รักร้ายใต้เงามังกร

รักร้ายใต้เงามังกร

last updateLast Updated : 2026-03-11
By:  galaxy peachOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
63Chapters
576views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“อย่างเธอก็เป็นได้แค่ของเล่นที่ฉันยังไม่เบื่อแค่นั้นแหละ” เธอก็แค่บุตรสาวของลูกหนี้ที่เข้ามาทำงานชดใช้หนี้ แต่ค่ำคืนแสนเร่าร้อนจะเปลี่ยนชีวิตของหมวยไปตลอดกาล... จางเฟยหลง คุณจางดูเย็นชา แข็งกร้าว ปากแข็ง ดูเหมือนคนไม่สนใจความรู้สึกของใคร แต่คุณจางคอยห่วงหมวยเสมอ จาง เฟยหลง อายุ 33 ปี ส่วนสูง 188 เซนติเมตร หน้ำหนัก 83 กิโลกรัม รอบเอว 64 เขาคือชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเยือกเย็น ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวยามจ้องเหยื่อ ทั้งเฉียบคมและเด็ดขาด คิ้วเข้มพาดเฉียง กรามแข็งแรงบอกถึงความมุ่งมั่นและไม่หวั่นไหว ไหล่กว้างรับกับแผงอกผายอย่างอบอุ่น ผิวขาวเนียนตัดกับเส้นผมสีดำสนิท หมวยลิน อายุ 20 ปี ส่วนสูง 160 เซนติเมตร น้ำหนัก 46 กิโลกรัม หมวยลิน หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้เปล่งประกายความงามดั่งหยกขาว เธอมีใบหน้ารูปไข่หวานละมุนรับกับลำคอระหง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทองเปล่งประกายวาววับ คิ้วเรียวโค้งดั่งเสี้ยวจันทร์ตัดกับจมูกเล็กได้รูป ริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อดูน่าลิ้มลอง ผิวพรรณของเธอขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะแรกของฤดูหนาว เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับพลิ้วไหวราวม่านหมอก เธอมีรูปร่างเพรียวบางได้สัดส่วนโค้งเว้าเด่นชัดดูอ่อนช้อยแต่เย้ายวน

View More

Chapter 1

อารัมภบท

อารัมภบท

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีเทาเข้มเป็นอมฟ้าจาง ๆ แสงอาทิตย์สีเหลืองยามใกล้ลาลับขอบฟ้าตกกระทบพื้นถนนที่ฉ่ำแฉะ ละอองฝนที่เพิ่งหยุดยังลอยวนอยู่ในอากาศ กลิ่นหยาดฝนลอยแตะจมูก สายลมเย็น ๆ พัดผ่านตรอกซอกซอย ตึกสามชั้นเรียงรายกันทอดยาวออกไปจนสุดลูกตา บางบ้านทาสีซีดจาง บางบ้านมีเถาวัลย์ไต่เลื้อยตามผนัง ร้านค้าเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นยาย และเสียงพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองทำให้ย่านนี้ไม่เคยเงียบเหงา

ตึกแถวหัวโค้งหลังนี้ตั้งตระหง่านในชุมชนเก่าแก่ สร้างมานานมากกว่าสามสิบปี ราวกับเป็นผู้เฝ้ามองเรื่องราวที่เคยเข้ามาและผ่านไป สีของผนังซีดจางลงตามกาลเวลา แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวขนาดเล็ก

เถาวัลย์เลื้อยพันริมกำแพงเหมือนธรรมชาติที่คอยแต่งเติมให้กับอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้น ขณะที่สายไฟระโยงระยางอยู่ช่องหน้าต่างที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ

แสงแดดยามเย็นทาบทาบนผิวตึก กลิ่นละอองฝนยังคงติดอยู่ตามซอกซอย ภายในตึกแถวขนาดสามชั้นเปิดไฟสีเหลืองอุ่นส่องสว่างไปทั่วบริเวณชั้นหนึ่ง จานกับข้าวมื้อเย็นวางอยู่บนโต๊ะไม้ในครัวเล็ก ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นของข้าวสวยร้อน ๆ ที่เพิ่งตักออกมาจากหม้อ

แกงจืดเต้าหู้หมูสับส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ กระตุ้นต่อมรับรสชวนให้น้ำลายไหล เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ก้าวมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะไม้พร้อมกับร่างเล็กของอาม่าวัยเจ็ดสิบแปดปี อาม่าทับทิมสวมเสื้อผ้าฝ้ายลายดอกเล็กสีชมพูกับกางเกงผ้าขากว้างสีกรมดูสะอาดสะอ้าน

ผมหงอกขาวให้ความรู้สึกเหมือนผ่านโลกมามากมาย เสริมภาพลักษณ์ดูสง่างาม ดวงตาสีน้ำตาลภายใต้กรอบแว่นตาสีใสมองดูอาหารบนโต๊ะ สองมือของอาม่าทับทิมไพล่หลังขณะเดินไปหยิบซองยาหอมมาสูดดม

“อาม่าวันนี้หมวยทำแกงจืดเต้าหู้หมูสับของโปรดอาม่าเลยนะ” น้ำเสียงสดใสเปล่งวาจาขึ้น ขณะเดียวกันอาม่าทับทิมหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ลมเย็นพัดเอาชายเสื้ออาม่าปลิวเบา ๆ พาเอากลิ่นของดอกเข็มที่ปลูกอยู่หน้าบ้านปะปนกับกลิ่นน้ำมันมวยที่ติดอยู่บนเสื้อ

