LOGINรักป่า รักธรรมชาติ รักสาวน้อย ชื่อ ปรายฝน แต่ชีวิตไม่ได้มีเพียงแค่เรา เพราะยังมีการคิดต่างของผู้คน จึงทำให้ความรักมีปัญหา แต่ความสุขและความจริงใจระหว่างเรา
View Moreตอนที่1
รักใหม่ของแม่
ปลายเท้าเล็กซอยถี่ ๆ ทันทีที่ปิดประตูรั้วเรียบร้อย ดวงตากลมใสเปล่งประกายระยิบระยับ เมื่อเห็นว่ามีรถเก๋งคันใหม่เอี่ยมจอดอยู่ที่หน้าบ้านและเธอจำได้ว่านั่นเป็นรถของแม่ ที่ขับมาหาทุกปี
“คุณแม่ขา”
วุ้นเย็นเด็กหญิงวัยสิบสองปีร้องขึ้นด้วยความดีใจ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปกอดโสภา ผู้เป็นแม่ด้วย ความรักและคิดถึง โดยไม่ทันได้มองว่ายังมีคนอื่นนอกจากแม่และยายนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกด้วย
โสภาก็ทั้งกอดทั้งหอมวุ้นเย็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอ พอชื่นใจและหายคิดถึง ก็ดันเด็กหญิงออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“วุ้นเย็น นี่คุณอาวิชัย เจ้านายของแม่และ...กำลังจะเป็นพ่อเลี้ยงของหนูจ้ะ”
พูดพร้อมกับผายมือไปที่ชายวัยประมาณห้าสิบกว่า ๆ สวมชุดลำลองเรียบง่าย แต่กลับทำให้เรือนกายสูงใหญ่ดูภูมิฐาน วุ้นเส้นจำได้ว่าแม่โสภาเคยส่งรูปผู้ชายคนนี้มาให้ดูก่อนแล้ว รวมทั้งพูดให้ฟังบ่อย ๆ ว่าเจ้านายดีกับแม่มาก ทั้งให้เงินเดือนที่สูง ทั้งยังดูแลเรื่องที่พักที่อาศัยดี ๆ ให้ตั้งแต่ตอนที่แม่เข้าไปทำงานที่บริษัทเมื่อสามปีก่อน วุ้นเส้นไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ทำงานตำแหน่งอะไร รู้แค่ว่าเป็นเจ้านายที่แสนดีของแม่เท่านั้น และตอนนี้ก็จะกลายเป็นพ่อเลี้ยงตามที่แม่บอก นั่นก็แสดงว่าแม่กำลังจะแต่งงานกับเจ้านายแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณอา”
เด็กหญิงพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม ด้วยน้ำเสียงที่น่ารักและท่าทางที่น่าเอ็นดู วิชัยรับไหว้พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นอ่อนโยน
“สวัสดีครับ หนูวุ้นเย็น น่ารักอย่างที่คุณแม่เล่าให้ฟังจริง ๆ แต่ต่อไปนี้หนูต้องเรียกฉันว่าพ่อนะครับ เพราะต่อจากนี้ไป ฉันก็จะดูแลหนูกับแม่และทุกคนในครอบครัวด้วย”
น้ำเสียงที่อ่อนโยน กับรอยยิ้มที่ดูใจดี ทำให้เด็กหญิงรู้สึกผ่อนคลายและไว้ใจมากขึ้น เธอยิ้มรับ ก่อนจะถามออกมาตรง ๆ
“อย่างนี้ก็หมายความว่าคุณอากับคุณแม่จะแต่งงานกันใช่ไหมคะ”
“อื้อ!ยายวุ้น” โสภาดุลูกสาวผิวแก้มขาวเนียนแดงปลั่งด้วยความเขินอาย เพราะถึงวิชัยจะบอกรักและขอดูแลเธอกับลูก แต่ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องงานแต่งงานมาก่อนและเธอก็ไม่ได้คาดหวังด้วย แค่วิชัยพาเธอไปจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามตากฎหมายมันก็ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว
วิชัยหัวเราะเสียงดังด้วยความชอบใจ นึกเอ็นดูในความกล้าพูดกล้าถามของเด็กหญิงหน้าตาน่ารักอย่างวุ้นเย็นเป็นอย่างมาก
