LOGINชมพิ้งหญิงสาวที่บ้านกำลังล้มละลาย ผู้เป็นบิดามารดาตัดสินใจจบชีวิตตัวเองและฝากฝังลูกสาวคนเดียวไว้ให้คุณหญิงเม็ดพลอยดูแล ซึ่งกลายเป็นงานแต่งเพื่อธุรกิจและการอยู่รอดของบริษัทชมพิ้ง ส่วนคุณนายเม็ดพลอยนอกจากการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนสนิทผู้ล่วงลับแล้ว ยังถือโอกาสดัดนิสัยไม้เลื้อยของลูกชายด้วย หมื่นลี้ที่ถูกบังคับให้แต่งงานก็ได้สร้างเรื่องตั้งแต่วันงานแต่ง มาสายจนเลยเวลามงคลแถมยังเอาคู่นอนมาเดินควงรับแขกแทนเจ้าสาวหักหน้าแม่ตัวเอง งานแต่งนี้เขาไม่ได้เต็มใจกับเจ้าสาวที่ไม่มีวันยอมรับ หมื่นลี้ใช้ทุกวิธีเพื่อกำจัดเธอออกจากชีวิต หากแต่เธอกลับยังอดทนอยู่เช่นนั้นเพราะเงิน ชมพิ้งจึงถูกเขาตราหน้าให้เป็นผู้หญิงหน้าเงินนับแต่นั้น ทว่านานวันหญิงสาวกลับหลงรักคนใจร้ายจนหมดหัวใจ...
View Moreคุณมีความลับที่บอกใครไม่ได้ไหม?
ฉันมีความลับที่ไม่สามารถบอกกับสามีได้ นั่นคือความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขา ฉัน… หลงรักเขา หลงรักสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของตัวเอง แต่สิ่งที่ฉันกำลังจะทำในตอนนี้ก็คือ การเซ็นใบหย่า และออกจากชีวิตของเขาไป...
"อื้ออ ยังจะต่ออีกเหรอคะ วันนี้งานแต่งคุณเดี๋ยวจะไปสายเลยฤกษ์มงคลเอานะ" หญิงสาวท่าทางออดอ้อนบนอกแกร่งของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกำยำ ขณะที่ทั้งคู่อยู่ในชุดที่หลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย
"อื้มม เลยก็ช่างสิ ไม่ได้เต็มใจอยากแต่งสักหน่อย" สองร่างของชายหญิงกำลังกอดก่ายกันอยู่บนเตียงนอนห้องสวีตชั้นบนสุดของโรงแรมหรู
ความจริงแล้ววันนี้ ถือเป็นวันมงคลฤกษ์ของชายหนุ่ม แต่เจ้าสาวนั้นหาใช่หญิงข้างกายไม่ หากแต่เป็นคนที่ผู้เป็นแม่เตรียมหาเอาไว้ให้ และเธอกำลังรอเขาอยู่ที่งานในแต่งเพียงลำพัง แต่ใครจะสนกันก็ในเมื่องานแต่งครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักเลยสักนิด โดยที่ทางด้านเจ้าสาวนั้นก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับงานแต่งครั้งนี้เช่นกัน
"คุณนายคะ นี่เลยฤกษ์มงคลมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะ คุณหนูยังไม่มาแล้ว แบบนี้งานแต่งจะล่มไหมคะเนี่ย"
"ปากแกไม่เป็นมงคลเลยนะนังดาว หมื่นลี้นะหมื่นลี้!"
