Mag-log inหญิงสาวบรรจงใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้คนเมาที่นอนแผ่หราอยู่กลางเตียงอย่างเบามือ อดไม่ได้ที่มองสำรวจใบหน้าหล่อเหลานั้นในระยะใกล้ หากในเวลาปกติ เธอไม่มีทางได้มองหน้าเขาใกล้ ๆ แบบนี้แน่นอน เมื่อก่อนตอนเขามาช่วยติวหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้เธอกับต้องตา เธอยังไม่เคยกล้ามองสบตาเขาตรง ๆ เลยสักครั้ง
ห้าปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มตรงหน้าเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรือนกายสูงใหญ่ของเขาดูกำยำล่ำสันขึ้น ใบหน้าคมเข้มกว่าแต่ก่อน อาจจะเป็นเพราะไรเคราเขียวจาง ๆ นี่กระมังที่ส่งให้เขาดูเป็นชายหนุ่มมาดเซอร์ และมีเสน่ห์ชวนหลงใหลทุกครั้งแม้ว่าเขาจะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตธรรมดากับกางเกงยีนขนาดพอดีตัวที่เขามักใส่อยู่เป็นประจำ
“วิ...ทำไมวิไม่รักผม...ผมมันไม่ดีตรงไหน”
เสียงพึมพำอ้อแอ้จากคนเมาไม่รู้เรื่องรู้ราวทำเอาคนฟังรู้สึกวูบโหวงในอก แม้จะรู้มาจากต้องตาบ้างเหมือนกันว่า เขารักและตามจีบผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ แต่พอมาได้ยินจากปากเขาแบบนี้ก็อดปวดแปลบในอกขึ้นมาไม่ได้
มือของชายหนุ่มคว้าข้อมือของหญิงสาวแล้วรั้งให้เข้าไปหาตนเองอย่างรวดเร็ว จนแก้วกานดาเสียหลักล้มลงไปบนตัวเขา ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ พร้อมกับสองตาคมที่เปิดปรือขึ้นมาสานสบกับดวงตากลมโตของแก้วกานดาจนหญิงสาวตกใจทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ วงแขนของเขาตรงเข้ารัดเอวบางจนดิ้นไม่หลุด
“เธอ...ครายยยย” เสียงยานคางของเขามาพร้อมกับอ้อมกอดที่เริ่มรัดแน่นขึ้นทุกที แก้วกานดาพยายามจะลุกขึ้นจากตัวเขา ในขณะที่มือก็พยายามแกะวงแขนนั่นให้หลุดพ้นไปจากตัว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไร
“กะ...แก้ว...แก้วเองค่ะพี่ต่อ แก้วเพื่อนของต้องไงคะ”
แก้วกานดาละล่ำละลักบอกเขา พลางดิ้นรนเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่รัดแน่นราวกับงูเหลือม ทว่าคำพูดต่อมาของคนใต้ร่างก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับตัวแข็งไปชั่วขณะ
“แก้ว...แก้วกานดา...งั้นหรือ”
แม้เสียงของเขาจะแผ่วเบาราวกระซิบ แต่มันกลับสะท้อนก้องกลับไปกลับมาอยู่ในหัว ความปลาบปลื้ม ดีใจล้นทะลักเต็มตื้นอยู่ในอกด้วยไม่คิดว่าเขาจะจดจำชื่อของเธอได้ น้ำเสียงของเขาเวลาที่เอ่ยเรียกชื่อเธอนั้นทำให้รู้สึกอุ่นซ่านจนแทรกซึมเข้าไปถึงหัวใจ หยาดน้ำใสเริ่มคลอเต็มสองตา
และเพราะไม่ทันระวังตัว อยู่ดี ๆ คนใต้ร่างก็พลิกกลับขึ้นมาทาบทับอยู่เหนือร่างของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แก้วกานดาได้สติอีกครั้ง พยายามยกมือขึ้นดันอกเขาให้ถอยห่างออกไป
