LOGINอันนี้คือคุณสอบผ่านเข้ามาได้เองแน่นะ” หัวหน้าถามฉันแบบนี้หมายความว่ายังไงกันนะ “ใช่ค่ะ” “ก็นึกว่าใช้เส้นสายเข้ามา ทำงานไม่ได้เรื่อง” ในคืนที่ดูแสนจะยากเย็นของขวัญข้าว วันนี้เป็นวันที่สามในการทำงานของเธอและตอนนี้เป็นเวลา 18:00 นาฬิกาที่เธอยังอยู่ที่บริษัทเพราะเธอทำงานพลาดเธอเลยพยายามจะแก้ไขงานนั้นคนเดียวแบบเงียบๆไม่บอกใคร ถึงกับไม่ยอมกลับบ้านสักทีเพราะแก้ไขงานที่ตัวเองทำพลาดไม่เสร็จสักที นี่มันเป็นงานแรกของฉันและฉันก็ทำงานพลาด ยังดีที่พี่รปภ.เห็นใจฉันให้เวลาฉันได้อยู่ในห้องทำงานนี้ต่อตั้งแต่ช่วงเวลาเลิกงานจนถึงตอนนี้หกโมงเย็นเข้าแล้วแต่ฉันก็ยังแก้งานไม่เสร็จ โง่ได้ใจจริงๆ จนกระทั่ง… เวลาผ่านไป 20 นาที ฉันก็เจอหัวหน้ากลับเข้ามาบริษัท ฉันรีบหลบเข้าได้โต๊ะทำงานอย่างไวแต่ลืมว่าตัวเองเปิดไฟไว้หนึ่งหลอดตรงที่ใกล้โต๊ะทำงานตัวเอง เขากำลังจะเดินเข้าห้องทำงานตัวเองแต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงหยุดเดินนิ่งไปสักพัก แล้วเสียงเดินได้เริ่มขึ้นใหม่อีกรอบแต่เหมือนเสียงเดินนั้นจะมาทางนี้
View More“เราจะหยุดงานจริง ๆ เหรอคะ” ขวัญข้าวเงยหน้าถามอีกครั้ง น้ำเสียงยังลังเลเหมือนคนไม่ชินกับการปล่อยภาระไว้ข้างหลัง บลูมองเธอด้วยสายตานิ่งแต่แฝงความเอ็นดู “เธอน่ะหยุด แต่ฉันไม่หยุดหรอก บ่ายถึงเย็นฉันมีคุยงานข้างนอก วันนี้ไม่เข้าบริษัท” “อ๋อค่ะ… งั้นฉันไปทำงานดีกว่านะคะ” เธอขยับจะลุก เขาคว้ามือเธอไว้ทันที “บอกว่าให้หยุดหนึ่งวันไง ได้ฟังที่พูดไหม” ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ค่ะ…” บลูถอนหายใจเบา ๆ เหมือนกำลังจัดการความคิดบางอย่างในหัว “เดี๋ยววันนี้ฉันส่งคนไปดูแลย่าแทนเธอก่อนหนึ่งวัน” เธอรีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองได้” “ฟังก่อน” เขาขัดขึ้นนุ่ม ๆ แล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง สีหน้าเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ไม่ใช่แค่วันเดียว… เอาแบบประจำเลยดีกว่า” ขวัญข้าวนิ่งไป “หมายความว่ายังไงคะ” “ฉันจะจัดการเรื่องคนดูแลย่าฉันแบบให้มาอยู่ดูแลประจำแทนเธอ” เขาพูดเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “ส่วนเธอ… ฉันจะให้ย้ายมาทำงานที่นี่เต็มตัว” “เอางั้นเหรอคะ…” เสียงเธอแผ่วลงอย่างไม่แน่ใจ “ใช่” เขาสบตาเธอชัดเจน “ฉันอยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน” หัวใจเธอเต
ขวัญข้าวกลืนน้ำลายเบาๆ ปลายนิ้วเธอกำชายเสื้อเขาไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสบกันในระยะที่ใกล้เกินกว่าจะหลบเลี่ยงความรู้สึกได้ บลูรับรู้ทุกอย่างจากท่าทีเล็กน้อยนั้น เขาไม่เร่ง ไม่รุก เพียงก้มลงแตะหน้าผากเธออีกครั้ง ราวกับย้ำให้แน่ใจว่าทุกอย่างเกิดจากความสมัครใจ“ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ เธอบอกฉันได้เลยนะ” เสียงเขานุ่มลงกว่าที่เคย “เพราะฉันอยากให้คืนนี้เป็นคืนที่เธอเลือกเองเหมือนกัน”ขวัญข้าวไม่ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงขยับเข้าไปในอ้อมแขนเขา ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนคำยืนยันบลูถอนหายใจแผ่ว คล้ายปลดปล่อยสิ่งที่กักเก็บไว้เนิ่นนาน มือของเขาโอบเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพาเธอ… ไปบนเตียงนุ่มปลายนิ้วของบลูคลายจากชายเสื้อเธอช้า ๆ ราวกับให้โอกาสเธอเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ แต่ขวัญข้าวกลับเป็นฝ่ายจับมือเขาไว้แทนสายตาที่เคยสั่นไหวก่อนหน้านั้นกลับนิ่งขึ้น คล้ายตัดสินใจบางอย่างในใจได้แล้ว“ฉันไม่ได้กลัวนะคะ…” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นลมหายใจ “แค่… ไม่เคยใกล้ใครแบบนี้มาก่อน”รอยยิ้มของบลูอ่อนลงทันที ไม่ใช่รอยยิ้มมั่นใจแบบที่เขามักมีเวลาอยู่ในห้องประชุม แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังทะนุถนอมความรู้สึก
