Beranda / โรแมนติก / พ่ายรัก ทัณฑ์หัวใจ / เหตุบังเอิญหรือโชคชะตา

Share

เหตุบังเอิญหรือโชคชะตา

last update Tanggal publikasi: 2026-07-02 10:31:38

 

เสียงทุ้มที่เปล่งดังของอีกคน เรียกสติสัมปชัญญะ ทุกส่วนของร่างกายรติกาลกลับมาปรกติเหมือนเดิม “ อะ อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ” จากที่มองหน้าอีกคน รติกาลก็หันมายังอีกต้นเสียงหนึ่งและตอบคำถาม

ท่าทางเงอะงะของหญิงสาวผู้นั้นทำให้ นัยน์ตาสีฟ้าต้องหรี่มองอย่างพินิจใหม่อีกครั้ง แต่ภายในใจรู้สึกหงุดหงิดที่เขาถามไปหลายครั้งแต่ไม่คิดตอบ แต่เมื่อเมลสันถามไปแค่ครั้งเดียว หล่อนก็ตอบทันที

“มาวิ่งตัดหน้ารถ หรือคิดจะหาเงินโดยวิธีการนี้หรือ?”  อารมณ์ที่มาแบบไม่รู้ตัวโพลงออกมา

 “คุณว่าไงนะ?”

ทั้งที่หูไม่ฝาด  แต่เธออดถามซ้ำไม่ได้  นี่หรือคำพูดของคนก่อนหน้านั้นที่เธอหลงซาบซึ้ง

ไหล่หนายกขึ้นอย่างไม่แคร์ อีกทั้งไม่คิดพูดซ้ำ เมลสันหน้าเจื่อนลง ไม่คิดว่าคำพูดนั้นจะเป็นของเฮริค

 “ ดิฉันไม่ได้คิด”  รติกาลตัดสินใจตอบกลับ และเขาก็สวนกลับมาทันที

            “จะให้ผมเชื่อได้ไงว่าคุณไม่ได้คิดแบบนั้น” สายตายังไม่ละจากร่างอรชรบอบบางในเสื้อผ้ารัดกุม

ริมฝีปากบางกัดเม้มจนสนิทแน่น ...คำพูดอาจจะไม่เชื่อกันได้ เธอเข้าใจ เพราะคนสมัยนี้อยู่บนความหวาดระแวงไม่ว่าเวลาใด ไม่เลือกเพศเลือกเวลา พวกมิจฉาชีพอยู่ได้ทั่วทุกพื้นที่ หากแต่สำหรับเธอมันไม่ใช่! ยิ่งสายตาที่มองอย่างดูถูก ทำให้เธอรู้สึกกลายเป็นคนชั้นต่ำในสายตาเขา ส่งผลให้คนที่มีศักดิ์ศรีอย่างเธอ กล้าพอโต้กลับไป เมื่อสิ่งที่เขากล่าวหามา ไม่จริง

“หึ หากคุณเอาความคิดคุณมาเป็นบรรทัดฐานในการถามดิฉัน ขอให้คุณกลับไปคิดใหม่นะคะ เพราะดิฉันยังมีงานต้องทำและมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอีกเยอะ ไม่ยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงกะแค่ผลที่จะตามมาแบบไม่รู้ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้ม”

มาเฟียหนุ่มรูปงาม ออกอาการเหวอ ก่อนจะแปลเปลี่ยน โกรธเคือง “นิเธอ!” นิ้วชี้เรียวยาวชี้ไปยังคนปากกล้าตรงหน้า

เมลสันที่ยืนอยู่ใกล้รู้สึกบรรยากาศไม่ค่อยดี เขารู้สึกฉงน ผิดคาด ทั้งที่จริงก่อนหน้า เฮริคดูจะสนใจผู้หญิงคนนี้ด้วยซ้ำ...

