราะใช้ของต่ำแลกตำแหน่งและยังกล้าแย่งสามีพี่สาวของตน หน้าไม่อาย!"
เพียะ!
"ท่านพี่ ท่านตบเยวี่ยเอ๋อร์ทำไม!"
นางซูที่ยืนดูเหตุการณ์เมื่อเห็นว่าแม่ทัพใหญ่กวนเผิงลงไม้ลงมือกับกวนเยวี่ยหลันก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง แม่ทัพใหญ่กวนเผิงที่เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองทำสิ่งใดลงไป มือไม้ก็พลันสั่นไปหมด เขามองมือของตนเองสลับกับมองหน้าบุตรสาวคนโตด้วยความรู้สึกผิดเสียเต็มประดา
"พ่อ..."
เพียะ!
แม่ทัพใหญ่กวนเผิงยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค กวนเยวี่ยหลันก็ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าของซูจื่อรั่วมารดาเลี้ยงที่ยืนอยู่ไม่ไกลทันที แรงตบนั้นไม่เบาเลยทำเอาซูจื่อรั่วเซถลาไม่เป็นท่า นางมึนงงยิ่งนักที่อยู่ดีๆ กวนเยวี่ยหลันก็มาตบหน้าตนเช่นนี้ แม้นางจะเป็นมารดาเลี้ยง แต่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นน้าสาวของกวนเยวี่ยหลัน แต่จนใจยิ่งนักที่หลานสาวไม่เคยรักนางเลย ซ้ำยังตั้งท่ารังเกียจเดียดฉันท์นางมากถึงขนาดนี้
“เยวี่ยหลัน เจ้าตบนางทำไมกัน?”
“เหตุใดจะตบไม่ได้ นางเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านตบข้า เช่นนั้นนางก็ต้องชดใช้คืนให้กับข้า ตบแค่นี้มันจะไปพออะไร วันนี้ข้าจะตบมันให้ตายคามือเลย ใครกล้าขวางข้าจะฆ่ามันให้หมด!”
กล่าวจบนางก็พุ่งเข้าไปตบตีซูจื่อรั่วอย่างบ้าคลั่ง แม่ทัพใหญ่กวนเผิงพยายามห้ามปรามแต่กลับถูกลูกหลงจนล้มลงไปที่พื้น ศีรษะกระแทกโขดหินจนสลบไป ส่วนนางซูก็ถูกตบตีจนหน้าบวมช้ำ ซ้ำยังถูกกวนเยวี่ยหลันถีบเข้ามาที่กลางอกนาง และจับนางกดน้ำอีกด้วย
ความวุ่นวายเกิดขึ้นในจวนตระกูลกวนทันที คนที่ตั้งสติได้รีบสั่งให้คนไปตามท่านหมอและช่วยกันหามแม่ทัพใหญ่กวนเผิงกับนางซูไปที่เรือนนอน ส่วนกวนเยวี่ยหลันนั้นไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย เพราะนางคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูกต้องทั้งหมด เพราะฉะนั้นนางไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไร!
ต่อมาเรื่องราวกลับย่ำแย่ลงกว่าเดิม กวนเยวี่ยหลันแค้นใจเซียวลู่เฟย จึงไปเข้าหา เซียวฉงจวิน องค์ชายรองที่เกิดจากฉีกุ้ยเฟย นางต้องการทำลายสองคนนั้นให้สิ้นซาก จึงตกลงกับเขาว่าจะนำตราประทับทางการทหารของบิดามามอบให้กับเขาด้วยตนเอง แต่เขาต้องยกนางให้เป็นเฟิ่งโฮ่ว เซียวฉงจวินตกปากรับคำ เพราะเขากำลังมองหาพันธมิตรเพื่อกำจัดเซียวลู่เฟยอยู่พอดี แต่ก็จนใจที่เซียวลู่เฟยมีเซียวอวี้ฉี ชินอ๋องคอยหนุนหลัง เขาจึงยากจะลงมือ
อยู่ดีๆ ก็เหมือนสวรรค์มาโปรด เมื่อกวนเยวี่ยหลันบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่กวนเผิงกลับเสนอตัวมาอยู่ฝั่งเดียวกับเขาเช่นนี้ มีหรือเขาจะไม่ตอบรับ
จากนั้นกวนเยวี่ยหลันก็เริ่มวางแผนการของตนเอง แม่ทัพใหญ่กวนเผิงตั้งแต่ล้มศีรษะกระแทกพื้นก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ส่วนนางซูก็จากไปเพราะสุขภาพย่ำแย่จากการถูกซูจื่อรั่วหาเรื่องตบตีทุกวัน ต่อมานางก็นำตราประทับของบิดาไปมอบให้กับเซียวฉงจวิน แม่ทัพใหญ่กวนเผิงมองบุตรสาวทั้งน้ำตา แต่นางกลับบอกเขาเพียงว่า ในเมื่อเป็นบิดาที่ดีไม่ได้ ก็อย่าได้มาขวางหนทางเจริญของนาง!
