ตอนที่2 โลกความจริง
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านม่านบางในห้องนอน เสียงสายรัดข้อมือเหล็กของนาฬิกาข้อมือกระทบโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวกับองศาที่กำลังติดกระดุมเสื้อช็อปวิศวะตัวโปรดของเขา ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาแล้วหันไปทางประตูห้องน้ำ เสียงไดร์เป่าผมดังขึ้น
“เนียร์ อีกนานไหม” น้ำเสียงเรียบเย็นของเขาดังลอดออกไป
“อีกแป๊บเดียวค่ะ” เสียงตอบจากในห้องน้ำมีแววรีบเล็กน้อย
องศาเอนตัวพิงขอบโต๊ะ พอประตูห้องน้ำเปิดออก ร่างเล็กในชุดนักศึกษาบริหารก็เดินออกมากลิ่นโลชั่นหอมอ่อน ๆ ลอยมากระทบจมูก เขากวาดตามองเธออย่างเงียบ ๆ ก่อนพูดขึ้นเสียงเรียบ
“ไปได้ยัง จะไปส่ง”
“ไม่ต้องค่ะ วันนี้เนียร์ขับเอง”
“หืม?” เขาเลิกคิ้ว พลางหันมามองเต็มตา “รถเก่า ๆ คันนั้นน่ะนะ?”
“มันก็ยังวิ่งได้นะคะ ไม่ได้พัง” ซีเนียร์ชะงักไปนิด ก่อนทำหน้ายุ่ง องศาเดินเข้าไปใกล้ เงาของเขาทาบซ้อนลงบนร่างเธอในระยะอึดอัด
“เอารถฉันไป” น้ำเสียงนั้นไม่ใช่คำขอ แต่คือคำสั่ง
“ไม่ค่ะ เดี๋ยวคนเห็น...จะสงสัย”
“ให้คนเห็นว่ามีคนมาส่งมันแย่ตรงไหน หรือกลัวอะไรนัก?” องศาเงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนขมวดคิ้วต่ำลงนิด ๆ
“ก็...” เธอกลืนน้ำลายเบา ๆ “เราไม่อยากให้ใครรู้นิ่คะ”
“มันไม่ได้มีชื่อฉันติดไว้ที่หน้ารถซีเนียร์!” เขาตอบเสียงเย็น สีหน้าเริ่มแข็งขึ้น
“แต่เนียร์ไปเองได้ค่ะ”
เขาแค่นหัวเราะในลำคอ มือใหญ่ล้วงกระเป๋ากางเกง ขยับเข้ามาใกล้พอให้เธอเห็นประกายเย็นในแววตา
“อย่าทำให้ต้องพูดซ้ำ..ซีเนียร์ เอารถฉันไป”
เธอเม้มปากแน่น ความเงียบระหว่างทั้งคู่กินเวลาหลายวินาที ก่อนจะหลุดเสียงถอนหายใจจากฝั่งเธอ
“...ค่ะ”
องศาไม่ตอบ แค่โยนกุญแจรถสปอร์ตลงบนโต๊ะตรงหน้า แล้วเดินนำออกไปอย่างไม่หันกลับ เสียงประตูปิดเบา ๆ แต่กลับหนักเหมือนมีอะไรบางอย่างค้างคาในอากาศ
ซีเนียร์ยืนมองกุญแจในมือ สีหน้าผสมระหว่างหงุดหงิดกับปลงใจ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินตามออกไป
[มหาวิทยาลัย]
เสียงเครื่องยนต์สปอร์ตดังต่ำก้องไปทั่วลานจอดรถคณะบริหาร ดวงอาทิตย์ยามเช้าสะท้อนเข้ากับตัวถังสีดำเงาแวววับจนแทบแสบตา ทุกสายตาในบริเวณนั้นต่างหันขวับไปพร้อมกันราวกับโดนแรงดึงดูดบางอย่างสะกดไว้
รถจอดเทียบเรียบข้างรั้วสนามหญ้า ก่อนประตูฝั่งคนขับจะเปิดออกอย่างนุ่มนวล
ซีเนียร์ก้าวลงจากรถในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบเรียบ ผมถูกรวบครึ่งศีรษะเรียบร้อย แต่ท่ามกลางเสียงกระซิบรอบข้าง ใบหน้าของเธอกลับมีแววกังวลเจืออยู่ในแววตา
“นั่นรถใครวะ?”
“ซีเนียร์เหรอ...บ้าหน่า รถคันนั้นเป็นของใครกันแน่?”
“สวยแล้วยังขับรถหรูอีก เหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์เลยว่ะ”
เสียงซุบซิบดังไล่หลังมาตลอดทาง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วแสร้งทำเป็นไม่สนใจ ก่อนเดินไปยังม้าหินอ่อนหน้าตึกซึ่งมีโซลีนกับแป้งหอมนั่งรออยู่ พอเพื่อนสองคนเห็นภาพนั้นก็ถึงกับอ้าปากค้าง
“...เนียร์!”
