[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : สาวใช้
--------------------------------------------------------------------------
เจ็ดปีก่อนหน้าที่น้ำอุ่นจะเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้...
เด็กน้อยและชายวัยกลางคนเดินจูงมือกันมาขอข้าวบ้านคนรวยกินสภาพของทั้งคู่ดูอิดโรยเพราะอดอาหารมาหลายวันแล้ว และสิ่งที่ประทังชีวิตคนทั้งคู่ให้อยู่ลอดได้ถึงเวลานี้ ก็คงจะเป็นเศษอาหารจากถังขยะข้างทาง
“ขอข้าวเราพ่อลูกกินหน่อยได้ไหมครับ...ให้ลูกผมกินคนเดียวก็ได้” ชายวัยกลางคนพูดอ้อนวอนกับสาวใช้ที่กำลังให้อาหารหมาอยู่ที่ข้างรั้วบ้าน เขาพูดพลางมองอาหารในจานข้าวหมา สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความโหยหิว
“เข้ามาสิ” หญิงสาวสูงอายุพูดบอกพ่อลูกที่ยืนอยู่ข้างรั้วบ้านด้านนอก ให้เข้ามาด้านในรั้ว ก่อนจะออกคำสั่งกับสาวคนใช้อีกคนด้วยตำแหน่งที่สูงชั้นกว่า
“ไปเอากับข้าวในครัวมาให้พวกเขา...”
ทันทีที่ได้เศษอาหารจากบ้านคนรวย พวกเขาสองคนพ่อลูกก็รีบยัดมันเข้าปากด้วยความกระหายหิว ทั้งข้าวและน้ำถูกสลับกลืนลงคอทั้งสองพ่อลูก คนเป็นพ่อกินข้าวไปพลางน้ำตาไหลไป ก่อนจะสํานึกบุญคุณพนมมือก้มลงกราบเท้าหญิงสูงอายุใจดี ที่ให้อาหารมื้อนี้ที่เป็นมื้ออาหารต่อชีวิตของตนและลูกสาวไปได้อีกวัน
“ขอบคุณมากนะครับคุณหญิง” ชายวัยกลางคนพูดให้เกียรติด้วยความเคารพอย่างสูงกับหญิงผู้นั้น
“คุณหญิงอะไรเล่า ฉันก็เป็นแม่บ้านนี่แหละ”
“ถ้าไม่มากเกินไป...ผมขอฝากลูกสาวไว้ที่นี่สองสามวันจะได้ไหมครับ ผมจะไปหารับจ้างทำงาน แล้วเดี๋ยวได้เงินผมจะกลับมารับลูก” คนเร่ร่อนพูดขอทั้งน้ำตาอย่างไร้หนทางกับหญิงผู้ใจบุญ
หญิงสูงอายุหยุดคิดไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงไปเพราะเห็นใจในความยากจน ไร้ซึ่งหนทางของคนทั้งคู่ “สองสามวันนะ…ฉันจะดูแลให้ จะให้ข้าวยัยหนูมันกินไม่ต้องห่วง” หญิงสูงอายุรับปากกับชายเร่ร่อน เพราะสงสารสองพ่อลูก
“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมาก ฮืออ!” มือสองข้างพนมก้มลงกราบเท้าผู้มีพระคุณอีกครั้ง ก่อนจะคว้าตัวลูกสาววัยสิบสองปีมากอดเพื่อล่ำลา
“ฮึก พ่อจะไปไหนจ๊ะ” เด็กสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น พรางถามพ่อของเธอทั้งน้ำตา เพียงแค่ได้ยินว่าพ่อที่เป็นทั้งชีวิตจะจากเธอไปโดยไม่พาเธอติดตามไปด้วยเหมือนก่อน
“ไม่เป็นไรนะน้ำอุ่นเดี๋ยวพ่อรีบกลับมา หนูอยู่ที่นี่จะมีข้าวกิน เชื่อพ่อนะ” มือหนาสกปรกลูบลงที่หัวของเด็กสาวอย่างอบอุ่น แม้เป็นมือที่เลอะเทอะเด็กสาวก็ยังดึงมือของพ่อเธอเข้ามาจูบ เพื่อให้กำลังใจผู้เป็นพ่อ “ฮึก ทำตามที่พ่อบอกนะเด็กดี”
“ฮึก ค่ะ น้ำอุ่นจะเป็นเด็กดี จะอยู่รอพ่อที่นี่ไม่ไปไหนนะ สามวันใช่ไหมคะ?” เสียงเด็กน้อยเอ่ยถามพ่อของเธอด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ว่าพ่อของเธอจะกลับมารับเธอตามที่นัดหมายกันไว้ ในอีกสามวันข้างหน้า
“สามวันพ่อจะกลับมารับ น้ำอุ่นรอพ่ออยู่ที่นี่นะ อย่าไปไหนเข้าใจไหม...” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เด็กน้อยได้ยินจากคนเป็นพ่อ ก่อนที่เขาจะจากไปนานแสนนาน…
เจ็ดปีต่อมา...
