LOGINชมพิ้งหญิงสาวที่บ้านกำลังล้มละลาย ผู้เป็นบิดามารดาตัดสินใจจบชีวิตตัวเองและฝากฝังลูกสาวคนเดียวไว้ให้คุณหญิงเม็ดพลอยดูแล ซึ่งกลายเป็นงานแต่งเพื่อธุรกิจและการอยู่รอดของบริษัทชมพิ้ง ส่วนคุณนายเม็ดพลอยนอกจากการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนสนิทผู้ล่วงลับแล้ว ยังถือโอกาสดัดนิสัยไม้เลื้อยของลูกชายด้วย หมื่นลี้ที่ถูกบังคับให้แต่งงานก็ได้สร้างเรื่องตั้งแต่วันงานแต่ง มาสายจนเลยเวลามงคลแถมยังเอาคู่นอนมาเดินควงรับแขกแทนเจ้าสาวหักหน้าแม่ตัวเอง งานแต่งนี้เขาไม่ได้เต็มใจกับเจ้าสาวที่ไม่มีวันยอมรับ หมื่นลี้ใช้ทุกวิธีเพื่อกำจัดเธอออกจากชีวิต หากแต่เธอกลับยังอดทนอยู่เช่นนั้นเพราะเงิน ชมพิ้งจึงถูกเขาตราหน้าให้เป็นผู้หญิงหน้าเงินนับแต่นั้น ทว่านานวันหญิงสาวกลับหลงรักคนใจร้ายจนหมดหัวใจ...
View Moreคุณมีความลับที่บอกใครไม่ได้ไหม?
ฉันมีความลับที่ไม่สามารถบอกกับสามีได้ นั่นคือความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขา ฉัน… หลงรักเขา หลงรักสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของตัวเอง แต่สิ่งที่ฉันกำลังจะทำในตอนนี้ก็คือ การเซ็นใบหย่า และออกจากชีวิตของเขาไป...
"อื้ออ ยังจะต่ออีกเหรอคะ วันนี้งานแต่งคุณเดี๋ยวจะไปสายเลยฤกษ์มงคลเอานะ" หญิงสาวท่าทางออดอ้อนบนอกแกร่งของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกำยำ ขณะที่ทั้งคู่อยู่ในชุดที่หลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย
"อื้มม เลยก็ช่างสิ ไม่ได้เต็มใจอยากแต่งสักหน่อย" สองร่างของชายหญิงกำลังกอดก่ายกันอยู่บนเตียงนอนห้องสวีตชั้นบนสุดของโรงแรมหรู
ความจริงแล้ววันนี้ ถือเป็นวันมงคลฤกษ์ของชายหนุ่ม แต่เจ้าสาวนั้นหาใช่หญิงข้างกายไม่ หากแต่เป็นคนที่ผู้เป็นแม่เตรียมหาเอาไว้ให้ และเธอกำลังรอเขาอยู่ที่งานในแต่งเพียงลำพัง แต่ใครจะสนกันก็ในเมื่องานแต่งครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักเลยสักนิด โดยที่ทางด้านเจ้าสาวนั้นก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับงานแต่งครั้งนี้เช่นกัน
"คุณนายคะ นี่เลยฤกษ์มงคลมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะ คุณหนูยังไม่มาแล้ว แบบนี้งานแต่งจะล่มไหมคะเนี่ย"
"ปากแกไม่เป็นมงคลเลยนะนังดาว หมื่นลี้นะหมื่นลี้!"