จะห้ามรึ? เมลสันก็ไม่กล้าเสี่ยง “เอ่อ... นาย ” แม้จะมีเสี่ยงกลับลูกหลงอยู่บ้าง แต่เมลสันไม่อาจปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น อีกทั้งไม่ต้องการให้เพื่อนรัก ยืนทะเลาะกับผู้หญิงในที่สาธารณะโจ่งแจ้งแบบนี้ ไม่เหมาะ ที่ สำคัญเขาเห็นว่ากล่องสีแดงสดเปิดอ้า?

“อย่ามาเรียกนะเมลสัน” คนถูกขัด ร้องห้ามเสียงขุ่น

หากมีอะไรเข้ามาขวางตอนนี้ เขาอาจยั้งใจไม่อยู่กระชากสิ่งกวนใจมาลงทัณฑ์ให้หนำใจ แต่เมื่อคิด ว่าเมลสันคงหวังดีถึงได้เรียก จึงปรับอารมณ์และเอ่ยถาม

“มีอะไร ว่ามา”

“ผมขับรถไม่ดูทางเองครับ” และนั้น เฮริคได้แต่ขบกรามแน่น เพราะนั่น เท่ากับว่า เขาเป็นคนไม่มีเหตุผลและหาเรื่องผู้หญิง!

เมลสันหลุบตาต่ำ ลุแก่โทษ ก่อนจะหันไปกล่าวกับสาวสวย “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ผมละกลัวคุณจะเจ็บ ขอโทษนะครับ” เมลสันเอ่ยอย่างสุภาพ เป็นการตัดจบ  และนั้นทำให้เฮริครู้สึกขัดนัยน์ตาเป็นอย่างมาจนต้องเบนสายตาไปทางอื่น

            “ขอบคุณค่ะที่ถาม ดิฉันไม่ได้เป็นอะไร แต่ที่เป็นมากคือใจของคนบางคนมากกว่า หากไม่มีอะไรแล้วดิฉันต้องขอตัวก่อน” รติกาลอดเหล่ตา และอดทิ้งน้ำหนักเสียง ให้ไปกระแทกอีกคนที่กำลังมองฟ้ามองอากาศ อย่างกับไม่เคยเห็นบรรยากาศแถวนี้ไม่ได้

“เธอนี่มัน!” คนโดนกระแทกด้วยคำพูดและสายตา รู้ตัวดี ร่ำๆ จะบีบคองามระหงที่บังอาจทำให้เขาเสียเวลา เมลสันได้แต่กดยิ้ม พร้อมส่งสายตาห้ามเพื่อนชายไปในตัว 

“คุณไม่เป็นอะไรจริงๆหรือครับ” เมลสันถามย้ำอีกครั้ง พร้อมใช้สายตาสำรวจไล่ไปตามร่างบางระหง ด้วยความเป็นห่วงจากใจ

“อ้อ ค่ะ ไม่เจ็บ” เธอบอกตามความเป็นจริงพร้อมยิ้มบางๆให้

“หึ ให้ค่าทำขวัญไปหน่อยสิ เมลสัน” คนถูกเมินแทรกขึ้น อย่างหมั่นไส้

“หะ ครับ” สิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน ทำเอาเมลสันอึ้งไปแต่ก็รีบทำตามทันที

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายล้วงกระเป๋าหนังใบเล็กออกมา รติกาลจึงรีบร้องห้ามออกไปเช่นกัน “ไม่ต้อง บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไง ขอโทษนะคะดิฉันขอตัว” เธอตัดปัญหาจึงรีบเบี่ยงตัวเพื่อเลี่ยงออกไป ที่สำคัญเธอไม่ต้องการเงิน แค่อีกฝ่ายน้ำใจไต่ถาม มันก็มากพอสำหรับเธอ

“จะไปไหน? หยิ่งก็เป็น” ประโยคแรกเหมือนจะเป็นคำสั่งที่จะรั้งให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ หากแต่กลับต่อประโยคหลังให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่น พร้อมแขนแกร่งยื่นกั้นห่างแค่เพียงนิดหน้าอกเต่งตึงคู่งามเกือบสัมผัสแขนนั้นอย่างไม่ตั้งใจ

เท้าเรียวหยุดกึก “อะไรของคุณ?” เสียงแหลมร้องถาม พร้อมมือเรียวสะบัดแขนตรงหน้า ออกห่างจากหน้าอก ด้วยความตกใจ

ตุ้บๆๆ!...

