เข้าสู่ระบบแสงไฟสีส้มนวลสลัวส่องสว่างอย่างนุ่มนวล เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่ทั้งโรแมนติกและเหงาเศร้าในเวลาเดียวกัน คู่รักหลายคู่กระซิบกระซาบแนบชิดกัน บ้างจิบไวน์ บ้างมองตากันด้วยความหวานชื่น พริมาเลือกมุมสงบที่เคาน์เตอร์บาร์ แสงไฟสีทองส่องกระทบใบหน้าสวยที่ยังคงทิ้งร่องรอยความเศร้าไว้จางๆ เธอสั่งวิสกี้มาดื่มอย่างเงียบๆ แก้วแรกหมดลงอย่างรวดเร็ว ราวกับต้องการลบล้างความขมขื่นในใจ เธอสั่งแก้วที่สอง มองไปยังคู่รักที่กำลังดื่มด่ำความสุข แต่ในห้วงความคิดกลับรู้สึกโดดเดี่ยว ราวกับยืนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้... ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความรัก
ทันใดนั้นเอง ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้า ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นแนวสตรีท เสื้อยืดสีดำสนิทแนบไปกับแผงอกกว้าง ช่วงล่างสวมใส่กางเกงยีนส์สีเข้มขาดตรงบริเวณเข่า เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวเนียนอย่างขัดกับลุคแบดบอยที่ตั้งใจสร้าง รอยสักเล็กๆ ที่ข้อมือซ้ายยิ่งขับให้เขาดูมีเสน่ห์น่าค้นหา ใบหน้าคมสันจมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากหยัก ดวงตาคมเข้มเป็นประกายซุกซน ดูแล้วเด็กคนนี้ยังไงก็อายุน้อยกว่าเธอหลายปี
“ขอโทษนะครับ... ผมขอชนแก้วกับคุณได้ไหมครับ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ดวงตากลับจ้องมองเธออย่างเปิดเผย พร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นเล็กน้อย
พริมาเหลือบมองเขาช้าๆ ด้วยแววตาที่เหนื่อยหน่ายปนระแวง เธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นด้วย จึงแค่ส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ ไม่คิดจะเสียเวลาพูดคุย แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ เขายังคงยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ถอยไปไหน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย และมันก็ดูมีเสน่ห์อย่างน่ามอง
“โถ่ววว ๆ !!!... อย่าเพิ่งใจร้ายสิครับคุณ...” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทะเล้นอย่างเป็นกันเอง ราวกับรู้จักเธอมานาน
“ผมแค่อยากจะทักทาย...คุณเฉย ๆ คุณรู้มั้ยครับ ว่าคืนนี้คุณสวยที่สุด”
พริมาขมวดคิ้วเล็กน้อยกับความตื๊อและคำชมอย่างตรงไปตรงมาของเด็กหนุ่ม เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ด้วยแววตาที่แฝงความท้าทายกลับไป
“คุณต้องการอะไร?” เธอถามกลับเสียงเรียบ แต่ในน้ำเสียงนั้นมีความแฝงเร้นบางอย่าง ที่ไม่ใช่แค่การปฏิเสธ
เด็กหนุ่มยิ้มกว้างขึ้น เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มเปิดปากคุยกับเขา
