เข้าสู่ระบบ“ไม่เป็นไรค่ะ น้าเนียมไปเถอะ เดี๋ยวก็อดดูละครเย็นหรอก ป่านนี้จบไปแล้วมั้ง” ต้องตาจี้ตรงจุดเพราะรู้ดีว่าแม่บ้านของตนติดละครยิ่งกว่าอะไรดี ซึ่งก็ได้ผล พอได้ยินอย่างนั้นร่างอุ้ยอ้ายของแม่บ้านวัยกลางคนก็รีบเดินเร็ว ๆ ไปทางหลังบ้านซึ่งเป็นห้องพักของตนทันที
สองสาวจัดการอุ่นอาหารกันอย่างง่าย ๆ แล้วลงมือกินกันที่ห้องครัว ระหว่างกินก็พูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว
“ฉันดีใจนะเนี่ยที่แกได้มาทำงานที่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ อย่างนั้นน่ะ อีกหน่อยเราก็จะได้เจอกันบ่อยขึ้นแล้ว”
ต้องตาพูดไปยิ้มไป เธอยอมรับว่าไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงมากนักเนื่องจากตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนคณะที่ส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชายเรียน เพื่อนที่เห็นอยู่ทุกวันนี้จึงมักมีแต่หนุ่มฉกรรจ์หน้าโหด และโดยส่วนตัวของเธอก็ไม่ค่อยชอบคบเพื่อนผู้หญิงสักเท่าไร เนื่องจากว่าเกือบร้อยละเก้าสิบห้า มักจะหาทางตีสนิทกับเธอเพราะต้องการใช้เธอเป็นสะพานไต่ไปหาเพื่อนชายหน้าตาดีในคณะเดียวกัน หรือไม่ก็ต้องการใช้เธอเป็นสะพานในการทำความรู้จักกับพี่ชายทั้งสามคนของเธอ โดยเฉพาะพี่ชายคนสุดท้องที่เป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์
มีแต่แก้วกานดาที่เธอคบหาแล้วรู้สึกสบายใจที่สุด เพราะอย่างน้อยอีกฝ่ายก็ซื่อสัตย์ จริงใจ และเข้าใจตนที่สุด และที่สำคัญแก้วกานดาเป็นผู้ฟังที่ดี และคอยเตือนเธอเสมอเวลาที่เธอทำอะไรห่าม ๆ
“พูดแบบนี้แสดงว่ามีอะไรอยากเมาท์ให้ฟังใช่ไหมคุณเพื่อน เรื่องหัวใจรึเปล่า” แก้วกานดาพูดดักคอขึ้นมาทันที พลางมองเพื่อนอย่างจับผิดจนทันได้เห็นเพื่อนรักจอมห้าวรีบหลบสายตาเป็นพัลวัน
“เกลียดจริง คนรู้ทันเนี่ย” ต้องตาอุบอิบพูดจนแทบไม่ได้ยิน แต่ก็ทำเอาแก้วกานดาตาโตขึ้นมาทันที
“ว้าย...จริง ๆ ด้วย หนุ่มผู้โชคดีคนนั้นเป็นใครกันน้า”
“เฮ้อ...ฉันคงคิดไปเองข้างเดียวน่ะแก เดี๋ยวเอาไว้ตอนนอนจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน”
ต้องตาบอกเพื่อน พอดีกับที่เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวดังขึ้น หญิงสาวเหลือบตาไปมองชื่อที่ขึ้นโชว์แล้วก็ต้องรีบกดรับสาย พลางเดินออกไปคุยนอกห้องครัวทันที ซึ่งอาการหน้าแดงตอนเห็นชื่อคนที่โทรศัพท์เข้ามาก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของแก้วกานดาได้
ไม่นานนัก ต้องตาก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดีนัก ราวกับกำลังเกรงใจอะไรเธออยู่ แก้วกานดาจึงอดถามไม่ได้
“มีอะไรรึเปล่าต้อง”
“แก้ว เดี๋ยวฉันต้องเข้าไปที่โรงงานน่ะ พี่ที่เขาดูแลระบบโทร. มาบอกว่ามันรวนอีกแล้ว และตอนนี้ก็กำลังแก้ไขอยู่ แต่มันมีบางจุดต้องให้ฉันเข้าไปจัดการ แกอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”
ต้องตาพูดอย่างเกรงใจ รู้สึกเสียดายไม่น้อยที่เพื่อนรักอุตส่าห์มาค้างด้วย แต่ตนเองกลับต้องเข้าไปทำงานด่วนเสียนี่
