LOGIN“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”
View Moreคอนโดฯ หรูกลางใจเมือง
พฤกษ์ตื่นขึ้นมาถึงกับกุมขมับเมื่อสาวข้างกายที่ตนเผลอร่วมหลับนอนด้วยยามที่แอลกอฮอล์เข้าปากจนไม่ได้สติ เป็นผู้หญิงที่ตนเคยป่าวประกาศว่าเกลียดแสนเกลียด
ปองรักเป็นต้นเหตุทำให้บิดามารดาของเขาเกือบจะหย่าขาดกัน หากวันนั้นเขาไม่วิงวอนขอร้องไว้ ซ้ำร้ายมารู้ภายหลังว่ามารดาป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น นอกจากมารดาจะไม่โกรธเกลียดปองรักแล้ว ท่านยังให้ความเมตตาปรานีอีกฝ่าย ส่งเสียให้เรียนจนจบในระดับปริญญาตรี หลังจากนั้นยังพาไปอยู่ที่บ้านไร่ที่เชียงใหม่อีกด้วย มารดาให้ความไว้วางใจให้ปองรักคอยดูแลท่านอย่างใกล้ชิด ประดุจบุตรสาวในไส้ก็ไม่ปาน เขาเห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก แต่ไม่สามารถคัดค้านอะไรได้เพราะเป็นความสุขของท่าน ความคิดของพฤกษ์พลันสะดุดลง ที่จู่ๆ ประตูห้องนอนถูกผลักเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ตาพฤกษ์! ปองรัก” สุพรรณีแทบช็อกกับภาพที่เห็น ไม่คิดว่าบุตรชายจะนึกพิศวาสเด็กในปกครองอย่างปองรัก แล้วไหนจะตั้งท่ารังเกียจอีกสารพัด
“เอ่อ...คุณแม่มาได้ยังไงครับ” พฤกษ์หาคำพูดให้กับตัวเองแทบไม่เจอ ยอมรับว่าตกใจที่มารดามาปรากฏตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ หนำซ้ำยังมายืนอยู่เบื้องหน้าตนในเวลานี้ ทั้งที่เมื่อหลายวันก่อนเขาเอ่ยปากชวนให้มาร่วมงานแต่งงานของปุณณดากับอชิรวิชญ์ แต่ท่านกลับปฏิเสธบอกว่าไม่อยากกลับมาเหยียบที่กรุงเทพฯ อีก ไม่รู้เหตุผลอันใดดลใจให้ท่านเดินทางมาที่นี่
“แม่จะมายังไงไม่สำคัญ ที่แม่อยากรู้คือเกิดอะไรขึ้น ระหว่างที่มางานแต่งหนูดา”
“ปองรักตื่น ปองรัก” พฤกษ์หันไปสะกิดร่างบางให้มารับชะตากรรมด้วย แต่หญิงสาวกลับพลิกตัวหันไปนอนกอดหมอนข้างหลับไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก เมื่อคืนเขาคงลืมตัวจัดการเธอหนักไป
“เดี๋ยวแม่ปลุกน้องเอง แกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงไปรอแม่ที่ห้องรับแขก”
เสียงเครียดๆ ของมารดา ทำให้พฤกษ์ไม่กล้าโต้แย้งแต่อดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตามองไปยังร่างของปองรักอย่างครุ่นคิด ก่อนจะลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
“รักตื่น รัก” น้ำเสียงอ่อนโยนที่คุ้นหูดังขึ้นมาในโสตประสาท ทำให้ปองรักเริ่มรู้สึกตัวพร้อมอาการปวดร้าวไปทั้งร่าง ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาถึงกับเบิกตาโพลง ตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อผู้มีพระคุณมานั่งอยู่เบื้องหน้า
“แม่เลี้ยง” ปองรักถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่รู้จะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างไรดี “คือรัก...รักไม่ได้ตั้งใจ” เธอบอกด้วยเสียงตะกุกตะกักจวนเจียนจะร้องไห้
