เข้าสู่ระบบ“ไม่เอา ยังเด็กอยู่เลย สิบแปดหรือยังล่ะนั่น”
“สิบเจ็ดย่างสิบแปดแล้ว น้องจะจบมอหกแล้ว”
ทศพลเชียร์เต็มที่ เพราะว่าเพื่อนของเขาก็เป็นคนดี ยิ้มใสก็น่ารัก เขาเอ็นดูยิ้มใสเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ร้านกาแฟของเขาก็สั่งขนมจากแม่ของเธอ เพราะว่าแม่ของเธอทำขนมอร่อยมากๆ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย เอากำไรแค่นิดเดียว ทำให้ลูกค้าติดมาก มาดื่มกาแฟที่ร้านทีไร จะต้องถามหาขนมของสองแม่ลูกทีคราไป
“น้องยังเด็ก ปล่อยให้ตั้งใจเรียนไปดีกว่า อย่าให้มาสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เลย”
“แล้วนายเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นอะไรมาก”
“บอกลุงกรหรือยัง” ลุงกรที่ทศพลถามถึงคือธีรกร บิดาของธีรวัชร สองพ่อลูกอยู่กันคนละที่ ธีรวัชรมาเรียนที่นี่ เรียนจบก็ทำงานที่นี่ ส่วนธีรกรนั้นอยู่กรุงเทพฯ จึงไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ กับเชียงใหม่
“ไม่ต้องบอกหรอก เดี๋ยวพ่อจะเป็นห่วงเปล่าๆ”
“ไม่เป็นไร ที่นี่มีพยาบาลสาวๆ สวยๆ มากเลยว่ะเพื่อน รับรองว่านายอยากนอนป่วยที่นี่อีกหลายวัน”
“ใครจะลามกชีกอเหมือนนาย”
“หิวหรือเปล่า”
“ไม่ค่อยหิว”
“หรือว่าหิวหนูยิ้ม”
“นายนี่ยังไง วกกลับไปเรื่องหนูยิ้มอยู่ได้”
“ก็ตานายมันฟ้อง มีสาวๆ มาหว่านเสน่ห์หัวกะไดบ้านไม่แห้ง ไม่เห็นสนใจใคร” ธีรวัชรนิสัยเหมือนธีรกรผู้เป็นบิดาราวกับแกะ เรียกว่าลูกไม้หล่นใต้ต้น คือไม่เจ้าชู้หรือจีบผู้หญิงไปทั่ว แถมยังไว้ตัวพอสมควร ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนง่ายๆ
บิดาของเพื่อนรักก็เช่นเดียวกัน ครองตัวเป็นพ่อหม้ายมานานไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนให้เป็นที่เสื่อมเสีย แม้สาวๆ จะทอดสะพานให้ขนาดไหนก็ตามที
ด้วยว่ารูปร่างหน้าตาของธีรกรนั้นจะมีสาวสักกี่คนก็ย่อมได้เพราะถึงจะตกพุ่มหม้ายก็มีงานมีการทำที่ดี รูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลา เป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่น อ่อนโยนและพึ่งพิงได้ จึงมีสาวน้อยสาวใหญ่ให้ความสนใจเป็นอันมาก
แต่กระนั้นก็ยังไม่มีใครพิชิตใจพ่อหม้ายหนุ่มนามว่าธีรกรได้เลย
“เกิดมาหล่อนี่มีชัยไปกว่าครึ่ง”
“อะไรของแกวะ”
“ก็แกกับพ่อของแกน่ะสิ ทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้เกิดมาหน้าตาดีขนาดนี้ สาวๆ ติดตรึม”
“สาวๆ ติดตรึมนั่นมันพวกเจ้าชู้ไม่ใช่เหรอ”
“ครับผม พ่อหล่อเลือกได้”
“ทำยังกับตัวเองขี้เหร่” ประโยคนั้นของธีรวัชรทำให้ทศพลหัวเราะร่วน
