LOGIN“คุณขู่ผมเหรอ” ถ้อยคำของจารวี ทำให้ฌอนถึงกับลำบากใจ เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอยู่ในห้องนี้กับเธอไปก่อน จนกว่าหญิงสาวจะหลับ แล้วเขาจะแอบกลับออกไป “ฉันไม่ได้ขู่ คนที่จนตรอกมักจะทำอะไรสิ้นคิดเสมอ” “ใจเย็น ๆ สิคุณ” ฌอนได้แต่ทำใจยอมรับ เมื่อเขาไม่อาจทิ้งเธอไว้ในห้องนี้ตามลำพังได้ “ฉันจัดทำเอกสารขึ้นมาเรียบร้อย เหลือแค่คุณลงนาม จากนั้นสัญญาฉบับนี้จะสมบูรณ์แบบทันที ลองอ่านดู” จารวีหยิบสัญญาที่เธอร่างเอาไว้ส่งให้กับฌอน ชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อเห็นข้อตกลงในสัญญาที่จารวีเป็นคนทำขึ้นมา ซึ่งเขาเพิ่งเจอผู้หญิงอย่างเธอ ทำไมหญิงสาวถึงยอมเสียเปรียบขนาดนี้ ฌอนเริ่มสะดุดกับข้อที่สอง ห้ามเขาตกหลุมรักเธอเด็ดขาด ผู้หญิงเกือบทั้งโลกแข่งกันขายขนมจีบให้กับเขา แต่จารวีกลับไม่เหมือนใคร เธอชักหน้าสนใจแล้วสิ เขาจึงตัดสินใจลงนามในเอกสารด้วยรอยยิ้มกรุ่น “ฉันให้คุณเลือก” “อะไรกันเนี่ย” ชายหนุ่มถึงกับอุทานออกมา เมื่อเห็นจารวีเดินไปหยิบถุงยางหลายขนาดมาวางไว้ตรงหน้าเขา “ถุงยางไง คุณไม่เคยใช้เหรอ”
View Moreเมื่อถูกทางบ้านกดดัน จึงทำให้จารวีคิดหาทางออก เธอได้บอกเรื่องนี้กับเพื่อนสนิท คนทั้งคู่นั่งอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ
“หัวเด็ดตีนขาดยังไง ฉันก็ไม่ยอมแต่งงานกับเฮียตี๋เด็ดขาด ทำไงดีล่ะดา... แกช่วยฉันคิดหน่อยสิ” จารวีเริ่มแสดงสีหน้าเครียดหนัก เพราะมารดาได้ยื่นคำขาด ให้เธอแต่งงานกับตรีภพหรือว่าเฮียตี๋ ซึ่งเขาเป็นเจ้าของกิจการหลายอย่าง
“ฉันจะช่วยแกยังไงดีล่ะ ถ้าแต่งแทนได้ฉันแต่งไปนานแล้ว” มินดารู้สึกเห็นอกเห็นใจเพื่อนรัก ซึ่งหญิงสาวได้แอบชอบตรีภพ แต่คู่หมายของชายหนุ่มกลับเป็นจารวี เนื่องจากสองตระกูลมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน
จนกระทั่งผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านได้เห็นพ้องต้องกัน ให้จารวีกับตรีภพเป็นคู่หมายมาตั้งแต่คนทั้งคู่ยังเป็นเด็ก พอกิจการโรงงานผลิตน้ำนมข้าวของชายหนุ่มประสบผลสำเร็จ จึงทำให้บิดาของจารวีเร่งรัด อยากเกี่ยวดองกับบ้านโน้นเต็มทีแล้ว
“เฒ่าแก่ก็ตายไปแล้ว ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไร ที่ฉันจะต้องแต่งงานกับเฮียตี๋เลยนี่นา... พ่อนะพ่อ” หญิงสาวพูดตัดพ้อต่อบิดา เมื่อเธอต้องมาเจอกับเหตุการณ์ถูกบีบบังคับแบบนี้
“เราสองคนทำงานที่บริษัทคุณตรีภพ แล้วแบบนี้แกจะหาทางเลี่ยงเขาได้เหรอ”
“แล้วถ้าฉันลาออกล่ะ”
“เฮ้ย! อย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ นะจา เดี๋ยวฉันหาทางช่วยแกเอง”