“ใช่แล้ว ฉันกำลังจะแต่งงานกับคุณแม่ของหนูเร็ว ๆ นี้ครับผม” วิชัยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น พร้อมทั้งปรายตามองโสภาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก
โสภานิ่งงันไปเพราะไม่คิดมาก่อนว่าวิชัยจะทำให้เธอถึงขนาดนี้ แต่วุ้นเย็นกลับร้องขึ้นมาด้วย ความยินดีและตื่นเต้น ตามประสาเด็กหญิงที่มองโลกในแง่ดี
“เย้ !ดีใจจังเลยค่ะหนูจะได้เห็นคุณแม่ใส่ชุดเจ้าสาวสวย ๆ ปกติคุณแม่ก็สวยมากอยู่แล้ว ถ้าได้สวมชุดแต่งงานสีขาวพอง ๆ ยาว ๆ เหมือนในซีรี่ คุณแม่จะต้องสวยมากแน่ ๆ เดินคล้องแขนกับคุณอาที่หล่อเหลาและใจดี ท่ามกลางกลีบดอกไม้และเสียงเพลงหวาน ๆ ว้าว! เป็นงานแต่งงานที่ โรแมนติกมากเลยค่ะ”
เด็กหญิงพูดพลางจินตนาการถึงงานแต่งตามแบละคร ที่เธอชอบดู แต่ภาพจินตนาการแสนหวานต้องดับลง เมื่อรู้สึกเจ็บนิด ๆ ที่แขน
“อุ๊ย! คุณแม่หยิกหนูทำไมคะ” วุ้นเย็นร้องเกินจริง กระพริบตาปริบ ๆ จนขนตางอนหนาสั่นไหวราวกับปีกผีเสื้อ
“คุณยายปล่อยให้ดูละครเยอะไปแล้ว ดูสิพูดจาเพ้อเจ้อใหญ่เลย” โสภาดุลุกสาวเบา ๆ ก่อนจะหันไปหาวิชัย พร้อมยิ้มอาย ๆ
“อย่าไปถือสาคำพูดลูกสาวของฉันเลยค่ะ แค่ที่คุณให้เกียรติรับฉันกับลูกไปดูแล ก็พอแล้วล่ะค่ะ เรื่องงานแต่งงานอะไรฉันไม่ได้..” โสภาพูดไม่ทันจบประโยค วิชัยก็คว้ามือบางของเธอไปกุมไว้ พร้อมกับทอดสายตามองด้วยความรัก
“ตอนแรกผมกะว่าจะเซอร์ไพรซคุณ แต่แม่หนูน้อยพูดออกมาขนาดนี้ ผมก็คงต้องบอกคุณว่าผมได้จัดเตรียมงานแต่งงานไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้รอแค่ชุดเจ้าสาวที่สั่งตัดเสร็จแล้วให้คุณไปลอง ถ้าไม่มีอะไรต้องแก้ งานแต่งงานระหว่างคุณกับผมก็จะถูกจัดขึ้นบนเรือสำราญในแม่น้ำเจ้าพระยาครับ”
“คุณวิชัย!”
โสภาตะลึงงัน นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน เธอไม่เคยสวมชุดแต่งงานแม้ในตอนที่แต่งกับพ่อของวุ้นเย็น ก็เพียงสวมชุดธรรมดา และผูกข้อไม้ข้อมือกันแค่ในหมู่ญาติพี่น้องเท่านั้น ด้วยฐานะทั้งสองฝ่ายที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เพราะเธอจบปริญญาตรีการบริหารและการจัดการ แต่สอบทำงานในที่ว่าการอำเภอได้เป็นนักวิชาการฝ่ายการเงินและการบัญชี เงินเดือนแค่หมื่นกว่าบาท ส่วนพ่อของวุ้นเย็น ก็เป็นครูอัตราจ้างที่เงินเดือนพอ ๆ กัน แต่ในตอนนั้นเธอก็คิดว่ามันดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว แต่เรื่องร้ายก็เข้ามาเมื่อพ่อของวุ้นเย็นเกิดอุบัติเหตุขณะที่พานักเรียนไปทัศนศึกษา เพราะกระโดดลงไปช่วยเด็กนักเรียนที่พลัดตกน้ำ
“ห่วงแม่นายของเราว่างั้น ฉันไม่ทิ้งแม่นายเธอหรอกน่า แต่เราดื่มกันที่โรงแรมก็ได้คุณผู้ช่วยจะได้ไม่ต้องห่วงเดียวเนอะ เออจะว่าไปก็น่าเป็นห่วงอยู่เว๊ย” รสสุคนธ์พูดแล้วมองดูแพรพรรณที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ขึ้นไปนอนที่ห้องไป ไม่ต้องห่วง” แม่นายใจเดียวบอกปรายฝน “ถ้าอยากให้อยู่ด้วย ปรา