“ผมเป็น... แฟนคลับของคุณครับ คุณพริมา” เขาเน้นชื่อเธอ ราวกับจะบอกว่าเขารู้จักเธอดี
“ผมติดตามไลฟ์สดของคุณตลอดเลย... ไม่เคยพลาดสักครั้ง”
พริมาเลิกคิ้วสูงขึ้นกว่าเดิม เธอขายเครื่องสำอางและของใช้ผู้หญิงเป็นหลัก ผู้ชายอายุน้อย ๆ แถมยังมีมาดกวนๆ แบบนี้ จะเป็นแฟนคลับที่ดูไลฟ์สดเธอได้อย่างไรกัน
“แฟนคลับ!!!... ของใช้ผู้หญิงเนี่ยนะคะ?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย แฝงความท้าทาย
“ฉันขายเสื้อใน กางเกงใน ลิปสติก ของใช้ผู้หญิงทั้งนั้นค่ะ... คุณเป็นผู้ชายจะดูไปทำไมทราบ?” เธอถามด้วยความสงสัย เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ อย่างมีเสน่ห์ก่อนจะเอ่ยตอบ
“คุณเข้าใจไม่ผิดหรอกครับ... ผมไม่ได้ดูเพื่อสั่งซื้อ” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“แต่ผมดูไลฟ์... เพื่อเปย์คุณ” พริมาถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย เธอจำว่ามีแฟนคลับคนหนึ่งเป็นผู้ชายโดเนทให้เธอเป็นประจำ
“อย่าบอกนะคะ ว่าคุณคือผู้ชายคนนั้น?” เธอถามอย่างไม่แน่ใจ ดวงตาจ้องมองใบหน้าของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างค้นหา
“คุณอยากรู้มั้ยครับ ว่าผมใช้ชื่อในนั้นว่าอะไร?” เขายักคิ้วให้เธออย่างขี้เล่น แววตาเต็มไปด้วยความท้าทาย
“ก็ลองพูดมาสิคะ แฟนคลับฉันเยอะ เผื่อจะนึกออก” เธอตอบกลับและหวังว่าชื่อที่เขาบอกมาจะตรงกับความคิดของเธอ
“ผม... หนุ่มน้อยรอเปย์ครับ..” เขาบอกชื่อแฟนคลับที่เธอจำได้ขึ้นใจ
“ไงครับ..พอจะนึกออกมั้ยครับ คุณพริมา”
ชื่อนั้นทำให้พริมาถึงกับนิ่งไปทันที เธอจำชื่อ 'หนุ่มน้อยรอเปย์' ได้ดี เขาคือแฟนคลับปริศนาที่โดเนทให้เธออย่างสม่ำเสมอ และเป็นจำนวนที่มากพอจะทำให้เธอจำชื่อนั้นได้เป็นอย่างดี พริมมองเด็กหนุ่มด้วยความแปลกใจ หญิงสาวจ้องมองใบหน้าคมของเด็กหนุ่มอย่างพิจารณา
“คุณคือ...หนุ่มน้อยรอเปย์...คนนั้นจริง ๆ เหรอคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเลียน กึ่งอยากรู้ความจริง
“ถ้าคุณไม่เชื่อ...จะเก็บเอาไว้ถามผมในไลฟ์สดครั้งหน้าก็ได้นะครับ ผมจะเฉลยเองครับ ว่าผมคือ หนุ่มน้อยรอเปย์คนนั้นจริง ๆ” เขายิ้มอย่างมั่นใจ ความอยากรู้เริ่มก่อตัวขึ้นในใจพริมา เด็กหนุ่มคนนี้ดูน่าสนใจอย่างประหลาด
“แล้วคุณชื่ออะไรคะ... หนุ่มน้อยรอเปย์?” พริมาถามออกไปอย่างท้าทาย
“ผมชื่อ ไมค์ ครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย หญิงสาวยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนมัน เธอไม่ควรหวั่นไหวง่าย ๆ เช่นนี้ ไมค์มองหน้าพริมาอย่างตั้งใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ผมรู้ว่าคุณกำลังเศร้า...” พริมาขมวดคิ้ว
“คุณรู้เรื่องของฉัน?”
