登入
พ่อผัวในตำนาน
ผู้เขียน : กาสะลอง
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว*
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
พ่อผัวในตำนาน
“ดาจ๊ะ… นี่พ่อรัมภ์… คุณพ่อของผม”
‘พีรพงษ์’ และนำ ‘ดาลัน’ กับ ‘ชรัมภ์’ ผู้เป็นบิดา ในวันที่พาดาลันเข้ามาอยู่ร่วมบ้าน ในฐานะ ‘เมีย’ ที่จะใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันต่อไปในอนาคต
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ”
ดาลันยกมือไหว้พ่อสามีที่เพิ่งมีโอกาสได้เจอกันครั้งแรก หล่อนเคยได้ยินชื่อของชรัมภ์มานาน เพราะว่าพีรพงษ์เคยเอ่ยออกมาให้ได้ยินบ่อยๆ เพียงแต่หล่อนยังไม่เคยเห็นหน้า… กระทั่งวันนี้
และสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวตะลึงมองพ่อสามี มองแล้วมองอีก ก็เพราะว่าพีรพงษ์ไม่เคยบอกว่าเขามีพ่อเป็นฝรั่ง หน้าตาคมคร้ามหล่อเหลาทำเอาใจสั่น รูปร่างสูงใหญ่ที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ความสูงน่าจะเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตร เนื้อตัวกำยำล่ำลันไปด้วยมัดกล้าม เส้นขนสีดำแผ่กระจายเป็นแพทั่วแผงอก เว้นไว้เฉพาะรอบๆ เม็ดหัวนมขนาดเท่าเม็ดถั่วแดง ที่ดาลันมองเห็นก็เพราะว่าพ่อสามีสวมเพียงกางเกงขาก๊วย หรือที่คนเหนือเรียกว่าเตี๋ยวสะดอ
หน้าตาของชรัมภ์ช่างคมคร้ามหล่อเหลาเหลือเกิน ผิวของเขาเป็นสีแทน คล้ายพวกลาตินอเมริกา ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีสนิมเหล็กคมกริบ เขาไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของ
พีรพงษ์ แต่เป็นพ่อเลี้ยงที่เลี้ยงดูพีรพงษ์มาตั้งแต่เล็ก“สวัสดีครับ… ”
ชรัมภ์ยกมือรับไหว้ลูกสะใภ้ สะดุดตากับหญิงสาววัยกำดัด ใบหน้าของดาลันสะสวยจนเขาตะลึงมอง ทรวดทรงของหล่อนช่างอรชรอ้อนแอ้น สะโพก อก เอวดูเซ็กซี่ ผิวพรรณขาวผ่องดูราวกับนางเอกหนังเอวีญี่ปุ่นยังไงยังงั้น
“ที่นี่เป็นบ้านนอก บ้านป่า ห่างไกลความเจริญ พ่อหวังว่าหนูจะปรับตัวอยู่ได้นะจ๊ะ”
เพราะหล่อนเรียกเขาว่า ‘พ่อ’ ชรัมภ์จึงต้องแทนตัวเองว่า ‘พ่อ’ กล่าวพลางแลไปรอบๆ บ้านไม้สักหลังใหญ่ โอบล้อมไว้ด้วยพงไพรพนา ด้านหลังเป็นภูเขาและน้ำตก ด้านหน้าเป็นทุ่งหญ้าและไร่องุ่นกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
“ดาชอบค่ะ… ที่นี่สวยมาก บรรยากาศดีมากค่ะคุณพ่อ ที่ผ่านๆ มาวันๆ ดาใช้ชีวิตอยู่แต่ในกรุงเทพฯ อยู่มานานหลายปีก็รู้สึกเบื่อค่ะ วันๆ เจอแต่มลพิษและรถติด รู้สึกดีมากๆ ค่ะที่ได้ออกมาเจอชนบทแบบนี้”