“เด็กคงตกใจ” รสสุคนธ์บอก “เดียวรู้สึกแย่ ปูนนี้แล้วไปทำแบบนั้นกับเด็ก” ใจเดียวพูดขึ้น “แต่ถ้าถามรสก่อน รสอยากให้ทำแบบนั้น ถ้าไม่แสดงออกจะรู้ไหม ผลออกมาเป็นอย่างไร ก็ค่อยว่ากัน” รสสุคนธ์ยิ้มๆ แต่รอยยิ้มจางลงทันที เมื่อเห็นคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน “เหมือนนัดกันมาเ
พลบค่ำแล้วแต่ฝนคงยังตกหนักและท่าทางคงไม่หยุดตกเอาง่ายๆ แม่นายใจเดียวเลยตัดสินใจเข้าพักในโรงแรมที่ห้องพักเกือบเต็ม โดยเหลือห้องพักเพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้น “คงต้องนอนที่นี่ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ ขับรถฝ่าฝนไปมีหวังกลับไม่ถึงไร่แน่” แม่นายใจเดียวบอกกับปรายฝน “ยังไงก็ได้ค่ะ แต่คนท
ใช้ชีวิตตัวเองเก็บออมความสุขเอาไว้เช่นกัน เรื่องดวงฤทธิ์ที่เรียกร้องระคนทวงบุญคุณที่ดูแลเอาใจใส่ปรายฝนมาตั้งแต่เด็ก ปรายฝนให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง โดยให้รอซึ่งคนให้รอบอกไม้ได้ว่าต้องรอไปนานสักเท่าไร แต่ผู้ชายอย่างดวงฤทธิ์ไม่ได้สร้างความสุขขึ้นด้วยตัวเองมองเห็นความสุขด้วยการแสวงหาจากคนอื่น ส
จันจิรามองดูทิวารีที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องนอนมารดาของตัวเองทำเอาถึงกับถอนใจ ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างที่คิด เพราะถึงแม้จะเป็นเด็กสมัยใหม่ก็ตาม ถ้าหากเลือกได้ขอเป็นใจเดียวดีกว่า “แม่นะแม่ อยากได้น้าเดียว แล้วดูดู๊ทำอะไรลงไป” จันจิราพูดบ่น ทิวารีกำลังเตรียมอาหารมื้อเช้า เมื่
แพรพรรณรีบออกมาที่หน้าบ้านทันที เมื่อเห็นรถยนต์คันที่ลูกสาวขับออกไปกำลังเข้ามาจอด จันจิราดูร่าเริงสดใสไม่เห็นเหมือนตอนไปที่บ่นโน่นนี่อิดออดไม่อยากไปที่ไร่ใจเดียว “กลับเร็วไปนะ” แพรพรรณพูดขึ้น “แผนแม่ไม่สำเร็จ” จันจิราบอก “แค่ให้ไปแยกยายผู้ช่วยให้อยู่ห่างๆ น้าเดียว
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมยกเว้นระยะห่างที่แม่นายใจเดียวมอบให้ ซึ่งปรายฝนสัมผัสได้ตั้งแต่กลับมาจากในเมือง เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมีเพียงช่วงเวลาทำงาน เพราะหลังจากหมดเวลางานการพูดคุย การพูดเล่น การได้ใกล้ชิดกันต่างไปจากเดิม แต่ความรู้สึกของปรายฝนเหมือนดอกไม้ในใจเหี่ยวเฉาจากที่เคยตื่นเช้ารู้สึกกระปรี้กระเป
พลบค่ำแล้วแต่ฝนคงยังตกหนักและท่าทางคงไม่หยุดตกเอาง่ายๆ แม่นายใจเดียวเลยตัดสินใจเข้าพักในโรงแรมที่ห้องพักเกือบเต็ม โดยเหลือห้องพักเพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้น “คงต้องนอนที่นี่ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ ขับรถฝ่าฝนไปมีหวังกลับไม่ถึงไร่แน่” แม่นายใจเดียวบอกกับปรายฝน “ยังไงก็ได้ค่ะ แต่คนท