“พี่ต่อคะ ปล่อยแก้วเถอะค่ะ พี่ต่อเมามากแล้วนะคะ”
หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเขาโน้มหน้าต่ำลงมาจนหน้าผากของเธอกับเขาติดกัน แก้วกานดาตัวนิ่งค้างเมื่อลมหายใจอุ่นร้อนเจือไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของเขาเป่ารินรดไปทั่วหน้า
“ไม่ใช่...คุณคือวิ วิวัลลา ผมรักคุณนะ”
ริมฝีปากร้อนตามประกบลงมาทันทีที่พูดจบ แก้วกานดาตัวแข็งทื่อไปอีกครั้งกับการจู่โจมแบบไม่ทันให้ตั้งตัวของเขา ใจหนึ่งนึกอยากผลักไสให้เขายอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ทว่าอีกใจกลับคัดค้านอย่างหนักด้วยความรักล้นอกที่เธอเฝ้ากักเก็บเอาไว้ พร้อมกับย้ำเตือนตนเองในใจว่าขอเพียงได้เข้าใกล้เขาอีกสักนิด...แล้วจะพอ
มือที่เริ่มผลักดันเขาเลื่อนขึ้นไปจับอยู่ที่บ่า รสจูบจากเขากำลังมอมเมาเธอให้หลงวนอยู่ในอารมณ์หวามไหว เขาเรียกร้องหนักหน่วงจนเธอแทบหลอมละลายจมหายไปกับอ้อมกอดของเขา
มือของต่อตระการเริ่มไต่สำรวจระเรื่อยไปทั่วเรือนร่างอรชร ผิวเนียนนุ่มมือ และความหอมกรุ่นของหญิงสาวใต้ร่างทำให้เขาไม่อาจหยุดตัวเองได้ และเขาไม่คิดที่จะหยุดมันด้วยซ้ำ
แก้วกานดาเริ่มได้สติ หลังจากที่หลงเพริดอยู่กับจุมพิตที่เธอเคยปรารถนา มือเลื่อนต่ำลงมาเพื่อดันอกเขาให้ถอยห่างพร้อมกับพยายามเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากร้อนร้ายนั่น เธอจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ถึงเธอจะรักเขาแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถยอมมอบกายให้เขาที่กำลังเมาไม่ได้สติ เธอรู้จุดจบของเรื่องนี้ดีว่ามันจะลงเอยอย่างไร
“พี่ต่อ! ปล่อยแก้วค่ะ ปล่อยแก้ว! พี่ต่อมีสติหน่อยสิคะ นี่แก้วนะคะ ไม่ใช่...” เธอไม่อยากเอ่ยชื่อของผู้หญิงที่เขารัก ทำได้เพียงแค่พยายามพูดโน้มน้าวเพื่อเตือนสติอีกฝ่ายเท่านั้น
“ไม่...อยู่กับผมได้ไหม อย่าทิ้งผมไป ขอร้อง”
น้ำเสียงเจือสะอื้นของเขามาพร้อมกับแววตารวดร้าวที่เธอไม่เคยเห็น และไม่คิดอยากจะเห็น หญิงสาวเอามือกอบกุมใบหน้าของเขาไว้อย่างแผ่วเบา เห็นเขาเจ็บแต่เธอกลับเจ็บยิ่งกว่า น้ำตาที่ไหลออกจากหางตาแล้วกลิ้งหายเข้าไปในขมับเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี
“แก้วจะไม่ทิ้งพี่ต่อไปไหน แก้วจะอยู่ข้าง ๆ พี่แต่ต้องไม่ใช่วิธีนี้ นะคะพี่ต่อ” หญิงสาวยังคงอ้อนวอนร้องขอเขาทั้งน้ำตา ทว่าชายหนุ่มกลับไม่นำพาต่อท่าทีเว้าวอนนั้น