“ไม่สนใจน้องยิ้มใสก็ไม่เป็นไร เขาน่ารักแบบนั้นนายไม่ต้องเป็นห่วง มีผู้ชายมาจีบเขาเยอะแยะ”
“จริงเหรอวะ”
“ฮันแน่”
“อย่าแกล้งกันสิวะ ถามว่าจริงหรือที่มีผู้ชายมาจีบเขาเยอะ”
“จริงสิ หัวกะไดบ้านไม่แห้งเหมือนนายเลย”
“แล้วน้องเขาชอบหรือเปล่าวะ”
“ไม่สนใจสักคน น้องเขาขยัน ตั้งใจเรียน อยากทำงานหาเงินช่วยแม่เขาน่ะ เขามีกันแค่สองคนแม่ลูก พ่อเขาเสียนานแล้ว” ทศพลเล่าไปพลางปอกผลไม้ไปพลาง
“แม่เขาก็เหมือนพ่อแกเลยนะ ไม่ยอมมีสามีใหม่ ครองตัวเป็นแม่หม้ายเลี้ยงลูกมาคนเดียว เขาคงรักลูกมาก กลัวมีปัญหาพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงกระมัง” ทศพลเดาเอา เพราะบิดาของธีรวัชรยังคิดแบบนี้เลย
“อย่างนั้นเหรอ” คนป่วยบนเตียงได้ฟังเรื่องราวของสาวน้อยที่เขาช่วยเอาไว้ก็นึกทึ่งใสตัวเธอไม่น้อย
“นี่คนเดียวเลยนะ คนอื่นฉันไม่ทำให้”
“ทำอะไร”
“นี่ไง” ทศพลบุ้ยใบ้ไปที่มือของตัวเอง ที่กำลังปอกผลไม้ให้เพื่อนรักอยู่
“ขอบใจว่ะเพื่อน”
“ฉันมีความลับจะบอกนาย”
“ความลับว่า...” ธีรวัชรหยิบผลไม้ที่เพื่อนปอกไปกิน ขณะเอ่ยถามกลับไป
“ความจริงแล้ว ฉันชอบนายมากนะ เป็นแฟนกับฉันเถอะ”
“แค่ก แค่ก แค่ก!!!” ธีรวัชรถึงกับสำลัก ไอติดกันหลายครั้ง ผลไม้แทบพุ่งออกมาจากปาก
“เฮ้ย! ฉันล้อเล่น ขอโทษโว้ยเพื่อน” ทศพลตรงเข้าลูบหลังลูบไหล่เพื่อน หัวเราะร่วนที่ได้แกล้งเพื่อนแบบนี้
“นายอย่าแกล้งกันแบบนี้อีก ฉันขนลุกว่ะ” ธีรวัชรทำท่าขนลุกใส่เพื่อนรัก นั่นยิ่งทำให้ทศพลหัวเราะหนักขึ้นไปอีก
“มีความสุขหรือไงวะ ถึงได้แกล้งกันแบบนี้”
“มีความสุขสิวะ นานๆ จะได้แกล้งนายสักที” ปกติแล้วธีรวัชรไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เขาแกล้งนักหรอก ด้วยว่าเพื่อนของเขาเป็นคนนิ่งๆ ไว้ตัว ทำตัวหล่ออยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งเขาก็นึกหมั่นไส้อยากหาทางแกล้งอยู่เหมือนกัน
ทศพลกลับไปแล้ว แต่ธีรวัชรมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลอยู่ ก็ทำให้เพื่อนหายห่วง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ธีรวัชรที่นอนดูทีวีอยู่กดรับสาย
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะพี่ธีร์ เป็นยังไงบ้างคะ” ประโยคคำถามนั้นทำให้เขากะพริบตาเล็กน้อย เสียงคุ้นเคยที่ดังมาตามสายทำให้เขาถึงบางอ้อ ว่าปลายสายคือเด็กสาวนามว่ายิ้มใสที่เขาได้ช่วยชีวิตเอาไว้
ปกติแล้วเขาไม่ค่อยให้เบอร์โทรศัพท์กับใครสุ่มสี่สุ่มห้า คนที่สนิทจริงๆ ถึงจะมีเบอร์โทรศัพท์ของเขา อีกอย่างเขาก็ไม่ค่อยรับสายที่เป็นเบอร์แปลกๆ ด้วย แต่ที่กดรับเพราะกำลังดูทีวีเพลิน เลยไม่ทันดูว่าใครโทร. หา