เสียงสิ่งของกระเด็นกระดอน เรียกสายตาบุคคลทั้งสาม ให้ตะลึงค้าง และจับจ้องเจ้าสิ่งนั้น ที่กระเด็นกระดอนหลุนๆ ในสภาพฝาเปิดอ้า โดยเฮริคและเมลสันใจหายวาบ แต่เวลานั้น ไม่อาจทำให้ใคร ก้าวขาออกไปคว้าไว้ได้ จนกระทั้ง หล่นลงไปในคูระบายน้ำต่อหน้าต่อตา ก่อนจะหายลับไปจากสายตา และชั่วอึดใจหลังจากนั้น สติทุกคนกลับมา

“นิเธอ ทำอะไรลงไป!?” เสียงแข็งกระด้างเอ่ยกร้าวพร้อมตาคมเข้มจิกมองจนน่ากลัว

เมลสันที่ยืนอยู่ไม่ห่างก็ตกใจไม่แพ้กัน เริ่มร้อนๆ หนาวๆ เตรียมรอเสือใหญ่อาละวาด

“ฮะ?” ตากลมโตเกือบถลนมองเป็นเครื่องหมายคำถาม

“คุณทำของผมตกลงท่อ”

“มะ มันเกี่ยวอะไรกับดิฉันด้วยล่ะ” เธอตอบน้ำเสียงขลุกขลัก ไม่เข้าใจ พวกแต่งตัวดีขึ้นมาครามครัน

“ก็เธอเป็นคนปัดของ ของฉันกระเด็นตกลงไป แล้วรู้ไหมว่าของของฉันราคาเท่าไหร่ เพชรที่ใช้กี่กะรัตเธอรู้เปล่า ห๊ะ?”  

รติกาลได้แต่เบิกตากว้าง เธอไม่ได้ตกใจกับราคาเพชรกี่กะรัต แต่ตกใจที่อีกฝ่ายยัดเยียดข้อหาให้ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเธอ เขาเองต่างหากที่ไม่ระวังหรือเรียกว่าเซ่อซ่าเอาของมีค่ามาถือไว้จนเป็นเหตุ

 “ฉันจะไปรู้ราคาของคุณเหรอ ฉันไม่เกี่ยว ฉันต้องไปแล้วล่ะ ฉันมีงานต้องทำ...” เมื่อคนตรงหน้ากลายเป็นคนไม่มีเหตุผล เธอก็เป็นได้เช่นกัน “หลีกค่ะ” เธอบอกอีกครั้ง รู้สึกอึดอัด เริ่มไม่สบอารมณ์คนตรงหน้าที่พยายามทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่นั้น

            “เธอยังไปไหนไม่ได้!” เสียงนั้นคล้ายคำสั่งที่อีกฝ่ายต้องทำตาม และเขาไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียว มือคว้าหมับบนข้อมือเรียว พร้อมบีบกระชับเหมือนเป็นการบีบบังคับให้อีกคนทำตามคำสั่งของเขา

เมลสันได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่านายของตนจะคิดว่าสาวสวยเป็นคนก่อเรื่อง หากแต่จะร้องห้ามกลัวเป็นการกระตุ้นให้ต่อมโทสะเจ้านายสูงขึ้น เพราะคิดว่าคนของตนเองกำลังปกป้องคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้านายของตัวเอง...