“แกรับปากฉันแล้วนะดา ห้ามกลับคำ... ไม่อย่างนั้น ฉันโกรธแกจริง ๆ ด้วย”
“เออน่า... ก็บอกว่าจะช่วยไง แต่ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออกเลยอ่ะ” มินดาถึงกับแสดงสีหน้าครุ่นคิด ดวงตาของเธอมองอีกฝ่ายอย่างซับซ้อนเพราะเฮียตี๋หรือตรีภพนั้นทั้งหล่อทั้งรวย แต่ไฉนเลย จารวีถึงไม่รู้สึกสิเน่หาชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
“มองแบบนี้หมายความว่าไง...” จารวีสัมผัสได้ถึงสิ่งที่มินดากำลังนึกคิด เพราะทั้งคู่โตมาด้วยกันมองตาก็รู้ใจ แต่ทำไมเรื่องนี้เพื่อนรักของเธอถึงไม่เข้าใจเอาเสียเลย จารวีถึงกับถอนหายใจ เมื่อนึกถึงประโยคที่มารดายื่นคำขาดในตอนเช้า
“เอางี้ไหม... อืม... แกหาใครสักคนมาเป็นผัวกำมะลอ เฮียตี๋จะได้เลิกตอแยแกไง”
“แกจะบ้าเหรอ! มีหวังฉันโดนพ่อกับแม่เฉดหัวออกจากบ้านแน่”
“ก็ไม่เห็นเป็นไร แกไปอยู่บ้านเช่าก็ได้นี่”
“แล้วใครจะดูแลพ่อกับแม่ฉันล่ะ...”
“ก็พี่สาวแกไง ยังไงพี่ภาก็ช่วยดูแลกิจการที่บ้านแกทั้งหมดไม่ใช่เหรอ” จารวีถึงกับครุ่นคิดหนักขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่า ต้องมาจมปลักอยู่กับเรื่องแบบนี้ ซึ่งนานนับเดือนแล้วที่เธอถูกบิดามารดา ใช้คำพูดเดิม ๆ กรอกใส่หูทุกวี่ทุกวัน ไม่ช้าก็เร็วยังไงเธอก็ต้องแต่งงานกับตรีภพอยู่วันยังค่ำ
“พี่เขยของฉันเขาจะยอมเหรอ แค่พี่ภามาดูแลงานที่บ้าน พี่เอกเขายังไม่พอใจเลย” จารุภาพี่สาวของจารวีแต่งงานกับเอกชัยมานานหลายปี แต่คนทั้งคู่ก็ยังไม่มีลูกสักที
ซึ่งลูกเขยกับพ่อตาไม่ค่อยลงรอยกัน เนื่องจากจตุภูมิอยากให้ลูกสาวของเขาแต่งงานกับคนมีหน้ามีตาในสังคม ทว่าเอกชัยกลับเป็นแค่พนักงานบริษัท แน่นอนว่ารายได้หลักของเขามาจากเงินเดือนไม่กี่หมื่น แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยให้ภรรยาของเขาต้องลำบาก
“ถ้าวันนั้นมาถึง ฉันเชื่อว่าพี่ภากับพี่เขยแก ก็ต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่ร้านแหละ”
บ้านของจารวีทำกิจการขายส่งเครื่องแต่งกาย ซึ่งร้านก็ใช้พื้นที่บริเวณบ้าน จะมีโกดังสินค้าแยกออกมาจากร้านไม่ไกลมากนัก ครอบครัวของเธอไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็พออยู่พอกินไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง เนื่องจากบิดามารดาของจารวีเป็นคนค่อนข้างตระหนี่เอามาก ๆ
“ฉันว่างานนี้บ้านแตกแน่”
“ถามจริงเหอะ ทำไมแกไม่คิดจะรักเฮียเขาบ้าง ฉันว่าเขาก็ดูหล่อดี แถมยังรวยอีกต่างหาก” มินดาพูดพลางนั่งเท้าคางด้วยแววตาหวานเยิ้ม ก่อนจะเผยรอยยิ้มอันสดใสออกมา เมื่อนึกถึงใบหน้าเจ้าของธุรกิจที่ตัวเองทำงานอยู่
