LOGINธีรวัชรไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรอีก เขามีแค่ความปรารถนาคุกรุ่นอยู่ในกระแสเลือดเท่านั้น
ชายหนุ่มรวบร่างน้อยของเธอมากอดเกยอยู่บนตักประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ด้วยมือใหญ่ทั้งสองข้าง สอดแทรกลิ้นหนาเขาไปคลุกเคล้าในโพรงปากหอมกรุ่นแสนหวานของเธออย่างเร่าร้อน
เธอโอบกอดเขาอย่างยินยอมพร้อมใจ ไม่ปฏิเสธอันใด ลิ้นหนาคลุกเคล้าเล้าโลมอย่างเร่าร้อน เต็มไปด้วยความต้องการที่รุกเร้ารุนแรง
ธีรวัชรดันร่างของสาวน้อยไปกับพื้นพรมที่เขากับเธอนั่งรับประทานอาหารกันอยู่
เขานั่งรับประทานอาหารกับเธอบนพื้นพรม มีโต๊ะญี่ปุ่นตัวขนาดใหญ่สำหรับวางอาหารและเขามักใช้โต๊ะตัวนี้นั่งทำงานเล็กๆ น้อยๆ ทั้งเขียนหนังสือและวาง โน๊ตบุ๊คด้วย
ธีรวัชรใช้มือหนาถลกเสื้อของเธอออก ก่อนจะกดปากร้อนเข้าสัมผัสกับผิวผุดผ่องเป็นยองใยของเธอ
สัมผัสของเขาทำให้เธอหลับตาพริ้มด้วยความเสียวซ่านสุดจิตสุดใจ ร่างกายของเธอสั่นระริก มันสะท้านทุกครั้งที่มือและปากของเขาคลุกเคล้าเข้าแนบชิดสนิทเนื้อ
เขาปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของเธอออกอย่างง่ายดาย ด้วยความยินยอมพร้อมใจของเธอเอง ที่จัดการสลัดเสื้อผ้าออกไปให้พ้นทาง ก่อนที่เขาจะจัดการกับเสื้อผ้าอาภรณ์ของตัวเองออกจากกาย จนเหลือแต่เนื้อตัวเปลือยเปล่าไม่ต่างจากเธอ
ร่างกายของเธอร้อนผ่าวราวไฟแผดเผา ขาเพรียวสวยไร้ไขมันส่วนเกินเนียนละเอียดผุดผ่องเป็นยองใยถูกแยกออกจากกันจนกว้าง ใบหน้าของเขาซุกซบเข้าหา
เขาจูบซับซอกขาด้านในของเธอด้วยความหิวกระหาย ลิ้นร้อนตวัดขึ้นลงสัมผัสแนบชิดกับกลีบผกากรองแสนสวย
เขาบดบี้นิ้วแกร่งกับซอกสวาทกลางกายสาว สลับกับลิ้นร้อนที่แนบชิดสนิทเนื้อ
ชายหนุ่มได้ยินเสียงร้องครวญครางของเด็กสาวไม่ขาดปาก เธอร่ำร้องด้วยความเสียวซ่านจากการกระทำของเขา
เขาสอดนิ้วซอยเข้าออกภายในซอกกายสาวเร็วขึ้นทำให้ยิ้มใสร้องครางด้วยความเสียวซ่านจับจิตจับใจ จนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองจะแตกพร่าเสียให้ได้
เธอกัดริมฝีปากอย่างรุนแรง คล้ายกับว่ากำลังทะยานขึ้นสู่ยอดเขาอันหนาวเหน็บในเวลาเดียวกันก็ตกกระทบกับผืนน้ำอุ่นร้อนท่วมท้น