ต่อตระการก้มลงไปจูบซับน้ำตาให้หญิงสาวใต้ร่าง ก่อนจะเริ่มกักเก็บเธอไว้ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้งหนึ่ง นาทีนี้สมองของเขาไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น นอกจากอยากบรรเทาความเจ็บปวดให้มันทุเลาเบาบางลงไปเท่านั้น เขาเริ่มฉุดรั้งเธอให้เข้ามาสู่วังวนปรารถนาของตัวเอง มอมเมาหลอกล่อเธอด้วยเสน่หาที่เขาปรนเปรอให้จนร่างอรชรเริ่มอ่อนระทดระทวยอยู่ใต้ร่าง
แรงขัดขืนต่อต้านหายไปแล้ว เหลือเพียงกายที่บิดเร่าและบดเบียดเข้าหา ต่อตระการจัดการลอกคราบของตนเอง และของคนใต้ร่างอย่างเชื่องช้าเพราะความมึนเมาที่ยังคงครอบงำสติอยู่ จนเมื่อกายเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่เขาก็เริ่มต้นสำรวจไปทั่วทุกตารางนิ้วของนวลเนื้อนุ่มแต่เต็มตึงไปทุกสัดส่วน และนั่นก็ทำให้เขาใกล้หมดความอดทนเข้าไปทุกที
เขาแวะที่ทรวงสล้าง หยอกเย้าทักทายมันด้วยริมฝีปากอยู่เป็นนานกว่าจะเริ่มต้นเดินทางลงต่ำอีกครั้ง เสียงครวญแผ่วของคนใต้ร่างเล็ดลอดออกมาจากปากอิ่มเมื่อเขาเริ่มสำรวจที่จุดอ่อนไหว ร่างเย้ายวนแอ่นหยัดขึ้นตามอารมณ์ที่กำลังตื่นเพริด สองมือกำแน่นอยู่ที่หมอนเมื่อเขาเร่งส่งเธอขึ้นไปสู่จุดสูงสุด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงครางหวานดังลั่นห้องอย่างลืมตัว
เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พัก ยกตัวขึ้นแล้วบดเบียดร่างหนาหนัก กดจุมพิตตามลงไปทันที หัวใจเธอเต้นรัวเร็วจนเขารู้สึกได้ ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับเขาที่กระหน่ำรัวเร็วเพราะจวนเจียนจะระเบิดอยู่รอมร่อ เขาจัดการแทรกกายลงไปครอบครองเธออย่างเชื่องช้า เสียงครวญแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด จนต้องจุมพิตเพื่อกักเก็บเสียงนั้นไว้ เมื่อครอบครองได้จนสุดทางเขาก็หยุดการเคลื่อนไหว และเริ่มต้นปลุกเร้ามอมเมาเธออีกครั้ง
เมื่อเห็นเธอเริ่มพร้อม สะโพกสอบก็เริ่มเคลื่อนไหว จากเชื่องช้าค่อยเป็นค่อยไปก็เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ เขาอยากอ่อนโยนมากกว่านี้แต่ร่างเย้ายวนของเธอทำให้เขาต้องสูญเสียการควบคุมโดยสิ้นเชิง
เขาสาดซัดความเร่าร้อนใส่เธออย่างไม่ปรานีปราศรัยจนเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอต้องสะท้านไหวไปตามแรงที่ถาโถม เรียวแขนกลมกลึงไขว่คว้าตัวเขาเอาไว้แน่นแล้วบดเบียดร่างหาเขาจนแทบหลอมละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เสียงครวญของทั้งคู่ดังประสานสอดรับกับจังหวะที่ชายหนุ่มเป็นคนคุมเกม และเริ่มถี่รัวขึ้นเมื่อเข้าใกล้จุดสูงสุดแห่งอารมณ์
ใบหน้าคมแหงนเงยขึ้นพร้อมกับครางสุดเสียงเมื่อพาตัวเอง และคนใต้ร่างไปแตะขอบฟ้าได้สำเร็จ เขาก้มลงระดมจูบไปทั่วใบหน้าเนียนของคนใต้ร่างก่อนจะพลิกตัวลงนอนตะแคงแล้วคว้าร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดไว้แนบอก
“ผมรักคุณนะวิ...”