“ฉันอยู่ได้ไม่เป็นไรหรอก แกไปทำงานเถอะ แล้วแกจะกลับมากี่ทุ่มล่ะ เดี๋ยวฉันจะได้อยู่รอเปิดประตูให้”
“บอกเวลาไม่ได้หรอกแก บางทีฉันต้องอยู่ยันเช้าก็มีบ่อยไป เอาเป็นว่าถ้าใกล้กลับแล้วฉันจะโทร. หาแกก่อนล่ะกัน”
“อืม...รีบไปเถอะ ไม่ต้องห่วง”
แก้วกานดาบอกเพื่อนให้คลายกังวล พลางเริ่มเก็บจานชามไปวางไว้ในครัวเพื่อเตรียมล้าง และเก็บเศษอาหารใส่ถุงพลาสติก
“ถ้างั้นแกก็นอนก่อนได้เลยนะ หรือถ้าอยากดูหนังดูละครแกก็เปิดทีวีดูได้เลยไม่ต้องเกรงใจ วันนี้ไม่มีใครกลับมาอยู่แล้ว คืนนี้บ้านหลังนี้เป็นของแก ฉันยกให้ ไปล่ะแก้ว”
ต้องตาบอกเพื่อนพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ห้องรับแขกเพื่อหยิบกระเป๋าสะพาย จากนั้นจึงเดินออกจากบ้านไปที่รถแล้วขับออกไปทันที
หลังจากจัดการล้างจานชามในครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แก้วกานดาก็เปิดกระเป๋าสัมภาระ หยิบชุดนอน ชุดชั้นใน และชุดสำหรับใส่วันพรุ่งนี้ออกมาจากกระเป๋า จากนั้นก็เดินขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านเพื่อเข้าไปอาบน้ำที่ห้องนอนของต้องตา
ระหว่างที่เดินไปตามทางที่ปูด้วยไม้ปาร์เก้นั้น หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะมองไปยังประตูห้อง ๆ หนึ่งซึ่งอยู่เยื้องกับห้องที่เธอจะนอนคืนนี้ เธอจำได้ว่าห้องนั้นเป็นห้องของต่อตระการ พี่ชายคนรองของต้องตา และเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอแอบรักเขามาตลอดห้าปีเต็ม โดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่คนเดียว
แก้วกานดาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจึงเดินลงมาชั้นล่าง หญิงสาวเดินเข้าไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งจัดเป็นห้องสันทนาการสำหรับครอบครัว กะไว้ว่าจะนั่งดูโทรทัศน์ฆ่าเวลาระหว่างที่รอต้องตากลับจากที่ทำงาน
ห้องนี้เป็นห้องกระจก ตกแต่งด้วยโทนสีครีมสะอาดตาโดยเฉพาะโซฟาที่เข้าชุดกันกับผ้าม่านสีเดียวกัน ตัดกับพื้นพรมสีน้ำตาลเข้ม หลังคาเป็นทรงสูงโค้งมนเหมือนโดมเนื่องจากอยู่ตรงส่วนหน้าของบ้าน ที่มุมหนึ่งของห้องมีบันไดวนขึ้นไปยังชั้นลอยซึ่งทำเป็นห้องสมุดเล็ก ๆ อีกด้วย และชั้นลอยนี้เองที่จัดว่าเป็นมุมโปรดของเธอมุมหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อก่อนเวลามาติวหนังสือที่บ้านนี้ ต้องตามักชอบพาเธอมานั่งที่นี่ และเธอก็ชอบเช่นกัน เพราะมุมนี้เป็นมุมที่เธอได้แอบมองต่อตระการเวลาเขามานั่งเขียนแบบเงียบ ๆ ในศาลาที่สวนด้านล่างโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัว
บนโต๊ะไม้สักตัวยาวที่วางโทรทัศน์ มีกรอบรูปของคนในครอบครัววางเรียงรายลดหลั่นกันไปอย่างเป็นระเบียบ และมีรสนิยม หญิงสาวหยิบกรอบรูปอันหนึ่งขึ้นมาถือไว้แล้วยิ้มให้คนในภาพอย่างเศร้า ๆ
“พี่ต่อ...สบายดีไหมคะ”
แก้วกานดาใช้นิ้วมือลูบไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของคนในภาพอย่างแสนคิดถึง ห้าปีเต็มที่เธอไม่เคยได้เจอหน้าเขาเลยสักครั้ง ทว่าเธอกลับไม่เคยลบภาพของเขาออกไปจากใจได้เลย ทุกรอยยิ้ม ทุกอิริยาบถยังคงติดตรึงอยู่ในหัวใจ ราวกับภาพยนตร์ที่ฉายวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
