LOGIN“โอ๊ย พี่จุ๊บแจงจ๋า... หนูนาจะตายตามพี่จุ๊บแจงไปแล้ว ดูพี่เอกทำสิ” นรีรัตน์เอานิ้วตัวเองมาดูดจ๊วบๆ เมื่อเห็นเอกวัฒน์เลื่อนใบหน้าลงไปซุกที่กลางหว่างขาของจุ๊บแจง แล้วดูดเลียเหมือนคนอดอยากหิวโหย คนแอบมองหน้าห้องถึงกับเสียวท้องน้องวาบ
“อึ้ย... จั๊กจี้แทน แต่มันก็เสียวๆ แปลกๆ สองผัวเมียนี่รุนแรงใช่ย่อย ถ้าเตียงพังจะหัวเราะให้ฟังร่วงเลย” นรีรัตน์แอบปิดตา บางครั้งแต่ก็แอบมองลอดนิ้วที่เป็นช่องว่าง เหมือน อยากๆ ไม่อยากๆ สุดท้ายก็อยาก...ดู
“พี่เอกจ๋า... ตรงนั้น เสียวจัง” จุ๊บแจงร้องบอกเสียงสั่น
นรีรัตน์ตัวสั่นตามไปด้วย เธอรู้สึกเสียวปลาบแปลบไปทุกรูขุมขน แถมยังรู้สึกแปลกๆ ตรงซอกทางรักของตัวเอง พอเลื่อนมือลงไปสัมผัสโดยการสอดมือเข้าใต้กระโปรงตัวสั้นก็พบกับน้ำหวานเหนียวๆ ที่ไหลรินออกมาอย่างมิอาจหักห้าม
เอกวัฒน์ยกร่างภรรยาขึ้นคร่อมก่อนจะสลับหัวกันไปมา ให้ศีรษะของเขาตรงหว่างขาของเธอ และศีรษะของเธออยู่ตรงหว่างขาของเขา พร้อมด้วยการดูดกลืนกันและกันอย่างกระหายหิว
ลิ้นร้อนๆ ของทั้งคู่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมต่างกลืนกินกันด้วยความหื่นกระหาย นรีรัตน์หายใจหอบถี่ เธอเผลอลูบนิ้วไปกับกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานบางเบา ลากไปลากมาแล้วสยิวก็เลยลากซ้ำๆ อยู่แบบนั้นจนเร็วถี่ขึ้น หายใจหอบขึ้น
“พี่เอกจ๋า... ไม่ไหวแล้ว”
“พี่ก็เหมือนกันจ้ะเมียจ๋า”
“โห... พี่เอกกับพี่จุ๊บเล่นท่ายากเลยแฮะ”
เด็กอยากรู้อยากเห็นตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อสองหนุ่มสาวหมุนกายกลับหัวกลับหาง ก่อนที่เอกวัฒน์จะพลิกร่างภรรยาสาวให้นอนตะแคงแล้วเสียบแทงเข้าไปในขณะที่เขาคุกเข่าอยู่
นรีรัตน์เช็ดน้ำลายติ่งๆ ของตัวเองไปมา นิ้วเล็กๆ ยังไม่หยุดลูบไล้กลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มของตัวเอง ก่อนจะเห็นชายหนุ่มนอนตะแคงแนบร่างภรรยาในขณะที่ยังสอดประสานอยู่ โดยทั้งคู่หันหน้ามาทางเธอพอดี คนแอบมองโดยไม่ได้ตั้งใจตาโตยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นชิ้นเนื้อแกร่งรกไปด้วยดงไหมหยาบกระด้างวิ่งเข้าวิ่งออกในซอกทางรักของจุ๊บแจงที่ปกคลุมด้วยดงไหมเรียงตัวเป็นกระจุกดูอ่อนโยนกว่า