เสียงของหญิงสาวสองคนที่อยู่ด้านข้างเรียกความสนใจแก่ชมพิ้งเป็นอย่างดี ความจริงแล้วเธอเองก็สงสัยอยู่เช่นกันว่าทำไมเจ้าบ่าวถึงยังมาไม่ถึง แล้วงานแต่งในครั้งนี้จะจบลงเช่นไรก็สุดจะรู้เธอทำได้เพียงแค่ภาวนาให้อีกคนปรากฏตัวในงานแต่งเพื่อรักษาหน้าตาของเธอ รวมถึงหน้าตาของทางบ้านตัวเองด้วย
แต่แล้วดูเหมือนความคาดหวังของเธอนั้นจะสูงเกินไป เมื่อทันทีที่ประตูใหญ่เปิดขึ้นก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าบ่าวของวันนี้ หากแต่เขานั้นไม่ได้มาคนเดียวเพราะข้างกายยังมีหญิงสาวที่ใส่ชุดเดรสสีเดียวกับสูตรเจ้าบ่าวเดินเคียงกันมาด้วย ทันทีเจ้าบ่าวเดินเข้ามาก็ทำเอาแขกในงานต่างพากันส่งเสียงฮือฮา สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน โดยเฉพาะคนเป็นแม่ของเจ้าบ่าวนั้นลมแทบจับ ไม่คิดเลยว่าไอลูกชายตัวดีมันจะมาไม้นี้ แต่เธอก็จำต้องควบคุมสถานการณ์
"งามหน้า!!" หญิงกลางคนเดินเข้ามาหาลูกชายแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเสียงไม่ดังไม่เบา ก่อนชายตามองหญิงข้าง ๆ อย่างรังเกียจมากเหลือทน
ชายหนุ่มไม่นึกสนใจคำพูดและการกระทำของแม่ เขาเดินพาร่างเล็กบางของสาวคู่นอนไปทักทายแขกในงานจนทั่ว ทำเอาทุกคนก็ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ว่าจะต้องพูดคุยอะไรกับเขาคนนี้ดี หากแต่เจ้าบ่าวนี่ก็เสียกระไรเขายังคงทักทายพูดคุยทุกคนด้วยรอยยิ้มการค้า และท่าทางที่สุดแสนจะมีมรรยาทสมกับการเป็นทายาทธุรกิจพันล้านนั้นช่างขัดกับการกระทำต่อเจ้าสาวเสียเหลือเกิน
"งานแต่งนี้ไม่ต้องมีแกก็ได้แล้วมั้งฉันว่า ดูแม่นั่นเดินควงคุณหมื่นลี้ไหว้แขกในงานยังกับเป็นเจ้าสาวเองแล้วนั่น" เต็มเดือนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เมื่อเห็นสิ่งที่เพื่อนถูกกระทำตั้งแต่วันแต่งงาน ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าแต่งไปแล้วชีวิตหลังจากนี้ของเพื่อนจะเป็นอย่างไร
"นั่นสิ แบบนี้ไม่ให้เกียรติกันเลยนะแก แกยังยืนยันจะแต่งกับเขาจริง ๆ เหรอ" ตามมาด้วยน้ำฟ้าที่แสดงความคิดเห็นและถามความแน่ใจของเพื่อนอีกครั้ง
หญิงสาวที่อยู่ในชุดเจ้าสาวนั้นกลับมีท่าทางที่นิ่งสงบ เธอไม่สนด้วยซ้ำว่าเรื่องคืนนี้จะเป็นอย่างไร ก็ในเมื่อต่างคนต่างมีหน้าที่จะต้องทำ แม้ว่ามันอาจไม่ถูกใจใครแต่เธอก็เลือกที่จะทำหน้าที่ตัวเองอย่างดีที่สุด เพราะการแต่งงานครั้งนี้สำคัญกับเธอมาก มากเกินกว่าจะต้องมาเสียความรู้สึกกับเรื่องเช่นนั้น
"ยังไงก็ต้องแต่งอยู่แล้ว พวกแกก็รู้นี่ว่าฉันไม่ได้มีทางเลือกมากขนาดนั้น" หญิงสาวที่ใบหน้าเรียบนิ่งกำลังส่องกระจกและเติมลิปกรอสอย่างใจเย็น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้น ก็อย่างที่เธอว่า ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกมากมายขนาดนั้นสุดท้ายก็จะต้องทำใจให้สงบและปล่อยเรื่องที่เกิดขึ้นให้มันเป็นความเครียดของคนอื่นไป เธอเลือกแล้วว่าจะแต่ง ยังไงก็ต้องแต่ง
ส่วนเพื่อน ๆ ที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ถึงกับถอนหายใจออกมายาวยืด คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่สวยและเพียบพร้อมอย่างชมพิ้งนั้นจะต้องมีชีวิตการแต่งงานที่น่าเวทนาขนาดนี้