บางคนอาจจะคิดว่าการแอบรักใครสักคนข้างเดียวมันทรมานยิ่งกว่าการโดนหักอก แต่สำหรับเธอแล้ว การได้แอบรักเขา และได้รับรู้ข่าวคราวของเขาทีละนิดทีละน้อย กลับทำให้เธอมีความสุขอย่างน่าประหลาด อย่างน้อยเธอก็ได้รับรู้ว่าเขายังคงสุขสบายดี ถึงแม้เขาจะไม่เคยมารับรู้ความรู้สึกของเธอ แต่เธอก็พอใจที่จะอยู่ในมุมของตนเองอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว และถึงแม้จะยังมองไม่เห็นจุดจบว่า เมื่อไรเธอจะเลิกรักเขาได้ เธอก็ไม่แคร์ ขอแค่ได้เฝ้ามองเขาอย่างนี้ก็พอ
เสียงรถที่เลี้ยวเข้ามาจอดตรงบันไดหน้าบ้านพร้อมกับเสียงห้าวทุ้มของชายหนุ่มสองคน ทำให้แก้วกานดาต้องวางกรอบรูปในมือลงที่เดิม แล้วค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไปแอบดูที่ต้นเสียงช้า ๆ โดยใช้บานประตูเป็นที่กำบัง
“เฮ้ยไอ้ต่อ! ไหวไหมวะเนี่ย”
เสียงชายหนุ่มซึ่งคงเป็นเจ้าของรถเอ่ยถามร่างสูงโปร่งที่ยืนโงนเงนหน้าแดงก่ำ และกำลังพยายามถอดรองเท้าของตนอย่างทุลักทุเล
“หวายยยย กูหวายยยย มึงกลับไปเลย กูไหว”
เสียงอ้อแอ้ของต่อตระการที่ดังเข้ามาในโสตประสาท ทำเอาคนที่ยืนแอบฟังอยู่ถึงกับหัวใจเต้นกระหน่ำขึ้นมาทันที จนต้องยกมือขึ้นมาทาบไว้ที่อกซ้าย ไหนต้องตาบอกว่าจะไม่มีใครอยู่บ้าน แล้วทำไมจู่ ๆ ต่อตระการถึงได้มาโผล่ที่บ้านในเวลานี้ได้
“เออ งั้นกูไปก่อนนะ เดินขึ้นบันไดดี ๆ ล่ะมึง เดี๋ยวได้หัวแตกก่อนถึงห้อง” พูดจบเจ้าของเสียงก็ก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ทิ้งให้คนเมาเดินโซซัดโซเซเข้ามาในบ้านเพียงลำพัง
แก้วกานดาได้แต่แอบยืนมองไม่กล้าเข้าไปทักเขา จนร่างสูงโปร่งนั้นก้าวขาขึ้นบันไดไป ทว่าก้าวไปได้แค่สองขั้นเขาก็สะดุดขาตนเองล้มจนศีรษะเกือบฟาดกับบันได โชคดีที่ชายหนุ่มยกแขนขึ้นมากันไว้ได้ทัน แต่คนมองกลับตกใจจนเผลอหลุดปากร้องอุทานออกมา
“ว้าย! พี่ต่อ” แก้วกานดาวิ่งออกจากที่ซ่อน แล้วปราดเข้าไปถึงตัวเขาทันที หญิงสาวรีบยกแขนของเขามาพาดไว้กับไหล่ตนเอง ค่อย ๆ พยุงตัวเขาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของชายหนุ่ม
แก้วกานดาผ่อนร่างของต่อตระการวางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ดวงตาหวานปนเศร้ากวาดมองไปทั่วร่างของเขาเพื่อหาดูว่ามีส่วนไหนได้รับบาดเจ็บบ้างหรือไม่ เมื่อเห็นเขาไม่ได้รับอันตรายใด ๆ จึงเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่พับเก็บอย่างเป็นระเบียบในตู้เก็บของข้างเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ามาชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อนำไปเช็ดหน้าให้เขา