“อย่าบอกนะว่า...รถนี่ของเธอ!?” แป้งหอมลุกพรวดขึ้นทันที
“ฉันจำได้ว่ารถเก่าเธอเพิ่งพ่นควันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้ถึง...” โซลีนหันมามองเพื่อนตาโต
“อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวคนอื่นได้ยินหมด ยืมรถชาวบ้านเขามาเฉย ๆ” ซีเนียร์หัวเราะแห้ง ๆ พลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอยเบา ๆ
“ชาวบ้าน?” แป้งหอมย่นคิ้ว “ชาวบ้านคนไหนใช้รถคันละหลายล้านวะ!”
“ไม่ใช่ว่า...ของแฟนแกหรอกนะ?” โซลีนมองเพื่อนนิ่ง ๆ เหมือนจับได้อะไรบางอย่าง
คำถามนั้นทำให้หัวใจซีเนียร์สะดุดวูบ เธอหลบตาแทบจะทันที ก่อนฝืนหัวเราะออกมาเสียงเบา
“พูดอะไรเนี่ย...บ้าเปล่าโซลีน”
“ฉันแค่ถามเฉย ๆ น่ะ” โซลีนเลิกคิ้ว ยิ้มจาง ๆ
“เข้าเรียนกันเถอะ เดี๋ยวอาจารย์บ่นอีก” ซีเนียร์แสร้งมองไปรอบ ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง
“แต่แกขับรถหรูมาขนาดนี้ไม่ให้ใครถามได้ยังไงวะ คนมองกันทั้งคณะเลยนะ” แป้งหอมยังทำหน้าไม่อยากเชื่อ
“ก็ให้มองไปสิ” ซีเนียร์ตอบสั้น ๆ พลางยกไหล่เบา ๆ “มันไม่ใช่ของฉันซักหน่อย”
เธอพูดจบก็เดินนำเข้าตึก โดยมีเสียงกระซิบยังดังตามหลังมาไม่หยุด โซลีนมองเพื่อนรักด้วยสีหน้าครุ่นคิด ขณะที่แป้งหอมยังคงอ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนยังไม่อยากเชื่อภาพที่เห็น
แดดยามเที่ยงสาดลงบนลานกว้างหน้าโรงอาหารคณะบริหาร เสียงพูดคุยจอแจของนักศึกษากลบเสียงลมจนแทบไม่ได้ยิน ซีเนียร์นั่งอยู่กับโซลีนและแป้งหอมตรงมุมโต๊ะไม้ยาว กลิ่นข้าวมันไก่โชยมาแตะจมูกแต่เธอกลับตักเข้าปากไปได้ไม่กี่คำ
“ไม่หิวหรือไงเนียร์?” แป้งหอมเอียงคอมอง “ปกติเห็นแย่งฉันก่อนทุกที”
“ก็กินอยู่ไง” ซีเนียร์ตอบเรียบ ๆ ก่อนยกน้ำขึ้นดื่มแก้เก้อ
“หรือมัวแต่คิดเรื่องรถเมื่อเช้า?” โซลีนเหลือบมองเพื่อนรักด้วยสายตาแปลก ๆ
“ไม่พูดถึงได้ไหม” ซีเนียร์ชะงัก
“เออน่า ฉันยังอิจฉาไม่หายเลย ขับรถหรูมาถึงคณะ คนมองกันทั้งสนามแน่ะ” แป้งหอมหัวเราะเบา ๆ
“อยากให้ฉันโดนซุบซิบตายเหรอ” เธอถอนหายใจเบา ๆ แล้วมองออกไปนอกโรงอาหารอย่างเลื่อนลอย
ทว่าเพียงวินาทีเดียว สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไป เพราะในกลุ่มนักศึกษาวิศวะที่เพิ่งเดินเข้ามา เธอเห็นร่างสูงคุ้นตาในเสื้อช็อปสีกรม องศาเดินอยู่ท่ามกลางเพื่อนสามคน สายตาเรียบนิ่งแต่คมจนแทบเฉือนอากาศ
หัวใจซีเนียร์เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือเธอที่ถือแก้วน้ำแน่นจนปลายนิ้วซีด
“เนียร์?” โซลีนเรียกเบา ๆ เหมือนจับสังเกตได้ “มองอะไรอยู่...”
