LOGINค่ำคืนที่ใครต่างก็นอนเอนกายหลับใหลภายในห้องนอนของตน มีหนึ่งชีวิตกำลังย่องเบาเข้ามาในบ้านโดยไม่มีใครรู้เห็นหรือผิดสังเกต นั่นเพราะเจ้าตัวรู้จักทุกซอกทุกมุมของที่นี่เป็นอย่างดี หากวันนี้จะเข้ามาปลิดชีพเฉินอี้ก็สามารถทำได้ทันที แต่ทว่าฮอนอยากให้คนอย่างเฉินอี้ตายอย่างทรมาน และได้รับบทเรียนอย่างแสนสาหัสที่สุด
ท่ามกลางความมืดสลัวฝีเท้าน้อย ๆ ย่องตรงไปยังห้องนอนของอาม่า หากทว่านึกขึ้นได้ว่าจะต้องไปทำภารกิจสำคัญเสียก่อน โดยเบนเข็มไปยังห้องนอนของเฉินอี้ เจ้าตัวใช้วิธีสะเดาะกุญแจเข้าไปจนสำเร็จ กวาดสายตามองไปรอบห้องแล้วหยุดที่เตียงก็เห็นเจ้าของห้องนอนหลับอย่างสบายใจ ฮอนหยิบกระป๋องอะไรบางอย่างออกมา เขย่าสามสี่ครั้งแล้วฉีดพ่นไปที่จมูกของเฉินอี้ มันคือยาสลบชนิดออกฤทธิ์เร็ว จะทำให้เฉินอี้หลับลึกยิ่งกว่าเดิม
“คนอย่างแกต้องตายอย่างทรมาน”
กล่าวแค่นั้นก็นำเลือดหมูที่กรอกใส่ขวดมาด้วยเทราดลงบนเตียง เดินไปหยิบกรอบรูปของเฉินอี้ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมามองด้วยสายตาอาฆาตแค้น นำหมอนมาทับไว้เพื่อเก็บเสียง แล้วใช้ด้ามมีดกระแทกลงไปจนกระจกแตกเป็นเสี่ยง ๆ เขานำภาพถ่ายที่อยู่หลังเศษกระจกออกมาแล้วใช้มีดกรีดบริเวณลำคอ นำไปวางไว้ข้าง ๆ แล้วรีบเดินออกมาจากห้อง
บัดนี้ถึงคราวที่ฮอนจะต้องเข้าไปหาผู้มีพระคุณแล้ว ประตูห้องอาม่าไม่ได้ถูกล็อกเหมือนห้องอื่น เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้เข้ามาช่วยได้ทันท่วงที ฮอนย่องเข้าไปท่ามกลางความเงียบงัน เห็นอาม่านอนหลับอยู่บนเตียงก็น้ำตาไหลลงมาด้วยความคิดถึง แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันนานสักเท่าไหร่ แต่อาม่าคนนี้ก็มีเมตตากับเขาเหลือเกิน รักและเอ็นดูไม่ต่างจากลูกหลานแท้ ๆ
“อาม่าครับ”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกหญิงวัยชราก็เริ่มขยับเปลือกตาแล้วลืมขึ้นอย่างช้า ๆ เมื่อเห็นว่ามีคนใส่ชุดดำตั้งแต่หัวจดเท้าเหลือไว้เพียงดวงตาก็ตกใจ เบิกตามอง พยายามขยับแข้งขาจนสั่น ด้วยอาการอัมพาตจึงทำได้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหัวใจวายตายเสียก่อนฮอนจึงต้องรีบเผยตัวตน
“อาม่าอย่าตกใจไปเลยครับ นี่ฮอนเองนะครับ”
ฮอนใช้มือข้างหนึ่งกุมมืออาม่าไว้ อีกข้างผ้าปิดหน้าออกจนเผยให้เห็นใบหน้าที่กำลังฉายรอยยิ้มออกมาพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู เห็นสภาพอาม่าแล้วก็รู้สึกสงสาร ท่านแก่ชราลงมาก ร่างกายซูบผอมไม่เหมือนเดิม หากตนได้อยู่คลอดลูกที่นี่คงมีโอกาสได้ดูแลอย่างใกล้ชิด
“อา...ฮอน”
หญิงชราพยายามเปล่งเสียงออกมาจนสำเร็จ น้ำตาไหลไม่ต่างจากฮอน เป็นภาพที่เห็นแล้วเศร้าใจยิ่งนัก ฮอนโผเข้าสวมกอดท่านอย่างแนบแน่น ก่อนผละตัวออกมาเพื่อบอกอะไรบางอย่าง
“ผมไม่ได้หนีไปกับอาไฉอย่างที่ทุกคนคิดนะครับอาม่า ผมถูกคนเลวคิดจะฆ่าทั้งกลม หากบอกไปอาม่าคงจะไม่เชื่อผมแน่ แต่ผมต้องบอกอาม่าว่าคนที่คิดจะฆ่าและใส่ร้ายว่าผมหนีไปกับอาไฉก็คือ...อาเฉินครับ”
เมื่อได้ยินชื่อนี้อาม่าก็มีสีหน้าตื่นกลัว เบิกตามอง ตัวสั่นเทา ริมฝีปากสั่นระริกคล้ายจะบอกอะไรบางอย่างแต่เสียดายที่พูดไม่ได้
“อาม่าใจเย็น ๆ นะครับ ผมรู้ว่าอาม่าตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ผมยืนยันว่าอาเฉินไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด ผมต้องสูญเสียลูกแฝดในท้องไปหนึ่งคน โชคดีที่รอดมาได้คนนึง เขาชื่อว่าฮังเลครับอาม่า ฮังเลเป็นเด็กน่ารักแต่มีนิสัยดื้อเหมือนพ่อ สักวันผมจะพาหลานมาเยี่ยมอาม่านะครับ แต่รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน”
“เห็นไหมล่ะว่าลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นนายช่วยรับช่อดอกไม้นี้ไว้ได้ไหม”“ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ได้รักคุณ”“ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้รัก ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่านายรักฉัน”อาหยางเดินเข้าไปในระยะประชิด ก่อนจะรั้งตัวฮอนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองอยู่กันใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด เพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาหยางได้ฉกฉวยโอกาสครอบครองริมฝีปากอวบอิ่ม บดเบียดอย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ปลุกความร้อนรุ่มภายในกายของอีกฝ่ายให้ตื่นจากอาการหลับไหลอย่างง่ายดาย“อือ...”