เขาพึมพำอยู่เหนือศีรษะของเธอ ก่อนจะผล็อยหลับไปในทันที หญิงสาวรอจนกระทั่งเสียงลมหายใจของเขาดังสม่ำเสมอเมื่อแน่ใจว่าเขาหลับสนิทแล้วจึงผงกศีรษะขึ้นมองใบหน้าเขาชัด ๆ อีกครั้ง
เธอรักเขา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ๆ เธอก็ยังคงรักเขา แม้แต่ตอนนี้ ตอนที่เธอเป็นของเขาแล้วทั้งตัวและหัวใจ เขาได้จากเธอไปหมดแล้ว
แก้วกานดาค่อย ๆ ยกแขนของเขาออกจากเอวแล้ววางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ก้าวขาลงจากเตียงแล้วก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บแปลบที่กลางกาย แต่ก็ต้องฝืนทนก้มหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบเพราะเกรงว่าต้องตาจะกลับบ้านมาในเวลานี้
ก่อนจะออกจากห้อง แก้วกานดาหันมามองร่างสูงโปร่งที่นอนแผ่หราบนเตียงอีกรอบแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้เพราะเขาเปลือยทั้งตัว เห็นอย่างนั้นจึงเดินไปคลี่ผ้าห่มที่พับวางอยู่ปลายเตียงขึ้นมาห่มคลุมให้เขาโดยไม่ทันได้สังเกตรอยแดง ๆ ที่เปื้อนอยู่บนผ้าปูเตียง จากนั้นจึงเปิดประตูออกจากห้องเพื่อกลับไปยังห้องของต้องตาด้วยใบหน้าหม่นเศร้า
ต่อตระการมักชอบเรียกบุตรสาวของตนเองว่า “แก้วจูเนียร์” อยู่เสมอ เพราะแม่ลูกเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนทั้งหน้าตาและนิสัยใจคอ เขาจึงรัก และตามใจลูกสาวคนเล็กมาก เวลาที่เจ้าตัวออดอ้อนอยากได้อยากกินอะไร เขามักจะรีบไปหามาให้ทันทีเพราะเป็นลูกสาวคนโปรด“เฮ้ย...เจ้าตัวแสบ แกล้งน้องอีกแล้วหรือ”เสียงทุ้มของต่อตระการที่เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมแก้วกานดา ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยรีบลุกจากตักผู้เป็นยายแล้วปรี่เข้าไปหาบิดา พร้อมกับกางแขนอ้ากว้างให้อุ้ม ต่อตระการย่อตัวลงอุ้มร่างเล็กของลูกสาว“ฮึบ! โอ้โหลูกสาวพ่อตัวหนักแล้วนะเนี่ย”พอเห็นหน้าผู้เป็นพ่อ เด็กหญิงตัวน้อยก็ชี้ไปทางพี่ชายแล้วทำเสียงอืออาเป็นการฟ้องทันที จับใจความได้แต่ จ้าน...จ้าน เนื่องจากยังเรียกชื่อพี่ชายได้ไม่ชัดเท่าไรนัก ในขณะที่เด็กชายก็รีบวิ่งมาเกาะขาบิดาเช่นกัน แล้วนั่งลงบนหลังเท้าของผู้เป็นพ่อ เพื่อเวลาที่พ่อเดิน เขาก็จะเหมือนกับลอยขึ้นลอยลงไปด้วย ซึ่งพอผู้เป็นบิดาเริ่มออกเดิน ร่างเล็กจ้อยที่เกาะขาอยู่ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากขึ้นมาทันทีแก้วกานดามองภาพนั้นแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