“ไม่มีอะไร” เธอรีบหลบตา
แต่ทันใดนั้นองศาก็เงยหน้าขึ้น สายตาของเขากับเธอสบกันตรง ๆ แต่แค่ไม่ถึงวินาที...แต่เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
องศาไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เขาแค่เหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนปรายตาไปทางโต๊ะข้าง ๆ ซึ่งว่างอยู่ แล้วนั่งลงโดยไม่พูดสักคำ
"พี่ศา? มาทำอะไรถึงคณะบริหาร?" โซลีน ลูกพี่ลูกน้องขององศาเอ่ยถาม ร้อยวันพันปีไม่เคยจะมา
"ไอ้พวกนี้ชวนมา ลำคานชิบ!" องศาปรายตามองไปยังรุ่นน้องที่นั่งข้าง ๆ
"แล้วสามทหารเสือไปไหนคะ พี่คีตะทำไมไม่มาด้วย"
"ไอ้คีไอ้สิงไปเตรียมงานรับน้อง ไอ้เหนือป่วย"
"พี่เหนือป่วย? ให้ตายเถอะเกิดมาไม่เคยเห็นพี่เหนือป่วยเลยสักครั้ง ตั้งแต่มีเมียนี่ขยันอ้อนเมียจริง ๆ เลย"
"ได้ข่าวแฟนพี่เหนือสวยมากกก~ น่ารักโคตรเป็นดาวมหาลัยอ่ะแกรรร~" แป้งหอมพูดพลางทำหน้าทำตาตื่นเต้น
"หวงแฟนหนักมาก ถึงขนาดตามไม่ให้คาดสายตา" โซลีนเห็นมากับตา ระดับดาวมหาลัยใครเถียงว่าไม่สวยโซลีนคนนี้เอาหัวเป็นประกันเลย สวยมากก~
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็นั่งกินข้าวกันอย่างเงียบ ๆ ต่างกับอีกโต๊ะ ริกเตอร์ กัปตันและดินแดนชายรุ่นน้องที่เรียนคณะบริหารพูดคุยเสียงดังหัวเราะเฮฮา แต่องศามีสีหน้าไม่สบอารมณ์ นี่ถ้าสามคนนี้ไม่รบเร้า เขาคงไม่มาที่นี่เป็นแน่! มือถือช้อนเขี่ยอาหารในจานโดยไม่แตะมันจริง ๆ สายตาเย็นเฉียบหันไปทางโต๊ะของซีเนียร์เป็นระยะ โดยที่ไม่มีใครสังเกต
“เฮ้ย ๆ พวกมึงรถสปอร์ตคันดำเมื่อเช้านั้นอ่ะ เห็นบอกว่าจอดอยู่หน้าลานคณะบริหาร” ดินแดนพูดขึ้นระหว่างกินข้าว
“คันนั้นของเฮียศาปะ? เห็นเหมือนของในลานแข่งเลย” ริกเตอร์หัวเราะ
"ใช่ไหมเฮีย แล้วเฮียมาจอดทำไมที่คณะเรา?"
องศาไม่พูดอะไร แค่ยกคิ้วนิด ๆ แต่ในใจเขากลับรำคาญอย่างบอกไม่ถูก ซีเนียร์หลุบตาลง พยายามไม่หันไปทางนั้นอีกแต่พอเสียงช้อนกระทบจานของเขาดังขึ้น เธอก็สะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว โซลีนก้มมากระซิบ
“เธอไม่สบายเหรอเนียร์ หน้าแดงเชียว”
“...อากาศมันร้อนน่ะ”
“อืม ร้อนแค่ตรงหน้าเธอนั่นแหละ” แป้งหอมพูดพลางหัวเราะคิกคัก ซีเนียร์กลอกตา แต่แก้มเธอกลับขึ้นสีแดงจริง ๆ
พอเลิกเรียนช่วงบ่าย
เธอเดินออกมาที่ลานจอดรถตรงตึกบริหาร กุญแจในมือยังเป็นของรถคันหรูคันเดิม ทันทีที่กดรีโมตไฟเครื่องยนต์ก็ติดขึ้นเบา ๆ แต่ยังไม่ทันเปิดประตู เงาหนึ่งก็ทาบลงมาตรงข้างตัว
ซีเนียร์เงยหน้าขึ้นทันที องศายืนอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ แสงเย็นของยามเย็นตัดกับสี ดวงตาคมที่มองตรงมา
“พี่ศา...มาได้ยังไงคะ?” เธอพูดเสียงเบา
“ขอคุยด้วยหน่อย” เขาตอบเรียบ ๆ
“ที่นี่...มีคนเยอะนะคะ” เธอกลืนน้ำลาย
องศาไม่ตอบ แค่ก้าวเข้ามาใกล้อีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมของเขาแตะจมูก ดวงตาคมกริบมองเธอจากบนลงล่าง ก่อนเอ่ยเบา ๆ แต่ชัดเจน
“งั้นกลับคอนโด ค่อยคุยกัน”