เสียงของหญิงสาวสองคนที่อยู่ด้านข้างเรียกความสนใจแก่ชมพิ้งเป็นอย่างดี ความจริงแล้วเธอเองก็สงสัยอยู่เช่นกันว่าทำไมเจ้าบ่าวถึงยังมาไม่ถึง แล้วงานแต่งในครั้งนี้จะจบลงเช่นไรก็สุดจะรู้เธอทำได้เพียงแค่ภาวนาให้อีกคนปรากฏตัวในงานแต่งเพื่อรักษาหน้าตาของเธอ รวมถึงหน้าตาของทางบ้านตัวเองด้วย
แต่แล้วดูเหมือนความคาดหวังของเธอนั้นจะสูงเกินไป เมื่อทันทีที่ประตูใหญ่เปิดขึ้นก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าบ่าวของวันนี้ หากแต่เขานั้นไม่ได้มาคนเดียวเพราะข้างกายยังมีหญิงสาวที่ใส่ชุดเดรสสีเดียวกับสูตรเจ้าบ่าวเดินเคียงกันมาด้วย ทันทีเจ้าบ่าวเดินเข้ามาก็ทำเอาแขกในงานต่างพากันส่งเสียงฮือฮา สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน โดยเฉพาะคนเป็นแม่ของเจ้าบ่าวนั้นลมแทบจับ ไม่คิดเลยว่าไอลูกชายตัวดีมันจะมาไม้นี้ แต่เธอก็จำต้องควบคุมสถานการณ์
"งามหน้า!!" หญิงกลางคนเดินเข้ามาหาลูกชายแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเสียงไม่ดังไม่เบา ก่อนชายตามองหญิงข้าง ๆ อย่างรังเกียจมากเหลือทน
ชายหนุ่มไม่นึกสนใจคำพูดและการกระทำของแม่ เขาเดินพาร่างเล็กบางของสาวคู่นอนไปทักทายแขกในงานจนทั่ว ทำเอาทุกคนก็ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ว่าจะต้องพูดคุยอะไรกับเขาคนนี้ดี หากแต่เจ้าบ่าวนี่ก็เสียกระไรเขายังคงทักทายพูดคุยทุกคนด้วยรอยยิ้มการค้า และท่าทางที่สุดแสนจะมีมรรยาทสมกับการเป็นทายาทธุรกิจพันล้านนั้นช่างขัดกับการกระทำต่อเจ้าสาวเสียเหลือเกิน
"งานแต่งนี้ไม่ต้องมีแกก็ได้แล้วมั้งฉันว่า ดูแม่นั่นเดินควงคุณหมื่นลี้ไหว้แขกในงานยังกับเป็นเจ้าสาวเองแล้วนั่น" เต็มเดือนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เมื่อเห็นสิ่งที่เพื่อนถูกกระทำตั้งแต่วันแต่งงาน ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าแต่งไปแล้วชีวิตหลังจากนี้ของเพื่อนจะเป็นอย่างไร
"นั่นสิ แบบนี้ไม่ให้เกียรติกันเลยนะแก แกยังยืนยันจะแต่งกับเขาจริง ๆ เหรอ" ตามมาด้วยน้ำฟ้าที่แสดงความคิดเห็นและถามความแน่ใจของเพื่อนอีกครั้ง
หญิงสาวที่อยู่ในชุดเจ้าสาวนั้นกลับมีท่าทางที่นิ่งสงบ เธอไม่สนด้วยซ้ำว่าเรื่องคืนนี้จะเป็นอย่างไร ก็ในเมื่อต่างคนต่างมีหน้าที่จะต้องทำ แม้ว่ามันอาจไม่ถูกใจใครแต่เธอก็เลือกที่จะทำหน้าที่ตัวเองอย่างดีที่สุด เพราะการแต่งงานครั้งนี้สำคัญกับเธอมาก มากเกินกว่าจะต้องมาเสียความรู้สึกกับเรื่องเช่นนั้น