ต่อมาแผนการของนางก็สำเร็จ เซียวฉงจวินอาศัยจังหวะที่เซียวอวี้ฉีออกนอกเมืองหลวงไปทำภารกิจอื่น จึงก่อกบฏขึ้นมาเซียวลู่เฟยพ่ายแพ้ถูกสังหารจนตาย ส่วนกวนเสี่ยวถิงก็ถูกจับตัวไป กวนเยวี่ยหลันเป็นคนใช้เชือกรัดคอน้องสาวของตนเองกับมืออย่างไร้ความปรานี วังหลวงจึงถูกผลัดเปลี่ยน เซียวฉงจวินได้อำนาจมาถือครอง
“ฉงจวิน ท่านต้องแต่งตั้งข้าเป็นเฟิ่งโฮ่วนะ”
นางหันมาส่งยิ้มให้กับเซียวฉงจวินทั้งที่มือยังถือเชือกที่ใช้รัดคอน้องสาวเอาไว้ เซียวฉงจวินยิ้มเต็มใบหน้าแล้วดึงนางเข้ามากอดเอาไว้ และทำในสิ่งที่นางไม่คาดฝัน
เขาบีบปลายคางของนางอย่างแรง ก่อนจะกรอกยาพิษเข้ามาในปากนางอย่างเลือดเย็น กวนเยวี่ยหลันดวงตาเบิกกว้าง นางไอออกมาอย่างหนักและพยายามจะอาเจียนเอาสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมาแต่กลับไม่เป็นผล ไม่นานนางก็เริ่มหายใจติดขัด ใบหน้าเขียวคล้ำ ตามร่างกายและช่องทวารทั้งเจ็ดเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด
“ท่าน!”
นางพยายามจะเอ่ยถามเหตุผลจากชายหนุ่มตรงหน้าแต่กลับไม่เป็นผล ทำไมกัน? ทั้งที่นางยอมเปิดใจให้กับเขาแล้ว นางไม่รักเซียวลู่เฟยแล้ว แต่นางเลือกเซียวฉงจวิน นางยินดีอยู่เคียงข้างเขา แล้วเหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้กับนางเล่า!
เซียวฉงจวินยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหานางที่นั่งอาเจียนเป็นเลือดอยู่บนพื้น ชายหนุ่มยื่นมือมากระชากเส้นผมของนางอย่างป่าเถื่อน
“สตรีต่ำช้า ทุบตีบิดาฆ่ามารดาเลี้ยงและน้องสาวเช่นเจ้า คู่ควรกับตำแหน่งมารดาของแผ่นดินหรือ ตายๆ ไปเสียเถอะ อย่ามีชีวิตอยู่ให้รกแผ่นดินเลย!”
“ฉง จวิน!”
"อย่าเอาปากสกปรกของเจ้ามาเรียกชื่อข้า นังสารเลว! ลากตัวนางออกไป!”
เหล่าทหารเมื่อได้ยินคำสั่งต่างพากันลากตัวของกวนเยวี่ยหลันออกไปจากตำหนักมังกรทันที นางถูกนำมาทิ้งไว้หน้าประตูตำหนัก อีกทั้งยังนอนหายใจรวยรินอย่างทรมาน หญิงสาวไม่มีแรงเดิน นางทำได้เพียงคลานไปตามทางเดินอย่างทรมาน ความชั่วช้าที่ตนเองเคยทำเอาไว้ได้ผุดขึ้นในหัวราวกับสายน้ำหลาก มือที่ใช้จิกคลานไปตามพื้นมีเลือดไหลซึมออกมาดูช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก
ไม่จริง!นางลงแรงไปตั้งมาก อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสมปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดมันจึงพังครืนไม่เป็นท่าเช่นนี้เล่า!
“แย่แล้ว ชินอ๋องยกทัพกลับมาแล้ว!”