“เจ็บนะ ปล่อย!” เธอบอก หากแต่สายตากวาดไปเห็นว่าพวกตนกำลังเป็นจุดสนใจของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา จึงเบาเสียงลง

“แหวนฉัน... เธอต้องชดใช้ให้ฉัน ไม่เช่นนั้นเธอกลับไปหน้าไม่สวยแน่” เขาขู่กระซิบน้ำเสียงกดต่ำขยับบอกชิดริมหูขาวสะอาด

กลิ่นหอมอ่อนๆ ตามไรผมที่สะบัดไหวตามสายลมพร้อมกลิ่นหอมจางๆปะทะจมูกโด่งเป็นสัน จนเจ้าของจมูกโด่งอดใจไม่ไหว เผลอสูดเข้าไปจนเต็มปอด เลือดลมในกายตีแผ่กระจายตอบสนองกลิ่นสาบสาวข้างกาย จนรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเต้นผิดจังหวะ ยิ่งกว่าตอนเขาเพ่งมองริมฝีปากหล่อนเสียอีก 

เฮริครีบผละห่าง เมื่อนึกได้ว่าตนเองเสียเวลามามากพอแล้ว ที่สำคัญเขามีนัดถึงสองแห่ง

 “....” ตากลมโตตะลึงนิ่งไปเป็นครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเมื่อได้สติ “อย่าเอาความป่าเถื่อนของคุณมาใช้กับคนอย่างพวกเรา” น้ำเสียงหนักแน่นเอ่ยบอก ตอนนี้แค่หน้าตาหล่อเหลา ก็ไม่สามารถเรียกความรู้สึกปลาบปลื้มก่อนหน้ากลับมาได้

“เธอรู้หรือว่าฉันไม่ใช่คนไทย”

“ไม่... หรือถึงเป็นก็แค่ลูกครึ่ง”

“ลูกครึ่งแล้วทำไม มันไม่ดีตรงไหน?”

“ก็แล้วมันดีหรือเปล่าล่ะ มายัดเยียดข้อหาแถมขู่กรรโชกทำร้ายร่างกาย มันน่าภูมิใจหรือไง หากคนไทยมีนิสัยแบบนี้”

“จะปากดีมากไปแล้วนะ” กรามหนาบดเข้าหากันจนสันนูน แม้หน้าตาจะไม่ใช่ไทยแท้แต่เขาก็รักความเป็นไทยที่คนเป็นแม่สอนไว้เสมอ ‘เกิดเป็นคนไทยแม้จะครึ่งหนึ่งแต่ก็มีหัวใจดวงเดียวเหมือนกัน รักสามัคคีไม่เบียดเบียนคนที่อ่อนแอกว่าเป็นใช้ได้’คำสอนที่เขาจำขึ้นใจ

แต่กับผู้หญิงคนนี้ ไม่รู้สินะ เขาจะเห็นเธออ่อนแอกว่าหรือไม่ ในเมื่อหล่อนเถียงคำไม่ตกฟาก และตอนนี้เขามีเกมเล่นใหม่อีกแล้ว...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พ่ายรัก ทัณฑ์หัวใจ   วันสำคัญของชีวิตคู่

    วันสำคัญของชีวิตคู่งานแต่งผ่านไปด้วยความเรียบร้อย บ่าวสาวถูกส่งตัวขึ้นห้อง ซึ่งห้องนอนปนัดดาถูกจัดแต่งเป็นห้องหอ โดยมีเสี่ยเกรียงที่หันไปเข้าวัดเข้าวา จนกลายเป็นที่ไว้วางใจของปนัดดา ทำตัวเป็นพ่องาน ซึ่งช่วยให้แม่ของเธอหายเหนื่อยไปได้เยอะเมื่อทุกคนเข้ามาอยู่กันในห้องบ่าวสาวพร้อมหน้า ปริ่มกล่าวคำอวยพรโดยเสี่ยเกรียงได้รับเกียรติให้เป็นผู้ใหญ่ อวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยเช่นกัน ก่อนจะพากันออกจากห้องไป เพื่อให้บ่าวสาวได้พักผ่อนเมื่อไม่มีคนนอก บรรยากาศในห้อง ก็เต็มไปด้วยเสียงเต้นของหัวใจ ความรู้สึกแปลกใหม่ในวันสำคัญของชีวิตคู่ อย่างแท้จริง... แม้จะอยู่ด้วยกันเกือบทุกวัน แต่เมื่อถึงวันสำคัญ เมื่อถึงวันนี้ ทั้งคู่ก็ยังเกิดความเกร็ง“ลุกขึ้นเถอะ” มนัสบอก พร้อมประคองเจ้าสาวลุกขึ้นจากที่นั่งอยู่ แล้วพากันนั่งลงบนขอบเตียง “เราจะไปเที่ยวฮันนีมูนที่ไหนดี” มนัสเอ่ยขึ้นหลังจากที่เริ่มปรับความรู้สึกตื่นเต้นลง ใบหน้างามหันมามอง“แล้วแต่พี่ หากปลีกตัวออกจากงานได้” เธอรู้ว่างานรัดตัวเขามากแค่ไหน เรื่องฮันนีมูนจึงไม่จำเป็นสำหรับเธอนัก “พี่ต้องจัดการได้อยู่แล้ว ดาเถอะเตรียมตัวให้ ‘ว่าง’ ไว