“ใช่ครับ... ผมติดตามคุณมานานแล้ว และก็ทุกช่องทางด้วย” ไมค์ตอบเสียงนุ่ม
“ผมอยากให้คุณรู้ว่า... คุณไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียวนะครับ”
พริมามองลึกเข้าไปในดวงตาของไมค์ ความรู้สึกอบอุ่นบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เธอไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครต้องการอะไร แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด
“ว่าแต่... คุณยอมให้ผมนั่งดื่มเป็นเพื่อนได้แล้วใช่ไหมครับ” ไมค์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคมเป็นประกายเล็กน้อย เจือด้วยความหวังอย่างเปิดเผย
พริมาทอดสายตามองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูจริงใจของเด็กหนุ่ม ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปยังแก้ววิสกี้ในมือ ความเจ็บปวดจากอดีตที่เพิ่งผ่านพ้นยังคงทิ่มแทงหัวใจ ความโดดเดี่ยวราวกับเงาตามตัวยังคงเกาะกุม เธอต้องการใครสักคน... เพียงใครสักคนที่จะนั่งอยู่เคียงข้าง พูดคุยให้คลายเหงา โดยไม่ได้หวังสิ่งอื่นใด
“เชิญค่ะ...” พริมาถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย
รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ราวกับได้รับรางวัลอันล้ำค่า เขาเลื่อนเก้าอี้สตูลเข้ามานั่งข้างๆ เธอ เว้นระยะห่างอย่างสุภาพ แสดงความเคารพต่อพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
บทสนทนาเริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ จากเรื่องราวทั่ว ๆ ไป ไมค์ถามถึงงานของเธอด้วยความสนใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ถามตามมารยาท
“งานของคุณพริมา ดูเหมือนจะไม่ใช่งานง่าย ๆ เลยนะครับ คุณพูดทีไรผมเพลินตลอดเลย ผมชอบเสียงของคุณมากเลยครับ” ไมค์กล่าวอย่างชื่นชม
พริมายิ้มบางๆ “มันเริ่มจากความจำเป็นน่ะค่ะ... หลังจากที่...” เธอเว้นคำพูดไปเล็กน้อย
“หลังจากที่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ก็เลยต้องหาอะไรทำเลี้ยงตัวเอง แล้วก็ลูกสาวค่ะ”
“ลูกสาว? คุณมีลูกสาวด้วยเหรอครับ?” แววตาของไมค์ฉายความประหลาดใจ
“ค่ะ... น้องจีน่าค่ะ ซนมากเลย” พริมาเล่าถึงลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่สดใสขึ้นเล็กน้อย
“แล้วการขายของออนไลน์มันยากไหมครับ? ผมเห็นหลายคนทำ แต่ก็ไม่รู้ว่าเบื้องหลังเป็นยังไง แล้วขายได้จริง ๆ หรือเปล่า” ไมค์ถามต่ออย่างใส่ใจ
“ก็มีทั้งยากทั้งง่ายค่ะ... ต้องตามเทรนด์ ต้องขยันไลฟ์บ่อย ๆ ต้องตอบลูกค้า บางทีก็เจอลูกค้าที่ไม่น่ารักบ้างออกแนวกวนบ้าง แต่ก็มีลูกค้าที่น่ารักให้กำลังใจก็เยอะค่ะ..เช่นคุณไมค์ยังละ” พริมาเล่าถึงความท้าทายและรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้รับจากงานนี้ ก่อนจะกล่าวชมแฟนคลับตัวโยง
“ผมชอบน้ำเสียง ชอบชุดที่คุณใส่ตอนไลฟ์ แต่คุณไม่โกรธเวลาที่ผมแซวในไลฟ์ใช่มัยครับ” ไมค์ถามพร้อมรอยยิ้มทะเล้น
พริมาหัวเราะเบาๆ “ไม่โกรธค่ะ... ก็นั่นมันอาชีพหลักของฉันนี่คะ แล้วคุณล่ะคะ... ทำงานอะไร?” เธอเริ่มถามกลับบ้าง
“ผมเพิ่งเรียนจบครับ ตอนนี้ก็ช่วยธุรกิจที่บ้านนิดหน่อย แล้วก็... เป็นแฟนคลับตัวยงของคุณไงครับ” ไมค์ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“แฟนคลับที่เปย์เก่งขนาดนี้? แสดงว่าบ้านต้องรวยแค่ไหนคะ...ถึงได้เปย์แต่ละครั้งมากขนาดนั้น” พริมาถามย้ำ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งของเธอ ก็มาจากการเปย์ของเขา
“ผมรักใครรักจริง แล้วก็ทุ่มเทครับ แล้วคุณจะไลฟ์อีกเมื่อไหร่ครับ” ไมค์ตอบกลับอย่างมั่นใจ