เสียงครางฮือในลำคอบ่งบอกว่าร่างหนาพอใจกับรสจูบอันเร่าร้อนนี้มากเพียงใด ฮอนพยายามละใบหน้าออกมาแต่อาหยางไม่ยอมง่าย ๆ กระชับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น เมื่อหนำใจแล้วก็ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ รสจูบที่สุดแสนจะหนักหน่วงทำเอาฮอนหายใจเหนื่อยหอบเลยทีเดียว“คุณทำบ้าอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ”“อายทำไม ในเมื่อวันนี้ฉันตั้งใจจะเอาชนะใจนายให้ได้ ไม่ว่าจะต้องอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าก็จะยอมทำโดยไม่มีข้อแม้”“ถ้าทุ่มเทมากนักผมจะสั่งคุณให้ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม” คนพูดยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดแผนแกล้งชายผู้เป็นที่รักได้“ได้! ฉันยอมทำทุกอย่า
ช่วงค่ำของวันนี้ทุกคนเดินทางมาส่งฮอนกลับเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นอาม่าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกลเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนคนที่สำคัญที่สุดอย่างอาหยางได้แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ได้มาส่งแม้จะสนทนากับคนอื่นอย่างยิ้มแย้มเป็นปกติ หากทว่าภายในใจยังคงโหยหาคนที่ชื่ออาหยาง อยากให้เขามาส่งเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าตัวแอบส่องสายตามองหาอยู่เรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเห็นหน้าของใครบางคนอีกสักครั้งก่อนกลับเมืองไทยในระหว่างรอขึ้นเครื่องเสี่ยวซือและต้นกล้าได้ใช้โอกาสนี้สนทนาปรับทุกข์และเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว“ขอบใจนะอาซือที่ไม่โกรธเกลียดฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดมันจะยังคงอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเหมือนเดิมนั่นล่ะ” ต้นกล้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ทว่าแววตานั้นฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็น“ลืมมันไปซะเถอะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้มีความสุข ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”“ขอบใจนะ ฉันก็ขอให้นายมีความสุขเช่นกัน” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “เป็นเด็กดีนะครับหลานหลาน เชื่อฟังม๊าของหนูให้มาก ๆ นะ”เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นั่นเพราะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับต
เสี่ยวซือจับมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ ภายในใจยังคงเชื่อมั่นว่าคนทั้งสองรักกันมาก แต่คงมีบางเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อว่าความรักและความโหยหาจะทำให้คนทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันในสักวัน“คุยกันเสร็จหรือยัง จะได้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งที” เป็นอาจูที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างคนรัก ยกมือขึ้นวางพาดบนบ่าน้อย ๆ ของเสี่ยวซือแสดงความเป็นเจ้าของ เห็นอย่างนั้นฮอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกยินดีด้วย“เอาสิ ไปกันเลยไหม” ฮอนตอบ“แต่เฮียหยางยังไม่ลงมาเลย ซ้อช่วยไปตามให้หน่อยได้ไหมครับ” อาจูออกอุบายให้พี่ชายและพี่สะใภ้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เผื่อว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น“อาจูไปเองเถอะ พี่ว่าจะไปดูลูกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะ”ฮอนส่งยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินไปหาลูกชายที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวหลานและอาม่า อาจูและเสี่ยวซือได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมดหวัง ก่อนที่อาจูจะเป็นฝ่ายไปเรียกพี่ชายลงมาข้างล่างเพื่อถ่ายรูปครอบครัว..ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ฮอนและลูกชายมาร่ำลาอาม่าก่อนเดินทาง แน่นอนว่าการจากลาเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนแก่อย่างอาม่า ไ