ดารันกล่าว ชรัมภ์ยิ้ม
“ดาจ๋า… รู้ว่าคุณชอบผมก็ดีใจ… ”
พีรพงษ์หอมแก้มดารัลเสียงดังฟอดโดยไม่เกรงใจพ่อที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“พ่อสั่งให้ป้าผินให้เตรียมห้องไว้แล้ว… พาเมียแกขึ้นบ้านก่อนเถอะเจ้าพีร์”
ชรัมภ์ผายมือเชื้อเชิญลูกชายกับลูกสะใภ้แสนสวยให้เข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ตอนนี้ข้าวปลาอาหารตั้งรอเอาไว้พร้อมอยู่ที่โต๊ะในครัว
‘ป้าผิน’ ที่ถูกกล่าวถึงเมื่อครู่ ก็คือหญิงสูงวัยอายุเฉียดหกสิบ เป็นคนคอยดูแลทำความสะอาดบ้านและหุงหาข้าวปลาอาหารให้กับชรัมภ์และคนงานในไร่อีกสิบกว่าชีวิตที่เขาจ้างไว้ทำงาน
แม้ว่าทุกวันนี้ชรัมภ์เป็นเจ้าของไร่องุ่นหลายร้อยไร่ แต่เขาก็ไม่ได้ลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
ฐานะของชรัมภ์ร่ำรวยเข้าขั้นเศรษฐี หลังจากได้รับมรดกจากบิดาซึ่งเป็นชาวอเมริกันเมื่อสิบปีก่อน เขาเอาเงินมรดกที่ได้รับมาซื้อไร่องุ่น ลงทุนจ้างคนงานหลายสิบคนไว้ทำงานในไร่ โดยมี ‘ลุงมั่น’ สามีของป้าผินช่วยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงดูแลคนงานแทนเขาอีกที
ด้วยทุกวันนี้ชรัมภ์มีงานอิดเรกที่ทำด้วยใจรักมานานกว่าสิบปี ด้วยเบื้องหลังฐานะเจ้าของไร่องุ่น ชรัมภ์คือศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ เขาเป็นประติมากรมีชื่อเสียงโด่งดังระดับชาติ แต่ด้วยความที่ชรัมภ์เป็นคนรักสันโดษ มีโลกส่วนตัวสูง ในแต่ละวันชรัมภ์มักจะเก็บตัวทำงานอยู่ในมุมสงบของตัวเอง ขลุกตัวอยู่กับงานปั้นและงานแกะสลักไม้ที่เขารัก
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความสามารถทางด้านศิลปะของชรัมภ์จะถ่ายทอดมาถึงพีรพงษ์ผู้เป็นลูกชายซึ่งเขาเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก แต่ที่ต่างออกไปก็คือพีรพงษ์ถนัดงานทางด้านจิตรกรรมมากกว่างานประติมากรรม ก็คือถนัด ‘วาด’ มากกว่า ‘ปั้น’
ทุกวันนี้พีรพงษ์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงระดับประเทศเช่นกัน ผู้คนในแวดวงศิลปะรู้จักเขาเป็นอย่างดี ด้วยฝีมือการเขียนภาพสีน้ำมันขั้นเทพที่กวาดรางวัลระดับประเทศและระดับโลกมาแล้วมากมาย