“แม่เจ้า... ไม่น่าเชื่อ” ไม่น่าเชื่อว่าอวบใหญ่แบบนั้นจะทะลุทะลวงเข้าไปในซอกเนื้อคับแคบของฝ่ายหญิงได้ เธอมองแทบไม่กะพริบตา ขยี้ตาอีกรอบ เช็ดน้ำลายไปด้วยความตื่นเต้นระคนเขินอายนิดๆ
“ผู้ชายทำไมมีขนเยอะขนาดนั้นนะ พี่หมอจะมีขนแบบนี้ด้วยหรือเปล่าหนอ” เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเริ่มคิดฟุ้งซ่าน เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้สองสามวันก็ได้ดูหนังสดเสียแล้ว เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอก รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงเหมือนจะผิดปกติ หรือทะลุกระเด็นออกมาภายนอก เธอมองการกระทำของคนทั้งสองเพลินจนลืมเวลาว่าผ่านไปกี่นาทีหรือกี่ชั่วโมงเข้าไปแล้ว
นรีรัตน์เห็นเอกวัฒน์พลิกร่างภรรยาให้นั่งคุกเข่าแล้วเขาก็จับบ่าเธอเอาไว้แล้วควบขี่อย่างเมามัน เสียงเตียงลั่นเป็นจังหวะเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่ คนแอบมองสอดนิ้วเข้าปากดูดเบาๆ ด้วยความเสียวแทนคนด้านใน
ให้ตายสิ! ทำไมขาแข็งขยับไม่ได้อย่างนี้นะ ถ้ายังขืนแอบมองแบบนี้สงสัยเป็นตากุ้งยิงแหง แต่มันก็ยังไม่จบกระบวนการนี่นา น่าจะหนีทันก่อนที่พี่สองคนจะเห็น ปักหลักอยู่อีกสักแป๊บหนึ่งคงไม่เป็นไร
ใจของนรีรัตน์แบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายอธรรม อยากดูๆๆ จนไม่อยากขยับไปไหน ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายคุณธรรม บอกตัวเองว่าแอบมองผัวเมียเล่นรักกันมันไม่ดีนะ ใครรู้เข้าอายเขาตาย คนที่จะอายคือคนแอบมอง แต่คนที่เขาทำอะไรกันข้างในอย่างคึกคักเป็นผัวเมียกัน ก็ธรรมดาของผัวเมีย อาจจะไม่อายด้วยซ้ำ ไม่งั้นคงไม่มาจ้ำจี้กันกลางวันแสกๆ แบบนี้
แต่... มันมีให้ดูก็ดูไปเถอะ ของดีๆ แบบนี้หาดูได้ยากนะ ในที่สุดอธรรมก็ชนะคุณธรรมจนได้ นรีรัตน์ลอบกลืนน้ำลายติดกันหลายครั้ง มือจิกขอบประตูเอาไว้แน่น อีกมือก็ยังลูบเล่นที่เนินสาวด้วยความเพลิดเพลิน
เธอเห็นจุ๊บแจงเกร็งร่างแล้วหวีดร้องเสียงระส่ำก็แทบจะกรีดร้องตาม ดีที่เอามืออุดปากตัวเองเอาไว้ทัน เสียงคร่ำครวญว่าใกล้แล้วๆ แทบจะขาดใจทำให้นรีรัตน์ถอนใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า เธอก็ใกล้แล้วเหมือนกัน ใกล้จะหมดแรงเพราะการแอบมองที่กินเวลายาวนานเกินไปแล้ว