หมวยลิน หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้เปล่งประกายความงามดั่งหยกขาว เธอมีใบหน้ารูปไข่หวานละมุนรับกับลำคอระหง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทองเปล่งประกายวาววับราวกับดวงดาวระยิบระยับในราตรีอันสงบ คิ้วเรียวโค้งดั่งเสี้ยวจันทร์ตัดกับจมูกเล็กได้รูป ริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อดูน่าลิ้มลอง

ผิวพรรณของเธอขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะแรกของฤดูหนาว เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับพลิ้วไหวราวม่านหมอก เธอมีรูปร่างเพรียวบางได้สัดส่วนโค้งเว้าเด่นชัดดูอ่อนช้อยแต่เย้ายวน

หมวยเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างอาม่า พร้อมกับในมือถือชามข้าวสวย ฝ่ามือหยาบของอาม่าทับทิมทาบทาลงบนเรียวแขนเบาของหมวยเบา ๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจาขึ้น

“อาหมวยไปเอาขวดน้ำปลามาให้หน่อย”

“อาม่าอีกแล้วนะคะ กินเยอะมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ”

“เนี่ย เอามาใส่ข้าวนิดเดียวเอง ลื้อลุกไปเอาให้อั๊วะหน่อยนะ อายุปูนนี้แล้วหัวเข่าก็ไม่ค่อยจะดี”

“ก็ได้ค่ะ แต่ม่าต้องสัญญากับหมวยก่อนว่าจะใส่แค่นิดเดียว”

“อืม ๆ ลุกไปเอามาได้แล้ว อั๊วะจะได้กินข้าว”

“ได้ค่ะ รอก่อนนะคะ”

เมื่อพยักหน้ารับปากอาม่าแล้ว รูปร่างอรชรลุกขึ้นจากท่านั่งเดินตรงไปหยิบขวดน้ำปลาอย่างที่อาม่าต้องการ จากนั้นยื่นขวดนั้นให้อาม่าที่นั่งรออยู่ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองเบนทิศความสนใจมามองเมนูอาหารที่ตนเองเป็นคนลงมือทำ มือเล็กใช้ตะเกียบคีบผัดผักบุ้งใส่ชามของอาม่า

ในขณะเดียวกันอาม่าก็กำลังเหยาะน้ำปลาลงบนข้าวสวยร้อน ๆ เพื่อเพิ่มความเข้มข้น ทว่ามันกลับเยอะเสียจนหมวยลินต้องเอ่ยปากห้ามปราม

“อาม่า ไหนลื้อบอกเหยาะแค่นิดเดียวไง แต่นี่อาม่าเหยาะไปเกือบจะหมดขวดแล้ว” น้ำเสียงใสของอาหมวยดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศภายในอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้น บรรยากาศแสนคุ้นชินที่เธอเติบโตมาตั้งแต่เด็ก

ในวันที่แม่ทิ้งเธอและออกจากบ้านหลังนี้ไป อาม่าก็คอยเลี้ยงดูและส่งเสียหมวยเรียนมาโดยตลอด ผู้เป็นพ่อนาน ๆ จะกลับเข้ามาบ้านทีและไม่เคยสนใจไยดีเธอเลยแม้แต่น้อย

“นิดเดียว อั๊วะเพิ่งจะเหยาะไปไม่กี่หยด ยังไม่หมดขวดหรอก” อาม่าทับทิมเปล่งถ้อยคำบอกพลางวางขวดน้ำปลาไว้บนโต๊ะ เมื่อได้ยินอย่างนั้นอาหมวยถึงกับส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย เพราะอาม่าเป็นคนชอบทานอาหารรสจัด และมักจะเหยาะน้ำปลาเติมลงบนข้าว

“ลื้อต้องลดเค็มลงหน่อยแล้วนะม่า กินเค็มเยอะแบบนี้ระวังไตถามหานะ” อาหมวยเอ่ยขึ้น

“อั๊วะก็กินของอั๊วะแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว กินตั้งแต่ตัวลื้อเท่านี้จนตอนนี้ลื้อโตเป็นสาวแล้ว”

“ปีนี้หมวยยี่สิบแล้วนะอาม่า เป็นไงหลานสาวม่าโตแล้วสวยไหมคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาคู่สวยหันไปมองอาม่าที่นั่งอยู่ด้านข้างกาย ทุกวันชีวิตของทั้งสองคนเรียบง่าย พูดคุยกันตามประสาอาม่ากับหลาน

ตั้งแต่เด็กจนโตชีวิตของฉันก็มีแต่อาม่า ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อก็อยากหาเงินเยอะ ๆ มาเลี้ยงดูอาม่าให้สุขสบาย

ดวงตากลมโตเปล่งประกายยามทอดมองอาม่า หมวยมองอาม่าเป็นฮีโร่ที่คอยหาเงินเลี้ยงดูเธอมาตลอด ทั้งที่ทำอาชีพค้าขายแต่ก็หาเงินส่งหมวยเรียนจบมัธยมปลาย แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยมาทำงานหาเงินช่วยอาม่าแทน

“สวยมันก็สวยแหละ แต่จะหาผัวได้ไหม แก่ไปจะได้มีคนอยู่ด้วยเผื่อวันไหนอั๊วะไม่อยู่แล้ว ลื้อจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว”

“ไม่เอา อาม่าอย่าพูดเรื่องไม่ดีแบบนี้สิ หมวยจะอยู่กับอาม่าตลอดไปเลยค่ะ”