“ดูดเยอะๆ… วันนี้นมแม่คัดมากจนปวด”มือข้างหนึ่งโอบร่างของลูกน้อยแนบอก มืออีกข้างบีบหัวนมจนปลายยอดปูดพอง ขยับขยอกอยู่ในอุ้งปากของทารกน้อยดูดดึงกินนมจากเต้าเอร็ดอร่อย‘นมใหญ่เหลือเกิน… แม่คุณเอ๊ย’กำนันทองพึมพำอยู่ในใจ กลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก ตาจ้องมองริมฝีปากของเด็กน้อยกำลังครอบดูดปลายหัวนมชูชันขึ้นมาเป็นช่ออย่างนึกอิจฉา‘โอ้ว… ’กำนันทองยังคงอุทานอยู่ในใจ ตื่นเต้นจนท่อนเอ็นแข็งเป็นลำ ไม่อาจดึงสายตากลับมาจากภาพของทารกน้อยที่กำลังกะซวกดูดกินนมจนน้ำนมสีขาวเอ่อออกมาชุ่มอยู่รอบๆ ขอบปากจิ้มลิ้ม‘ใหญ่สุดๆ… ’กำนันทองยังคงพึมพำในใจ จ้องมองทารกดูดนมเสียงดังซ่วบๆ อย่างไร้เดียงสานั่งมองอยู่ครู่สั้นๆ จนรู้สึกได้ว่าแก่นกายของตัวเองตั้งลำคัดแข็งแทงตุงขึ้นมาจากกางเกงขาก๊วย“เอ่อ… พ่อขอไปนั่งรอข้างนอกนะ… ”กำนันทองกลัวว่าสะใภ้จะรู้ว่าพ่อผัวมีอารมณ์ จึงรีบขยับลุกขึ้นยืน หันหลังให้สะใภ้ ก้าวเดินออกไปเสียก่อนที่หล่อนจะเห็นความเป็นชายยาวใหญ่ตั้งลำตุงอยู่ในกางเกงขาก๊วยในเวลาต่อมาเมื่อเสร็จจากให้นมลูกแล้วกล่อมนอนจนหลับ วัลยาเดินออกมาจากห้อง เมื่อเห็นว่ากำนันทองไม่อยู่ในบ้าน จึงเดินออกมาที่หน้าบ้าน
กำนันทองหันมาตอบ วัลยารีบห้าม“โถ… ไม่ต้องหรอกค่ะ นอนห้องเดียวกันก็ได้ค่ะ… หนูกับลูกก็ตัวเล็กๆ นอนเตียงเดียวกันก็ได้จ้ะ แล้วหนูก็คงอยู่ไม่กี่วัน บางทีอาจจะไม่ถึงอาทิตย์ ไม่ต้องเสียเวลาจัดห้องให้ใหม่หรอกนะคะ รบกวนพ่อทองเปล่าๆ”คำพูดที่ได้ยิน ยิ่งทำให้พ่อผัวใจเต้นแรง.....“แต่ว่า… ผู้หญิงกับผู้ชาย…นอนห้องเดียวกันสองต่อสองคงไม่เหมาะมั้ง”พ่อผัวกล่าว“ใครว่าสองต่อสองล่ะจ๊ะ… นี่ไง… พ่อทองลืมหรือจ๊ะว่ายังมีอีกคน”วัลยาชี้มายังลูกน้อยที่หล่อนอุ้มไว้แนบอก“มันก็จริง… แต่… ”ไม่ทันที่กำนันทองจะพูดจบ สะใภ้แม่ลูกอ่อนก็ตัดบทด้วยการอุ้มลูกเดินนำเข้ามาในบ้านบ้านของกำนันทองแม้จะเป็นเพียงเรือนไม้หลังย่อม แต่ก็สะอาดสะอ้านน่าอยู่อาศัย.....“บ้านน่าอยู่จังค่ะพ่อทอง… ”หญิงสาวชม หลังจากเดินเข้าไปดูในห้องนอนที่มีทั้งฟูกทั้งเตียง ค่อยๆ วางร่างน้อยๆ ของลูกชายไว้ในมุ้งที่มีฟูกปูไว้กับพื้น ลูกชายของหล่อนกำลังหลับสนิท.....“มันคงไม่สะดวกสบายเหมือนบ้านที่กรุงเทพฯ ของหนู”กำนันทองกล่าว“แบบนี้ก็ได้อารมณ์นะคะ… ได้บรรยากาศดีค่ะ นอนมุ้งก็ได้ความรู้สึกไปอีกแบบ”วัลยามองมุ้งสี่สาย คลุมครอบฟูกปูนอนวางชิดผนัง