“จุ๊บจ๋า... แยกขากว้างๆ เลยเมียยอดรักของผัว ผัวจะไม่ยั้งแรงแล้วนะ”
พอสามีสั่งปุ๊บ จุ๊บแจงก็รีบทำตามอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งส่งเธอไปสวรรค์ชั้นฟ้า แต่เมื่อเขาสอดประสานลงมาอย่างต่อเนื่อง อารมณ์ของเธอก็ค่อยๆ เพลิดขึ้นอีกตามอารมณ์พิศวาส
“พี่จุ๊บจะเป็นอะไรไหมนั่น พี่เอกตัวใหญ่ยังกับยักษ์ ดูกระแทกเข้า น่ากลัวชะมัด”
เสียงเนื้อกายของคนด้านในทำให้นรีรัตน์ปิดตาบ้างแอบเปิดตาบ้างอยู่แบบนั้น เพราะมันกระแทกรุนแรงเสียเหลือเกิน
“พี่เอกซาดิสก์เกินไปหรือเปล่านะ พี่จุ๊บแจงก็ครางเหมือนจะขาดใจ แต่ก็บอกให้ทำต่อ เออนะ... คนเรานี่แปลกจริง ผู้ชายกับผู้หญิงเค้าทำอะไรกันดุเดือดขนาดนี้เลยเหรอเวลานอนด้วยกันในห้องหับสองต่อสอง”
“หรือพี่จุ๊บแจงจะชอบแบบรุนแรง เห้อ...” ถอนใจแล้วค่อยๆ คลานหนีออกมาจากประตูเมื่อเห็นคนทั้งสองกำลังจะเสร็จกิจกรรมอันเร่าร้อน ปากก็บ่นไปไม่มีหยุด
“ฟัดกันยังกับเตียงจะพัง ทำเหมือนจะไปออกศึกที่ไหน กลัวไม่มีคนรู้หรือไงว่าทำอะไรกันอยู่ หนุ่มสาวเดี๋ยวนี้ล่ะทำหนูนาเพลียจริงๆ” เธอส่ายหน้าไปมา โทษสองผัวเมียในห้อง ทั้งๆ ที่ตัวเองมาแอบมองเขา ก่อนถอนใจเฮือกๆ คลานไปอีกนิดก็เจอรองเท้าของใครคนหนึ่ง
“รองเท้าใครคุ้นๆ ขัดซะมันวาววับเชียว คุ้นจริงๆ นะ เหมือนของพี่หมอเลย” เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะหงายหลัง
“พี่หมอ!!!”
“ทำอะไรหนูนา!!!”
“แอบมองพี่เอกกับพี่จุ๊บแจงขย่มกันบ่นเตียง เฮ้ย! ไม่ใช่ หนูนาหาของ ของหาย” นรีรัตน์เผลอสารภาพออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะตีเนียนก้มหน้าก้มตาหาของหน้าแดงจัดด้วยความอาย!!!
แต่หลังฐานคาตาแบบนี้ แล้วสองผัวเมียก็วิ่งออกมาทั้งที่สวมใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยเพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน ทุกอย่างเป็นอันจบเห่ เมื่อพยานก็ออกมายืนยันความจริงอันน่าสยิวกิ้ว
“ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่ๆ เลย ยายหนูนา เป็นลมหนีความผิดดีกว่า เฮือกๆๆๆ หนูนาเป็นลมแล้วค่า... คร่อกฟี้ๆๆ” นรีรัตน์เป็นลมคอพับคออ่อนหนีความผิดลงตรงนั้นแบบไม่ขยับเขยื้อน ภาคิมแทบจะเอาเท้าก่ายหน้าผาก... ให้มันได้อย่างนี้สิ ยายหนูหื่น!!!
หลายปีก่อน...