เธอหยัดสะโพกรับลิ้นร้อนและนิ้วกลางของเขาที่ปรนนิบัติความซ่านอย่างถึงอกถึงใจ
ก่อนที่ยิ้มใสจะทิ้งสะโพกลงด้วยความอยากเยิ้ม น้ำรักไหลซึมไปทั่วพื้นพรมสีขาวสะอาดตา บ่งบอกว่าเธอกำลังเสียวซ่านอย่างสุดแสน
ธีรวัชรขึ้นคร่อมทับร่างกายของเธอเอาไว้ สอดแทรกเนื้อกายเข้าหาอย่างเร่าร้อน เสียดสีส่วนปลายของความแข็งแกร่งกับปากทางสวาทอันอยาดเยิ้มเพื่อทักทายสัมผัสก่อนที่จะสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว
กายที่กดเข้าในร่องรักของสาวน้อยแน่นขนัด เธอรัดรึงกายของเขาจนแทบแตกหัก ในขณะที่เขาจ้วงแทงจังหวะรักเข้าหาเพื่อให้เขาคล้ายจากความทรมาน
เขาโยกคลอนเข้าหาร่างน้อยอันแสนบอบบางจนหยาดเยิ้มตลอดค่ำคืน
ชายหนุ่มเปลี่ยนจากพื้นพรมเป็นเตียงนอนกว้างเพื่อรองรับการกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามแรงอารมณ์
ธีรวัชรตื่นขึ้นมาด้วยอาการงุนงงในช่วงเที่ยง เขาควานหาร่างของใครคนหนึ่ง แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา
ชายหนุ่มลุกจากเตียงเพื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาค่อนข้างสับสนอยู่ไม่น้อย ว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไรกัน
เขาเจอจดหมายฉบับหนึ่งเขียนเอาไว้เสียดิบดี เป็นจดหมายสารภาพรักต่อเขา ถ้าเขาได้เจอจดหมายฉบับนี้เธอคงไปแล้ว
ให้ตายดิ้นสิ!!! ธีรวัชรคิดว่านี่มันคือการฟันแล้วทิ้งอย่างแท้จริง เกิดมายังไม่เคยโดนผู้หญิงหลอกวางยากินตับแล้วจากลาเช่นนี้มาก่อนเลย
ชายหนุ่มรีบอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวออกไปที่ร้านกาแฟของเพื่อนอย่างรวดเร็ว เขาอาจจะได้เบาะแสของหล่อนที่นั่น ธีรวัชรคิดในใจ
“มีอะไรวะเพื่อน หน้าตาเคร่งเครียดขนาดนี้” ทศพลเอ่ยถามเพื่อนรักที่เดินหน้าเคร่งเข้ามาที่ร้าน
“ฉันโดนฟันแล้วทิ้งวะ”
“แค่ก ๆ ๆ” กาแฟรสชาติกลมกล่อมหอมละมุนที่เพิ่งถูกยกดื่มเข้าไปพุ่งออกมาจากปาก ทศพลตบอกตัวเองเพื่อให้คลายจากการสำลัก
“ใครฟันแกแล้วทิ้ง” เหมือนทศพลเพิ่งจะหาเสียงเจอ เขาเอ่ยถามเพื่อนด้วยหน้าตาแตกตื่น ยิ่งเห็นอีกฝ่ายหน้าตูมเขายิ่งอยากรู้อยากเห็นเข้าไปอีก
ทศพลไม่รู้จะขำหรือจะทำหน้ายังไงดี สำหรับเพื่อนสนิทที่สาวๆ เข้าถึงยาก ค่อนข้างจะไว้ตัวแบบธีรวัชร แต่กลับถูกผู้หญิงฟันแล้วทิ้ง!!!