ในขณะที่นางกำลังใกล้จะสิ้นใจ กลับได้ยินเสียงทหารร้องตะโกนว่าชินอ๋องกลับมาแล้ว ไม่นานก็มีทหารนับแสนบุกเข้ามาในวังหลวงและสังหารคนของเซียวฉงจวินทั้งหมด เซียวฉงจวินและมารดาไม่อาจรอดชีวิต คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาล้วนตายตกไปตามกันทั้งหมด
กวนเยวี่ยหลันขย้อนเลือดออกมาอีกครั้ง นางได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดก่อนจะค่อยๆหันไปมอง และพบว่าเป็นชินอ๋องเซียวอวี้ฉีนั่นเอง
ความทรงจำเก่าผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เขาคนนี้คือเซียวอวี้ฉี ชินอ๋องแห่งแคว้นต่ง พระอนุชาร่วมมารดาเดียวกันกับหลงตี้พระองค์ก่อนอายุราวๆ ยี่สิบห้าปี กวนเยวี่ยหลันจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งนางไปกราบไหว้มารดาที่สุสานบรรพชนตระกูลกวนซึ่งตั้งอยู่ที่นอกเมืองหลวงและบังเอิญได้พบเขาที่กำลังถูกลอบทำร้ายพอดี จึงช่วยเขาเอาไว้และกลายเป็นผู้มีพระคุณต่อกัน เซียวอวี้ฉีเอ่ยกับนางอย่างอ่อนโยนว่าหากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือก็มาบอกเขาได้เลย
ก่อนที่นางจะไปเข้าร่วมกับเซียวฉงจวินนางเคยไปขอความช่วยเหลือจากเขาแล้ว นางขอให้เขาช่วยนางแก้แค้นเซียวลู่เฟย แต่เขากลับบอกปัดและหลีกเลี่ยงไม่ยอมช่วย นางจึงมาหาเซียวฉงจวินแทน เขาเคยเตือนนางแล้วว่าคนอย่างเซียวฉงจวินไม่เคยจริงใจกับผู้ใดแต่นางดื้อรั้นไม่ฟัง ซ้ำยังทวงบุญคุณกับเขาอย่างหน้าไม่อาย จนสุดท้ายเซียวอวี้ฉีก็ไม่คิดจะเตือนนางอีก
“เยวี่ยหลัน เจ้าไม่น่าเดินมาถึงจุดนี้เลยจริงๆ”
ชายหนุ่มเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดกวนเยวี่ยหลันจึงรู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเศร้าสุดคณา
นางไม่อาจกล่าววาจาใดได้อีกแล้ว เพราะพิษร้ายได้แทรกกระจายไปทั่วร่างกายของนาง ตอนนี้นางกลายเป็นคนอัมพาตที่นอนรอคอยความตายเพียงเท่านั้น
เซียวอวี้ฉีค่อยๆ ย่อกายลงนั่งตรงหน้านาง เขายื่นมือมาประคองนางเอาไว้ในอ้อมกอด ดวงตาสีนิลของเขาทำให้นางไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด
“เจ้าเคยช่วยข้าครั้งหนึ่ง คราวก่อนเรื่องที่เจ้าขอข้าไม่อาจทำตามได้ แต่ครั้งนี้ข้าจะทำ เยวี่ยหลัน เจ้าอยากให้ข้าช่วยส่งเจ้าไปปรโลกหรือไม่?”
ดวงตาของหญิงสาวสั่นระริกเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถามเช่นนี้ น้ำตาของนางหลั่งลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง กวนเยวี่ยหลันกะพริบตาสองสามครั้ง เพียงเท่านี้เซียวอวี้ฉีก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่านางต้องการสิ่งใด
ชายหนุ่มล้วงหยิบมีดสั้นขึ้นมาถือเอาไว้ มือเขาสั่นระริกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ
“ชาตินี้เจ้าชั่วช้าเกินไป หากได้เกิดใหม่ในชาติหน้า ก็ช่วยทำตัวดีๆ กับคนรอบข้างหน่อยเถอะ บางทีเรื่องที่เจ้าเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดเสมอไป กวนเยวี่ยหลัน สตรีที่งดงามและชาติกำเนิดเพียบพร้อมเช่นเจ้า ไม่ควรจมปลักอยู่กับบุรุษเพียงผู้เดียว ควรจะมองคนรอบกายเจ้าเสียใหม่”
เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้นาง เด็กสาวตรงหน้าคือคนที่เขาเคยพบเจอเมื่อสองปีก่อน ยามนั้นนางยังเป็นเพียงสตรีตัวน้อยน่ารักคนหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าความแค้นในใจจะเผาไหม้นางให้กลายเป็นเช่นนี้ไปได้
“หลับตาเถอะ!”