วัลยารู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่อุบัติเหตุเมื่อครู่ก็ทำให้กำนันทองรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กำนันทองอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองทรวงอกอวบใหญ่ของสะใภ้แม่ลูกอ่อน ผิวพรรณของหล่อนช่างเนียนขาว ทรวดทรงอวบอัดอะร้าอร่ามทำเอาคนมองใจเต้นแรง “แล้วนี่จะอยู่กี่วันจ๊ะ… ”กำนันทองถามขณะอุ้มร่างจ้ำม่ำของหลานชายไว้ในอ้อมอก“บรรยากาศดีจังค่ะ… ที่นี่อากาศดีมากเลยค่ะ ได้มาเห็นแล้วอยากอยู่สักอาทิตย์”วัลยาตอบขณะทอดสายตามองทิวเขาทาบทะมึนเป็นฉากหลังของไร่สับปะรด ยืดอกสูดเอาความบริสุทธิ์ของมวลอากาศไว้เต็มปอด แสงแดดลำสุดท้ายสาดทอประกายสีทองทาบทาไปทั่วไร่ นกกระยางฝูงใหญ่บินชักแถวเป็นแนวเส้นสีดำพาดผ่านแนวขอบฟ้าเบื้องทิศตะวันตก “วันนี้อากาศหนาวนะคะ… ”วัลยาเอามือลูบแขน กล่าวขณะทอดสายตาดูพระอาทิตย์สีแดงเหมือนไข่ดาว ลอยเรี่ยต่ำเกือบแตะสันเขา “ใช่… วันนี้หนาวกว่าเมื่อวาน ข่าวว่าอุณหภูมิจะลดต่ำลงจนถึงสิบห้าองศา”สันต์กล่าวตามที่ได้ฟังมาจากข่าวพยากรณ์อากาศเมื่อตอนเช้า อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองเรือนร่างเอิบอิ่มไปด้วยเลือดเนื้อวัยสาวสะพรั่งของลูกสะใภ้.....ในมุมที่วัลยายืนย้อนแสง กำนันทองมองจากทางด้านหลั
กำนันสอนลูกชายอย่างคนที่ผ่านการอาบน้ำร้อนมาก่อน ทว่าเรื่องนี้… ก็มีแต่สันต์และวัลยาเท่านั้นที่รู้ว่าปัญญามัน ‘ใหญ่’ กว่าที่สันต์แนะนำ“คราวนี้ผมผิดเองครับ… โมโหจัดจนลืมตัว ด่าเมียเสียๆ หายๆ กระชากแขนจนวัลย์เจ็บ โกรธมากจนต้องพาลูกหนีผม”สันต์สำนึกผิด เสียงเครือคล้ายจะร้องไห้“ไอ้ห่า… มึงนี่มันก็ร้ายเหลือเกิน มึงเป็นผู้ชายประเภทไหนกันวะ ผู้ชายที่ด่าเมีย… กล้าทำร้ายผู้หญิงเขาเรียกว่าหน้าตัวเมียโว้ย”กำนันทองด่าอย่างไม่ไว้หน้า สันต์นิ่งไม่เถียง รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนตรง… เป็นคนจริง… ไม่เคยนิ่งเฉยกับอะไรที่เห็นว่าไม่ถูกต้องคุยกันต่อมาอีกครู่สั้นๆ สันต์ก็กดวางสาย บอกไว้ว่าจะโทรไปถามที่บ้านพ่อแม่ของวัลยาที่เชียงใหม่ “หนูวัลย์… ไอ้สันต์มันบอกว่าจะโทรไปตามหนูที่บ้านเชียงใหม่”กำนันทองรีบบอกกับลูกสะใภ้“ไม่ต้องห่วงค่ะพ่อทอง.. หนูบอกแม่ไว้แล้วว่าให้หลอกว่าหนูอยู่ที่นั่น”จริงอย่างที่วัลยาคาดเดาเอาไว้ พอวางสายจากกำนันทองผู้เป็นบิดา สันต์ก็โทรไปเชียงใหม่ แต่นางยุพาแม่ของวัลยาก็แกล้งโกหกไปตามแผน สันต์บอกว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้จะไปรับลูกเมียกลับบ้าน แต่แม่ของวัลยาก็บอกตามที่ลูกสาวสั่งเอาไว้ว่ายั