  • พ่ายรัก ทัณฑ์หัวใจ   ขวัญเอ๊ยขวัญมา

    ขวัญเอ๊ยขวัญมาเธอหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน สภาพของหญิงสาวผมทอง... คลุ้มคลั่ง เพราะหลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลาย หล่อนก็ฟื้นขึ้นมา พร้อมกับอาละวาดดึงทึ้งผมของตัวเอง พูดจาวกวน ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกขยายกว้าง ไล่ตีทุกคนที่เข้าใกล้ แม้แต่เธอก็ถูกผลักกระเด็นเมื่อพยายามเข้าไปปลอบขวัญ หล่อนไม่รู้จักใคร! จนต้องช่วยกันจับแล้วมัดมือมัดเท้าส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน และผลตรวจข้างต้น หล่อนไม่ได้ถูกข่มขืนแต่อย่างใด นั่นทำให้เสี่ยเกรียงและเธอเบาใจลง ส่วนอาการคลุ้มคลั่งที่เกิดขึ้นต้องดูอาการไปอีกสักระยะ“ขวัญเอ๊ยขวัญมา” เขาเรียกขวัญ อย่างกับเธอเป็นเด็กตัวเล็กๆ“พี่อย่าไปมีผู้หญิงที่ไหนอีกนะ ดากลัว”“ไม่มีครับ จะมีแค่ดาคนเดียว คนที่ผมรักหมดใจ และจะจูงมือเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน” เธอรู้สึกปลื้มในอก เอนตัวก้มลงซบไหล่หนา“ดาคงทนไม่ได้ หากวันนี้ไม่ได้นั่งอยู่ในอ้อมกอดพี่”“เหมือนกัน” เขาตอบด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากคนบนตัก ก่อนจะประคองดวงหน้าแล้วประกบจูบเรียกขวัญซึ่งกันและกันอย่างดูดดื่ม...ปนัชดากลับมาทำงานอีกครั้ง ด้วยความใจอ่อนของมนัส แต่หลังจากแต่งงานกันแล้ว มนัสยื่นคำขาดขอให้เธออยู่บ้าน เพื่อเป็นแม่บ้านอย่างเต็ม