“มีใครอยู่ไหมวะ ไอ้หานออกมา!” เสียงตะโกนของผู้ชายดังขึ้นมาจากด้านหน้าประตู ทำเอาร่างเล็กของหมวยลินสะดุ้งเล็กน้อย

“ใครมาถามหาพ่อลื้อ มันไปเมาจนก่อเรื่องอะไรอีก” อาม่าพูดพลางพยุงร่างกายตัวเองลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยชราชะเง้อมองลอดผ่านประตูเหล็กหน้าบ้าน

“อาม่าไม่ต้องลุกหรอก เดี๋ยวหมวยไปคุยให้เอง”

“เอางั้นก็ได้ ลื้อต้องระวังตัวด้วยนะ ไม่รู้พวกมันจะมากันกี่คน พ่อลื้อนี่ก็จริง ๆ วัน ๆ สร้างแต่ปัญหา”

“หมวยรู้แล้วค่ะ เจอมาตั้งแต่เด็กแล้ว” เธอหันไปพูดกับอาม่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ จากนั้นจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปเปิดประตูเหล็กออก

ทันทีที่ประตูเหล็กถูกแง้มออกช้า ๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองปะทะเข้ากับร่างกำยำของผู้ชายสวมชุดสูทนับสามชีวิต สายตาของพวกเขาจ้องมายังเธอ วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยเต้นแรงผิดจังหวะ คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้พวกเจ้าหนี้จะดูน่ากลัวจนอยากเดินถอยหลัง แต่เมื่อเลือกอะไรไม่ได้แล้วหมวยจึงต้องสู้หน้าพวกเขาต่อ

“มาหาพ่อเหรอคะ พ่อไม่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ”

“รู้ แล้วเธอรู้ไหมว่าพ่อของเธอจะไม่จ่ายหนี้”

คราวนี้น้ำเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่ยืนสวมเสื้อดำอยู่เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกับเธอ หมวยลินยืนเอามือกุมเข้าหากันด้านหน้า พลางก้มใบหน้าลงเล็กน้อย เพราะเธอรู้อยู่เต็มอกว่ายังไงพวกเจ้าหนี้ก็ต้องมาทวงหนี้ที่บ้านอยู่ดี

“พ่อติดหนี้อยู่เท่าไหร่เหรอคะ เดี๋ยวหมวยจะทยอยจ่ายให้”

“สองแสน จะทยอยจ่ายชาตินี้จะจ่ายหมดเหรอ”

“สองแสนเลยเหรอ ยังไงหมวยก็จะจ่ายให้หมดค่ะ แต่ขอทยอยจ่ายก่อนได้ไหม”

“ไม่ได้ เพราะเธอต้องไปเป็นคนใช้ ตามสัญญาที่พ่อเธอตกลงเอาไว้กับเจ้านายฉัน”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่ เธอต้องไปกับพวกฉันตอนนี้ ไปคุยกับเจ้านายของฉันเอาแล้วกัน”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ ขอฉันบอกอาม่าก่อนได้ไหม”

“ไม่ได้ เธอต้องไปเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ตามคำสั่งของท่าน” ไม่ทันที่จะได้ปฏิเสธท่อนแขนของอาหมวยก็ถูกมือแกร่งคว้าไว้เสียก่อน เธอจึงหันเข้าไปมองอาม่าที่อยู่ในบ้าน วินาทีนั้นอาม่ารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่าด้วยความที่อายุมากแล้วจึงเดินมาไม่ถึง...

“อาม่าเดี๋ยวหมวยกลับมานะคะ อาม่ารอหมวยที่นี่นะ ไม่ต้องห่วงหมวยหรอก” น้ำเสียงใสของหมวยลินตะโกนสุดเสียงเพื่อบอกให้อาม่าของเธอได้รับรู้ ในขณะที่ร่างกายของเธอถูกพาออกไปไกลจากอาม่าเรื่อย ๆ จนภาพร่างของอาม่าทับทิมค่อย ๆ เลือนหายไป

ร่างอรชรของหมวยลินถูกพามาตามซอกซอย จนในที่สุดก็มาหยุดตรงรถยนต์คันสีดำ จังหวะหัวใจของเธอเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก เมื่อมีคนแปลกหน้าพาเธอขึ้นรถไปในฐานะของลูกหนี้ เธอต้องจากอาม่าไปโดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตอันใกล้นี้จะต้องพบเจอกับอะไร เจ้าหนี้ของพ่อจะทำอะไรเธอบ้าง

ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ทว่าเธอกลับต้องมารับกรรมแทน พ่อที่ไม่เคยเลี้ยงดูเธอเลย และไม่เคยสนใจเลยว่าชีวิตของเธอจะเป็นยังไง

หน้าต่างกระจกสะท้อนภาพของเมืองศิวิไลซ์ ตึกสูงเสียดฟ้าเรียงรายกันทอดยาวออกไป ผู้คนยังคงเดินสวนกันไปสวนกันมาริมสองข้างทาง ใบหน้าของเธอเคร่งเครียดรู้สึกสิ้นหวังอย่างสุด เธอมองว่าชีวิตนี้ไร้ความหมาย ถ้าไม่มีอาม่าหมวยก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปเพื่อใคร...