เขาบอกเสียงเบา กวนเยวี่ยหลันเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย
ฉึก!
เซียวอวี้ฉีใช้มีดสั้นในมือของตนแทงเข้าไปที่หัวใจของกวนเยวี่ยหลันจนมิดด้าม หญิงสาวดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายกระตุกก่อนจะกระอักโลหิตออกมาคำโตและสิ้นใจตายทันที
แท้จริงแล้วชีวิตคนเรามีสิ่งใดยั่งยืนหรือแน่นอนบ้างเล่า คนที่นางรักไม่รักนาง คนที่นางเริ่มจะรักกลับลงมือฆ่านางอย่างเลือดเย็น ส่วนคนที่นางเคยมีพระคุณช่วยเหลือเขาเอาไว้ สุดท้ายแล้วเขากลับตอบแทนนางด้วยมีดสั้นเล่มหนึ่ง แต่นางกลับไม่รู้สึกโกรธหรืออาฆาตเขาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อนางสิ้นใจแล้ว ดวงจิตของกวนเยวี่ยหลันกลับไม่ได้เดินทางไปยังปรโลกอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับวนเวียนมายังจวนตระกูลกวนอีกครั้ง
หลังจากที่เซียวอวี้ฉีและกวนเยวี่ยหลันแต่งงานกันได้เพียงไม่กี่เดือน กวนเยวี่ยหลันก็ตั้งครรภ์อย่างรวดเร็ว เรื่องนี้สร้างความยินดีให้แก่ทุกคนในจวนอ๋อง รวมไปถึงตระกูลกวนอย่างมาก แม้แต่หลงตี้และเฟิ่งโฮ่วก็ยังรู้สึกดีใจไม่ต่างกัน นางซูถึงกับแวะเวียนมาที่จวนอ๋องทุกวันเพื่อดูแลกวนเยวี่ยหลันด้วยตนเอง อีกทั้งยังกำชับนางหนักหนาว่าจะต้องดื่มยาบำรุงให้มาก พักผ่อนให้เพียงพอ กวนเยวี่ยหลันฟังนางซูบ่นจนรู้สึกปวดหูไปหมด แต่เพราะนางเข้าใจว่านางซูทำไปเพราะหวังดีกับนาง นางจึงไม่คิดจะขัดมารดาเลี้ยงของตนต่อมากวนเสี่ยวถิงได้เข้าพิธีปักปิ่น นางเติบโตเป็นสตรีงดงามอย่างสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว เซียวลู่เฟยที่รอคอยเวลานี้มานานจึงทุลขอพระราชทานสมรสจากบิดาตน หลงตี้และเฟิ่งโฮ่วไม่ได้คัดค้านเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังตกปากรับคำด้วยความเต็มใจแสงรุ่งอรุณของวันมงคลสาดส่องกระทบผิวน้ำในสระบัวของจวนตระกูลกวน เสียงมโหรีประโคมดังกังวานก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้กฤษณาและดอกโบตั๋น กวนเสี่ยวถิง นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลืองในชุดเจ้าสาวสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายหงส์ร่อนอันวิจิตรงดงาม เรือนผมดำขลับถูกรวบขึ
แสงแรกของอรุณรุ่งยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า เสียงระฆังแก้วกังวานและกลิ่นหอมอบอวลของไม้หอมก็ปลุกให้ กวนเยวี่ยหลัน ต้องลืมตาขึ้นจากความฝัน ท้องฟ้าด้านนอกยังคงเป็นสีน้ำเงินเข้ม ทว่าภายในเรือนนอนของนางกลับสว่างไสวไปด้วยแสงเทียนมงคลนับร้อยดวง“คุณหนูใหญ่ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันมงคลของท่านนะเจ้าคะ”แม่นมและเหล่าสาวใช้ประจำตระกูลกวนต่างกรูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปิติ เครื่องประทินโฉมและเครื่องประดับที่แสนหรูหราถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ ในอ่างน้ำมีกลีบบุปผานับรอยกลีบลอยอยู่เหนือผิวน้ำ นี่คือน้ำสะอาดที่เตรียมเอาไว้เพื่อให้นางใช้ชำระล้างร่างกาย กวนเยวี่ยหลันมองดูเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลือง ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตเลือนหายไปจนสิ้น บัดนี้เหลือเพียงความอบอุ่นใจอันแสนหวานเมื่อนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่จะมารับนางในวันนี้เซียวอวี้ฉี ชายผู้เป็นที่รักของนางการแต่งกายของเจ้าสาวดำเนินไปอย่างพิถีพิถัน ละเอียดลออในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสระผมด้วยน้ำคั้นจากผลมะกรูดสด ชโลมด้วยน้ำมันดอกไม้หอมบริสุทธิ์ การถักเปียและรวบผมขึ้นสูงตามมงคลพิธีของหญิงสาวที่กำลังจะออกเรือน เสียงหัวเราะหยอกเย้าของเหล่าสาวใช้ทำให้ก