  • พ่ายรัก ทัณฑ์หัวใจ   รวบรัดไปไว้ในอ้อมกอด

    รวบรัดไปไว้ในอ้อมกอดแรงดึง ทำให้ปนัดดาหันมามอง “อึ๋ย ปล่อยดิ มาจับไว้ทำไม” เธอร้องถามพร้อมทำหน้าบูดเบี้ยว แต่คนโดนถามกลับไหวไหล่ พร้อมกันนั้น ก็ดึงร่างบางให้นั่งลงบนตักอุ่นของเขาหน้าตาเฉย!ปนัดดาหน้าชา เมื่ออีกคนเล่นบทหวามแต่เช้า “บ้า ทำแบบนี้ เดี๋ยวใครก็มาเห็นหรอก”“เอ้า ผัวเมียจะหวานกัน ลองใครมายุ่งสิ จะจูบโชว์ให้ดู”คนพูดพร้อมทำหน้าทะเล้นก้มมาหา ปนัดดาย่นคอหนี ค้อนให้ จะงอนต่อก็ทำไม่ลง“คิดถึงคุณจัง” เขาบอกพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เหมือนต้องการย้ำให้รู้ว่านี่คือความจริงที่กำลังเกิดขึ้นจริงแล้วปนัดดาน้ำตารื้นคั่งหน่วยตา เธอไม่ได้กอดตอบ เพราะเขารวบไปไว้ในอ้อมกอดหมดแล้วตั้งแต่แรก เธอจึงเอียงหน้าซบลงบนศีรษะทุยหอมกรุ่นแทน“เรามาคืนดีกันนะ”“ทำไมต้องคืนดีกันล่ะ ไม่ได้โกรธกันสักหน่อย” เธอว่า อีกฝ่ายดันร่างบางบนตักออกห่างเพียงนิด เพื่อสบตาคนพูด“แน่ใจ?” น้ำเสียงจริงจัง หากแต่ใบหน้าที่เคยมีแววกังวลอยู่เต็มเปี่ยม บัดนี้ฉายชัดถึงความสุขในแววตาอย่างเปี่ยมล้นปนัดดาหน้าเจื่อน รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ...นี่เธอ ทำลายความรู้สึกเขามากมาย ถึงเพียงนี้เลยหรอ“พี่มนัส...” คนสำนึกผิดเอ่ยเรีย

  • พ่ายรัก ทัณฑ์หัวใจ   การคิดเองเออเอง

    การคิดเองเออเองใบหน้าคมเข้มแฝงไปด้วยความน้อยใจ ก้มหน้ามองพื้น รู้สึกความร้อนแล่นไปจุกอยู่ที่หน่วยตา ก่อนจะรีบขยับเปลือกตาเพื่อผ่อนคลายจุดนั้น“ฉันเชื่อว่าลูกสาวฉันมองคนไม่ผิด...แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง” นางถามไปเรื่องอื่นเฉย มนัสจึงปรับเปลี่ยนอารมณ์ตามเกือบไม่ทัน“ยังครับ”“อย่าบอกนะว่าเครียดลงกระเพราะ” คนสูงวัยร้องถามพร้อมกับยิ้มกริ่ม มนัสยิ้มอายๆ แต่ไม่ตอบ นางจึงสรุปว่าที่นางเดาเป็นเรื่องจริง“จะเป็นเจ้าบ่าวอยู่ไม่กี่วันข้างหน้า ต้องดูแลตัวเองบ้าง ใครไม่รักตัวก็ช่าง ขอให้เรา รักตัวเราเองก็พอ” นางให้ข้อคิด“ผมรับฟัง แต่ให้ทำ คงทำไม่ได้... เพราะผมรักปนัดดา เกินกว่าจะปล่อยให้เธอเจ็บปวด ด้วยการคิดเองเออเองอยู่เพียงลำพัง”คำพูดนั้น เขาไม่รู้หรอกว่ามีใครบางคน ซึ่งนอนจมน้ำตา อยู่เพียงลำพังบนเตียงนอน ยิ้มกว้าง ชื่นชมชายหนุ่มอยู่ในใจ...“ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ ประเดี๋ยวเรื่องดีๆก็ผ่านเข้ามา” นางเอ่ยเป็นนัย วกกลับมาเรื่องอาหารการกินอีกครั้ง ครั้งนี้นางหว่านล้อม จนว่าที่ลูกเขยเดินตามหลังเข้าห้องครัวไปจนได้“จะนอนที่นี่ หรือจะกลับไปทำงานต่อล่ะ” เมื่อเห็นว่ามนัสรวบช้อนและดื่มน

