ตอนที่3 ขัดคำสั่ง
เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วสนามแข่งรถชานเมือง ไฟสปอตไลต์สาดลงบนพื้นแอสฟัลต์สะท้อนเป็นประกาย แทรกด้วยกลิ่นควันน้ำมันที่อบอวลไปทั่วอากาศ
ผู้คนยืนเรียงรายตามรั้วกั้น เสียงเชียร์ เสียงนกหวีด เสียงประกาศจากไมค์ผสมปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก
ซีเนียร์ยืนอยู่ข้างแป้งหอมในชุดเสื้อแขนยาวไหมพรมสีขาวกับกางเกงยีนขาเต่อ เธอกอดอกแน่น พลางมองรอบสนามอย่างไม่ค่อยสบายใจ
“แป้งหอม...คนเยอะจังเลย”
“แหงสิ! วันนี้มีแข่งใหญ่ ทีมของริกเตอร์ลงแข่งด้วยนะ เขาเก่งมาก!” เพื่อนสาวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุดขีด ดวงตาเปล่งประกายขณะมองไปยังสนาม
“แล้วเธอบอกฉันว่าจะอยู่แป๊บเดียวไง”
“ก็แป๊บเดียวไง~ ดูแข่งรอบเดียวก็กลับ!”
ซีเนียร์ถอนหายใจ ก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม เสียงเครื่องยนต์เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ร่างชายในชุดแข่งรถสีดำขาวเดินออกจากมุมสนาม ริกเตอร์ รุ่นน้องวิศวะปีสอง แฟนของแป้งหอม
“นั่นไง! แฟนของฉัน!” แป้งหอมโบกมือรัว ๆ ริกเตอร์ยิ้มแล้วชูกำปั้นขึ้นให้แฟนสาว
เสียงเครื่องยนต์ยังคำรามแข่งกับเสียงลม ซีเนียร์ยกมือขึ้นปิดหูเมื่อรถสองคันทะยานออกจากเส้นสตาร์ต เสียงยางเสียดสีกับพื้นถนนดังแสบแก้วหู เธอหันไปมองเพื่อนที่ยืนเชียร์อยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเก้อ ๆ
“แป้ง ฉันขอนั่งตรงนั้นได้ไหม มันเสียงดัง...”
“ไปสิ เดี๋ยวตามไป!”
ซีเนียร์พยักหน้า ก่อนจะเดินหลบออกมาที่มุมอัฒจันทร์ด้านข้างซึ่งผู้คนน้อยกว่า เธอหยุดหายใจชั่วครู่ สูดอากาศที่คลุ้งด้วยกลิ่นน้ำมันเข้าไปจนแสบจมูก
“ให้ตายสิ...บ้าจริง ฉันไม่น่ามาเลย” เธอบ่นกับตัวเองเสียงเบา
แต่ทันทีที่เงยหน้าขึ้น เธอกลับเห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นไปในเสี้ยววินาที ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตดำพับแขน ยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอนัก
เขาพิงรถสปอร์ตสีเทาเข้มอยู่ข้างสนาม มือหนึ่งถือบุหรี่ อีกข้างล้วงกระเป๋า ดวงตาคมใต้แสงไฟนีออนจับจ้องมาทางเธอโดยไม่หลบ
องศา?
ซีเนียร์ตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น เธอกะพริบตาถี่ ๆ หวังว่ามันจะเป็นภาพลวงตา แต่ไม่...
เขาอยู่ตรงนั้นจริง ๆ พร้อมกับแววตาเย็นเฉียบที่กำลังมองมาอย่างไม่พอใจ ริมฝีปากชายหนุ่มขยับน้อย ๆ ไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้พูด แต่หัวคิ้วเขากระตุกขึ้นเพียงนิดเดียว
เธอรู้...เขาเห็นเธอแล้ว
ในใจของซีเนียร์เหมือนโดนใครตบหน้าแรง ๆ ความเย็นวาบแล่นไปทั่วร่าง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ
ทำยังไงดี...เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...
