INICIAR SESIÓNปองรักได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้น เดินไปยังเตียงนอนของธวัชชัยทันทีด้วยความแปลกใจระคนสงสัย ท
“เรากำลังจะแต่งงานกัน”“แต่งงาน!” พิรุณแทบช็อก“ใช่ เรากำลังจะแต่งงานกัน”“ไม่จริงหรอก ใครจะมาเอาลูกชาวบ้านจนๆ มีแต่ตัว” พิรุณส่ายหน้าไม่เชื่อเด็ดขาด เธอส่งปองรักเพื่อไปลงนรก ไม่ใช่ได้ดิบได้ดีแบบนี้“ฉันไม่ได้สนใจ สนใจแต่จิตใจของปองรักเท่านั้น”“ใครเชื่อก็โง่แล้ว”“ก็รอฟังข่าวแล้วกัน และอย่ามายุ่งวุ่นวายกับบ้านหลังนี้อีก เพราะฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุก ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันกับรักขอตัว ไม่มีเวลามาคุยเรื่องไร้สาระกับเธออีก” เขาโอบร่างปองรักกลับเข้ามาในบ้าน“คุณไม่น่าบอกน้าพิรุณไปแบบนั้น”“เรื่องจะแจ้งความเหรอ”“เรื่องแต่งงานไงคะ ยังไงเราก็ไม่มีวันแต่งงานกันอยู่แล้ว” ปองรักถึงกับหน้าเครียด ที่เขาเล่นป่าวประกาศชาวบ้านบ้านใกล้ก็ได้ยิน ไหนจะป้าสายใจอีก“ฉันรับผิดชอบคำพูดตัวเองเสมอ”“หมาย...หมายความว่ายังไงคะ” หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ นี่เขาคงไม่ได้หมายถึงจะแต่งงานกับเธอหรอกนะ“ฉันจะแต่งงานกับเธอ แม่ฉันก็อยากให้ฉันแต่งงานกับเธอ”“แต่เราไม่ได้รักกัน จะอยู่กันได้ยังไงคะ คุณไม่จำเป็นต้องทำตามที่คุณป้าบอกหรอกค่ะ”
เพียงก้าวเท้าเดินเข้ามาความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกก็แล่นเข้ามาเกาะกินหัวใจ พลางนึกถึงความฝันที่จะกลับมาอยู่กับบิดาที่บ้านหลังนี้ก็แทบใจสลายและคงไม่มีวันนั้นอีกแล้ว แม้แต่ตัวเธอเองก็คงไม่มีโอกาสกลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้ เพราะมันกำลังจะถูกยึดไป“พ่อจ๋า รักคิดถึงพ่อ” เธอหยิบรูปบิดามากอดแนบอก “ไม่มีพ่อแล้ว รักจะอยู่ยังไง” ในอดีตเมื่อครั้งที่บิดาส่งเธอไปเพื่อใช้หนี้ขัดดอก ก็ร้องไห้แทบจะขาดใจที่ต้องจากท่านและจากบ้านไป แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน บิดาไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แค่คิดก็ร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ ปองรักร้องไห้อยู่อย่างนั้นนานนับชั่วโมงจนเผลอหลับไปพฤกษ์ซึ่งเห็นปองรักหายไปนานจึงเดินออกมาตาม พบว่าหญิงสาวนอนกอดรูปบิดาของเธอขณะใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เขาค่อยๆ แกะรูปออกแล้วนำไปวางไว้ ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นวงแขนแกร่ง จากนั้นพากลับไปยังห้องนอนแล้ววางบนที่นอนอย่างเบามือ ก่อนจะผละร่างลุกขึ้น แต่ทว่าหญิงสาวกลับคว้ามือเขามาแนบกับแก้ม“พ่อจ๋า พ่ออย่าทิ้งรักไปไหนอีก” หญิงสาวพึมพำก่อนจะลืมตาขึ้นมา “พ่อ...