“น้ำอุ่น มาหายายหน่อยซิ๊”
เสียงแม่บ้านวัยสูงอายุเรียกหาเด็กสาวเร่ร่อน ที่ตอนนี้กลายเป็นหลานสาวสุดที่รักของเธอไปแล้ว หลังจากที่อาศัยอยู่ที่นี่นานถึงเจ็ดปี ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุเพียงแค่สิบสองปีเท่านั้น จนตอนนี้เริ่มโตเป็นสาว และอยู่ในช่วงวัยสิบเก้าย่างเข้ายี่สิบปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
“จ๋ายาย” เจ้าของเสียงหวานขานรับ
“ยายทำบัวลอยให้กินเอาไหม” คุณยายคนใจดี เอ่ยถามหลานสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“กินค่ะ งั้นน้ำอุ่นช่วยยายทำนะคะ” เด็กสาวตอบรับเสียงใส พร้อมกับรอยยิ้มงดงามของเธอ
*****
วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันคอยไปเดินด้อม ๆ มอง ๆ แถวริมรั้วบ้าน เพราะคิดว่าพ่อสุดที่รักของฉันจะกลับมาหา แม้เวลาจะผ่านมานาน ฉันก็ยังเชื่อใจว่าพ่อจะกลับมาหากว่าเขายังมีชีวิตอยู่ และฉันก็หวังว่าพ่อของฉันจะปลอดภัยดี ได้กินอิ่มนอนหลับอยู่ที่แห่งไหนสักแห่ง และคิดถึงฉันทุกวันอย่างที่ฉันเป็นอยู่เสมอมาตลอดเจ็ดปีที่เราพ่อลูกไม่ได้อยู่ด้วยกัน…
ฉันอาศัยอยู่ที่นี่โดยการทำงานแลกที่ซุกหัวนอน กับข้าวกินในแต่ละวัน ไม่ได้เรียนหนังสือตั้งแต่จำความได้ อ่านไม่ออก ไม่รู้ภาษา ไม่มีเพื่อนอย่างลูกคนใช้คนอื่นในบ้าน ฉันมีหน้าที่เพียงแค่ช่วยยายจ๋าทำงานอยู่ที่หลังบ้านกับในครัวก็เท่านั้น รู้แค่เพียงกระปุกสีไหนคือเครื่องปรุงอะไร หม้อ ตะหลิวหน้าตาเป็นแบบไหน และชื่อต่าง ๆ ของอาหารกับขนมหวาน นั่นก็เพราะการพร่ำสอนจากยายจ๋า หรือที่คนใช้ในบ้านเรียกกันว่า ‘ยายหอม’
ฉันไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่มย่ามที่คฤหาสน์ใหญ่ เพราะยายจ๋าสั่งไว้แบบนั้น และฉันก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม เพียงแค่ทำตามที่ยายบอก เพราะคิดว่าการเชื่อฟังและเป็นเด็กดีของยายจ๋า เป็นสิ่งที่ฉันควรทำเพื่อตอบแทนท่าน ที่ท่านช่วยดูแลฉันเป็นอย่างดีตลอดในช่วงที่พ่อของฉันหายตัวไป
“น้ำอุ่น น้ำอุ่น” เสียงหญิงวัยกลางคนตะโกนเรียกหาเด็กสาว
“คะป้า?”