องศายังคงยืนมองอยู่อย่างนั้น เขาไม่ได้ขยับแต่แววตาที่ทอดมาทำให้คนที่โกหกไว้ก่อนออกจากห้องถึงกับขาสั่น เธอหันขวับไปทางเพื่อน พยายามทำเป็นไม่เห็น แต่หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
“แป้ง...ฉันว่าเรากลับกันดีไหม” เธอกระซิบเสียงสั่น
“ยังเลย รถแฟนฉันเพิ่งออกสนามเอง!” แป้งหอมตอบโดยไม่หันมา
ซีเนียร์พยายามจะยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหาใครบางคนแต่เครื่องในมือกลับดับไปเสียก่อน เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง...องศาก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว แทนที่คือร่างชายในชุดดำอีกสองสามคนเดินผ่านเธอไป เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังขึ้นจากหลังอัฒจันทร์
“เฮียศาบอกให้เตรียมรถคันที่สองไว้”
“ครับพี่ เดี๋ยวจัดให้ทันที”
“เฮียศา?...” เธอถึงกับชะงัก คำเรียกนั้นดังชัดเจนในหัว ราวกับมีใครกระชากสติกลับมาที่ความจริง
องศา คือ เฮียศา ที่ทุกคนในสนามนี้พูดถึงอย่างเกรงขาม มือเธอสั่นเล็กน้อย ใบหน้าเริ่มซีด เธอไม่กล้าขยับแม้แต่ก้าวเดียว เสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงผู้คนโห่ร้องลั่นสนาม
แต่ทั้งหมดนั้น...เหมือนดับเงียบลง เพราะในความมืดของอีกฟากสนาม เขายืนอยู่ตรงนั้นอีกครั้ง คราวนี้ในมือถือโทรศัพท์ไว้แนบหู สายตาจ้องตรงมาที่เธอไม่กะพริบเธอรู้...ว่าโทรศัพท์ในกระเป๋ากำลังสั่นอยู่
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซีเนียร์ใจเต้นรัว มือเย็นเฉียบจนต้องสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะกดรับ
ซีเนียร์ : ฮะ...ฮัลโหล
องศา : ไหนว่าไปทำรายงาน? (เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทันที ไม่มีคำทัก ไม่มีการรีรอ)
ซีเนียร์ : คะ...คือว่า... (เธอแทบกลืนน้ำลายไม่ลง)
องศา : ตอบ!
คำสั้น ๆ แต่หนักแน่นจนเธอต้องขยับโทรศัพท์ออกจากหูเล็กน้อย
ซีเนียร์ : เพื่อนลากมาค่ะ พอดี...แป้งหอมอยากมาเชียร์แฟน มันบังคับให้มา
ปลายสายเงียบไปเพียงไม่กี่วินาที แต่สำหรับซีเนียร์ มันยาวนานเหมือนเป็นชั่วโมง เสียงลมหายใจเขาแผ่วต่ำ แห้งเย็นเหมือนควันบุหรี่ที่ค้างอยู่ในลำคอ
องศา : โกหกเก่งขึ้นนะ
ซีเนียร์ : พะ...พี่ศา เนียร์พูดจริงนะคะ
องศา : ฉันเห็นเธอตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว
ซีเนียร์ : ฮะ? (หัวใจเธอหล่นวูบ )
องศา : กอดอก ยืนหดคอ เหมือนกลัวใครจะจำได้ (เสียงของเขาเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์) คิดเหรอว่าฉันจะไม่เห็น
ซีเนียร์ : พี่ศา...เนียร์ขอโทษ (เธอเผลอพูดออกไปทั้งที่น้ำเสียงสั่น)
องศา : ขอโทษ? (เขาหัวเราะในลำคอสั้น ๆ )
ซีเนียร์เม้มปากแน่นจนแทบเลือดซิบ เธอมองไปรอบสนาม ไม่รู้จะหามุมไหนหลบสายตาเขาดี ทั้งที่ไม่เห็นหน้า แต่เธอรู้...ว่าเขามองอยู่
ซีเนียร์ : พี่ศา...เนียร์จะกลับเดี๋ยวนี้เลยคะ (เธอพูดเร็วรัว)
องศา : ไม่ต้อง (น้ำเสียงเย็นลงอีกระดับ)
ซีเนียร์ : คะ?
องศา : อยู่ตรงนั้น อย่าหนีไปไหน
เสียงปลายสายตัดไปทันที ซีเนียร์ยืนนิ่ง ใจเต้นแรงจนขาแทบหมดแรง เธอมองโทรศัพท์ในมือ สั่นสะท้านจนแทบทำมันหล่น ลมเย็นพัดผ่าน เธอกำลังจะหันไปเรียกแป้งหอม แต่กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางข้างหลัง
“น้องซีเนียร์ใช่ไหมครับ” เธอหันขวับไป เห็นชายร่างสูงในชุดดำยืนอยู่ มือถือวิทยุสื่อสารไว้แน่น
“คะ...ค่ะ?”
“เฮียศาให้มาตามครับ ให้คุณไปที่ห้องรับรองด้านบน”
“ห้อง...รับรอง?” ดวงตาเธอเบิกกว้าง
“ครับ อยู่ตึกฝั่งตรงข้าม เดี๋ยวผมพาไป” ชายคนนั้นพยักหน้า ซีเนียร์กลืนน้ำลาย เสียงฝีเท้าคนรอบข้างกลับเงียบลงในชั่ววินาที เหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง เธอหันมามองแป้งหอมที่ยังไม่รู้เรื่องอะไร เพราะมัวแต่ดูแฟนกำลังแข่งอยู่ในสนาม
“แป้ง...ฉันขอไปห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ”
“ได้เลย รีบมานะ เดี๋ยวรถรอบต่อไปเริ่มแล้ว!”