“หนูยิ้มเหรอครับ” ธีรวัชรเผลอยิ้มเมื่อนึกถึงเด็กสาวยิ้มสดใสกระชากหัวใจเขายิ่งนัก
“ใช่ค่ะ หนูยิ้มเป็นห่วงเลยโทร. ถามอาการน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าหนูยิ้มรบกวนพี่ธีร์หรือเปล่าคะ”
“ไม่รบกวนครับ พี่กำลังนอนดูทีวีอยู่”
“พี่ธีร์เจ็บแผลอีกไหมคะ”
“ไม่เจ็บเท่าไหร่ครับ”
“คุณแม่ขาแพลงเลยไปเยี่ยมไม่ได้ คุณแม่ฝากขอโทษพี่ธีร์ด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“พี่ธีร์คะ”
“ครับ”
“พรุ่งนี้หนูยิ้มจะรีบไปเยี่ยมนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ดูแลคุณแม่เถอะครับ พี่ไม่เป็นอะไร”
“คุณแม่อาการไม่หนักมากค่ะ แค่เดินไม่สะดวกเท่านั้น พรุ่งนี้หนูยิ้มจะทำขนมไปให้พี่ธีร์ลองชิมดูนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
“พี่ธีร์คะ”
“ครับ”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“งั้นหนูยิ้มไม่รบกวนแล้วนะคะ พี่ธีร์จะได้พักผ่อน”
“ครับ”
ยิ้มใสกดวางสายด้วยรอยยิ้ม หัวใจของเธอเต้นแรงแทบจะโลดออกมาจากอก
“พี่เขาเป็นยังไงบ้างลูก” ประโยคของมารดาทำให้ยิ้มใสหันไปตอบอย่างโล่งใจ
“พี่ธีร์ไม่เจ็บแผลมากแล้วค่ะ พรุ่งนี้หนูยิ้มจะทำขนมไปให้พี่ธีร์ชิมนะคะคุณแม่”
“เอาสิจ้ะ เสียดายจัง แม่ไม่ได้ไปเยี่ยมผู้มีพระคุณของหนูเลย” ท่านก้มมองขาของตัวเองที่บวมพอสมควร ทำให้เดินไม่สะดวก แต่ก็ยังนั่งทำขนมได้ โดยมีบุตรสาวคอยหยิบจับช่วยนั่นนี่อยู่ใกล้ๆ
โชคดีที่ยิ้มใสเป็นเด็กหัวดี ชอบทำขนมตั้งแต่เด็กๆ เธอเดินไม่ถนัดแบบนี้ ก็มีบุตรสาวคอยช่วยเหลือ ทำให้ไม่มีอะไรติดขัดเลยสักนิด
“คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”
“แม่ไม่เป็นอะไรมากจ้ะ แค่เดินไม่สะดวกเท่านั้น ช่วงนี้หนูคงต้องเหนื่อยหน่อยนะ”
“ไม่หรอกค่ะ คุณแม่เหนื่อยมาทั้งชีวิตเพื่อเลี้ยงดูหนู หนูเองก็ต้องดูแลคุณแม่เหมือนกันค่ะ” ยิ้มใสกอดมารดาอย่างออดอ้อน ท่านลูบผมนุ่มสลวยของเธอไปมาเบาๆ ด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ
ยิ้มใสจัดการแพ็กขนมใส่กล่อง เธอขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งขนมจนเสร็จในวันรุ่งขึ้นก็แวะไปเยี่ยมธีรวัชรที่โรงพยาบาล
“วันนี้หนูยิ้มทำขนมมาให้พี่ธีร์ลองชิมด้วยนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
“พี่ธีร์หิวหรือยังคะ คุณแม่ทำข้าวตุ้มกุ้งกับแซนด์วิชฝากมาให้พี่ธีร์ด้วยค่ะ”
