LOGINความรักไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะ... แต่ในเมื่อเธอดื้อรั้นเกินกว่าจะควบคุม 'มาตรการขั้นเด็ดขาด' จึงถูกนำมาใช้ เพื่อกักขังผู้หญิงที่เขาแอบรักให้อยู่ในโอวาท ‘มนัส’ จัดการลากสาวสวยขี้เมาออกจากฟลอร์เต้นรำอย่างไร้ความปราณี เขาไม่สนสายตาหลายสิบคู่ที่มองมาอย่างสอดรู้สอดเห็น ในสมองคิดเพียงแค่จะจัดการกับคนเมาไร้สติคนนี้ยังไงดี หากปล่อยให้หล่อนกลับบ้านสภาพนี้ มีหวังพ่อของเธอได้อาละวาด และ ‘เฮริค’ เพื่อนรักของเขาคงไม่พ้นโดนตำหนิไปด้วย แต่ดูเหมือนคนในอ้อมแขนจะไม่ให้ความร่วมมือ คมเล็บสีสดกรีดลึกสลักลงบนแขนแกร่งจนชายหนุ่มต้องสะบัดออกด้วยความเจ็บแปลบ ร่างบางเสียหลักจวนเจียนจะล้ม แต่ด้วยความไว มนัสรีบคว้าร่างเธอเข้ามากอดแนบอกอีกครั้ง หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ “ฤทธิ์เยอะนักนะ... อยากให้เนื้อผมขาด หรืออยากให้ก้นตัวเองพังกันแน่ ยายเบื๊อก!”
View Moreวันสำคัญของชีวิตคู่งานแต่งผ่านไปด้วยความเรียบร้อย บ่าวสาวถูกส่งตัวขึ้นห้อง ซึ่งห้องนอนปนัดดาถูกจัดแต่งเป็นห้องหอ โดยมีเสี่ยเกรียงที่หันไปเข้าวัดเข้าวา จนกลายเป็นที่ไว้วางใจของปนัดดา ทำตัวเป็นพ่องาน ซึ่งช่วยให้แม่ของเธอหายเหนื่อยไปได้เยอะเมื่อทุกคนเข้ามาอยู่กันในห้องบ่าวสาวพร้อมหน้า ปริ่มกล่าวคำอวยพรโดยเสี่ยเกรียงได้รับเกียรติให้เป็นผู้ใหญ่ อวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยเช่นกัน ก่อนจะพากันออกจากห้องไป เพื่อให้บ่าวสาวได้พักผ่อนเมื่อไม่มีคนนอก บรรยากาศในห้อง ก็เต็มไปด้วยเสียงเต้นของหัวใจ ความรู้สึกแปลกใหม่ในวันสำคัญของชีวิตคู่ อย่างแท้จริง... แม้จะอยู่ด้วยกันเกือบทุกวัน แต่เมื่อถึงวันสำคัญ เมื่อถึงวันนี้ ทั้งคู่ก็ยังเกิดความเกร็ง“ลุกขึ้นเถอะ” มนัสบอก พร้อมประคองเจ้าสาวลุกขึ้นจากที่นั่งอยู่ แล้วพากันนั่งลงบนขอบเตียง “เราจะไปเที่ยวฮันนีมูนที่ไหนดี” มนัสเอ่ยขึ้นหลังจากที่เริ่มปรับความรู้สึกตื่นเต้นลง ใบหน้างามหันมามอง“แล้วแต่พี่ หากปลีกตัวออกจากงานได้” เธอรู้ว่างานรัดตัวเขามากแค่ไหน เรื่องฮันนีมูนจึงไม่จำเป็นสำหรับเธอนัก “พี่ต้องจัดการได้อยู่แล้ว ดาเถอะเตรียมตัวให้ ‘ว่าง’ ไว
ขวัญเอ๊ยขวัญมาเธอหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน สภาพของหญิงสาวผมทอง... คลุ้มคลั่ง เพราะหลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลาย หล่อนก็ฟื้นขึ้นมา พร้อมกับอาละวาดดึงทึ้งผมของตัวเอง พูดจาวกวน ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกขยายกว้าง ไล่ตีทุกคนที่เข้าใกล้ แม้แต่เธอก็ถูกผลักกระเด็นเมื่อพยายามเข้าไปปลอบขวัญ หล่อนไม่รู้จักใคร! จนต้องช่วยกันจับแล้วมัดมือมัดเท้าส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน และผลตรวจข้างต้น หล่อนไม่ได้ถูกข่มขืนแต่อย่างใด นั่นทำให้เสี่ยเกรียงและเธอเบาใจลง ส่วนอาการคลุ้มคลั่งที่เกิดขึ้นต้องดูอาการไปอีกสักระยะ“ขวัญเอ๊ยขวัญมา” เขาเรียกขวัญ อย่างกับเธอเป็นเด็กตัวเล็กๆ“พี่อย่าไปมีผู้หญิงที่ไหนอีกนะ ดากลัว”“ไม่มีครับ จะมีแค่ดาคนเดียว คนที่ผมรักหมดใจ และจะจูงมือเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน” เธอรู้สึกปลื้มในอก เอนตัวก้มลงซบไหล่หนา“ดาคงทนไม่ได้ หากวันนี้ไม่ได้นั่งอยู่ในอ้อมกอดพี่”“เหมือนกัน” เขาตอบด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากคนบนตัก ก่อนจะประคองดวงหน้าแล้วประกบจูบเรียกขวัญซึ่งกันและกันอย่างดูดดื่ม...