ซีเนียร์ยิ้มจาง ๆ ทั้งที่มือเย็นเฉียบ ก่อนจะหมุนตัวตามชายชุดดำไปทางบันไดฝั่งตึกกระจก ทุกย่างก้าวที่ก้าวขึ้นไป...หัวใจเธอยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรู้ว่าทุกก้าวกำลังพาเธอเข้าใกล้ปีศาจเข้าไปทุกทีและใกล้กับความโกรธของเขา...มากกว่าเดิม
เสียงรองเท้าส้นเตี้ยกระทบพื้นห้องดังแผ่วเบา ประตูบานกระจกเปิดออกพร้อมเสียง ติ๊ง เบา ๆ จากระบบล็อกอัตโนมัติ อากาศในห้องเย็นเฉียบกว่าข้างนอกหลายองศา
กลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ลอยปนอยู่กับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลิ่นที่เธอจำได้ดี ซีเนียร์ก้าวเข้ามาช้า ๆ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเขา องศานั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังสีดำ
แสงจากไฟนีออนข้างสนามลอดผ่านผนังกระจกเข้ามา ทำให้ใบหน้าเขามีเงาสะท้อนครึ่งหนึ่งดูสลัวและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน บุหรี่ในมือแทบจะมอด เหลือเพียงควันบาง ๆ ลอยขึ้นเหนือปลายนิ้ว เขาไม่พูด...ไม่หันมามองทันทีด้วยซ้ำ
เธอกลืนน้ำลายฝืดคอ ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“พี่ศา...”
"..." องศายังคงเงียบ
“เนียร์ขอโทษนะคะ เนียร์ไม่ได้ตั้งใจจะโกหก” เสียงของเธอสั่นจนแทบกลืนคำพูดตัวเอง เขาขยับสายตาขึ้นช้า ๆ แววตาเย็นเฉียบคู่นั้นมองตรงมาก่อนที่เขาจะพูดขึ้น
“ห้ามฉันแล้ว...จำไม่ได้เหรอ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเบา แต่หนักแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“จำได้ค่ะ...”
“แล้วทำไมถึงยังมา”
"..."
เธอไม่ตอบ มือข้างหนึ่งบีบเข้าหากันแน่น องศาดับบุหรี่ลงในที่เขี่ย เขาพูดต่อช้า ๆ
“เธอรู้ไหม ว่าฉันเห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น...แล้วรู้สึกยังไง”
ซีเนียร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ตั้งใจ ดวงตานั้นนิ่งแต่ลึกจนเหมือนจะกลืนเธอเข้าไป
“พี่ศา...”
“เธอโกหก ฉันไม่ชอบคนโกหก” เขาตัดบททันที สายตาคมกริบ
ซีเนียร์ก้มหน้าทันที ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งห้องเสียงเครื่องยนต์ข้างล่างยังดังอยู่ไกล ๆ แต่ในหัวเธอกลับได้ยินแค่เสียงหัวใจของตัวเอง
“เนียร์ไม่ได้ตั้งใจ...แค่กลัวว่าพี่จะดุ เนียร์ก็เลย...”
“หึ แล้วคิดว่าตอนนี้ฉันไม่ดุหรือไง” องศาแค่นเสียงในลำคอ
เขาเอนตัวมาข้างหน้าเท้าแขนไว้บนผนังกักขังเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ซีเนียร์ผงะถอยหลังโดยอัตโนมัติจนหลังชนกำแพงกระจก
"จำได้รึป่าว ข้อตกลงของเรา.." น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยประชิดริมกกหู "ว่าถ้าใครโกหก...จะต้องโดนลงโทษตามคำสั่ง"
ซีเนียร์เผลอกลั้นหายใจ ใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก องศามองเธออยู่อย่างนั้น สายตาเยือกเย็นแต่กลับมีบางอย่างสั่นไหวอยู่ข้างใน
เขายกมือขึ้นช้า ๆ แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดรอยน้ำตาที่ไม่รู้ตัวว่าเริ่มไหลลงมาบนแก้มเธอตั้งแต่เมื่อไร
"..อึก!"
"ร้องไห้?" คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที "อย่ามาใช้มันเพื่อเป็นข้ออ้างซีเนียร์"
"อึก! นะ..เนียร์ไม่ได้ใช้เพื่อเป็นข้ออ้าง อึก! ตะ..แต่พี่ศาโมโห แถมยังดุเนียร์ เนียร์ไม่ชอบ อึก!" ซีเนียร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงหน้าหวานที่บัดนี้มีน้ำตาไหลอาบเต็มสองแก้ม
องศาใจกระตุกวูบทันที ดวงตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่มันจะแปลเปลี่ยนไปเป็นแข็งกร้าวดังเดิม
“อย่าทำแบบนี้อีก” เขาพูดเสียงเรียบ
ซีเนียร์พยักหน้าเบา ๆ น้ำตายังคลอหน่วย องศาถอนหายใจแรงครั้งหนึ่ง ก่อนนั่งลงเอนหลังกลับพิงพนักโซฟา