“คุณครูนีขา...” เสียงเล็กๆ ของเด็กน้อยนามว่านรีรัตน์รีบดิ้นลงจากอ้อมแขนของบิดา ก่อนจะวิ่งถลาเข้าไปหาคุณครูประจำชั้นอนุบาลที่เธอรักนักหนา
“อย่าวิ่งค่ะหนูนา เดี๋ยวหกล้มเอานะลูก” ภคินีรีบนั่งยองๆ ลงแล้วอ้าแขนออกรับร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยเอาไว้ ก่อนจะกอดหอมด้วยความเอ็นดู
“มีคุณครูนีอยู่ หนูนาไม่กลัวหรอกค่ะ” เด็กน้อยพูดอย่างน่ารัก กอดคอของคุณครูคนสวยเอาไว้
“หนูนาให้คุณครูอุ้มแบบนั้น หนักแย่เลยเลย” นนท์เอ่ยปรามบุตรสาวด้วยความเกรงใจคุณครูสาว
“ไม่เป็นไรค่ะ” ภคินีตอบรับเสียงนุ่ม เธอเอ็นดูนรีรัตน์มาก จึงไม่ได้คิดว่าเป็นภาระอะไรหากจะอุ้มเด็กน้อยเพื่อแสดงความรักบ้าง
“เห็นไหมคะคุณพ่อ คุณครูนีใจดี๊ใจดีมากๆ เลยค่ะ” นรีรัตน์ซุกหน้าที่ซอกคอของคุณครูสาว นนท์เห็นแล้วอดไม่สบายใจ เพราะความอยากมีแม่มาเกินไปของบุตรสาว อาจทำให้คนอื่นลำบากใจ
ภาคิมโอบร่างภรรยายอดสวาทนอนหงายลงบนโซฟาเนื้อนุ่มก่อนจะตามติดควบกระแทกเธอมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะติดตามเธอไปสู่สวรรค์อย่างรุนแรง...บทส่งท้ายนรีรัตน์ที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลทำท่าจุ๊ปากให้กับพยาบาลสาวคนสวย เธอต้องการมาตรวจที่แผนกสูตินารีเวชเพราะว่าประจำเดือนขาดหายไป และสังหรณ์ใจว่าจะท้อง แต่เพราะไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนที่เคยได้ยินมา เลยจะมาตรวจให้แน่ใจ และเลือกเป็นวันที่ไม่มีสามีตรวจคนไข้ เพราะได้ข่าวจากพยาบาลที่นี่ว่าเขามีประชุม“ถึงคิวของคุณหนูนาพอดีเลยค่ะ” เพราะโทร.มาจองคิวล่วงหน้าเอาไว้ พอมาถึงเธอเลยได้ตรวจเลยนรีรัตน์เดินเข้าห้องตรวจด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เจอกับคุณหมอตรงๆ แต่ถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ สุดท้ายก็กลับมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอ“ผมตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ” เสียงของคุณหมอที่ทำอะไรสักอย่างอยู่หลังม่านเอ่ยขึ้น แม้น้ำเสียงจะคุ้นๆ แต่ก็เข้มและขรึมมากกว่า ทำให้เธอนั่งเรียบร้อย ตั้งใจฟังอย่างใจจดจ่อ“เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามอย่างลุ้นระทึก“คุณมีอะไรผิดปกติอีกบ้างครับ นอกจากประจำเดือนขาดหาย” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถาม เสียงเข้มงวดจนหญิงสาวต้องระมัดระวังคำพูด“ไม่มีนี่คะ ดิฉันเป็นอะไร