"ยังไงก็ต้องแต่งอยู่แล้ว พวกแกก็รู้นี่ว่าฉันไม่ได้มีทางเลือกมากขนาดนั้น" หญิงสาวที่ใบหน้าเรียบนิ่งกำลังส่องกระจกและเติมลิปกรอสอย่างใจเย็น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้น ก็อย่างที่เธอว่า ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกมากมายขนาดนั้นสุดท้ายก็จะต้องทำใจให้สงบและปล่อยเรื่องที่เกิดขึ้นให้มันเป็นความเครียดของคนอื่นไป เธอเลือกแล้วว่าจะแต่ง ยังไงก็ต้องแต่ง
ส่วนเพื่อน ๆ ที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ถึงกับถอนหายใจออกมายาวยืด คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่สวยและเพียบพร้อมอย่างชมพิ้งนั้นจะต้องมีชีวิตการแต่งงานที่น่าเวทนาขนาดนี้
"คุณชมพิ้งคะ ได้เวลาแล้วค่ะ" พนักงานสาวของออแกไนซ์จัดงานแต่งที่สุดแสนจะหรูหรานี้เดินเจ้ามาเรียกเธอให้ไปทำหน้าที่ของเจ้าสาวอย่างที่ตั้งใจ เธอลุกออกจากห้องแต่งตัวทันทีก่อนจะเดินลงมาจากบันไดชั้นบนอย่างช้า ๆ
ทันทีที่ร่างเล็กบางในชุดเจ้าสาวสีขาวครีมสะอาดตาปรากฏตัวก็ดึงดูดและสะกดทุกสายตาให้มองมาเพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าเจ้าบ่าวเองก็เช่นกัน และนั่นก็สร้างความไม่พอใจให้กับวิเวียนหญิงสาวข้างกายเป็นอย่างมาก
"หมื่นลี้คะ" เธอเอ่ยเสียงแข็งออกมา ทว่ามันกลับดังไปไม่ถึงเส้นประสาทหูของคนข้าง ๆ หมื่นลี้ยังคงจ้องมองเรือนร่างและท่วงท่าของว่าที่ภรรยาเดินลงมาจากบันไดด้วยความตะลึงงัน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ใครสักคนเดินมาดึงเข้าให้ไปยืนเคียงคู่กับเจ้าสาวนั่นแล้ว
ส่วนวิเวียนที่เห็นเช่นนั้นเธอก็รู้ตัวว่างานนี้คงไม่มีที่ให้เธอยืนอีก เธอเลือกที่จะถอยกลับไปตั้งหลักก่อนแต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมปล่อยหมื่นลี้ไปอย่างเด็ดขาด อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้มาประกาศตัวกับแขกในงานรวมถึงสื่อต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว หากวันข้างหน้ามีภาพของเธอปรากฏกายคู่กับเจ้าบ่าวในวันนี้อีกทุกคนก็คงไม่ต้องสงสัยมาก
เจ้าสาวคนสวยเหลือบมองคนข้าง ๆ อย่างไร้ซึ่งอารมณ์ใด ทว่าสายตาเจ้ากรรมก็ดันไปเห็นรอยลิปสติกที่ปกคือเสื้อของชุดเจ้าบ่าวไหนจะเสื้อที่ยับยู่ยี่ไม่เรียบร้อยนั่นอีกคงไม่ต้องเดาให้ยากว่าก่อนจะมางานแต่งนั้นเจ้าบ่าวของเธอและหญิงสาวคู่นอนไปทำอะไรกันมา เห็นเช่นนั้นชมพิ้งก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียดนึกสมเพชในโชคชะตาของตัวเอง
"งั้นเริ่มพิธีได้เลยนะครับ" พิธีกรในงานเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามปกติ โดยที่เจ้าบ่าวนั้นไม่ได้ให้ความร่วมมือมากแต่ก็ไม่ถือว่าขัดขืนอะไร มีบ้างที่เขาจะแสดงความไม่พอใจในตัวเจ้าสาวอย่างเห็นได้ชัดแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังแอบมองหญิงสาวข้าง ๆ อยู่บ่อย ๆ และยึดเธอไว้เป็นจุดพักสายตากระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงจบพิธี
"คุณอยู่ไหนวิเวียน" เสียงของเจ้าบ่าวที่กำลังคุยโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากที่มารดาเขานั้นอนุญาตให้ใช้มือถือได้
'ก็วันนี้วิเวียนไม่ได้มีหน้าที่อะไรในงานแล้วนี่คะ วิเวียนก็เลยกลับขึ้นห้องมาก่อน' เสียงหญิงสาวปลายสายเอ่ยอย่างคนแง่งอน ก็ยิ่งทำให้จิตใจคนฟังนั้นร้อนรนขึ้นนิดหน่อย
"งั้นคุณรอผมอยู่ในห้องก่อนนะ เดี๋ยวผมเสร็จงานแล้วจะรีบขึ้นไป" เขาว่าพร้อมกับมองไปยังเจ้าสาวและคนเป็นแม่ของตัวเองที่ตอนนี้กำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องหอของทางโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ราคาแพงที่สุดและดีที่สุดในโรงแรมแห่งนี้
'รีบมานะคะ ไม่งั้นวิเวียนงอนคุณจริง ๆ ด้วย' เมื่อคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้วหมื่นลี้ก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของหญิงทั้งสองก่อนจะรีบขอทำเรื่องต่อไปให้มันจบสิ้นสักที เขาไม่อยากจะอยู่ในห้องนี้กับเจ้าสาวผู้เป็นว่าที่ภรรยาตัวเองนานสักเท่าไร
"เสร็จงานหรือยังครับ ผมมีธุระต้องไปต่อ" เอ่ยถามแม่ตัวเองโดยไม่มองหน้า ก็เพราะว่าเขายังไม่กล้าสู้หน้าคนเป็นแม่มากเท่าไรเมื่อยังมีชะงักที่ติดหลังอยู่
"ถ้าแกจะรีบไปหายัยนั่นก็ขอบอกเอาไว้เลยนะว่าไม่มีทาง คืนนี้หลังจากส่งตัวเข้าหอเสร็จพวกแกต้องอยู่ในห้องนี้ยันเช้า แล้วเดี๋ยวฉันจะเป็นคนมาเปิดประตูให้แกเอง อย่าคิดจะหนีไปล่ะ นี่ชั้น 22" เสียงคำสั่งของคุณนายเม็ดพลอยเป็นเสมือนกับการตัดความหวังของชายหนุ่ม ดูท่าแล้วคืนนี้คงไม่เป็นไปอย่างที่เขาต้องการก็พาลโมโหหญิงในชุดเจ้าสาวขึ้นมาอีก
"แต่ว่าคุณแม่"
"หยุด ไม่ต้องพูด ชมพิ้งหนูจำเรื่องที่เราคุยกันได้ใช่ไหมลูก ยังไงแม่ฝากด้วยนะ แล้วทุกอย่างที่เราตกลงกันไว้มันจะเป็นตามนั้นทั้งหมด แม่ดีใจนะที่ได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้ เดี๋ยวแม่ไปก่อนแล้วแม่ฝากตาหมื่นลี้ด้วยนะลูก" คุณนายเม็ดพลอยนั้นห้ามปรามลูกชายที่กำลังจะเถียงเธอ ก่อนหันมาคุยกับลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับเป็นลูกแท้ ๆ ส่วนหมื่นลี้นั้นเธอแค่เก็บมาเลี้ยง