  • พ่ายรัก ทัณฑ์หัวใจ   ไม่ถือโทษ

    ไม่ถือโทษไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เมลสันก็มายืนอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยพิเศษ มนัสที่เดินอยู่ด้านนอก เมื่อผันมาเห็น ก็เดินปรี่เข้ามา “ฉันเสียใจ...” มนัสเอ่ยขึ้น แต่เมลสันได้ยกมือห้ามไว้และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ฉันคิดไว้แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่ไม่คิดว่า เบลล่าจะดึงคนรักนายมาเอี่ยวด้วย น้องฉันร้ายนัก”มนัสหน้าเจื่อน เมื่อรู้แล้วว่าเมลสันทำใจกับเรื่องนี้มาแล้ว และรู้เรื่องเบลล่ามาเมืองไทยด้วยสีหน้าไม่สู้ดีของมนัส เมลสันอดยิ้มเยือนไม่ได้ เพราะเขาไม่มีอะไรติดใจกับเรื่องที่ขึ้น ตนเองเสียอีกที่รู้สึกเสียใจกับการกระทำที่ขาดความยั้งคิดของเบลล่า หากปนัดดาถูกปล่อยออกนอกชายแดน คงยากจะได้ตัวคืน!“ฉันรู้ว่าเบลล่ามาเมืองไทย เพื่อมาง้อคืนดีนาย”“...ฉันคิดว่า เบลล่าจะปิดนาย เรื่องการมาเมืองไทยซะอีก”“จะปิดได้ยังไง ก็โทร.หาฉันเกือบทุกวัน แล้วฉันนี่แหละที่โอนเงินให้ใช้อยู่ทุกอาทิตย์ แล้วก็ทนฟังเรื่องนายจากปากของเธอ แต่ฉันไม่สนใจ ทำเป็นหูทวนลม แค่โอนเงินให้ หล่อนก็เลิกพร่ำไปเอง แต่เหมือนเดิม เบลล่าไม่เคยรู้คุณค่าของเงิน จ่ายเงินเป็นเบี้ยและไม่คิดหางานทำเพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง แต่ทุกบา

  • พ่ายรัก ทัณฑ์หัวใจ   ปลอบขวัญกันและกัน

    ปลอบขวัญกันและกันเมื่อถึงโรงพยาบาลกลายเป็นเขาที่มาช้าที่สุด เพราะทันที่ ที่เขาเดินเข้าไปถึง ซึ่งจุดอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เขาเห็นแม่ปริ่มยืนกอดปนัดดาอยู่และมีเสี่ยเกรียงยืนอยู่ข้างๆมนัสใจชื่นขึ้น หล่อนอยู่โรงพยาบาลไม่ได้เป็นผู้ป่วยอย่างที่เข้าใจแต่แรก...“ปนัดดา...” เขาเรียกชื่อหล่อนออกไป เจ้าของชื่อที่ซบอกอุ่นมารดา เงยหน้าขึ้น สายตานั้นว่างเปล่าจนเขารู้สึกใจหาย“ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”นั่น! มนัสหน้าเสีย ทำอะไรไม่ถูก เหมือนหมัดน็อกดีๆนี่เอง“ไม่ลูก ใจเย็นๆ ลูก” ปริ่มปรามลูกสาวในอ้อมกอดเบาๆ“ไม่ ผู้ชายหลอกลวง ดาไม่อยากเห็นหน้าเขา”น้ำเสียงชิงชังบวกกับสายตาตัดพ้อของคนรัก มนัสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เขาผิดหรือ? มนัสได้แต่ถามตัวเอง โดยเท้าหนายังคงถูกตรึงอยู่กับที่ รู้สึกปวดแปลบในอก แทนที่จะได้กอดปลอบขวัญกันและกัน กลายเป็นว่าเขามาที่นี่ เพื่อให้หล่อนผลักลงเหว “ใจเย็นๆ นะหนูดา เดี๋ยวฉันจะไปถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อน” เสี่ยเกรียงเอ่ยขึ้น แล้วผละจากสองแม่ลูก แล้วมาโอบไหล่ชายหนุ่มที่ตอนนี้ มีสีหน้าหม่นเศร้าอย่างเห็นได้ชัด“ไปไหนครับ?” มนัสถามอย่างแปลกใจ เมื่อชายสูงวัยรั้งไหล่เขาให้เดินออกมา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status