ต่อตระการเหมือนจะเห็นรอยยิ้มเพียงน้อยนิดที่มุมปากของท่านนายพล ผิดกับแววตาที่ฉายประกายความยินดีออกมาให้เห็น“เป็นอย่างงั้นก็ดีสิลูก แก้วจะได้อยู่ที่นี่ไม่ต้องอยู่ไกลถึงกรุงเทพฯ พ่อกับแม่ก็จะได้ไม่เหงา”กัลยายิ้มหน้าบานเมื่อรู้ว่าลูกเขยตัดสินใจจะตั้งรกรากอยู่เชียงใหม่แทนที่จะกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตามเดิม ยิ่งตอนนี้แก้วกานดากำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ก็ยิ่งไม่อยากให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา เพราะแค่นึกภาพว่าในบ้านมีเด็กตัวเล็ก ๆ คลานต้วมเตี้ยมไปมาก็มีความสุขแล้วหลังจากรับประทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย ต่อตระการก็เตรียมตัวขับรถไปส่งแก้วกานดาไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติเช่นทุกวัน แล้วค่อยเลยไปไซต์งานก่อสร้างเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ แก้วกานดาวางมือบนหน้าขาของเขาพร้อมกับบีบนวดเบา ๆ“ขอบคุณนะคะพี่ต่อ”ต่อตระการหันมองหน้าภรรยา มือวางทาบกับมือเธอแล้วยกขึ้นแตะริมฝีปากก่อนจะสอดนิ้วมือประสานกันไว้“พ่อแม่แก้วก็เหมือนพ่อแม่พี่ พี่รู้ว่าแก้วก็ห่วงพวกท่านไม่อยากทิ้งให้ท่านอยู่ที่บ้านกันลำพังสองคนตายาย พี่ก็เลยย้ายตัวเองมาอยู่ที่นี่แทน เพร
ห้าเดือนต่อมาเสียงโอ้กอ้ากจากห้องน้ำอันเป็นเสียงที่ดังขึ้นเป็นประจำทุกเช้าปลุกให้คนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงรีบเด้งตัวผุดลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งไปห้องน้ำทันที เขาเอื้อมมือไปลูบหลังให้ สีหน้าแสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน“ไหวไหมแก้ว วันนี้หยุดงานดีกว่านะพี่ว่า แพ้ขนาดนี้ไปทำงานไม่ไหวหรอก พี่เป็นห่วง”ต่อตระการหาผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้ภรรยา ซึ่งขณะนี้กำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว“หยุดไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้เป็นวันหยุดของกชกร แล้วเขาก็ต้องไปทำธุระที่เชียงราย แก้วไม่อยากเอาเปรียบเพื่อน”ต่อตระการถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขารู้ว่าแก้วกานดาห่วงงานมาก แม้ว่าร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ดีเท่าไร แต่เจ้าตัวก็ยังแบกสังขารไปทำงานได้ทุกวัน“พี่บอกแล้วว่าให้ลาออกเถอะ ออกมาอยู่บ้านเฉย ๆ บำรุงร่างกายให้แข็งแรงดีกว่า ลูกเราจะได้ออกมาสมบูรณ์แข็งแรงไงแก้ว เมียคนเดียวพี่เลี้ยงได้อยู่แล้ว”ชายหนุ่มยังคงหว่านล้อมภรรยาในเรื่องเดิม ๆ เขาคุยเรื่องนี้กับแก้วกานดามาหลายครั้งแล้ว เพราะอยากให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านสบ