หลายนาทีต่อมารถยนต์คันนี้ตบไฟเลี้ยวเข้ามาด้านในตัวคฤหาสน์หลังโต ซึ่งถูกห้อมรอบไปด้วยรั้วสีขาว สวนหย่อมถูกจัดแต่งอย่างสวยงามตัดกับน้ำพุที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงทางเข้า รูปปั้นม้าสีดำสองตัวหันหน้าเข้าหากัน แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลจาง

เมื่อรถยนต์คันนี้หยุดนิ่งประตูถูกเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กก้าวเท้าลงมาจากรถ ผู้หญิงตัวเล็กสวมเสื้อยืดสีชมพูจับคู่กับกางเกงลายหมีให้ลุคน่ารักและสดใส หมวยลินเดินก้มหน้าลงสีหน้าของเธอเหมือนกับภาพวาดที่ไร้ความรู้สึก

ถัดมาประตูไม้โอ๊คแกะสลักลวดลายซับซ้อนเปิดออกสู่โถงทางเดินโอ่อ่า เพดานโค้งสูงประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัล พื้นหินอ่อนสะท้อนแสงไฟสีขาวระยิบระยับ เรียวขาของเธอก้าวมาหยุดตรงด้านหน้าห้องทำงานของผู้นำตระกูล ก่อนที่บอดี้การ์ดสวมชุดสูทจะเปิดประตูให้เธอเดินเข้าไป

หมวยลินยืดตัวและสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เธอก้าวเข้ามาเหยียบพื้นเย็นเฉียบภายในห้องด้วยความมั่นใจ นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง หญิงสาวกุมมือเข้าหากันด้านหน้า วินาทีนี้เธอไม่กล้าสบตากับคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย ถึงอีกฝ่ายยังไม่เอ่ยปากพูดอะไรแต่หมวยลินก็รับรู้ถึงความเย็นชาที่แผ่รังสีออกมาจากร่างกายของเขา

“ลูกสาวของหานใช่ไหม” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยวาจาถาม แต่ทำเอาคนตัวเล็กรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง

“ใช่ค่ะ” หมวยตอบพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย

“ในสัญญาถ้าเกิดพ่อเธอจ่ายหนี้ไม่ได้ ลูกสาวอย่างเธอจะต้องเป็นคนชดใช้แทนทุกบาททุกสตางค์ เธอรู้ไหมว่าพ่อของเธอเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่” คนตัวเล็กไม่ตอบทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าปฏิเสธ

“สองแสน...เธอต้องทำงานใช้หนี้ให้พ่อของเธอจนกว่าจะครบสองแสน” ร่างสูงของราชาผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำของตระกูลจาง เปล่งวาจาบอกกับลูกหนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

หมวยลินถึงกับเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ภายในห้องทำงานตกแต่งด้วยโทนสีขาวล้วน โต๊ะทำงานตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านหลังเขาคือชั้นหนังสือที่รวมหนังสือหลากหลาย เพดานสูงประดับด้วยโคมไฟระย้า ใบหูทั้งสองข้างฟังสิ่งที่ชายวัยกลางคนพูด ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นทอดมองไปยังกรอบรูปครอบครัวของเขา

ครอบครัวประกอบด้วยพ่อแม่และลูกชายอีกสามคน ภาพตรงหน้าของหมวยลินทำเอานัยน์ตาคู่สวยจ้องมองอย่างไม่กะพริบ

“ฉันไม่มีทางเลือกให้เธอมากนัก เธอต้องเข้ามาทำงานเป็นคนใช้เพื่อชดใช้หนี้ของพ่อเธอ ส่วนเรื่องที่พักไม่ต้องห่วงเธออยู่กินที่นี่ฟรีทุกอย่าง เพียงแค่ว่าเงินเดือนของเธอจะถูกไปหักลบกับหนี้ที่เหลืออยู่”

ขณะที่ราชาหรือจางจวินหลงกำลังพูดกับเธอ หมวยลินก็เอาแต่จ้องมองกรอบรูปนั้นไม่เลื่อนสายตาไปไหน ภายในใจรู้สึกอิจฉาชีวิตของพวกเขาไม่น้อย ทั้งมีเงินทองมากมาย ทั้งอยู่พร้อมหน้า

“ได้ยินที่ฉันพูดเหรอเปล่า?” ราชายกคิ้วถาม

“อ๋อ ได้ยินค่ะ แล้วแบบนี้หมวยจะต้องทำงานไปอีกนานแค่ไหนเหรอคะ หมวยสามารถติดต่อกับอาม่าได้หรือเปล่า พอดีว่าอาม่าอยู่คนเดียวแล้วอายุมากแล้วด้วย” เมื่อราชาทวนถามเธออีกครั้ง หมวยลินจึงดึงสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว

“เธอสามารถติดต่อกับคนที่บ้านได้ ไปหาคนที่บ้านได้เพราะเธอแค่ทำงานที่นี่เหมือนคนทั่ว ๆ ไป ส่วนเรื่องที่ว่าจะต้องทำไปถึงเมื่อไหร่ เงินเดือนแม่บ้านที่นี่อยู่ที่หมื่นสองทำงานหกวันต่อสัปดาห์”

“โอเคค่ะ งั้นแสดงว่าวันหยุดหมวยกลับบ้านได้ใช่ไหมคะ”

“ใช่ แต่เธอต้องอยู่กินที่นี่กับหัวหน้าแม่บ้านและแม่บ้านอีกสองคน ทำงานไหวใช่ไหม”

“หมวยทำได้ค่ะ ว่าแต่จะให้หมวยเริ่มงานวันนี้เลยเหรอคะ”