เอ่อ...คุณพฤกษ์” หญิงสาวรีบปล่อยมืออีกฝ่ายทันที “ขอ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เป็นหน้าที่พี่อยู่แล้วค่ะ จริงไหมคะบอส” ทุกอย่างเป็นคำสั่งของพฤกษ์ทั้งหมด“อืม...คุณแก้วหากผมขอให้เพื่อนผมติดรถไปสักคนจะได้ไหมครับ”“ได้สิคะ แก้วจะได้มีเพื่อนคุย” กรองแก้วตอบรับด้วยความเต็มใจ ขณะคัดนางค์ถึงกับหันขวับไปมองชายหนุ่ม“ขอบคุณมากครับ นางคุณนั่งรถไปกับคุณแก้วแล้วกัน ยังไงก็ขอบคุณที่มางานคืนนี้”“ค่ะ” คัดนางค์จำต้องตอบรับข้อเสนอของชายหนุ่มด้วยความจำใจ ก่อนจะเดินตามกรองแก้วออกไปด้วยความไม่เต็มใจ แต่คิดว่าแค่นี้เธอจะถอยง่ายๆ หรือไง ไม่มีวัน ปองรักเดินเข้าไปหาป้าสายใจในห้องครัวซึ่งกำลังช่วยกันเก็บจานชามที่ใช้แล้วมาล้างกับคนแถวซอยอีกสองสามคน แม้เธอจะไม่ได้รู้จักมักจี่เหมือนป้าสายใจก็เถอะ แต่ก็รู้สึกขอบคุณที่อยู่ช่วยงานกันจนดึก “กลับบ้านกันก่อนเถอะค่ะ ที่เหลือเดี๋ยวรักจัดการเอง”“อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้วลูก หนูนั่นแหละ
“ขอบคุณมากนะคะ” แต่ก่อนที่จะคุยอะไรกันต่อ กรองแก้วเดินเข้ามาบอกว่าถึงเวลาทำพิธีสวดอภิธรรม“คุณแก้วช่วยดูแลแขกให้ด้วยนะครับ เข้าไปนั่งในศาลาเถอะ” พฤกษ์หันไปโอบไหล่บางพาเดินเข้าไปนั่งศาลาที่ทำพิธี“ทำไมคุณถึงบอกคุณนางว่าฉันเป็นว่าที่เจ้าสาวของคุณ”“เอาไว้ฉันจะเล่าให้ฟัง หลวงพ่อมาแล้ว” พฤกษ์บอกเพียงเท่านั้นเธอก็เงียบเสียงไปในขณะที่กำลังทำพิธีสวดอภิธรรม น้ำตาของปองรักก็ไหลออกมาอาบแก้ม ไม่รู้หลังจากนี้เธอจะใช้ชีวิตต่ออย่างไร ในเมื่อบนโลกใบนี้เธอไม่เหลือใคร จนกระทั่งคนข้างๆ ยื่นผ้าเช็ดหน้าส่งมาให้“ขอบคุณค่ะ”คัดนางค์มองภาพเบื้องหน้านั้นด้วยความอิจฉา เธอต่างหากที่ควรอยู่เคียงข้างพฤกษ์ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น ดูท่าทางแล้วก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นปุณณดาอดเหลือบมองไม่ได้จนอชิรวิชญ์หันมาถาม เมื่อเห็นภรรยาเอาแต่จ้องมองผู้หญิงที่เพิ่งมานั่งด้านหลังของตน“มีอะไรงั้นหรือดา”“ก็ผู้หญิงคนนั้นที่มาถามศาลาวัดงานศพคุณอา แปลก ทำไมถึงไม่ไปนั่งกับคนที่มาด้วยกัน ที่ก็ว่าง”“เขาอาจจะสะดวกนั่งตรงนั้นก็ได้ ไม่แปลกหรอก”“คงจะใช่