ปนัชดากลับมาทำงานอีกครั้ง ด้วยความใจอ่อนของมนัส แต่หลังจากแต่งงานกันแล้ว มนัสยื่นคำขาดขอให้เธออยู่บ้าน เพื่อเป็นแม่บ้านอย่างเต็ม
รวบรัดไปไว้ในอ้อมกอดแรงดึง ทำให้ปนัดดาหันมามอง “อึ๋ย ปล่อยดิ มาจับไว้ทำไม” เธอร้องถามพร้อมทำหน้าบูดเบี้ยว แต่คนโดนถามกลับไหวไหล่ พร้อมกันนั้น ก็ดึงร่างบางให้นั่งลงบนตักอุ่นของเขาหน้าตาเฉย!ปนัดดาหน้าชา เมื่ออีกคนเล่นบทหวามแต่เช้า “บ้า ทำแบบนี้ เดี๋ยวใครก็มาเห็นหรอก”“เอ้า ผัวเมียจะหวานกัน ลองใครมายุ่งสิ จะจูบโชว์ให้ดู”คนพูดพร้อมทำหน้าทะเล้นก้มมาหา ปนัดดาย่นคอหนี ค้อนให้ จะงอนต่อก็ทำไม่ลง“คิดถึงคุณจัง” เขาบอกพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เหมือนต้องการย้ำให้รู้ว่านี่คือความจริงที่กำลังเกิดขึ้นจริงแล้วปนัดดาน้ำตารื้นคั่งหน่วยตา เธอไม่ได้กอดตอบ เพราะเขารวบไปไว้ในอ้อมกอดหมดแล้วตั้งแต่แรก เธอจึงเอียงหน้าซบลงบนศีรษะทุยหอมกรุ่นแทน“เรามาคืนดีกันนะ”“ทำไมต้องคืนดีกันล่ะ ไม่ได้โกรธกันสักหน่อย” เธอว่า อีกฝ่ายดันร่างบางบนตักออกห่างเพียงนิด เพื่อสบตาคนพูด“แน่ใจ?” น้ำเสียงจริงจัง หากแต่ใบหน้าที่เคยมีแววกังวลอยู่เต็มเปี่ยม บัดนี้ฉายชัดถึงความสุขในแววตาอย่างเปี่ยมล้นปนัดดาหน้าเจื่อน รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ...นี่เธอ ทำลายความรู้สึกเขามากมาย ถึงเพียงนี้เลยหรอ“พี่มนัส...” คนสำนึกผิดเอ่ยเรีย
การคิดเองเออเองใบหน้าคมเข้มแฝงไปด้วยความน้อยใจ ก้มหน้ามองพื้น รู้สึกความร้อนแล่นไปจุกอยู่ที่หน่วยตา ก่อนจะรีบขยับเปลือกตาเพื่อผ่อนคลายจุดนั้น“ฉันเชื่อว่าลูกสาวฉันมองคนไม่ผิด...แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง” นางถามไปเรื่องอื่นเฉย มนัสจึงปรับเปลี่ยนอารมณ์ตามเกือบไม่ทัน“ยังครับ”“อย่าบอกนะว่าเครียดลงกระเพราะ” คนสูงวัยร้องถามพร้อมกับยิ้มกริ่ม มนัสยิ้มอายๆ แต่ไม่ตอบ นางจึงสรุปว่าที่นางเดาเป็นเรื่องจริง“จะเป็นเจ้าบ่าวอยู่ไม่กี่วันข้างหน้า ต้องดูแลตัวเองบ้าง ใครไม่รักตัวก็ช่าง ขอให้เรา รักตัวเราเองก็พอ” นางให้ข้อคิด“ผมรับฟัง แต่ให้ทำ คงทำไม่ได้... เพราะผมรักปนัดดา เกินกว่าจะปล่อยให้เธอเจ็บปวด ด้วยการคิดเองเออเองอยู่เพียงลำพัง”คำพูดนั้น เขาไม่รู้หรอกว่ามีใครบางคน ซึ่งนอนจมน้ำตา อยู่เพียงลำพังบนเตียงนอน ยิ้มกว้าง ชื่นชมชายหนุ่มอยู่ในใจ...“ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ ประเดี๋ยวเรื่องดีๆก็ผ่านเข้ามา” นางเอ่ยเป็นนัย วกกลับมาเรื่องอาหารการกินอีกครั้ง ครั้งนี้นางหว่านล้อม จนว่าที่ลูกเขยเดินตามหลังเข้าห้องครัวไปจนได้“จะนอนที่นี่ หรือจะกลับไปทำงานต่อล่ะ” เมื่อเห็นว่ามนัสรวบช้อนและดื่มน