“เดี๋ยวฉันให้คนพาเธอไปที่ห้องพัก พรุ่งนี้หัวหน้าแม่บ้านจะสอนงานเธอเอง ยิ่งเริ่มเร็วก็จะใช้หนี้หมดเร็วไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ยังใจดีกับหมวย ไม่งั้นหมวยก็คงจะไม่มีทางหาเงินมาคืนคุณได้แน่”

“อืม ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปห้องพักของเธอได้”

“ค่ะ แล้วจะให้หมวยเรียกคุณว่ายังไงดีคะ” ราชาไม่ตอบ แต่ฝ่ามือแกร่งกลับยกหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาอ่าน ไม่แม้แต่จะเบนสายตามามองเธอราวกับว่าหมวยลินกลายเป็นอากาศ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับ เธอจึงตัดสินใจหันหลังเดินออกมาจากห้อง ไม่ทันได้พูดอะไรบอดี้การ์ดสวมชุดดำที่ยืนรออยู่หน้าห้องก็เดินนำหน้าเธอยังด้านหลังตัวคฤหาสน์ วินาทีต่อมาร่างอรชรของหมวยลินเดินมาหยุดตรงหน้าประตูไม้

“ห้องของหมวยเหรอคะ” เธอหันไปถามผู้ชายร่างสูง

“อันนี้ห้องพักของเธอ พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าเดี๋ยวป้าแมวหัวหน้าแม่บ้านจะสอนงานให้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แล้วเสื้อผ้าล่ะ ทั้งเนื้อทั้งตัวหมวยมีเสื้อผ้าแค่นี้นะคะ”

“อันนั้นก็เป็นปัญหาของคุณครับ”

“เอ้า พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ ตอนพามาก็ไม่ถามกันสักคำ แล้วตอนนี้จะไม่สนใจกันงี้เหรอ” หมวยลินเปล่งวาจาด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นอีกระดับ

“ครับ ๆ ผมจะซื้อมาให้นะครับ”

“จะบ้าเหรอคะ หมวยเป็นผู้หญิงนะคุณจะซื้อให้ฉันได้ยังไง”

“งั้นจะให้ผมกลับไปที่บ้านคุณไหมล่ะครับ”

“ไม่ได้ค่ะ แบบนั้นอาม่าก็รู้เรื่องหมดสิ”

“แล้วคุณต้องการให้ผมทำยังไงกันแน่”

“ไม่รู้ค่ะ ค่อยคิดวันพรุ่งนี้แล้วกัน คุณกลับไปได้แล้วค่ะ”

“ครับ” เมื่อได้ยินอย่างนั้นบอดี้การ์ดสวมชุดสูทสีดำพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะที่แผ่นหลังแกร่งจะเลือนหายไปช้า ๆ หมวยลินจึงเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพักของตัวเอง เพียงชั่วข้ามคืนเธอก็ต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ในฐานะคนใช้ที่ต้องหาเงินชดใช้หนี้แทนพ่อ

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องขนาดเล็ก พื้นปูด้วยซีเมนต์ขัดมันตัดกับผนังอิฐเปลือย หน้าต่างบานเล็กที่สามารถเปิดออกไปดูวิวด้านนอกได้ ฟูกนอนวางกับพื้นมีผ้าห่มบาง ๆ และหมอนใบเดียว

คืนนี้หมวยจะหลับตาลงยังไง ในเมื่อความรู้สึกอ้างว้างเริ่มเกาะกุมหัวใจดวงน้อย เธอต้องจากอาม่ามาทำงานชดใช้หนี้ จะข่มตานอนตอนนี้ในหัวก็มีเรื่องให้คิดเต็มไปหมด หวังว่าหมวยจะผ่านมันไปได้เร็ว ๆ

"""

