Masukบ้านเอิง วันต่อมา
เกชาลงจากรถหรูแล้วเข้าไปในบ้านของเอิงซึ่งเขากับทินกรและเมตตามาที่นี่อยู่เป็นประจำ ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้นเอิงก็ได้รับการอุปถัมภ์จากเกชามาตลอด ส่งให้เอิงเรียนในโรงเรียนดีๆและมหาวิทยาลัยดีๆ ให้เงินเดือนไว้ใช้จ่ายเดือนละห้าหมื่นบาท โดยที่เอิงไม่ได้ขัดสนอะไรเลย "สวัสดีค่ะคุณปู่ เชิญคุณปู่นั่งก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวเอิงจะไปเอาน้ำมาให้นะคะ" เสียงหวานของเอิงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเกชาเข้ามาในบ้าน "ไม่ต้องไปเอามาหรอกปู่ไม่หิว หนูนั่งเถอะ ปู่มีธุระจะคุยกับหนู" จากนั้น เอิงก็นั่งลง "หนูเอิงจะต้องแต่งงานกับเจย์ซีนะ" "แต่งงาน?" เอิงขมวดคิ้วถามพลางตกใจ "ใช่ ปู่อยากให้หนูแต่งงานกับเจย์ซี" "เอ่อ...คือ" เอิงมีท่าทีลำบากใจ อยากจะปฏิเสธแต่ก็ไม่กล้า เพราะท่านกับคุณลุงทินกรและคุณป้าเมตตาดีกับเธอมาก ถึงแม้ว่าเป็นเพราะอุบัติเหตุในครั้งนั้นที่ทำให้เธอได้รู้จักกับครอบครัวคุณปู่ และเธอต้องเสียพ่อกับแม่ไป แต่เธอก็เข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่ใครก็ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น ดูจากกล้องวงจรปิดแล้วมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ซึ่งคุณลุงทินกรไม่ได้ผิดเลย แต่เป็นรถคันที่วิ่งแซงสวนเลนมาต่างหากที่ผิดจึงทำให้รถของคุณลุงทินกรต้องหักหลบแล้วมาชนพ่อกับแม่เธอ "เพื่อความสบายใจของปู่ หนูต้องแต่งงานกับเจย์ซี เพราะพ่อกับแม่ของหนูได้สั่งเสียไว้ก่อนตายว่าให้ช่วยดูแลหนู และทินกรก็รับปากว่าจะดูแลหนูไปตลอดชีวิต หลังจากทินกรรับปากแล้ว พ่อกับแม่หนูก็ยิ้มให้ทินกรและจากไปอย่างหมดห่วง และปู่คิดดีแล้วว่าการที่จะดูแลหนูไปตลอดชีวิตได้นั้น หนูจะต้องแต่งงานกับเจย์ซี เพราะคนที่จะดูแลหนูต่อไปคือเจย์ซีหลังจากที่ปู่ไม่อยู่แล้ว" "..." เธอก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่น พลางคิดในใจว่าถ้าเธอจะปฏิเสธก็คงจะไม่ได้ใช่ไหม "เชื่อปู่เถอะหนูเอิง เพื่อให้พ่อกับแม่ของหนูหมดห่วง หนูแต่งงานกับเจย์ซีเถอะนะ ปู่อยากได้หนูเอิงมาเป็นหลานสะใภ้ของปู่" "ตกลงค่ะคุณปู่ เอิงจะแต่งงานกับคุณเจย์ซีค่ะ" เธอเงยหน้าตอบตกลงด้วยความฝืนใจ พลางคิดในใจว่าหลานชายของท่านเธอก็ยังไม่เคยได้เห็นหน้าสักครั้ง "ขอบใจมากนะหนูเอิงที่ยอมแต่งงานกับหลานปู่" ที่เกชาอยากให้เจย์ซีแต่งงานกับเอิงก็เพราะหวังว่าให้เจย์ซีเลิกหวังลมๆแล้งๆเรื่องแฟนที่ตายไปแล้วเสียที และอีกอย่างเกชากลัวว่าเอิงจะไปเจอผู้ชายที่ไม่ดี ดังนั้นจึงต้องให้เอิงแต่งงานกับเจย์ซี ถึงแม้ว่าจะเป็นการบังคับก็ตาม "งั้นปู่กลับก่อนนะ พรุ่งนี้ปู่จะให้เจย์ซีมารับหนูไปเลือกชุดแต่งงาน งานแต่งงานจะจัดขึ้นในเดือนหน้านะหนูเอิง" "ค่ะคุณปู่" "งั้นปู่กลับแล้วนะหนูเอิง" "ค่ะ" จากนั้น เกชาก็ออกจากบ้านไปขึ้นรถที่ลูกน้องสตาร์ทเครื่องยนต์จอดอยู่หน้าบ้าน โดยเอิงเดินไปส่งที่รถ หลังจากที่เกชาออกมาจากบ้านของเอิงแล้ว เกชาก็จัดการโทรหาเจย์ซีทันที ตู๊ด~ 'ครับคุณปู่' 'พรุ่งนี้แกจะต้องไปรับหนูเอิงไปดูชุดแต่งงาน' 'ให้เขาไปดูเองเถอะคุณปู่ ผมไม่อยากไป' 'แกต้องไป นี่คือคำสั่ง ถ้าแกกล้าขัดคำสั่งของปู่ แกคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น' 'ก็ได้ครับ ไปก็ได้' 'งั้นปู่วางสายแล้วนะ' 'ครับ' วันต่อมา เจย์ซีขับรถหรูเข้ามาจอดยังหน้าบ้านของเอิง เอิงที่นั่งรออยู่ในบ้าน เมื่อเห็นรถของเขาจอดอยู่เธอก็ออกจากบ้านมาขึ้นรถอย่างว่องไว เพราะไม่อยากให้เจ้าของรถต้องคอยนาน หลังจากที่เอิงปิดประตูรถเรียบร้อยแล้ว เจย์ซีก็ออกรถไปด้วยความเร็ว โดยไม่ได้สนใจหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง เพราะตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีสุดๆแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่ๆต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก คิดแล้วก็หนักใจไม่น้อย จนกระทั่งผ่านไปยี่สิบนาที เขาอดไม่ได้จึงจำเป็นต้องถามเธอ "จะไปดูชุดร้านไหน" เขาถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างโดยสายตามองไปข้างหน้า "ร้านไหนก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณเจย์ซีจะพาไป" "ฉันไม่รู้จักสักร้าน จะให้ฉันพาไปได้ยังไง" "งั้นถ้าเจอร้านไหนคุณก็แวะเลยค่ะ" เธอก็ไม่อยากจะเรื่องมากเหมือนกัน แค่ทำให้มันจบๆไป เวลาต่อมา รถหรูของเจย์ซีเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าร้านชุดแต่งงาน ก่อนที่เขาจะพูดกับเธอที่กำลังจะลงจากรถ "ฉันไม่ลงไปกับเธอหรอกนะ เธอลงไปเลือกคนเดียวก็แล้วกัน" "แล้วเอิงจะรู้ได้ยังไงคะว่าคุณใส่ไซส์ไหน" "เธอก็กะๆเอาก็แล้วกันว่าหุ่นเท่าฉันจะใส่ไซส์ไหน" "ค่ะ" "รีบๆเลือกเข้าล่ะ" "ได้ค่ะ" "ฉันให้เวลาเธอสามสิบนาที ถ้าเธอไม่ออกมาจากร้าน ฉันจะทิ้งเธอไว้ที่นี่แหละ" "ค่ะ" จากนั้น เธอก็รีบลงจากรถแล้วไปเลือกชุดตัวเองและเลือกให้เขาอย่างเร่งรีบ โดยใช้เวลาไปยี่สิบห้านาที ก่อนที่เธอจะมาขึ้นรถด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ เจย์ซีที่เห็นแบบนั้นจึงกระตุกยิ้มมุมปาก พลางคิดในใจว่าเขาแค่ขู่ไปอย่างนั้นแต่ยัยนี่กลับทำได้ตามที่เขาขู่ซะงั้น ขู่ง่ายแบบนี้ก็ดีน่ะสิ เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกันจะได้พูดง่ายหน่อย "ได้ของครบแล้วใช่ไหม" "ได้ครบแล้วค่ะ" จากนั้น เจย์ซีก็ไปส่งเธอที่บ้านแล้วกลับบ้านเลยแปดเดือนผ่านไปตอนนี้อายุครรภ์ของเอิงก็เข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว ท้องของเอิงโตขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความที่ไม่อยากให้เมียเหนื่อยเขาจึงให้เอิงหยุดอยู่บ้านตอนที่อายุครรภ์ได้สี่เดือนฟอดดเสียงของคนเป็นพ่อที่เห่อลูกและตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าลูกในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าหอมไปที่ท้องกลมโตของแม่ของลูกที่เขารักมาก"อีกไม่ถึงเดือนพ่อก็จะได้เห็นหน้าลูกชายแล้วนะครับลูกรักของพ่อ" ฝ่ามือใหญ่ลูบท้องกลมไปมาเบาๆ พร้อมกับพูดออกมาอย่างมีความสุข เขามีความสุขทุกครั้งที่เขาได้คุยกับลูกที่อยู่ในท้องของคนเป็นแม่เอิงที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่จ้องมองมายังพ่อของลูกที่ทั้งหอมท้องตัวเองและพูดกับลูกที่อยู่ในครรภ์ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสุข พลางคิดในใจว่าเขาเป็นสามีและพ่อของลูกที่ดีมากจนทำเอาคนที่เป็นภรรยารู้สึกหลงรักสามีตัวเองทุกวัน เขาแทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย เวลาจะเดินไปไหนเขาก็อยากจะอุ้มไปทุกที่ เขาบอกว่ากลัวเธอจะเกิดอาการเวียนหัวแล้วล้ม เขากลัวและระแวงไปหมดทุกอย่าง ซึ่งผิดกับเธอไม่ได้กลัวอะไรขนาดนั้น เขาจูบพุงโตๆของเธอทุกวันทุกคืน ก่อนออกไปทำงานเขาจะหอมแก้มเธอและจูบที่ท้องของเธอแล้วพูดกับลูกทุกวัน'พ่อไปทำงานแ
สองเดือนต่อมาในที่สุดเอิงก็ท้องได้สองเดือนแล้ว วันแรกที่ประจำเดือนของเอิงขาดเจย์ซ์ดีใจมากและลุ้นอยู่ทุกวันว่าขออย่าให้ประจำเดือนของเอิงมาทีเถอะ จนกระทั่งประจำเดือนของเอิงขาดไปสามวัน เจย์ซีก็ไปซื้ออุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์มาลองตรวจดู เขาเป็นคนจัดการตรวจด้วยตัวเอง ให้เอิงปัสสาวะและเก็บไว้ในภาชนะรองรับ จากนั้นเขาก็จุ่มแท่งตรวจลงไปในปัสสาวะของเอิง ไม่ถึงสองนาทีแท่งตรวจตรงแถบสีขาวก็ขึ้นสองขีดสีแดงอย่างชัดเจน เจย์ซีที่เห็นแบบนั้นถึงกับร้องเย่จนเสียงดังไปแปดบ้านเพราะลืมตัว อีกทั้งน้ำตาแห่งความตื้นตันใจของลูกผู้ชายที่กำลังจะเป็นพ่อคนก็ไหลลงมาอาบแก้มสากโดยไม่รู้ตัว"เอิงอยากหยุดอยู่บ้านพักผ่อนก็ได้นะ ไม่ต้องไปทำหรอกงาน" เจย์ซีพูดกับคุณแม่ท้องอ่อนที่กำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก"เอิงยังไม่อยากหยุดงานค่ะ ถ้าหยุดอยู่บ้านตอนนี้เอิงคงเบื่อแย่ ถ้าได้ไปทำงานเอิงจะได้คุยกับพี่ และได้คุยกับพี่นุชทุกวันเอิงจึงไม่รู้สึกเบื่อค่ะ""มันก็ถูกอย่างที่เอิงว่านะ งั้นพี่เอาที่เอิงสบายใจก็แล้วกัน""ถ้าเอิงไปทำงานไม่ไหวเอิงจะหยุดอยู่บ้านเองค่ะ" เอิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ"ถ้าเอิงไม่ไปทำงาน พี่ก็ต้องหาเลขาใหม่ใช่