"คุณชมพิ้งคะ ได้เวลาแล้วค่ะ" พนักงานสาวของออแกไนซ์จัดงานแต่งที่สุดแสนจะหรูหรานี้เดินเจ้ามาเรียกเธอให้ไปทำหน้าที่ของเจ้าสาวอย่างที่ตั้งใจ เธอลุกออกจากห้องแต่งตัวทันทีก่อนจะเดินลงมาจากบันไดชั้นบนอย่างช้า ๆ
ทันทีที่ร่างเล็กบางในชุดเจ้าสาวสีขาวครีมสะอาดตาปรากฏตัวก็ดึงดูดและสะกดทุกสายตาให้มองมาเพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าเจ้าบ่าวเองก็เช่นกัน และนั่นก็สร้างความไม่พอใจให้กับวิเวียนหญิงสาวข้างกายเป็นอย่างมาก
"หมื่นลี้คะ" เธอเอ่ยเสียงแข็งออกมา ทว่ามันกลับดังไปไม่ถึงเส้นประสาทหูของคนข้าง ๆ หมื่นลี้ยังคงจ้องมองเรือนร่างและท่วงท่าของว่าที่ภรรยาเดินลงมาจากบันไดด้วยความตะลึงงัน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ใครสักคนเดินมาดึงเข้าให้ไปยืนเคียงคู่กับเจ้าสาวนั่นแล้ว
ส่วนวิเวียนที่เห็นเช่นนั้นเธอก็รู้ตัวว่างานนี้คงไม่มีที่ให้เธอยืนอีก เธอเลือกที่จะถอยกลับไปตั้งหลักก่อนแต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมปล่อยหมื่นลี้ไปอย่างเด็ดขาด อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้มาประกาศตัวกับแขกในงานรวมถึงสื่อต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว หากวันข้างหน้ามีภาพของเธอปรากฏกายคู่กับเจ้าบ่าวในวันนี้อีกทุกคนก็คงไม่ต้องสงสัยมาก
เจ้าสาวคนสวยเหลือบมองคนข้าง ๆ อย่างไร้ซึ่งอารมณ์ใด ทว่าสายตาเจ้ากรรมก็ดันไปเห็นรอยลิปสติกที่ปกคือเสื้อของชุดเจ้าบ่าวไหนจะเสื้อที่ยับยู่ยี่ไม่เรียบร้อยนั่นอีกคงไม่ต้องเดาให้ยากว่าก่อนจะมางานแต่งนั้นเจ้าบ่าวของเธอและหญิงสาวคู่นอนไปทำอะไรกันมา เห็นเช่นนั้นชมพิ้งก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียดนึกสมเพชในโชคชะตาของตัวเอง
"งั้นเริ่มพิธีได้เลยนะครับ" พิธีกรในงานเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามปกติ โดยที่เจ้าบ่าวนั้นไม่ได้ให้ความร่วมมือมากแต่ก็ไม่ถือว่าขัดขืนอะไร มีบ้างที่เขาจะแสดงความไม่พอใจในตัวเจ้าสาวอย่างเห็นได้ชัดแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังแอบมองหญิงสาวข้าง ๆ อยู่บ่อย ๆ และยึดเธอไว้เป็นจุดพักสายตากระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงจบพิธี
"คุณอยู่ไหนวิเวียน" เสียงของเจ้าบ่าวที่กำลังคุยโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากที่มารดาเขานั้นอนุญาตให้ใช้มือถือได้
'ก็วันนี้วิเวียนไม่ได้มีหน้าที่อะไรในงานแล้วนี่คะ วิเวียนก็เลยกลับขึ้นห้องมาก่อน' เสียงหญิงสาวปลายสายเอ่ยอย่างคนแง่งอน ก็ยิ่งทำให้จิตใจคนฟังนั้นร้อนรนขึ้นนิดหน่อย
"งั้นคุณรอผมอยู่ในห้องก่อนนะ เดี๋ยวผมเสร็จงานแล้วจะรีบขึ้นไป" เขาว่าพร้อมกับมองไปยังเจ้าสาวและคนเป็นแม่ของตัวเองที่ตอนนี้กำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องหอของทางโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ราคาแพงที่สุดและดีที่สุดในโรงแรมแห่งนี้
'รีบมานะคะ ไม่งั้นวิเวียนงอนคุณจริง ๆ ด้วย' เมื่อคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้วหมื่นลี้ก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของหญิงทั้งสองก่อนจะรีบขอทำเรื่องต่อไปให้มันจบสิ้นสักที เขาไม่อยากจะอยู่ในห้องนี้กับเจ้าสาวผู้เป็นว่าที่ภรรยาตัวเองนานสักเท่าไร