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
63 Chapters
บทที่ 1 เป็นหนี้ต้องชดใช้ 1
บทที่ 1เป็นหนี้ต้องชดใช้หลังจากหมวยลินพยายามข่มตาหลับบนฟูกนอน บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดเข้ามากระทบพื้นปูนซีเมนต์ วินาทีต่อมาแพขนตาปิดสนิทค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมามองบรรยากาศโดยรอบ กลางดึกอันเงียบสงัดหมวยรู้สึกคอแห้งจนต้องกลืนน้ำลายลงคอหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยร่างอรชรของหมวยลินจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากฟูกนอน แม้ว่าพัดลมตั้งพื้นจะพัดความเย็นมากระทบเรือนร่าง ทว่าความรู้สึกร้อนอบอ้าวทำเอาคนตัวเล็กกระหายน้ำขึ้นมาถัดมาเธอจึงลุกขึ้นและเปิดประตูออกจากห้อง ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นทอดมองทางเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ด้านในตัวคฤหาสน์หลังโต มือเล็กเปิดตู้เย็นพร้อมกับหยิบขวดน้ำเย็น ๆ ออกมาดื่มอย่างถือวิสาสะ น้ำเย็นไหลผ่านลงคอทีละนิดทำให้หมวยลินรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง เธอมัวแต่นอนอุดอู้อยู่แต่ในห้องเพราะไม่กล้าจะเดินออกมาด้านนอกแต่พอได้ดื่มน้ำเย็น ๆ คนตัวเล็กก็คลี่ยิ้มกว้างรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกฉันพยายามข่มตานอนยังไงก็นอนไม่หลับ ไม่กล้าเดินออกมาดื่มน้ำด้วยซ้ำ แต่ได้น้ำเย็นเข้าปากรู้สึกดีขึ้นมาก ๆในขณะเดียวกันหากมองออกมาตรงด้า
Read more
บทที่ 1 เป็นหนี้ต้องชดใช้ 2
วันต่อมาท้องฟ้ายามเช้าเป็นสีฟ้าสดใส เมฆสีขาวลอยเรื่อยไปบนท้องฟ้าอย่างสม่ำเสมอ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านก้อนเมฆลงมากระทบผืนหญ้าสีเขียวขจี สวนดอกไม้และไม้ประดับถูกตกแต่งอย่างดีคฤหาสน์หลังโตล้อมรอบไปด้วยรั้วสูง บริเวณโดยรอบได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ด้านหน้าตัวบ้านตกแต่งด้วยน้ำพุสวยงาม จากนั้นถัดมาด้านในแม่บ้านกำลังทำงานของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ นกเล็กเป็นหญิงอายุสามสิบปลายใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดโต๊ะอาหาร ส่วนอิ่มบุญกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟ ทุกอย่างจะต้องจัดเตรียมให้แล้วเสร็จก่อนที่เจ้านายจะลงมาจากชั้นสอง“คุณท่านกับคุณผู้หญิงจะลงมาทานอาหารเช้าก่อนแปดโมงเช้าทุกวัน ดังนั้นอาหารจะต้องถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว คุณเฟยหลงชอบดื่มกาแฟตอนเช้าก่อนออกไปทำงานประจำ เธอต้องชงกาแฟเตรียมรอเอาไว้ เพราะหน้าที่อื่น ๆ เป็นของนกเล็กแล้วก็อิ่มบุญมัน” น้ำเสียงเรียบของหัวหน้าแม่บ้านอย่าง ป้าแมว เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกับผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกายป้าแมวขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ดูแลบ้านหลังนี้มานานหลายปี กำลังสอนงานให้กับสาวใช้คนใหม่อย่างละเอียด ส่วนนกเล็กและอิ่มบุญก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่กี่ปี ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่ออย
Read more
บทที่ 2 คุณจางยื่นข้อเสนอ 1
บทที่ 2คุณจางยื่นข้อเสนอแสงอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าทอดเงาสีเหลืองอร่ามกระทบลงบนผืนหญ้าสีเขียวขจี คฤหาสน์หลังโตตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางรั้วสีขาวห้อมล้อมตัวบ้าน สื่อถึงความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย รูปปั้นม้าสองตัวสีดำ ตั้งเด่นประดับบารมีของผู้นำอย่างราชา บอดี้การ์ดสวมชุดสูทสีดำดูภูมิฐานยืนอยู่ประจำตำแหน่ง เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในรั้วบ้านถัดมาด้านหลังของตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ สตรีรูปร่างเล็กนั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อน ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเธอขยับพูดกับคนที่อยู่ปลายสาย ภาพอาม่าทับทิมกำลังจ้องมองหลานผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือหมวยลินสวมชุดยูนิฟอร์มของแม่บ้านสีดำ ส่วนในมือของเธอนั้นถือโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เนื่องจากวันนี้หมวยมีโอกาสได้กลับบ้านเพื่อเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวมาอยู่ที่นี่ หมวยเล่าเรื่องทุกอย่างให้อาม่าฟังทั้งหมด และยังบอกอาม่าไม่ต้องเป็นห่วงเธอ“อาม่าอย่าลืมกินข้าวแล้วก็กินยาด้วยนะ แล้วก็ห้ามกินน้ำปลาเยอะเด็ดขาด มันไม่ดีต่อไตรู้ไหม”“อั๊วะรู้แล้ว ลื้อจะพูดย้ำอีกทำไม พ่อลื้อเนี่ยก็สร้างแต่ปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน แล้วคนที่ต้องชดใช้ก็คือลื้อ ลื้อน่ะโชคร้ายจริง ๆ อาหมวย” น้ำเสียงเร