“ฉันก๊อกหักเหมือนแกนั่นแหละ คนอะไรแสนดีโคตรๆ ดีไปหมดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใจบุญด้วย รักษาคนป่วยอนาถาไม่เคยคิดเงิน รักษาใคร คนนั้นหายเพราะตามติดอาการอย่างกระชั้นชิดไม่ปล่อยปละละเลย แสนดีแบบนี้ คงหาไม่ได้แล้วในโลกล้า หล่อก็หล่อ รวยก็รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ดี อิจฉาคุณหนูนาจนตาร้อนผ่าวๆ แล้วพวกแก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาวๆนรีรัตน์รู้แล้วล่ะว่าภาคิมรู้ได้ยังไงว่าเธอเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ก็เขามีสปายสายลับอยู่ทั่วนี่นา อืมนะ... เข้าใจแล้วว่าที่นี่คือถิ่นของเขา และสปายสายลับพวกนั้นก็สาวๆ ที่คลั่งเขานั่นเอง“คนที่นี่รักพี่หมอจังเลยนะคะ”“ทำไมล่ะ” หลังจากประคองภรรยาให้นั่งลงในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว“แหม... พอหนูนาก้าวขามาเหยียบพื้นโรงพยาบาล พี่หมอก็รู้ทันที”“พี่ไม่ได้สั่งอะไรใครเอาไว้นะครับ” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“เนื้อหอมจริงๆ เลย ชักจะกังวลแล้วสิว่าสาวๆ ที่นี่จะอยากดูแลพี่หมอแทนหนูนาขนาดไหน”“ไม่มีใครดูแลพี่ได้ดีกว่าเมียคนนี้อีกแล้วครับ” เขานั่งลงตรงหน้าที่เธอ กุมมือนิ่มเอาไว้อย่างแสนรัก“ปากหวานจริงเชียว ทำไมสาวๆ ถึงหลงพี่หมอนัก เนื้อหอมแบบนี้หนูนาชักกลัวแล้วสิ”“ไม่ไว้ใจพี่เหรอครับ”“ไว้ใ
“โห... พี่หมอ” นรีรัตน์ตาโต “หนูนาคิดว่าพี่หมอจะมาแค่ไม่กี่วันเสียอีก”“เรื่องนั้นพับเก็บไปได้เลย”“พี่หมอไม่เบื่อหนูนาเหรอคะ เราจะฮันนีมูนกันนานขนาดนั้น”“ไม่มีวันเบื่อ กลับไปก็ไม่เบื่อ” เขากระซิบที่ริมหู เรียกเลือดฝาดจากพวงแก้มสาวได้อย่างรวดเร็ว“หนูนาเชื่อแล้วค่ะ” เธอยิ้มกว้างโอบกอดรอบคอหนาของเขาเอาไว้“ถ้าเชื่อแล้ว งั้นก็ยกสะโพกขึ้นมาครับเด็กหื่น”“อ๊าย... ว่าเค้าอีกแล้ว คุณหมอหื่น” เธอหัวเราะคิกยกสะโพกให้เขาสอดรักลงมาเป็นจังหวะหนักหน่วง ริมฝีปากอิ่มเผยอครางทุกครั้งที่หลอมรวมเรือนกายเข้าหากัน ลมทะเลพัดเย็นสบาย พร้อมๆ กับลำนำรักที่ดำเนินไปด้วยกลิ่นไอรักไอสวาทของสองสามีภรรยาร่างกายที่แนบชิดสนิทเสน่หา อาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อโซมกาย คุณหมอหนุ่มจูบซับไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยา เขาจับเธอให้ลุกขึ้นนั่งประจันหน้าบนตักแล้วขยับอย่างต่อเนื่อง“ดีที่เป็นหาดส่วนตัวนะคะ” เธอซุกหน้าที่อกของเขา ขยับกายสอดประสานกับเขาเป็นจังหวะหนักหน่วงล้ำลึก พร้อมๆ กับการครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ไม่มีใครเห็นครับ พี่ไม่พาเราไปทำอะไรในที่สาธารณหรอก ยกเว้น...” เขาละคำพูดเอาไว้ ก่อนจะหอมแก้ม และกุมมือเธอมาวางที