“หนูยิ้ม”
“แค่ก ๆ ๆ ๆ” สำลักรอบสอง กาแฟพุ่งออกจากปาก เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าสาวน้อยยิ้มสดใสอย่างหนูยิ้ม พนักงานพาร์ทไทม์ที่ร้านของเขาจะใจเด็ดฟันเพื่อนเขาแล้วทิ้งได้อย่างง่ายดาย
“เรื่องมันเป็นยังไง มายังไง ไหนเล่ามาสิ” ทศพลเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มปนขำ
“นายจะขำอะไรนักหนา หรือนายสมรู้ร่วมคิดด้วย”
“เฮ้ย ๆ ๆ อย่ามาโยนความผิดให้ฉัน ฉันไม่เคยมีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวแน่นอน”
“เขาทำอาหารกับขนมสุดแสนอร่อยไปให้ฉันกิน แล้วก็วางยาปลุกเซ็กซ์”
“หนูยิ้มทำถึงขนาดนั้นเชียวเหรอวะ วางยาปลุกเซ็กซ์นายแล้วปลุกปล้ำนายจนตกเป็นของเธอ ก่อนจะทิ้งให้แกเที่ยวตามหาบ้าบออยู่แบบนี้” ทศพลพูดไปกลั้นขำไป นั่นยิ่งทำให้ธีรวัชรหน้าตูมมากยิ่งขึ้น
“แกจะขำอีกนานไหม”
“ก็... ฉันไม่คาดคิดว่าเขาจะปล้ำแก”
“เขาไม่ได้ปล้ำฉัน”
“หมายความว่ายังไง”
“พอเขาวางยาปลุกเซ็กซ์ ฉันมีอารมณ์ก็เลยปล้ำเขาเอง” ประโยคคำตอบของเพื่อนรัก ทำเอาทศพลหัวเราะจนท้องแข็ง
“นายจะหัวเราะหาสวรรค์วิมานอะไร”
“นายหื่น”
“ถ้านายกินยาปลุกเซ็กซ์เข้าไปแล้วไม่หื่น ฉันจะยอมกราบนาย”
“หนูยิ้มนี่ใจกล้าสุดๆ นี่ถ้าวางยาฉัน ฉันไม่ยอมให้หนีไปแน่ จัดทั้งคืนยันเที่ยงวัน” ทศพลสะดุ้งเมื่อพูดประโยคนั้นออกไปก็ได้รับสายตาพิฆาตมาจากเพื่อนรักในทันที
“กลับมาเรื่องสำคัญก่อน”
“เรื่องสำคัญว่า...”
“นายรู้ไหมว่าหนูยิ้มไปไหน”
“ไม่รู้”
“เป็นเจ้านายกับลูกน้องยังไงวะ”
“ฉันไม่เสือกเรื่องของคนอื่น”
“นายหาว่าฉันเสือก”
“นายพูดเอง ฉันเปล่า”
“อย่ากวนส้นรองเท้า”
“ไม่ได้กวนแต่พูดจริงๆ หนูยิ้มบอกว่าจะลาออกตามแม่ไปอยู่ที่อื่น จะไปเรียนต่อที่โน้นด้วย”
“ที่โน้นคือที่ไหน”
“ไม่รู้”
“นายรู้อะไรบ้าง”
“ไม่รู้อะไรเลย ไม่ได้ถาม เพราะคิดว่าถ้าหนูยิ้มอยากบอกคงบอกไปแล้ว แต่ถามก็คงไม่บอก”
“ทำไมถึงไม่บอก”
“วะไอ้ธี แกจะเล่นเกมยี่สิบคำถามหรือไง”
“ก็ตอบมาสิ”
“ถ้าเขาคิดจะฟันนายแล้วทิ้ง ก็คงบอกให้ตามเจอหรอกนะ เขียนจดหมายซะดิบดีสารภาพรักกับนายขนาดนั้น”
“รู้ได้ไงว่าสารภาพรัก”
“อ้าว... ถ้าผู้หญิงไม่รักจะยอมมีอะไรด้วยหรือไง”
“รู้ดีอีกนะ”
“หนูยิ้มเรียบร้อยน่ารักขนาดนั้น หนุ่มๆ มาจีบยังไม่สนใจ ตัดสินใจปล้ำนาย เอ๊ย! หมายถึงวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนปล้ำนายก็คงจะมีใจให้นายแน่ ๆ”
“อืม...” ธีรวัชรรับคำ
“ทีหลังก็อย่าเห็นแก่กิน ตะกละจนได้เรื่อง”
“ฉันไม่ได้เห็นแก่กินแล้วก็ตะกละ แต่อาหารมันน่ากิน หอมกรุ่นไปทั้งห้อง”
“ไอ้ที่หอมกรุ่นนี่อาหารหรือผิวขาวอมชมพูของหนูยิ้มวะ”
“พูดมากไอ้เพื่อนปากมอม!” ประโยคนั้นเป็นการตัดบทสนทนาที่ทำให้ทศพลต้องตามลุ้นว่าคนทั้งสองจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งไหม
ในขณะธีรวัชรสัญญากับตัวเองว่าหากได้เจอเธออีกครั้ง เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด
สิ่งที่เธอถามเขาในวันนั้น เขายังไม่ทันได้ตอบเธอทั้งหมดเลย ว่าเขานั้นก็ชอบเธออยู่เหมือนกัน...