Read more
บทที่ 2 คุณจางยื่นข้อเสนอ 2
ฉันลองมาคิดดูตามที่คุณเฟยหลงบอก ถ้าทำงานที่นี่ต่อกว่าจะชดใช้หนี้หมดก็ปีกว่าเลยนะ แต่ถ้าฉันเลือกที่จะไปทำงานกับเขาเวลาแค่สิบเดือนฉันก็สามารถปลดหนี้ให้พ่อได้ ไม่ว่าจะเลือกทางไหนฉันก็ต้องทำงานชดใช้หนี้ อยู่ที่ว่าจะเลือกเร็วหรือช้า...คนตัวเล็กเดินมาหยุดตรงริมหน้าต่าง นัยน์ตาคู่สวยมองบรรยากาศด้านนอกพลางครุ่นคิดอะไรอยู่ในหัว มือเล็ก ๆ กุมเข้าหากันด้านหน้า ยิ่งเธอยากจะกลับไปหาอาม่าเร็วเท่าไหร่ หมวยลินมีทางเลือกไม่มาก“ในเมื่อเธอไม่มีทางเลือก เอาเลยหมวย ถ้าจะมีผัวทั้งทีแล้วหล่อขนาดนี้เธอก็ไม่ต้องคิดมาก เอ๊ะ หรือว่าคุณเฟยหลงอยากให้เรานอนด้วยเฉย ๆ บ้า ผู้ชายก็ชอบคิดเรื่องอะไรแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”ร่างอรชรบ่นพึมพำกับตัวเอง จนเวลาผ่านไปเกือบสิบนาที เสียงประตูถูกเปิดออกพร้อมกับรูปร่างกำยำของเฟยหลงก้าวออกมาจากห้องน้ำ เท้าเปล่าของเขาเหยียบลงบนพื้นอันเย็นเฉียบ ส่วนล่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวเอาไว้“หมวยพร้อมจะให้คำตอบคุณแล้วค่ะ...”สตรีรูปร่างเล็กเมื่อได้ยินเสียงเขาเปิดประตู ใบหน้าหวานละมุนรีบหันกลับมาตอบ ในตอนนั้นเองเสียงของเธอขาดหาย นัยน์ตาสีน้ำตาลประกายทองปะทะเข้ากับแผงหน้าท้องแกร่งของเฟยหลง ผิวขา
Read more
บทที่ 3 หมวยยอมแล้ว 1
บทที่ 3หมวยยอมแล้วต่อจากตอนที่แล้วบรรยากาศยามค่ำคืนมืดสนิท ทว่าแสงสว่างจากเสาไฟรอบตัวบ้านยังคงส่องสว่าง บอดี้การ์ดสวมชุดสูทยืนคุมกันความปลอดภัยอยู่รอบตัวคฤหาสน์หลังโต เสียงน้ำกระทบพื้นดังลั่นทั่วห้องสี่เหลี่ยม ก่อนที่เรือนร่างอรชรจะก้าวออกมาจากห้องน้ำ สตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อสายเดี่ยวลายลูกไม้สีขาว หมวยลินหยิบครีมบำรุงผิวขึ้นมาทาบนผิวเนียนนุ่มของเธอ ไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้กี่โมงแล้วนิ้วมือเรียวทาครีมสีขาวลงบนพวงแก้มเพื่อบำรุงผิวหน้า หมวยลินมักทำอย่างนี้เป็นประจำทุกวัน เธอตั้งใจบำรุงผิวหน้าและผิวกายของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ“มันจะถึงเวลาแล้ว นี่เราต้องไปจริง ๆ เหรอ” ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองเวลาบนหน้าจอแสงสีฟ้า เมื่อเห็นอย่างนั้นหมวยลินตัดสินใจเดินออกจากห้องเพื่อไปหาเขาสตรีรูปร่างเล็กเดินฝ่าความมืดในตัวคฤหาสน์ขึ้นมายังชั้นสอง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมกับใช้มือเคาะประตูห้อง เนื้อผ้าที่เบาบางแนบไปตามร่างกาย ทำให้หมวยลินรู้สึกประหม่าที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาในสภาพแบบนี้ทันทีที่ประตูไม้แกะสลักลวดลายบานนั้นถูกเปิดออก นัยน์ตาสีน้ำตาลประกายทองปะทะเข้ากับรูปร่างสูงใหญ่ของเฟยหลง ใบหน้าหล่อเ
Read more
บทที่ 3 หมวยยอมแล้ว 2
“แค่นี้มันยังน้อยไป เธอว่าฉันใจดำงั้นเหรอ?”“เปล่าค่ะ คุณเฟยหลงไม่ต้องเสนอหน้ามารับก็ได้ หมวยแค่พูดลอย ๆ ให้คนแถวนี้ฟัง”“เหอะ โกหกอยู่เห็น ๆ”“คุณเฟยหลงไม่ใช่แค่ใจดำอย่างเดียวนะคะ ใจร้ายด้วยคุณใจร้ายกับหมวยตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน”“พูดอะไรของเธอ” ดูเหมือนคนตัวสูงจะไม่ได้ฟังในสิ่งที่หมวยลินพยายามพูดกับเขาเลยแม้แต่น้อย เขาโน้มดวงหน้าลงมาใกล้ชิดก่อนที่จะใช้ปลายลิ้นหยอกเย้าความนุ่มละมุนของเธอ ความรู้สึกวาบหวามราวกับมีผีเสื้อบินวนในช่องท้อง ทำเอาหมวยลินไม่อาจห้ามหยาดน้ำตาที่ปริ่มขอบตา เธอแอ่นหน้าอกขึ้นเล็กน้อยรับเรียวลิ้นของเขาด้วยความลืมตัวกลีบปากหนาดูดเลียปลายถันสีกุหลาบสลับไปมาหลายต่อหลายครั้ง ไฟราคะแผดเผาร่างกายของเธอจนแทบไม่อาจหักห้ามใจได้ ปากอิ่มเม้มเข้าหากันพร้อมกับหอบหายใจถี่รัว ความรู้สึกดีแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย หมวยลินซ่านกระสันอยากได้มากยิ่งขึ้น แต่จะให้เป็นฝ่ายเปิดปากก่อนคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆขณะเดียวกันเฟยหลงยังคงฝังกลีบปากตวัดเลียจุกสีกุหลาบอย่างดูดดื่ม คนตัวเล็กจิกปลายนิ้วลงบนผ้าปูที่นอนแน่น อารมณ์ที่อยากจะได้มากกว่านี้ทวีพูนขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจเต้นแรงเหมือนความสุขพลุ่งพล่าน