เมื่อคืนเธอจำได้ว่าลงมาดื่มน้ำ แล้วพบว่าพฤกษ์นั่งฟุบหลับกับที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม จึงเขย่าแขนเรียกให้ขึ้นไปนอน ซึ่งอีกฝ่ายเพียงครางเสียงรับคำแต่ร่างกายกลับไม่ไหวติง ด้วยความเป็นห่วงกลัวเขาจะเผลอหลับจนตกเก้าอี้ จึงเข้ามาพยุงร่างพาชายหนุ่มขึ้นห้องนอนไปอย่างทุลักทุเล
จนกระทั่งมาถึงเตียงนอน ด้วยความที่พฤกษ์เป็นคนตัวสูงใหญ่ เวลาทิ้งน้ำหนักตัวลง ทำให้เธอทรงตัวไม่อยู่จึงเซถลาเกยทับร่างใหญ่ด้วยความที่ไม่ทันได้ตั้งตัว จึงรีบตะเกียกตะกายร่างลุกขึ้น แต่ทว่าถูกชายหนุ่มรั้งร่างกลับมาเพราะเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นปุณณดา เธอพยายามดึงสติพฤกษ์ จำได้ว่าทั้งกัดทั้งข่วนไปหลายต่อหลายครั้งจนสุดกำลัง แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีสติเพียงพอที่จะยอมรับฟัง ด้วยความช่ำชองมากด้วยประสบการณ์ของพฤกษ์ สุดท้ายร่างกายเธอกลับทรยศเผลอกายเผลอใจรับสัมผัส ยอมตกเป็นของเขาด้วยความเต็มใจในที่สุด
“ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน แล้วค่อยคุยกันเรื่องนี้อีกที” สุพรรณียื่นชุดคลุมอาบน้ำให้แก่หญิงสาวเพื่อสวมใส่
“ค่ะแม่เลี้ยง” ปองรักรีบรับมาสวมใส่อย่างทุลักทุเลเพราะสภาพร่างกายเวลานี้ปวดร้าวไปทั้งร่าง จังหวะนั้นพฤกษ์เปิดประตูออกจากห้องน้ำมาพอดี ทำให้สองสายตาสอดประสานกันโดยอัตโนมัติ วินาทีต่อมาหญิงสาวถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อเห็นรอยเขี้ยวบนหัวไหล่ของชายหนุ่ม จนถูกอีกฝ่ายมองมาอย่างคาดโทษ
“ลุกไหวไหม”
“ไหวค่ะแม่เลี้ยง” ปองรักฝืนตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะก้มหยิบชุดนอนของเธอที่ถูกพฤกษ์ถอดทิ้งไว้เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา นำมากอดไว้แนบอกแล้วรีบพาร่างหายออกไปจากห้องนอน ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้บนเตียงนอนเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์
“แกเห็นอะไรไหมพฤกษ์”
“อะไรครับ” เพราะมัวแต่ก้มดูแผลบนร่างกาย เนื่องจากถูกแม่แมวน้อยทั้งกัดทั้งข่วนลายไปทั้งตัว
“รอยเลือดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน คงไม่ต้องบอกนะ ว่าแกควรจะทำยังไงต่อไป”
“ผมก็นอนกับผู้หญิงบริสุทธิ์มาก็ตั้งหลายคน ไม่เห็นคุณแม่จะบังคับให้ผมรับผิดชอบเลยนี่”
“แต่ไม่ใช่กับยายรัก เพราะน้องไม่ได้นอนกับแกเพราะเงิน...แกก็รู้ว่าแม่เกลียดการกระทำมั่วไม่เลือกของพ่อแกมาแล้ว นี่แกยังจะทำตามอีกเหรอ” สุพรรณีตอกกลับบุตรชายด้วยความโมโห แต่ไม่ทันที่สองแม่ลูกจะตอบโต้อะไรกัน เสียงโทรศัพท์มือถือของนางก็ดังขึ้น “มีอะไรครรชิต”
“นายท่านต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน แต่หมอต้องการให้ทางญาติเซ็นยินยอมก่อนครับ ผมโทรศัพท์หานายน้อยแล้วแต่ปิดเครื่อง” ลูกน้องคนสนิทของธวัชชัยกล่าวรายงาน
“อืม...ฉันจะให้ตาพฤกษ์รีบตามไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้” เพราะเจอบุตรชายก่อเรื่องเสียก่อน จนลืมเรื่องสามีถูกลอบยิงจนต้องเข้าโรงพยาบาลไปชั่วขณะ
“มีอะไรครับคุณแม่ ทำไมผมต้องไปโรงพยาบาล”
“พ่อแกถูกลอบยิงเมื่อคืน ครรชิตโทร.หาแกแล้วไม่ติด เลยโทรศัพท์ไปหาแม่ที่ไร่ แม่พยายามโทรศัพท์หาทั้งแกทั้งยายรักแล้วไม่มีใครรับสาย แม่เลยต้องบินด่วนมากรุงเทพฯ แล้วตรงมาหาแกที่คอนโดฯ”