กลับมา ณ ปัจจุบัน….
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อน ธีรวัชรจึงมาเคาะประตูที่ห้องของเด็กสาว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูนั้นทำให้ยิ้มใสเดินไปเปิดประตูพอเธอเห็นว่าเป็นใครก็อ้าปากค้างตกใจทำท่าจะปิดประตูใส่หน้าเขา แต่เขาก็ดันประตูเอาไว้ก่อนที่จะแทรกกายเข้ามาเป็นผลสำเร็จ
“ขอบคุณพี่ทศมากเลยค่ะ” ยิ้มใสยกมือไหว้ ทศพลถือว่าเคยเป็นอดีตเจ้านายของเธอเมื่อหลายปีก่อน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทศพลก็เป็นเจ้านายที่ใจดีมากๆ“แบบนี้เรียกพรหมลิขิตชัดๆ” ทศพลพูดยิ้มๆ จำได้ว่าเพื่อนมาถามหายิ้มใส พอเขาบอกว่ายิ้มใสไปแล้วก็เดินคอตกกลับไป และไม่ได้ติดต่อกันนานมาก จนได้รู้ข่าวฉาวของธีรวัชร ก่อนที่เพื่อนจะขาดการติดต่อไป และได้รู้ข่าวอีกครั้งเพื่อนก็กำลังจะแต่งงาน“วันนั้นฉันจำได้ว่านายเดินมาบอกฉันว่าโดนฟันแล้วทิ้ง” ประโยคของทศพลทำให้ธีรวัชรแทบกระโดดปิดปากเพื่อน ทศพลหัวเราะลงลูกคอเมื่อเห็นอาการของเพื่อน“พี่ทศตามสบายนะคะ” ยิ้มใสเอ่ยขึ้น ถึงกับอมยิ้ม ไม่ใช่แค่ทศพลที่ได้ยินประโยคนี้ เธอจำได้ว่าพบกับธีรวัชรอีกครั้ง ตอนที่รู้ว่าเขามาเป็นพี่ชายของเธอ อาศัยอยู่ร่วมบ้านด้วยกัน เขาก็หาว่าเธอฟันเขาแล้วทิ้งเหมือนกัน“ครับผม ขอให้มีความสุขมากๆ นะ” ทศพลอวยพรให้เพื่อนและเด็กสาวด้วยรอยยิ้ม“ขอบใจนายมากนะทศ” ธีรวัชรยิ้มให้เพื่อน ก่อนจะเอ่ยขอตัวไปพูดคุยกับเพื่อนๆ และญาติๆ คนอื่นบรรยากาศในงานเป็นบรรยากาศของการรวมญาติและรวมหมู่เพื่อนฝูง ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องในอดีตของธีรวัชร ไม่มีใครเอ่ยถึงเร
เธอก้มมองร่องอวบอูมของตัวเองที่อ้าอมดูดรัดความเป็นชายของเขาเอาไว้แล้วต้องซี้ดปากด้วยความเสียวกระสัน“ให้พี่โยกนะครับ” เขาเลื่อนมือไปจับทรวงอกอวบอิ่มของเธอ ใช้นิ้วชี้แกร่งขยี้เบาๆ ที่ยอดถันของเธอ ก่อนที่จะเริ่มโยกคลอนเข้าหากายสาวของเธอเป็นจังหวะต่อเนื่อง ร่างกายของเธอสั่นสะริกยามที่เขาทุ่มกายเข้ามาหาเป็นจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่มือหนาอีกข้างเลื่อนจากปทุมถันอวบอิ่มลงไปลูบไล้เนินอวบอูมของเธอเบาๆเขาดึงเส้นไหมอ่อนนุ่มของเธอเล่น ก่อนจะแทรกนิ้วเข้าไปบดบี้กับปุ่มกระสันแดงฉ่ำกลางกายที่ตอนนี้กำลังสั่นระริกเป็นที่สุดเธอหลุดเสียงครวญครางออกมาไม่เป็นส่ำ ร่างกายกำลังสะท้านเพราะอารมณ์พิศวาสที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งร่างสูงเพรียวแข็งแรงของเขากำลังพาความเป็นชายอันแข็งแกร่งเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอซี้ดปากเหมือนกินพริกเผ็ดๆ เข้าไปกำมือใหญ่ ในตอนนี้อารมณ์หวามของเธอกำลังพุ่งขึ้นสูงจนน่าตกใจ“พี่ธีร์ขา... หนูยิ้มไม่ไหวแล้วค่ะ”“ไม่ไหวก็ปล่อยออกมาครับ” เขาบอกสาวน้อยโดยกระซิบที่ริมหูของเธอเบาๆ กระแทกกายเป็นจังหวะถี่ ๆ ไม่หยุดหย่อน เพียงไม่นานเขาก็ทำให้เธอพุ่งทะยานไปสู่ท้องฟ้าเบื้องบนได้อย่างรุน
เขากุมใบหน้าของเธอเอาไว้บดจูบเธออย่างเร่าร้อน สอดแทรกลิ้นเข้ามาพัวพันในโพรงปากนุ่ม นานๆ จะได้เจอกันสักครั้งทำให้ความรู้สึกโหยหามีมากมายมหาศาลมือน้อยของเธอลูบไล้แผงอกกว้างของเขาเอาไว้เบาๆ จูบตอบเขาไปอย่างดูดดื่มและอ่อนหวาน ยินยอมพร้อมใจที่จะเป็นของเขาทุกครั้งที่เขาปรารถนา“พี่ธีร์”“ครับ”“พี่ธีร์หอบหายใจแรงจัง”“พี่คิดถึง” เขาลูบไล้แผ่นหลังของเธอเบาๆ เล้าโลมให้เธอตัวสั่นระริกด้วยความปรารถนาที่รุนแรงอยู่ในอก“หนูยิ้มก็คิดถึงพี่ธีร์คะ” เธอปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาออกอย่างเบามือ สัมผัสมือน้อยกับผิวเนื้อเรียบตึงของเขาเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตอกกว้างของเขา กดปากร้อนซ้ำๆ จนเขาร้องครางออกมาเบาๆ“ให้หนูยิ้มช่วยนะคะ” เธอลูบไล้แก่นกายเบื้องล่างของเขาที่ตอนนี้กำลังแข็งคึกอยู่ภายใต้กางเกงนอนสีน้ำตาลเข้มเขาปล่อยให้เธอได้ดึงกางเกงนอนออกไปจากสะโพกสอบ ความแข็งชันกำลังผงาดกล้าอยู่ต่อหน้าต่อตาของเธอ เธอลูบไล้มันอย่างคิดถึงคะนึงหา กดจุมพิตเบาๆ ที่ส่วนปลายของความแข็งแกร่งยิ้มใสรู้สึกได้ถึงร่องกายสาวที่แสนหยาดเยิ้มของเธอ ท้องไส้ของเธอปั่นป่วนไม่แพ้หัวใจที่เต้นกระหน่ำคิดถึงเพียงคำเดียวมีอานุภาพรุนแรงจนเธอ
ประภัสสรกับกมลเนตรหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ที่เห็นสภาพของเลอลักษณ์“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” เลอลักษณ์รีบวิ่งไปหาสาวใช้คนใหม่ทั้งสองคน แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะอันน่ากลัวนั้น เธอก็ถอยหนี“พวกแกสองคนเป็นใครกัน” เลอลักษณ์ส่ายหน้าไปมา เอ่ยถามอย่างหวาดหวั่น เธอล้มลงไปเพราะเข่าอ่อนแรง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจเต็มที“แกจำเราสองคนไม่ได้เหรอนังเลอลักษณ์” ประภัสสรกับกมลเนตรเปิดผ้าคลุมหน้าออกมา เมื่อได้เห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน ทำให้เลอลักษณ์เบิกตากว้าง“แก พวกแกยังไม่ตายเหรอนี่! แล้วพวกแกเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง แล้วนังเมตตากับนังสุดสวาทไปไหน”“สาวใช้ของแกทั้งสามคนโดนวางยานอนหลับไปแล้ว กว่าจะตื่นแกก็ต้องตายก่อน” สองสาวไม่ปริปากพูดว่าส่งเมตตากับสุดสวาทเข้ามาเพราะไม่อยากให้คนทั้งสองมีมนทิน“อีสารเลว ทำไมแกยังไม่ตาย” เลอลักษณ์พูดออกมาอย่างเจ็บแค้น“ถ้าพวกเราไม่แกล้งตาย ก็คงไม่ได้กลับมาแก้แค้นคนสารเลวแบบแก” ประภัสสรพูดเสียงเหี้ยม บีบปลายคางของเลอลักษณ์ที่สำลักเลือดออกมาจากปากเป็นลิ่มๆ“ลิ้นจี่ ลิ้นจี่อยู่ไหน”“ลิ้นจี่น่ะนอนหลับไปพร้อมๆ กับคนอื่นๆ แล้วละ”“อีสารเลว”“มึงต่างหากสารเลว”“โอ๊ย!” เลอลักษณ์ร้
ก่อนจะทิ้งลงไปในคูน้ำที่ไหลลงไปยังทุ่งนาทางด้านหลัง เลอลักษณ์คิดว่าทิชชูพอเปียกน้ำก็เปื่อยยุ่ย ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานมาเอาผิดอะไรเธอได้ ถึงจะเก็บได้ ก็มีแค่คราบเลือดของคนตาย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเสียหน่อย“ลาก่อนนะ ขอบใจเธอสองคนมากนะที่ทำเพื่อฉันมาตลอด แม้จะแอบทรยศไปบ้าง แต่ก็นะ คนทรยศก็ต้องเจอแบบนี้” เลอลักษณ์กอดอกเหยียดยิ้มก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถแบบไม่เหลียวหลังประภัสสรค่อยๆ ขยับกาย คลานเข้าไปหากมลเนตรและเขย่าร่างของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนที่จะสลบไปอีกครั้งเลอลักษณ์กลายเป็นสาวสวยน้อยไฮโซเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลศัลยกรรมใบหน้าเสียใหม่จนไม่มีใครรู้จักเธอใช้ชีวิตอย่างหรูหรามีความสุขมีเงินมีทองร่ำรวยจนเป็นสาวน้อยเนื้อหอมที่ใครๆ ก็อยากทำความรู้จักเลอลักษณ์ค่อยๆ นำคลิปที่แอบเก็บเอาไว้ออกมาแบล็กเมล์นักเรียนที่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันกับเธอเพื่อเรียกเงินทองมาใช้จ่ายบำรุงบำเรอตัวเองซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เธอจะเลือกเหยื่อที่มีฐานะ พ่อแม่หน้าบางยอมจ่ายเงินเพราะไม่อยากเสียชื่อเสียงเลอลักษณ์มีความสุขอยู่บนกองเงินกองทองในชื่อใหม่ว่า แพรทอง เวชธานีรัชกร หญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักเธอในนามไฮโซสาวชื่อดัง“