Read more
บทที่ 4 เฟยหลงสนใจ 1
บทที่ 4เฟยหลงสนใจวันต่อมายามเช้าท้องฟ้าสีครามสดใส กลุ่มเมฆเล็ก ๆ ลอยตัวเรียงกันเป็นแนวยาว แสงแดดสีทองอร่ามปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ อาคารสีขาวสะอาดตาตัดกับหลังคาสีน้ำเงินเข้มตั้งตระหง่านอย่างงดงาม ลานน้ำพุด้านหน้าส่งเสียงน้ำไหลแผ่วเบา แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงบนผืนหญ้าสีเขียวขจี ดอกไม้นานาพันธุ์ได้รับการจัดแต่งอย่างสวยงามเมื่อประตูไม้โอ๊คแกะสลักลวดลายบานนั้นถูกเปิดออก ภายในโถงทางเดินโอ่อ่า โคมไฟคริสตัลสะท้อนแสงสีเหลืองประกายระยิบระยับกระทบพื้นลายหินอ่อนสีครีม ดูหรูหราและทันสมัยบันไดสองข้างทอดตัวขึ้นยังชั้นสองอย่างสง่างาม เมื่อมือแกร่งของชายหนุ่มรูปร่างสูงผลักประตูไม้สีขาวเข้ามา กลิ่นหอมเย้ายวนของข้าวต้มลอยมาแตะจมูก โต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านตรงกลางห้อง แสงธรรมชาติส่องผ่านทางหน้าต่างกระจก ทุกอย่างถูกจัดวางไว้สมบูรณ์แบบราวกับกำลังรอเขามาถึงร่างกายกำยำของเฟยหลงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำจับคู่กับกางเกงขายาว เข็มขัดหนังราคาแพงบ่งบอกถึงฐานะเขาได้เป็นอย่างดี ใบหน้าหล่อเหลาคมคายฉายแววเยือกเย็น นัยน์ตาสีดำสนิทดั่งเหยี่ยวสะท้อนความเด็ดขาด แม่บ้านที่ยืนอยู่ต่างก้มหน้าให้
Read more
บทที่ 4 เฟยหลงสนใจ 2
แสงแดดอุ่น ๆ ส่องผ่านกลุ่มเมฆสีขาวนุ่มที่ลอยเอื่อยอยู่บนท้องฟ้าสีคราม เมืองหลวงยามเช้าเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคำรามต่ำ ขณะที่มันพุ่งตัวไปตามถนนที่ยังไม่คับคั่ง กระจกหน้าต่างสะท้อนเงาของท้องฟ้าสลับกับตึกสูงที่เรียงราย จุดหมายของรถยนต์คันนี้คือบริษัทของตระกูลจาง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงและทำกำไรได้มหาศาลถึงแม้ว่าผู้คนจะเริ่มทยอยเดินทางไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทว่าบนท้องถนนยังไม่ถึงกับรถติด ไม่เร่งรีบ และไม่มีเสียงแตร ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างปกติ“เฮียสนใจเธอจริงเหรอ? เฮียคิดจะจริงจังกับเธอหรือเปล่า” บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงบมาสักพัก ก่อนที่จวินอี้ผู้นั่งอยู่ด้านข้างคนขับจะเปล่งวาจาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่มีอารมณ์ใด ๆ แฝง ขณะเดียวกันฝ่ามือแกร่งของเฟยหลงยังคงจับพวงมาลัยไว้มั่น ดวงตาคมกริบสีดำขลับจ้องมองถนนเบื้องหน้า พร้อมกับขยับริมฝีปากหยักตอบน้องชายของตัวเอง“ก็สนใจ แต่ถามว่าจริงจังไหม กูยังไม่แน่ใจ” เขาตอบ“แล้วเฮียจะให้เธอไปอยู่ในฐานะอะไร”“กูจะให้เธอมาเป็นเลขาส่วนตัวของกู แต่หน้าที่หลัก ๆ ก็ยังเป็นของน้ำอิง เพราะหมวยลินเรียนไม่จบคงจะไม่
Read more
บทที่ 5 ครั้งแรกของหมวย NC-1
บทที่ 5 ครั้งแรกของหมวย NC คฤหาสน์ตระกูลจาง บรรยากาศยามค่ำคืนสายลมพัดผ่านมาพอให้รู้สึกเย็น ด้านหลังตัวคฤหาสน์หลังโตขึ้นชื่อว่าเป็นห้องพักของแม่บ้าน ท้องฟ้ามืดสนิท ความเงียบรายล้อมไปทั่วอาณาบริเวณตัวบ้าน หลังจากหมวยลินทำหน้าที่ของตัวเองเตรียมน้ำอุ่นสำหรับคุณเฟยหลง เธอก็รีบลงมาที่ห้องพักของตัวเองโดยที่ไม่ทันบอกเจ้าของห้อง ถ้าเธออยู่ต่อป่านนี้มีหวังคงไม่ได้ลงมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เรือนร่างอรชรสวมเสื้อสายเดี่ยวจับคู่กับกางเกงขาสั้นลายดอกไม้ให้ลุคน่ารักและสดใส ใบหน้าหวานละมุนปราศจากเครื่องสำอางดูเป็นธรรมชาติ จมูกเป็นสันรับกับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูน่าจุมพิต หมวยลินคิดว่าคืนนี้เธอคงเข้านอนอย่างปกติ ไม่อาจรู้เลยว่ามีฝีเท้าหนักแน่นของชายหนุ่มรูปร่างสูงกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ทันใดนั้นเองเสียงเคาะประตูหน้าห้องพักของเธอดังขึ้น หมวยลินลุกขึ้นจากฟูกนอนของตัวเอง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูบานนั้นออก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลประกายทองปะทะเข้ากับร่างกำยำของเฟยหลงยืนอยู่ด้านหน้า ไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากพูดอะไรบุรุษเพศก็แทรกตัวเข้ามาเหยียบพื้นปูนซีเมนต์ภายในห้องสี่เหลี่ยม “คุณเฟยหลง เดี๋ยวก่อนสิ”
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status