“ก็แล้วแต่ช่วงค่ะ... บางทีก็ทุกวัน บางทีก็เว้นๆ ไป” พริมาตอบ
“ขอบคุณนะคะที่ติดตาม”
“ด้วยความยินดีครับ... ผมชอบที่คุณเป็นตัวของตัวเอง” ไมค์เอ่ยชมด้วยแววตาจริงจัง
“คุณเก่งมากเลยนะ ที่ดูแลได้ทั้งตัวเองแล้วก็ลูกสาว”
คำชมนั้นทำให้พริมารู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาด เธอสบตากับไมค์อย่างขอบคุณ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความสนิทสนมค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางบทสนทนาที่ไหลลื่นและเป็นกันเอง...ทำให้พริมารู้สึกว่าเขาไม่ได้มองเธอแค่เพียงภาพลักษณ์ภายนอก
“คุณพริมา... ชอบดูหนังแนวไหนครับ?” ไมค์ถามพลางจิบวิสกี้ในแก้วเบาๆ แสงไฟสีสลัวสะท้อนในดวงตาของเขา
”เมื่อก่อนชอบดูโรแมนติกค่ะ” พริมาตอบพลางยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มบ้าง
“แต่หลังๆ มานี้ชอบดูหนังที่มีเนื้อหาเข้มข้นหน่อย พวกจิตวิทยา หรือดราม่าที่สะท้อนสังคม คุณล่ะคะ?”
”ผมชอบหมดเลยครับ แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ ก็คงเป็นแนวไซไฟล้ำๆ หน่อย หรือไม่ก็หนังที่มีปรัชญาแฝงอยู่” ไมค์ยิ้มอย่างมีเสน่ห์
“แต่จริงๆ แล้ว... ผมก็ดูได้หมดแหละครับ ถ้ามีเพื่อนอย่างคุณไปดูด้วยกัน” เขาส่งสายตามาที่พริมาเล็กน้อย เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงชวนให้ใจเต้น พริมายิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน
“แปลกจัง... เมื่อก่อนฉันก็ไม่ค่อยชอบไซไฟเท่าไหร่ แต่พักหลังๆ เริ่มรู้สึกว่ามันก็มีอะไรน่าสนใจเหมือนกันนะ” คำตอบของเธอหมายถึงตัวเด็กหนุ่ม
“จริงเหรอครับ? งั้นรอบหน้าขออนุญาตชวนคุณไปดูด้วยกันได้มั้ยครับ?” ไมค์เสนออย่างกระตือรือร้น น้ำเสียงและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง รอยยิ้มที่กว้างขึ้นเล็กน้อยปรากฏบนใบหน้า
“ยินดีเลยค่ะ...แต่ไม่รู้จะว่าพอถึงตอนนั้น ฉันจะว่างหรือเปล่านะคะ”
ตอนที่ 41 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนั้นจบลง ความเงียบและความตึงเครียดก็ค่อยๆ จางหายไปจากบ้านของมนต์ตราและภาสกร แซนดี้เข้ามาอยู่ในบ้านอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาอีกคนของภาสกร ความสัมพันธ์ของสามคนผัวเมียเริ่มต้นด้วยความกระอักกระอ่วนในตอนแรก แต่ด้วยความเข้าใจและการปรับตัว ทั้งสามคนก็ค่อยๆ สร้างสมดุลใหม่ให้กับชีวิตเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสามคนนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน ภาสกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล“มนต์จ๋า... แซนดี้จ๋า... ผมขอบคุณ คุณสองคนมากนะ ที่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ผมต้องการ”มนต์ตราและแซนดี้หันมายิ้มบางๆ ให้กับภาสกร ก่อนที่มนต์ตราจะเป็นตัวแทนเอ่ยขึ้น“เราสองคนก็ต้องขอบคุณ คุณเหมือนกันค่ะ..คุณภาส ที่ยังให้โอกาสเราสองคนได้เริ่มต้นใหม่” แซนดี้พยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ค่ะคุณภาส แซนดี้เองก็สำนึกผิดกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ขอบคุณที่คุณยังเมตตาแซนดี้”บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ ทั้งสามคนพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเปิดอก ราวกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่กำลังปรับตัวเข้าหากัน“พรุ่งนี้คุณพริมาจะเดินทางแล้วนะ” มนต์ตราเอ่ยขึ้นเพื่อบอ
ตอนที่ 40 ที่รักโปรดยกโทษให้ฉัน NCแซนดี้เฝ้ารออย่างใจเย็น ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ รอให้ภาสกรมาเห็นภรรยาในสภาพที่เร่าร้อนและกำลังร่วมรักกับนายเมฆ กับดักที่เธอวางไว้อย่างบรรจง...“คุณมนต์จ๋า ผมขอเบิ้ลได้มั้ยครับ ผมยังไม่อิ่มเลย” นายเมฆคลี่ยิ้มบางๆ มองมนต์ตราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และปรารถนา“คุณไปอดอยากมาจากไหนคะ”“ไม่รู้สิครับ เวลาอยู่ใกล้คุณผมรู้สึกหิวตลอดเวลาเลย...” เขากล่าวพลางลูบแก้มเธอเบาๆมนต์ตรารู้สึกถึงความอบอุ่นและความเสน่หาที่ส่งผ่านมาจากการสัมผัสของเขา หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกโหยหาก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“ถ้าคุณไหว ฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ...อยู่กับคุณฉันก็มีอารมณ์ตลอดเวลาเหมือนกัน” มนต์ตรากระซิบเสียงแผ่ว พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเขาบ้าง“ต่อไปนี้...คุณต้องมาเจอผมบ่อย ๆ นะครับ ผมคิดถึงคุณ” นายเมฆไม่รอช้า โน้มตัวลงจูบเธออีกครั้ง จูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ทวีความเร่าร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว มือของเขาก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออีกครั้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ให้ตื่นขึ้นม
ตอนที่ 39 คอร์สนวดลงรูฟื้นฟูสมรรถภาพ NCในช่วงเย็นของวันที่นัดหมาย ภายในห้องพักของโรงแรมที่แซนดี้จองเอาไว้ให้มนต์ตรา แซนดี้และนายเมฆมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เธอกำลังคนเครื่องดื่มสมุนไพรสีสวยในแก้ว มองดูของเหลวสีอำพันหมุนวนด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก และไม่ลืมที่จะเติม 'ส่วนผสมพิเศษ' ลงไปเล็กน้อย เหมือนเช่นครั้งก่อนนายเมฆนั่งรออยู่บนโซฟาพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภาพใบหน้าสวยหวานของมนต์ตราและสัมผัสเร่าร้อนที่ร้านสปาในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา ความปรารถนาเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่คิดถึงเรียวขาขาวเนียนและทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“พี่เมฆดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะคะวันนี้” แซนดี้เอ่ยทักขึ้นขณะยกเครื่องดื่มอีกแก้วให้นายเมฆ“ไม่ให้อารมณ์ดีได้ไงวะ ก็คุณมนต์เค้าออกจะสวยอึ๋มซะขนาดนั้น” นายเมฆตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ“คุณมนต์น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะ รออีกนิด..เดี๋ยวเธอก็มาให้พี่กินแล้ว” แซนดี้พลางเหลือบมองนาฬิกาไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ แซนดี้รีบลุกไปเปิดประตู เผยให้เห็นร่างระหงของมนต์ตราที่ยืนอยู่ตรงหน้า ในชุดเดรสสีเรียบแต่ขับเน้นรูปร่างได
ตอนที่ 38 รู้อยู่แก่ใจมนต์ตราเดินไปยังห้องน้ำช้าๆ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป น้ำอุ่นช่วยชะล้างคราบใครและความเหนียวเหนอะหนะออกจากร่างกาย แต่ความรู้สึกผิดในใจกลับยังคงเกาะกุมแน่นหนา มนต์ตราปล่อยให้น้ำไหลรินชะล้างความรู้สึกผิดนั้นออกไป พร้อมกับความปรารถนาที่จะลบล้างความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เธอรู้สึกสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ และรู้สึกผิดต่อผู้เป็นสามี แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสุขสมที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย พร้อมกับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว... เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และหลังจากนี้เธอควรจะทำอย่างไรต่อไป?หญิงสาวรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะบนร่างกายจากน้ำมันนวดที่ผสมปนเปกับน้ำลายของเขา ความรู้สึกทางกายยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ทว่าความคิดของเธอกลับว้าวุ่นสับสนกว่านั้นมากนัก ภาพใบหน้าของภาสกรปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงอย่างฉับพลัน ความรู้สึกผิดบาปเริ่มกัดกินหัวใจของเธออย่างช้าๆ ทีละน้อย ราวกับยาพิษที่ค่อยๆ แล่นซึมเข้าไปในกระแสเลือดน้ำตาเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากหาง
ตอนที่ 37 สปาพาเสียว...นวดนาบสะท้านทรวง NCรสจูบที่ยาวนานและเร่าร้อนนั้นราวกับเป็นการเปิดฉากแห่งความปรารถนาครั้งใหม่ เมื่อผละริมฝีปากออก นายเมฆก็จ้องมองมนต์ตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือลงสัมผัสเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วแข็งแรงลากไล้ไปตามเนินอกอวบอิ่มที่ยังคงสั่นระริก หน้าท้องแบนราบที่เกร็งเล็กน้อย และลงไปจนถึงหว่างขาที่ยังคงเปียกชื้นและอุ่นร้อนอยู่เล็กน้อย เขาปลดเสื้อผ้าของตนเองให้เปลือยเปล่าอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นสัดส่วนกำยำที่มนต์ตราไม่เคยสัมผัสมาก่อน“พร้อมหรือยังครับ...คุณมนต์” นายเมฆกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะโน้มตัวลงมอบจูบเร่าร้อนอีกครั้ง ลึกซึ้งและดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับร่างกายที่เริ่มแนบชิดกันมากขึ้น เนื้อกายเปลือยเปล่าเบียดเสียดกันอย่างโจ่งแจ้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ถูกเพาะบ่มไว้จนถึงขีดสุด กำลังจะนำพาทั้งสองไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ไม่อาจห้ามปรามได้อีกต่อไปนายเมฆไม่รอช้า เขาค่อยๆ แทรกตัวเข้าประชิดร่างเปลือยเปล่าของมนต์ตราบนเตียงนวดอย่างแนบแน่น เนื้อกายชายหญิงสัมผัสกันอย่างโจ่งแจ้ง สร้างความรู้สึ
ตอนที่ 36 สกินชิพเลือนลางสุดทางสายนวด NCมนต์ตราไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกต่อไป อาการแปลกประหลาดของร่างกายที่เริ่มแล่นริ้วไปทั่วร่างและตอบสนองต่อการสัมผัสของนายเมฆอย่างน่าประหลาด ทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่ม หนาวสั่นไปพร้อมๆ กัน เมื่อนายเมฆเริ่มลงน้ำมันนวดไปเรื่อยๆ สัมผัสของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นการเล้าโลมบริเวณอวัยวะสำคัญต่างๆ อย่างจงใจ ราวกับนักมวยที่ค่อยๆ อัดคู่ต่อสู้จนบอบช้ำไม่มีทางหนี ก่อนจะปล่อยหมัดน็อคในยกสุดท้าย“รู้สึกสบายขึ้นไหมครับ?” นายเมฆถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง“ค่ะ” มนต์ตราตอบเสียงแผ่ว รู้สึกถึงความผิดปกติในการสัมผัสที่เริ่มลุกลามไปทั่วร่างกาย“มีส่วนไหนที่อยากให้ผมเน้นเป็นพิเศษไหมครับ?” นายเมฆถามต่อ มือของเขายังคงวนเวียนอยู่บริเวณบั้นเอวของเธออย่างแผ่วเบา“เอ่อ... ไม่ค่ะ” มนต์ตราตอบพลางขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สบายใจ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเริ่มก่อตัวขึ้น“ลองนวดด้านล่างดูไหมครับ เห็นบอกว่าน้องสาวของคุณไม่ค่อยมีอารมณ์ตอนสามีสอดใส่” นายเมฆกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรวยรินอยู่ข้างใบหูเล็ก“นวดอย่างเดียวจริง ๆ ใช่มั้ยคะ?” มนต์ตราถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ น้