ก่อนจะพบว่าเป็น ‘วัลยา’ สะใภ้ของตนกำลังอุ้มลูกชายในวัยขวบกว่าๆ ลงมาจากรถกระบะ มืออีกข้างหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้ามาในบ้าน“สวัสดีจ้ะพ่อทอง”วัลยายกมือไหว้พ่อสามี เรียกกำนันทองว่า ‘พ่อ’ เพราะหล่อนมีศักดิ์เป็นลูกสะใภ้ของชายผู้นี้“หนูวัลย์นี่เอง… พ่อนึกว่าใคร ไปยังไงมายังไงกันล่ะนี่… แล้วนี่มากับลูกสองคนหรือ?”กำนันทองเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นสะใภ้อุ้มลูกชายในวัยขวบกว่าๆ ลงมาจากรถเพียงลำพัง… ไร้เงาของสามี “ค่ะพ่อ… หนูมาสองคนกับลูกจ้ะ”วัลยาตอบ“อ้าว… แล้วไอ้สันต์ล่ะ ทำไมมันปล่อยให้หนูกับลูกมากันสองคนลำพัง”กำนันทองถามถึงลูกชายของตน ทว่าถามยังไม่ทันขาดคำ ก็มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือ แสงที่สว่างวาบขึ้นบนหน้าจอ ทำให้เห็นว่าเป็นเบอร์ของ ‘สันต์’ ผู้เป็นลูกชาย“ไอ้สันต์โทรเข้ามาพอดี… ”กำนันทองกล่าวขณะที่ตายังจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และในจังหวะที่กำลังจะกดรับอยู่แล้วเชียว วัลยารีบยกมือห้ามและร้องบอก“เดี๋ยวจ้ะ… เอ่อ… ถ้าพี่สันต์ถามถึงหนูกับลูก… พ่อทองอย่าบอกนะว่าหนูกับลูกมาที่นี่”ประโยคที่ได้ยินจากปากของสะใภ้แม่ลูกอ่อน ทำให้กำนันทองขมวดคิ้ว“นี่แสดงว่าทะเลาะกันม
“งือออออ… เสียวเหลือเกิน”ดวงตาของบุหงาหลับพริ้ม…ความเอมอิ่มซาบซ่านพลุ่งพล่านอยู่ข้างในจนอธิบายไม่ถูก รู้เพียงว่าความสุขกำลังแผ่ซ่านแทรกซึมอยู่ข้างใน“ลุงดินน์รักหนูนะ… ”ลุงดินน์ที่หงายอยู่ด้านล่างผงกศีรษะขึ้นมาจูบไซ้ดูดนมสองเต้าสลับไปมาอย่างหลงใหล“ลุงแดนน์ก็รักหนู… ”แดนทรวงที่ประกบอยู่ด้านหลังกระซิบเสียงกระเส่าข้างใบหูลำเนื้อยังครูดถูกับรูเบาๆ ในวินาทีที่กลีบสาวของบุหงายังขมิบตอดไม่หยุด“หนูก็รักลุงทั้งสองคนค่ะ … ”บุหงารู้สึกว่าชายสองคนนี้คือคนเดียวกัน…สมองสั่งการว่าอย่างนั้น ตอนแก่นกายทั้งสองสอดประสานในรูเดียวกันยิ่งให้ความรู้สึกซาบซ่านแบบคูณสองจึงไม่แปลกที่ทำให้อารมณ์ของหล่อนพุ่งทะยานไปถึงสวรรค์อย่างแรง“อยู่ต่อได้ไหม… ”ถ้าจะขอให้อยู่ที่นี่ตลอดไปกลัวว่าหล่อนจะรู้สึกว่าโดนผูกมัด บดินทร์ที่หงายอยู่ด้านล่างเอ่ยถาม เขาอยากให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นไปโดยความสมัครใจของบุหงา“ได้ค่ะ… หนูจะอยู่ต่ออีกสักอาทิตย์”บุหงาหลงใหลบรรยากาศที่นี่ แต่ที่น่าหลงใหลยิ่งกว่าบรรยากาศก็คือลุงทั้งสองนี่แหละที่นี่เงียบสงบมาก โอบล้อมไว้ด้วยธรรมชาติป่าเขา เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเขียนนิยายซึ่งเป็