ค่ำคืนวันศุกร์แสนหรรษาของบรรดาหนุ่มสาวนั้นดูจะครึกครื้นมากกว่าทุกวัน ในฐานะสาวที่ชื่นชอบปาร์ตี้ก็ได้มาดื่มกินตามคำชวนของเพื่อน ๆ หญิงสาวในชุดรัดรูปเดินเข้ามาในคลับดังก็มีแต่สายตาจับจ้อง ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ตัว แต่เต็มเดือนเลือกที่จะไม่สนใจสายตาพวกนั้นมากกว่า“น้องครับ พี่ขอไลน์หน่อยได้ไหมคนสวย” ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามาราวกับหน่วยกล้าตายที่ไม่สนใจว่าตัวเองจะได้รับสิ่งที่ต้องการหรือไม่แต่ทว่าหญิงสาวที่เพิ่งได้รับคำขอไปนั้นกลับยกยิ้มมุมปากแล้วเดินเลยคนผู้นั้นไปอย่างไม่สนใจ ท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง เล่นเอาคนถูกเมินหัวเสียไม่น้อยเลย“มึงเริ่ดอยู่นะเมื่อกี้”“ธรรมดาป่ะ มามึงวันนี้เต็มที่เลยนะ กูเลี้ยงเอง” เต็มเดือนพูดพร้อมยกแขนเรียวขึ้นมาคล้องคอเพื่อนและวาดลวดลายเบา ๆ อย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตามากมายหญิงสาวและบรรดาเพื่อน ๆ นั่งดื่มกันอยู่หลายชั่วโมง บางคนเริ่มทรงตัวไม่อยู่ บางคนฟุบไปกับโต๊ะ และมีบางคนที่ยังสู้ไม่ถอย“มึงกูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เต็มเดือนเอ่ยบอกกับเพื่อนที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดเต็มเดือนเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพังและระหว่างทางมีแก้วมากมายส่งมาให้ ด้วยความที่สติเธอเหลือไม่มาก
เวลาของความสุขมันมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ เผลอแปบเดียวตอนนี้ดุจผืนฟ้าก็อายุเข้าปีที่ 19 แล้ว เรียกได้ว่าเป็นวัยที่กำลังสวยสะพรั่งเลยทีเดียว ส่วนคนเป็นพี่ชายนั้นก็อายุ 20 แล้ว ทว่าการเลี้ยงดูของสองคนนี้แตกต่างกันมากทีเดียวเขาว่าคนเจ้าชู้หากมีลูกสาวจะหวงมากเป็นพิเศษเห็นทีว่าคงไม่เกินจริง ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกเหมือนกันหากแต่เท่าพิภพนั้นกลับได้รับอิสระทั้งทางด้านความคิดและเรื่องของการตัดสินใจมากกว่า อีกทั้งเมื่อมีเวลาว่างคนเป็นพ่อก็มักพาเจ้าลูกชายนั้นไปทำเรื่องที่ลูกผู้ชายเขารู้กันดีอยู่สองคน อย่างเช่นว่า เบียร์แก้วแรกของลูกนั้นหมื่นลี้ต้องเป็นคนรินให้เอง และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงเสียด้วย เรื่องนี้ชมพิ้งไม่ค่อยพอใจมากนักคิดว่าเขาจะพาลูกไปทำตัวไม่น่ารักที่ไหน หากแต่ลูกก็ดูอยากจะให้พ่อพาไปเธอจึงไม่อาจขัดใจได้ นับวันยิ่งโตเท่าพิภพก็ยิ่งเหมือนพ่อแต่ดุจผืนฟ้านั้นไม่เหมือนกัน เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นแก้วตาดวงใจของทั้งบ้านเพราะว่ามีเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวของบรรดาหลาน ๆ ทั้งหมด เป็นคนที่ทุกคนต่างประคบประหงมกันเป็นอย่างดี จะไปไหนก็ต้องมีคนขับรถไปรับไปส่ง มีคนติดตามเว้นเสียเวลาอยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น"เ