ใช่... วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่หมอสุดหล่อของเธอจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย โรแมนติกที่สุด เธออยากมีโมเม้นต์แบบนี้มานานแล้ว“แฮปปี้วันวาเลนไทน์ครับหนูนา” เขาจูงเธอไปที่จานใบโตระยิบระยับเหมือนเพชร บรรจุช็อกโกแลตเอาไว้มากมายเป็นรูปพีระมิด“ลองชิมสิ พี่สั่งให้เขาทำพิเศษเลยนะ” เขาชี้ชวนให้เธอหยิบช็อกโกแลตด้านบนสุดที่ห่ออย่างดีสีทองเป็นรูปทรงหัวใจขนาดเล็ก“ขอบคุณนะคะพี่หมอ หนูนารักพี่หมอที่สุดในโลกเลยค่ะ” เธอโอบกอดและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะหยิบช็อกโกแลตรูปหัวใจที่ห่อด้วยกระดาษสีทองแกะออกเพื่อจะชิม แต่...“พี่หมอ... นี่มัน” ภายในบรรจุกล่องแหวนแทนที่จะเป็นกล่องช็อกโกแลต“แกะดูสิ” เขากระซิบบอก โอบกอดเธอเอาไว้“พี่หมอ...” เด็กสาวหัวใจพองโตคับอกเมื่อเห็นแหวนเพชรที่บรรจุอยู่ภายใน“แต่งงานกับพี่นะครับหนูนา พี่สัญญาว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด ตราบเท่าลมหายใจของพี่” เขาคุกเข่าลงตรงหน้า ขอเธอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“พี่หมอ... หนูนาจะแต่งงานกับพี่ค่ะ” เธอรับคำเสียงหวาน ให้เขาสวมแหวนให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย“เย้!” เสียงไชโยและพลุสายรุ้งรอบกายทำให้เด็กสาวเหมือนล่องลอยอยู่ในดินแดนสวร
“น้องหนูนาว่าอะไรคะ” ฟ้าใสถามซ้ำ เธอรับรู้ว่าคนตรงหน้าดูไม่พอใจ“เปล่าค่ะ หนูนาขอออกไปเดินเล่นหน่อยนะคะ ของพวกนี้ฝากเอาไว้ก่อนได้ไหมคะ” อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เพราะจะได้ขบคิดอะไรหลายอย่าง“ได้สิคะ ไปเดินสูดอากาศก็ดีเหมือนกัน เห็นว่าฝันร้าย เผื่อจะสบายใจขึ้น” ฟ้าใสบอกยิ้มๆ“ค่ะ” นรีรัตน์เดินออกมาจากห้องของฟ้าใส ก่อนจะปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อนักศึกษาแพทย์ที่เดินมาขวางเธอเอาไว้“น้องหนูนาครับ แฮปปี้วาเลนไทน์นะครับ” เขาคุกเข่าลงแล้วยื่นดอกกุหลาบให้เธอ ในจังหวะที่ภาคิมเดินมาเห็นพอดี คุณหมอหนุ่มถึงกับกำดอกกุหลาบในมือแน่น รู้สึกหึงหวงเหลือกำลัง อุตส่าห์เดินตามหา ที่แท้ก็มาพลอดรักกับลูกศิษย์ของเขาอยู่นี่เอง“ตายแล้วหมอคิม ให้นิ่มเหรอคะ ขอบคุณค่ะ” เสียงของพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวลดังขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะดึงดอกกุหลาบสีแดงในมือของคุณหมอหนุ่มไปถือเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่นรีรัตน์หันมาพอดี เธอเห็นภาคิมให้กุหลาบกับพยาบาลสาว เธอเลยประชดหันไปรับกุหลาบจากนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายด้วยเช่นกัน“ขอบคุณค่ะ สวยมากค่ะ” เธอรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจุ๊บเบาๆ อย่างน่ารัก เหมือนว่าชอบเสียนักหนา“คุณนิ่มชอบก็เอ