ต่อตระการมักชอบเรียกบุตรสาวของตนเองว่า “แก้วจูเนียร์” อยู่เสมอ เพราะแม่ลูกเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนทั้งหน้าตาและนิสัยใจคอ เขาจึงรัก และตามใจลูกสาวคนเล็กมาก เวลาที่เจ้าตัวออดอ้อนอยากได้อยากกินอะไร เขามักจะรีบไปหามาให้ทันทีเพราะเป็นลูกสาวคนโปรด“เฮ้ย...เจ้าตัวแสบ แกล้งน้องอีกแล้วหรือ”เสียงทุ้มของต่อตระการที่เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมแก้วกานดา ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยรีบลุกจากตักผู้เป็นยายแล้วปรี่เข้าไปหาบิดา พร้อมกับกางแขนอ้ากว้างให้อุ้ม ต่อตระการย่อตัวลงอุ้มร่างเล็กของลูกสาว“ฮึบ! โอ้โหลูกสาวพ่อตัวหนักแล้วนะเนี่ย”พอเห็นหน้าผู้เป็นพ่อ เด็กหญิงตัวน้อยก็ชี้ไปทางพี่ชายแล้วทำเสียงอืออาเป็นการฟ้องทันที จับใจความได้แต่ จ้าน...จ้าน เนื่องจากยังเรียกชื่อพี่ชายได้ไม่ชัดเท่าไรนัก ในขณะที่เด็กชายก็รีบวิ่งมาเกาะขาบิดาเช่นกัน แล้วนั่งลงบนหลังเท้าของผู้เป็นพ่อ เพื่อเวลาที่พ่อเดิน เขาก็จะเหมือนกับลอยขึ้นลอยลงไปด้วย ซึ่งพอผู้เป็นบิดาเริ่มออกเดิน ร่างเล็กจ้อยที่เกาะขาอยู่ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากขึ้นมาทันทีแก้วกานดามองภาพนั้นแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
ต่อตระการเหมือนจะเห็นรอยยิ้มเพียงน้อยนิดที่มุมปากของท่านนายพล ผิดกับแววตาที่ฉายประกายความยินดีออกมาให้เห็น“เป็นอย่างงั้นก็ดีสิลูก แก้วจะได้อยู่ที่นี่ไม่ต้องอยู่ไกลถึงกรุงเทพฯ พ่อกับแม่ก็จะได้ไม่เหงา”กัลยายิ้มหน้าบานเมื่อรู้ว่าลูกเขยตัดสินใจจะตั้งรกรากอยู่เชียงใหม่แทนที่จะกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตามเดิม ยิ่งตอนนี้แก้วกานดากำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ก็ยิ่งไม่อยากให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา เพราะแค่นึกภาพว่าในบ้านมีเด็กตัวเล็ก ๆ คลานต้วมเตี้ยมไปมาก็มีความสุขแล้วหลังจากรับประทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย ต่อตระการก็เตรียมตัวขับรถไปส่งแก้วกานดาไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติเช่นทุกวัน แล้วค่อยเลยไปไซต์งานก่อสร้างเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ แก้วกานดาวางมือบนหน้าขาของเขาพร้อมกับบีบนวดเบา ๆ“ขอบคุณนะคะพี่ต่อ”ต่อตระการหันมองหน้าภรรยา มือวางทาบกับมือเธอแล้วยกขึ้นแตะริมฝีปากก่อนจะสอดนิ้วมือประสานกันไว้“พ่อแม่แก้วก็เหมือนพ่อแม่พี่ พี่รู้ว่าแก้วก็ห่วงพวกท่านไม่อยากทิ้งให้ท่านอยู่ที่บ้านกันลำพังสองคนตายาย พี่ก็เลยย้ายตัวเองมาอยู่ที่นี่แทน เพร
ห้าเดือนต่อมาเสียงโอ้กอ้ากจากห้องน้ำอันเป็นเสียงที่ดังขึ้นเป็นประจำทุกเช้าปลุกให้คนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงรีบเด้งตัวผุดลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งไปห้องน้ำทันที เขาเอื้อมมือไปลูบหลังให้ สีหน้าแสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน“ไหวไหมแก้ว วันนี้หยุดงานดีกว่านะพี่ว่า แพ้ขนาดนี้ไปทำงานไม่ไหวหรอก พี่เป็นห่วง”ต่อตระการหาผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้ภรรยา ซึ่งขณะนี้กำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว“หยุดไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้เป็นวันหยุดของกชกร