"เสร็จงานหรือยังครับ ผมมีธุระต้องไปต่อ" เอ่ยถามแม่ตัวเองโดยไม่มองหน้า ก็เพราะว่าเขายังไม่กล้าสู้หน้าคนเป็นแม่มากเท่าไรเมื่อยังมีชะงักที่ติดหลังอยู่
"ถ้าแกจะรีบไปหายัยนั่นก็ขอบอกเอาไว้เลยนะว่าไม่มีทาง คืนนี้หลังจากส่งตัวเข้าหอเสร็จพวกแกต้องอยู่ในห้องนี้ยันเช้า แล้วเดี๋ยวฉันจะเป็นคนมาเปิดประตูให้แกเอง อย่าคิดจะหนีไปล่ะ นี่ชั้น 22" เสียงคำสั่งของคุณนายเม็ดพลอยเป็นเสมือนกับการตัดความหวังของชายหนุ่ม ดูท่าแล้วคืนนี้คงไม่เป็นไปอย่างที่เขาต้องการก็พาลโมโหหญิงในชุดเจ้าสาวขึ้นมาอีก
"แต่ว่าคุณแม่"
"หยุด ไม่ต้องพูด ชมพิ้งหนูจำเรื่องที่เราคุยกันได้ใช่ไหมลูก ยังไงแม่ฝากด้วยนะ แล้วทุกอย่างที่เราตกลงกันไว้มันจะเป็นตามนั้นทั้งหมด แม่ดีใจนะที่ได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้ เดี๋ยวแม่ไปก่อนแล้วแม่ฝากตาหมื่นลี้ด้วยนะลูก" คุณนายเม็ดพลอยนั้นห้ามปรามลูกชายที่กำลังจะเถียงเธอ ก่อนหันมาคุยกับลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับเป็นลูกแท้ ๆ ส่วนหมื่นลี้นั้นเธอแค่เก็บมาเลี้ยง
ติ้ง ๆ ๆ ๆเสียงแชตดังขึ้นที่มือถือของร่างบาง แต่มันก็ไม่สามารถปลุกให้คนที่หลับใหลไปนั้นตื่นขึ้นได้ หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีนอนหลับอยู่ที่ป้ายรถเมล์ดึงดูดความสนใจจากคนที่ผ่านไปผ่านมาได้อย่างมาก"สาวที่ไหนมาหลับอยู่ตรงนี้กันเนี่ย" ใครสักคนพูดขึ้นมาดังลั่นโทนเสียงดูจะไม่ปกติ ทว่ามันทำให้คนที่หลับใหลได้สติขึ้นมา แต่เธอยังคงแกล้งที่จะหลับต่อไปเพราะหวาดกลัวการลืมตาขึ้นมาเห็นสถานการณ์ที่อันตรายตรงหน้า"นั่นสิ สวยซะด้วย" ชายอีกคนส่งเสียงพูดคุยกับชายคนแรกโดยที่ชมพิ้งรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ร่างกายของหญิงสาวก็เริ่มเกร็งขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยตื้อ ๆ ๆเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นชมพิ้งที่ตกใจก็รีบรับสายทันทีและลุกขึ้นเตรียมจะถอยหนีออกไปจากตรงนั้น"เต็ม ชะ ช่วยเราด้วย" น้ำเสียงที่ส่งไปยังปลายสายทำให้เจ้าของชื่อลุกขึ้นเต็มความสูง"เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้มึงอยู่ที่ไหนเดี๋ยวกูจะรีบไป" เต็มเดือนที่ติดต่อชมพิ้งไม่ได้มาหลายชั่วโมงเกิดเป็นห่วงขึ้นมา เธอจึงโทรหาเพื่อนสนิทในเวลานี้ คิดไม่ถึงว่าชมพิ้งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเข้าพอดี"ป้ายรถเมล์หน้าบริษัท มีคนเมาสองคนรีบมานะเรากลั
"งั้นแม่กลับก่อนนะตาหมื่น หนูพิ้ง" คนอายุมากกว่าพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้วก่อนหันหลังออกจากห้องประชุมไปส่วนหมื่นลี้นั้นจัดการเรื่องเอกสารและพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ถือหุ้นที่เหลือ ชมพิ้งเพิ่งรู้ว่าสามีของเธอเตรียมแผนการประชุมและแผนพัฒนาธุรกิจในบริษัทมาจนเรียบร้อย คิดไม่ถึงว่างานของเขายุ่งขนาดนั้นยังจะมีเวลามาสนใจบริษัทเล็ก ๆ ของเธอด้วย หญิงสาวแปลกใจนิดหน่อยที่อีกคนดูจะรู้เรื่องภายในบริษัทดีกว่าตัวเธอเองเสียอีกทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยเอ่ยถามเธอเลยแม้แต่คำเดียว"คุณชมพิ้งครับผมสั่งข้าวให้เรียบร้อยแล้วให้จัดโต๊ะที่ไหนดีครับ" กรันย์เดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูคนเป็นเจ้านาย