ยามนี้เหลือเขาเพียงคนเดียวแล้ว อีกทั้งเหล่าทหารก็ล้มตายไปจนหมด ด้านราชครูฉีก็หายเงียบ คงจะถูกจับตัวไปแล้ว แผนการล้มเหลวไม่เป็นท่าทั้งหมด เช่นนั้นเขาก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องเสียอีกต่อไปแล้ว มิสู้ลากกวนเยวี่ยหลันไปตายด้วยกันก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว“ปล่อยนาง!”เซียวอวี้ฉีเอ่ยเสียงเข้มแต่ฉีเฟินกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยกับเขา“ท่านอ๋อง ท่านนี่เก่งจริงๆ เลยนะ ถึงขนาดทำลายแผนการที่พวกข้าวางเอาไว้มาเป็นปีๆ ได้ขนาดนี้”เซียวอวี้ฉีไม่ตอบ เขาจ้องฉีเฟินเขม็งราวกับอยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายอย่างไรอย่างนั้น อย่างไรวันนี้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด เขาก็จะต้องพาตัวกวนเยวี่ยหลันกลับมาอย่างปลอดภัยให้จงได้ฉีเฟินละสายตาจากเซียวอวี้ฉี ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้กวนเยี่ยหลัน พลางเอ่ยกระซิบบางอย่างที่ข้างหูของนาง“เจ้าไม่ถามข้าสักคำหรือว่าเพราะเหตุใดข้าถึงทำเช่นนี้ ข้าถูกกดขี่มาตั้งแต่เด็ก บิดากักขังข้าไม่รักข้า ข้าต้องทำเพื่อความอยู่รอด ข้ามีเหตุผลของข้า หากข้าไม่ทำ ข้าก็ไม่มีชีวิตรอด”“คนชั่วล้วนหาคำแก้ตัวให้ตนเองได้อย่างหน้าไม่อาย”กวนเยวี่ยหลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไม่รอให้ฉีเฟินได้เอ่ยสิ่งใดต่อ นางก็ถื
ก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้คนของตนไปตามสืบเสาะหาเบาะแสของทหารเดนตายเหล่านั้นอย่างละเอียด จนค้นพบต้นตอและสาเหตุทั้งหมดแท้จริงแล้วทหารเดนตายเหล่านั้นเป็นคนของราชครูฉี แน่นอนว่าครั้งนี้เซียวฉงจวินย่อมต้องบงการอยู่เบื้องหลังด้วยอย่างแน่นอน พวกมันชั่วช้าอย่างยิ่ง ถึงขนาดไปบังคับจับตัวเด็กชายในหมู่บ้านต่าง ๆ มาฝึกฝนเป็นทหารเดนตาย มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ไม่อาจจะต้านทานการฝึกที่แสนโหดร้ายได้จึงขาดใจตาย บ้างก็ล้มป่วยตายไปหลายร้อยคนแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น หากพ่อแม่ของเด็กชายเหล่านั้นขัดขืนและไม่ให้ความร่วมมือก็จะถูกฆ่าปิดปากทั้งหมด ส่วนเด็กผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาได้นั้นก็จะถูกนำไปขายที่หอนางโลมต่างแคว้นเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการฝึกฝนของทหารในค่ายอีกต่อหนึ่ง ความชั่วร้ายนี้ช่างเลวทรามและชั่วร้ายเป็นอย่างมาก นอกจากจะทำร้ายคนในแคว้นกันเองแล้ว ยังลอบค้าขายกับต่างแคว้นอย่างผิดกฎหมายอีกด้วยทหารที่ถูกจับตัวมาได้ถูกเขาทรมานจนยอมสารภาพความจริงออกมาส่วนหนึ่ง ประจวบเหมาะกับทหารเดนตายบางส่วนที่ถูกจับตัวมาทรมานตั้งแต่ยังเด็กเหล่านั้นก็มีความแค้นไม่น้อยเลย พวกเขาถูกคนตระกูลฉีทำร้าย สูญเสียครอบครัวและต้องยอมทำตามคำสั