โกหกทั้งทางบ้านของตัวเอง และพ่อแม่ของแก้วว่าเขามีแฟนที่คบหากันมานานอยู่แล้ว เลยอยากถอนหมั้นกับแก้วน่ะ พี่กับคุณหมอเข้าไปคุยกับท่านพร้อมกันเพื่อจะบอกว่าเขาไม่อยากทำให้แฟนเขาเสียใจ และก็ช่วยพูดว่าพี่กับแก้วรักกันจริง ๆ สุดท้ายท่านก็เลยยอม หลังจากนั้นคุณหมอเขาก็จะพาแก้วออกไปเที่ยวข้างนอก เพื่อให้พี่พาพี่ต้นกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่เข้ามาพูดจาทาบทามสู่ขอให้”“ยายต้องก็ปิดปากเงียบเลย น่าโมโหจริง ๆ” หญิงสาวบ่นไปถึงเพื่อนรัก ต่อตระการจึงอดยิ้มขันไม่ได้“กว่าพี่จะอ้อนวอนเจ้าต้องให้ช่วยจัดการเรื่องการ์ด และเพื่อนฝูงของแก้วได้นะใช้เวลาตั้งหลายวัน แถมพี่ต้องซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์สองกษัตริย์หน้าปัดเพชรไปเซ่นมันด้วยนะจะบอกให้ มีการบอกด้วยนะว่าถ้าไม่เห็นแก่สารรูปที่เหมือนซอมบี้เดินได้ของพี่ มันก็ไม่คิดช่วยหรอก” ชายหนุ่มเล่าไปขำไป ตอนที่นึกถึงน้องสาวคนสุดท้องจอมแสบ“ทุกคนเลยรู้เรื่องนี้กันหมด มีแก้วคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”คิดแล้วก็รู้สึกโกรธไม่หาย ถึงว่าสิ ว่าทำไมต้องตาถึงพูดกับเธอแปลก ๆ แล้วไหนจะการกระทำแปลก ๆ ของคุณหมอวรั
แก้วกานดาพูดเสียงแผ่วในประโยคสุดท้าย ไม่อยากให้เขารู้ว่าตนกำลังหวั่นไหวแค่ไหนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น“พี่...พี่เคยรักเขา” ต่อตระการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ และให้เวลาตนเองรวบรวมคำพูดที่เหมาะสม“แก้วคงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนพี่ชอบแก้วมาก ทุกครั้งเวลาที่แก้วมาติวหนังสือกับยายต้อง พี่จะแอบไปด้อม ๆ มอง ๆ ตลอด แต่แก้วก็ชอบหลบหน้าพี่เหมือนกลัวพี่ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่กับพี่ต้นกับเจ้าไตร แก้วไม่เห็นมีอาการอย่างนี้เลย พี่ก็เลยคิดว่าแก้วน่าจะมีใจให้พี่บ้าง ถ้าแก้วจำตอนนั้นได้ แก้วจะนึกออกทันทีว่าทำไมพี่ถึงได้ชอบแกล้งชอบแหย่แก้วนัก นั่นก็เพราะพี่หาเรื่องคุย หาเรื่องเข้าหาแก้วโดยไม่ให้ตัวเองต้องเสียฟอร์ม”แก้วกานดาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินอะไรแบบนั้นจากปากของเขา หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้น อ้าปากค้างเล็กน้อย สีหน้างุนงงสับสนจนชายหนุ่มต้องรีบพูดต่อเพื่อขยายความ“บอกตามตรงว่าเมื่อก่อนพี่ฟอร์มจัดไปหน่อย แอบชอบแก้วแต่ไม่กล้าจีบตรง ๆ เพราะแก้วยังเด็กแต่พี่เรียนจบแล้ว พอตั้งใจว่าจะลองจีบดูสักตั้ง ถึงได้รู้ว่าแก้วกลับไปเรียนต่อที่เ