“ไปช่วยงานป้าที่คฤหาสน์หน่อยสิ”
“ไม่ได้!” ยายหอมดุขึ้นเสียงดังเอาเรื่อง
“โอ๊ย ยายหอม วันนี้พวกคุณชายเขาจัดปาร์ตี้กัน คนที่คฤหาสน์มันไม่พอทำงาน ให้น้ำอุ่นไปช่วยฉันเถอะนะ ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
“เดี๋ยวกูไปเอง” ยายหอมพูดขึ้น ก่อนจะวางแป้งบัวลอยในมือลงใส่จาน เพราะเธอไม่ต้องการให้น้ำอุ่นเข้าไปที่คฤหาสน์นั้น จึงอาสาที่จะไปด้วยตัวเอง
เหตุผลเพราะยายหอมรู้ดีว่าหากคุณชายทั้งเจ็ด ได้พบกับความสวยสดและความใสซื่อเช่นหลานสาวของเธอแล้ว น้ำอุ่นคงไม่ได้กลับออกมาจากที่นั่นเป็นแน่ คงจะได้อยู่เป็นของเล่นของผู้ชายทั้งเจ็ดคนในคฤหาสน์หลังใหญ่นั้น
“ยายจ๋า เดี๋ยวน้ำอุ่นไปให้เองจ้ะ ตอนนี้อุ่นโตแล้ว ยกของหนักได้สบายมาก ยายอยู่พักที่นี่เถอะนะจ๊ะ” เด็กสาวพูดพลางลุกขึ้นดึงมือของคุณยายไว้ เพราะไม่อยากให้ยายจ๋าของเธอต้องไปทำงานหนัก เธอห่วงสุขภาพด้วยอายุที่มากขึ้นทุกวัน และร่างกายที่ทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ ของยายหอม
“เฮ้อ ใส่แมสไปด้วยนะน้ำอุ่น อย่าถอดออกเชียว อย่าให้ใครเห็นหน้าเข้าใจที่ยายพูดไหม?”
“เข้าใจจ้ะยาย”
เด็กสาวรีบวิ่งไปหยิบแมสในกล่องมาใส่ ปิดบังพรางใบหน้าสวยเอาไว้ตามที่ยายจ๋าของเธอบอกอย่างว่านอนสอนง่าย และเดินตามป้าแม่บ้านไปช่วยงานที่คฤหาสน์หลังใหญ่...
ตลอดเจ็ดปีที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันไม่เคยย่างกายเข้าไปที่คฤหาสน์ใหญ่ ที่ที่เป็นที่อยู่ของเหล่าคุณชายทั้งเจ็ดคนเลย แต่ก็รู้การมีอยู่ของพวกเขาที่ป้าและยายจ๋าชอบพูดบ่นให้กันฟัง ถึงความดื้อแบบไร้ที่ติของพวกเขา ซึ่งคนไร้การศึกษา ไร้พ่อแม่แบบฉันก็ไม่รู้อะไรภายนอกคฤหาสน์หลังนี้เลย รู้เพียงแค่สิ่งที่ยายจ๋าสอนและบอกให้ทำ รู้เพียงแค่พื้นที่ของคนรับใช้อยู่ส่วนไหนของรั้วคฤหาสน์ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้เข้าไปเห็นภายในของคฤหาสน์ ข้างในนั้นจะสวยเหมือนกับที่ฉันคิดไว้ไหมนะ...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~