แล้วเขาก็ต้องไปทำธุระที่เชียงราย แก้วไม่อยากเอาเปรียบเพื่อน”ต่อตระการถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขารู้ว่าแก้วกานดาห่วงงานมาก แม้ว่าร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ดีเท่าไร แต่เจ้าตัวก็ยังแบกสังขารไปทำงานได้ทุกวัน“พี่บอกแล้วว่าให้ลาออกเถอะ ออกมาอยู่บ้านเฉย ๆ บำรุงร่างกายให้แข็งแรงดีกว่า ลูกเราจะได้ออกมาสมบูรณ์แข็งแรงไงแก้ว เมียคนเดียวพี่เลี้ยงได้อยู่แล้ว”ชายหนุ่มยังคงหว่านล้อมภรรยาในเรื่องเดิม ๆ เขาคุยเรื่องนี้กับแก้วกานดามาหลายครั้งแล้ว เพราะอยากให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านสบ
โกหกทั้งทางบ้านของตัวเอง และพ่อแม่ของแก้วว่าเขามีแฟนที่คบหากันมานานอยู่แล้ว เลยอยากถอนหมั้นกับแก้วน่ะ พี่กับคุณหมอเข้าไปคุยกับท่านพร้อมกันเพื่อจะบอกว่าเขาไม่อยากทำให้แฟนเขาเสียใจ และก็ช่วยพูดว่าพี่กับแก้วรักกันจริง ๆ สุดท้ายท่านก็เลยยอม หลังจากนั้นคุณหมอเขาก็จะพาแก้วออกไปเที่ยวข้างนอก เพื่อให้พี่พาพี่ต้นกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่เข้ามาพูดจาทาบทามสู่ขอให้”“ยายต้องก็ปิดปากเงียบเลย น่าโมโหจริง ๆ” หญิงสาวบ่นไปถึงเพื่อนรัก ต่อตระการจึงอดยิ้มขันไม่ได้“กว่าพี่จะอ้อนวอนเจ้าต้องให้ช่วยจัดการเรื่องการ์ด และเพื่อนฝูงของแก้วได้นะใช้เวลาตั้งหลายวัน แถมพี่ต้องซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์สองกษัตริย์หน้าปัดเพชรไปเซ่นมันด้วยนะจะบอกให้ มีการบอกด้วยนะว่าถ้าไม่เห็นแก่สารรูปที่เหมือนซอมบี้เดินได้ของพี่ มันก็ไม่คิดช่วยหรอก” ชายหนุ่มเล่าไปขำไป ตอนที่นึกถึงน้องสาวคนสุดท้องจอมแสบ“ทุกคนเลยรู้เรื่องนี้กันหมด มีแก้วคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”คิดแล้วก็รู้สึกโกรธไม่หาย ถึงว่าสิ ว่าทำไมต้องตาถึงพูดกับเธอแปลก ๆ แล้วไหนจะการกระทำแปลก ๆ ของคุณหมอวรั
แก้วกานดาพูดเสียงแผ่วในประโยคสุดท้าย ไม่อยากให้เขารู้ว่าตนกำลังหวั่นไหวแค่ไหนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น“พี่...พี่เคยรักเขา” ต่อตระการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ และให้เวลาตนเองรวบรวมคำพูดที่เหมาะสม“แก้วคงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนพี่ชอบแก้วมาก ทุกครั้งเวลาที่แก้วมาติวหนังสือกับยายต้อง พี่จะแอบไปด้อม ๆ มอง ๆ ตลอด แต่แก้วก็ชอบหลบหน้าพี่เหมือนกลัวพี่ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่กับพี่ต้นกับเจ้าไตร แก้วไม่เห็นมีอาการอย่างนี้เลย พี่ก็เลยคิดว่าแก้วน่าจะมีใจให้พี่บ้าง ถ้าแก้วจำตอนนั้นได้ แก้วจะนึกออกทันทีว่าทำไมพี่ถึงได้ชอบแกล้งชอบแหย่แก้วนัก นั่นก็เพราะพี่หาเรื่องคุย หาเรื่องเข้าหาแก้วโดยไม่ให้ตัวเองต้องเสียฟอร์ม”แก้วกานดาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินอะไรแบบนั้นจากปากของเขา หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้น อ้าปากค้างเล็กน้อย สีหน้างุนงงสับสนจนชายหนุ่มต้องรีบพูดต่อเพื่อขยายความ“บอกตามตรงว่าเมื่อก่อนพี่ฟอร์มจัดไปหน่อย แอบชอบแก้วแต่ไม่กล้าจีบตรง ๆ เพราะแก้วยังเด็กแต่พี่เรียนจบแล้ว พอตั้งใจว่าจะลองจีบดูสักตั้ง ถึงได้รู้ว่าแก้วกลับไปเรียนต่อที่เ