ในที่สุดฮอนก็จะได้กลับเมืองไทยสมใจอยากโดยไม่มีอาหยางคอยห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา เจ้าตัวรู้ดีว่าเป็นเพราะตนสนทนากับอาไฉวันนั้นจนทำให้อาหยางน้อยอกน้อยใจ มันคือแผนที่จะทำให้ตนได้กลับเมืองไทยโดยไม่มีห่วง อย่างน้อยก่อนกลับก็ได้มีโอกาสพบหน้าเสี่ยวซืออีกครั้ง หลังจากจัดงานศพให้พี่ชายแล้วเสี่ยวซือและลูกก็มาหาที่บ้าน พาเสี่ยวหลานมาทำความรู้จักกับญาติฝ่ายพ่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนตระกูลเดียวกันในขณะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น มีเพียงอาหยางคนเดียวเท่านั้นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง ปล่อยควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปกับสายลม วันนี้ฮอนและลูกจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เขาจึงไม่อยากจะต้องเสียน้ำตาต่อหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอโดยเฉลาะลูกชาย“ขอให้นายโชคดีนะฮอน”กล่าวสั้น ๆ ก่อนจะยืนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่อีกไม่นานหรอกความเจ็บมันก็จะหายไป เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งให้กลับคืนมาเป็นปกติภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างซุกซน อาม่านั่งมองและยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ เมื่อเห็นลูกหลานอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเช่นนี้ ฮอนรู
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบเก็บของ ฉันจะพากลับไปหาพี่ชายนาย”ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็ชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวว่าตนกับลูกจะหนีไปจากชีวิตงั้นสินะ“ใจคนเรามันไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ หรอก กลัวว่าฉันจะพาลูกหนีไปสินะ”“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันรู้แล้วว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ไม่ว่าอดีตจะทำร้ายเราแค่ไหนแต่มันก็เป็นได้แค่อดีต นายกับลูกคือปัจจุบันของฉัน เป็นความสุขที่ฉันไม่อยากให้หายไปจากชีวิต เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างพี่ชายนาย ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเสี่ยวซ่งก็แล้วกัน”“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าวันใดวันหนึ่งคิดจะทำร้ายฉันกับลูกหรอกนะ”“ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่มีวันทำร้ายคนที่ฉันรักหรอกนะ เสี่ยวซือ...ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับนายและลูกอย่างมีความสุข เราจะเป็นครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยกันเลี้ยงดูหลานหลานให้โตขึ้นเป็นคนดี ฉันเชื่อว่านายก็คิดแบบเดียวกัน”อาจูคว้ามือเรียวของร่างเล็กมาถือไว้ ส่งแววตาอันลึกซึ้งและจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนพร้อมจะดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันไ
“สำนึกผิดเรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องที่ทำให้นายไม่ชอบ ทุกเรื่องที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดและทรมานใจ ทุกเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพลาดเลยนั่นคือการพานายเข้าบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น”“ไม่จริง คุณพาผมมาเพราะหน้าผมเหมือนใครบางคนที่อยู่ในใจคุณ”“ก็ใช่ ในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รักมากกว่าคุณอี้เฟยซะอีก เชื่อฉันเถอะนะ รู้ไหมวันที่ไปวัดกันตอนนั้นฉันไปถอนคำสาบานที่เคยบอกว่าจะรักคุณอี้เฟยคนเดียวตลอดไป เพราะตอนนั้นฉันรักนายเข้าให้แล้ว เชื่อฉันเถอะนะฮอน”“ผมเชื่อคุณก็ได้ แต่ถึงยังไงผมก็จะพาลูกกลับเมืองไทย เราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันตั้งแต่แรก”กล่าวจบแล้วก็แกะมือเขาออก เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่แม้จะหันไปมอง นั่นเพราะตอนนี้แก้มทั้งสองแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันรู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่ได้ยินคำนี้ คำที่อยากได้ยินปากจากเขาอย่างจริงใจ หากทว่าตอนนี้มันสองจิตสองใจ ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปหรืออยู่จุดนี้ดีคนที่ยืนมองตามหลังรู้ดีว่ามันยากกับการได้ใจฮอนกลับคืนมา แต่ตนก็ยังจะรั้นสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้





![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

