Masukเมื่อเวลาผ่านไป จวบจนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย จารวีได้ดื่มไวน์เข้าไปหลายแก้ว เพื่อย้อมใจ ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ไม่วายที่จะเป็นกังวลอยู่ดี
ใครจะรู้ว่าชะตาของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เนื่องจากฌอนกำลังจำเบอร์ห้องของคนที่เขากำลังจะไปพบ สลับกับเบอร์ห้องของจารวี ซึ่งชายหนุ่มเร่งรีบเสียจนลืมหยิบโทรศัพท์มือถือมาด้วย
เนื่องจากโรงแรมแห่งนี้อยู่ภายใต้การบริหารของเขา ซึ่งบิดาได้มอบตำแหน่งผู้บริหารให้กับฌอน จึงทำให้ชายหนุ่มต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพฯ กับกระบี่เป็นประจำ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงคนเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ซึ่งทำให้จารวีรีบวางแก้วในมือลง เธอสำรวจชุดกระโปรงยาวสายเดี่ยวสีขาวลายดอกสีสันสดใส ก่อนจะเดินไปเปิดประตูต้อนรับแขกวีไอพีของเธอ
เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่ม ทำเอาจารวีถึงกับตลึงในความหล่อขั้นเทพของเขา หญิงสาวตกอยู่ในภวังค์ราวกับต้องมนต์ เธอถึงกับแอบชมมินดาในใจ ที่คัดสรรค์ผู้ชายตรงหน้ามาให้ ดูจากโพรไฟล์แล้วถือว่าเลิศมากสำหรับเธอ
“เชิญค่ะ”
“คุณอยู่คนเดียวเหรอครับ” ฌอนเริ่มไม่แน่ใจ เมื่อเห็นหญิงสาวมีท่าทีแปลก ๆ ซึ่งเธอไม่น่าใช่แขกที่กำลังมีปัญหากับทางโรงแรม
“ใช่ค่ะ”
“คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“มีสิค่ะ ถ้าไม่มีฉันจะให้คนเรียกคุณมาช่วยเหรอ” หญิงสาวถึงกับใช้น้ำเสียงแข็ง เธอปรายตามองชายหนุ่มด้วยท่าทีปลื้มเขาสุด ๆ จารวีเพิ่งสัมผัสได้ถึงความรู้สึก ๆ ลึก ๆ ภายในใจ
“มีอะไรก็ว่ามา ถ้าผมช่วยได้ผมก็ยินดีที่จะช่วยคุณ”
“เชิญนั่งก่อนสิค่ะ” หญิงสาวเชื้อเชิญชายหนุ่มไปนั่ง ซึ่งเธอได้เตรียมเครื่องดื่มไว้ให้เขา
คนทั้งสองเริ่มเปิดใจกับอีกฝ่าย แต่อยู่ภายใต้การเข้าใจผิดของเขาและเธอ เมื่อจารวีคิดว่าชายตรงหน้าคือคนที่มินดาแนะนำมาให้ ส่วนฌอนเองก็คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าคือแขกที่พนักงานทางโรงแรมแจ้งมา
“คุณชื่ออะไรคะ”
“ผมฌอน”
“ฉันจารวี หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่าจาก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณฌอน” หญิงสาวยื่นมือออกไป ซึ่งทำให้ฌอนเอื้อมมาแตะเบา ๆ ตามมารยาท
จากนั้นหญิงสาวได้ส่งแก้วเครื่องดื่มให้กับเขา ชายหนุ่มเองก็ไม่ปฏิเสธ เพราะเขาอยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะมาไม้ไหนกันแน่ เขายอมรับวาเธอดูดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับสวยโดดเด่นกว่าใคร ส่วนเรื่องนิสัยเขาเดาได้ว่าคงแย่กว่าหน้าตาเยอะเลยทีเดียว