นรีรัตน์หนีไม่ทันเมื่อเจอกับพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวล “น้องหนูนาคนสวย อยู่ที่นี่นั่นเอง เอ๊ะ! นี่อะไรของใครคะ” มองในมือของเด็กสาวอย่างจับผิด“ของสาวๆ ในโรงพยาบาลที่ฝากให้พี่หมอน่ะค่ะ” บอกอย่างไม่คิดปิดบัง ปล่อยให้พวกนางทั้งหลายสกัดดาวรุ่งกันเอาเอง แล้วเธอก็คอยหัวเราะ“ว้าย! ตายแล้ว หนักแย่เลยนะคะ” แล้วนิ่มนวลก็จัดการเอาดอกกุหลาบพวกนั้นยัดใส่ถังขยะหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียดยิ้มสะใจ“พี่นิ่ม” นรีรัตน์แสร้งทำท่าทีตกอกตกใจ ก่อนจะแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นิ่มนวลเป็นคนทำนะ เธอไม่ใช่คนทำเสียหน่อย“คราวนี้ไม่หนักแล้วนะคะ” นิ่มนวลยัดขนมไทย ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และจ่ามงกุฎ รวมถึงขนมที่ขึ้นชื่อว่าทองอีกหลายชนิดใส่ในมือเธอหน้าตาเฉย ก่อนป้าพญายม เอ๊ย! พยาบาลของเธอจะฉีกยิ้มกว้างที่คิดว่าสวยที่สุดในจักรวาลเป็นการตบท้าย“อะไรคะพี่นิ่ม” มองอย่างงุนงง แม้จะชอบทานขนม แต่เธอก็ไม่ค่อยนิยมขนมไทยที่เคลือบไปด้วยไข่และน้ำตาลสูงเช่นนี้หรอกนะ ยกเว้นช็อกโกแลตเอาไว้แค่อย่างเดียว เพราะนั่นคือของโปรด“ขนมวาเลนไทน์ค่ะ” นิ่มนวลตอบอย่าง“ขะ... ขนมวาเลนไทน์ เอ่อ... เหรอคะ” เธออ้าปากค้างกับขนมตรงหน้า หวานขนาดนี้เนี้
เสียงดูดจ๊วบๆ ทำให้เขาขนลุกไปหมด แล้วไหนจะฟันเล็กๆ ขาวๆ ของเธออีกที่โดนยอดอกของเขา นี่ไม่ใช่ความรู้สึกเสียวไส้ แต่เสียวสะท้านต่างหากเล่า...“พี่หมอ”“หือ...” รับคำเสียงพร่า“ดูดแล้วทำไงต่อ...” “อยากทำไรล่ะ”“อยากกัด”“โอ๊ย!” ภาคิมร้องเสียงหลงเมื่อโดนกัดเข้าให้ที่ยอดอก ยายตัวดีหัวเร
“ไม่รู้เรื่องอะไร ละเมออะไร อาบน้ำซะตัวหอม เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วแบบนี้” เขาทำหน้าดุก้มลงไปดอมดมพิสูจน์คำพูด“อี๊... จั๊กจี้อ่าพี่หมอ อย่ามาเนียนนะ จะหอมน้องล่ะสิ”“ยายตัวแสบ อย่ามาหลงตัวเองไปหน่อยเลย” เขาทำหน้าดุขึงขัง“งั้นหนูนาไปแล้ว” คนมีความผิดตีหน้ามึนไถลตัวไปด้านหน้าเพื่อจะลงจากเตียงหนีความ
นรีรัตน์หัวหมุนเหลือกำลัง เธอกัดริมฝีปากส่ายสะโพกหนีลิ้นร้อนแต่มือหนากอบโกยช้อนเอาสะโพกของเธอขึ้นมาหา รั้งเอาไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ เหมือนติดกับดักนายพราน สาวน้อยหวีดร้องด้วยความซ่านเสียวสุดจิตสุดใจ ก่อนจะหอบหายใจแล้วทิ้งตัวลองนอนอย่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรงภาคิมปลดเสื้อผ้าของตัวเองออกจากกายอย่างรวดเร
“พี่ไม่ได้หลบหน้า แค่งานยุ่ง แล้วที่จะไปผูกคอตายบนยอดหญ้า ไม่สงสารหญ้าเหรอ ไปเอามุขโคตรเชยนี่มาจากไหน เค้าเลิกใช้กันไปเป็นชาติแล้ว”“แหะๆ มุกนี้เอามาจากพี่จุ๊บแจงค่ะ คิกๆ” ลูบท้ายทอยไปมา ก่อนจะหัวเราะก๊ากเมื่อเห็นพี่ชายส่ายหน้าไปมา เธอยักไหล่ แค่พาพี่ชายกลับรัง เอ๊ย! กลับบ้านได้ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ใ