หลังจากที่เธอกดสะโพกให้แก่นกายหนาเข้ามาอยู่ในโพรงสวาทคับแน่นจนสุดความยาวแล้ว เอวบางก็เริ่มขยับเข้าออกเนิบนาบจนความเสียวกระสันแล่นปลาบเข้ามาในโสตประสาทสัมผัสทุกส่วน นั่นจึงทำให้เธอขยับสะโพกเข้าออกและกระแทกใส่ท่อนเอ็นอย่างแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆจนทั้งคู่ครางกระหึ่มออกมาเสียงระงม กระทั่งจนวินาทีสุดท้ายร่างเล็กก็กระตุกเกร็งพร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักออกมาชะโชมแก่นกายใหญ่ในปริมาณที่มากมาย"อ๊า อ๊า พี่เจย์ซี" เธอปล่อยอารมณ์ปราถนาออกมาอย่างที่ใจต้องการ ก่อนจะกอดร่างหนาและซบหน้าไปกับบ่าแกร่งพร้อมกับลมหายใจเข้าออกหนักๆ"มีความสุขไหมครับเอิง" เขาลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆพร้อมกับเอ่ยถาม"มีความสุขค่ะ แล้วเมื่อกี้พี่ยังไม่เสร็จใช่ไหมคะ""พี่ยังไม่อยากรีบเสร็จน่ะ เพราะพี่รู้ว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกลที่พี่จะได้yedเอิง" เขาพูดพลางอมยิ้ม"ทีนี้ให้พี่เลียได้หรือยัง""เลียเลยค่ะ" ว่าแล้ว มือแกร่งก็ยกร่างเล็กที่คร่อมตัวเองอยู่ให้นอนราบไปบนโซฟา ก่อนจะก้มลงไปเลียน้ำรักของเธอที่ไหลออกมาติดตามโคนขาทั้งสองข้าง จากนั้นจึงเลียไปในร่องกลีบที่แฉะไปด้วยน้ำรักของเธอแผล่บ! แผล่บ!เอิงที่นอนอ้าขาอยู่เมื่อลิ้นร้อนสัมผัสลงมาอย่างนุ
บนรถ"ก่อนกลับบ้านเอิงจะแวะที่ไหนต่อหรือเปล่า" เจ้าของใบหน้าหล่อหันถามยังเจ้าของร่างบอบบางที่นั่งอยู่เบาะข้าง"คงไม่แวะที่ไหนแล้วล่ะค่ะ อยากกลับบ้านเลย""ครับ" เขารับคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแล้วหันกลับไปมองทาง ก่อนที่เอิงจะพูดขึ้น"เออพี่เจย์ซีคะ เอิงนึกออกแล้วค่ะว่าจะแวะที่ไหน""ที่ไหนเหรอ""ร้านขายยาค่ะ""เอิงเป็นอะไรถึงต้องกินยา""เอิงไม่ได้เป็นอะไรค่ะแต่เอิงจะซื้อยาคุม เพราะที่บ้านยังเหลืออยู่เม็ดเดียว" พอพูดถึงยาคุมหน้าเจย์ซีก็ถอดสีทันที"ถ้าซื้อยาคุมงั้นพี่ไม่แวะ" "ทำไมล่ะคะ""ไม่ต้องกินหรอกยาคุม ปล่อยให้ท้องไปเถอะ ขนาดปล่อยให้ท้องสองเดือนยังไม่ติดเลย ถ้ากินยาคุมอีกเดี๋ยวก็ท้องยากเข้าไปอีกหรอก""พี่เจย์ซีอยากมีลูกแล้วเหรอคะ""อยากมีสิ อยากมีนานแล้วด้วย วันนั้นที่พี่รู้ว่าเอิงกินยาคุม เอิงรู้ไหมว่าพี่อยากจับเอิงมาตีก้นซะให้เข็ด โทษฐานที่แอบกินยาคุม""ก็ตอนนั้นเอิงไม่มั่นใจนี่คะว่าต่อไปข้างหน้าเราสองคนจะเป็นยังไง ดังนั้นเอิงก็เลยกินป้องกันเอาไว้ก่อน""แล้วตอนนี้เอิงมั่นใจได้หรือยัง""มั่นใจค่ะ""งั้นก็ไม่ต้องกินแล้วนะ""ค่ะ" เธอรับคำ ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะระบายยิ้มออกมา พลางเลื่อน