“เรามาเข้าประเด็นสำคัญเลยดีกว่า คุณโสดจริง ๆ ใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับผมโสด แล้วไง”
“คืนนี้คุณนอนกับฉันเอาไปเอาไปก่อนหนึ่งหมื่น” จารวีพูดพลางยัดธนบัตรใส่มือให้กับชายหนุ่ม แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความหวัง เมื่อหญิงสาวต้องการหลุดพ้นจากการถูกคลุมถุงชน
“ไม่ต้องทำหน้าสงสัยอะไรทั้งสิ้น พรุ่งนี้เราค่อยไปจดทะเบียนสมรสกัน ฉันจะเพิ่มเงินให้คุณอีกหนึ่งแสน”
“...?...” ฌอนยังคงนิ่งงัน ไม่คิดว่าตัวเองต้องมาเจอกับเหตุการณ์บ้า ๆ แบบนี้ เธอไม่ถามเขาสักคำว่าเต็มใจหรือเปล่า ผู้หญิงคนนี้หลุดมาจากดาวดวงไหนกันนะ ถึงได้ทำอะไรผลีผลามไม่ไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ ถ้าผู้ชายที่เธอลากเข้าห้องไม่ใช่เขา เธออาจโดนลากไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
“เอาอย่างนี้ ฉันเปย์เต็มที่ไปเลย อยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม แต่ฉันเหลือเงินอีกไม่มากหรอกนะ ที่สำคัญอย่าหวังจะได้ความรักจากฉัน เพราะเงื่อนไขนี้จะอยู่ใต้พันธะสัญญาหนึ่งปี จากนั้นคุณจะเป็นอิสระทันที” ฌอนเพ่งมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนยอมจ่ายเงิน เพื่อแลกกับการถูกเอาเปรียบโดยสิ้นเชิง เธอเป็นใครกันทำไมถึงกล้ายื่นข้อเสนอนี้ให้กับทาญาติหมื่นล้าน ลูกชายคนเดียวของเจ้าของธุรกิจผลิตอุปกรณ์การแพทย์
“เฮ้ย! คุณจะบ้ารึไง! ไปโดนตัวไหนมาเนี่ยหน้าแดงยังกับลูกตำลึงเมาใช่ไหมเนี่ย” ฌอนไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหน บ้าดีเดือดเท่าหญิงสาวตรงหน้านี้มาก่อน หน้าตาของเธอจิ้มลิ้มน่ารักดีอยู่หรอก แต่จะให้เขามาอยู่ภายใต้พันธะสัญญาอะไรนั่น เขาไม่เอาด้วยหรอก
“ฉันเพิ่งกดเงินมาสด ๆ ร้อน ๆ เพิ่มให้อีกก็ได้ สองหมื่นขาดตัว ฉันยอมลงทุนกินปลาเค็มทั้งเดือนเลยนะเนี่ย”
“คุณเริ่มเมาแล้วสินะ”
“โน! โน! โน! ไม่เอาไม่พูด เอาเงินไป... คุณคือผู้ชายคนแรกเลยนะที่ฉันยอมเปย์” จารวีพูดพลางเอาธนบัตรปึกเล็ก ๆ ยัดใส่มือของฌอน
“เพิ่งอกหักมารึไง”
“ฉันเนี่ยนะอกหัก ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ไม่ใช่ย๊ะ! ฉันกำลังถูกบังคับให้แต่งงานต่างหากเล่า ฮื้อ...ฮึก ฮึก ฮื้อ!”
“เฮ้ยคุณ! อะไรวะเนี่ย เดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวหัวเราะ เป็นไบโพลาหรือไปโดนตัวไหนมาเนี่ย จับส่งตำรวจดีไหม”
“ไม่เอา... คุณพร้อมกัดก้อนเกลือกินกับฉันหรือยังคะ” หญิงสาวเริ่มพูดคล้ายคนเมา แต่ก็ยังคงแอบส่งสายตาหวานให้กับชายหนุ่ม
“ถ้าไม่มีอะไร ผมจะกลับแล้ว”
“อย่านะ! คุณห้ามทิ้งฉันไปเด็ดขาด!”