"พวกเธอรู้ละเอียดดีเนอะ” เลอลักษณ์เอ่ยขึ้น ดวงตาที่หลุบลงต่ำขณะหันไปหยิบแก้วเครื่องดื่มวาวโรจน์อย่างไม่ชอบใจที่มีคนมารู้ความลับของตัวเองอย่างละเอียดเช่นนี้ แถมยังเป็นความลับในเชิงที่ไม่ดีอีกด้วย“ลักษณ์พวกเราคิดว่าเธอควรที่จะมอบตัวนะ” ประภัสสรพูดขึ้น กมลเนตรก็พยักหน้าเห็นด้วย“พวกเราถือว่าเธอยังเป็นเพื่อนเลยมาเตือน มาบอก ถึงเธอจะศัลยกรรมเปลี่ยนไปสักแค่ไหน สักวันก็ต้องมีคนรู้ความลับของเธอ”“เธออยากให้ฉันมอบตัว แต่ก็ยังมาขอเงินฉัน”“เธอก็รู้ดีนี่นาลักษณ์ว่าเงินพวกนั้นไม่ใช่เงินของเธอ พวกเราเดือดร้อนเธอก็ควรที่จะช่วยไม่ใช่เหรอ” ประโยคของเพื่อนทั้งสองที่เหมือนจะเป็นเบ้หรือยอมเธอทุกอย่างกลับตอกย้ำให้เลอลักษณ์รู้ว่าพวกมันจ้องที่จะเล่นงานเธอ ขูดรีดเอาเงินทองของเธอ แล้วแบบนี้เธอสมควรที่จะปล่อยมันสองตัวเอาไว้เหรอ!!!“เอาละ ถือว่าเงินที่ฉันจะให้เธอสองคนน่ะเป็นเงินที่ฉันอยากช่วยจริงๆ ไม่ต้องคิดว่าเป็นการหยิบยืมหรอกนะ จะได้ไม่ต้องคืนกันภายหลัง ส่วนเรื่องมอบตัวฉันขอเวลาสักพักได้ไหม”“ได้สิ” สองสาวมองหน้ากัน ขอแค่ให้ได้เงิน พวกเธอจะแจ้งความจับเลอลักษณ์แน่นอน หลายปีที่ต้องตามดูแลรับใช้ โดนขู่ โดนโขก
“หนูยิ้มป้อนได้ไหมคะ”“ครับ” เหมือนเขาหลุดประโยคนั้นออกมา แต่ไม่ใช่การรับคำ ไม่คิดว่าเด็กสาวจะอาสาป้อนข้าวป้อนน้ำให้เขาแบบนี้“เอ่อ... เห็นพี่ธีร์จับไม่ถนัด น่าจะยังเจ็บแผลอยู่ หนูยิ้มเลยอยากป้อนข้าวต้มให้พี่ธีร์น่ะค่ะ”“เอาสิ” ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เขาถึงได้ตอบออกไปแบบนั้น เพราะปกติแล้วเขาไม่ชอบให้ผ
“ไม่เอา ยังเด็กอยู่เลย สิบแปดหรือยังล่ะนั่น”“สิบเจ็ดย่างสิบแปดแล้ว น้องจะจบมอหกแล้ว”ทศพลเชียร์เต็มที่ เพราะว่าเพื่อนของเขาก็เป็นคนดี ยิ้มใสก็น่ารัก เขาเอ็นดูยิ้มใสเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ร้านกาแฟของเขาก็สั่งขนมจากแม่ของเธอ เพราะว่าแม่ของเธอทำขนมอร่อยมากๆ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย เอากำไรแค่นิดเดียว ทำ
มันมองอย่างหัวเสีย รีบดึงมีดออกมา ทำท่าจะจ้วงแทง แต่กลับโดนพลเมืองดีบิดข้อมือเสียก่อน มีดในมือของมันหล่นเพราะแรงบิด มันร้องด้วยความเจ็บ เมื่อถูกผลักจนกระเด็น ธีรวัชรหยิบกระเป๋ายื่นส่งให้เด็กสาวอีกครั้ง เธอดีใจที่ได้เงินจำนวนนั้นคืนมา“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณพี่มากๆ เลยนะคะ” เธอไม่คิดว่าจะได้กระเป๋าเงินจำน
“พ่อมีคนที่อยากจะแนะนำให้ลูกได้รู้จักอย่างเป็นทางการด้วยนะ” ประโยคของธีรกรผู้เป็นบิดา ทำให้ธีรวัชรต้องเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมองบิดาด้วยความสงสัย"ใครกันเหรอครับ” ธีรวัชรเอ่ยถาม ชะเง้อคอมองคนที่บิดาบอกว่าจะแนะนำให้เขาได้รู้จัก แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา“นั่นไงมาแล้ว” ประโยคนั้นของบิดาทำให้ธีรวัชรหันไ