เธอเอื้อมมือไปจับข้อมือเขา ดึงลงมาช้าๆ แล้วส่ายหน้า “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะไม่แน่ใจ”บลูหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะก้มลงจูบเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่แตะผ่าน แต่ลึกซึ้งขึ้น ชัดเจนขึ้น ราวกับยอมรับในสิ่งที่พยายามปฏิเสธมาตลอดมือของเขาวางลงที่เอวเธอโดยอัตโนมัติ ขณะที่เธอขยับเข้าไปชิด จูบนั้นยืดเยื้อเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับทำให้เวลาทั้งห้องเหมือนหยุดนิ่งเมื่อริมฝีปากของทั้งสองแยกจากกัน บลูหลับตาแน่นชั่วครู่ ก่อนจะพิงหน้าผากกับเธอ“แต่ถึงยังไงคำตอบแค่นี้จากเธอมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันแน่ใจหรอกนะว่าเธอรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันจริงๆ” เขาคลายมือออกช้าๆ ถอยหลังหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างที่จำเป็น แต่สายตายังคงผูกเธอไว้เหมือนเดิม“…?” เธอนิ่งไปในทันทีกับคำพูดแบบนั้นของบลู ในหัวเอาแต่คิดว่าควรจะต้องทำไงต่อดี“ออกไปก่อน อีก 5 นาทีผมมีประชุม” เขาพูดออกมาเสียงเบา “แล้วเราค่อยคุยกันเรื่อง”เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดออก เธอหันกลับมาบลูยังยืนอยู่ที่เดิมและครั้งนี้เขาไม่ได้หลบสายตาเธอ บางอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้วแม้ยังไม่มีคำจำกัดความก็ตาม เข
“โอ๊ะ! คุณบลู ไหนบอกว่าจะให้เวลาฉันคิดก่อนไงคะ”เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันกลับไปผลักเขาออก เมื่ออ้อมแขนแข็งแรงของบลูโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่“ฉันรอไม่ไหวแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยชิดข้างใบหู “ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะได้มาเจอเธอแบบวันนี้ ฉันกลับไปนั่งคิดทบทวนมาทุกอย่าง คิดจนแน่ใจว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร…และฉันก็ยอมรับมันแล้ว”เธอเม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองกำชายเสื้อของตัวเองไว้ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวสติ“เหลือแค่เธอแล้วนะ” เขาพูดต่อ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “เหลือแค่เธอที่ต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง“แต่ว่าเราสองคน…” เธอพยายามเอ่ย เสียงแผ่วลงราวกับรู้ดีว่าประโยคนี้จะนำไปสู่เรื่องอะไร“ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร” บลูขัดขึ้นทันที ก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมจ้องมองอย่างจริงจัง “ถ้าคนมันจะรักกัน ต่อให้อยู่คนละฐานะ คนละโลก มันก็รักกันได้ ไม่มีใครเขาแบ่งชนชั้นกันแล้วในยุคนี้”หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ความจริงใจในแววตาของเขาทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าเดิม“ฉันว่าคุณบลูน่าจะเมานะคะ” เธอฝืนยิ้ม