“ทำไมผมต้องเชื่อคุณด้วย ผมมีงานต้องทำนะคุณ”
“คุณก็ลองเดินออกไปจากห้องนี้ดูสิ ฉันจะกระโดดลงไป ให้ใครต่อใครได้รู้ว่าผู้ชายอย่างคุณ ทำร้ายผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างฉันได้ลงคอ”
“คุณขู่ผมเหรอ” ถ้อยคำของจารวี ทำให้ฌอนถึงกับลำบากใจ เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอยู่ในห้องนี้กับเธอไปก่อน จนกว่าหญิงสาวจะหลับ แล้วเขาจะแอบกลับออกไป
“ฉันไม่ได้ขู่ คนที่จนตรอกมักจะทำอะไรสิ้นคิดเสมอ”
“ใจเย็น ๆ สิคุณ” ฌอนได้แต่ทำใจยอมรับ เมื่อเขาไม่อาจทิ้งเธอไว้ในห้องนี้ตามลำพังได้
“ฉันทำเอกสารมาเรียบร้อย เหลือแค่คุณลงนาม จากนั้นสัญญาฉบับนี้จะสมบูรณ์แบบทันที ลองอ่านดู” จารวีหยิบสัญญาที่เธอร่างเอาไว้ส่งให้กับฌอน
ชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อเห็นข้อตกลงในสัญญาที่จารวีเป็นคนทำขึ้นมา ซึ่งเขาเพิ่งเจอผู้หญิงแบบเธอ ทำไมหญิงสาวถึงยอมเสียเปรียบขนาดนี้
ฌอนเริ่มสะดุดกับข้อที่สอง ห้ามเขาตกหลุมรักเธอเด็ดขาด ผู้หญิงเกือบทั้งโลกแข่งกันขายขนมจีบให้กับเขา แต่จารวีกลับไม่เหมือนใคร เธอชักหน้าสนใจแล้วสิ เขาจึงตัดสินใจลงนามในเอกสารด้วยรอยยิ้มกรุ่น
“ฉันให้คุณเลือก”
“อะไรกันเนี่ย” ชายหนุ่มถึงกับอุทานออกมา เมื่อเห็นจารวีเดินไปหยิบถุงยางหลายขนาดมาวางไว้ตรงหน้าเขา
“ถุงยางไง คุณไม่เคยใช้เหรอ” ฌอนโชกโชกเรื่องนี้มาพอสมควร คำถามนี้ควรเป็นเขามากกว่า ผู้หญิงบ้าอะไรหยิบมาทุกขนาด คนขายให้คงขยาดเธอไปแล้วมั้ง เธอตั้งใจซื้อมาทำไมเยอะแยะ ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงบิ๊กไซซ์
“ฉันยินดีมอบสิ่งมีค่าให้กับคุณ เพื่อตอบแทนที่คุณยอมสละเวลาอันมีค่า มาทำตามสัญญาที่ร่างเอาไว้ในฉบับนี้” แววตาของเธอหม่นลงเล็กน้อย เมื่อนึกถึงถ้อยคำที่บิดามารดาสั่งให้ทำ ทั้งที่เธอไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย
“ทำไมคุณไม่แต่งงานกับเขา”
“ฉันไม่ได้รักเขา”
“แสดงว่าคุณมีคนที่รักอยู่แล้ว”
“เปล่า”
“ไม่มีก็แค่แต่ง ๆ ไปก็สิ้นเรื่องแล้ว”
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะสิ ฉันเห็นเขาเป็นเหมือนพี่ชาย ฉันทำใจยอมรับสถานะสามีภรรยาไม่ได้ มันบอกไม่ถูกอ่ะ ต้องเจอกับตัวถึงจะเข้าใจ”
“แล้วทำไมต้องเป็นผม”
“เหตุผลง่าย ๆ คุณกับฉันต่างก็โสดไม่ใช่เหรอ เราไม่ได้ทำผิดศีลข้อสามสักหน่อยนี่นา ก็ไม่เห็นต้องแคร์ใคร ขอแค่ฉันไม่ต้องแต่งงานกับเฮียตี๋ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน” ถึงแม้จารวีจะดื่มเข้าไปหลายแก้ว เธอก็ยังคงมีสติมากพอ ที่จะเจรจากับฌอน
“ทำไมต้องจดทะเบียนสมรส”
“มันคือสิ่งสำคัญ เพราะเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร สามารถยืนยันในความสัมพันธ์ของฉันกับคุณได้อย่างไม่มีข้อแม้” ฌอนเริ่มรู้สึกอยากเล่นอะไรสนุก ๆ เขาจึงตัดสินใจรับปากเธอ
“โอเค ผมตกลงทำตามเงื่อนไขของคุณ”
“ขอบคุณนะคะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปแต่งงานกันปลอม ๆ ใส่ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว จัดฉากให้ดูน่าเชื่อถือ แล้วถ่ายภาพกันนะคะ”
“เรื่องนั้นเดี๋ยวผมเป็นธุระจัดการให้คุณเอง”