“ฉันโตมาพร้อม ๆ กับเขา ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเฮียตี๋เป็นพี่ชายมากกว่าคนรัก พอนึกถึงวันแต่งงาน ฉันถึงกับขนลุกซู่ ไม่กล้าจินตนาการไปถึงฉากอย่างว่า โฮ.... ไม่อยากจะคิดเลย ฉันทำใจยอมรับเฮียตี๋เป็นสามีไม่ได้จริง ๆ อ่ะแก”
“อืม... ฉันเข้าใจแกนะจา แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไรเหรอ”
“แต่ว่าตอนนี้... เอ่อ... โน่นเขาเดินมาโน่นแล้ว”
“อ้าว! มันเวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย... หนียังไงก็หนีไม่พ้นสักที” จารวีถึงกับอุทานออกมาด้วยท่าทีเบื่อหน่าย เพราะผู้ชายอย่างตรีภพค่อนข้างน่ารำคาญสำหรับเธอ
“บังเอิญจัง เฮียไม่คิดว่าจะได้เจอกับจาที่นี่” ชายหนุ่มทักทายหญิงสาวออกมาอย่างคนคุ้นเคย แต่ทว่าจารวีกลับหมางเมินต่อชายตรงหน้า
“สวัสดีค่ะคุณตรีภพ เราสองคนก็ไม่คิดว่าจะเจอกับท่านประธานที่นี่เหมือนกัน เชิญนั่งก่อนค่ะ” เพราะหญิงสาวเป็นพนักงานในบริษัทของเขา จึงทำให้มินดาลุกขึ้นยืน แล้วเชื้อเชิญชายหนุ่มร่วมโต๊ะด้วย
“ขอบคุณครับ”
“แต่จากำลังจะกลับ ดาฉันฝากแกดูแลเฮียด้วยนะ จาขอตัวนะคะ”
“อ้าว! จา!” มินดาและตรีภพเรียกจารวีออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่หญิงสาวก็ไม่คิดจะหันหลังกลับ เพราะเธอไม่อยากรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับเขา
หมับ!! ชายหนุ่มคว้าตัวหญิงสาวเข้าไปสวมกอดเอาไว้ด้วยความรักจนล้นใจ ยากที่จะปล่อยเธอหนีเขาไปไกลได้อีก “ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย ได้กำไรมาทั้งคืนแล้วยังคิดจะเอาเปรียบฉันอยู่อีกเหรอ” “จุ๊บ! เมียผมตัวหอมจัง” “ใครเมียคุณ อย่ามโนให้มันมากไป” “ก็คุณไงเมียผม เดี๋ยวเราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ แล้วค่อยจัดงานแต่งดีไหมครับ... หืม” “ปล่อยค่ะ! ฉันจะไปอาบน้ำ” “ตอบผมมาก่อนสิ” “คุณไม่มีสิทธิ์มาเร่งรัดฉัน คงใช้อำนาจจนเคยตัวสินะ” “ที่ทำงานน่ะอาจจะใช่ แต่บนเตียงนี้ผมยกให้คุณมีอำนาจเหนือกว่าทุกประการเลยนะครับ” เขาพูดพลางกวาดสายตามองเธอด้วยความเจ้าเล่ห์ “ยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่ หันหน้าไปได้แล้วและหลับตาด้วย” “โอเค... ไม่เร่ง
หญิงสาวเริ่มทนไม่ไหว ทำเอาตรีภพสติเตลิด เมื่อเห็นว่ามินดาตอบสนองเขาได้อย่างเร่าร้อน ริมฝีปากร้อนฉ่าค่อย ๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอึ่งและเสียดาย แต่ก็ไม่วายที่จะจุมพิตหนัก ๆ ลงไปยังเรียวปากอิ่มน้ำอีกครั้ง “ไปที่เตียงดีกว่า” “คุณฉันไม่ไหวแล้วนะ” หญิงสาวพูดออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด จนอีกฝ่ายอดที่จะเผยรอยยิ้มให้กับเธอไม่ได้ เขาอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะวางลงไปยังเตียงนุ่มอย่างเบามือ จากนั้นจึงหันมาจัดการปลดเข็มขัดแล้วรูดซิปลง ก่อนจะรั้งกางเกงขายาวของเขาออกไปกองไว้กับพื้นเผยให้เห็นเรือนกายกำยำ เต็มไปด้วยมวลกล้ามเป็นมัด ๆ ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล จนไม่อาจละสายตาไปจากชายตรงหน้าได้ ช่วงล่างที่มีเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียว มันแทบปริเมื่อความเป็นชายของเขาพองตัวขึ้นมาแบบนั้น “พร้อมนะครับที่รัก” เขาพูดพลางโน้มตัวเข้าไปคร่อมค
ในเวลานี้ตรีภพได้ขับรถยนต์คันหรูของเขาแล่นเข้ามาจอดบริเวณบ้าน ซึ่งทำให้มินดาแสดงสีหน้าบึ้งตึงใส่เขาหนักเข้าไปอีก เธอไม่คิดว่าการกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ จะได้เผชิญหน้ากับเขาอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัว“ลงมา!” เขายังคงออกคำสั่งเธอไม่เปลี่ยน จนหญิงสาวมองค้อนกลับไปอย่างไม่พอใจ “ทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วย!” มินดาพูดออกมาด้วยท่าทีพยศ ใบหน้าของเธอเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมา ราวกับกำลังอยู่หน้าเตาไฟ “คุณเห็นอะไรนั่นไหม ตรงนั้น! ตรงนั้น! และก็ตรงนั้น อ้อ! ยังมีตรงนั้นอีก” “ทำไมฉันต้องกลัว ก็แค่กล้องวงจรปิด ฉันไม่ใช่ขโมยนะ” หญิงสาวยังคงแวดเสียงใส่เขาไม่เลิกรา“ใช่... คุณไม่ใช่ขโมย แต่ถ้าขืนยังดึงดันที่จะอยู่ตรงนี้ อีกสักพักคุณได้เป็นนางเอกเอ็มวีหนังโป๊แน่!”“เอาหมาออกจากปากบ้างก็ได้นะ ถ้าจะพูดสุนัขไม่รับประทานแบบนี้” “ผมพูดความจริงครับ... คุณมินดา” ตรีภพพูดพลางมองหญิงสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันรู้สึกร้อนวูบวาบแบบนี้ หรือว่าคุณ! ไอ้บ้า! ไอ้เลว! ไอ้! ไอ้...” “ไอ้อะไรด่าผมพอห
“คุณตรีภพบ่นอะไรคะ หรือว่าอาหารไม่ถูกปาก” เมย์เปิ้ลยังคงตั้งท่าเอาอกเอาใจชายหนุ่มไม่ห่าง“เปล่าครับ” ตรีภพพูดพลางปรายหางตาไปทางมินดา ซึ่งทำให้เมย์เปิ้ลถึงกับแอบเคืองอยู่เนือง ๆ“จาพี่ฝากดูแลดาด้วยนะ ท่าทางจะเมาแล้ว” “ใครเมา! ดาไม่ได้เมาซักหน่อย... พี่กิตมั่วแล้วค่ะ” มินดาพูดพลางโน้มใบหน้าเข้าหาต้นแขนล่ำด้วยความออดอ้อน โดยมีสายตาของใครบางคน ที่กำลังแอบมองด้วยท่าทีไม่พอใจสุด ๆ ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยการคาดโทษหญิงสาวเอาไว้อยู่ในที “ไม่เมาแต่ตาหวานเชียวนะ” “พี่กิตไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวจาจะดูแลยัยดาเองค่ะ” “เรื่องนั้นพี่ไม่ห่วงหรอก ที่พี่ห่วงคือจาต่างหาก จะดูแลยัยดาไหวไหม เมาแล้วชอบทำตัวอ้อนเหมือนเด็ก” “จามีวิธีรับมือค่ะ พี่กิตไม่ต้องห่วงนะคะ” “โอเค... ดึกแล้วพี่กลับก่อนนะดา” “พี่จะกลับแล