"ผู้ชายคนนั้นเขาบอกว่ารักแตม แล้วทำไมแตมถึงหนีเขามาล่ะ""แตมรักพี่เจย์ซี แตมก็เลยกลับมาหาพี่ค่ะ" เธอบอกออกไปแต่ใจเธอมีความลังเลว่ารักอาทิปหรือเจย์ซีกันแน่ ตอนอยู่กับอาทิปเธอก็นึกถึงเจย์ซีอยู่บ้างแต่ไม่บ่อย แต่พอเธอได้มาอยู่กับเจย์ซีเธอก็นึกไปถึงอาทิป เธอมีความรู้สึกว่าเธอคิดถึงและโหยหาอาทิปมากกว่าเจย์ซี เธอรู้ว่าอาทิปรักเธอหลงเธอมาก ตอนอยู่กับเขาเธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะอาทิปจะทำเองทุกอย่าง และความรู้สึกของเธอบอกว่าอาทิปรักเธอมากกว่าเจย์ซี แต่ที่เธอมีความลังเลเพราะเธอคิดว่าคบกับเจย์ซีมานานจึงคิดว่าควรเลือกคนที่คบกันมานานน่าจะดีกว่า ดังนั้นเธอจึงได้หนีอาทิปมาหาเจย์ซี"หึ รักเหรอ" เขาแสยะยิ้ม"ค่ะรัก" แววตาลังเล"ถ้าแตมรักพี่จริงแตมคงไม่อยู่กับเขามาเป็นปีๆหรอก ถ้าแตมรักพี่อย่างที่ปากพูด หลังจากที่แตมหายป่วยหลังจากตกเรือ แตมก็ต้องกลับมาหาพี่ตอนนั้นเลยสิ ไม่ใช่ว่าอยู่กับเขาจนได้เสียกัน และอีกอย่างแตมก็รับปากจะแต่งงานกับเขาแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงต้องหนีเขามาด้วยล่ะ ผู้ชายคนนั้นเขารักแตมนะ""แล้วพี่เจย์ซีไม่ได้รักแตมแล้วเหรอคะ""ตั้งแต่เอิงมาเป็นเมียพี่ หัวใจของพี่ก็ไม่รักใครอีกแล้วนอกจาก
วันต่อมาวันนี้เจย์ซีตื่นแต่เช้าและบอกกับเอิงว่าไม่ต้องเข้าบริษัท เพราะวันนี้เขาอยากให้เธอพักผ่อนอยู่บ้าน และเขาก็อยู่บ้านกับเธอด้วยจนกระทั่งตอนเที่ยงเฌอแตมโทรมาหาเขา เขามองหน้าจอโทรศัพท์อย่างลังเลว่าจะกดรับดีหรือไม่รับดี แต่ถ้าไม่รับสายเธอก็ต้องมาหาเขาที่บ้านอีก เหมือนกับวันนั้นที่เขาอยู่เฝ้าเอิง เฌอแตมโทรหาเขาหลายสายแต่เขาไม่รับ และเขาไม่คิดว่าเฌอแตมจะมาหาเขา เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงต้องรับโทรศัพท์ของเฌอแตมแล้วพูดออกไปครืด~'วันนี้พี่อยู่บ้านนะแตม''พี่ต้องอยู่ดูแลคนที่บ้านอีกเหรอคะ''วันนี้พี่ไม่ค่อยสบายน่ะ' เขาโกหก'พี่เจย์ซีไม่สบายเป็นอะไรคะ''เป็นไข้หวัด''งั้นเดี๋ยวแตมไปหาพี่ที่บ้านก็ได้ค่ะ''อย่ามาเลยแตม แตมอาจจะติดไข้จากพี่ก็ได้นะ ตอนนี้พี่ทั้งไอทั้งจาม แล้วก็มีน้ำมูกด้วย และอีกอย่างพี่อยากนอนน่ะ ถ้าแตมมาพี่คงไม่ได้คุยอะไรกับแตมหรอก''อ๋อค่ะ งั้นแค่นี้นะคะพี่เจย์ซี อีกสี่ห้าวันแตมจะโทรหาอีกที' สิ้นเสียงของเฌอแตม เจย์ซีก็ไม่ได้พูดอะไร นิ้วหนากดวางสายแล้วหันไปหอมแก้มของคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ฟอดด ก่อนที่เจ้าของใบหน้าเรียวใสจะเอ่ยถาม"โกหกว่าป่วยทำไมคะ""ถ้าพี่ไม่โกหกว่าป่วย เด