“ขอบคุณมากค่ะ” จารวีไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน เธอเพิ่งค้นพบคำตอบของการถูกเอาใจใส่ ถึงแม้ความสัมพันธ์มันจะเป็นเพียงแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เธอก็อยากทำให้การใช้ชีวิตคู่กำมะลอราบรื่น
หมับ!! ชายหนุ่มคว้าตัวหญิงสาวเข้าไปสวมกอดเอาไว้ด้วยความรักจนล้นใจ ยากที่จะปล่อยเธอหนีเขาไปไกลได้อีก “ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย ได้กำไรมาทั้งคืนแล้วยังคิดจะเอาเปรียบฉันอยู่อีกเหรอ” “จุ๊บ! เมียผมตัวหอมจัง” “ใครเมียคุณ อย่ามโนให้มันมากไป” “ก็คุณไงเมียผม เดี๋ยวเราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ แล้วค่อยจัดงานแต่งดีไหมครับ... หืม” “ปล่อยค่ะ! ฉันจะไปอาบน้ำ” “ตอบผมมาก่อนสิ” “คุณไม่มีสิทธิ์มาเร่งรัดฉัน คงใช้อำนาจจนเคยตัวสินะ” “ที่ทำงานน่ะอาจจะใช่ แต่บนเตียงนี้ผมยกให้คุณมีอำนาจเหนือกว่าทุกประการเลยนะครับ” เขาพูดพลางกวาดสายตามองเธอด้วยความเจ้าเล่ห์ “ยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่ หันหน้าไปได้แล้วและหลับตาด้วย” “โอเค... ไม่เร่ง
หญิงสาวเริ่มทนไม่ไหว ทำเอาตรีภพสติเตลิด เมื่อเห็นว่ามินดาตอบสนองเขาได้อย่างเร่าร้อน ริมฝีปากร้อนฉ่าค่อย ๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอึ่งและเสียดาย แต่ก็ไม่วายที่จะจุมพิตหนัก ๆ ลงไปยังเรียวปากอิ่มน้ำอีกครั้ง “ไปที่เตียงดีกว่า” “คุณฉันไม่ไหวแล้วนะ” หญิงสาวพูดออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด จนอีกฝ่ายอดที่จะเผยรอยยิ้มให้กับเธอไม่ได้ เขาอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะวางลงไปยังเตียงนุ่มอย่างเบามือ จากนั้นจึงหันมาจัดการปลดเข็มขัดแล้วรูดซิปลง ก่อนจะรั้งกางเกงขายาวของเขาออกไปกองไว้กับพื้นเผยให้เห็นเรือนกายกำยำ เต็มไปด้วยมวลกล้ามเป็นมัด ๆ ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล จนไม่อาจละสายตาไปจากชายตรงหน้าได้ ช่วงล่างที่มีเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียว มันแทบปริเมื่อความเป็นชายของเขาพองตัวขึ้นมาแบบนั้น “พร้อมนะครับที่รัก” เขาพูดพลางโน้มตัวเข้าไปคร่อมค
ในเวลานี้ตรีภพได้ขับรถยนต์คันหรูของเขาแล่นเข้ามาจอดบริเวณบ้าน ซึ่งทำให้มินดาแสดงสีหน้าบึ้งตึงใส่เขาหนักเข้าไปอีก เธอไม่คิดว่าการกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ จะได้เผชิญหน้ากับเขาอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัว“ลงมา!” เขายังคงออกคำสั่งเธอไม่เปลี่ยน จนหญิงสาวมองค้อนกลับไปอย่างไม่พอใจ “ทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วย!” มินดาพูดออกมาด้วยท่าทีพยศ ใบหน้าของเธอเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมา ราวกับกำลังอยู่หน้าเตาไฟ “คุณเห็นอะไรนั่นไหม ตรงนั้น! ตรงนั้น! และก็ตรงนั้น อ้อ! ยังมีตรงนั้นอีก” “ทำไมฉันต้องกลัว ก็แค่กล้องวงจรปิด ฉันไม่ใช่ขโมยนะ” หญิงสาวยังคงแวดเสียงใส่เขาไม่เลิกรา“ใช่... คุณไม่ใช่ขโมย แต่ถ้าขืนยังดึงดันที่จะอยู่ตรงนี้ อีกสักพักคุณได้เป็นนางเอกเอ็มวีหนังโป๊แน่!”“เอาหมาออกจากปากบ้างก็ได้นะ ถ้าจะพูดสุนัขไม่รับประทานแบบนี้” “ผมพูดความจริงครับ... คุณมินดา” ตรีภพพูดพลางมองหญิงสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันรู้สึกร้อนวูบวาบแบบนี้ หรือว่าคุณ! ไอ้บ้า! ไอ้เลว! ไอ้! ไอ้...” “ไอ้อะไรด่าผมพอห