“ไม่เอาค่ะ แก้วอยากนอนแช่คนเดียว พี่ต่อออกไปรออาบทีหลังแก้วก็แล้วกันนะคะ”หญิงสาวหยิบเอาผ้าขนหนูที่อยู่บนชั้นวางตรงเคาน์เตอร์หินอ่อนยื่นส่งให้เขา ชายหนุ่มรับมันมาถือไว้ในมือ แต่กลับเอาไปวางบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าแทน จากนั้นสานต่อสิ่งที่ทำค้างไว้เมื่อครู่จนกระทั่งกางเกงในสีเนื้อไปกองอยู่ที่ปลายเท้า“พี่ต่อ!” แก้วกานดาร้องเรียกเขาอย่างขัดใจพลางหันหลังให้ทันที แต่คนตัวเปล่าเปลือยกลับไม่นำพากับท่าทางของเธอแต่อย่างใด เขาตรงเข้าสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง กระซิบชิดริมหูอย่างออดอ้อน“พี่อยากอาบน้ำกับแก้วนี่นา เราไม่ได้อาบด้วยกันนานมากแล้วนะ แก้วไม่คิดถึงพี่บ้างหรือ พี่คิดถึงแก้วใจจะขาดอยู่แล้วรู้รึเปล่า หายโกรธพี่เถอะนะแก้ว”จมูกโด่งเฝ้าวนเวียนซุกไซ้อยู่ตามหลังใบหูและซอกคอ ซึ่งมีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าตรงนี้คือจุดอ่อนของเธอ มือไม้ก็ปัดป่ายเปะปะไปทั่วเนินอกอิ่มก่อนจะวกกลับมายังซิปที่ซ่อนอยู่ในชุดเจ้าสาวแล้วจัดการรูดมันลงอย่างทุลักทุเล เพราะคนในอ้อมกอดดิ้นขลุกขลักอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งชุดของหญิงสาวไปกองอยู่ที่พื้นเช่นเดียวกันเมื
...เพราะหัวใจ และความรู้สึกมันสั่งกันไม่ได้แก้วกานดาค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาทีละนิด หญิงสาวมองไปโดยรอบด้วยความงุนงงสงสัย คนที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อเห็นคนเพิ่งตื่นที่ทำหน้าเหมือนสติยังกลับมาไม่ครบถ้วนก็ได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู“ที่ไหนคะเนี่ย” หญิงสาวเปิดปากถามขึ้นหลังจากหายงัว
วันนี้แก้วกานดาตื่นแต่เช้าเพราะต้องเตรียมจัดงานหมั้นระหว่างตนกับนายแพทย์วรัถ บุตรชายของพลโทสมภพ ที่บ้านของหญิงสาวตอนนี้จึงมีแต่ทหารเกณฑ์มากมายที่มาช่วยจัดการเรื่องสถานที่ และดูแลความเรียบร้อยให้ทั้งหมด โดยอาศัยพื้นที่สนามหญ้าข้างบ้าน และพื้นที่ว่างตรงที่จอดรถเพื่อใช้ในการวางโต๊ะแ
“เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้ ยายแก้วเปลี่ยนเบอร์หรือ ถ้าเปลี่ยนก็ต้องบอกต้องสิ” ต้องตาทำหน้าง้ำ ก่อนจะส่งข้อความเข้าไปหาเพื่อนทางแชตไลน์ ต่อตระการแอบมองที่หน้าจอโทรศัพท์ของน้องสาว เผื่อว่าแก้วกานดาจะอ่านข้อความแล้วตอบกลับมา ทว่าทุกอย่างยังคงเงียบกริบ“มีเบอร์บ้านแก้วที่เชียงใหม่รึ
ความสับสนเริ่มเข้ามาโจมตีเขาเป็นระลอก ด้วยเพราะเขาตอบตนเองไม่ได้ว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรที่วิวัลลากลับมาหาเขาแล้ว แต่ที่รู้แน่ ๆ นั่นก็คือเขาไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่เขาเคยคิดแก้วกานดาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ติดอยู่กับฝาผนัง สองทุ่มกว่าแล้ว แต่ต่อตระการยังไม่