3 เดือนให้หลังจากงานแต่งครั้งสุดท้ายของชีวิตหมื่นลี้ เขาทำงานอย่างหนักหน่วงทั้งงานของบริษัทตัวเอง และบริษัทของภรรยาด้วย ตอนนี้เรียกได้ว่าหมื่นลี้ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าครอบครัวแบบเต็มตัวแล้ว ซึ่งชมพิ้งเองก็เห็นด้วยที่ปล่อยให้สามีได้ทำงานแทบทุกอย่างไป เพราะเขานั้นย่อมถนัดกว่าเธอตอนนี้ชมพิ้งนอกจากการเลี้ยงเจ้าก้อนหมูน้อยแล้วเธอก็กลับมาทำงานอดิเรกที่เคยชอบทำอย่างเช่น การวาดภาพ และการถ่ายภาพศิลปะต่าง ๆ การทำอาหาร และการเข้าคอร์สจัดดอกไม้ซึ่งตอนนี้ก็ถือได้ว่าเธอนั้นได้ชีวิตกลับคืนมาอยู่หลายส่วน"อ้วก ๆ ๆ ๆ" เสียงอาเจียนหนักหน่วงปานจนจะขาดใจของหมื่นลี้ดังขึ้นตอนเข้ามาเป็นวันที่สามแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกว่าร่างกายนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากไม่รู้เพราะอะไร"พี่หมื่น คลื่นไส้อีกแล้วเหรอ" คนเป็นภรรยานั้นเดินมาลูบหลังสามีด้วยความเป็นห่วง โชคดีที่เตียงนอนของเจ้าลูกหมูไม่ได้อยู่ใกล้กับห้องน้ำมากนัก ถึงไม่ทำให้เขาตื่นขึ้นมางอแงแต่เช้ามืด แต่ชมพิ้งนั้นรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนที่หมื่นลี้รีบลุกขึ้นจากเตียงแล้วเข้ามาในห้องน้ำแล้ว"พี่ไม่เป็นไรครับ" เขาตอบให้ภรรยาคลายความกังวลใจ ช่วงนี้งานที่บริษัทรัดตัวมากจริง ๆ น
งานแต่งงานที่สุดแสนจะยิ่งใหญ่ถูกจัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมหนูใจกลางเมือง ทว่ามันไม่ใช่ที่เดิมแต่บรรยากาศในงานกลับดูเหมือนเดิมไปเสียทุกอย่าง ก็เพราะว่าคุณนายเม็ดพลอยไม่รู้ว่าจงเกลียดจงชังอะไรลูกชายตัวเองหรือเปล่าถึงได้เลือกออแกไนซ์เจ้าเดิมแถมยังมีธีมงานและของชำร่วยรวมถึงการ์ดเชิญแบบเดิมอีกด้วยดูก็รู้ว่าจงใจแกล้งเขาให้เตรียมตัวโดนเชือดกันชัด ๆ เห็นทีว่าคืนนี้เขาต้องเอาใจเมียตัวเองให้ดีเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นตายแน่ ๆ เพราะดูจากใบหน้าบึ้งตึงของเจ้าสาวที่เต็มเดือนส่งมาให้แล้วเห็นทีจะรอดยาก ก็นะภาพจำของภรรยาคนสวยเขามันคงยังชัดเจน เหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่สิ มันต้องไม่เหมือนเดิมแล้วเด้อ ก็เจ้าบ่าวคนนี้กลับตัวกลับใจแล้วจ้าเมียจ๋า"เร่งแอร์หน่อยสิวะ ทำไมมันร้อนขนาดนี้แอร์เสียหรือเปล่า" หมื่นลี้หันไปพูดกับเพื่อนเจ้าบ่าวทั้งสองและพี่น้องเจ้าบ่าวอีกสองรวมเป็นสี่ที่วันนี้แต่งตัวมาอย่างตั้งใจกว่าครั้งที่แล้วมาก ๆ "แอร์มันก็ปกติแล้ว แต่ที่มึงร้อนมันเป็นเพราะชะงักที่ติดหลังอยู่หรือเปล่า" แซมเอ่ยแซวและไม่นานก็ได้รับเป็นรองเท้าเจ้าบ่าวถอดโยนมาให้เป็นรางวัล"ชะงักพ่องมึงดิ วันนี้วันดีห้ามพูดเรื่องไม