“ไม่เอาค่ะ แก้วอยากนอนแช่คนเดียว พี่ต่อออกไปรออาบทีหลังแก้วก็แล้วกันนะคะ”หญิงสาวหยิบเอาผ้าขนหนูที่อยู่บนชั้นวางตรงเคาน์เตอร์หินอ่อนยื่นส่งให้เขา ชายหนุ่มรับมันมาถือไว้ในมือ แต่กลับเอาไปวางบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าแทน จากนั้นสานต่อสิ่งที่ทำค้างไว้เมื่อครู่จนกระทั่งกางเกงในสีเนื้อไปกองอยู่ที่ปลายเท้า“พี่ต่อ!” แก้วกานดาร้องเรียกเขาอย่างขัดใจพลางหันหลังให้ทันที แต่คนตัวเปล่าเปลือยกลับไม่นำพากับท่าทางของเธอแต่อย่างใด เขาตรงเข้าสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง กระซิบชิดริมหูอย่างออดอ้อน“พี่อยากอาบน้ำกับแก้วนี่นา เราไม่ได้อาบด้วยกันนานมากแล้วนะ แก้วไม่คิดถึงพี่บ้างหรือ พี่คิดถึงแก้วใจจะขาดอยู่แล้วรู้รึเปล่า หายโกรธพี่เถอะนะแก้ว”จมูกโด่งเฝ้าวนเวียนซุกไซ้อยู่ตามหลังใบหูและซอกคอ ซึ่งมีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าตรงนี้คือจุดอ่อนของเธอ มือไม้ก็ปัดป่ายเปะปะไปทั่วเนินอกอิ่มก่อนจะวกกลับมายังซิปที่ซ่อนอยู่ในชุดเจ้าสาวแล้วจัดการรูดมันลงอย่างทุลักทุเล เพราะคนในอ้อมกอดดิ้นขลุกขลักอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งชุดของหญิงสาวไปกองอยู่ที่พื้นเช่นเดียวกันเมื
“เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้ ยายแก้วเปลี่ยนเบอร์หรือ ถ้าเปลี่ยนก็ต้องบอกต้องสิ” ต้องตาทำหน้าง้ำ ก่อนจะส่งข้อความเข้าไปหาเพื่อนทางแชตไลน์ ต่อตระการแอบมองที่หน้าจอโทรศัพท์ของน้องสาว เผื่อว่าแก้วกานดาจะอ่านข้อความแล้วตอบกลับมา ทว่าทุกอย่างยังคงเงียบกริบ“มีเบอร์บ้านแก้วที่เชียงใหม่รึ
“แกว่ายังไงนะ เลิกกันแล้ว นังโง่! ทำไมแกถึงปล่อยให้เขาหลุดมือไปได้ ก็ไหนว่ามันหลงแกนักรักแกหนายังไงล่ะ แล้วทีนี้จะทำยังไง แล้วแกจะเอาเงินที่ไหนส่งมาให้แม่ ลำพังเดือนละห้าหกพันที่แกส่งมาให้น่ะมันไม่พอกินหรอกนะนังวิ”เสียงแหลม ๆ ของผู้เป็นแม่ยังคงก่นด่าอยู่ปลายสาย หญิงสาวทรุดตัวล
ทางด้านนายแพทย์หนุ่มก็ต้องวนรถกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีเคสผ่าตัดด่วนมาอีกราย หลังจากที่แก้วกานดาลงจากรถไปแล้ว ระหว่างกำลังชั่งใจว่าจะหาที่จอดรถเอาไว้แถวนี้แล้วนั่งรถไฟฟ้าไปเพราะต้องทำเวลาดีหรือไม่ โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นครืด ๆ ขึ้นมาอีก ชายหนุ่มจึงยก
หรือจะไปกับไอ้หมอหน้าหล่อนั่น...พลันนั้น ใบหน้าหล่อเหลาของนายแพทย์หนุ่มที่เขาเจอเมื่อวานก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เขาเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเพียงแค่คิดว่านายแพทย์หนุ่มคนนั้นจะมาก้อร่อก้อติกกับผู้หญิงของเขา“อย่าให้รู้นะแก้ว โดนดีแน่” ต่อตระการเค้นเสียงลอดไรฟันฝากฝังไป







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)