“ผมคงทำโทรศัพท์ตกอยู่ในรถน่ะครับ แล้วทำไมคุณแม่เพิ่งมาบอก แทนที่จะให้ผมรีบไปโรงพยาบาล” เขาโยนความผิดให้มารดา เพราะความเป็นห่วงบิดา
“ก็เพราะแกก่อเรื่องไว้น่ะสิ”
“เอาไว้คุยกันครับ ผมต้องรีบไปดูคุณพ่อที่โรงพยาบาล”
“พ่อแกคงไม่เป็นไรมั้ง” สุพรรณีพึมพำกับตัวเอง หลายครั้งที่ธวัชชัยถูกลอบยิงจากคู่อริ ก็รอดปลอดภัยมาทุกครั้ง
“ผมก็หวังแบบนั้น” พฤกษ์เข้าไปสวมกอดมารดาเพื่อปลอบใจ
“แม่ไม่ได้ห่วงพ่อแกหรอก รายนั้นดวงแข็ง” สุพรรณีปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะสามีสร้างความชอกช้ำใจมาไม่น้อย พยายามตัดใจไม่ห่วงคนเจ้าชู้มากรักอย่างธวัชชัย
“ผมรู้ว่าคุณแม่ห่วงคุณพ่อ” พฤกษ์ยิ้มก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินออกมา “คุณแม่จะไปด้วยกันไหมครับ”
“ไม่ละ แม่รอฟังข่าวที่คอนโดฯ แล้วกัน”
“ก็ตามใจครับ” พฤกษ์พยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินออกจากห้องพักไปด้วยความรีบเร่ง และหวังว่าบิดาจะไม่ได้เป็นอะไรมากเหมือนเช่นทุกครั้งที่เกิดปัญหากับคู่อริ หลังจากนี้คิดว่าคงถึงเวลาที่เขาจะขอร้องให้บิดาหยุดทำธุรกิจสีเทานี้เสียที
พฤกษ์จัดแจงของใส่สังฆทานด้วยตัวเองราวกับเจ้าของวันเกิด จนปองรักอดยิ้มไม่ได้ ตั้งแต่อยู่ร่วมบ้านกันก็ไม่เคยเห็นเขาทำแบบนี้สักครั้ง แม้แต่วันเกิดตัวเอง“วันนี้ป้ามาลีไม่ต้องไปเป็นเพื่อนรักนะครับ ผมจะพารักไปที่วัดเอง”“ได้ค่ะคุณพฤกษ์ แล้วจะพากันไปฉลองที่ไหนหรือเปล่าคะ”“ความลับครับ” เขาขยิบตาเมื่อปองรักกำลังเดินเข้ามา เมื่อจัดของเสร็จพฤกษ์เป็นสารถีขับรถพาหญิงสาวไปทำบุญยังวัดใกล้บ้าน หลังจากทำบุญรับพรจากหลวงพ่อเสร็จก็ชวนกันปล่อยนกปล่อยปลาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต“พี่พฤกษ์จะพารักไปไหนคะ” หญิงสาวหันมาเอ่ยถามเมื่อไม่ใช่เส้นทางกลับบ้าน“แวะไปกินโจ๊กก่อนค่อยกลับ จะได้ซื้อไปฝากคุณพ่อด้วย เจ้านี้อร่อยมากนะ”“แล้วจะทันเข้าบริษัทเหรอคะ ประธานเข้าประชุมสายไม่ดีนะคะ” หญิงสาวห่วงภาพพจน์ของชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย“ไม่ต้องห่วงหรอก ยังพอมีเวลา” เขาตั้งใจพาหญิงสาวมากินหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่มีเวลา วันนี้เป็นโอกาสดีออกมาทำบุญก็เลยขับรถพามากิน“คนเยอะจังเลยค่ะ”“ของอร่อยคนเยอะเป็นธรรมดา” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะพาหญิงสาวเข้าไปนั่งในร้าน และเหมือนเจ้าข
“คุณแก้วรายงานให้ฟังอีกใช่ไหม” ตอนนี้กรองแก้วเหมือนไม่ได้เป็นเลขาฯ เขาแล้ว แทบจะเป็นเลขาฯ ให้ปองรัก มีอะไรก็ต้องรายงานปองรักก่อนเสมอ“รักถามพี่แก้วเองค่ะ” เธอรีบแก้ต่างให้อีกฝ่าย“มาปรึกษาเรื่องงาน นายเอกคงต้องเรียนรู้อีกเยอะ”“แล้วพี่พฤกษ์ต้องเข้าไปดูแลที่นั่นหรือเปล่าคะ” ยามบริษัทมีปัญหา พฤกษ์ก็ต้องเข้าออกบริษัทนั้นเป็นว่าเล่น เธอเห็นแล้วเหนื่อยแทน“ไม่ต้องแล้ว ต่อไปก็ต้องให้นายเอกบริหารเอง เขาต้องเผชิญปัญหาด้วยตัวเองบ้าง”“พี่พฤกษ์ช่วยเขามามากแล้ว