“คุณตรีภพบ่นอะไรคะ หรือว่าอาหารไม่ถูกปาก” เมย์เปิ้ลยังคงตั้งท่าเอาอกเอาใจชายหนุ่มไม่ห่าง“เปล่าครับ” ตรีภพพูดพลางปรายหางตาไปทางมินดา ซึ่งทำให้เมย์เปิ้ลถึงกับแอบเคืองอยู่เนือง ๆ“จาพี่ฝากดูแลดาด้วยนะ ท่าทางจะเมาแล้ว” “ใครเมา! ดาไม่ได้เมาซักหน่อย... พี่กิตมั่วแล้วค่ะ” มินดาพูดพลางโน้มใบหน้าเข้าหาต้นแขนล่ำด้วยความออดอ้อน โดยมีสายตาของใครบางคน ที่กำลังแอบมองด้วยท่าทีไม่พอใจสุด ๆ ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยการคาดโทษหญิงสาวเอาไว้อยู่ในที “ไม่เมาแต่ตาหวานเชียวนะ” “พี่กิตไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวจาจะดูแลยัยดาเองค่ะ” “เรื่องนั้นพี่ไม่ห่วงหรอก ที่พี่ห่วงคือจาต่างหาก จะดูแลยัยดาไหวไหม เมาแล้วชอบทำตัวอ้อนเหมือนเด็ก” “จามีวิธีรับมือค่ะ พี่กิตไม่ต้องห่วงนะคะ” “โอเค... ดึกแล้วพี่กลับก่อนนะดา” “พี่จะกลับแล
“แม่จ๋าใจเย็น ๆ อย่าวีนสิครับ นี่เฌอเบลล์น๊า... เดี๋ยวลูกสาวก็เลียนแบบมันจะยุ่งเอานะครับ”“เลียนแบบอะไรคะ จาไม่ได้พูดคำหยาบสักนิด แค่ถามว่าอะไรยังไงแค่นี้เองค่ะ” “คุณหมอรตีเธอเป็นหมอเฉพาะทาง ช่วงนั้นผมต้องทำกายภาพบำบัด คุณพ่อเลยจ้างเธอมาดูแลและรักษาผมจนหายดี สงสัยเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศมั้งครับ” “ไม่มีอะไรแน่นะ” “ด้วยเกียรติของพ่อเฌอเบลล์ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับผม” “ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป อย่าให้แม่รู้นะ ไม่อย่างนั้นเจอร่างสองแน่” “คร้าบ...” “แม่ไปอาบน้ำแต่งตัวสวย ๆ ก่อนนะคะเฌอเบลล์ จุ๊บ!” “อย่าให้พ่อรู้นะว่ามีใครแอบมาจีบแม่ พ่ออัดมันน่วมแน่ เรามารวมพลังกันนะคะเฌอเบลล์ลูกพ่อฌอน จุ๊บ!” จารวีถึงกับส่ายศีรษะให้กับคำพูดคำจาของผู้เป็นสามี ก่อนที่เธอจะเดินขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เพราะได้นัดกับมินดาเอาไว้
เวลาผ่านไปเกือบสามปี ชีวิตคู่ของฌอนกับจารวีราบรื่นดี หลังจากไม่มีปานมุกเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งป่านนี้หล่อนคงมีชีวิตที่ดี เพราะหนีไปตั้งรกรากอยู่ต่างประเทศพร้อมกับผู้เป็นบิดา ช่วงเวลาดี ๆ ได้เกิดขึ้นกับชีวิตของจารวี เพราะฌอนทั้งรักทั้งห่วงทั้งหวงเธอ ยิ่งมีลูกสาวมาเป็นโซ่ทองคล้องใจ เขาแทบไม่อยากออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ ส่วนปู่ย่าตายายไม่ต้องพูดถึง ทุกคนต่างเห่อหลานตัวน้อย แต่เพื่ออนาคตของเฌอเบลล์ สุดท้ายตากับยายก็ยอมให้หลานย้ายเข้าบ้านปู่กับย่า (ตอนแรกจารวีตั้งชื่อให้ลูกสาวว่าจอมขวัญ แต่ฌอนไม่ยอม เพราะเขาอยากได้ชื่อเฌอเบลล์ สุดท้ายจารวีก็เห็นดีเห็นงามกับสามีของเธอ เพราะชื่อนี้ดูเก๋และน่ารักไม่แพ้ชื่ออื่นเลย) “คืนนี้จาอาจกลับดึกนะคะ คุณรับมือยัยเฌอไหวหรือเปล่า” จารวีเอ่ยถามผู้เป็นสามีออกไป เพราะคืนนี้มีงานเลี้ยงรุ่น ซึ่งมินดาเพิ่งบินกลับมาเมืองไทย จึงทำให้หญิงสาวอยากออกไปสังสรรค์กับเพื่อนรักสักครั้ง นานแล้วที่เธอไม่ได้ออกจากบ้าน “ได้สิครับ ยัยหนูติดคุณปู่คุณย่าขนาดไหนคุณก็รู้ มีหรื