“คุณแม่เจ็บขาอยู่ไม่ใช่เหรอครับ” ธีรวัชรเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ปวดขาแต่มือไม่ปวดค่ะ คุณแม่นั่งทำเอาค่ะ หนูยิ้มห้ามก็ไม่ฟัง แถมยังช่วยแพ็กขนมอีกค่ะ นี่หนูยิ้มส่งขนมเสร็จแล้วเลยมาเยี่ยมพี่ธีร์ค่ะ โชคดีหน่อยที่วันนี้เป็นวันเสาร์ ไม่ต้องไปโรงเรียน ไม่อย่างนั้นหนูยิ้มคงทำอะไรไม่ทันแน่ ๆ เลยค่ะ” เธอนำข้าวต้มกุ้งกับแซนด์วิชออกมาใส่จานชามให้เขา
“หอมเชียวครับ” ธีรวัชรได้กลิ่นอาหารของสองแม่ลูกแล้วรู้สึกหิวไม่น้อย
“อร่อยด้วยนะคะ คุณแม่ทำอาหารอร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ หนูยิ้มทำเค้กกล้วยหอมมาให้พี่ธีร์ลองชิมนะคะ นี่ผลไม้ค่ะ ปอกมาเรียบร้อยแล้ว” ยิ้มใสจัดของกินทุกอย่างแล้วยกไปตรงหน้าของธีรวัชร เพื่อให้เขารับประทาน
“ขอบคุณพี่ทศมากเลยค่ะ” ยิ้มใสยกมือไหว้ ทศพลถือว่าเคยเป็นอดีตเจ้านายของเธอเมื่อหลายปีก่อน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทศพลก็เป็นเจ้านายที่ใจดีมากๆ“แบบนี้เรียกพรหมลิขิตชัดๆ” ทศพลพูดยิ้มๆ จำได้ว่าเพื่อนมาถามหายิ้มใส พอเขาบอกว่ายิ้มใสไปแล้วก็เดินคอตกกลับไป และไม่ได้ติดต่อกันนานมาก จนได้รู้ข่าวฉาวของธีรวัชร ก่อนที่เพื่อนจะขาดการติดต่อไป และได้รู้ข่าวอีกครั้งเพื่อนก็กำลังจะแต่งงาน“วันนั้นฉันจำได้ว่านายเดินมาบอกฉันว่าโดนฟันแล้วทิ้ง” ประโยคของทศพลทำให้ธีรวัชรแทบกระโดดปิดปากเพื่อน ทศพลหัวเราะลงลูกคอเมื่อเห็นอาการของเพื่อน“พี่ทศตามสบายนะคะ” ยิ้มใสเอ่ยขึ้น ถึงกับอมยิ้ม ไม่ใช่แค่ทศพลที่ได้ยินประโยคนี้ เธอจำได้ว่าพบกับธีรวัชรอีกครั้ง ตอนที่รู้ว่าเขามาเป็นพี่ชายของเธอ อาศัยอยู่ร่วมบ้านด้วยกัน เขาก็หาว่าเธอฟันเขาแล้วทิ้งเหมือนกัน“ครับผม ขอให้มีความสุขมากๆ นะ” ทศพลอวยพรให้เพื่อนและเด็กสาวด้วยรอยยิ้ม“ขอบใจนายมากนะทศ” ธีรวัชรยิ้มให้เพื่อน ก่อนจะเอ่ยขอตัวไปพูดคุยกับเพื่อนๆ และญาติๆ คนอื่นบรรยากาศในงานเป็นบรรยากาศของการรวมญาติและรวมหมู่เพื่อนฝูง ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องในอดีตของธีรวัชร ไม่มีใครเอ่ยถึงเร
เธอก้มมองร่องอวบอูมของตัวเองที่อ้าอมดูดรัดความเป็นชายของเขาเอาไว้แล้วต้องซี้ดปากด้วยความเสียวกระสัน“ให้พี่โยกนะครับ” เขาเลื่อนมือไปจับทรวงอกอวบอิ่มของเธอ ใช้นิ้วชี้แกร่งขยี้เบาๆ ที่ยอดถันของเธอ ก่อนที่จะเริ่มโยกคลอนเข้าหากายสาวของเธอเป็นจังหวะต่อเนื่อง ร่างกายของเธอสั่นสะริกยามที่เขาทุ่มกายเข้ามาหาเป็นจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่มือหนาอีกข้างเลื่อนจากปทุมถันอวบอิ่มลงไปลูบไล้เนินอวบอูมของเธอเบาๆเขาดึงเส้นไหมอ่อนนุ่มของเธอเล่น ก่อนจะแทรกนิ้วเข้าไปบดบี้กับปุ่มกระสันแดงฉ่ำกลางกายที่ตอนนี้กำลังสั่นระริกเป็นที่สุดเธอหลุดเสียงครวญครางออกมาไม่เป็นส่ำ ร่างกายกำลังสะท้านเพราะอารมณ์พิศวาสที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งร่างสูงเพรียวแข็งแรงของเขากำลังพาความเป็นชายอันแข็งแกร่งเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอซี้ดปากเหมือนกินพริกเผ็ดๆ เข้าไปกำมือใหญ่ ในตอนนี้อารมณ์หวามของเธอกำลังพุ่งขึ้นสูงจนน่าตกใจ“พี่ธีร์ขา... หนูยิ้มไม่ไหวแล้วค่ะ”“ไม่ไหวก็ปล่อยออกมาครับ” เขาบอกสาวน้อยโดยกระซิบที่ริมหูของเธอเบาๆ กระแทกกายเป็นจังหวะถี่ ๆ ไม่หยุดหย่อน เพียงไม่นานเขาก็ทำให้เธอพุ่งทะยานไปสู่ท้องฟ้าเบื้องบนได้อย่างรุน
เขากุมใบหน้าของเธอเอาไว้บดจูบเธออย่างเร่าร้อน สอดแทรกลิ้นเข้ามาพัวพันในโพรงปากนุ่ม นานๆ จะได้เจอกันสักครั้งทำให้ความรู้สึกโหยหามีมากมายมหาศาลมือน้อยของเธอลูบไล้แผงอกกว้างของเขาเอาไว้เบาๆ จูบตอบเขาไปอย่างดูดดื่มและอ่อนหวาน ยินยอมพร้อมใจที่จะเป็นของเขาทุกครั้งที่เขาปรารถนา“พี่ธีร์”“ครับ”“พี่ธีร์หอบหายใจแรงจัง”“พี่คิดถึง” เขาลูบไล้แผ่นหลังของเธอเบาๆ เล้าโลมให้เธอตัวสั่นระริกด้วยความปรารถนาที่รุนแรงอยู่ในอก“หนูยิ้มก็คิดถึงพี่ธีร์คะ” เธอปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาออกอย่างเบามือ สัมผัสมือน้อยกับผิวเนื้อเรียบตึงของเขาเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตอกกว้างของเขา กดปากร้อนซ้ำๆ จนเขาร้องครางออกมาเบาๆ“ให้หนูยิ้มช่วยนะคะ” เธอลูบไล้แก่นกายเบื้องล่างของเขาที่ตอนนี้กำลังแข็งคึกอยู่ภายใต้กางเกงนอนสีน้ำตาลเข้มเขาปล่อยให้เธอได้ดึงกางเกงนอนออกไปจากสะโพกสอบ ความแข็งชันกำลังผงาดกล้าอยู่ต่อหน้าต่อตาของเธอ เธอลูบไล้มันอย่างคิดถึงคะนึงหา กดจุมพิตเบาๆ ที่ส่วนปลายของความแข็งแกร่งยิ้มใสรู้สึกได้ถึงร่องกายสาวที่แสนหยาดเยิ้มของเธอ ท้องไส้ของเธอปั่นป่วนไม่แพ้หัวใจที่เต้นกระหน่ำคิดถึงเพียงคำเดียวมีอานุภาพรุนแรงจนเธอ
ประภัสสรกับกมลเนตรหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ที่เห็นสภาพของเลอลักษณ์“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” เลอลักษณ์รีบวิ่งไปหาสาวใช้คนใหม่ทั้งสองคน แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะอันน่ากลัวนั้น เธอก็ถอยหนี“พวกแกสองคนเป็นใครกัน” เลอลักษณ์ส่ายหน้าไปมา เอ่ยถามอย่างหวาดหวั่น เธอล้มลงไปเพราะเข่าอ่อนแรง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจเต็มที“แกจำเราสองคนไม่ได้เหรอนังเลอลักษณ์” ประภัสสรกับกมลเนตรเปิดผ้าคลุมหน้าออกมา เมื่อได้เห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน ทำให้เลอลักษณ์เบิกตากว้าง“แก พวกแกยังไม่ตายเหรอนี่! แล้วพวกแกเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง แล้วนังเมตตากับนังสุดสวาทไปไหน”“สาวใช้ของแกทั้งสามคนโดนวางยานอนหลับไปแล้ว กว่าจะตื่นแกก็ต้องตายก่อน” สองสาวไม่ปริปากพูดว่าส่งเมตตากับสุดสวาทเข้ามาเพราะไม่อยากให้คนทั้งสองมีมนทิน“อีสารเลว ทำไมแกยังไม่ตาย” เลอลักษณ์พูดออกมาอย่างเจ็บแค้น“ถ้าพวกเราไม่แกล้งตาย ก็คงไม่ได้กลับมาแก้แค้นคนสารเลวแบบแก” ประภัสสรพูดเสียงเหี้ยม บีบปลายคางของเลอลักษณ์ที่สำลักเลือดออกมาจากปากเป็นลิ่มๆ“ลิ้นจี่ ลิ้นจี่อยู่ไหน”“ลิ้นจี่น่ะนอนหลับไปพร้อมๆ กับคนอื่นๆ แล้วละ”“อีสารเลว”“มึงต่างหากสารเลว”“โอ๊ย!” เลอลักษณ์ร้
ก่อนจะทิ้งลงไปในคูน้ำที่ไหลลงไปยังทุ่งนาทางด้านหลัง เลอลักษณ์คิดว่าทิชชูพอเปียกน้ำก็เปื่อยยุ่ย ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานมาเอาผิดอะไรเธอได้ ถึงจะเก็บได้ ก็มีแค่คราบเลือดของคนตาย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเสียหน่อย“ลาก่อนนะ ขอบใจเธอสองคนมากนะที่ทำเพื่อฉันมาตลอด แม้จะแอบทรยศไปบ้าง แต่ก็นะ คนทรยศก็ต้องเจอแบบนี้” เลอลักษณ์กอดอกเหยียดยิ้มก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถแบบไม่เหลียวหลังประภัสสรค่อยๆ ขยับกาย คลานเข้าไปหากมลเนตรและเขย่าร่างของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนที่จะสลบไปอีกครั้งเลอลักษณ์กลายเป็นสาวสวยน้อยไฮโซเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลศัลยกรรมใบหน้าเสียใหม่จนไม่มีใครรู้จักเธอใช้ชีวิตอย่างหรูหรามีความสุขมีเงินมีทองร่ำรวยจนเป็นสาวน้อยเนื้อหอมที่ใครๆ ก็อยากทำความรู้จักเลอลักษณ์ค่อยๆ นำคลิปที่แอบเก็บเอาไว้ออกมาแบล็กเมล์นักเรียนที่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันกับเธอเพื่อเรียกเงินทองมาใช้จ่ายบำรุงบำเรอตัวเองซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เธอจะเลือกเหยื่อที่มีฐานะ พ่อแม่หน้าบางยอมจ่ายเงินเพราะไม่อยากเสียชื่อเสียงเลอลักษณ์มีความสุขอยู่บนกองเงินกองทองในชื่อใหม่ว่า แพรทอง เวชธานีรัชกร หญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักเธอในนามไฮโซสาวชื่อดัง“