“เอ่อ...ฉันว่าคุณไปนั่งที่โซฟาดีกว่าค่ะ” โซฟาที่กล่าวถึงนั้นสำหรับแขกคนสำคัญ และหนึ่งในนั้นคือพฤกษ์ รู้สึกเกรงใจไม่น้อย นอกจากจะมาช่วยจัดงานให้แล้ว ยังต้องมาช่วยต้อนรับแขกและตอบคำถามต่างๆ อีกคัดนางค์โทรศัพท์หาเอกสิทธิ์ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังอยู่ในห้องประชุม ที่กำลังปรึกษาหารือเรื่องแก้ไขปัญหาบริษัทที่กำลังย่ำแย่ถึงขั้นวิกฤต จนเขาต้องตัดสายทิ้งหลายต่อหลายครั้ง จนสุดท้ายทนไม่ไหวต้องขอตัวออกมารับสาย“ผมขอตัวสักครู่ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมลุกขึ้นออกมาจากห้องประชุม “ผมติดประชุม ตัดสายทิ้งก็น่าจะรู้ไหมว่าไม่ว่าง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเนื่องจากเครียดกับเรื่องประชุม“เอ่อ...ฉันอยากให้คุณช่วยไปส่งที่วัดหน่อย”“โทรศัพท์มาเพื่อให้ไปส่งที่วัด” เขาหลุดตะคอกออกมาอย่างหัวเสีย“ก็มันไกลนี่ แถวชานเมืองโน่น ไปส่งฉันหน่อยสิ”“ผมติดประชุมอยู่ไม่ว่างไร้สาระไปกับคุณหรอก”“ไม่ได้ไปไร้สาระ ฉันไปงานศพของพ่อว่าที่เจ้าสาวของพฤกษ์”“ว่าที่เจ้าสาวของพี่พฤกษ์ มีจริงๆ เหรอ” เพราะเขาเคยถามมารดาท่านก็ไม่เคยรู้“ก็ฉันอยากไปให้เห็นกับต
“ปองรักอยู่บ้านฉันและฉันไม่อนุญาตให้ใครไปอยู่ แค่นี้เขาก็เหนื่อยกับเธอมามากแล้ว ที่ต้องคอยใช้หนี้ที่เขาไม่ได้ก่อ”“ไปเสียเถอะ เธอยังสาวยังสวย มือเท้าก็ครบสามสิบสอง ทำงานเลี้ยงตัวเองคงไม่ยาก” ที่ผ่านมาอมรเทพเป็นฝ่ายหาเลี้ยงให้พิรุณอยู่สุขสบาย“แต่ฉันไม่มีเงินติดตัวเลย รักมีให้น้าสักสองสามพันไหม” พิรุณหันไปทางอดีตลูกเลี้ยง ทั้งที่ก่อนหน้าด่าเขาสาดเสียเทเสีย“เอ่อ...” ปองรักถึงกับอึกอักก่อนจะก้มลงเปิดกระเป๋า แต่ทว่าพฤกษ์กลับปิดกระเป๋าเธอ“เธอให้เขามากแล้ว เขามีมือมีเท้าครบสามสิบสอง มีสมอง น่าจะมีความคิดว่าจะทำอะไรต่อไป”“ใจดำ!” พิรุณกัดฟันกรอดๆ ด้วยความเจ็บใจ“ก็คงน้อยกว่าเธอที่บังคับให้ปองรักไปลงนรก โชคดีที่คุณแม่ฉันช่วยไว้ได้ เสียใจด้วยนะแผนเธอไม่สำเร็จ” เขาดูออก อีกฝ่ายดูริษยาปองรักอยู่ไม่น้อย ดูจากสายตาที่จ้องมองปองรักราวจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะประคองร่างปองรักเดินกลับไปในศาลา“เขาไม่มีเงินติดตัวเลยนะคะ” ปองรักหันมาคุยกับพฤกษ์“แล้วทีเขาส่งเธอไปลงนรกล่ะ คิดบ้างสิ เธอมันใจอ่อนเกินไปถึงได้ถูกเขาเอาเปรียบ”“คุณพฤกษ์พูดถูก