ทว่ามันก็ดังพอจะให้ชายหนุ่มที่อ่านเอกสารข้าง ๆ ได้ยิน และภาพความใกล้ชิดกันของภรรยา (ที่ไม่อยากมี) และเลขาส่วนตัวดูจะมากเกินความจำเป็นเขาจึงได้แอบสังเกตเงียบ ๆ"ไปที่ห้องทำงานเจ้านายคุณเลยครับ" หมื่นลี้ไม่คิดว่าเป็นการเสียมรรยาท เขาตอบออกมาทำให้คนทั้งสองตกใจนิดหน่อยแต่กรันย์นั้นก็ยังคงเป็นมืออาชีพมากพอ เขาผายมือไปทางประตูเพื่อนำทางสามีของเจ้านายไปยังห้องทำงานที่ว่าถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้วแต่เรื่องการประช
"แย่แล้วครับคุณชมพิ้งแย่แล้ว" กรันย์เลขาคนเก่งมือหนึ่งของผู้เป็นบิดาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาตอนที่ชมพิ้งเพิ่งก้าวขาเหยียบหน้าบริษัท"มีอะไรเหรอคะพี่กรันย์?" คนตัวเล็กถามด้วยความงงงวย ไม่รู้ว่าเพียงมาสายไม่ถึงชั่วโมงกลับเกิดเรื่องอะไรที่ทำให้คนที่สุขุมตลอดอย่างกรันย์กระวนกระวายใจได้"คุณสมภพน่ะสิครับ ตอนนี้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้วเตรียมปลดคุณชมพิ้งออกจากรักษาการประธานแล้วครับ" คิดไม่ถึงว่าหลังจากบิดาเธอเสียชีวิตได้ไม่ถึงสามเดือนคนพวกนั้นก็ทนแทบไม่ไหวลงมือรวดเร็วถึงเพียงนี้ ชมพิ้งรับตำแหน่งเป็นรักษาการแทนบิดาผู้ล่วงลับในการบริหารบริษัทที่จวนจะล้มละลายแห่งนี้ทั้ง ๆ ที่เธอรู้ว่าผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ไม่พอใจในการรับตำแหน่งของเธอแล้วยังไม่มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ หักแต่เธอก็ไม่ได้คิดจะทิ้งบริษัทนี้ไปง่าย ๆ"ตอนนี้พวกนั้นอยู่ไหนกันคะ""มานั่งรอพร้อมกันที่ห้องประชุมใหญ่แล้วครับ" สองขาเรียวก้าวยาว ๆ ขึ้นลิฟต์ไปยังจุดหมายที่เลขาว่าโดยที่ในหัวก็คิดถึงวิธีการรับมือต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงการโทรไปร้องขอให้ผู้เป็นสามีมาช่วยในตอนนี้ด้วย หากแต่เธอรู้ดีวันนี้หมื่นลี้มีธุระต้องไปคุยงานที่อื่นตั้ง
หลังจากผ่านค่ำคืนสุดแสนขมขื่นของการเข้าหอนั้นพวกเขาทั้งสองก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านเดียวกันตามที่เคยตกลงไว้กับคุณนายเม็ดพลอย แม้ว่าชีวิตหลังการแต่งงานของเขานั้นคุณนายเม็ดพลอยจะไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายอย่างที่เคยบอก แต่เธอก็มีกฎเหล็กว่าหมื่นลี้ต้องกลับมานอนที่บ้านและนอนห้องเดียวกับชมพิ้งทุกคืน แต่มีหรือที่คนอย่างเขาจะเชื่อฟังทว่าการที่หมื่นลี้เข้ามาอยู่ที่นี่เขานั้นรู้สึกอึดอัดและไม่เป็นตัวเองเอาเสียมาก ๆ สาเหตุหลัก ๆ ก็คือผู้เป็นภรรยาของเขานั่นแหละ ต่อหน้าเธอพยายามทำตัวน่าสงสารแต่เขารู้ดีว่าทั้งหมดนั้นชมพิ้งเพียงแกล้งทำ หมื่นลี้ไม่อาจทนเห็นการแสดงละครของอีกคนได้นานจึงทำให้เขาไม่ชอบที่จะกลับไปนอนที่บ้านสักเท่าไรแชทชมพิ้ง : คุณหมื่นลี้คะ คืนนี้กลับบ้านไหม?หมื่นลี้ : ทำไม?ชมพิ้ง : เปล่าค่ะ ฉันทำอาหารไว้รอคุณแล้วนะคะหมื่นลี้ : ฉันเคยกินด้วยเหรอหมื่นลี้ : ไม่กลับ ไม่ต้องรอชมพิ้ง : พิ้งขอถามได้ไหมคะว่าคุณหมื่นลี้จะไปที่ไหน...หมื่นลี้ : อย่ามาทำตัวเป็นเมียฉันจำเอาไว้บทสนทนาที่สุดแสนจะใจร้ายนี้ความจริงต้นเหตุมันมาจากแชตจากคนแปลกหน้าที่ส่งมาอย่างไม่รู้จุดประสงค์ หญิงสาวที่ตอนแรกกำลังเพล