"พวกเธอรู้ละเอียดดีเนอะ” เลอลักษณ์เอ่ยขึ้น ดวงตาที่หลุบลงต่ำขณะหันไปหยิบแก้วเครื่องดื่มวาวโรจน์อย่างไม่ชอบใจที่มีคนมารู้ความลับของตัวเองอย่างละเอียดเช่นนี้ แถมยังเป็นความลับในเชิงที่ไม่ดีอีกด้วย“ลักษณ์พวกเราคิดว่าเธอควรที่จะมอบตัวนะ” ประภัสสรพูดขึ้น กมลเนตรก็พยักหน้าเห็นด้วย“พวกเราถือว่าเธอยังเป็นเพื่อนเลยมาเตือน มาบอก ถึงเธอจะศัลยกรรมเปลี่ยนไปสักแค่ไหน สักวันก็ต้องมีคนรู้ความลับของเธอ”“เธออยากให้ฉันมอบตัว แต่ก็ยังมาขอเงินฉัน”“เธอก็รู้ดีนี่นาลักษณ์ว่าเงินพวกนั้นไม่ใช่เงินของเธอ พวกเราเดือดร้อนเธอก็ควรที่จะช่วยไม่ใช่เหรอ” ประโยคของเพื่อนทั้งสองที่เหมือนจะเป็นเบ้หรือยอมเธอทุกอย่างกลับตอกย้ำให้เลอลักษณ์รู้ว่าพวกมันจ้องที่จะเล่นงานเธอ ขูดรีดเอาเงินทองของเธอ แล้วแบบนี้เธอสมควรที่จะปล่อยมันสองตัวเอาไว้เหรอ!!!“เอาละ ถือว่าเงินที่ฉันจะให้เธอสองคนน่ะเป็นเงินที่ฉันอยากช่วยจริงๆ ไม่ต้องคิดว่าเป็นการหยิบยืมหรอกนะ จะได้ไม่ต้องคืนกันภายหลัง ส่วนเรื่องมอบตัวฉันขอเวลาสักพักได้ไหม”“ได้สิ” สองสาวมองหน้ากัน ขอแค่ให้ได้เงิน พวกเธอจะแจ้งความจับเลอลักษณ์แน่นอน หลายปีที่ต้องตามดูแลรับใช้ โดนขู่ โดนโขก
ธีรวัชรไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรอีก เขามีแค่ความปรารถนาคุกรุ่นอยู่ในกระแสเลือดเท่านั้นชายหนุ่มรวบร่างน้อยของเธอมากอดเกยอยู่บนตักประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ด้วยมือใหญ่ทั้งสองข้าง สอดแทรกลิ้นหนาเขาไปคลุกเคล้าในโพรงปากหอมกรุ่นแสนหวานของเธออย่างเร่าร้อนเธอโอบกอดเขาอย่างยินยอมพร้อมใจ ไม่ปฏิเสธอันใด ลิ้นหนาคลุ
“หนูยิ้มป้อนได้ไหมคะ”“ครับ” เหมือนเขาหลุดประโยคนั้นออกมา แต่ไม่ใช่การรับคำ ไม่คิดว่าเด็กสาวจะอาสาป้อนข้าวป้อนน้ำให้เขาแบบนี้“เอ่อ... เห็นพี่ธีร์จับไม่ถนัด น่าจะยังเจ็บแผลอยู่ หนูยิ้มเลยอยากป้อนข้าวต้มให้พี่ธีร์น่ะค่ะ”“เอาสิ” ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เขาถึงได้ตอบออกไปแบบนั้น เพราะปกติแล้วเขาไม่ชอบให้ผ
มันมองอย่างหัวเสีย รีบดึงมีดออกมา ทำท่าจะจ้วงแทง แต่กลับโดนพลเมืองดีบิดข้อมือเสียก่อน มีดในมือของมันหล่นเพราะแรงบิด มันร้องด้วยความเจ็บ เมื่อถูกผลักจนกระเด็น ธีรวัชรหยิบกระเป๋ายื่นส่งให้เด็กสาวอีกครั้ง เธอดีใจที่ได้เงินจำนวนนั้นคืนมา“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณพี่มากๆ เลยนะคะ” เธอไม่คิดว่าจะได้กระเป๋าเงินจำน
“พ่อมีคนที่อยากจะแนะนำให้ลูกได้รู้จักอย่างเป็นทางการด้วยนะ” ประโยคของธีรกรผู้เป็นบิดา ทำให้ธีรวัชรต้องเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมองบิดาด้วยความสงสัย"ใครกันเหรอครับ” ธีรวัชรเอ่ยถาม ชะเง้อคอมองคนที่บิดาบอกว่าจะแนะนำให้เขาได้รู้จัก แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา“นั่นไงมาแล้ว” ประโยคนั้นของบิดาทำให้ธีรวัชรหันไ