ถึงเวลาที่คุณเอกต้องเรียนรู้เองบ้าง งั้นเราก็ต้องช่วยเขาแบบนี้ไปตลอดชีวิต” เธอเห็นด้วยที่จะให้เอกสิทธิ์บริหารงานเอง“ตอนนี้นายเอกก็รู้จักผิดชอบขึ้นเยอะ น้าษาฝากขอบคุณรักมาด้วย”“ขอบคุณรัก เกี่ยวอะไรคะ”“ท่านบอกว่าตั้งแต่นายเอกรู้จักรักก็เปลี่ยนไปเยอะ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น”“คงไม่เกี่ยวกับรักหรอกค่ะ”“พี่ก็ไม่รู้หรอก แต่นายเอกเปลี่ยนไปจากเดิม เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือ”“คงมีพี่พฤกษ์เป็นไอดอลมากกว่าค่ะ งานนี้น้าษาต้องขอบคุณพี่พฤกษ์”“แต่อะไรก็ช่าง เมื่อ
“เราจะได้เรียนรู้กันลึกๆ ถึงแก่นเนื้อในเลยไง”“บ้าจริง!” ใบหน้านวลแดงก่ำ“บ้าที่ไหน พี่พูดความจริงทั้งนั้น ผัวเมียกันก็ไม่แปลกที่เราแสดงความรักต่อกัน” เขาปิดฝักบัวแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่อหุ้มร่างบาง ก่อนจะอุ้มร่างเธอออกจากห้องน้ำ แล้วตรงไปยังเตียงนอนก่อนจะวางร่างบางลงอย่างทะนุถนอม “สวยเหลือเกินยอดรัก”“อย่ามองแบบนี้สิคะ รักก็อายเป็น”“มองแบบไหน” เขาแกล้งไขสือแต่สายตากวาดมองร่างบางทุกซอกมุม จะเรียกว่าแทบจะกลืนกินถ้าทำได้“คุณพฤกษ์!” เธอคว้าผ้าขนหนูมาปิดเรือนร่างแต่ถูกพฤกษ์โยนทิ้งไปยังมุมห้อง“เราตกลงกันแล้วไง ให้เรียกพี่”“ก็มันไม่ชินนี่คะ”“แต่พี่รู้สึกถึงความห่างเหิน” เขาพูดคุยเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย เข้าใจว่ากำลังกังวลกับแสงจากภายนอกที่กำลังสอดส่องเข้ามา ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปดึงผ้าม่านปิด เพียงไม่กี่อึดใจภายในห้องกลับมืดสนิทพอมีแสงเลือนรางสอดส่องเข้ามา “มืดแบบนี้พอคุยกันได้ไหม”“พี่พฤกษ์...ตอนนี้มันกลางวัน เดี๋ยวคุณแม่ตามหา”“คุณแม่ขอดูแลคุณพ่อวันนี้ เพราะอีกไม่กี่วันท่านต้องกลับเชียงใหม่” เขารั้งร่างบาง
“ครับ เรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง”“พฤกษ์ยังหวังให้พ่อแม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งไหม”“ผมจะไม่บีบบังคับอะไรคุณแม่อีกแล้วครับ”“ขอบใจนะพฤกษ์” นางเอื้อมมือไปแตะศีรษะบุตรชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“ถึงพ่อแม่ไม่อยู่ด้วยกัน แต่ยังเป็นพ่อแม่ของพฤกษ์เหมือนเดิม แม่คงไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ”“คุณแม่คงเหนื่อยแย่ ผมเองก็ทิ้งคุณพ่อไปไม่ได้เหมือนก่อน”“อยู่ดูแลพ่อน่ะดีแล้ว แม่ยังมีตองนวลกับนายนพคอยดูแลอยู่ ถ้าว่างๆ ก็พาพ่อเราไปเที่ยวพักผ่อนก็ได้ น่าจะอึดอัดแย่ไม่ได้ไปไหนแบบนี้”“นั่นสิครับ ตั้งแต่ป่วยคุณพ่อก็แทบไม่ได้ออกบ้านเลย นอกจากเวลาหมอนัด งั้นผมขอเคลียร์งานที่ค้างไว้ก่อน จะพาคุณพ่อไปเที่ยวที่ไร่สักพัก”“อืม...ว่าแต่ยายรักไปไหน แม่กลับมาจากวัดกับพี่มาลี ยังไม่เห็นหน้าเลย”“หมอนัดคุยเรื่องทำกายภาพบำบัดให้คุณพ่อครับ”“แม่ว่าจ้างพยาบาลดีไหมพฤกษ์ ให้น้องมาดูแลพ่อตลอดแบบนี้ จะมีเวลาทำอะไรที่อยากทำหรือเปล่า” นางไม่อยากให้ปองรักรู้สึกอึดอัด“รักบอกคุณแม่หรือครับ”“เปล่าหรอก แม่คิดว่าควรให้อิสระกับน้องบ้างเท่านั้น” ตล





